มธุรสวาทเจ้าสำนัก

มธุรสวาทเจ้าสำนัก

last updateHuling Na-update : 2026-04-30
By:  หลูซื่อเต๋อIn-update ngayon lang
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
78Mga Kabanata
1.4Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

เมื่อหมอสาวจากโลกอนาคตทะลุมิติมาในร่างคุณหนูตกอับแห่งยุทธภพ ภารกิจกอบกู้ตระกูลจึงเริ่มต้นขึ้น แต่ใครจะรู้ว่านางจะตกหลุมพรางขององค์ชายเจ้าเล่ห์และเจ้าสำนักผู้เย็นชาจนถอนตัวไม่ขึ้น!

view more

Kabanata 1

บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว

「藤正さん、三年前の約束、覚えてる?」

橋本美鈴(はしもと みすず)の声に、電話の向こうで、かすかに息遣いが乱れた。

「あの時、『どんな願いでも一つ叶えてあげる』って言ったよね」

美鈴は唇を噛んだ。

「今、その願いを言うわ――私と結婚してください」

長い沈黙が続いた。

「お前」

低く響く男声に、彼女の背筋が震えた。

「自分が何を言ってるか、理解してるのか?」

美鈴は自嘲気味にくすりと笑った。

「もちろんよ。あなたは銀司の親友で、私は彼の七年間付き合ってる彼女。まあ、それはさておき、あの約束、今でも叶えてくれる?」

時計の秒針が三回回った。

ふいに、電話の向こうで軽い笑い声がした。

「仕方ないな。銀司と袂を分かつことになっても、約束は約束だ」

その言葉で、美鈴の肩の力がふっと抜けた。

「藤正さん、建部家の事業はほとんど海外でしょ?まずは結婚式の準備を進めて。私もこっちの事情を片付けるから、終わったら一緒に海外に行きましょう」

肯定の返事をもらって電話を切ると、ちょうど玄関のドアが開く音がした。黒いスーツに身を包んだ竹内銀司(たけうち ぎんじ)が帰宅するところだった。

彼は無造作にジャケットを脱ぎ捨て、長い指でネクタイを緩めながら聞いた。

「辞表を出したんだって?」

国民的ピアニストである彼のマネージャーに対して――いや、恋人として七年間支えてきたに対しても、その声には何の感情もなかった。

「ええ、元々マネジメントの専門じゃなかったし」

美鈴は冷静に答えた。

「あなたのために無理して転職したけど、もう限界なの」

彼は軽く頷くと、特に興味なさそうに言った。

「じゃあ、引き継ぎは杏に頼む。彼女を次のマネージャーにするから」

実習生にいきなり大役を任せるのが異常だけど、もうどうでもいい。

「わかった」

去り際、銀司に呼び止められた。

「おい、これ」

振り返ると、彼は薬を持っていた。

ああ、またこの時間か。

美鈴は唇を歪めた。

四百億円の保険がかかっているという彼の手。

これまで美鈴はこの手を、赤ん坊のように大切に扱ってきた。

なのに彼はこの手で――あの子のためにおかずから葱を抜き、果物の皮をむいた。そして、つい先月はナイフからあの子守るためにこの手を差し出した。

「医者も問題ないって言ってたでしょ?」

彼女は静かに言った。

「これからは自分でやって。今日は疲れてるから」

部屋に戻り、扉を閉めた瞬間、銀司がムッとしたように感じた。

しかし、美鈴はそれを知らぬふりで、扉に頼り、半月後のA国行きのチケットを予約した。

部屋の中は、彼との思い出で溢れていた。

整理を始めると、大学時代の写真が出てきた。こっそり撮った彼の横顔だった。

あの頃は美鈴からアプローチした。

「恋愛に興味ない」と言う高嶺の花を、必死で追いかけて――

結局、銀司を手に入れた。

それから、マネージャーや彼女として、世界でも著名なピアニストとなる銀司に従っている。

ずっと、細かいことまで気を配り、とにかく彼のためなら何でもした。

でも彼の態度はいつもそっけなく、結婚の話になると完全にスルーしていた。

「もともとこういう性格なんだろう」

でも、ファンも「クールで近寄りがたい、高山の雪みたい」って言ってるし。

ところが、新人アシスタントの吉岡杏(よしおか あん)が現れてから、すべてが変わった。

杏は入社したばかりなのに、彼の大切な楽譜をうっかり無くした。

周りがこぞって責める中、彼女をかばったのは銀司だった。

彼専用のピアノを勝手に触っても、いつものように冷たく怒るどころか、逆に優しく弾き方を教えていた。

ここまでならまだ我慢できた。

しかし先日、美鈴の祖父が危篤状態に。最期の願いは「美鈴の結婚式を見届けること」だった。

彼女は仕方なく、何度もさりげなく結婚の話をしてみた。

「もう結婚年齢だし……家族もずっと気にしてるみたいで……」

でも銀司の反応は相変わらず。ついに彼女はお願いした。

「嘘でもいいから、婚姻届を出したふりで祖父に会わせて。安心させたいの」

彼は渋々承知した。

ところが当日、祖父が亡くなるまで待ち続けても、銀司は現れなかった。

後で知った真相――彼はその時、高額保険がかかった自らの手で、杏を襲ったチンピラから守り、ナイフを受け止めていた。

その瞬間、美鈴は悟った。

自分の気持ちなんて……ただの自己満足だった。

「やっぱり高嶺の花には届けないよね……」

仮に届けたとしても、その相手は私じゃないと、美鈴が思った。

少し色あせた写真を指でなぞりながら、彼女は自嘲的に笑う。そして静かに写真を破り始めた。

「結婚したくないなら、もういい」

彼に七年間も捧げていたが、今、もう終わるべきだ。

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
78 Kabanata
บทนำ เพลิงผลาญสกุลเซียว
ราตรีนี้หิมะกำลังโปรยปราย ทว่าสีขาวบริสุทธิ์ของเกล็ดหิมะกลับถูกย้อมจนแดงฉานด้วยโลหิตที่หลั่งรินณ จวนแม่ทัพตระกูลเซียว ผู้ซึ่งเคยเป็นดั่งเสาหลักค้ำจุนแผ่นดิน บัดนี้กลับกลายเป็นลานประหารที่ไร้ความเมตตา เปลวเพลิงสีส้มแดงโหมกระหน่ำเลียไล้เรือนไม้สักทองสลักลายมังกร เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะประหนึ่งเสียงกระดูกที่หักสะบั้นผสานไปกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของบ่าวไพร่และคนในตระกูลที่ถูกไล่ล่าสังหารราวกับผักปลา"ฆ่าให้หมด! อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว! นี่คือรับสั่ง!” เสียงตะโกนของผู้บัญชาการทหารชุดดำดังก้องแข่งกับเสียงลมหวีดหวิว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งรุนแรงจนน่าสะอิดสะเอียนท่ามกลางความโกลาหล เซียวเหลียน คุณหนูสี่ผู้อาภัพแห่งตระกูลเซียว ผู้มีร่างกายบอบบางกำลังสั่นเทาอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังของเรือนรับรอง นางกุมหน้าท้องที่มีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้พร่ามัวไปด้วยน้ำตาและความเจ็บปวดเบื้องหน้าของนางคือแผ่นหลังอันกว้างใหญ่ของบิดานาม แม่ทัพเซียว ผู้ที่เคยสง่างามบนหลังม้าแต่บัดนี้กำลังยืนโงนเงน ร่างกายพรุนไปด้วยลูกธนูนับสิบดอก แต่สองเท้ายังคงปักหลักแน่นขวางทางเข้าเรือนไม่ให้คมดาบใดกล้ำกรายเ
Magbasa pa
บทที่ 1 เข็มเงินกู้ชีพ
ความร้อนระอุคือสัมผัสแรกที่ เซียวหลัน รับรู้เมื่อนางลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่วูบไปในห้องผ่าตัด ภาพตรงหน้าและความรู้สึกที่นางสัมผัสได้ในตอนนี้ทำให้สับสนไม่น้อย เพราะไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ถึงได้ตื่นมาอยู่ที่นี่ นางรีบกวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณก่อนจะพบว่าคานไม้เหนือศีรษะกำลังลุกไหม้และใกล้จะพังถล่มลงมา นางเริ่มสำลักควันไฟอย่างรุนแรงจึงพยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่ความเจ็บปวดแล่นปราดมาจากบริเวณหน้าท้องด้านขวาจนต้องสูดปาก"บ้าเอ๊ย..." นางสบถเสียงแหบแห้งออกมาด้วยคำศัพท์ที่คนยุคนี้ได้ฟัก็คงไม่เข้าใจ นางก้มลงมองบาดแผลทันทีจึได้พบว่าเสื้อผ้าไหมเนื้อดีสีชมพูอ่อนบัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีคล้ำและมีรอยฉีกขาดจากการถูกคมมีดเฉือนลึกแผลลึกประมาณสามเซนติเมตร เลือดออกในชั้นกล้ามเนื้อแต่ยังไม่โดนอวัยวะสำคัญ แต่ถ้าขยับตัวแรง เลือดอาจจะทะลักจนช็อกตายก่อนหนีพ้นสัญชาตญาณความเป็นหมอทำงานทันที นางกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างรวดเร็วอีกครั้ง ในสถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ ไม่มีหมอวิสัญญีคอยดมยาให้ และแน่นอนว่าคงไม่มีพยาบาลคอยส่งเครื่องมือผ่าตัดให้ สิ่งเดียวที่นางเห็นคือมีเพียงเศษซากปรักหักพังและเสียงฝีเท้าของมัจจุร
Magbasa pa
บทที่ 2 คนตายไม่พูด
ความมืดมิดในช่องทางลับช่างยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด กลิ่นเหม็นเน่าของสิ่งปฏิกูลโชยคลุ้งจนแสบจมูก แต่สำหรับเซียวหลันกลิ่นเหล่านี้คือกลิ่นแห่งอิสรภาพนางใช้ศอกและเข่าตะเกียกตะกายไปตามทางแคบๆ ที่เปียกชื้น เลือดจากแผลที่หน้าท้องเริ่มซึมออกมาอีกครั้งตามจังหวะการขยับตัว ทุกความเจ็บปวดคอยย้ำเตือนว่านางยังมีชีวิตอยู่และต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้ปลายทางน่าจะออกไปสู่คลองระบายน้ำทิ้งท้ายจวนนางประเมินในใจในระหว่างที่สองเท้ายังคงก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด กระทั่งเวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป (ประมาณ 15-30 นาที) แสงจันทร์รำไรก็ปรากฏขึ้นที่ปลายอุโมงค์ เซียวหลันผลักตะแกรงเหล็กสนิมเขรอะออกก่อนจะทิ้งร่างบอบบางของตนให้ร่วงหล่นลงสู่โคลนตมเย็นเฉียบของคลองระบายน้ำ เห้อ~นางถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วสูดอากาศหนาวเหน็บเข้าปอดอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ว่านางยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นก็กวาดสายตามองไปรอบๆ จึงได้พบว่าท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงย้อมไปด้วยสีแดงฉานจากเปลวเพลิงที่เผาผลาญจวนตระกูลเซียว เสียงระฆังเตือนภัยดังกังวานไปทั่วเมือง ทหารลาดตระเวนถือคบเพลิงวิ่งพล่านไปตามถนนสายหลัก"ปิดประตูเมือง! ท่านแม่ทัพสั่งห้ามใครเข้าออกจ
Magbasa pa
บทที่ 3 เขตหวงห้าม
ดวงตะวันคล้อยต่ำลงทอแสงสีส้มหม่นทาบทับไปทั่วทุ่งหญ้ารกร้างทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง ที่นั่นคือจุดหมายปลายทางของเหล่าผู้สิ้นหวังค่ายลี้ภัยวัดกุ้ยหลินภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเซียวหลันมิใช่วัดวาอารามที่สงบร่มเย็นแต่เป็นดั่งขุมนรกบนดิน กระโจมผ้าใบขาดวิ่นนับร้อยหลังตั้งเรียงรายอย่างแออัด กลิ่นเหม็นเน่าของอุจจาระ ปัสสาวะ และซากศพที่ยังจัดการไม่ทันลอยโชยตลบอบอวลจนแมลงวันบินว่อนเสียงดังหึ่งๆ ราวกับฝูงผึ้งแตกรังเซียวหลันในคราบขอทานอัปลักษณ์เดินกะเผลกเข้าไปในค่าย สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วสุขอนามัยติดลบ... นี่มันแหล่งเพาะเชื้อชั้นดีเลยนี่ผู้คนส่วนใหญ่นอนระเกะระกะอยู่บนพื้นดินที่เฉอะแฉะ หลายคนมีอาการถ่ายท้องรุนแรง อาเจียน และตัวร้อนจัด เสียงไอโขลกและเสียงครวญครางดังระงมไปทั่วทันใดนั้นเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของค่าย กลุ่มชายฉกรรจ์สามสี่คนกำลังช่วยกันลากร่างของคนสองคนออกไป เป็นชายชราคนหนึ่งและเด็กสาวอีกคนหนึ่ง พวกเขาถูกลากถูไถไปกับพื้นดินหยาบกร้าน มุ่งหน้าไปยังหลุมลึกท้ายค่ายที่ใช้ทิ้งศพ"ปล่อยนะ! ปล่อยท่านปู่! ปล่อยพี่สาวข้า!" เด็กสาวที่ถูกลากกรีดร้องเส
Magbasa pa
บทที่ 4 วาจาสยบมาร
"นังปีศาจ! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาเถียงข้า!” นักพรตกำมะลอตวาดก้อง ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาสะบัดแส้หางม้าชี้หน้าเซียวหลัน นิ้วมือที่สวมแหวนหยกปลอมสั่นระริก "ข้าคือนักพรตเต้าจีผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน! ข้ากำลังทำพิธีปัดเป่าโรคร้ายด้วยน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ แต่เจ้ากลับเอาน้ำมาต้มจนเดือดพรากวิญญาณแห่งสายน้ำไป แล้วยังบังอาจกันท่าไม่ให้ข้าเข้าไปช่วยเหลือคนป่วยอีก!""เผานางเลย! เผานาง!" ชาวบ้านบางคนที่หวาดกลัวเริ่มตะโกนสนับสนุน ก้อนหินก้อนหนึ่งถูกปาเข้ามาเฉียดไหล่เซียวหลันไปเพียงนิดเดียวเซียวหลันไม่ขยับหนี แม้บาดแผลที่หน้าท้องจะประท้วงด้วยความเจ็บปวดแต่นางยังคงยืนหลังตรงสู้เพื่อสู้กับกลุ่มคนตรงหน้า แววตาที่มองผ่านใบหน้าบวมปูดนั้นนิ่งสงบจนน่าขนลุก"น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ" นางเอ่ยเสียงเรียบแต่ดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบกริบลงชั่วขณะ “งั้นข้าขอถามท่านนักพรต น้ำมนต์ของท่าน รักษาคนหายไปกี่คนแล้ว"นักพรตเต้าจีชะงัก "อะ... อะไรนะ?""ข้าถามว่าคนที่ดื่มน้ำมนต์ผสมขี้เถ้าของท่านรอดชีวิตกี่คน" เซียวหลันก้าวสามขุมเข้าไปหา อีกฝ่ายเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "หรือว่าดื่มแล้วตายเร็วขึ้นกันแน่""สามหาว!
Magbasa pa
บทที่ 5 ค่าตอบแทนสีเลือด
เจ็ดวันผันผ่าน ค่ายลี้ภัยวัดกุ้ยหลินที่เคยเป็นดั่งขุมนรกบนดิน บัดนี้แปรเปลี่ยนไปจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ กลิ่นเหม็นเน่าจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นควันไฟจากการต้มน้ำและสมุนไพร หลุมส้วมถูกขุดและจัดการอย่างเป็นระเบียบ ผู้คนเข้าแถวรับน้ำต้มสุกอย่างเคร่งครัด ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนกฎเหล็กของหมอหน้าผีแม้แต่คนเดียว เพราะศพของคนที่ดื้อดึงดื่มน้ำดิบแล้วตายตกไปเมื่อสองวันก่อนคือเครื่องเตือนใจชั้นดีที่สุดใต้ต้นไม้ใหญ่ท้ายค่ายเซียวหลันในคราบขอทานอัปลักษณ์กำลังนั่งบดยาสมุนไพรป่าที่ให้ชาวบ้านไปช่วยกันเก็บมา"คุณหนูพักบ้างเถอะเจ้าค่ะ มือท่านลอกหมดแล้ว" เสี่ยวชุนที่อาการดีขึ้นมากจนลุกเดินได้คล่องเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะส่งถ้วยน้ำให้นายหญิงเซียวหลันรับน้ำมาจิบ สายตามองไปยังมือของตนที่เคยนุ่มนิ่มบัดนี้หยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน “ข้าพักไม่ได้เสี่ยวชุน ยาพวกนี้แค่พอประทังอาการแต่รักษาให้หายขาดไม่ได้ เราต้องการเสบียงที่ดีกว่านี้ และที่สำคัญเราต้องออกจากที่นี่ก่อนฤดูหนาวจะมาเยือน"อาหลงเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล "ข้าไปสืบข่าวมาแล้วขอรับคุณหนู การจะเข้าเมืองชายแดนหลี่เฉิงต้องใช้ป้ายผ่านทางและค่าธรรมเนียมคนละ
Magbasa pa
บทที่ 6 เรือนอัปมงคลท้ายตลาด
กำแพงเมืองสูงตระหง่านก่อด้วยอิฐสีเทาหมองคล้ำตั้งขวางกั้นระหว่างความป่าเถื่อนภายนอกและความศิวิไลซ์จอมปลอมภายใน ป้อมปราการแห่งนี้คือเมืองหลี่เฉิงด่านหน้าสุดขอบชายแดนที่เต็มไปด้วยพ่อค้าวาณิช ทหารหนีทัพ และจอมยุทธ์พเนจรแถวของผู้คนที่รอตรวจเข้าเมืองยาวเหยียดไปจนสุดสายตา ทหารยามหน้าประตูตรวจค้นอย่างละเอียดพร้อมรีดไถสินบนอย่างเปิดเผย ใครไม่มีเงินก็ถูกถีบออกมาอย่างไม่ไยดีเซียวหลัน อาหลง และเสี่ยวชุนในสภาพมอมแมมเดินตรงเข้าไปที่ช่องทางพิเศษซึ่งเป็นช่องทางสำหรับขุนนางและผู้มีอิทธิพล"หยุด! ไอ้พวกขอทาน ตาบอดรึไง นี่มันช่องทาง..." ทหารยามตวาดเสียงดังเงื้อหอกขึ้นเตรียมฟาดเซียวหลันไม่พูดพร่ำทำเพลง นางล้วงป้ายไม้สีดำสลักรูปหัวหมาป่าแยกเขี้ยวโยนใส่อกทหารนายนั้นทหารหนุ่มรับป้ายมาดู พอเห็นสัญลักษณ์ชัดเต็มตาเขาก็หน้าถอดสี มือไม้อ่อนแทบจะทำหอกหลุดมือ"ปะ... ป้ายของกลุ่มหมาป่าดำ!" เขาละล่ำละลักรีบก้มหัวปลกๆ "ขออภัยขอรับแม่นาง! ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ เชิญ... เชิญผ่านได้เลยขอรับ!"เซียวหลันกระตุกยิ้มมุมปากภายใต้คราบโคลน นางเดินเชิดหน้าผ่านประตูเมืองไปอย่างสง่าผ่าเผย ทิ้งให้ชาวบ้านที่ต่อแถวรอมาครึ่งค่อนวันม
Magbasa pa
บทที่ 7 ยาพิษเก้าทวาร
“แป้งหอม?" หัวหน้าแก๊งมังกรดินเลิกคิ้วมองห่อกระดาษในมือหญิงสาวก่อนจะหัวเราะลั่นจนตัวงอ "ฮ่าๆๆ! นังหนูนี่จะมาไม้ไหนกันแน่ จะยั่วยวนข้าหรือไง ไหนๆ เอามาให้พี่ชายดมหน่อยซิ ถ้าหอมถูกใจพี่อาจจะลดค่าคุ้มครองให้ โอ๊ย!"ยังไม่ทันสิ้นเสียงหัวเราะเซียวหลันก็สะบัดข้อมือวูบ ผงสีขาวละเอียดฟุ้งกระจายออกจากห่อปะทะเข้ากับใบหน้าของกลุ่มนักเลงที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่อย่างจัง"แค้ก! แค้ก! นี่มันอะไรวะ!” เหล่าชายฉกรรจ์ยกมือขึ้นปิดหน้าปิดตา ไอโขลกจนตัวโยน ทันใดนั้นความรู้สึกแสบร้อนราวนรกแตกก็แล่นพล่านไปทั่วผิวหนังและดวงตา น้ำหูน้ำตาไหลพรากไม่หยุด ลำคอแสบไหม้ราวกับกลืนถ่านแดงลงไป"อ๊ากกก! ตาข้า! ตาข้าบอดแล้ว!" "ร้อน! ร้อนโว้ย! แสบไปหมดแล้ว!"พวกเขาล้มกลิ้งไปกับพื้นพลางดิ้นทุรนทุรายพยายามเกาหน้าเกาตา แต่ยิ่งเกาก็ยิ่งแสบ ผิวหนังเริ่มแดงเถือกและบวมเป่งเสี่ยวชุนและอาหลงยืนตะลึงมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสยดสยอง“คุณหนู นั่นมัน..." เสี่ยวชุนกระซิบ"ส่วนผสมง่ายๆ" เซียวหลันเอ่ยเสียงเรียบพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดนิ้ว “พริกปีศาจแห้งบดละเอียดผสมกับเกสรดอกหมามุ่ยและผงกำมะถัน ข้าเรียกมันว่าผงทลายทวาร"นางเดินเข้าไปหาห
Magbasa pa
บทที่ 8 มีดกรีดเนื้อตาย
กลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อตายตลบอบอวลไปทั่วห้องโถงชั้นล่างของหอโอสถเซียว แม้แต่กลิ่นปูนขาวที่ทาใหม่ก็ไม่อาจกลบมันได้มิด เซียวหลัน สั่งให้อาหลงนำโต๊ะไม้สักตัวยาวมาวางกลางห้องพร้อมเช็ดทำความสะอาดด้วยเหล้าแรงแล้วนำผ้าขาวมาปูทับ"เสี่ยวชุน ต้มมีดมีดสั้นและเข็มเงินในน้ำเดือด อาหลงเตรียมกะละมัง ถังน้ำสะอาด และผ้าพันแผลให้มากที่สุด"คำสั่งของนางเฉียบขาดและรวดเร็ว ชายผู้เป็นพ่อของเด็กหนุ่มมองดูการเตรียมการที่แปลกประหลาดด้วยความหวาดหวั่น"ทะ... ท่านหมอ ท่านจะทำอะไรกับลูกข้า""ขาของเขาเน่าเฟะจนถึงกระดูก" เซียวหลันตอบโดยไม่เงยหน้า ขณะกำลังล้างมือด้วยเหล้า "เนื้อที่ตายแล้วคืออาหารของเชื้อโรค มันปล่อยพิษเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ลูกเจ้าไข้ขึ้นสูงและชักเกร็ง ทางเดียวที่จะรอดคือต้องตัดเนื้อเน่าพวกนั้นทิ้งให้หมด""ตะ... ตัดทิ้ง!" ชายคนนั้นหน้าซีดเผือด "หมายถึงตัดขาทิ้งหรือ!"“ถ้าเจ้ายังชักช้า ข้าคงต้องตัดขา แต่ถ้าเจ้าหุบปากแล้วถอยไปยืนเงียบๆ ข้าอาจจะเก็บขาเขาไว้ได้ แต่เนื้อส่วนที่เน่าต้องเฉือนออก" เซียวหลันตวัดสายตาดุ "เลือกเอา!"ชายผู้นั้นกลืนน้ำลายเอือก ยอมถอยหลังไปยืนตัวสั่นพิงกำแพงเซียวหลันหันมาสนใจคนไข
Magbasa pa
บทที่ 9 บุรุษนิรนามกับพิษเหมันต์
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มล้มฟุบลงแทบเท้าเซียวหลันราวกับกำแพงเมืองถล่ม น้ำหนักตัวของเขามากจนพื้นไม้ส่งเสียงลั่เอี๊ยดอ๊าด“อาหลง! ตื่นเดี๋ยวนี้!! มาช่วยข้าลากเจ้านี่เข้ามาข้างในหน่อย!!!” เซียวหลันตะโกนเรียกบ่าวชราพลางก้มลงสำรวจชีพจรคนไข้ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสข้อมือของเขาความเย็นยะเยือกราวกับจับก้อนน้ำแข็งก็แล่นพล่านผ่านผิวหนังจนนางต้องสะดุ้ง'อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่า 30 องศา ภาวะตัวเย็นเกินขั้นรุนแรง'แต่เมื่อจับชีพจรนางกลับพบความผิดปกติที่น่าตระหนกยิ่งกว่า ชีพจรของเขาเต้นช้าและแผ่วเบา แต่ลึกๆ กลับมีแรงดีดสะท้อนที่รุนแรงราวกับมีสัตว์ร้ายดิ้นพล่านอยู่ในเส้นเลือด ‘นี่มันคือพิษที่กัดกินจากภายในนี่ ระบบไหลเวียนเลือดกำลังจะล้มเหลวเพราะเลือดจับตัวเป็นก้อน'อาหลงวิ่งตาตื่นออกมาในชุดนอน “คุณหนู! โจรหรือขอรับ!""จะเป็นโจรหรือขุนนาง ตอนนี้ก็เป็นแค่ก้อนเนื้อแช่แข็ง" เซียวหลันสั่งเสียงเครียด "ช่วยข้าแบกเขาไปที่ห้องอาบน้ำแล้วไปต้มน้ำร้อนให้เดือดพล่าน เอาขิงแก่ อบเชย และพริกแห้งที่ข้าเตรียมไว้เทลงไปในถังอาบน้ำให้หมด""พริกแห้งหรือขอรับ จะต้มเขากินหรือ?""ถ้าไม่ทำแบบนั้น เลือดเขาจะแข็งจนหัวใจวายตาย เร็วเข
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status