INICIAR SESIÓNเมื่อหัวใจมันเรียกร้อง อยากตะโกนออกไปจนใจแทบขาด แต่เพราะสถานะเพื่อนสนิทมันทำให้เขาไม่อาจล้ำเส้น
Ver másมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
ตลอดช่วงเวลากว่าหกเดือนที่ผ่านมา ทุกลมหายใจเข้าและออกของ หมอก ม่านหมอก นั้นจดจ่อไปที่วิทยานิพนธ์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เขาทั้งมุ่งมั่นและตั้งใจ ใช้เวลาอยู่กับมันนานกว่าวันละสิบชั่วโมงเป็นขั้นต่ำ เพราะถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด เขาก็จะจบการศึกษาในระดับปริญญาโทได้อย่างสมบูรณ์แบบ และจะได้เดินทางกลับประเทศไทยเสียที ซึ่งสิ่งแรกที่เขาตั้งใจทำก็คือการไปหาเพื่อนสนิทในวัยเด็กที่หัวใจของเขามันเรียกร้องให้เป็น ‘มากกว่าเพื่อน’
สองขายาวก้าวเข้ามาในห้องนอนเพื่อจะตรวจเช็กงานบนหน้าจออีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันได้ทำอะไร เขาก็ต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ เมื่อเห็นว่า ช่อแก้ว หญิงสาวผู้เพื่อนสนิทในวัยเด็กของเขากำลังนั่งอยู่บนเตียง
“ชะ ช่อแก้ว...” หมอกแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เขาจึงยกมือขยี้ตาด้วยความสับสนว่านี่เขาคิดถึงเธอจนอาการหนักถึงขั้นมองอะไรก็เห็นหน้าเธอไปหมดเลยได้ยังไง หมอกหลับตาลงหนึ่งครั้งและลืมตาขึ้นมาใหม่ แต่เธอก็ยังคงอยู่ที่เดิม แถมยังส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้เขาอีกต่างหาก หมอกจึงรู้ได้ทันทีว่าภาพที่เห็นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นช่อแก้วคนเดิมของเขาจริง ๆ
ทันใดนั้น ช่อแก้วก็ลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงเข้ามาหาและช้อนสายตามองเขาอย่างมีเลศนัย แพขนตาทุกเส้นของเธอเรียงกันเป็นเส้นสวย กะพริบปริบ ๆ ไม่กี่ครั้ง ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มน้ำจะเป็นฝ่ายเอ่ยกับหมอกก่อน
“เราคิดถึงหมอกนะ” เธอกล่าวเสียงแผ่วคล้ายเสียงกระซิบพร้อมโผเข้ามากอดเขา โดยที่หมอกไม่ได้คาดคิด และตั้งตัวไม่ทันสักนิด
“...”
“หมอกล่ะ…คิดถึงเราไหม”
ช่อแก้วพูดไปก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบไล้ไปมากับแผงอกกว้างตรงหน้าเธอ แต่สายตาคู่นั้นของเธอก็ยังคงจ้องลึกเข้าไปในแววตาของคนตัวสูงกว่า ราวกับต้องการจะอ่านใจเขาให้ได้มาซึ่งคำตอบที่เธอต้องการ
“..คิดถึงสิ…คิดถึงมาก…เราคิดถึงช่อแก้วมากเลยรู้ไหม”
“จริงเหรอ ถ้างั้น…เราก็มีอะไรจะบอกหมอกด้วยนะ”
“ช่อแก้วจะบอกอะไรเราเหรอ”
“คือว่า...เราไม่อยากเป็นเพื่อนหมอกแล้ว…ได้ไหม เราชอบหมอกนะ” เธอตัดสินใจสารภาพความในใจออกมา พลางยกมือขึ้นแล้วใช้นิ้วหยอกล้อกับริมฝีปากหยักได้รูปของหมอกอย่างเย้ายวน
“ระ…เราก็ชอบเธอช่อแก้ว ชอบมานานมากแล้วด้วย ไม่ว่าใครหน้าไหนที่ผ่านเข้ามา…เราก็ยังชอบเธอคนเดียวมาตลอดเลย” สองข้างแก้มของหมอกเริ่มขึ้นสีแดงด้วยความขัดเขินและทำตัวไม่ถูก เขาไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่ช่อแก้วจะเป็นฝ่ายสารภาพความรู้สึกกับเขาก่อน และก็เป็นวันเดียวกันที่เขาได้บอกความรู้สึกที่มีกลับไป ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหนที่ใจของช่อแก้วรู้สึกเหมือนกันกับเขา ลมหายใจอุ่นร้อนทั้งสองสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะประกบลงบนริมฝีปากนุ่ม สัมผัสจากหมอกทำให้ช่อแก้วได้ลิ้มรสความอ่อนโยนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ไม่นานนัก หมอกก็ถอดถอนตัวออกมาเพื่อจะร้องของบางอย่างจากคนตรงหน้า
“ช่อแก้ว…เป็นของหมอกนะ”
“เราก็เป็นของหมอกคนเดียวมาตลอดอยู่แล้ว” ทันทีที่พูดจบ หมอกก็โน้มใบหน้าเข้าใกล้ช่อแก้วอีกครั้ง และเริ่มสานต่อรสจูบที่เร่าร้อนยิ่งกว่าเก่า แต่ในครั้งนี้เขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ริมฝีปากของเธอเท่านั้น เพราะความต้องการมันเรียกร้องให้หมอกมีความโลภขึ้นมาในใจ เขายากจะสัมผัสเธอไปทั้วทั้งตัว อยากจะลิ้มลองและเสพกลิ่นกายที่หอมอ่อน ๆ บนผิวเนียนนุ่มของช่อแก้ว
มือหนาของหมอกดึงรั้งเอวบางของช่อแก้วเข้ามาแนบตัว จงใจถูไถกล้ามเนื้อของตัวเองเข้ากับความนุ่มนิ่มบนตัวเธอ ก่อนที่เสียงครางแผ่วเบาจะเล็ดลอดออกมาจากปากของช่อแก้ว เพราะจู่ ๆ หมอกก็ใช้คมเขี้ยวของเขาขบเม้มลงกับลำคอระหง
“…อ๊ะ!”
ขณะที่ปลายจมูกโด่งของหมอกกำลังซุกไซ้คลอเคลียบนซอกคอขาวอยู่ มือหนาข้างหนึ่งก็เลื่อนวนไปรอบ ๆ เอวคอด วนไปวนมา แล้วมืออีกข้างหนึ่งก็สอดแทรกเข้าไปใต้สาบเสื้อ กอบกุมเอาไว้รอบเต้าอวบอิ่มที่คับแน่นอัดอยู่ใต้บรา จากนั้นหมอกจึงเริ่มออกแรงบีบขยำอย่างแผ่วเบา แต่ไม่นาน สัมผัสนุ่มนวลของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นสัมผัสที่ร้อนแรงมากขึ้น
หมอกปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่ปกปิดอยู่บนร่างกายของช่อแก้วให้ออกไปจนหมดสิ้น จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายของตัวเองออกอย่างลวก ๆ เช่นกัน เมื่อร่างกายเปลือยเปล่าต่อหน้ากันแล้วทั้งคู่ ฝ่ามือหนาก็คว้ากอบกุมเข้าที่อกอวบอิ่มทั้งสองข้างอย่างเต็มไม้เต็มมือ ความนุ่มเด้งนี้มันล่อตาล่อใจเขามาตาไหนแต่ไรแล้ว และตอนนี้เขาก็มีสิทธิ์ทาจะครอบครองเป็นเจ้าของได้เต็มที่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องหักห้ามใจตัวเองอีกต่อไปแล้ว
“อะ อ่า…หมอก...อือ…”
ถึงจะจะเพิ่งเริ่มถูกปลุกเร้าอารมณ์ขึ้นมาเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่สมองของช่อแก้วก็ขาวโพลนไม่เหลือความคิดมากมายใด ๆ ในหัวอีกต่อไปแล้ว ไม่นานนัก เรือนกายของเธอก็กระตุกเกร็ง เพราะถูกเรียวลิ้นร้อน ๆ ของหมอกเกี่ยวกระหวัดดูดดึงรอบยอดอกสีหวานของเธอ ช่อแก้วเหลือบมองใบหน้าหบ่อเหลาของหมอกอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก็เห็นว่าเขากำลังพร่ำกดจูบไปทั่วผิวกายของเธอจนมันขึ้นรอยช้ำเป็นจ้ำ ๆ ความนุ่มลื่นและเปียกแฉะนั้นทำให้เธอเสียวซ่านจนเผลอกัดปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
“อ๊ะ! อึก...หมอก! อ๊า!”
สัมผัสจากลิ้นและฝ่ามือหยาบของหมอกสร้างความเสียวกระสันให้ช่อแก้วเป็นอย่างมาก ถึงขั้นที่ทำให้เธอต้องแอ่นร่างกายเข้าหาเขา เพื่อตอบรับแรงอารมณ์อันพลุ่งพล่านของอีกฝ่าย ในตอนนี้ช่อแก้วเอวก็เริ่มรับรู้ได้ถึงความบิดเกร็งและความฉ่ำเยิ้มตรงช่องทางรักกลางหว่างขา
หมอกได้ลิ้มลองดื่มด่ำกับเรือนร่าฃของช่อแก้วอย่างตะกละตะกลาม เขารุกล้ำไปทั่วไล่ตั้งแต่บนลงล่าง เท่าไรก็ไม่พอใจเสียที ทางฝั่งของช่อแก้วที่ถูกความเสียววาบหวามรุมเร้าทุกทิศทางก็ทำอะไรไม่ถูก จึงได้แต่กอดรัดรอบร่างกายกำยำของหมอเอาไว้อย่างแนบแน่นที่สุด หมายจะระบายอารมณ์บ้าง
ฝ่ามือของเธอปัดป่ายไปทั่วแผ่นหลังกว้างด้วยความลุ่มหลง ขณะเดียวกัน หมอกก็เริ่มเลื่อนปลายนิ้วเรียวไปตามร่องรักของช่อแก้วด้วยเช่นกัน ปลายนิ้วที่กรีดลากผ่านทำเอาช่อแก้วสะดุ้งโหยง สั่นสะท้านไปทั้งตัว ช่อแก้วส่งเสียงครางเล็ดลอดออกมาจากในลำคอ พลางจิกปลายเล็บลงบนไหล่ของหมอกจนเป็นรอยข่วน
ไม่นานนัก หมอกก็เคลื่อนตัวลงต่ำ ใช้ริมฝีปากของเขาพรมจูบไล่จากร่องอกลงไปจนถึงหน้าท้องแบนราบเรียบ แล้วมาหยุดอยู่เหนือเม็ดเสียว เขายกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยด้วยความเจ้าเล่ห์ ก่อนจะซุกใบหน้าลงไปบดเบียดสลับกับดูดเม้มที่เม็ดเสียวนั้น
“ฮึก!...อะ อ๊า!…อ่า…”
ปลายเท้าของช่อแก้วกระตุกเกร็งทันที เมื่อลิ้นร้อนและชุ่มตวัดกระตุ้นจ่ออยู่รอบปากทางเข้าใกล้ช่องทางรักของเธอ เขาโลมเลียฉกชิมความหวานหอมไปทั่วทุกแห่งหน โดยไม่ได้สนใจเลยว่าช่อแก้วจะต้องดิ้นพล่านด้วยความทรมานมากแค่ไหน หนำซ้ำเขายังชอบใจเสียอีกที่ได้มอบความสุขสมทางกายให้แก่คนที่เขาตกหลุมรักมาตลอด
หมอกเกร็งปลายลิ้นระรัวและเริ่มแหย่สอดลิ้นของเขาให้แทรกไปตามร่องของกลีบรอบช่องทางรัก และไม่ลืมที่จะดื่มซดน้ำหล่อลื่นสีใสที่หลั่งไหลออกมาทุกหยดราวกับจะไม่ให้เหลือ ทุกส่วนตรงร่องรักของช่อแก้วถูกหมอกจู่โจมด้วยความหื่นกระหาย โดยที่เขาไม่ได้นึกรังเกียจหรือเขินอายต่อหน้าเธอเลยสักนิด ต่อให้จะต้องทำอย่างนี้ไปทั้งคืน เขาก็เต็มใจยอมและพร้อมจะปรนเปรอจนกว่าเธอจะเสร็จสมถึงฝั่งฝัน
“มะ หมอก พอก่อนเถอะนะได้โปรด…จะ จะไม่ไหวแล้ว…ฮึก!…”
ช่อแก้วเลื่อนสองมือของเธอมาจิกลงบนเส้นผมของหมอกและดึงทึ้งสุดแรงอย่างไม่เกรงใจ เพราะตอนนี้เธอเสียวซ่านจนสติเริ่มหลุดลอยไปแล้ว มือเล็ก ๆ นั้นอดไม่ได้ที่จะต้องกดหัวของอีกคนให้ซุกใบหน้ากับริมฝีปากลงไปแนบชิดกับหว่างขาของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนเธอเองก็แอ่นสะโพกรับจังหวะขยับลิ้นของเขาเช่นกัน
“อ๊า!…ตรงนั้น…หมอก ตรงนั้นแหละ!…อื้อ!”
หมอกเงยหน้าขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะพูดว่า “ช่อแก้วต้องเป็นของหมอกคนเดียว” พูดจบเขาก็เขี่ยยอดอกของช่อแก้วเล่นและใช้สองนิ้วคลึงวนไปมา บดบี้อย่างมันส์มือไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ
“ระ อื้อ! เราจะเป็นของหมอกคนเดียว…”
ช่อแก้วสูญเสียสมาธิในการควบคุมตัวเองไปจนหมดสิ้นแล้ว ทันใดนั้น ขาเรียวทั้งสองข้างก็ยกขึ้นเกี่ยวรัดสะโพกสอบของหมอกเอาไว้ และรั้งให้เขาขยับลงมาหาร่องรักของเธอที่อ้าออกเพื่อรอเขาอยู่
“เราไม่ไหวแล้ว ฮึก! อย่าทรมานเราเลยนะหมอก อ่า…กอดเราได้ไหม สะ...ใส่เข้ามาเถอะ เราขอร้อง!”
“…เราก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”
ฟางเส้นสุดท้ายของหมอกขาดสะบั้น เขาไม่สามารถฝืนทนต่อการยั่วยวนของช่อแก้วได้อีกต่อไปแล้ว มือหยาบของเขาเลื่อนมากอบกุมไว้รอบลำเอ็นที่แข็งขืนของตัวเอง แล้วจับมันกดให้จ่ออยู่หน้าช่องทางรักของคนตรงหน้า ก่อนที่หมอกจะสอดใส่ตัวตนของเขาเข้าไปสัมผัสกับร่องรักของช่อแก้วจนสุดลำในคราวเดียว
“อ๊า!…”
“อึก! ผ่อนคลายหน่อยสิช่อแก้ว...เธอรัดเราแน่นมากเลย”
หมอกกดจูบลงที่บนเส้นผมสลวยของช่อแก้วเพื่อปลอบประโลม แล้วจึงเริ่มขยับโยกอย่างเป็นจังหวะ ตอกย้ำความเป็นชายเข้าไปให้ช่อแก้วได้รับอย่างไม่คิดหยุดพัก ลำเอ็นขนาดใหญ่ของเขาเข้าออกในช่องทางรักลื่น ๆ นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่คนใต้ร่างก็ร่อนบั้นท้ายอวบสวนกลับมาเพื่อรับแรงปะทะด้วยเช่นกัน
ระหว่างนั้น เสียงครางหวานใสของช่อแก้วก็ยังคงดังอยู่ข้างหู หมอกที่ตั้งใจฟังอยู่ตลอดก็กัดฟันแน่นจนเส้นเลือดขึ้นตรงกรอบหน้า เพราะเขาต้องการจะยืดระยะเวลาแห่งความสุขนี้ให้นานที่สุด แต่แรงตอดรัดที่ทำให้ท่อนเอ็นของเขามันเสียดเสียวจนเต้นตุบ ๆ ก็ทำให้เขาทนไม่ไหวแล้ว มันยากเหลือเกินที่จะต้องฝืนตัวเองทั้งที่กำลังสุขสมจากการได้กกกอดคนที่รักมากขนาดนี้
“มะ ไม่ไหวแล้ว…เราไม่ไหวแล้วช่อแก้ว…อ่า!…”
หมอกส่งเสียงสั่นกระเส่าในลำคอ เขาเกร็งจนเส้นเลือดตามต้นแขนและลำคอปูดโปน พลางเงยหน้าขึ้นเพื่อใส่แรงในเฮือกสุดท้าย ไม่นานนัก ร่างกายสูงโปร่งของหมอกก็กระตุกเกร็งอยู่หลายครั้ง ก่อนที่ปลายหัวบานหยักของลำเอ็นจะฉีดน้ำกามข้นคลั่กใส่เข้าไปในช่องทางรักอุ่นร้อนและรัดแน่นของช่อแก้วอย่างเต็มเปี่ยม
สุดสัปดาห์ต่อมาแสงยามเช้าของวันเสาร์ส่องเป็นประกายผ่านเข้ามาทางกระจกใสของร้าน Time To Love Bakery & Café ของช่อแก้ว กระทบกับตัวอักษรไม้แกะสลักชื่อร้านที่ประดับอยู่หน้าร้าน และวันนี้บรรยากาศภายในร้านก็ไม่ได้เงียบเชียบและเรียบง่ายเหมือนทุกวัน หากแต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ดังอยู่ตลอด เพราะวันนี้เป็นวันทำงานพิเศษของ “ทีมพนักงานจิ๋ว” ผู้ช่วยคนสำคัญของช่อแก้วและหมอกนั่นเองช่อแก้วผู้เป็นเจ้าของร้านรับหน้าที่เป็นผู้ว่าจ้างในการทำงานของเด็ก ๆ ในวันนี้ และเธอก็กำลังยืนพิงเคาน์เตอร์กาแฟ กวาดสายตามองไปทั่วร้านอย่างภูมิใจในตัวลูก ๆ ทั้งสี่ที่ดูจะขะมักเขม้นกับการสวมบทบาทพนักงานอย่างเต็มที่ข้าวหอมสวมชุดเอี๊ยมสีครีมตัวเล็ก ๆ และกำลังจัดวางขนมบนถาดอย่างระมัดระวัง ส่วนข้าวปั้นกับข้าวปุ้นใส่ผ้ากันเปื้อนลายการ์ตูนที่กำลังยืนเท้าเอวจังก้า ตั้งท่าเตรียมพร้อมอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ส่วนข้าวฟ่างก็สวมกันเปื้อนสีชมพูลายเจ้าหญิงยืนรอประจำตำแหน่งแคชเชียร์อย่างกระตือรือร้นเช่นกัน ทุกคนล้วนแต่มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ ‘ค่าจ้าง’ ที่แม่สัญญาไว้“นี่คือปุกใฉ่เงินของพวกเยานะ”ข้าวฟ่างยกมือชี้ไปที่กระปุก
รถยนต์คันหรูของหมอกเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าบ้านในยามเย็น ช่วงเวลาที่แสงแดดสีส้มอ่อน ๆ สาดส่องลงมากระทบกับตัวบ้านที่ดูกว้างขวางและมีพื้นที่ใหญ่โตมาก แต่ภาพของความสงบเบื้องหน้านั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะทันทีที่ประตูรถเปิดออก เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ทั้งสี่คนก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง“หม่าม้าขา หนูหิวแย้ว” ข้าวฟ่างร้องทักท้วงเสียงดังลั่นพร้อมกับกระโดดลงจากรถด้วยท่าทางที่กระฉับกระเฉงเป็นพิเศษ“ปะป๊าฮับ! ปั้นก็หิวแย้วเหมืองกังฮับ” ข้าวปั้นพูดแล้ววิ่งมาเกาะขาพ่อไว้แน่นส่วนข้าวปุ้นนั้นไม่ได้พูดอะไรแต่ก็พยักหน้ารัว ๆ พร้อมวิ่งตามพี่ ๆ ไปติด ๆ ส่วนช่อแก้วกับหมอกมองหน้ากันแล้วยกยิ้มอีกครั้ง พวกเขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับพลังอันแสนล้นเหลือของลูก ๆ แต่ก็มีความสุขที่ได้เห็นเด็ก ๆ ร่าเริงมากแม้จะเพิ่งไปโรงเรียนวันแรกกันมาก็ตามเมื่อเข้ามาในบ้าน เด็ก ๆ ก็พากันวิ่งตรงไปที่ห้องครัวทันที ส่วนช่อแก้วกับหมอกที่เดินตามเข้าไปแล้วก็พบว่าทุกคนมานั่งรวมตัวกันรออยู่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว“หนูพาน้อง ๆ มานั่งรอแบบเรียบร้อยมากเลยค่ะปะป๊า” ข้าวหอมกล่าวด้วยรอยยิ้ม“พี่ข้าวหอมเก่งอีกแล้วนะครับเนี่ย รับมือ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาในที่สุดก็ถึงวันสำคัญที่ทุกคนในบ้านต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของสามแสบ ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น และข้าวปุ้น บรรยากาศในบ้านยามเช้าจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่น่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ดังไปทั่วบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ขณะที่หมอกกับช่อแก้วกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะจัดแจงให้เด็ก ๆ แต่งตัวในชุดนักเรียนได้อย่างเรียบร้อย“ข้าวฟ่าง อย่าดึงโบว์ออกสิลูก” ช่อแก้วร้องห้ามเสียงหลง เมื่อเห็นลูกสาวตัวน้อยกำลังจะแกะโบว์สีขาวบริสุทธิ์ออกจากเปียผมที่เพิ่งถักเสร็จไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว“หม่าม้าขา หนูไม่ชอบโบว์” ข้าวฟ่างตอบเสียงอ่อยพลางส่ายหัวไปมาจนโบว์แทบจะหลุด“แต่เราต้องติดไว้นะคะมันจะได้ดูเรียบร้อย นี่หม่าม้าก็เพิ่งถักเปียให้สวย ๆ เลยนะ” ช่อแก้วพูดพร้อมกับพยายามจับตัวลูกสาวให้นิ่ง ๆ เพื่อติดโบว์กลับเข้าไปใหม่ แต่ข้าวฟ่างก็ยังไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ“ข้าวปั้น ข้าวปุ้น ไม่ต้องดึงเสื้อออกมาจากกางเกงสิครับ”ทางฝั่งของหมอกเองก็ต้องรีบเข้ามาช่วยจัดการ เมื่อเห็นว่าลูกชายทั้งสองคนกำลังแข่งกันดึงชายเสื้อนักเรียนสีขาวออกมาจากขอบกางเกงที่ใส่ไปเม
เมื่อถึงเวลาปิดร้าน ป้ายคำว่าปิดก็ถูกหันออกไปนอกประตู และภายในร้านก็กำลังจะเริ่มงานฉลองวันเกิดครบรอบสามขวบให้แฝดสามจอมแสบ“เค้กมาแล้ว” ข้าวหอมร้องบอกเสียงดังด้วยความตื่นเต้นเสียงใสเจื้อยแจ้วก้องไปทั่วร้าน หมอกค่อย ๆ ยกเค้กช็อกโกแลตฟัดจ์รูปปราสาทที่ตกแต่งด้วยตุ๊กตาน้ำตาลปั้น และมีลวดลายรูปเจ้าหญิงและเจ้าชายที่ทุกคนร่วมกันทำมาวางลงบนโต๊ะกลางร้านทุกคนที่ตื่นกันเต็มตาหลังจากงีบหลับไปสักพักก็พากันหันมามองด้วยสายตาวาววับ โดยเฉพาะเด็กแฝดสามคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้ากลม ๆ ปรากฏรอยยิ้มกว้าง ปากเล็ก ๆ อ้าค้างอย่างตกตะลึงกับความสวยงามของเค้กที่ตกแต่งด้วยครีมสีฟ้า สีชมพู และเนื้อช็อกโกแลตฟัดจ์ที่ดูน่าอร่อย ราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าที่คือผลงานจากความวุ่นวายเมื่อครู่แสงไฟสีนวลในร้านส่องกระทบให้เนื้อเค้กดูเงาวับน่ากิน ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น ข้าวปุ้น ทั้งสามคนมองตากันอย่างรู้ใจ ก่อนจะพูดออกมาพร้อมกัน“น่ากิงมากเยย”“สุขสันต์วันเกิดนะข้าวฟ่าง ข้าวปั้น ข้าวปุ้น”หลังจากนั้นหมอกและช่อแก้วก็โทรหาคนอื่นในครอบครัวที่ไม่ได้มาร่วมงานด้วย เพราะบางคนก็ติดงาน บางคนก็ติดเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก โดย