มธุรสวาทเจ้าสำนัก

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

last updateDernière mise à jour : 2026-04-30
Par:  หลูซื่อเต๋อMis à jour à l'instant
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
Notes insuffisantes
78Chapitres
1.4KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เมื่อหมอสาวจากโลกอนาคตทะลุมิติมาในร่างคุณหนูตกอับแห่งยุทธภพ ภารกิจกอบกู้ตระกูลจึงเริ่มต้นขึ้น แต่ใครจะรู้ว่านางจะตกหลุมพรางขององค์ชายเจ้าเล่ห์และเจ้าสำนักผู้เย็นชาจนถอนตัวไม่ขึ้น!

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว

ราตรีนี้หิมะกำลังโปรยปราย

ทว่าสีขาวบริสุทธิ์ของเกล็ดหิมะกลับถูกย้อมจนแดงฉานด้วยโลหิตที่หลั่งริน

ณ จวนแม่ทัพตระกูลเซียว ผู้ซึ่งเคยเป็นดั่งเสาหลักค้ำจุนแผ่นดิน บัดนี้กลับกลายเป็นลานประหารที่ไร้ความเมตตา เปลวเพลิงสีส้มแดงโหมกระหน่ำเลียไล้เรือนไม้สักทองสลักลายมังกร เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะประหนึ่งเสียงกระดูกที่หักสะบั้นผสานไปกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของบ่าวไพร่และคนในตระกูลที่ถูกไล่ล่าสังหารราวกับผักปลา

"ฆ่าให้หมด! อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว! นี่คือรับสั่ง!” เสียงตะโกนของผู้บัญชาการทหารชุดดำดังก้องแข่งกับเสียงลมหวีดหวิว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งรุนแรงจนน่าสะอิดสะเอียน

ท่ามกลางความโกลาหล เซียวเหลียน คุณหนูสี่ผู้อาภัพแห่งตระกูลเซียว ผู้มีร่างกายบอบบางกำลังสั่นเทาอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังของเรือนรับรอง นางกุมหน้าท้องที่มีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้พร่ามัวไปด้วยน้ำตาและความเจ็บปวด

เบื้องหน้าของนางคือแผ่นหลังอันกว้างใหญ่ของบิดานาม แม่ทัพเซียว ผู้ที่เคยสง่างามบนหลังม้าแต่บัดนี้กำลังยืนโงนเงน ร่างกายพรุนไปด้วยลูกธนูนับสิบดอก แต่สองเท้ายังคงปักหลักแน่นขวางทางเข้าเรือนไม่ให้คมดาบใดกล้ำกรายเข้ามาถึงบุตรสาวตนได้

"ท่านพ่อ..." นางพยายามเปล่งเสียงแต่สิ่งที่ออกมามีเพียงก้อนเลือด

แม่ทัพเซียวหันกลับมาเพียงเสี้ยวหน้า ใบหน้าที่เปื้อนเขม่าและเลือดฉีกยิ้มอ่อนโยนเป็นครั้งสุดท้าย "เหลียนเอ๋อร์... จงมีชีวิตอยู่ และอย่าได้... หันกลับมามอง... อึกก!”

ฉึก!

ดาบเล่มใหญ่ของศัตรูแทงทะลุอกแม่ทัพผู้เกรียงไกร ร่างสูงใหญ่ทรุดลงราวกับภูเขาถล่ม เซียวเหลียนกรีดร้องไร้เสียง มือเล็กๆ ของเธอเอื้อมออกไปไขว่คว้าในอากาศหวังจะช่วยเหลือพ่อของตนเองแต่ความมืดมิดกลับกลืนกินสติสัมปชัญญะของนางไปอย่างรวดเร็ว

วินาทีที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเซียวเหลียนขาดห้วง สายฟ้าสายหนึ่งฟาดผ่าลงมากลางจวนพร้อมกับการตื่นรู้ของดวงจิตอีกดวงหนึ่งที่ข้ามผ่านห้วงเวลาและภพชาติมา

มันเป็นดวงจิตของ พญ.เซียวหลัน ศัลยแพทย์มือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 21 ผู้เพิ่งวูบดับคาห้องผ่าตัดหลังจากตรากตรำช่วยชีวิตคนไข้ติดต่อกันสี่สิบแปดชั่วโมง

ความทรงจำสองสายไหลบ่าเข้าหากันประหนึ่งน้ำป่า ทั้งความเจ็บปวดจากการถูกแทง ความอาลัยอาวรณ์ ความเคียดแค้นจากการถูกหักหลัง และที่สำคัญเลยคือความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ พวกมันถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันในร่างที่กำลังจะมอดไหม้

ดวงตาที่เคยปิดสนิทเบิกโพลงขึ้น

ไม่ใช่แววตาของดรุณีน้อยผู้อ่อนแออีกต่อไป แต่เป็นแววตาของพยัคฆ์สาวที่เพิ่งตื่นจากการจำศีลท่ามกลางกองเพลิงที่แผดเผา นางรีบสาบานกับดวงวิญญาณเจ้าของร่างเดิมในทันที

'หลับให้สบายเถิดเซียวเหลียน หนี้เลือดตระกูลเซียวครั้งนี้ ข้าจะเป็นผู้ทวงคืนให้เจ้าเอง แบบทบต้นทบดอกเลยทีเดียว!’

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
78
บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว
ราตรีนี้หิมะกำลังโปรยปราย ทว่าสีขาวบริสุทธิ์ของเกล็ดหิมะกลับถูกย้อมจนแดงฉานด้วยโลหิตที่หลั่งรินณ จวนแม่ทัพตระกูลเซียว ผู้ซึ่งเคยเป็นดั่งเสาหลักค้ำจุนแผ่นดิน บัดนี้กลับกลายเป็นลานประหารที่ไร้ความเมตตา เปลวเพลิงสีส้มแดงโหมกระหน่ำเลียไล้เรือนไม้สักทองสลักลายมังกร เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะประหนึ่งเสียงกระดูกที่หักสะบั้นผสานไปกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของบ่าวไพร่และคนในตระกูลที่ถูกไล่ล่าสังหารราวกับผักปลา"ฆ่าให้หมด! อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว! นี่คือรับสั่ง!” เสียงตะโกนของผู้บัญชาการทหารชุดดำดังก้องแข่งกับเสียงลมหวีดหวิว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งรุนแรงจนน่าสะอิดสะเอียนท่ามกลางความโกลาหล เซียวเหลียน คุณหนูสี่ผู้อาภัพแห่งตระกูลเซียว ผู้มีร่างกายบอบบางกำลังสั่นเทาอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังของเรือนรับรอง นางกุมหน้าท้องที่มีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้พร่ามัวไปด้วยน้ำตาและความเจ็บปวดเบื้องหน้าของนางคือแผ่นหลังอันกว้างใหญ่ของบิดานาม แม่ทัพเซียว ผู้ที่เคยสง่างามบนหลังม้าแต่บัดนี้กำลังยืนโงนเงน ร่างกายพรุนไปด้วยลูกธนูนับสิบดอก แต่สองเท้ายังคงปักหลักแน่นขวางทางเข้าเรือนไม่ให้คมดาบใดกล้ำกรายเ
Read More
บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ
ความร้อนระอุคือสัมผัสแรกที่ เซียวหลัน รับรู้เมื่อนางลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่วูบไปในห้องผ่าตัด ภาพตรงหน้าและความรู้สึกที่นางสัมผัสได้ในตอนนี้ทำให้สับสนไม่น้อย เพราะไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ถึงได้ตื่นมาอยู่ที่นี่ นางรีบกวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณก่อนจะพบว่าคานไม้เหนือศีรษะกำลังลุกไหม้และใกล้จะพังถล่มลงมา นางเริ่มสำลักควันไฟอย่างรุนแรงจึงพยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่ความเจ็บปวดแล่นปราดมาจากบริเวณหน้าท้องด้านขวาจนต้องสูดปาก"บ้าเอ๊ย..." นางสบถเสียงแหบแห้งออกมาด้วยคำศัพท์ที่คนยุคนี้ได้ฟัก็คงไม่เข้าใจ นางก้มลงมองบาดแผลทันทีจึได้พบว่าเสื้อผ้าไหมเนื้อดีสีชมพูอ่อนบัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีคล้ำและมีรอยฉีกขาดจากการถูกคมมีดเฉือนลึกแผลลึกประมาณสามเซนติเมตร เลือดออกในชั้นกล้ามเนื้อแต่ยังไม่โดนอวัยวะสำคัญ แต่ถ้าขยับตัวแรง เลือดอาจจะทะลักจนช็อกตายก่อนหนีพ้นสัญชาตญาณความเป็นหมอทำงานทันที นางกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างรวดเร็วอีกครั้ง ในสถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ ไม่มีหมอวิสัญญีคอยดมยาให้ และแน่นอนว่าคงไม่มีพยาบาลคอยส่งเครื่องมือผ่าตัดให้ สิ่งเดียวที่นางเห็นคือมีเพียงเศษซากปรักหักพังและเสียงฝีเท้าของมัจจุร
Read More
บทที่ 2 คนตายไม่พูด
ความมืดมิดในช่องทางลับช่างยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด กลิ่นเหม็นเน่าของสิ่งปฏิกูลโชยคลุ้งจนแสบจมูก แต่สำหรับเซียวหลันกลิ่นเหล่านี้คือกลิ่นแห่งอิสรภาพนางใช้ศอกและเข่าตะเกียกตะกายไปตามทางแคบๆ ที่เปียกชื้น เลือดจากแผลที่หน้าท้องเริ่มซึมออกมาอีกครั้งตามจังหวะการขยับตัว ทุกความเจ็บปวดคอยย้ำเตือนว่านางยังมีชีวิตอยู่และต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้ปลายทางน่าจะออกไปสู่คลองระบายน้ำทิ้งท้ายจวนนางประเมินในใจในระหว่างที่สองเท้ายังคงก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด กระทั่งเวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป (ประมาณ 15-30 นาที) แสงจันทร์รำไรก็ปรากฏขึ้นที่ปลายอุโมงค์ เซียวหลันผลักตะแกรงเหล็กสนิมเขรอะออกก่อนจะทิ้งร่างบอบบางของตนให้ร่วงหล่นลงสู่โคลนตมเย็นเฉียบของคลองระบายน้ำ เห้อ~นางถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วสูดอากาศหนาวเหน็บเข้าปอดอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ว่านางยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นก็กวาดสายตามองไปรอบๆ จึงได้พบว่าท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงย้อมไปด้วยสีแดงฉานจากเปลวเพลิงที่เผาผลาญจวนตระกูลเซียว เสียงระฆังเตือนภัยดังกังวานไปทั่วเมือง ทหารลาดตระเวนถือคบเพลิงวิ่งพล่านไปตามถนนสายหลัก"ปิดประตูเมือง! ท่านแม่ทัพสั่งห้ามใครเข้าออกจ
Read More
บทที่ 3 เขตหวงห้าม
ดวงตะวันคล้อยต่ำลงทอแสงสีส้มหม่นทาบทับไปทั่วทุ่งหญ้ารกร้างทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง ที่นั่นคือจุดหมายปลายทางของเหล่าผู้สิ้นหวังค่ายลี้ภัยวัดกุ้ยหลินภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเซียวหลันมิใช่วัดวาอารามที่สงบร่มเย็นแต่เป็นดั่งขุมนรกบนดิน กระโจมผ้าใบขาดวิ่นนับร้อยหลังตั้งเรียงรายอย่างแออัด กลิ่นเหม็นเน่าของอุจจาระ ปัสสาวะ และซากศพที่ยังจัดการไม่ทันลอยโชยตลบอบอวลจนแมลงวันบินว่อนเสียงดังหึ่งๆ ราวกับฝูงผึ้งแตกรังเซียวหลันในคราบขอทานอัปลักษณ์เดินกะเผลกเข้าไปในค่าย สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วสุขอนามัยติดลบ... นี่มันแหล่งเพาะเชื้อชั้นดีเลยนี่ผู้คนส่วนใหญ่นอนระเกะระกะอยู่บนพื้นดินที่เฉอะแฉะ หลายคนมีอาการถ่ายท้องรุนแรง อาเจียน และตัวร้อนจัด เสียงไอโขลกและเสียงครวญครางดังระงมไปทั่วทันใดนั้นเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของค่าย กลุ่มชายฉกรรจ์สามสี่คนกำลังช่วยกันลากร่างของคนสองคนออกไป เป็นชายชราคนหนึ่งและเด็กสาวอีกคนหนึ่ง พวกเขาถูกลากถูไถไปกับพื้นดินหยาบกร้าน มุ่งหน้าไปยังหลุมลึกท้ายค่ายที่ใช้ทิ้งศพ"ปล่อยนะ! ปล่อยท่านปู่! ปล่อยพี่สาวข้า!" เด็กสาวที่ถูกลากกรีดร้องเส
Read More
บทที่ 4 วาจาสยบมาร
"นังปีศาจ! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาเถียงข้า!” นักพรตกำมะลอตวาดก้อง ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาสะบัดแส้หางม้าชี้หน้าเซียวหลัน นิ้วมือที่สวมแหวนหยกปลอมสั่นระริก "ข้าคือนักพรตเต้าจีผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน! ข้ากำลังทำพิธีปัดเป่าโรคร้ายด้วยน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ แต่เจ้ากลับเอาน้ำมาต้มจนเดือดพรากวิญญาณแห่งสายน้ำไป แล้วยังบังอาจกันท่าไม่ให้ข้าเข้าไปช่วยเหลือคนป่วยอีก!""เผานางเลย! เผานาง!" ชาวบ้านบางคนที่หวาดกลัวเริ่มตะโกนสนับสนุน ก้อนหินก้อนหนึ่งถูกปาเข้ามาเฉียดไหล่เซียวหลันไปเพียงนิดเดียวเซียวหลันไม่ขยับหนี แม้บาดแผลที่หน้าท้องจะประท้วงด้วยความเจ็บปวดแต่นางยังคงยืนหลังตรงสู้เพื่อสู้กับกลุ่มคนตรงหน้า แววตาที่มองผ่านใบหน้าบวมปูดนั้นนิ่งสงบจนน่าขนลุก"น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ" นางเอ่ยเสียงเรียบแต่ดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบกริบลงชั่วขณะ “งั้นข้าขอถามท่านนักพรต น้ำมนต์ของท่าน รักษาคนหายไปกี่คนแล้ว"นักพรตเต้าจีชะงัก "อะ... อะไรนะ?""ข้าถามว่าคนที่ดื่มน้ำมนต์ผสมขี้เถ้าของท่านรอดชีวิตกี่คน" เซียวหลันก้าวสามขุมเข้าไปหา อีกฝ่ายเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "หรือว่าดื่มแล้วตายเร็วขึ้นกันแน่""สามหาว!
Read More
บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด
เจ็ดวันผันผ่าน ค่ายลี้ภัยวัดกุ้ยหลินที่เคยเป็นดั่งขุมนรกบนดิน บัดนี้แปรเปลี่ยนไปจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ กลิ่นเหม็นเน่าจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นควันไฟจากการต้มน้ำและสมุนไพร หลุมส้วมถูกขุดและจัดการอย่างเป็นระเบียบ ผู้คนเข้าแถวรับน้ำต้มสุกอย่างเคร่งครัด ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนกฎเหล็กของหมอหน้าผีแม้แต่คนเดียว เพราะศพของคนที่ดื้อดึงดื่มน้ำดิบแล้วตายตกไปเมื่อสองวันก่อนคือเครื่องเตือนใจชั้นดีที่สุดใต้ต้นไม้ใหญ่ท้ายค่ายเซียวหลันในคราบขอทานอัปลักษณ์กำลังนั่งบดยาสมุนไพรป่าที่ให้ชาวบ้านไปช่วยกันเก็บมา"คุณหนูพักบ้างเถอะเจ้าค่ะ มือท่านลอกหมดแล้ว" เสี่ยวชุนที่อาการดีขึ้นมากจนลุกเดินได้คล่องเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะส่งถ้วยน้ำให้นายหญิงเซียวหลันรับน้ำมาจิบ สายตามองไปยังมือของตนที่เคยนุ่มนิ่มบัดนี้หยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน “ข้าพักไม่ได้เสี่ยวชุน ยาพวกนี้แค่พอประทังอาการแต่รักษาให้หายขาดไม่ได้ เราต้องการเสบียงที่ดีกว่านี้ และที่สำคัญเราต้องออกจากที่นี่ก่อนฤดูหนาวจะมาเยือน"อาหลงเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล "ข้าไปสืบข่าวมาแล้วขอรับคุณหนู การจะเข้าเมืองชายแดนหลี่เฉิงต้องใช้ป้ายผ่านทางและค่าธรรมเนียมคนละ
Read More
บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด
กำแพงเมืองสูงตระหง่านก่อด้วยอิฐสีเทาหมองคล้ำตั้งขวางกั้นระหว่างความป่าเถื่อนภายนอกและความศิวิไลซ์จอมปลอมภายใน ป้อมปราการแห่งนี้คือเมืองหลี่เฉิงด่านหน้าสุดขอบชายแดนที่เต็มไปด้วยพ่อค้าวาณิช ทหารหนีทัพ และจอมยุทธ์พเนจรแถวของผู้คนที่รอตรวจเข้าเมืองยาวเหยียดไปจนสุดสายตา ทหารยามหน้าประตูตรวจค้นอย่างละเอียดพร้อมรีดไถสินบนอย่างเปิดเผย ใครไม่มีเงินก็ถูกถีบออกมาอย่างไม่ไยดีเซียวหลัน อาหลง และเสี่ยวชุนในสภาพมอมแมมเดินตรงเข้าไปที่ช่องทางพิเศษซึ่งเป็นช่องทางสำหรับขุนนางและผู้มีอิทธิพล"หยุด! ไอ้พวกขอทาน ตาบอดรึไง นี่มันช่องทาง..." ทหารยามตวาดเสียงดังเงื้อหอกขึ้นเตรียมฟาดเซียวหลันไม่พูดพร่ำทำเพลง นางล้วงป้ายไม้สีดำสลักรูปหัวหมาป่าแยกเขี้ยวโยนใส่อกทหารนายนั้นทหารหนุ่มรับป้ายมาดู พอเห็นสัญลักษณ์ชัดเต็มตาเขาก็หน้าถอดสี มือไม้อ่อนแทบจะทำหอกหลุดมือ"ปะ... ป้ายของกลุ่มหมาป่าดำ!" เขาละล่ำละลักรีบก้มหัวปลกๆ "ขออภัยขอรับแม่นาง! ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ เชิญ... เชิญผ่านได้เลยขอรับ!"เซียวหลันกระตุกยิ้มมุมปากภายใต้คราบโคลน นางเดินเชิดหน้าผ่านประตูเมืองไปอย่างสง่าผ่าเผย ทิ้งให้ชาวบ้านที่ต่อแถวรอมาครึ่งค่อนวันม
Read More
บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร
“แป้งหอม?" หัวหน้าแก๊งมังกรดินเลิกคิ้วมองห่อกระดาษในมือหญิงสาวก่อนจะหัวเราะลั่นจนตัวงอ "ฮ่าๆๆ! นังหนูนี่จะมาไม้ไหนกันแน่ จะยั่วยวนข้าหรือไง ไหนๆ เอามาให้พี่ชายดมหน่อยซิ ถ้าหอมถูกใจพี่อาจจะลดค่าคุ้มครองให้ โอ๊ย!"ยังไม่ทันสิ้นเสียงหัวเราะเซียวหลันก็สะบัดข้อมือวูบ ผงสีขาวละเอียดฟุ้งกระจายออกจากห่อปะทะเข้ากับใบหน้าของกลุ่มนักเลงที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่อย่างจัง"แค้ก! แค้ก! นี่มันอะไรวะ!” เหล่าชายฉกรรจ์ยกมือขึ้นปิดหน้าปิดตา ไอโขลกจนตัวโยน ทันใดนั้นความรู้สึกแสบร้อนราวนรกแตกก็แล่นพล่านไปทั่วผิวหนังและดวงตา น้ำหูน้ำตาไหลพรากไม่หยุด ลำคอแสบไหม้ราวกับกลืนถ่านแดงลงไป"อ๊ากกก! ตาข้า! ตาข้าบอดแล้ว!" "ร้อน! ร้อนโว้ย! แสบไปหมดแล้ว!"พวกเขาล้มกลิ้งไปกับพื้นพลางดิ้นทุรนทุรายพยายามเกาหน้าเกาตา แต่ยิ่งเกาก็ยิ่งแสบ ผิวหนังเริ่มแดงเถือกและบวมเป่งเสี่ยวชุนและอาหลงยืนตะลึงมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสยดสยอง“คุณหนู นั่นมัน..." เสี่ยวชุนกระซิบ"ส่วนผสมง่ายๆ" เซียวหลันเอ่ยเสียงเรียบพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดนิ้ว “พริกปีศาจแห้งบดละเอียดผสมกับเกสรดอกหมามุ่ยและผงกำมะถัน ข้าเรียกมันว่าผงทลายทวาร"นางเดินเข้าไปหาห
Read More
บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย
กลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อตายตลบอบอวลไปทั่วห้องโถงชั้นล่างของหอโอสถเซียว แม้แต่กลิ่นปูนขาวที่ทาใหม่ก็ไม่อาจกลบมันได้มิด เซียวหลัน สั่งให้อาหลงนำโต๊ะไม้สักตัวยาวมาวางกลางห้องพร้อมเช็ดทำความสะอาดด้วยเหล้าแรงแล้วนำผ้าขาวมาปูทับ"เสี่ยวชุน ต้มมีดมีดสั้นและเข็มเงินในน้ำเดือด อาหลงเตรียมกะละมัง ถังน้ำสะอาด และผ้าพันแผลให้มากที่สุด"คำสั่งของนางเฉียบขาดและรวดเร็ว ชายผู้เป็นพ่อของเด็กหนุ่มมองดูการเตรียมการที่แปลกประหลาดด้วยความหวาดหวั่น"ทะ... ท่านหมอ ท่านจะทำอะไรกับลูกข้า""ขาของเขาเน่าเฟะจนถึงกระดูก" เซียวหลันตอบโดยไม่เงยหน้า ขณะกำลังล้างมือด้วยเหล้า "เนื้อที่ตายแล้วคืออาหารของเชื้อโรค มันปล่อยพิษเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ลูกเจ้าไข้ขึ้นสูงและชักเกร็ง ทางเดียวที่จะรอดคือต้องตัดเนื้อเน่าพวกนั้นทิ้งให้หมด""ตะ... ตัดทิ้ง!" ชายคนนั้นหน้าซีดเผือด "หมายถึงตัดขาทิ้งหรือ!"“ถ้าเจ้ายังชักช้า ข้าคงต้องตัดขา แต่ถ้าเจ้าหุบปากแล้วถอยไปยืนเงียบๆ ข้าอาจจะเก็บขาเขาไว้ได้ แต่เนื้อส่วนที่เน่าต้องเฉือนออก" เซียวหลันตวัดสายตาดุ "เลือกเอา!"ชายผู้นั้นกลืนน้ำลายเอือก ยอมถอยหลังไปยืนตัวสั่นพิงกำแพงเซียวหลันหันมาสนใจคนไข
Read More
บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มล้มฟุบลงแทบเท้าเซียวหลันราวกับกำแพงเมืองถล่ม น้ำหนักตัวของเขามากจนพื้นไม้ส่งเสียงลั่เอี๊ยดอ๊าด“อาหลง! ตื่นเดี๋ยวนี้!! มาช่วยข้าลากเจ้านี่เข้ามาข้างในหน่อย!!!” เซียวหลันตะโกนเรียกบ่าวชราพลางก้มลงสำรวจชีพจรคนไข้ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสข้อมือของเขาความเย็นยะเยือกราวกับจับก้อนน้ำแข็งก็แล่นพล่านผ่านผิวหนังจนนางต้องสะดุ้ง'อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่า 30 องศา ภาวะตัวเย็นเกินขั้นรุนแรง'แต่เมื่อจับชีพจรนางกลับพบความผิดปกติที่น่าตระหนกยิ่งกว่า ชีพจรของเขาเต้นช้าและแผ่วเบา แต่ลึกๆ กลับมีแรงดีดสะท้อนที่รุนแรงราวกับมีสัตว์ร้ายดิ้นพล่านอยู่ในเส้นเลือด ‘นี่มันคือพิษที่กัดกินจากภายในนี่ ระบบไหลเวียนเลือดกำลังจะล้มเหลวเพราะเลือดจับตัวเป็นก้อน'อาหลงวิ่งตาตื่นออกมาในชุดนอน “คุณหนู! โจรหรือขอรับ!""จะเป็นโจรหรือขุนนาง ตอนนี้ก็เป็นแค่ก้อนเนื้อแช่แข็ง" เซียวหลันสั่งเสียงเครียด "ช่วยข้าแบกเขาไปที่ห้องอาบน้ำแล้วไปต้มน้ำร้อนให้เดือดพล่าน เอาขิงแก่ อบเชย และพริกแห้งที่ข้าเตรียมไว้เทลงไปในถังอาบน้ำให้หมด""พริกแห้งหรือขอรับ จะต้มเขากินหรือ?""ถ้าไม่ทำแบบนั้น เลือดเขาจะแข็งจนหัวใจวายตาย เร็วเข
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status