Share

บทที่ 11

Author: Melyssa
last update publish date: 2026-08-30 06:10:50

“หมอก รู้ไหมว่าเราดีใจมากแค่ไหนที่วันนี้หมอกมาหาเรา เราคิดว่าหมอกโกรธที่เรา...” ช่อแก้วตัดสินใจพูดอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงเธอแผ่วลงเล็กน้อย หลังจากที่ทั้งคู่นั่งเงียบกันไปครู่หนึ่งและมีเพียงเสียงถอนหายใจเบา ๆ ของช่อแก้วเท่านั้น

“มีแฟน?” หมอกพูดแทรกขึ้นมาทันทีราวกับรู้ว่าเธอจะพูดอะไรต่อ

เพราะนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาหุนหันพลันแล่นออกไปจากร้านของช่อแก้วเมื่อวานนี้ เพราะความขุ่นเคืองและความผิดหวังแล่นเข้าสู่หัวใจของเขาอย่างฉับพลันเมื่อเห็นเธออยู่กับเขต ความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้มันตีรวนอยู่ในอกไม่จางหาย

“อะ...อืม” ช่อแก้วพยักหน้าเบา ๆ เพราะคำที่หมอกพูดตรงกับสิ่งที่เธอตั้งใจจะพูดพอดี เธออยากจะรู้เหตุผลที่แท้จริงจากปากของเขา เธออยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนของพวกเขาไม่ต้องมีกำแพงอะไรมากั้นกลาง

“เราไม่ได้โกรธเรื่องนั้นสักหน่อย”

นานเป็นนาทีกว่าที่หมอกจะให้คำตอบ สายตาของเขากวาดมองไปรอบ ๆ ร้านเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของช่อแก้ว และเขาเลือกที่จะตอบปฏิเสธ แม้ในใจจะรู้สึกตรงกันข้ามก็ตาม ความรู้สึกที่แท้จริงยังคงถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชาเสมอ

“ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้…แล้วทำไมตอนนั้นหมอกถึงดูโกรธจังที่เห็นว่าเรามีแฟน ท่าทางของหมอกเมื่อวานมันดูแปลกไปมาก ๆ เลยนะ” แม้เขาจะปฏิเสธ แต่ช่อแก้วก็ยังไม่หายคาใจอยู่ดี ท่าทีของเขาเมื่อวานนี้มันชัดเจนเกินกว่าที่จะบอกว่าไม่โกรธ

“เราแค่รู้สึกเหมือนตัวเองถูกช่อแก้วทรยศก็เท่านั้นแหละ”

หมอกให้เหตุผลกลับมาด้วยเสียงอ่อนลง สีหน้าของเขาผิดหวังเล็กน้อย และคำพูดเหล่านั้นของเขา มันก็ทำให้ช่อแก้วย่นคิ้วเข้าหากันทันควัน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงใช้คำว่า 'ทรยศ'

เธอไปทำอะไรให้เขารู้สึกแบบนั้นกันแน่?

ช่อแก้วมองหน้าหมอกอย่างงุนงง ไม่เข้าใจความหมายที่อยู่ในคำพูดนั้น

เธอทรยศเขาเรื่องอะไรกัน?

ความสัมพันธ์ของเธอกับหมอกก็เป็นแค่เพื่อนมาตลอด ไม่เคยมีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น

แล้วทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนถูกทรยศล่ะ? คำถามมากมายผุดขึ้นมาในใจของเธอทันที

“แต่ช่างมันเถอะ ช่อแก้วไม่ต้องสนใจหรอก” หมอกตัดบทอย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป ไม่อยากให้ความรู้สึกที่ซับซ้อนและอ่อนไหวของเขาถูกเปิดเผยต่อหน้าเธอ “เราต้องเข้าบริษัทแล้ว” เขายกนาฬิกาเรือนหรูที่ประดับบนข้อมือขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยท่าทีที่สง่างาม

เมื่อได้มีโอกาสพิจารณาจึงเพิ่งรู้ว่าเพื่อนที่เคยสูงไล่เลี่ยกันในวัยเด็ก บัดนี้กลับร่างสูงใหญ่กว่าเธอมาก กล้ามเนื้อทุกมัดดูกำยำจากการที่เขาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แผ่นหลังและไหล่กว้าง ทำให้เธอดูตัวเล็กไปจนต้องแหงนหน้ามองใบหน้าที่หล่อเหลานั้นแทน แววตาคมเข้มของหมอกดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก พอได้มองใกล้ ๆ ก็ทำให้เธอใจเต้นกระเส่าอย่างไม่มีเหตุผล เหมือนมีผีเสื้อนับพันโบยบินอยู่ในท้อง

หมอกเองก็ไม่คิดจะหลบสายตาของช่อแก้วที่มองมาเลยสักนิด ทว่านัยน์ตาของเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ยากจะคาดเดาเหลือเกิน เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับต้องการจะเก็บช่วงเวลาที่ได้สบตากับเธอไว้ในความทรงจำ แต่แล้วสายตาสองคู่ก็ต้องละออกจากกันเมื่อเสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง

กรุ๊งกริ๊ง! กรุ๊งกริ๊ง! กรุ๊งกริ๊ง!

“ลูกค้าเข้าแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะช่อแก้ว”

เมื่อพูดจบ หมอกก็เดินผ่านลูกค้าผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้าน เพื่อออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่แม้แต่จะเสียเวลามองเธอคนนั้นเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่อีกฝ่ายมองตามร่างสูงสง่าของหมอกจนลับสายตา

“โอ๊ย! หล่ออย่างกับดาราแหนะ ใครเหรอแก” หญิงสาวคนนั้นร้องทักออกมาด้วยความตกตะลึงทันทีที่หมอกเดินผ่านไป เธอหันมาถามช่อแก้วอย่างสนิทสนม ในขณะที่สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้และตื่นเต้นสุดขีด

“…อ๋อ เพื่อนน่ะ” ช่อแก้วตอบสั้น ๆ พร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ เธอรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้เป็นอย่างไร เพื่อนของเธอที่ชื่อว่า ออม ศิรญา ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

“จริงเหรอ ทำไมไม่เคยรู้มาก่อนว่าแกมีเพื่อนหล่อขนาดนี้” ออมตาเป็นประกายขึ้นมาทันที ราวกับเจอขุมทรัพย์ซ่อนเร้นที่เธอตามหามานานแสนนาน เธอแทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

“หมอกไปเรียนอเมริกาตั้งแต่ไฮสคูล นี่เพิ่งจะกลับมาน่ะ” ช่อแก้วอธิบายอย่างอดกลั้น

“โห! หล่อมากแม่ แถมยังเป็นนักเรียนนอกอีก เท่สุด ๆ ไปเลยอ่ะแก! แนะนำฉันกับหมอกให้รู้จักกันหน่อยสิ นะ ๆ ๆ ๆ” ออมรบเร้าด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“แนะนำเหรอ” ช่อแก้วเอ่ยถามกลับไปเสียงเบาพร้อมกับย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เธอรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีอะไรบางอย่างติดอยู่ในใจลึก ๆ ที่ทำให้เธอไม่อยากทำตามคำขอของเพื่อน

“ใช่! แนะนำสิ ฉันชอบหมอกไปแล้วเนี่ย” ออมเขย่าตัวช่อแก้วอย่างบ้าคลั่งคล้ายคนที่ตกอยู่ในอาการคลั่งรัก พวงแก้มเธอแดงฉ่ำด้วยความตื่นเต้น

“แต่แกเพิ่งจะเจอหมอกเมื่อกี้เองนะออม”

“แกไม่เคยได้ยินเรื่องรักแรกพบเหรอ หมอกน่ะ…เป็นรักแรกพบของฉันเลยนะ” ออมยืนกรานด้วยเสียงหนักแน่น พร้อมกับวางมือบนอกซ้ายราวกับหัวใจของเธอกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง

“รักแรกพบของแกนี่บ่อยมากเลยนะ” ช่อแก้วบ่นเบา ๆ เพราะตั้งแต่รู้จักกันมา เพื่อนคนนี้ก็เปลี่ยนแฟนมานับไม่ถ้วน และมักจะใช้คำว่ารักแรกพบกับทุกคนที่เจ้าตัวสนใจ ช่อแก้วจึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

“คนที่มันไม่ใช่ เราก็ไม่ควรเสียเวลาไหมล่ะ เคยได้ยินไหมว่าแฟนที่ดีก็คือแฟนใหม่น่ะ ไม่รู้แหละ แกต้องแนะนำฉันให้รู้จักกับหมอกให้ได้นะช่อ ไม่งั้นฉันไม่ยอม!” ออมกล่าวอย่างเด็ดขาด

“เอ่อ...” ช่อแก้วกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเบา ๆ ด้วยความลำบากใจ เธอไม่รู้จะปฏิเสธยังไงดี เพราะออมเป็นเพื่อนสนิทและมักจะมีวิธีบังคับให้เธอต้องทำตามคำขอร้องเสมอ

“นะแก นะ ๆ ๆ แนะนำฉันให้รู้จักกับหมอกหน่อย ขอร้องล่ะเพื่อนรัก”

ออมรบเร้าเซ้าซี้ไม่เลิกโดยไม่สนสีหน้าลำบากใจของช่อแก้ว เพราะรู้จุดอ่อนของเพื่อนคนนี้ดีว่าช่อแก้วเป็นคนขี้ใจอ่อน ไม่ค่อยปฏิเสธใคร และเธอก็รู้ด้วยว่าตัวเองมีอิทธิพลต่อช่อแก้วมากแค่ไหน

“เอาไว้ถ้าฉันมีโอกาส เดี๋ยวฉันจะลองแนะนำแกกับหมอกให้ได้รู้จักกันไว้ก็แล้วกันนะ แต่ฉันไม่รับปากว่าจะสำเร็จนะ หมอกเขาไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้หรอก” ช่อแก้วยอมอ่อนข้อให้ในที่สุด เธอพยายามยื่นเงื่อนไขเพื่อที่จะไม่ผูกมัดตัวเองมากเกินไป

“สัญญาแล้วนะ ดีใจที่สุดเลย แกนี่แหละเพื่อนรักของฉัน” ออมกระโดดโลดเต้นดีใจราวกับเด็กที่เพิ่งได้ของเล่นชิ้นใหม่ เธอแทบจะโผเข้ากอดช่อแก้วด้วยความตื่นเต้น

“อืม ฉันสัญญาแล้ว...พอใจหรือยัง แล้วทำไมวันนี้ไม่ไปทำงานล่ะ”

เพราะไม่รู้จะปฏิเสธยังไง สุดท้ายช่อแก้วจึงรับปากอีกฝ่ายไปแบบนั้น แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้

“ขี้เกียจอ่ะแก วันนี้อยากพักผ่อน สมองไม่แล่นเลย” ออมกล่างพลางเดินไปนั่งยังโซนที่เป็นโซฟาตัวยาวอย่างสบายใจ คล้ายกับว่าร้านนี้เป็นของเธอเอง

“เดี๋ยวก็ไม่ผ่านโปรหรอก งานที่แกทำอยู่มันเป็นช่วงทดลองงานไม่ใช่เหรอ” ช่อแก้วเอ่ยเตือนอีกครั้ง เพราะเธอจำได้ว่าเพื่อนอยู่ในช่วงทดลองงานที่บริษัทใหม่ที่เพิ่งเข้าไปทำได้ไม่นาน

“ก็งานมันน่าเบื่ออ่ะ แล้วยัยหัวหน้าก็บ้าอำนาจอย่างกับอะไรดี จู้จี้จุกจิกไปหมด ฉันก็เคยเล่าให้แกฟังแล้วนี่นา” ออมบ่นอุบ ใบหน้าเธอยู่ยี่ด้วยความเบื่อหน่าย

“แต่ปีนี้แกเปลี่ยนงานมาสามรอบแล้วนะออม มันจะดีเหรอ”

“ก็เหมือนกับแฟนนั่นแหละ ไม่ดีก็แค่หาใหม่ ใครจะเหมือนแกล่ะ ได้เป็นนายตัวเอง…มีธุรกิจของตัวเอง ฉันไม่ได้มีคนลงทุนเปิดร้านให้เหมือนอย่างแกนี่”

เหมือนกับทุกครั้ง เมื่อถูกช่อแก้วว่าเรื่องเปลี่ยนงาน ออมก็จะยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นข้ออ้างเพื่อโจมตีจุดอ่อนของช่อแก้ว ทำให้ช่อแก้วรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งไป

“เป็นนายตัวเองก็ใช่ว่าจะไม่เหนื่อยนะออม ฉันต้องตื่นแต่เช้ามาเตรียมวัตถุดิบ ทำขนม กว่าจะจัดร้าน กว่าจะได้พักก็เย็นแล้วนะ” ช่อแก้วพยายามอธิบายถึงความเหน็ดเหนื่อยและเบื้องหลังความสำเร็จที่หลายคนมองข้าม

“พอเลย ที่ฉันมาหาแก ไม่ได้อยากมาฟังอะไรแบบนี้นะ” ออมตัดบทอย่างรวดเร็ว “ฉันยากฟังเรื่องหมอกมากกว่า เล่าเรื่องเขาให้ฟังหน่อยสิ มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง เล่ามาให้หมดเลยนะ”

“ฉันต้องไปทำขนมต่อแล้ว นี่ก็เลยเวลาที่ต้องเข้าครัวทำขนมมามากแล้วด้วย”

ช่อแก้วตอบกลับไปด้วยความลำบากใจ เธอไม่มีเวลามาเล่าเรื่องของหมอกให้ออมฟังตอนนี้จริง ๆ เพราะมีขนมอีกหลายอย่างที่ต้องทำเพื่อเตรียมขายให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

“ถามจริงเหอะนะ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ฉันไม่เข้าใจเหมือนกัน แกเป็นเจ้าของร้าน ลูกน้องก็มีไม่ใช่เหรอ แกก็ให้ลูกน้องทำไปสิ จะมาทำเองให้เหนื่อยเพื่อ ถ้าเป็นฉันนะ…จะชี้นิ้วสั่ง ๆ ๆ ๆ อย่างเดียวเลย แล้วก็นั่งสวย ๆ รอรับเงิน”

“เพราะฉันอยากรักษามาตรฐานของร้านน่ะสิ อยากให้ลูกค้าได้ทานขนมที่อร่อยและมีคุณภาพเหมือนที่ฉันทำเองทุกชิ้น ไม่ใช่แค่รสชาติแต่รวมถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอนด้วย ส่วนแกอยากกินอะไรก็สั่งหมวยละกันนะ” ช่อแก้วบอกขณะหันไปเห็นว่าหมวยเดินออกมาจากครัวพอดี เธอจึงใช้โอกาสนี้ปลีกตัวจากเพื่อนเพื่อกลับเข้าไปในครัว

“หมวย เอาแฟลตไวท์มาให้ฉันแก้วหนึ่ง แล้วก็พวกคุกกี้ด้วยนะ” ออมตะโกนสั่งหมวยเสียงดังฟังชัด ราวกับหมวยเป็นพนักงานส่วนตัวของเธอ

แฟลตไวท์ เป็นเมนูกาแฟที่มีต้นกำเนิดจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ประกอบด้วยเอสเพรสโซ่และนมร้อนที่ตีจนเนียนละเอียด โดยมีปริมาตรกาแฟและนมร้อนในอัตราส่วนหนึ่งต่อสามเพื่อให้รสชาติที่นุ่มนวลและสมดุล เหมาะสำหรับคนที่ชอบดื่มกาแฟนม ไม่ข้น ไม่หวานจนเกินไป

หมวยชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินน้ำเสียงจากคำสั่งของออม ใบหน้าของเธอบึ้งตึงทันที

“ได้ยินที่ฉันสั่งไหมยัยหมวย” เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากพนักงาน ออมก็เค้นเสียงถามอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะหงุดหงิดและไม่พอใจ

“ได้ยินค่ะ กำลังทำให้อยู่ค่ะ” เสียงของหมวยแฝงไปด้วยความประชดประชันเล็กน้อย เธอไม่ชอบท่าทีวางอำนาจของออมเลยสักนิด แต่ก็พยายามจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้

“เดี๋ยวเถอะนะ มาทำหน้าทำตา เดี๋ยวฉันจะบอกให้ช่อไล่แกออก” ออมจ้องเขม็ง ชี้หน้าคาดโทษใส่หมวยด้วยความโมโหที่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบรับคำสั่งของเธอโดยทันที

นี่นับว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่หมวยถูกผู้หญิงคนนี้วางอำนาจใส่ ด้วยการถือตัวว่าตัวเองเป็นเพื่อนเจ้าของร้าน แต่หมวยก็ไม่ได้กลัวคำขู่ของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอทำงานกับช่อแก้วมานานพอที่จะรู้ว่าช่อแก้วไม่ใช่คนหูเบาและไร้เหตุผล แล้วเธอก็ตั้งใจทำงานเสมอมา นอกจากนี้ ช่อแก้วยังเป็นคนใจดีและเข้าใจลูกน้องเสมอ หมวยจึงทำเพียงแค่ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย แล้วเดินไปทำแฟลตไวท์และคุกกี้ให้ออมตามคำสั่งอย่างเงียบ ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 195

    “เยอะไปเปล่าฮับหม่าม้า” ข้าวปั้นเอ่ยถาม“แต่ปุ้นว่าไม่เยอะไปนะฮับ กิงนมเยอะ ๆ ตัวฉูง ๆ”“เยอะไปหน่อยแต่ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเราค่อยเพิ่มน้ำผลไม้ทีหลังก็ได้”ต่อมาขั้นตอนที่สามคือการใส่ผลไม้ที่ช่อแก้วปั่นละเอียดเตรียมไว้ให้ลงไปในแก้ว โดยข้าวปั้นเลือกสตรอว์เบอร์รี ส่วนข้าวปุ้นเลือกมะม่วงสุกสีเหลืองทอง ท

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 194

    สุดสัปดาห์ต่อมาแสงยามเช้าของวันเสาร์ส่องเป็นประกายผ่านเข้ามาทางกระจกใสของร้าน Time To Love Bakery & Café ของช่อแก้ว กระทบกับตัวอักษรไม้แกะสลักชื่อร้านที่ประดับอยู่หน้าร้าน และวันนี้บรรยากาศภายในร้านก็ไม่ได้เงียบเชียบและเรียบง่ายเหมือนทุกวัน หากแต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ดังอยู่ตลอด เพราะ

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 193

    “ปะป๊าโตแย้วไมยะบายไม่ฉวยฮับ” คำถามของข้าวปุ้นยิ่งตอกย้ำให้หมอกเจ็บจี๊ด ๆ ขึ้นไปอีกหมอกยิ้มแห้งก่อนจะตอบ “ก็ปะป๊าไม่ถนัดเรื่องระบายสีในกรอบเล็ก ๆ แบบนี้นี่ครับ มือปะป๊าใหญ่จะตาย” เขาตอบอย่างยอมแพ้ “ปะป๊าว่า…พวกเราให้หม่าม้าสอนดีกว่านะ”ช่อแก้วที่นั่งมองอยู่ก็อดขำไม่ได้ แล้วในที่สุดเธอก็ต้องรับหน้าท

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 192

    รถยนต์คันหรูของหมอกเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าบ้านในยามเย็น ช่วงเวลาที่แสงแดดสีส้มอ่อน ๆ สาดส่องลงมากระทบกับตัวบ้านที่ดูกว้างขวางและมีพื้นที่ใหญ่โตมาก แต่ภาพของความสงบเบื้องหน้านั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะทันทีที่ประตูรถเปิดออก เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ทั้งสี่คนก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง“หม่าม้าขา หนูห

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 191

    “ออเดรย์ว่าน้อง ๆ ของข้าวหอมจะเป็นยังไงกันบ้างเหรอ” ข้าวหอมกระซิบถาม“ออเดรย์ว่าน้อง ๆ ต้องเรียนเก่งแน่เลย เดี๋ยวคุณครูก็ชมน้อง ๆ ให้ฟังแน่นอน” ออเดรย์ตอบอย่างอารมณ์ดี“แต่ข้าวหอมเป็นห่วงน้องจังเลย”“แม่มิลค์เคยบอกออเดรย์ว่าพี่น้องจะคอยเป็นห่วงกันเป็นเรื่องปกตินี่นา ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”“นั่นสิเนอะ อ

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 190

    หนึ่งอาทิตย์ต่อมาในที่สุดก็ถึงวันสำคัญที่ทุกคนในบ้านต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของสามแสบ ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น และข้าวปุ้น บรรยากาศในบ้านยามเช้าจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่น่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ดังไปทั่วบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ขณะที่หมอกกับช่อแก้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status