Share

บทที่ 10

Author: Melyssa
last update publish date: 2026-08-30 06:09:26

กรุ๊งกริ๊ง! กรุ๊งกริ๊ง! กรุ๊งกริ๊ง!

เสียงกระดิ่งที่ติดอยู่ด้านหน้าประตูร้านดังขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่ามีลูกค้าเดินเข้ามา ช่อแก้วจึงเงยหน้าขึ้นจากเคาน์เตอร์ เตรียมกล่าวต้อนรับลูกค้าคนแรกของวันนี้ เพราะเพิ่งจะถึงเวลาเปิดร้านได้ไม่นาน

“ยินดีต้อนรับค่ะ คุณลูกค้าต้องการรับอะไรดีคะ…อะ อ้าว หมอก!” เสียงหวานทักทายลูกค้าคนแรกของวันนี้อย่างสดใส แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนที่เดินเข้ามา ความรู้สึกเดียวกับเมื่อวานก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ทั้งตกใจและดีใจในคราวเดียวกันที่เพื่อนในวัยเด็กปรากฏตัวตรงหน้า เธอนึกว่าเขาจะโกรธจนไม่อยากพบหน้ากันแล้วเสียอีก แต่อันที่จริงถึงเขาจะไม่มา เย็นนี้เธอก็ตั้งใจจะไปหาเขาที่บ้านของเขาอยู่แล้ว เพื่อปรับความเข้าใจกัน

“มีเครื่องดื่มอะไรแนะนำบ้างครับคุณเจ้าของร้าน” หมอกเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม คำพูดของเขานั้นก็ทำให้คนตรงหน้ายิ้มขึ้นมาได้ทันที ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เขาปรารถนาและเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจมาที่นี่อีกครั้งในวันนี้ ในฐานะเพื่อนที่แสนดีของช่อแก้ว

“สำหรับหมอกก็ต้องเป็นเครื่องดื่มสุดพิเศษแล้วล่ะ” ช่อแก้วดีใจยิ้มแก้มแทบปริที่ดูเหมือนว่ามิตรภาพระหว่างเธอกับหมอกจะยังคงเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามความขุ่นเคืองเมื่อวานนี้

“เครื่องดื่มสุดพิเศษนี่…เราเป็นคนแรกที่ได้ชิมหรือเปล่า” หมอกถามด้วยรอยยิ้ม สายตาของเขาจ้องมองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของช่อแก้วอย่างไม่ลดละ เพียงได้เห็นรอยยิ้มของผู้หญิงตรงหน้า ก็ทำให้หมอกรู้ว่าคิดไม่ผิดที่ละทิ้งความขุ่นเคืองแล้วมาที่นี่ในวันนี้

“แน่นอนสิ! หมอกนั่งรอแป๊บหนึ่งนะ เราทำให้เดี๋ยวนี้เลย” ช่อแก้วกุลีกุจอเตรียมทำเครื่องดื่มสุดพิเศษให้กับหมอกอย่างกระตือรือร้น เธอหันหลังเดินไปหยิบวัตถุดิบต่าง ๆ มาเตรียมพร้อมต่อหน้าหมอก

“แล้วทำไมวันนี้อยู่ร้านคนเดียวล่ะ” ตั้งแต่ย่างกายเข้ามาในร้าน หมอกยังไม่เห็นใครนอกจากช่อแก้วที่กำลังสาละวนกับการทำเครื่องดื่มอยู่คนเดียว

“อ๋อ วันนี้น้องพนักงานคนหนึ่งขอพาแม่ไปหาหมอเลยเข้าสายหน่อย ส่วนอีกคนโทรมาบอกว่ารถติด เพราะมีอุบัติเหตุข้างหน้า อีกเดี๋ยวก็มาถึงแล้ว ส่วนพี่คนที่ช่วยงานหน้าเตาเราให้ไปซื้อวัตถุดิบที่ใกล้หมดน่ะ อีกเดี๋ยวก็มา” ช่อแก้วตอบในขณะที่มือยังคงสาละวนกับการทำเครื่องดื่มสุดพิเศษให้กับเขา แต่นั่นไม่ใช่คำตอบที่หมอกอยากรู้เท่าไร เพราะเขากำลังรอคอยคำตอบเกี่ยวกับเขตต่างหาก

“แล้ว...พี่เขตล่ะ ไม่ได้มาช่วยเหรอ” หมอกถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูเป็นปกติที่สุด

“พี่เขตทำงานน่ะ จะมาช่วยเราเฉพาะวันหยุด” ช่อแก้วตอบกลับสั้น ๆ พลางส่งยิ้มบาง ๆ ให้

บทสนทนาที่เกี่ยวกับเขตจบลงโดยปริยาย จนบรรยากาศรอบตัวเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น เพราะยังไม่ทันที่ช่อแก้วจะทำเครื่องดื่มสุดพิเศษสำหรับหมอกเสร็จ ประตูร้านถูกเปิดออกอีกครั้ง ตามด้วยกริ่งหน้าร้าน

“ยินดีต้อนรับค่ะ คุณลูกค้าต้องการรับอะไรดีคะ” ช่อแก้วเงยหน้าขึ้นทักทายกลุ่มลูกค้าที่เปิดประตูเข้ามา ซึ่งเป็นพนักงานออฟฟิศกลุ่มหนึ่งที่ดูท่าทางเร่งรีบ

กรุ๊งกริ๊ง! กรุ๊งกริ๊ง! กรุ๊งกริ๊ง!

ยังไม่ทันที่ลูกค้ากลุ่มแรกจะเอ่ยสั่งเมนูใดทั้งสิ้น ประตูร้านก็เปิดกว้างอีกครั้ง ตามด้วยเสียงกริ่ง และหลังจากนั้น เสียงกริ่งก็ดังเป็นระยะ ๆ เรื่อย ๆ เพราะมีลูกค้าทยอยเข้ามาในร้านอย่างไม่ขาดสาย ทั้งพนักงานบริษัทที่รีบมาซื้อกาแฟและขนมก่อนเข้างาน ทั้งนักเรียนที่แวะมาหาอะไรทานรองท้องก่อนไปโรงเรียน ทุกคนเข้ามาภายในร้านจนแน่นขนัด ขณะเดียวกันมือของช่อแก้วก็ทำงานเป็นระวิง ทั้งรับออเดอร์ ทำเมนูเครื่องดื่ม รวมทั้งเมนูขนมที่ลูกค้าสั่งอย่างต่อเนื่อง เธอดูลนลานเล็กน้อยเพราะไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้เพียงลำพัง

“เราช่วย” หลังจากยืนดูช่อแก้วทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยได้ไม่นาน หมอกก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยอาสาจะช่วยงานช่อแก้ว เขาทนเห็นเธอทำงานหนักอยู่คนเดียวไม่ไหวแล้วจริง ๆ

“ไม่เป็นไร เราทำได้” ช่อแก้วตอบกลับไปด้วยความเกรงใจ เพราะเธอไม่แน่ใจว่าหมอกจะทำอะไรได้บ้างในร้านขนม

“แล้วเมื่อไหร่เราจะได้เครื่องดื่มสุดพิเศษล่ะ ถ้าช่อแก้วมัวแต่ทำคนเดียวแบบนี้” หมอกแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ทำให้ช่อแก้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย

“ขะ ขอโทษนะหมอก ไม่ต้องกังวลน่า เดี๋ยวเรารีบทำให้เลยนะ ดูสิเนี่ย” ช่อแก้วมองไปยังแก้วผสมเครื่องดื่มของหมอกที่ทำค้างไว้ เธอรู้สึกผิดที่ปล่อยให้หมอกต้องรอนาน

“ล้อเล่นน่ะ ไม่ต้องรีบทำให้เราหรอก เรารอได้ ลูกค้าเยอะขนาดนี้…ช่อแก้วทำคนเดียวไม่ทันหรอก ให้เราช่วยเถอะ เราอยากช่วยจริง ๆ นะ” หมอกยื่นมือไปหยิบผ้ากันเปื้อนที่แขวนอยู่ใกล้ ๆ

“หมอกทำเป็นเหรอ ปกติหมอกไม่เคยทำงานแบบนี้เลยนะ” ช่อแก้วถามย้ำอีกครั้งด้วยความไม่แน่ใจ

“เราเห็นช่อแก้วทำแล้วนี่ไง ไม่ยากหรอกน่า ไปทำออเดอร์ให้ลูกค้าเถอะ เรารับออเดอร์ให้เอง” หมอกยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมกับผูกผ้ากันเปื้อนไว้รอบเอวอย่างทะมัดทแมง

“เอาแบบนั้นก็ได้” ช่อแก้วลังเลเล็กน้อย เพราะแม้แต่เขตยังใช้เวลาเรียนรู้เป็นวันกว่าจะรับออเดอร์หน้าร้านได้อย่างคล่องแคล่ว แต่สถานการณ์ตอนนี้มันบีบบังคับให้เธอต้องรับความช่วยเหลือจากหมอก

“สวัสดีครับ รับอะไรดีครับ” หมอกก้าวเข้ามาประจำที่เคาน์เตอร์รับออเดอร์ทันที ช่อแก้วจึงเริ่มลงมือทำออเดอร์ให้ลูกค้าที่ค้างอยู่

“คาราเมลครีมแฟรบปูชิโน เพิ่มทอฟฟี่นัทไซรัปสองปั๊ม คาราเมลดริซเซลและเพิ่มวิปครีมด้วยค่ะ”

ลูกค้าผู้หญิงคนแรกสั่งเมนูที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำให้ช่อแก้วหันมองพนักงานจำเป็นทันที เธอแอบคิดในใจว่าแก้วแรกก็เจองานยากเสียแล้ว และมั่นใจว่าหมอกต้องขอความช่วยเหลือจากเธอแน่นอน เพราะถ้าเป็นเขตที่เจอเมนูยาว ๆ แบบนี้ต้องเรียกพนักงานหรือเธอมารับออเดอร์แทนแล้ว แต่เธอกลับคิดผิดถนัด

“คาราเมลครีมแฟรบปูชิโน เพิ่มทอฟฟี่นัทไซรัปสองปั๊ม คาราเมลดริซเซลเพิ่มวิปครีมนะครับ” หมอกทวนออเดอร์อย่างแม่นยำและชำนาญเกินคาด สีหน้าและแววคาของเขาไม่มีร่องรอยของความสับสนเลยแม้แต่น้อย พลางหันไปส่งสายตาให้ช่อแก้วเร่งทำออเดอร์ที่ค้างอยู่

“ใช่ค่ะ” ลูกค้าตอบกลับด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าพนักงานใหม่จะจำเมนูซับซ้อนแบบนี้ได้

“รับอะไรเพิ่มอีกไหมครับ” หมอกถามต่ออย่างสุภาพ

“ครัวซองค์แมคคาเดเมียหนึ่งชิ้นด้วยค่ะ” ลูกค้าตอบ

“ของคุณลูกค้าสองรายการ ทั้งหมดสองร้อยสิบห้าบาทครับ”

“สแกนนะคะ” ลูกค้าสาวหยิบโทรศัพท์มาสแกนคิวอาร์โค้ดที่ติดอยู่ด้านหน้าเคาน์เตอร์คิดเงินอย่างรวดเร็ว

“คิวที่เจ็ด รอออเดอร์สักครู่นะครับ เชิญท่านต่อไปได้เลยครับ” เมื่อได้รับยอดเงินแล้ว ใบเสร็จก็ถูกพิมพ์ออกมาอัตโนมัติ หมอกดึงหยิบยื่นให้ลูกค้าตรงหน้า แล้วเรียกลูกค้าคนถัดไปทันที

หลังจากนั้นอีกพักใหญ่ หมอกก็ช่วยรับออเดอร์ได้อย่างเกินความคาดหมายมาก และยังช่วยหยิบขนมใส่กล่องอย่างรวดเร็ว ช่วยชี้แจงเมนูต่าง ๆ ให้ลูกค้าอีกด้วย เรียกได้ว่าพนักงานจำเป็นคนนี้ช่วยงานช่อแก้วได้มากจนเธอนึกว่าเขาเป็นลูกจ้างประจำเลยทีเดียว ทำให้ช่อแก้วสามารถจัดการรังสรรค์ออเดอร์ให้ลูกค้าได้อย่างไม่ต้องพะว้าพะวง และในที่สุด กวาง พนักงานที่ไปซื้อวัตถุดิบก็กลับมาช่วยอีกแรง ทำให้ไม่มีลูกค้าท่านใดต้องรอนานเกินไป จนผ่านช่วงเวลาเร่งรีบยามเช้าไปได้ด้วยดี

“พี่ช่อ หนูต้องขอโทษด้วยนะคะ ตะ แต่ว่าหนูรีบสุด ๆ ได้เท่านี้จริง ๆ ค่ะ! รถติดมากเลยค่ะ!” หมวย พนักงานที่เจอปัญหารถติดรีบขอโทษขอโพยด้วยน้ำเสียงกระหืดกระหอบ เธอร้อนใจมากเพราะรู้ดีว่าช่วงเวลาก่อนแปดโมงเช้างานที่ร้านจะยุ่งมากแค่ไหน

“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ หมวยไปช่วยพี่กวางในครัวเถอะนะ” ช่อแก้วตอบอย่างเข้าใจ

“แล้ว...” หมวยมองไปยังลูกค้าหน้าหล่อที่นั่งอยู่ที่โต๊ะริมกระจก ซึ่งก็คือหมอกนั่นเอง เพราะเธอรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเขาเอามาก ๆ

“เดี๋ยวพี่จัดการเอง หมวยไปช่วยพี่กวางก่อนเลย” ช่อแก้วตอบปัดพลางโบกมือเบา ๆ

“อะ อ๋อ ได้เลยค่ะพี่ช่อ!” หมวยทำตามที่เจ้าของร้านบอก แยกตัวเดินเข้าไปในครัว แล้วก็ฉุกใจด้วยรู้สึกคุ้นหน้าลูกค้าที่นั่งอยู่เมื่อครู่ และในที่สุดเธอก็นึกออก ลูกค้าคนนี้คือผู้ชายที่มาเมื่อวาน แล้วก็หุนหันออกไปอย่างรวดเร็วนั่นเอง

“อะนี่ ได้แล้ว! เครื่องดื่มสุดพิเศษของหมอก” ช่อแก้วเดินมาหาเขาพร้อมเครื่องดื่มสุดพิเศษที่เธอปรุงขึ้นด้วยตัวเอง พร้อมกับขนมชอร์ตเบรดช็อกโกแลตคาราเมลสำหรับเขา เธอยื่นแก้วและจานขนมให้หมอกด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

ชอร์ตเบรด เป็นขนมประจำชาติสกอตแลนด์ที่หน้าตาคล้ายคุกกี้มาก แต่คุกกี้เป็นขนมของอังกฤษ ส่วนชอร์ตเบรดเป็นขนมของสกอตแลนด์ แม้จะลักษณะใกล้เคียงกันมากแต่ก็เป็นคนละอย่าง ทั้งขนมและประเทศ

“ขอบใจนะช่อแก้ว” หมอกรับแก้วเครื่องดื่มสุดพิเศษที่ช่อแก้วทำมาให้ขึ้นมาสูดดมอย่างช้า ๆ ได้กลิ่นหอมของกาแฟหอมกรุ่นปนกับกลิ่นผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน

“ปกติลูกค้าเยอะแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ” หมอกเอ่ยถามพลางมองไปรอบ ๆ ร้านที่ตอนนี้เริ่มเงียบลงแล้ว

“จะเยอะช่วงก่อนแปดโมงกับช่วงพักเที่ยงน่ะ ขอบใจหมอกมากนะ วันนี้ช่วยเราได้เยอะเลยจริง ๆ ไม่คิดเลยว่าหมอกจะช่วยงานที่ร้านได้มากขนาดนี้ เห็นทีเราคงต้องจ้างมาเป็นพนักวานพาร์ทไทม์แล้วล่ะมั้ง” ช่อแก้วกล่าวขอบคุณจากใจจริงพลางหัวเราะคิกคัก

“ก็แค่ช่วยรับออเดอร์นิดหน่อยเอง ไม่ได้ยากอะไรหรอก” หมอกเองก็หัวเราะเบา ๆ เช่นกัน ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ละเลียดลิ้มรสกาแฟในแก้ว

“อร่อยไหม เราใส่ยูซุเพียวเร่ลงไปด้วยนะ” ช่อแก้วมองดูไปก็ยิ่งลุ้นในทุกขณะ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง เป็นสีหน้าที่หมอกคุ้นชินมาก เพราะทุกครั้งที่ช่อแก้วทำขนมหรือเมนูใหม่ ๆ เป็นครั้งแรกแล้วนำมาให้เขาช่วยชิม เธอก็มักจะรอคอยปฏิกิริยาของเขาเสมอ

“อืมมมม... อร่อยมากเลย ความเปรี้ยวอมหวานของเพียวเร่ยูซุทำให้รู้สึกสดชื่นมาก ๆ เลย เราชอบนะ” หมอกตอบไปตามจริง ต้องยอมรับเลยว่ามันเป็นเครื่องดื่มที่อร่อยและแปลกใหม่จริง ๆ

“ดีเลย! เราจะเพิ่มเป็นเมนูของร้านนะ จะได้มีเมนูใหม่ ๆ ให้ลูกค้าเลือกมากขึ้น” ช่อแก้วกล่าวด้วยความดีใจออกนอกหน้า

“ดีเลย เราดีใจนะที่ความฝันของช่อแก้วเป็นจริง ได้เปิดร้านขนมเป็นของตัวเองแบบนี้น่ะ”

“เพราะป้ามุกกับลุงวราเมตตาเราเสมอเลยน่ะสิ ท่านช่วยเซ้งร้านนี้ให้เรา แถมแม่กับป๊าก็ลงทุนให้ทุกอย่างเลย ส่วนเราก็แค่ลงแรงให้เต็มที่เท่านั้นเอง เราก็ต้องยินดีกับหมอกด้วยนะที่เรียนจบอย่างที่ตั้งใจไว้น่ะ ต่อไปเราก็ต้องเรียกท่านประธานม่านหมอกแล้วสิ” ช่อแก้วเอ่ยแซวเล็กน้อย ทำให้หมอกอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ

“เราก็ยังเป็นหมอกคนเดิมของช่อแก้วนั่นแหละ”

“เราดีใจมากเลยรู้ไหมที่หมอกยังเป็นเพื่อนที่แสนดีของเราเหมือนเดิม” ถึงแม่ช่อแก้วจะพูดด้วยด้วยรอยยิ้มที่สดใส แต่รอยยิ้มกับคำว่าเพื่อนที่เธอเน้นย้ำนั้นมันทำให้เขารู้สึกเจ็บจี๊ดอยู่ในใจจนแทบสำลักออกมา

“…แน่นอนสิ ถ้าไม่ใช่เพื่อนแล้วจะให้เราเป็นอะไรไปได้ล่ะจริงไหม”

“อื้ม! ขอบคุณอีกครั้งนะหมอก ขอบคุณมากเลยสำหรับวันนี้น่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเพื่อช่อแก้วแล้ว…เราก็ทำได้ทุกอย่างนั้นแหละ ขอแค่ช่อแก้วบอกมาก็พอ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 195

    “เยอะไปเปล่าฮับหม่าม้า” ข้าวปั้นเอ่ยถาม“แต่ปุ้นว่าไม่เยอะไปนะฮับ กิงนมเยอะ ๆ ตัวฉูง ๆ”“เยอะไปหน่อยแต่ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเราค่อยเพิ่มน้ำผลไม้ทีหลังก็ได้”ต่อมาขั้นตอนที่สามคือการใส่ผลไม้ที่ช่อแก้วปั่นละเอียดเตรียมไว้ให้ลงไปในแก้ว โดยข้าวปั้นเลือกสตรอว์เบอร์รี ส่วนข้าวปุ้นเลือกมะม่วงสุกสีเหลืองทอง ท

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 194

    สุดสัปดาห์ต่อมาแสงยามเช้าของวันเสาร์ส่องเป็นประกายผ่านเข้ามาทางกระจกใสของร้าน Time To Love Bakery & Café ของช่อแก้ว กระทบกับตัวอักษรไม้แกะสลักชื่อร้านที่ประดับอยู่หน้าร้าน และวันนี้บรรยากาศภายในร้านก็ไม่ได้เงียบเชียบและเรียบง่ายเหมือนทุกวัน หากแต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ดังอยู่ตลอด เพราะ

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 193

    “ปะป๊าโตแย้วไมยะบายไม่ฉวยฮับ” คำถามของข้าวปุ้นยิ่งตอกย้ำให้หมอกเจ็บจี๊ด ๆ ขึ้นไปอีกหมอกยิ้มแห้งก่อนจะตอบ “ก็ปะป๊าไม่ถนัดเรื่องระบายสีในกรอบเล็ก ๆ แบบนี้นี่ครับ มือปะป๊าใหญ่จะตาย” เขาตอบอย่างยอมแพ้ “ปะป๊าว่า…พวกเราให้หม่าม้าสอนดีกว่านะ”ช่อแก้วที่นั่งมองอยู่ก็อดขำไม่ได้ แล้วในที่สุดเธอก็ต้องรับหน้าท

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 192

    รถยนต์คันหรูของหมอกเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าบ้านในยามเย็น ช่วงเวลาที่แสงแดดสีส้มอ่อน ๆ สาดส่องลงมากระทบกับตัวบ้านที่ดูกว้างขวางและมีพื้นที่ใหญ่โตมาก แต่ภาพของความสงบเบื้องหน้านั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะทันทีที่ประตูรถเปิดออก เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ทั้งสี่คนก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง“หม่าม้าขา หนูห

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 191

    “ออเดรย์ว่าน้อง ๆ ของข้าวหอมจะเป็นยังไงกันบ้างเหรอ” ข้าวหอมกระซิบถาม“ออเดรย์ว่าน้อง ๆ ต้องเรียนเก่งแน่เลย เดี๋ยวคุณครูก็ชมน้อง ๆ ให้ฟังแน่นอน” ออเดรย์ตอบอย่างอารมณ์ดี“แต่ข้าวหอมเป็นห่วงน้องจังเลย”“แม่มิลค์เคยบอกออเดรย์ว่าพี่น้องจะคอยเป็นห่วงกันเป็นเรื่องปกตินี่นา ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”“นั่นสิเนอะ อ

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 190

    หนึ่งอาทิตย์ต่อมาในที่สุดก็ถึงวันสำคัญที่ทุกคนในบ้านต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของสามแสบ ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น และข้าวปุ้น บรรยากาศในบ้านยามเช้าจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่น่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ดังไปทั่วบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ขณะที่หมอกกับช่อแก้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status