Share

บทที่ 3

Author: Melyssa
last update publish date: 2026-08-30 06:05:45

ซูเปอร์คาร์ราคาแพงคันสีดำเงาวับออกตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ดังก้องไปทั่วถนนยามเช้าที่เริ่มจอแจและเต็มไปด้วยความคึกคักของผู้คนที่ใช้ชีวิตในเมือง วันนี้หมอกค่อนข้างอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษ บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ อยู่ตลอดเวลา ริมฝีปากหยักได้รูปเผยอขึ้นเล็กน้อย พลางร้องเพลงคลอเบา ๆ ไปกับเพลงรักจังหวะสนุกสนานที่เขาเปิดอยู่ ราวกับต้องการประกาศความสุขของตัวเองให้โลกรู้

เมื่อจุดมุ่งหมายที่เขากำลังจะไปถึงในอีกไม่ถึงห้านาทีนี้ มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกอยากร้องเพลงรักสักเพลงให้ดังกว่านี้ เพื่อระบายความรู้สึกเบิกบานใจและตื่นเต้นที่อัดแน่นอยู่ภายในอกออกมา ต่อให้การจราจรในย่านนี้จะค่อนข้างติดขัดจนชวนให้เขาหงุดหงิดมากก็ตาม ปกติแล้วถนนเส้นนี้ก็มักจะหนาแน่นไปด้วยรถยนต์ช่วงเวลาเร่งด่วนเสมอ เพราะหลังย่านนี้เป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงตึกสูงระฟ้าอันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของ Captivating W Enticing Co.,Ltd. ธุรกิจใหญ่ของครอบครัวเขา แถมยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนคอนแวนต์ชื่อดังอีกด้วย

ถึงแม้จะเป็นเส้นทางที่เขาต้องผ่านเป็นประจำ แต่ครั้งนี้หมอกกลับไม่ได้รู้สึกอารมณ์เสียเหมือนอย่างเคยแล้ว กลับกัน เขากลับรู้สึกเหมือนเวลากำลังเดินช้าเกินไปเสียด้วยซ้ำ เดิมทีหมอกก็มักจะหงุดหงิดง่ายทุกครั้ง เวลาที่ต้องมาเผชิญกับปัญหารถติดในกรุงเทพฯ แบบนี้ เนื่องจากมันทำให้เขาต้องเสียเวลาโดยใช่เหตุ ทั้งต้องเลื่อนนัดสำคัญ หรือไปถึงจุดหมายช้ากว่าที่กำหนดไว้ในตารางเวลาของเขา

แต่ในวันนี้ มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะจุดหมายปลายทางที่เขากำลังจะไปถึง ทำให้ปัญหารถติดไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเขาอีกต่อไป หนำซ้ำมันยังทำให้เขามีเวลาที่จะจินตนาการถึงภาพที่จะได้พบเจอใบหน้าของใครบางคนอีกด้วย

ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งหลายปี เธอจะเปลี่ยนไปแค่ไหนกันนะ?

จะยังน่ารักเหมือนเดิมหรือน่ารักมากกว่าเดิมหรือเปล่า?

แล้ว…จะยังจำเราได้ไหม?

คำถามเหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัวของหมอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเขาก็ยิ้มให้กับความคิดเหล่านั้นอย่างไม่อาจห้ามได้ เพราะเพียงแค่นึกถึงใบหน้าของคนในความทรงจำ ซึ่งผู้หญิงคนเดียวที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาต้องรีบหน้าตั้งมาหาเธอทันทีที่กลับมาถึงไทยแบบนี้

ใช้เวลานานเกือบชั่วโมง ในที่สุดรถของเขาก็ขับมาถึงร้านขนมที่มีชื่อร้านที่ทำให้เขายิ้มกว้างขึ้นไปอีก ‘Time To Love - ถึงเวลาที่จะรัก’ หมอกยกยิ้มเล็กน้อย เพราะแค่อ่านชื่อร้านก็รู้สึกเหมือนเจ้าของร้านจะกำลังสื่ออะไรบางอย่างถึงเขา

Time To Love Bakery & Café เป็นชื่อร้านที่ดูอ่อนหวานและอบอุ่นมาก ร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนน ตัวร้านตกแต่งในสไตล์มินิมอลผสมผสานกับสไตล์วินเทจ โดยเลือกใช้โทนสีอบอุ่นอย่างสีครีมและสีน้ำตาลธรรมชาติ มีกระจกบานใหญ่รอบด้าน ทำให้แสงแดดส่องผ่านเข้ามาได้มุมที่ตกกระทบอย่างสวยงามพอดิบพอดี

ร้านขนมแห่งนี้มีบรรยากาศดีเยี่ยมมาก เพราะมีมุมให้ได้เลือกนั่งลิ้มรสกาแฟหอมกรุ่นและเค้กหลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นมุมสงบ ๆ ริมหน้าต่างที่มองเห็นสวนเล็ก ๆ เขียวชอุ่มที่จัดแต่งไว้ หรือมุมโซฟาแสนสบายที่เหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดเพลิน ๆ อีกทั้งเครื่องดื่มและขนมทุกชิ้นของที่นี่ก็เป็นแบบโฮมเมดทั้งหมด ทุกอย่างทำด้วยใจ ใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบไปจนถึงขั้นตอนการอบ ทำให้รสชาติมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาทานที่อื่นไม่ได้แล้ว

นอกจากนี้ ร้านยังมีบริการรับสั่งทำเค้กในโอกาสพิเศษต่าง ๆ เช่น วันเกิด งานแต่ง หรือวันครบรอบ และยังมีเมนูอาหารคาวมากมายให้ได้เลือกทาน สำหรับผู้ที่ต้องการอิ่มท้องก่อนจะลิ้มรสของหวานอีกด้วย

ทันทีที่หมอกคิดว่ากำลังจะได้เจอคนที่เขารอคอยมาตลอดหลายปีในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ ความรู้สึกดีใจก็โลดแล่นเข้ามาในหัวจนเนื้อเต้น เขารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังเต้นโครมครามอยู่ในอกอย่างบ้าคลั่ง และเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวด้วยความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

“ใจเย็นไอ้หมอก ใจเย็นไว้ตัวเรา”

เมื่อเลี้ยวเข้าไปใช้บริการในลานกว้างของโครงการซึ่งมีให้เช่าที่จอดรถชั่วคราวเสร็จเรียบร้อย หมอกที่แต่งกายอย่างภูมิฐานเพราะพอเสร็จธุระจากที่นี่แล้วก็จะต้องเข้าบริษัทต่อ ก็รีบก้าวเท้าลงจากรถแล้วเดินย้อนกลับไปยังร้านขนมที่ไม่สามารถจอดรถหน้าร้านได้ เขาก้าวเดินอย่างกระฉับกระเฉงจนแทบจะวิ่งไปเลยด้วยซ้ำ ความรู้สึกที่อยากเจอเธอมันทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูช้าไปหมด เหมือนเวลาช้าลงไปสิบเท่าด้วยซ้ำ

กรุ๊งกริ๊ง! กรุ๊งกริ๊ง!

เมื่อหมอกผลักประตูกระจกบานใสเข้าไปข้างใน เสียงกระดิ่งเล็ก ๆ ที่แขวนอยู่ด้านหน้าก็สั่นไหวบอกว่ามีลูกค้าใหม่เดินเข้ามาในร้าน ทุกสายตาต่างจับจ้องมองมาที่เขาด้วยความสนใจ เพราะรูปลักษณ์ที่ดูดีเกินกว่าจะเป็นแค่ลูกค้าธรรมดา ประกอบกับชุดสูทที่ดูภูมิฐานตามแบบนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงก็ยิ่งดึงดูดสายตามากขึ้นไปอีก

“ยินดีต้อนรับค่า~ คุณลูกค้าต้องการรับอะไรดีคะ” พนักงานกล่าวทักทายเขาด้วยท่าทียิ้มแย้มและสุภาพ แต่ใบหน้าของเธอดูประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นชายหนุ่มรูปหล่อในชุดสูทเดินเข้ามาในร้านขนม แต่คำทักทายทั่ว ๆ ไปนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่หมอกต้องให้ความสนใจแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่เขากำลังมองหาอยู่ในเวลานี้ คือเจ้าของร้านต่างหาก

“คุณช่อแก้วอยู่ที่ไหนเหรอครับ ผมต้องการพบเธอครับ” หมอกพูดความต้องการของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียง คนที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ ยืนเรียงขนมเข้าตู้อย่างตั้งอกตั้งใจอยู่ตรงมุมเคาน์เตอร์ และจัดวางเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มอย่างประณีต ก็รีบผละสายตาออกจากชั้นขนมตรงหน้าทันที เจ้าตัวตกใจไม่น้อยที่จู่ ๆ ก็ได้ยินว่าลูกค้าเรียกชื่อเต็มแบบนั้น และด้วยน้ำเสียงนั้นที่คุ้นเคยเหลือเกิน เธอจึงอดไม่ได้ที่จะต้องหันกลับมามอง

ทั้งสองคนบังเอิญสบตากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ราวกับถูกโชคชะตากำหนดให้เป็นเช่นนั้น และในวินาทีที่ทั้งคู่ต่างมองเห็นกันและกัน หมอกที่ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ก็ระบายยิ้มกว้างออกมาจนตาปิด

ช่อแก้ว เพื่อนในวัยเด็กของเขา เธอทั้งสวยและน่ารักมากขึ้นยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก ร่างกายของเธอดูผอมเพรียวขึ้น มีทรวดทรงที่ดูดี ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตากลมโตเป็นประกาย ผิวขาวผ่องราวกับน้ำนมเส้นผมสีน้ำตาลของเธอถูกรวบขึ้นอย่างไม่ตั้งใจมากนัก แต่กลับดูเป็นธรรมชาติและน่ามองจนเขาไม่อาจละสายตาไปได้ ทว่าแทนที่อีกฝ่ายจะแสดงท่าทีดีใจเหมือนกับเขา ช่อแก้วที่เห็นแล้วว่าเป็นใครที่ต้องการพบเธอกลับทำหน้าตกใจสุดขีด ทำราวกับเห็นผีเสียอย่างนั้น ใบหน้าของเธอซีดลงเล็กน้อยจนหมอกอดเป็นห่วงไม่ได้

“มะ หมอก...” เธอเอ่ยออกมาเสียงแผ่วคล้ายจะไม่อยากเชื่อว่าภาพเบื้องหน้าที่เธอกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้มันเป็นความจริงไปได้ เธอกะพริบตาถี่ ๆ พยายามให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ฝันหรือตาฝาดไปเอง

“ไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

“นะ นี่หมอกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” พอช่อแก้วตั้งสติได้ ก็ยิงคำถามมาให้หมอกทันที น้ำเสียงของเธอยังคงเต็มไปด้วยความประหลาดใจและงุนงงไม่หาย สาเหตุที่ทำให้เธอทั้งงงทั้งตกใจแบบนี้ ก็อาจจะเป็นเพราะเขาบินไปเรียนต่อที่อเมริกาตั้งแต่สมัยไฮสคูล และเขาก็เพิ่งได้กลับมาเหยียบที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ตอนที่เขาเรียนจบปริญญาโทแล้วก็เป็นได้

นั่นจึงทำให้เธอไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนในวัยเด็กที่หายหน้าหายตาไปนานนับสิบปีจะมายืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้าเธอแบบนี้ โดยที่เธอไม่เคยรับรู้ข่าวคราวถึงการกลับมาของเขามาก่อนเลย

“เราเพิ่งกลับมาถึงไทยเมื่อเช้านี่เอง”

ครั้งนี้ช่อแก้วไม่ได้ตอบอะไร เธอยังคงยืนนิ่งเหมือนกำลังประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในหัว

“พอกลับมาถึง เราก็รีบมาที่นี่เลยนะ เพราะเรา...” ยังไม่ทันที่หมอกจะได้เริ่มบอกเหตุผลต่อหน้าพนักงานในร้านที่กำลังจ้องมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างไม่ลดละ ทันใดนั้นรอยยิ้มของเขาก็ต้องเลือนหายไปจากใบหน้าอย่างกะทันหัน นัยน์ตาฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อจู่ ๆ แขกที่ไม่ได้รับเชิญก็ปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังของช่อแก้ว

“นี่ใครเหรอช่อ” ชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่งที่เคยยืนอยู่ตรงซิงค์ล้างจาน ซึ่งหมอกเข้าใจไปเองว่าเป็นหนึ่งในพนักงานของร้าน เอ่ยถามช่อแก้วด้วยท่าทีสนิทสนมเกินกว่าเพื่อนร่วมงานทั่วไปอย่างน่าสงสัย มือของเขาแตะเบา ๆ ที่ไหล่ของช่อแก้วอย่างเป็นกันเอง ทำเอานาทีนั้นหมอกต้องรีบเลื่อนสายตามองกลับไปยังช่อแก้วทันที เพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร และมีความเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ

“เขาเป็น…เพื่อนของช่อเองค่ะ” ช่อแก้วให้คำตอบพร้อมส่งยิ้มหวานให้ผู้ชายที่ชื่อว่า เขต สุดเขต รอยยิ้มนั้นดูเป็นสนิทสนมกันจนหมอกรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง และในวินาทีที่หมอกเห็นท่าทางเหล่านั้น รวมถึงรอยยิ้มที่ช่อแก้วส่งให้เขต เขาก็มีอาการชะงักค้างไปชั่วขณะหนึ่ง พลันความรู้สึกที่เขากลัวก็กำลังก่อตัวขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว และมันกำลังถาโถมเข้าใส่เขาอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ทำไมพี่ไม่เคยเห็นเพื่อนช่อคนนี้เลยล่ะ” เขตถามต่อด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ทำให้หมอกยิ่งรู้สึกไม่พอใจและเริ่มรู้สึกถึงความไม่สบายใจมากขึ้นไปอีก

“อ๋อ หมอกเพิ่งกลับมาจากอเมริกาน่ะค่ะ เอ้อ! หมอก! นี่พี่เขตนะ พี่เขตเป็น...”

“แฟนของช่อครับ” ขณะที่ช่อแก้วพยายามจะแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน เธอก็ไม่ทันได้พูดจบประโยค เพราะอยู่ดี ๆ เขตก็ชิงแนะนำตัวเองขึ้นมาอย่างเสียงดังฟังชัด ราวกับต้องการตอกย้ำให้หมอกได้รับรู้สถานะของเขาอย่างชัดเจน เหมือนต้องการจะตัดไฟแต่ต้นลม

ทันทีที่หมอกได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเฉยชา รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าหายไปอย่างสิ้นเชิงราวกับไม่เคยมีอยู่ เขาทั้งตกใจ เสียใจ และผิดหวังจนข้างในอกมันจุกแน่นไปหมด

“อ๋อ หึ! งี้นี่เอง…เข้าใจแล้วครับ ยินดีที่ได้รู้จักก็แล้วกัน” หมอกกลั้วหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกน้อยใจช่อแก้วขึ้นมาดื้อ ๆ อย่างไม่มีเหตุผล ทั้งที่เธอไม่ได้ทำผิดอะไรเลย แต่เขากลับเจ็บปวดราวกับถูกทรยศหักหลังจนแทบมองหน้าเธอไม่ติด แผนดี ๆ ที่เขาวางไว้ทั้งหมดในวันนี้ มันพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตาเขาแล้วเรียบร้อย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 195

    “เยอะไปเปล่าฮับหม่าม้า” ข้าวปั้นเอ่ยถาม“แต่ปุ้นว่าไม่เยอะไปนะฮับ กิงนมเยอะ ๆ ตัวฉูง ๆ”“เยอะไปหน่อยแต่ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเราค่อยเพิ่มน้ำผลไม้ทีหลังก็ได้”ต่อมาขั้นตอนที่สามคือการใส่ผลไม้ที่ช่อแก้วปั่นละเอียดเตรียมไว้ให้ลงไปในแก้ว โดยข้าวปั้นเลือกสตรอว์เบอร์รี ส่วนข้าวปุ้นเลือกมะม่วงสุกสีเหลืองทอง ท

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 194

    สุดสัปดาห์ต่อมาแสงยามเช้าของวันเสาร์ส่องเป็นประกายผ่านเข้ามาทางกระจกใสของร้าน Time To Love Bakery & Café ของช่อแก้ว กระทบกับตัวอักษรไม้แกะสลักชื่อร้านที่ประดับอยู่หน้าร้าน และวันนี้บรรยากาศภายในร้านก็ไม่ได้เงียบเชียบและเรียบง่ายเหมือนทุกวัน หากแต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ดังอยู่ตลอด เพราะ

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 193

    “ปะป๊าโตแย้วไมยะบายไม่ฉวยฮับ” คำถามของข้าวปุ้นยิ่งตอกย้ำให้หมอกเจ็บจี๊ด ๆ ขึ้นไปอีกหมอกยิ้มแห้งก่อนจะตอบ “ก็ปะป๊าไม่ถนัดเรื่องระบายสีในกรอบเล็ก ๆ แบบนี้นี่ครับ มือปะป๊าใหญ่จะตาย” เขาตอบอย่างยอมแพ้ “ปะป๊าว่า…พวกเราให้หม่าม้าสอนดีกว่านะ”ช่อแก้วที่นั่งมองอยู่ก็อดขำไม่ได้ แล้วในที่สุดเธอก็ต้องรับหน้าท

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 192

    รถยนต์คันหรูของหมอกเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าบ้านในยามเย็น ช่วงเวลาที่แสงแดดสีส้มอ่อน ๆ สาดส่องลงมากระทบกับตัวบ้านที่ดูกว้างขวางและมีพื้นที่ใหญ่โตมาก แต่ภาพของความสงบเบื้องหน้านั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะทันทีที่ประตูรถเปิดออก เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ทั้งสี่คนก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง“หม่าม้าขา หนูห

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 191

    “ออเดรย์ว่าน้อง ๆ ของข้าวหอมจะเป็นยังไงกันบ้างเหรอ” ข้าวหอมกระซิบถาม“ออเดรย์ว่าน้อง ๆ ต้องเรียนเก่งแน่เลย เดี๋ยวคุณครูก็ชมน้อง ๆ ให้ฟังแน่นอน” ออเดรย์ตอบอย่างอารมณ์ดี“แต่ข้าวหอมเป็นห่วงน้องจังเลย”“แม่มิลค์เคยบอกออเดรย์ว่าพี่น้องจะคอยเป็นห่วงกันเป็นเรื่องปกตินี่นา ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”“นั่นสิเนอะ อ

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 190

    หนึ่งอาทิตย์ต่อมาในที่สุดก็ถึงวันสำคัญที่ทุกคนในบ้านต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของสามแสบ ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น และข้าวปุ้น บรรยากาศในบ้านยามเช้าจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่น่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ดังไปทั่วบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ขณะที่หมอกกับช่อแก้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status