Mag-log in(มีน) มีนตรา หญิงสาววัย 28 ปี เจ้าของบริษัททัวร์แนวผจญภัยหรู ที่ทั้งสวย แกร่ง และเร่าร้อนจนใครก็ยากจะละสายตา เธอคือผู้หญิงที่ก้าวเดินเข้ามาในห้อง แล้วห้องทั้งห้องก็กลายเป็นของเธอ มีนตรา ไม่จำเป็นต้องเสียงดัง ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวโป๊ แต่เพียงแค่ยืนเฉย ๆ ...ผู้คนก็หันมอง ผิวเนียนแทนจากแสงแดดและทะเลที่เธอเติบโตมาด้วยการลุยภาคสนาม ดวงตาคมเข้มเหมือนหญิงสาวในโฆษณาน้ำหอมระดับไฮเอนด์ ริมฝีปากแดงระเรื่อคล้ายมีเวทมนตร์ที่พร้อมจะเป่าลมหายใจร้อนลงบนผิวชายใดก็ตามที่เข้าใกล้ เธอไม่ใช่คนอ่อนหวาน แต่เธอ รู้ว่าเมื่อไหร่ควรยิ้ม และเมื่อไหร่ควรแทง มีนตราคุมบริษัทของเธอด้วยมือเดียว ท่องไปในโลกด้วยรองเท้าผ้าใบและหัวใจที่ไม่เคยกลัวใคร เบื้องหลังความสำเร็จคืออดีตที่ไม่เคยง่าย เธอเคยแพ้ เคยพลาด และเคยถูกหักหลัง แต่เธอไม่เคยล้มซ้ำที่เดิม และทุกแผลเป็นในใจของเธอ…กลายเป็น รอยสักรูปเสือกลางหลัง สัญลักษณ์ของผู้หญิงที่เลือกจะล่า ไม่ใช่ถูกล่า
view moreสายฝนโปรยลงไม่ขาดสายตั้งแต่หัวค่ำ ทำให้ถนนกลางกรุงเทพเหมือนลอยอยู่ในหมอกความชื้น แสงไฟนีออนสะท้อนบนผิวถนนเปียกเป็นริ้วสีแดงเหลืองเขียว ทำให้ทุกอย่างร้อนแรงและลึกลับในเวลาเดียวกัน แม้จะเลยสองทุ่ม แต่เมืองนี้ยังไม่หลับ บาร์เหล้าและผับหรูเปิดไฟสว่างจนถึงตีสี่ เสียงเพลงลอยออกมาทะลุม่านฝน ดึงดูดร่างกายและสายตาของผู้คนให้เข้ามาในโลกที่เต็มไปด้วยแสงสี แก้วค็อกเทลสั่นไหวในมือของหญิงสาวที่เดินผ่านไปมา เสื้อผ้าเนื้อบางสะท้อนแสงไฟราวกับชวนเรียกสายตา ทุกก้าวย่าง ทุกสายตาที่สบกัน เสมือนเชื้อไฟที่ร้อนแรง พร้อมจุดประกายความปรารถนาในคืนฝนพรำกลางเมืองใหญ่
รถสปอร์ตสีเทารุ่นใหม่ล่าสุดมาจอดหน้าไนต์คลับหรูใจกลางทองหล่อจอดตรงโดมอาคาร ผู้คนที่เดินเข้ามาในหน้าไนต์คลับต่างมองรถหรูคันนี้ด้วยความตื่นเต้นว่าเศรษฐีคนนั้นเป็นใครกันนะ แต่สงสัยได้ไม่นานนัก ร่างสูงก้าวเดินลงมาจากรถ ทำให้สาวๆ ต่างไม่อาจละสายตาจากเขาได้เลย เพราะภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำราคาแพงที่สวมใส่ เต็มไปด้วยซิกแพคหนาที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ที่พวกเธอเห็นซิกแพคเพราะเขาปลดกระดุมลงสามเม็ด ยังมีรอยสักที่แผ่นอกหนารูปนกฟินิกซ์สยายปีกทั้งสองข้าง พนักงานหน้าร้านยกมือไหว้เขาทันที ราวกับเขาเป็นคนใหญ่คนโต “สวัสดีครับคุณภีม” พนักงานพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “เอารถกูไปเก็บ” ชายหนุ่มที่พนักงานเรียกชื่อโยนกุญแจรถให้พนักงานทันที “ครับคุณภีม” พนักงานน้อมรับคำสั่งโดยทันที เขาจึงขึ้นรถนำรถไปเก็บตรงที่จอดวีไอพี “ให้ผมเรียกน้องๆ มาดีไหมครับ” พนักงานชายอีกคนถามด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “ไม่ต้อง” ภีมพูดจบ เขาก้าวเดินเข้าไปในไนต์คลับ ไม่ว่าหญิงหรือชายต่างจับจ้องมาที่เขาเหมือนกำลังทอดสะพานให้เขา หรือแม้แต่ผู้หญิงที่มากับคนรัก พวกเธออดชื่นชมเรือนร่างของเขาไม่ได้เลย ภีมนั่งลงบนเก้าอี้สูงที่เวทีส่วนตัว มุมสูงทำให้เขามองเห็นทุกมุมของไนท์คลับ เสียงเพลงลุ่มลึกและจังหวะเบสหนักสั่นสะเทือนใต้พื้น ทำให้ทุกก้าวของผู้คนรอบตัวสอดประสานกับจังหวะชีวิตของที่นี่ บาร์ยาวหรูหราตั้งอยู่กลางห้อง แสงนีออนสลัวสะท้อนกับแก้วคริสตัลที่เต็มไปด้วยค็อกเทลหลากสี มูลค่าดริ้งละห้าร้อยต่อแก้ว ทำให้ผู้คนที่เข้ามาต่างเป็นคนมีระดับ ทุกสายตาที่เดินผ่าน ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ต่างเต็มไปด้วยความมั่นใจและความเย้ายวน หญิงสาวหลายคนยกแก้วขึ้น มองเขาด้วยสายตาเชื้อเชิญ มือบางลูบริมฝีปากอย่างลึกลับ แต่ภีมกลับนั่งนิ่ง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยราวกับรู้ดีว่าพลังดึงดูดของเขาเองก็เพียงพอแล้ว ไม่มีใครสามารถล่วงล้ำความสง่างามและอำนาจของเขาได้ บนโต๊ะรอบตัวเขา แก้วคริสตัลสั่นไหว เสียงกระทบกันเป็นจังหวะราวกับทำนองเร่าร้อน ผู้คนหัวเราะ พูดคุย แลกเปลี่ยนสายตา แต่ทุกสายตาเกือบทั้งหมดต้องสะดุดกับร่างสูงที่ซ่อนความร้อนแรงเอาไว้ภายใต้เสื้อเชิ้ตดำและซิกแพคแน่นทุกครั้งที่เขาขยับ ไนต์คลับหรูหรากลายเป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับเขา ราวกับทุกแสง สี และเสียงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อย้ำเตือนให้ทุกคนรู้ว่า เขาคือจุดศูนย์กลางของค่ำคืนนี้ แต่ทว่า… สายตาของหญิงสาวคนหนึ่งท้าทายที่สุดในไนต์คลับ เธอสวมเดรสเกาะอกสีขาวสั้นกระชับโค้งเว้าของร่างกาย แก้วค็อกเทลในมือสั่นเล็กน้อย ขณะเธอสบสายตาภีม ภีมมองกลับมาพร้อมรอยยิ้มบางๆ ราวกับเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสายตานั้น เธอไม่ละสายตา กลับยิ้มตอบอย่างมั่นใจ มือเล็กลูบริมแก้วเบาๆ ก่อนจะก้าวออกไปทางประตูหลังร้าน ลานจอดรถใต้ดินรออยู่เบื้องหลัง เสียงส้นสูงเคาะพื้นเป็นจังหวะเร่าร้อนในความมืด เงาสะท้อนบนผนังปูนเปลือยราวกับเต้นรำตามจังหวะความปรารถนา ภีมก้าวตามอย่างไม่รีรอ ร่างสูงและสายตาคมเข้มทำให้บรรยากาศรอบ ๆ กลายเป็นไฟที่ลุกโชน เมื่อเธอหันมองอีกครั้ง ภีมก็อยู่ใกล้กว่าที่เธอคาด มือใหญ่แตะเบาๆ ที่ข้อศอกของเธอเพื่อนำทาง ทั้งสองสบสายตากันในความมืด เสียงหัวใจเต้นเร็วเหมือนทำนองเพลงจากไนต์คลับยังคงสะท้อนอยู่ในใจของพวกเขา เมื่อถึงมุมที่ว่างเปล่า ภีมหยุดเงยหน้าสบตากับเธอ มือใหญ่แตะเบาๆ ที่แก้มเธอ ราวกับบอกว่า “เธอต้องการอะไร” เขาพูดเช่นนี้ หญิงสาวยิ้มมุมปาก “คุณก็น่าจะรู้?” เธออ้อนวอนด้วยสายตาและน้ำเสียงต่ำๆ แต่เต็มไปด้วยความท้าทายภีมก้าวเข้าใกล้ มือโอบเอวเธอไว้แน่นราวกับไม่อยากให้หลุดไปไหนประตูเปิดออก… ร่างสูงของภีมก้าวเข้ามาช้าๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเขาผสมกับกลิ่นทะเลและดอกไม้ในห้องอบอวลอยู่ในอากาศ เขามองเธอจากศีรษะจรดปลายเท้า รอยยิ้มละมุนแตะมุมปากเมื่อเห็นว่าเธอยังสวมชุดเดรสผ้าซาตินสีขาวนวลที่ใส่หลังพิธีอยู่ “ดีจังที่แพรยังไม่ได้อาบน้ำ…” เสียงทุ้มของเขาเอ่ยขึ้นเบา ๆ แฝงแววอบอุ่นในน้ำเสียง “ไปอาบน้ำกับพี่นะครับ” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ แพรไหมเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาเธอมีทั้งความรัก ความเก้อเขิน และความอ่อนโยนล้นเอ่ออยู่ในนั้น เธอเผยรอยยิ้มบางที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นช้าลงเพียงเพื่อจะได้จดจำมัน “แพรรอพี่อยู่ค่ะ…” เธอตอบเสียงเบา พลางก้มสายตาเล็กน้อย มือเรียวกำชายกระโปรงแน่นเหมือนพยายามเก็บอาการ “วันนี้…แพรอาบน้ำให้นะคะ” เธอพูดจบ ภีมยกยิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาเต็มไปด้วยความรัก “ได้สิครับ” เขาตอบช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่ละมุนละไมราวกับกลัวว่าหากพูดแรงกว่านี้ ความฝันอันงดงามตรงหน้าจะสลายหายไป เขาเดินเข้าใกล้เธอ ก่อนจะยื่นมือไปสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของเธออย่างแผ่วเบา “วันนี้แพรสวยที่สุดในชีวิตพี่เลยนะ…” คำพูดของเขาทำให้แพรไหมหัวเราะเบาๆ แก้มขึ้นสีแดงเรื่อ “พี่ก็พูดทุกครั้งที่เจอกัน
เสียงคลื่นทะเลยามค่ำคืนยังคงดังแผ่วเบาเข้ามาทักทาย ลมหอบกลิ่นเค็มจางๆ พัดผ่านผ้าม่านสีขาวที่พลิ้วไหวราวสายหมอก นอกหน้าต่างคือผืนทะเลสีดำอมฟ้าที่แต่งแต้มด้วยแสงไฟจากเรือยอชต์ไกลลิบตา เหมือนดาวระยิบระยับบนผืนน้ำแพรไหมเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเรียบหรู กลีบกุหลาบขาวโปรยอยู่บนพื้นและเตียง ผ้าปูสีงาช้างเนียนนุ่ม มีกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ลอยบางๆ จากเทียนหอมในแจกันแก้ว เธอนั่งลงบนขอบเตียงกว้าง แสงไฟนวลอุ่นสาดลงบนใบหน้าที่มีทั้งความเหนื่อยและความสุขซึมอยู่ในรอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปยังทะเลที่ส่องประกายใต้แสงจันทร์อย่างเงียบงันค่ำคืนนี้… คือคืนที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้มีอีกครั้ง คืนที่ได้อยู่ในฐานะ ‘ภรรยา ‘ของผู้ชายที่เธอรักที่สุด หัวใจของเธอเต้นช้าและหนักไปด้วยความรู้สึกนับพันภาพเก่า ๆ ย้อนกลับมาในหัวอย่างช้าๆ ภาพของวัยหนุ่มสาวที่เคยจับมือกันเดินในมหาวิทยาลัย ภาพตอนเลิกกันเพราะเส้นทางชีวิตและความฝันไม่ตรงกัน ภาพของน้ำตาที่เธอเคยซ่อนในคืนหนาวๆ ที่ปารีส… ทุกอย่างไหลวนกลับมาราวคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าเธอไปเรียนต่อ ไปพบผู้คนมากมาย ผู้ชายหลายคนเข้ามาในชีวิต บางคนอ
แสงไฟสีอำพันจากหลอดไฟระย้าและเทียนหอมในโคมแก้วแขวนเรียงรายเหนือโต๊ะยาวริมชายหาด ส่องประกายสะท้อนกับผิวทะเลที่ระยิบระยับราวเพชรใต้แสงดาว เสียงคลื่นกระทบฝั่งยังคงอ่อนโยนเหมือนท่วงทำนองแห่งรักที่ไม่สิ้นสุด โต๊ะยาวถูกจัดอย่างประณีตด้วยผ้าปูสีขาวไข่มุก จัดวางจานอาหารเงินเงา ดอกกุหลาบขาวและดอกลิลลี่สลับกันประดับอยู่กลางโต๊ะ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ผสมกับกลิ่นทะเลอ่อนโยนจนชวนฝัน แพรไหมอยู่ในชุดเดรสปิดไหล่ลายลูกไม้สีงาช้างกระโปรงลู่ไปตามลำตัว ผมปล่อยยาวคลอไหล่ ดวงตาสุกใสมีรอยยิ้มอบอุ่น ส่วนภีมอยู่ในชุดสูทสีเบจอ่อน ผูกหูกระต่ายเรียบๆ แต่หล่อเหลาราวกับพระเอกในภาพยนตร์ “ขอเรียนเชิญคุณพงศกร เวธาไพศาล ประธานบริษัท เวธาไพศาลกรุป และพี่ชายของเจ้าบ่าว ขึ้นกล่าวคำอวยพรคู่บ่าวสาวครับ” เสียงพิธีกรกล่าวเชิญชวนเบาๆ ก่อนจะเปิดไมค์ให้ประธานในพิธีกล่าวคำอวยพร ชายหนุ่มร่างสูงสง่าในสูทสีกรมท่าเดินขึ้นมายืนตรงกลางเวทีไม้ริมทะเล เสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเบา ๆ ทำให้ทุกถ้อยคำของเขาอบอุ่นและซึ้งยิ่งกว่าแสงเทียนที่พลิ้วไหวอยู่รอบตัว พงศกรยิ้มบางก่อนมองน้องชายกับเจ้าสาวที่ยืนจับมือกันแน่น “ผมรู้จักภีมดี… เขาเป็นน้อ
เสียงคลื่นกระทบฝั่งแผ่วเบา ลมทะเลอ่อนโยนพัดต้องชายกระโปรงลูกไม้สีงาช้างที่พลิ้วไหวราวกับกำลังเต้นรำกับลมหายใจของเวลา ผืนทรายสีทองทอดยาวเป็นพรมธรรมชาติที่รองรับทุกย่างก้าวของเจ้าสาวในชุดเรียบหรู ผมถูกรวบหลวมประดับด้วยดอกลิลลี่ขาว ดวงตาคู่นั้นมีทั้งแสงยิ้มและหยาดน้ำใสปริ่มอยู่ขอบขนตาตรงหน้าเธอ คือ พีรพล พยัคฆาเวศม์ ในชุดสูทสีขาวสะอาดยืนรออยู่กลางแท่นไม้ที่ประดับด้วยดอกไม้โทนขาวครีมและสายรุ้งจากแสงอาทิตย์ยามเย็น เขาหล่อเหลาจนหัวใจเธอแทบหยุดเต้น ดวงตาคมที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น และความรักที่เปล่งออกมาจนแทบล้นทะลัก บาทหลวงยืนอยู่เคียงข้าง ถือคัมภีร์เล่มเล็กในมือ เสียงของเขาแผ่วเบาแต่ชัดเจน“วันนี้เป็นวันที่พระเจ้าทรงนำพาสองหัวใจที่เคยหลงทาง ให้กลับมาพบกันอีกครั้ง… ต่อหน้าท้องทะเล ต่อหน้าฟ้า และต่อหน้าพระองค์ผู้เป็นศูนย์กลางแห่งรักแท้ พีรพล พยัคฆาเวศม์ และ แพรไหม เวธาไพศาล… ท่านทั้งสองพร้อมหรือยังที่จะมอบชีวิตและหัวใจให้กันและกันตลอดไป”เมื่อบาทหลวงกล่าวจบ แพรไหมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาเธอเปียกชื้นแต่เต็มไปด้วยแสงแห่งความเชื่อมั่น เธอพยักเบาๆ ขณะที่เสียงคลื่นเหมือนขับกล่อมร