มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
ตลอดช่วงเวลากว่าหกเดือนที่ผ่านมา ทุกลมหายใจเข้าและออกของ หมอก ม่านหมอก นั้นจดจ่อไปที่วิทยานิพนธ์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เขาทั้งมุ่งมั่นและตั้งใจ ใช้เวลาอยู่กับมันนานกว่าวันละสิบชั่วโมงเป็นขั้นต่ำ เพราะถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด เขาก็จะจบการศึกษาในระดับปริญญาโทได้อย่างสมบูรณ์แบบ และจะได้เดินทางกลับประเทศไทยเสียที ซึ่งสิ่งแรกที่เขาตั้งใจทำก็คือการไปหาเพื่อนสนิทในวัยเด็กที่หัวใจของเขามันเรียกร้องให้เป็น ‘มากกว่าเพื่อน’
สองขายาวก้าวเข้ามาในห้องนอนเพื่อจะตรวจเช็กงานบนหน้าจออีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันได้ทำอะไร เขาก็ต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ เมื่อเห็นว่า ช่อแก้ว หญิงสาวผู้เพื่อนสนิทในวัยเด็กของเขากำลังนั่งอยู่บนเตียง
“ชะ ช่อแก้ว...” หมอกแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เขาจึงยกมือขยี้ตาด้วยความสับสนว่านี่เขาคิดถึงเธอจนอาการหนักถึงขั้นมองอะไรก็เห็นหน้าเธอไปหมดเลยได้ยังไง หมอกหลับตาลงหนึ่งครั้งและลืมตาขึ้นมาใหม่ แต่เธอก็ยังคงอยู่ที่เดิม แถมยังส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้เขาอีกต่างหาก หมอกจึงรู้ได้ทันทีว่าภาพที่เห็นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นช่อแก้วคนเดิมของเขาจริง ๆ
ทันใดนั้น ช่อแก้วก็ลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงเข้ามาหาและช้อนสายตามองเขาอย่างมีเลศนัย แพขนตาทุกเส้นของเธอเรียงกันเป็นเส้นสวย กะพริบปริบ ๆ ไม่กี่ครั้ง ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มน้ำจะเป็นฝ่ายเอ่ยกับหมอกก่อน
“เราคิดถึงหมอกนะ” เธอกล่าวเสียงแผ่วคล้ายเสียงกระซิบพร้อมโผเข้ามากอดเขา โดยที่หมอกไม่ได้คาดคิด และตั้งตัวไม่ทันสักนิด
“...”
“หมอกล่ะ…คิดถึงเราไหม”
ช่อแก้วพูดไปก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบไล้ไปมากับแผงอกกว้างตรงหน้าเธอ แต่สายตาคู่นั้นของเธอก็ยังคงจ้องลึกเข้าไปในแววตาของคนตัวสูงกว่า ราวกับต้องการจะอ่านใจเขาให้ได้มาซึ่งคำตอบที่เธอต้องการ
“..คิดถึงสิ…คิดถึงมาก…เราคิดถึงช่อแก้วมากเลยรู้ไหม”
“จริงเหรอ ถ้างั้น…เราก็มีอะไรจะบอกหมอกด้วยนะ”
“ช่อแก้วจะบอกอะไรเราเหรอ”
“คือว่า...เราไม่อยากเป็นเพื่อนหมอกแล้ว…ได้ไหม เราชอบหมอกนะ” เธอตัดสินใจสารภาพความในใจออกมา พลางยกมือขึ้นแล้วใช้นิ้วหยอกล้อกับริมฝีปากหยักได้รูปของหมอกอย่างเย้ายวน
“ระ…เราก็ชอบเธอช่อแก้ว ชอบมานานมากแล้วด้วย ไม่ว่าใครหน้าไหนที่ผ่านเข้ามา…เราก็ยังชอบเธอคนเดียวมาตลอดเลย” สองข้างแก้มของหมอกเริ่มขึ้นสีแดงด้วยความขัดเขินและทำตัวไม่ถูก เขาไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่ช่อแก้วจะเป็นฝ่ายสารภาพความรู้สึกกับเขาก่อน และก็เป็นวันเดียวกันที่เขาได้บอกความรู้สึกที่มีกลับไป ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหนที่ใจของช่อแก้วรู้สึกเหมือนกันกับเขา ลมหายใจอุ่นร้อนทั้งสองสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะประกบลงบนริมฝีปากนุ่ม สัมผัสจากหมอกทำให้ช่อแก้วได้ลิ้มรสความอ่อนโยนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ไม่นานนัก หมอกก็ถอดถอนตัวออกมาเพื่อจะร้องของบางอย่างจากคนตรงหน้า
“ช่อแก้ว…เป็นของหมอกนะ”
“เราก็เป็นของหมอกคนเดียวมาตลอดอยู่แล้ว” ทันทีที่พูดจบ หมอกก็โน้มใบหน้าเข้าใกล้ช่อแก้วอีกครั้ง และเริ่มสานต่อรสจูบที่เร่าร้อนยิ่งกว่าเก่า แต่ในครั้งนี้เขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ริมฝีปากของเธอเท่านั้น เพราะความต้องการมันเรียกร้องให้หมอกมีความโลภขึ้นมาในใจ เขายากจะสัมผัสเธอไปทั้วทั้งตัว อยากจะลิ้มลองและเสพกลิ่นกายที่หอมอ่อน ๆ บนผิวเนียนนุ่มของช่อแก้ว
มือหนาของหมอกดึงรั้งเอวบางของช่อแก้วเข้ามาแนบตัว จงใจถูไถกล้ามเนื้อของตัวเองเข้ากับความนุ่มนิ่มบนตัวเธอ ก่อนที่เสียงครางแผ่วเบาจะเล็ดลอดออกมาจากปากของช่อแก้ว เพราะจู่ ๆ หมอกก็ใช้คมเขี้ยวของเขาขบเม้มลงกับลำคอระหง
“…อ๊ะ!”
ขณะที่ปลายจมูกโด่งของหมอกกำลังซุกไซ้คลอเคลียบนซอกคอขาวอยู่ มือหนาข้างหนึ่งก็เลื่อนวนไปรอบ ๆ เอวคอด วนไปวนมา แล้วมืออีกข้างหนึ่งก็สอดแทรกเข้าไปใต้สาบเสื้อ กอบกุมเอาไว้รอบเต้าอวบอิ่มที่คับแน่นอัดอยู่ใต้บรา จากนั้นหมอกจึงเริ่มออกแรงบีบขยำอย่างแผ่วเบา แต่ไม่นาน สัมผัสนุ่มนวลของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นสัมผัสที่ร้อนแรงมากขึ้น
หมอกปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่ปกปิดอยู่บนร่างกายของช่อแก้วให้ออกไปจนหมดสิ้น จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายของตัวเองออกอย่างลวก ๆ เช่นกัน เมื่อร่างกายเปลือยเปล่าต่อหน้ากันแล้วทั้งคู่ ฝ่ามือหนาก็คว้ากอบกุมเข้าที่อกอวบอิ่มทั้งสองข้างอย่างเต็มไม้เต็มมือ ความนุ่มเด้งนี้มันล่อตาล่อใจเขามาตาไหนแต่ไรแล้ว และตอนนี้เขาก็มีสิทธิ์ทาจะครอบครองเป็นเจ้าของได้เต็มที่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องหักห้ามใจตัวเองอีกต่อไปแล้ว
“อะ อ่า…หมอก...อือ…”
ถึงจะจะเพิ่งเริ่มถูกปลุกเร้าอารมณ์ขึ้นมาเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่สมองของช่อแก้วก็ขาวโพลนไม่เหลือความคิดมากมายใด ๆ ในหัวอีกต่อไปแล้ว ไม่นานนัก เรือนกายของเธอก็กระตุกเกร็ง เพราะถูกเรียวลิ้นร้อน ๆ ของหมอกเกี่ยวกระหวัดดูดดึงรอบยอดอกสีหวานของเธอ ช่อแก้วเหลือบมองใบหน้าหบ่อเหลาของหมอกอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก็เห็นว่าเขากำลังพร่ำกดจูบไปทั่วผิวกายของเธอจนมันขึ้นรอยช้ำเป็นจ้ำ ๆ ความนุ่มลื่นและเปียกแฉะนั้นทำให้เธอเสียวซ่านจนเผลอกัดปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
“อ๊ะ! อึก...หมอก! อ๊า!”
สัมผัสจากลิ้นและฝ่ามือหยาบของหมอกสร้างความเสียวกระสันให้ช่อแก้วเป็นอย่างมาก ถึงขั้นที่ทำให้เธอต้องแอ่นร่างกายเข้าหาเขา เพื่อตอบรับแรงอารมณ์อันพลุ่งพล่านของอีกฝ่าย ในตอนนี้ช่อแก้วเอวก็เริ่มรับรู้ได้ถึงความบิดเกร็งและความฉ่ำเยิ้มตรงช่องทางรักกลางหว่างขา
หมอกได้ลิ้มลองดื่มด่ำกับเรือนร่าฃของช่อแก้วอย่างตะกละตะกลาม เขารุกล้ำไปทั่วไล่ตั้งแต่บนลงล่าง เท่าไรก็ไม่พอใจเสียที ทางฝั่งของช่อแก้วที่ถูกความเสียววาบหวามรุมเร้าทุกทิศทางก็ทำอะไรไม่ถูก จึงได้แต่กอดรัดรอบร่างกายกำยำของหมอเอาไว้อย่างแนบแน่นที่สุด หมายจะระบายอารมณ์บ้าง
ฝ่ามือของเธอปัดป่ายไปทั่วแผ่นหลังกว้างด้วยความลุ่มหลง ขณะเดียวกัน หมอกก็เริ่มเลื่อนปลายนิ้วเรียวไปตามร่องรักของช่อแก้วด้วยเช่นกัน ปลายนิ้วที่กรีดลากผ่านทำเอาช่อแก้วสะดุ้งโหยง สั่นสะท้านไปทั้งตัว ช่อแก้วส่งเสียงครางเล็ดลอดออกมาจากในลำคอ พลางจิกปลายเล็บลงบนไหล่ของหมอกจนเป็นรอยข่วน
ไม่นานนัก หมอกก็เคลื่อนตัวลงต่ำ ใช้ริมฝีปากของเขาพรมจูบไล่จากร่องอกลงไปจนถึงหน้าท้องแบนราบเรียบ แล้วมาหยุดอยู่เหนือเม็ดเสียว เขายกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยด้วยความเจ้าเล่ห์ ก่อนจะซุกใบหน้าลงไปบดเบียดสลับกับดูดเม้มที่เม็ดเสียวนั้น
“ฮึก!...อะ อ๊า!…อ่า…”
ปลายเท้าของช่อแก้วกระตุกเกร็งทันที เมื่อลิ้นร้อนและชุ่มตวัดกระตุ้นจ่ออยู่รอบปากทางเข้าใกล้ช่องทางรักของเธอ เขาโลมเลียฉกชิมความหวานหอมไปทั่วทุกแห่งหน โดยไม่ได้สนใจเลยว่าช่อแก้วจะต้องดิ้นพล่านด้วยความทรมานมากแค่ไหน หนำซ้ำเขายังชอบใจเสียอีกที่ได้มอบความสุขสมทางกายให้แก่คนที่เขาตกหลุมรักมาตลอด
หมอกเกร็งปลายลิ้นระรัวและเริ่มแหย่สอดลิ้นของเขาให้แทรกไปตามร่องของกลีบรอบช่องทางรัก และไม่ลืมที่จะดื่มซดน้ำหล่อลื่นสีใสที่หลั่งไหลออกมาทุกหยดราวกับจะไม่ให้เหลือ ทุกส่วนตรงร่องรักของช่อแก้วถูกหมอกจู่โจมด้วยความหื่นกระหาย โดยที่เขาไม่ได้นึกรังเกียจหรือเขินอายต่อหน้าเธอเลยสักนิด ต่อให้จะต้องทำอย่างนี้ไปทั้งคืน เขาก็เต็มใจยอมและพร้อมจะปรนเปรอจนกว่าเธอจะเสร็จสมถึงฝั่งฝัน
“มะ หมอก พอก่อนเถอะนะได้โปรด…จะ จะไม่ไหวแล้ว…ฮึก!…”
ช่อแก้วเลื่อนสองมือของเธอมาจิกลงบนเส้นผมของหมอกและดึงทึ้งสุดแรงอย่างไม่เกรงใจ เพราะตอนนี้เธอเสียวซ่านจนสติเริ่มหลุดลอยไปแล้ว มือเล็ก ๆ นั้นอดไม่ได้ที่จะต้องกดหัวของอีกคนให้ซุกใบหน้ากับริมฝีปากลงไปแนบชิดกับหว่างขาของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนเธอเองก็แอ่นสะโพกรับจังหวะขยับลิ้นของเขาเช่นกัน
“อ๊า!…ตรงนั้น…หมอก ตรงนั้นแหละ!…อื้อ!”
หมอกเงยหน้าขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะพูดว่า “ช่อแก้วต้องเป็นของหมอกคนเดียว” พูดจบเขาก็เขี่ยยอดอกของช่อแก้วเล่นและใช้สองนิ้วคลึงวนไปมา บดบี้อย่างมันส์มือไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ
“ระ อื้อ! เราจะเป็นของหมอกคนเดียว…”
ช่อแก้วสูญเสียสมาธิในการควบคุมตัวเองไปจนหมดสิ้นแล้ว ทันใดนั้น ขาเรียวทั้งสองข้างก็ยกขึ้นเกี่ยวรัดสะโพกสอบของหมอกเอาไว้ และรั้งให้เขาขยับลงมาหาร่องรักของเธอที่อ้าออกเพื่อรอเขาอยู่
“เราไม่ไหวแล้ว ฮึก! อย่าทรมานเราเลยนะหมอก อ่า…กอดเราได้ไหม สะ...ใส่เข้ามาเถอะ เราขอร้อง!”
“…เราก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”
ฟางเส้นสุดท้ายของหมอกขาดสะบั้น เขาไม่สามารถฝืนทนต่อการยั่วยวนของช่อแก้วได้อีกต่อไปแล้ว มือหยาบของเขาเลื่อนมากอบกุมไว้รอบลำเอ็นที่แข็งขืนของตัวเอง แล้วจับมันกดให้จ่ออยู่หน้าช่องทางรักของคนตรงหน้า ก่อนที่หมอกจะสอดใส่ตัวตนของเขาเข้าไปสัมผัสกับร่องรักของช่อแก้วจนสุดลำในคราวเดียว
“อ๊า!…”
“อึก! ผ่อนคลายหน่อยสิช่อแก้ว...เธอรัดเราแน่นมากเลย”
หมอกกดจูบลงที่บนเส้นผมสลวยของช่อแก้วเพื่อปลอบประโลม แล้วจึงเริ่มขยับโยกอย่างเป็นจังหวะ ตอกย้ำความเป็นชายเข้าไปให้ช่อแก้วได้รับอย่างไม่คิดหยุดพัก ลำเอ็นขนาดใหญ่ของเขาเข้าออกในช่องทางรักลื่น ๆ นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่คนใต้ร่างก็ร่อนบั้นท้ายอวบสวนกลับมาเพื่อรับแรงปะทะด้วยเช่นกัน
ระหว่างนั้น เสียงครางหวานใสของช่อแก้วก็ยังคงดังอยู่ข้างหู หมอกที่ตั้งใจฟังอยู่ตลอดก็กัดฟันแน่นจนเส้นเลือดขึ้นตรงกรอบหน้า เพราะเขาต้องการจะยืดระยะเวลาแห่งความสุขนี้ให้นานที่สุด แต่แรงตอดรัดที่ทำให้ท่อนเอ็นของเขามันเสียดเสียวจนเต้นตุบ ๆ ก็ทำให้เขาทนไม่ไหวแล้ว มันยากเหลือเกินที่จะต้องฝืนตัวเองทั้งที่กำลังสุขสมจากการได้กกกอดคนที่รักมากขนาดนี้
“มะ ไม่ไหวแล้ว…เราไม่ไหวแล้วช่อแก้ว…อ่า!…”
หมอกส่งเสียงสั่นกระเส่าในลำคอ เขาเกร็งจนเส้นเลือดตามต้นแขนและลำคอปูดโปน พลางเงยหน้าขึ้นเพื่อใส่แรงในเฮือกสุดท้าย ไม่นานนัก ร่างกายสูงโปร่งของหมอกก็กระตุกเกร็งอยู่หลายครั้ง ก่อนที่ปลายหัวบานหยักของลำเอ็นจะฉีดน้ำกามข้นคลั่กใส่เข้าไปในช่องทางรักอุ่นร้อนและรัดแน่นของช่อแก้วอย่างเต็มเปี่ยม