แอปฯรักษาใจ

แอปฯรักษาใจ

last updateLast Updated : 2026-09-09
By:  นิมิตจันทร์Updated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
16Chapters
13views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เขาจำได้ทันที เมื่อเห็นรูปเธอผ่านแอปฯ หมอออนไลน์ ที่เขาเป็นเจ้าของ เธอคือรักแรกที่เขายังคงฝังใจ การกลับมาพบกันครั้งนี้ เธอเป็นคนไข้ ซึ่งไม่รู้เลยว่า หมอเจ้าของไข้คนนี้เป็นคนที่เคยสร้างแผลใจไว้ให้เธอ การกลับมาพบกันอีกครั้งนี้จะ เป็นโอกาสให้เขาได้แก้ไขความผิดพลาดที่ทำไว้ในอดีตได้หรือไม่

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 แอปฯรักษาใจ

“กรี๊ดดดดดดดดดด...........”

เช้านี้มันเป็นเช้าที่แย่ที่สุดของฉันอีกแล้ว ฉันตื่นมาตอนเช้า กำลังจะทำธุระส่วนตัวตามปกติ แต่เมื่อได้เห็นหน้าตัวเองในกระจกเท่านั้นแหละ สิ่งแรกที่ทำได้คือ ร้องกรี๊ดดังลั่นบ้าน หลังจากนั้นฉันวิ่งออกมาจากห้องน้ำ แล้วรีบหลบซ่อนตัวเองบนที่นอน โดยดึงผ้าห่อขึ้นมาคลุมโปง ร้องไห้สะอื้นอยู่ในนั้น ไม่กล้าออกไปเจอใครอีกแล้ว

“อัยย์ เป็นอะไรไปลูก อัยย์.....” เสียงแม่ของฉันเองที่เคาะประตูเรียกอยู่หน้าห้องนอนของฉันตอนนี้

เพราะเสียงกรีดร้องของฉันเมื่อครู่ ทำให้แม่ตกใจจนแทบจะเทเกลือลงไปในหม้อน้ำซุปทั้งขวด แม่รีบวิ่งขึ้นมาจากห้องครัว และมายืนเคาะห้องเรียกให้ฉันเปิดออกไปด้วยน้ำเสียงร้อนใจมาก

“แม่....อัยย์เป็นอีกแล้ว หือออ เป็นอีกแล้ว” ฉันสะอื้นไป พยายามอธิบายกับแม่ไปด้วย ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังคลุมโปงอยู่ในผ้าห่มไม่ได้ลุกขึ้นมาเปิดประตูห้องให้แม่เข้ามา

“ยัยอัยย์ เป็นอะไร ใจเย็นๆ ก่อน มาเปิดประตูให้พ่อกับแม่เข้าไปก่อน แล้วเราค่อยคุยกันดีๆ” เสียงทุ้มนี้ คือ เสียงของพ่อ ที่ก็รีบวิ่งขึ้นมาจากห้องนั่งเล่น มาอยู่ที่หน้าห้องของฉัน ตามหลังแม่มาติดๆ

หลังจากได้ยินเสียงของพ่อ ฉันเริ่มตั้งสติได้ จึงค่อยๆ เปิดผ้าห่อออก ลุกจากที่นอนเดินไปปลดล็อคประตู แล้วรีบเอามือปิดหน้า วิ่งหันหลังกระโดดขึ้นที่นอนเอาผ้านวมคลุมหัวอีกทันที ฉันไม่อยากให้ใครเห็นฉันในสภาพนี้ มันน่าเกลียดมากจนฉันยังรับสภาพตัวเองตอนนี้ไม่ได้เลย

พ่อกับแม่ รีบเดินตามเข้ามาในห้อง นั่งลงที่เตียงข้างๆ จุดที่ฉันนอนเอาผ้าคลุมโปงอยู่ ทั้งสองท่านเป็นห่วงฉันมาก และคงพอจะนึกออกแล้วว่า ตอนนี้ฉันเป็นอะไร ท่านจึงไม่พยายามที่จะเปิดผ้านวมที่คลุมโปงออก เพียงแต่ปลอบใจฉัน และช่วยกันหาวิถีทางในการรักษาให้หายเป็นปกติอีกครั้ง

ใช่ค่ะ อาการนี้มันไม่ใช่เพิ่งเกินขึ้นครั้งแรก มันเคยเกิดขึ้นมาเมื่อนานหลายปีมาแล้ว และเราพยายามรักษากันจนเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่สุดท้ายวันนี้มันก็เกิดขึ้นอีก ทำให้วันนี้ ทุกคนรู้แล้วว่าโรคของฉันไม่ได้หายไป เพียงแต่ก่อนหน้านี้ มันไม่ได้ถูกกระตุ้นให้แสดงอาการออกมาเท่านั้นเอง

“อัยย์ แม่ขอโทษนะลูก แม่ไม่น่าขอร้องอัยย์เลย” แม่รู้สึกผิดกับฉันมาก และคิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้อาการนี้เกิดกับฉันอีก

เมื่อได้ยินแม่ขอโทษและโทษตัวเองแบบนั้น ฉันเริ่มตั้งสติทันที ฉันไม่อยากให้แม่ต้องเสียใจและโทษตัวเอง เพราะอาการป่วยของฉันแบบนี้ ฉันค่อยๆ เปิดผ้าออก โผเข้ากอดผู้เป็นแม่ ที่นั่งอยู่ข้างๆ เอาหน้าซุกที่อกแม่ ร้องไห้สะอื้น และพยายามปลอบแม่กลับไปเช่นกัน

“ฮือออ ไม่ใช่ความผิด ฮึกก.. ของแม่ ฮึกก.. อัยย์เอง ฮึกก...” ฉันพูดไปสะอื้นไป เสียใจด้วยแหละที่ทำให้แม่กับพ่อต้องมากลุ้มใจกับอาการประหลาดนี้กับฉัน

แม่กอดฉันเอาไว้ มือค่อยๆ ลูบหลังปลอบให้ฉันหยุดร้องไห้ ส่วนพ่อก็เอามือมาจับมือฉันไว้แล้วค่อยๆ ลูบหลังมือ เพื่อหวังว่าฉันจะสงบใจให้เย็นลงได้ และจะได้ปรึกษาช่วยกันหาทางแก้ไขต่อไป

ผ่านไปพักใหญ่ ฉันเงยหน้าขึ้นจากอ้อมกอดของแม่ น้ำตาก็ยังคงรื่นคลอที่ขอบตา แต่หยุดสะอื้นแล้ว คงได้เวลาที่ต้องคุยกันแล้วหล่ะ

__________ ∞©∞ __________

ฉันชื่อ อัยย์ คงรู้กันแล้วสิ ฉันมีอาการป่วยประหลาดอย่างหนึ่งที่ไม่เคยเจอที่ไหน อาการของมันคือ หน้าของฉันจะทั้งบวมแดง และมีเม็ดผดผื่นสีแดงเลือดขึ้นกระจายอยู่เต็มหน้าน่าเกลียดน่ากลัวมากเลยหล่ะ

ถ้ายังนึกความน่ากลัวไม่ออกนะ ให้คิดถึงหน้าของผีสาวที่ถูกฆ่าด้วยการเอาหน้าคว่ำลงพื้นถนนแล้วลากให้หน้าขูดกับพื้นถนนไปหลายเมตรได้เลย มันคงจะสยองประมาณนั้นแหละ

แล้วอาการมันเกิดได้ยังไงนะเหรอ สาเหตุของครั้งนี้ ก็คงจะเป็นเหตุการณ์จากเมื่อคืนที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้อาการกำเริบขึ้นมาอีกแบบนี้

แต่คงต้องขอบอกก่อนว่า ครอบครัวของฉันก็ค่อนข้างพิเศษนิดหน่อย เพราะแม่ฉันที่ทั้งสวย ทั้งใจดีดั่งนางฟ้า ที่รักและเป็นห่วงฉันสุดๆ เธอเป็น นักแสดงหญิงแถวหน้าของเมืองไทยเชียวนะ

แม่ตัดสินใจอำลาวงการเบื้องหน้า เพราะอยากจะมาช่วยงานของพ่อที่ก็ไม่ธรรมดา ท่านคือผู้กำกับมือทอง ที่กำกับเรื่องไหนก็ต้องดังระเบิด และเมื่อแม่ตัดสินใจอำลาวงการเบื้องหน้า ก็เลยเป็นเหตุให้ฉันต้องไปเจอสิ่งกระตุ้นให้อาการป่วยกลับมาอีก เรื่องมันเกิดจากเมื่อคืน

__________ ∞©∞ __________

ท่ามกลางแสงสี แสงไฟกระพริบถี่ๆ จากแฟลชที่ออกมาจากทั้งกล้องตัวใหญ่เลนส์เป็นกระบอกยาวเท่าแขน ทั้งมือถืออีกหลายสิบเครื่องที่อยู่ในมือของผู้คนมากมายที่ยืนรออยู่หลังเชือกกั้นทั้งสองฝั่งยาวไปตามแนวทางเดินที่ปูด้วยพรมสีแดงกำมะยี ยาวจากริมฟุตบาตไปจนแทบจะมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ในสายตาของฉันเอง

ฉันนั่งอยู่ด้านในรถตู้สีดำคันใหญ่ ด้วยมือที่ชุ่มเหงื่อประสานกันไว้แน่น และความหวาดกลัวที่กำลังแล่นอยู่ภายในสมอง ฉันพยายามอย่างมากที่จะทำให้คืนนี้มันผ่านไปได้ด้วยดี

คืนนี้ ฉันอยู่ที่งานใหญ่แห่งปีที่ผู้คนในวงการบันเทิงไทยให้ความสำคัญ เพราะนี่คืองานประกาศรางวัลประจำปี โดยปกติฉันไม่เคยจะยอมมาร่วมงานแบบนี้หรอก เพราะรู้ตัวเองดีว่าสภาพแวดล้อมแบบนี้อาจจะทำให้อาการประหลาดของฉันนั้นเกิดขึ้นอีก

แต่เพราะคืนนี้เป็นคืนพิเศษที่แม่ของฉัน นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ซึ่งถือได้ว่าเป็นดาวค้างฟ้าของวงการเลยก็ว่าได้ แม่กำลังจะใช้เวทีนี้ในการประกาศอำลาเบื้องหน้าไปทำงานเบื้องหลังกับพ่ออย่างเป็นทางการ ฉันซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียว จะไม่มาร่วมงานสำคัญอย่างนี้ก็คงจะน่าเกลียดมากเลยใช่มั้ยหล่ะ

อาการประหลาดนั้น ฉันก็ไม่ได้เป็นมันมานานมากแล้วนะ หลังจากตัดสินใจที่จะไม่ออกไปพบเจอผู้คนเยอะๆ เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ทำงานเขียนบทหนัง บทละครให้พ่อ หรือเขียนนิยายของตัวเอง อาจจะมีออกไปนอกบ้านบ้างนานๆ ครั้ง ก็เพียงแค่ตลาดหน้าปากซอยบ้าน หรือไปห้างในช่วงเวลากลางวันในวันธรรมดา ที่คนน้อยแสนน้อย จนแทบจะเหมือนห้างร้างนั่นแหละ

แม่ไม่ได้บังคับฉันหรอกนะ ท่านไม่ว่าอะไรเลยถ้าฉันจะไม่ได้มาร่วมงาน แต่ฉันคงรู้สึกผิดกับท่านมากจริงๆ ถ้าจะไม่มา

และสุดท้ายฉันก็มานั่งอยู่ตรงนี้ ในรถตู้สีดำคันนี้ ที่ในอีกเวลาไม่กี่นาที เราทั้ง 3 คน พ่อ.. แม่.. และตัวฉันเอง จะได้รับสัญญาณจากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลของงาน ให้เดินลงจากรถเพื่อเดินไปตามพรมแดง แวะถ่ายภาพที่หน้าแบ็คดรอป เสร็จแล้วก็ได้เดินเข้างาน

และหลังจากนั้น ฉันก็จะไปนั่งหลบอยู่ในห้องรับรองที่ถูกเตรียมไว้เป็นพิเศษ อยู่เงียบๆ ไม่ต้องพบเจอใคร นั่งดูบรรยากาศภายในงานผ่านทางหน้าจอทีวีจอใหญ่ในห้องเพียงลำพัง

“แป๊บเดียวเท่านั้น..แค่ไม่กี่อึดใจ แค่แป๊บเดียว อัยย์เธอทำได้” ฉันท่องงึมงำประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา ขยับปากขมุบขมิบเหมือนท่องมนต์อะไรซักอย่างอยู่อย่างนั้น จนกระทั่ง ได้สัญญาณจากเจ้าหน้าที่ และประตูรถก็เปิดออก

พ่อก้าวเท้าลงจากรถไปยืนอย่างมั่นคง และหันกลับมา ยื่นมือมารับแม่ที่ยื่นมือออกไปจับมือพ่อ และค่อยๆ ก้าวขาตามไปยืนเคียงข้างพ่อ

ระหว่างนั้น ฉันมองเห็นภาพทุกอย่างเป็นเหมือนภาพสโลว์โมชั่น เหมือนเวลาผ่านไปช้ามาก ฉันเหม่อมอง จนพ่อและแม่ต้องหันกลับมองเข้ามาในรถ และผยักหน้าเรียกให้ฉันก้าวตามออกไป

ฉันที่เพิ่งจะเริ่มรู้สึกตัว พยายามสูดหายใจเข้าเต็มปอด และก้าวท้าวตามท่านทั้งสองไป เมื่อเท้าแตะพรมแดง ฉันรู้สึกหายใจไม่ออก ทำได้เพียงพยายามยิ้ม หน้าตายิ้มของฉันตอนนี้ต้องประหลาดแน่ๆ แม่คงมองเห็น แม่จึงยื่นมือมาจับมือชื้นเหงื่อของฉัน พาเดินมาขนาบอีกข้างของแม่ และจูงมือเดินไปตามทาง

ระยะทางเดินพรมแดงจากรถไปถึงแบล็คดรอปถ่ายภาพ จริงๆ แค่ระยะ 200 เมตรเท่านั้นเองนะ แต่ฉันรู้สึกเหมือนเดิน 2 กิโลเมตรอย่างไรอย่างนั้น ขาฉันมันหนักแทบจะก้าวไม่ออก แต่แม่ก็พยายามบีบมือที่กุมอยู่จูงให้เดินไปจนดึงจุดถ่ายภาพจนได้

ฉันยืนถ่ายภาพได้เพียงไม่นาน ก็ทำท่าคล้ายขาอ่อนแรงจะล้มลงตรงนั้น จนแม่รู้สึกได้จากมือที่จับกันอยู่ แม่จึงรีบส่งสายตาบอกกับผู้ดูแลให้มารีบรับฉันไปที่ห้องรับรองทันที หลังจากนั้นฉันก็ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว

__________ ∞©∞ __________

“ไหนอัยย์...บอกแม่หน่อยซิว่าตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง” แม่นั่งกุมมือฉันไว้ แล้วเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ ทั้งยังมีน้ำตาเอ่อคลอ

“นอกจากที่เอ่อ...หน้า แล้วไม่มีอาการเจ็บปวดอะไรตรงไหนใช่มั้ยลูก” พ่อเดินวนไปมาอยู่เบื้องหน้าเราสองคนแม่ลูกอย่างร้อนใจ หันมาถามหลังจากคำถามของแม่จบไปเพียงไม่ถึงอึดใจ

ฉันมองหน้าท่านทั้งสองสลับไปมา แล้วส่ายหน้าช้าๆ “ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรที่อื่นเลยค่ะ อัยย์ รู้สึกปกติมากเลย จนไปเจอหน้าตัวเองในกระจก มันเป็นแบบนี้อีกแล้ว อัยย์ จะทำยังไงดีคะ แม่.. พ่อ..”

“ไปโรงพยาบาล.. ใช่ เราไปปรึกษาหมอที่โรงพยาบาลกัน” พ่อพูดจบกำลังจะเดินออกจากห้องเพื่อจะไปเตรียมรถ

“ใช่ๆ ไปกัน ลูกอัยย์ หนูเตรียมตัวนะคะ เดี๋ยวแม่จะไปเตรียมของ” แม่ลูบปลอมฉัน และกำลังจะลุกเดินตามพ่อไป

ฉันรีบดึงมือแม่เอาไว้ “แม่....ไม่เอาค่ะ อัยย์ ไม่ไปโรงพยาบาลนะคะ อัยย์ไม่อยากออกไปสภาพแบบนี้” แม่รีบนั่งลง เพราะเห็นฉันกำลังจะปล่อยโฮออกมาอีกแล้ว

“โอเคค่ะลูก ยังไม่ไปนะ แม่จะให้พ่อโทรปรึกษาคุณหมอให้ก่อนแล้วกันนะคะ เมื่อคืนกลับมาก็ยังปกติดี ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ หนูพักก่อนนะคะ เดี๋ยวแม่รีบไปคุยกับพ่อก่อน จะออกรถแล้วมั้งเนี่ย”

ฉันซุกตัวลงผ้านวมอีกครั้ง พยายามทำใจให้สงบ และคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ฉันจะทำยังไงดี มันกลับมาอีกแล้ว คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้ออกมาอีก “เฮ้อออ..”

__________ ∞©∞ __________

หลังจากฉันเผลอหลับไปอีกครั้งเพราะอ่อนเพลียจากการร้องไห้อย่างหนัก ตอนนี้ฉันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการท้องร้อง T T

ฉันรีบลุกจากที่นอน เดินเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวให้เสร็จอย่างไว โดยที่ไม่มองไปที่กระจกเลย ฉันยังรับสภาพหน้าตัวเองไม่ได้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ฉันไม่ลืมที่จะหยิบหน้ากากอนามัยมาใส่ปกปิดหน้าไว้ ถึงแม้จะได้แค่ครึ่งล่างของใบหน้าก็ยังดี หลังจากนั้น ก็ลงไปที่ชั้นล่างตรงไปที่ห้องครัวทันที ฉันหิวมากเลย คงเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เมื่อคืน และตอนนี้ก็เกือบจะบ่ายแล้ว

“แม่คะ...อ่าว นิต้า..” เดินยังไม่ถึงโต๊ะอาหารเล็กในครัวเลย ฉันเอ่ยเรียกแม่ เพราะได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังเข้าครัว ก็คงจะมีแม่เท่านั้นแหละ แต่กลับเจอนิต้าโผเข้ามากอดฉันแน่น

“เป็นไงบ้างอัยย์ ฉันห่วงเธอแทบแย่ ตอนมาถึงขึ้นไปหาแล้วเห็นหลับอยู่เลยยังไม่อยากกวน ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วใช่มั้ย เจ็บตรงไหนรึเปล่า....” นิต้าพูดรัวไม่หยุด ไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้ตอบคำถามเลย “นิต้า ถามรัวขนาดนี้จะให้ตอบคำถามไหนก่อนดี”

นิต้าชะงัก ถอนกอดแล้วเงยขึ้นมองหน้าฉัน พยายามสำรวจใบหน้าแต่ก็ไม่กล้าที่จะเอื้อมมือมาถอดหน้ากากอนามัยออกเอง เธอคงรู้ว่าฉันค่อนข้างอ่อนไหวมากในตอนนี้ แต่ฉันพอรู้อาการได้จากสีหน้าของเธอแล้วหล่ะ มันคงจะแย่มากเลย

หลังจากฉันเริ่มทานอาหารมื้อแรกของวันไม่นาน พ่อก็เข้ามาหาพวกเราในครัวด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจที่หาวิธีช่วยลูกสาวคนเดียวคนนี้ ที่ไม่ต้องการไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการ

“พ่อโทรคุยกับหมอแล้วนะ เขาให้เราลองใช้บริการหมอออนไลน์ดู ถ้าหนูไม่อยากจะไปหาหมอที่โรงพยาบาล” พ่อพูดอย่างตื่นเต้น พร้อมทั้งยืนสมาร์ทโฟนที่เปิดหน้าจอให้เห็นแอปพลิเคชั่นหนึ่งไว้ให้ฉันดู ฉันรับมาแล้วลองเลื่อนอ่านรายละเอียดการใช้บริการผ่านแอปฯ แล้วคิดว่ามันน่าสนใจและน่าจะเหมาะกับสถานการณ์ของฉันตอนนี้ที่สุด

หลังทานอาหารเสร็จ ฉันกับนิต้าขึ้นมาบนห้องนอนของฉัน นิต้ายังคงพูดสันนิษฐานอาการของฉันไม่หยุด ส่วนฉันเองรีบไปหยิบสมาร์ทโฟนที่วางชาร์จไว้ที่โต๊ะ เข้าค้นหาและโหลดแอปพลิเคชั่นหมอออนไลน์ ที่พ่อแนะนำมาไว้ในเครื่องทันที ไม่นานฉันก็ทำการลงทะเบียนเข้าแอปฯ เรียบร้อย แต่ยังนั่งจ้องหน้าจอแชทในแอปฯที่ยังคงว่างเปล่าอยู่พักใหญ่

นิต้าก็นั่งมองอย่างสงสัยจนเริ่มทนไม่ได้ “เธอเอาแต่นั่งจ้องแบบนั้น แล้วจะหายได้เหรออัยย์ ถามหมอไปเลยสิ ถามเลยจะได้รู้ว่ารักษาได้มั้ย” ริต้าเร่งเร้า จนฉันต้องยอมเริ่มที่จะพิมพ์ส่งอะไรบางอย่างลงไปในช่องแชท

__________ ∞©∞ __________

Doctor’s Online Chat

Aiyarin : “สวัสดีค่ะ ดิฉันอยากปรึกษาหมอค่ะ”

Doctor VP1 : “สวัสดีครับ อาการเป็นอย่างไรบ้างครับ?”

Aiyarin : “อาการค่อนข้างอธิบายยากค่ะ มีเหมือนแผลแดงที่หน้า แต่ไม่ใช่แผลนะคะ แต่แดงทั้งหน้า สีเหมือนเลือดเลยค่ะ”

Doctor VP1 : “คนไข้สะดวกถ่ายรูป ส่วนที่มีอาการส่งให้หมอวินิจฉัยได้มั้ยครับ เห็นภาพจะทำให้เข้าใจได้ง่ายกว่าครับ”

Aiyarin Leave Chat

__________ ∞©∞ __________

“เอ้า...อะไรวะ ออกแชทไปเฉยเลย”

“บ่นอะไรวะ ไอ้หมอภีม” หมอวัต กำลังจะเดินเข้ามาชวนเพื่อนหมอคนสนิทไปสังสรรค์คืนนี้ แต่ก็มาเจอกับเพื่อนรักกำลังนั่งบ่นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

“ก็คนไข้ออนไลน์ในแอปฯเราคนนี้สิวะ แชทมาบอกว่าจะตรวจอาการ พอขอให้ส่งรูปมาให้ดูก็ออกจากแชทไปเลย อะไรของเค้าวะ” ผมบ่นกับเพื่อนด้วยความเซง นานๆ ผมจะมีอารมณ์อยากเข้าไปสำรวจคนไข้ในแอปฯ หมอออนไลน์ ที่ผมกับเพื่อนผม ไอ้หมอวัตที่ยืนอยู่ในห้องผมตอนนี้ ร่วมกันก่อตั้งและทำโครงการนี้ขึ้นมาด้วยกัน

“แหม...ไอ้หมอภีม นึกยังไงถึงมาเข้ารับเคสในแอปฯวะ ตั้งแต่เปิดตัวใช้งานแอปฯอย่างเป็นทางการ ไม่เคยเห็นแกจะเข้าไปรับคอนซัลทเลย หรือถ้าเบื่อถ้าเหงาก็บอกเพื่อนคนนี้สิวะ ไปมะคืนนี้ที่เดิมคลายเหงาซะหน่อย” ไอ้หมอวัต ยังไงก็หนีไม่พ้นชวนเที่ยว ชวนดื่ม และก็พาสาวกลับห้อง

“ไม่หว่ะ...ช่วงนี้เบื่อๆ เดี๋ยวกลับละ ฝากปิดห้องด้วยนะเว้ย” ผมลุกขึ้นรีบถอดเสื้อคลุมสีขาวแขวนไว้ แล้วออกจากห้องทันที ไม่อยากอยู่ต่อให้ไอ้หมอวัตเซ้าซี้ ช่วงนี้ผมไม่มีอารมณ์ ออกมานั่งในรถแล้วก็นึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหน เลยตัดสินใจกลับคอนโดที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล

เพียงไม่นานผมก็ถึงคอนโด อาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดสีขาว กางเกงผ้าสีดำ เดินไปเปิดคอมฯ ที่โต๊ะทำงานเข้าแอปฯหมอออนไลน์ ด้วยความข้องใจกับเคสคนไข้ล่าสุดที่ผมได้คุยในแอปฯ

ผมคือ ภีมพัฒน์ ทุกคนเรียกผมว่า หมอภีม แน่นอนเพราะผมเป็นหมอ แต่พ่วงมากับตำแหน่งทายาทโรงพยาบาล รวมถึงเป็นผู้ร่วมก่อตั้งแอปฯหมอออนไลน์ ที่กำลังเป็นเรื่องกวนใจของผมในตอนนี้

ตั้งแต่ แอปฯหมอออนไลน์ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปีก่อน ผมก็ไม่จำเป็นต้องเข้าแอปฯไปเพื่อเป็นหมอรับคอนซัลทอีกแล้ว เพราะทุกอย่างเราร่วมกันวางแผนจัดการจ้างหมอสำหรับรับคอนซัลทในแอปฯเต็มอัตรา โดยที่คนที่เข้ามาปรึกษาสามารถได้รับการบริการได้ภายในไม่เกิน 10 นาที ในเคสที่ไม่หนักหมอจะสั่งจ่ายยาและส่งให้คนไข้ถึงที่บ้าน ส่วนเคสที่ต้องตรวจเป็นพิเศษเราจะนัดคิวหมอที่โรงพยาบาลให้คนไข้เข้ารับการตรวจได้ทันที

Doctor’s Online Chat

Aiyarin : Picture sent

ผมจ้องรูปถ่ายที่เธอส่งมาในแอปฯ หมอออนไลน์ ตาไม่กระพริบอยู่หลายนาที ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ตกใจ แปลกใจ ดีใจ... แล้วก็พึมพำออกมาอย่างคนหาเสียงตัวเองไม่เจอ ‘O_O ... อัยย์’

__________ ∞Q∞ __________

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
16 Chapters
ตอนที่ 1 แอปฯรักษาใจ
“กรี๊ดดดดดดดดดด...........” เช้านี้มันเป็นเช้าที่แย่ที่สุดของฉันอีกแล้ว ฉันตื่นมาตอนเช้า กำลังจะทำธุระส่วนตัวตามปกติ แต่เมื่อได้เห็นหน้าตัวเองในกระจกเท่านั้นแหละ สิ่งแรกที่ทำได้คือ ร้องกรี๊ดดังลั่นบ้าน หลังจากนั้นฉันวิ่งออกมาจากห้องน้ำ แล้วรีบหลบซ่อนตัวเองบนที่นอน โดยดึงผ้าห่อขึ้นมาคลุมโปง ร้องไห้สะอื้นอยู่ในนั้น ไม่กล้าออกไปเจอใครอีกแล้ว “อัยย์ เป็นอะไรไปลูก อัยย์.....” เสียงแม่ของฉันเองที่เคาะประตูเรียกอยู่หน้าห้องนอนของฉันตอนนี้ เพราะเสียงกรีดร้องของฉันเมื่อครู่ ทำให้แม่ตกใจจนแทบจะเทเกลือลงไปในหม้อน้ำซุปทั้งขวด แม่รีบวิ่งขึ้นมาจากห้องครัว และมายืนเคาะห้องเรียกให้ฉันเปิดออกไปด้วยน้ำเสียงร้อนใจมาก “แม่....อัยย์เป็นอีกแล้ว หือออ เป็นอีกแล้ว” ฉันสะอื้นไป พยายามอธิบายกับแม่ไปด้วย ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังคลุมโปงอยู่ในผ้าห่มไม่ได้ลุกขึ้นมาเปิดประตูห้องให้แม่เข้ามา “ยัยอัยย์ เป็นอะไร ใจเย็นๆ ก่อน มาเปิดประตูให้พ่อกับแม่เข้าไปก่อน แล้วเราค่อยคุยกันดีๆ” เสียงทุ้มนี้ คือ เสียงของพ่อ ที่ก็รีบวิ่งขึ้นมาจากห้องนั่งเล่น มาอยู่ที่หน้าห้องของฉัน ตามหลังแม่มาติดๆ หลังจากได้ยินเสียงของพ่อ ฉั
last updateLast Updated : 2026-09-09
Read more
ตอนที่ 2 รักแรกพบ
14 ปีก่อน...โรงเรียนมัธยมพิพรรธวิทยา “วี๊ดดดดดด....บึ้ม 12 123 12 12 1 วี๊ดดดดดดด...บึ้ม” เสียงเพลงเชียร์ดังสั่นอย่างต่อเนื่อง ทุกพื้นที่ของโรงเรียนฝั่งหญิงนี้ครึดครื้นมากกว่าทุกวันในหนึ่งปีที่ผ่านมา ปีละครั้งเท่านั้น ที่โรงเรียนแห่งนี้จะจัดงานกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างฝั่งชาย และฝั่งหญิง เด็กนักเรียนทุกคนจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะช่วงนี้เท่านั้น ที่เด็กนักเรียนชาย และนักเรียนหญิง จะได้ใช้สถานที่อยู่ในรั้วโรงเรียนเดียวกันที่ฝั่งหญิงล้วน ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงาน แม้ว่าจะขึ้นชื่อได้ว่าอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่โรงเรียนแห่งนี้มีการแบ่งฝั่งเป็นฝั่งชายล้วน และฝั่งหญิงล้วน ซึ่งที่ตั้งโรงเรียนทั้งสองฝั่งถูกแบ่งกั้นด้วยถนนส่วนบุคคล 2 เลนเท่านั้นเอง เพียงแต่เด็กๆ ทั้งสองฝั่งไม่ได้รับอนุญาติให้พบปะพูดคุยกันระหว่างที่อยู่ในบริเวณโรงเรียนนี้ มีแค่ช่วงเวลาเพียงเดือนเดียวช่วงนี้เท่านั้น ที่นักเรียนทั้งสองฝั่งจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะรุ่นพี่มัธยมปลาย ที่เป็นกลุ่มที่ต้องเป็นกำลังหลักในการช่วยจัดงานนี้ขึ้นมา และควบคุมดูแลให้การจัดงานผ่านไปได้ด้วยดี __________ ∞©∞ __________ “พวกเธอรีบหลบ
last updateLast Updated : 2026-09-09
Read more
ตอนที่ 3 เขา และ เธอ
ผมก็ยังคงนั่งอยู่ที่เก้าอี้โต๊ะทำงานที่คอนโด แม้ว่าตอนนี้ จะมีแสงแดดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา จนสว่างไปครึ่งห้องแล้วก็ตาม ผมนั่งมองภาพผู้หญิงที่โชว์อยู่ที่หน้าจอแลปท็อป ตั้งแต่ที่เปิดขึ้นมาเห็นจนถึงตอนนี้ ในหัวคิดวนเวียน นึกถึงภาพจำที่ผ่านมาเนิ่นนาน แต่ก็ยังคงชัดเจนในความทรงจำ เธอยังคงดูไม่เปลี่ยนไปมากนัก ถึงแม้โครงหน้าจะดูบวมขึ้นเล็กน้อย ผิวหน้าจะดูไม่ขาวสดใส นวลเนียนเหมือนเดิม แต่ก็คงเป็นเพราะอาการป่วยของเธอ ที่ทำให้เธอต้องมาปรึกษาหมออย่างผม “อัยย์ เป็นเธอจริงๆ ใช่มั้ย เธอหายไปไหนมา มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ผมได้แต่พึมพำอยู่อย่างนั้น ถ้าเป็นอัยย์จริงๆ ซึ่งผมก็มั่นใจว่าใช่เธอ ผมจะทำยังไงดี ถ้าเธอรู้ว่าหมอที่เธอมาปรึกษาคือผม เธอจะหนีหน้าผมไปอีกหรือไม่ ผมไม่ยอม ครั้งนี้ผมต้องคบกับเธอให้ได้ คิดได้ดังนั้น ผมรีบพิมพ์ตอบกลับเธอทันที Doctor's Online Chat Aiyarin : Picture Sent Doctor VP1 : “คนไข้มีอาการมากี่วันแล้วครับ เคยทดสอบภูมิแพ้มั้ยครับ” Aiyarin : “ไม่เคยเลยค่ะ” Doctor VP1 : “คนไข้สะดวกให้นัดเข้ามาตรวจที่โรงพยาบาลมั้ยครับ ใช้เวลาไม่นาน หากทานยาแก้อาการแพ้ให้งดยาก่อน 7 วัน
last updateLast Updated : 2026-09-09
Read more
ตอนที่ 4 หาว่าฉันบ้า
“ช่วยเร่งให้ผมหน่อย ผลตรวจออกเมื่อไหร่ รีบแจ้งผมทันทีเลยนะครับ” ผมกำชับกับเจ้าหน้าที่ในห้องแลป ก่อนจะเดินกลับไปห้องทำงานที่แผนก ผมจะลองค้นข้อมูลอาการของอัยย์ระหว่างรอผล “ไปไหนมาวะ ไอ้หมอภีม” ไอ้หมอวัต คนเดิมเดินเข้ามากวนผม ตั้งแต่ผมเข้ามาในห้องไม่ทันได้นั่งลงที่เก้าอี้ด้วยซ้ำ “มึงมาหากูบ่อยขนาดนี้ น้องๆ เด็กๆ มึงไม่ว่างหรือไง” ผมสวนกลับมันไปด้วยความรำคาญ ที่มันตามติดผมเหลือเกิน และยิ่งช่วงนี้ ผมไม่อยากให้มันรู้เรื่องที่ผมกำลังรักษาอัยย์อยู่ “มึงทำอะไร เคสเร่งเหรอ ใครวะ กูรู้จัก!?” “มึงไม่ต้องรู้ทุกเรื่องของกูก็ได้ เอาเวลาไปหาเด็กๆ มึงเถอะ” ผมจะไล่มันไปยังไงดี “ทำลับๆ ล่อๆ นะมึง อย่ามาให้กูช่วยทีหลังนะ ว่าแต่มึงเข้ามาช่วงนี้ก็ดี มีหมอหลายคนไปเรียนต่อเฉพาะทางเพิ่ม มึงกับกูต้องเริ่มรับเคส ระหว่างรอหมอมาใหม่หว่ะ” “เออๆ เดี๋ยวกูลองดู เท่าที่ได้ กูรู้แล้ว มึงไปได้แล้ว กูยุ่ง” “ยุ่งอะไรของมึงวะ เออๆ กูไม่เซ้าซี้ก็ได้ อย่าลืมนะ รับเคสด้วย” ไอ้วัต เห็นหน้าผมเริ่มบอกบุญไม่รับ ก็ไม่เซ้าซี้ต่อ พูดจบก็ออกไปทางห้องทำงานตัวเอง __________ ∞©∞ __________ Doctor’s Online Chat Doctor
last updateLast Updated : 2026-09-09
Read more
ตอนที่ 5 ไม่ใช่เธอ
“ยังไงยัยอัยย์ จู่ๆ ก็โทรมาโวยวาย แล้วอยู่ดีๆ ก็วางสายเพื่อนไปเลย” นิต้ามาหาฉันแต่เช้า หลังทานมื้อเช้ากันเสร็จก็ขึ้นมาบนห้อง บ่นและว่าฉันไม่ยอมหยุด ฉันก็ผิดเองแหละ ก็เมื่อคืนหลังจากเห็นคุณหมอแชทกลับมา ฉันตื่นเต้นมากไป เลยรีบวางสายจากนิต้าแล้วไปใช้สมาธิอ่านข้อความคุณหมอ ที่ส่งรายละเอียดมายาวเหยียด “ก็คุณหมอเขาส่งข้อความกลับมายาวมาก เราเลยต้องใช้สมาธิอ่านหน่ะ โอ๋ๆ ไม่งอนเราน๊า” “แล้วอะไร ทำไมหมอนั่นต้องส่งข้อความมาดึกๆ อีก ไหนมาดูหน่อยซิ” นิต้ายังไม่ยอมปล่อยผ่าน “นี่ไง คุณหมอบอกรายละเอียดอาหารเสริมกับของใช้ที่จะส่งมาให้” ฉันยื่นสมาร์ทโฟนที่เข้าหน้าแชทไว้ ให้นิต้าไปอ่านดู “โหห ยัยอัยย์ นี่หมอเค้าจะรักษาเธอ หรือ หมอเค้าจะขายของเธอเนี่ย เยอะขนาดนี้ แล้วมีแต่อาหารเสริม กับผลิตภัณฑ์อะไรเนี่ย ไม่เห็นมียาเลย หมอขายของแน่แบบนี้” นิต้าบ่นอุป ที่เห็นรายการ “ไม่หรอกมั้ง เป็นหมอ จะทำแบบนั้นได้เหรอ” “แหม ไม่ทันไร ปกป้องหมอซะแล้ว เดี๋ยวคอยดูเถอะ เจอค่ารักษาเข้าไป มีอึ้งแน่ ยัยอัยย์ เธอเขียนนิยาย เขียนบทมือหงิก” พอนิต้าพูดมาแบบนี้ ฉันชักจะเสียวสันหลังแล้วสิ ถึงแม้ฉันจะทำงานเขียนบท เขีย
last updateLast Updated : 2026-09-09
Read more
ตอนที่ 6-1 เสียงคุ้นหู
หลังจากอาหารเย็นไม่นาน นิต้าก็ขอกลับบ้าน เพราะพรุ่งนี้เธอมีนัดลูกค้า ส่วนฉันก็ขึ้นห้องเพื่อเขียนบทละครต่อ ไม่นานก็มีแจ้งเตือนข้อความใหม่จากแอปฯ หมอออนไลน์ Doctors Online Chat Doctor VP1 : “สวัสดีครับ ทานมื้อเย็นแล้ว อย่าลืมทานวิตามินนะครับ” Aiyarin : “เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” หมอดูแลแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะ ดูแลดีจัง Doctor VP1 : “คนไข้ได้รับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแล้วนะครับ สามารถใช้ตามคำแนะนำที่ข้างขวดได้เลยนะครับ หลังจากทำความสะอาดแล้ว ซับหน้าพอหมาด แล้วใช้ผลิตภัณฑ์บำรุง ตามขั้นตอนที่เขียนเลขไว้บนขวดนะครับ แต่ละขั้นตอนเว้นซัก 3-5 นาที เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ซึมลงผิวก่อนลงตัวถัดไปนะครับ หากมีข้อสงสัยทักถามผมได้ตลอดนะครับ” ถึงแม้ว่าก่อนที่ผมจะเอาของไปส่งให้อัยย์ ผมเช็กแล้วเขียนลำดับใช้งานไว้ทุกขวดแล้วก็เถอะ แต่ก็ยังอยากจะย้ำให้เธอใช้อย่างถูกวิธี เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด Aiyarin : “ค่ะคุณหมอ คุณหมอละเอียดมากเลยค่ะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ" Doctor VP1 : “ผมอยากให้คนไข้รักษาหายไวๆ ครับ ระหว่างนี้ ควรหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่านอนดึกมากนะครับ ขอให้หลับฝันดีครับ” จริงๆ ผมยังอยากจะคุยกับเธอมา
last updateLast Updated : 2026-09-09
Read more
ตอนที่ 6-2 เสียงคุ้นหู
“ส่งของ ของคุณอัยยรินทร์ครับ มีคนอยู่มั้ยครับ” หลังจากที่แชตคุยกับอัยย์เมื่อเช้า ผมก็รีบจัดการตัวเอง ก่อนมาผมแวะซื้อชุดบำรุงออแกนิคสำหรับภูมิแพ้ผิวหนัง ยังไม่พอ ยังมีผลไม้พวกเบอร์รี่ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แล้วยังมีน้ำแร่อีกแพคใหญ่ ซื้อของเสร็จแล้วก็รีบมาที่บ้านอัยย์ทันที ผมไม่ต้องแวะเข้าไปที่โรงพยาบาลเพื่อเปลี่ยนชุดแล้ว เพราะผมสั่งชุดใหม่มาให้ตัวเองเลย พร้อมกับมอเตอร์ไซค์อีกคัน ติดกระเป๋าใส่ของด้านหลังที่มีตราโรงพยาบาลแบบถูกระเบียบทุกอย่าง เพื่อความสะดวกของผมเอง และไม่ต้องเป็นเป้าสายตาเวลาผมต้องเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดที่ห้องพนักงานส่งของ “เอ่อ รอสักครู่นะคะ” คนส่งของมาแล้ว ฉันก็ยังอยู่คนเดียวที่บ้าน เมื่อไม่มีใครช่วยได้ ก็คงต้องช่วยตัวเองแล้วล่ะ ฉันรีบหาผ้าคลุมปิดหน้าเหลือแค่ดวงตาให้มองเห็นทางเดินได้ แล้วค่อยๆ เดินออกไปรับของจากพนักงานที่ยืนเรียกอยู่ที่ประตูรั้ว “สวัสดีค่ะ ของฉันมีเยอะมั้ยคะ” ฉันมองออกไปที่รถนั้น เห็นว่าของมีเยอะจนล้นกระเป๋าด้านหลังแต่ก็คิดไปว่าคงเป็นของคนอื่นด้วยรวมๆ กันมา เลยลองเอ่ยถามไป “ของคุณอัยยรินทร์ทั้งหมดเลยครับ” ผมตอบเธอ และยื่นถุงชุดบำรุงพร้อมกับถุงผล
last updateLast Updated : 2026-09-09
Read more
ตอนที่ 7-1 ไม่ใช่คนสำคัญ
คืนนี้ฉันต้องอยู่ที่บ้านคนเดียว เพราะพ่อกับแม่น่าจะโต้รุ่งที่กองถ่ายเหมือนเคย ซึ่งมันก็ไม่เป็นปัญหาหรอก ปกติก็เป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อสายวันนี้ เสียงของพนักงานส่งของคนนั้น ทำให้ฉันไม่สามารถข่มตาหลับได้เลยหลังทานมื้อเย็น ก็ไม่ลืมทานผลไม้ วิตามิน แล้วก็ขึ้นห้องมาอาบน้ำทาครีมบำรุงที่ได้มาวันก่อนแล้วก็เพิ่มของใหม่วันนี้ จะว่าไปมันก็ออกจะใช้เวลามากอยู่เหมือนกันนะ กว่าจะเสร็จก็ค่ำแล้วฉันอยากนอนไวตามที่คุณหมอบอกไว้ แต่จนใกล้จะ 4 ทุ่มแล้วก็ยังไม่หลับ และยังคงพยายามคิดว่าเสียงพนักงานส่งของที่ได้เจอวันนี้ เหมือนกับคนที่ฉันเคยรู้จักและคุ้นเคย มันทำให้ฉันคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อนานมากแล้ว14 ปี ก่อน…โรงเรียนมัธยมพิพรรธวิทยาสุดท้ายแล้ว ฉันก็ต้องอยู่ที่โรงเรียนจนงานกีฬาสัมพันธ์จบลง หลังจากกีฬาทุกรายการแข่งกันจบ การประกาศผลการแข่งของปีนี้คือ โรงเรียนเราทั้งฝั่งหญิงและฝั่งชาย ต่างก็ได้รางวัลกันเท่าๆ กัน ซึ่งเท่าที่ฉันเรียนที่นี่มาตั้งแต่ม.1 ผลมันก็เป็นอย่างนี้ แทบทุกปีอยู่แล้วเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ฉันรีบเก็บของโดยไว เหนื่อยมาก เหนียวตัว อยากกลับบ้านไปอาบน้ำ นอนตากแอร์เย็นๆ ดูซีรีส์ท
last updateLast Updated : 2026-09-09
Read more
ตอนที่ 7-2 ไม่ใช่คนสำคัญ
เย็นวันนั้นฉันก็เจอเขาอีก และก็เป็นแบบเดิมอีกแล้ว เขาจ่ายค่ารถให้ บอกว่าตอบแทนที่แนะนำน้ำเต้าหู้กับซาลาเปาให้ มันอร่อยจริงๆ ฉันไม่อยากต่อล้อต่อเถียงจึงปล่อยผ่านไปได้ขึ้นรถฟรีก็ดีซะอีก เช้าวันถัดมา เขาอยู่ที่ป้ายรถอีก แต่ครั้งนี้ในมือถือถุงน้ำเต้าหู้กับซาลาเปาอยู่แล้ว 2 ถุง เขายื่นถุงหนึ่งให้ฉัน “อะ ป้าบอกเมื่อเช้าไม่ได้ส่งให้ที่บ้านเธอ เราเลยเอามาเผื่อ” ฉันมองหน้าเขาอย่างงงๆ “คราวนี้ ขอบคุณเรื่องอะไรอีกเหรอ เรายังไม่ได้ทำอะไรให้นายนะ” “เราแค่อยากให้ เราอยากเป็นเพื่อนกับเธออะ ได้มั้ย” สีหน้าเขาตอนนี้ ทำให้รู้สึกว่าถ้าไม่ยอมรับปากคงจะรู้สึกผิดมากเลย “ก็ได้แหละมั้ง แต่ทำไมอยากเป็นเพื่อนเรา เพื่อนเธอเยอะแยะ” “ก็ไม่รู้สิ ถูกชะตามั้ง…เราชื่อภีม นะ” “อืม เรารู้อยู่แล้วล่ะ นายออกจะดังในโรงเรียน” “แหะๆ ไม่ขนาดนั้นหรอก งั้นเราเรียกเธอว่าอัยย์ ได้มั้ย” เขาเกาท้ายทอย ก้มหน้าน้อยๆ ระหว่างถามฉัน ‘แล้วทำไมเขารู้ชื่อฉันด้วยล่ะ ฉันไม่เคยบอกเขานะ’ พอฉันทำหน้างงใส่ เขาคงรู้ว่าฉันสงสัย “เมื่อวานเราได้ยินป้าขายน้ำเต้าหู้เรียกเธอไง” “อ๋อ อืมได้สิ” หลังจากนั้นฉันกับเขา จะขึ้นรถกลับบ้านพร
last updateLast Updated : 2026-09-09
Read more
ตอนที่ 8 เสียเธอไปแล้วจริงๆ
วาเลนไทน์ปีสุดท้ายของชีวิตนักเรียนมัธยมของฉัน ผ่านไปอย่างยากลำบากมากจริงๆเย็นวันนั้น ภีมมายืนรอที่ป้ายรถเหมือนทุกวัน เหมือนมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพียงแต่ฉันไม่สามารถจะทำแบบเขาได้ ฉันหลบหน้าเขาด้วยการเดินไปขึ้นรถที่ป้ายรถก่อนจะถึงป้ายหน้าโรงเรียน และฉันยอมที่จะขึ้นแท็กซี่แทนที่จะเป็นรถเมล์เหมือนทุกวันหลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ก็ถึงช่วงฤดูแห่งการสอบ เรื่องของฉันจึงได้รับความสนใจน้อยลงไปจนเงียบไปเอง เพราะทุกคนกำลังอยู่ในช่วงเคร่งเครียดกับการสอบ โดยเฉพาะเด็กม.6 อย่างพวกฉันที่ต้องเตรียมเรียนต่อในมหาวิทยาลัยทุกๆ วันเช้าและเย็น ภีมยังคงนั่งรถเมล์ที่ป้ายเดิม เวลาเดิม แต่ฉันขอให้พ่อขับรถรับ-ส่งแทน จนกระทั่งวันสุดท้ายของการเรียนที่นี่ หลังจากนี้ ฉันเลือกไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ภาคเหนือ แทนการเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ตามที่เคยตั้งใจไว้หลังจากรู้ผลประกาศจากทางมหาวิทยาลัยไม่นาน ฉันติดต่อหอพักนักศึกษาและเตรียมตัวเดินทางทันที“แม่ต้องคิดถึงหนูแน่ๆ เลยลูกอัยย์ ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก กลับมาบ้านบ่อยๆ นะคะ ถ้าหนูไม่ไหวรีบบอกแม่นะ แม่จะให้พ่อไปรับกลับทันทีเลย” ระหว่างแม่ช่วยเก็บกระเป๋าเตรียมเดินทาง แม่พูดวนอยู่แบบ
last updateLast Updated : 2026-09-09
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status