Masukเรื่องราวของคดีฆาตกรรมในห้องเช่าจบลงเร็วกว่าที่คาดคิด หลังจากได้แนวทางจากคำให้การของอัยยาและหลักฐ
ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขารู้ดีว่าเกมของตัวเองจบลงแล้วและเขาก็ไม่คิดจะหลบหนีอย่างที่นายตำรวจหนุ่มเข้าใจ... ในขณะนั้นเมฆาได้ทอดสายตามองเลยผ่านทุกคนไป... ไปยังพื้นที่ว่างเปล่าข้างเสากระโดงเรือ...ที่ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น...ร่างโปร่งแสงของปลายฟ้า ม่านมุก พี่สาวสุดที่รักของเขากำลังยืนอยู่ตรงนั้น... ดวงตาของเธอไม่ได้มีความพึงพอใจในชัยชนะของเกมการแก้แค้น แต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้าและความสงสาร...และเธอยังคงถูกจองจำอยู่ซึ่งมาจากบ่วงที่เธอไม่คิดจะปล่อย&
นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นที่ระเบียงโดยมีณัฐฌาคอยเล่าข่าวสารต่าง ๆ ในสังคมให้ฟังอย่างสนุกสนาน ส่วนที่สนามหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่...วาโยและอัยยากำลังนั่งอยู่บนชิงช้าไม้ด้วยกันตามลำพัง วันนี้เป็นวันที่หญิงวัยกลางคนสั่งให้วาโยพาเธอมาเลี้ยงขอบคุณอัยยาอย่างเป็นทางการที่บ้านของหญิงสาวเอง บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนเช่นเคยอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสบายใจ&
หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภารกิจที่หนักหน่วงนี้ในที่สุดก็ได้สิ้นสุดลงเสียที ชีวิตของทุกคนเริ่มกลับคืนสู่ความปกติ...หรืออย่างน้อยก็เป็นความปกติในรูปแบบใหม่ บ่ายวันหนึ่งในขณะที่อากาศแจ่มใส อัยยาได้เดินทางมายังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเอส อีกครั้ง มันกลายเป็นกิจวัตรใหม่ของเธอไปแล้วที่จะต้องแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนร่างที่ยังคงหลับใหลของอริสา เธอไม่ได้มาเพื่อหาเบาะแสอะไรเพิ่มเติม...แต่มาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนดวงวิญญาณที่แสนดี ที่คอยช่วยเหลือเธอมาโดยตลอด
ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา ทุกอย่างดูขาวสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย...สะอาดเกินไปจนน่าผิดสังเกต "ไม่มีอะไรเลย..." รามิลพึมพำอย่างหัวเสียหลังจากที่ทีมของเขาค้นหาอยู่พักใหญ่ "ไม่มีเอกสารส่วนตัว ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีอะไรที่จะบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้เลย" ในขณะที่ทุกคนกำลังจะหมดหวัง...อัยยาที่เดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง ก็รู้สึกได้ถึงไอเย็นที่เล็ดลอดออกมาจากผนังห้องด้านหนึ่ง...ผนังที่ดูเรียบสนิทและไม่มีอะไรผิดปกติ 'พี่อ
ทางด้านรามิลและทีมของเขา เมื่อพวกเขาขึ้นมาถึงดาดฟ้าเรือก็ได้พบกับภาพที่น่าประหลาดใจ...เมฆา เมฆินทร์ กำลังยืนพิงราวกันตกอยู่ โดยที่เขาได้ยืนหันหน้าชมท้องทะเลในยามค่ำคืนอย่างไม่ทุกข์ร้อนแม้จะรู้ดีว่าเรือทั้งลำได้ถูกตำรวจล้อมไว้หมดแล้วก็ตาม โดยด้านข้างของชายหนุ่มคือหญิงวัยกลางคนที่กำลังยืนตัวสั่น...และเมื่อรามิลเห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจน เจ้าตัวก็จำได้ทันทีว่าเธอคือแม่บ้านของตระกูลกิตติไพศาลสกุล "เมฆา เมฆินทร์!" รามิลตะโกนขึ้น เสียงของเขาดังก้องไปทั่วดาดฟ้าเรือที่เงียบสงัด "เกมจบแล้ว! ยอมมอบตัวซะดี ๆ!" เมฆาค่อย ๆ หันกลับมามอง เขาไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด แต่กลับหัวเราะออกมาในลำคอ "ฮะ ๆ ๆ... จบแล้วเหรอครับสารวัตร?" เขายิ้มอย่างเหนือกว่า "ผมว่า...มันยังเหลืออีกนิดหน่อยนะครับ"
ท่ามกลางการต่อสู้...ของทั้งสองฝ่ายที่อีกฝ่ายกำลังจู่โจมกับศัตรูกับอีกฝ่ายคือการต่อสู้เพื่อยื้อชีวิต "กลับมาสิอัยยา! ได้ยินไหม! กลับมา!" เสียงตะโกนที่สิ้นหวังของวาโยดังก้องอยู่ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล เขาทำการกดหน้าอกและผายปอดให้อัยยาอย่างไม่คิดชีวิต ทุกวินาทีที่ผ่านไปยาวนานเป็นอย่างมาก...แต่ร่างของหญิงสาวก็ยังคงนิ่งสนิทและเย็นเฉียบ... ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง...ในห้วงมโนสำนึกของอัยยาความรู้สึกเจ็บปวด.. ความหนาวเย็น...และความหวาดกลัว...ได้หายไปหมดแล้ว... เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีขาวที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าเป็นสีทองอร่าม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสงบอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต&n







