ห้วงฝันแห่งรักเทพปัญจธาตุ

ห้วงฝันแห่งรักเทพปัญจธาตุ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-02
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
604บท
1.3Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เกาฟางเฟย ถูกอำนาจพลังของคันฉ่องทองแดงและเทพเจ้าดวงดาวซื่อเว่ยต้าตี้ พาข้ามห้วงเวลามายังแดนสวรรค์ ซื่อเว่ยต้าตี้ผู้มีหน้าที่ดูแลทายาทผู้ถือคันฉ่องทองแดง มอบปิ่นเมฆาสวรรค์ที่มีเพียงเขาผู้เดียว เพื่อเป็นการตีตราจองหญิงสาวเอาไว้กับตนเอง และด้วยเกาฟางเฟยเป็นเพียงหญิงสาวจากแดนมนุษย์ การทำภารกิจเสี่ยงตายเพื่อแทนคุณสวรรค์ จึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทำให้เกาจางจิ้งนายน้อยสกุลเกา ผู้สืบทอดดาบปัญจธาตุ พี่ชายต่างบิดามารดาแต่แซ่เดียวกัน กลายเป็นเทพผู้พิทักษ์ปัญจธาตุที่สาบสูญ ปรากฏตัวขึ้นบนแดนสวรรค์ เพื่อร่วมกับซื่อเว่ยต้าตี้ พาเกาฟางเฟยเผชิญห้วงฝันทั้งห้า ด้วยความสามารถและจิตใจที่ดีงาม ทำให้เกาฟางเฟยได้รับพลังจากผลท้อวิเศษ และด้วยข้อแลกเปลี่ยนของซื่อเว้ยต้าตี้ ทำให้เกาฟางเฟยได้อาจารย์เป็นถึงสี่สัตว์เทพแห่งสวรรค์ เพื่อให้หญิงสาวทำภารกิจในห้วงฝันอย่างปลอดภัย ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคนทั้งสกุลเกาตอบแทนคุณสวรรค์ หญิงสาวจะรอดพ้นห้วงฝันทั้งห้า ที่มีความเป็นความตาย ความรักความทุกข์ ไปได้หรือไม่ ข้อแลกเปลี่ยนของซื่อเว้ยต้าตี้คืออะไร ทำไมสี่สัตว์เทพแห่งสวรรค์ ผู้มีความแปลกประหลาดถึงยอมรับ หญิงสาวมนุษย์เป็นศิษย์ เกาฟางเฟยจะนำพาเทพเจ้าทั้งห้าธาตุ ให้ฟื้นตื่นมาประจำธาตุแห่งตนได้หรือไม่ มาร่วมติดตามไปพร้อมกัน กับห้วงฝันแห่งรักเทพปัญจธาตุ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ

หลักฐานเอกสารส่วนแบ่งสมบัติมรดกของเธอ ส่งมาถึงที่พักได้หลายวันแล้ว แต่เพราะการเรียนและทำงานที่หนัก ทำให้เธอเพิ่งได้ไปไขตู้จดหมาย พ่อแม่ของฟางเฟยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน หญิงสาวกลับไปจัดงานศพร่วมกับพี่ชาย และเดินทางกลับมาทำงานต่อที่จีน เพราะงานส่วนใหญ่ของครอบครัวพี่ชายของเธอก็เป็นคนจัดการมาแต่ก่อน ฟางเฟยเรียนจบนาฏศิลป์จากไทย และตัดสินใจมาศึกษาต่อและทำงานในจีน โดยหันหลังให้กับกิจการของครอบครัวทั้งหมด หญิงสาวเชื่อว่าการตายของพ่อแม่เธอ ญาติ ๆ ที่เป็นคนในตระกูลมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เพราะไม่มีหลักฐานจะใช้แค่ความรู้สึกตัดสินใครไม่ได้

เอกสารที่ส่งมาเพื่อแจ้งว่าเธอได้รับส่วนแบ่ง และมีหุ้นส่วนในกิจการตัวไหนบ้างของตระกูล แน่นอนฟางเฟยไม่ได้สนใจเอกสารและเงินที่เข้าบัญชีเลย สิ่งที่ทำให้เธอสะดุดตาคือ พัสดุชิ้นหนึ่งที่ส่งมาพร้อมเอกสาร หญิงสาวค่อย ๆ แกะกระดาษห่อและพลาสติกกันกระแทกออก เผยให้เห็นของล้ำค่าในสายตาเธอแต่ไม่มีใครในตระกูลสนใจมัน คันฉ่องทองแดงที่ถูกขัดทำความสะอาดอย่างดี แม้ตามมุมจะมีคราบสนิมเขียวเกิดขึ้นบ้าง ก็เป็นเพราะกาลเวลากัดกร่อนทำงาน ด้านหลังคันฉ่องมีลวดลายสลักเป็นวงกลม 3 วง วงนอกสุดเป็นลาย 12 นักษัตร วงกลางมีพื้นที่ใหญ่กว่าวงอื่นมีภาพธาตุทั้ง 5 ของจีนที่ประกอบด้วย ทอง ดิน ไม้ ไฟ น้ำ ส่วนวงในสุดเป็นแค่ทรงครึ่งวงกลมที่นูนขึ้นมา ด้ามจับเรียบง่ายตรงปลายสุดเป็นลายเมฆมงคล ฟางเฟยคิดถึงภาพครั้งอดีตที่พ่อแม่ยังอยู่พร้อมหน้ากัน

“พ่อคะ กระจกนั่นน่ะ เมื่อไหร่จะยกให้หนู หนูเป็นลูกสาวคนแรกของพ่อที่เป็นพี่ใหญ่ ถือว่าหนูเป็นบุตรสาวคนแรกของตระกูล”

“แกไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน แล้วแกไปเห็นกระจกนั่นมาแล้วรึไง รู้ไหมฟางกระจกนั่นไม่มีใครอยากได้มันหรอกนะ มันไม่ได้ทำให้แกอิ่มท้อง พ่อก็ไม่เข้าใจทำไมต้องมีคำสั่งสืบทอดอะไรแบบนี้ด้วย เอาไว้อายุครบ 25 ค่อยไปรับจากศาลเจ้าประจำตระกูลแล้วกัน”

แม่เข้ามาลูบหัวฟางเฟยที่เวลานี้มีอายุ 22 ปี และกำลังจะไปศึกษาต่อ

“ทำไม ลูกชอบมันเหรอ แม่ไม่รู้นะว่าทำไมถึงมีกฎแบบนั้นในตระกูลของพ่อ แต่คันฉ่องนั่นว่างเว้นเจ้าของมา 1 รุ่นแล้ว เพราะตระกูลของพ่อเป็นลูกชายทั้งหมด ไม่ต้องห่วงหรอกนะอย่างไงลูกก็คือเจ้าของ”

ฟางเฟยหยิบคันฉ่องขึ้นมาส่องดูใบหน้าตัวเอง อีกไม่นานจะถึงวันเกิดครบ 25 ปีแล้ว เคยคิดเอาไว้ว่ามีเวลาจะไปรับมาด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว ในเมื่อทนายความจัดส่งมาให้ถึงที่ เท่านี้ก็ไม่ต้องมีอะไรให้กลับไปเมืองไทยอีก หญิงสาวยิ้มและส่องดูใบหน้าสวย ๆ ของตัวเอง ทันใดนั้นก็มีแสงเหมือนฟ้าแล่บ ออกมาจากแผ่นโลหะ ฟางเฟยสะดุ้งตกใจรีบวางคันฉ่องลงบนตัก ต้องกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับความชัดของสายตา หญิงสาวมองไปรอบห้องทุกอย่างปกติ เมื่อครู่คืออะไร 

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
604
บทนำ
หลักฐานเอกสารส่วนแบ่งสมบัติมรดกของเธอ ส่งมาถึงที่พักได้หลายวันแล้ว แต่เพราะการเรียนและทำงานที่หนัก ทำให้เธอเพิ่งได้ไปไขตู้จดหมาย พ่อแม่ของฟางเฟยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน หญิงสาวกลับไปจัดงานศพร่วมกับพี่ชาย และเดินทางกลับมาทำงานต่อที่จีน เพราะงานส่วนใหญ่ของครอบครัวพี่ชายของเธอก็เป็นคนจัดการมาแต่ก่อน ฟางเฟยเรียนจบนาฏศิลป์จากไทย และตัดสินใจมาศึกษาต่อและทำงานในจีน โดยหันหลังให้กับกิจการของครอบครัวทั้งหมด หญิงสาวเชื่อว่าการตายของพ่อแม่เธอ ญาติ ๆ ที่เป็นคนในตระกูลมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เพราะไม่มีหลักฐานจะใช้แค่ความรู้สึกตัดสินใครไม่ได้เอกสารที่ส่งมาเพื่อแจ้งว่าเธอได้รับส่วนแบ่ง และมีหุ้นส่วนในกิจการตัวไหนบ้างของตระกูล แน่นอนฟางเฟยไม่ได้สนใจเอกสารและเงินที่เข้าบัญชีเลย สิ่งที่ทำให้เธอสะดุดตาคือ พัสดุชิ้นหนึ่งที่ส่งมาพร้อมเอกสาร หญิงสาวค่อย ๆ แกะกระดาษห่อและพลาสติกกันกระแทกออก เผยให้เห็นของล้ำค่าในสายตาเธอแต่ไม่มีใครในตระกูลสนใจมัน คันฉ่องทองแดงที่ถูกขัดทำความสะอาดอย่างดี แม้ตามมุมจะมีคราบสนิมเขียวเกิดขึ้นบ้าง ก็เป็นเพราะกาลเวลากัดกร่อนทำงาน ด้านหลังคันฉ่องมีลวดลายสลักเป็นวงกลม 3 วง วงนอ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1. ตอนที่ 1. กฎของตระกูล
ฟางเฟยสวมใส่ชุดโบราณ ที่เป็นเสื้อคอจีนแขนยาวแนบเนื้อสีอ่อน กับกระโปรงแบบป้ายยาวถึงข้อเท้า ซึ่งทางทีมงานเป็นผู้จัดหามาให้ และทุกคนที่มาร่วมคัดตัวนักแสดง ต้องใส่เหมือนกัน หญิงสาวกำลังรวบรวมสมาธิเพื่อทำการแสดงต่อหน้าผู้จัดและผู้กำกับ สำหรับคัดเลือก เพื่อไปเป็นนักแสดงตัวประกอบในฉากสำคัญ ทางมหาวิทยาลัยทำการคัดเลือกมาแล้วในระดับหนึ่ง ได้จำนวนทั้งหมด 3 คน หนึ่งในนั้นคือเธอ ทั้งห้องเงียบสนิท ทันทีที่ดนตรีบรรเลงขึ้น ฟางเฟยได้วาดลวดลายการแสดงนาฎศิลป์ร่วมสมัย ที่ผสมผสานแบบจีนโบราณและบัลเล่ต์เข้าด้วยกัน ร่วมกับอุปกรณ์พัดที่มีผ้าแพรโปร่งบางเบา ยาวร่วมสามเมตร ตามโจทย์ที่ทางทีมงามกำหนด เกาฟางเฟยแสดงสีหน้าท่าทางเข้ากับจังหวะของเครื่องดนตรี วาดผ้าขึ้นบนอากาศจนอุปกรณ์ดูเป็นส่วนเดียวกันกับตัวเธอ พอการแสดงจบลงเสียงปรบมือดังขึ้น เสียงพูดคุยแม้จะเบาแต่หญิงสาวก็ได้ยินชัดเจน ว่าเธอทำได้ดีจนเป็นที่ประทับใจ “ฟางเฟยเป็นอย่างไงบ้าง ดูสิมือฉันเย็นมากเลย”“หลีอิง เธอต้องใจเย็นกว่านี้ ตื่นเต้นขนาดนี้จะทำออกมาได้ไม่ดีนะ หายใจเข้าลึก ๆ ข้างในไม่ได้มีอะไรน่ากลัว ทำให้ดีที่สุดนะ”หญิงสาวที่นั่งรอคิวหันมาฟังฟางเฟยที่กำ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1. ตอนที่ 2. กฎของตระกูล
“ฉันต้องไปรายงานตัวน่ะ ปีนี้อายุครบ 25 ปี เดี๋ยวก่อน…นี้ฉันต้องเล่าอะไรพวกนี้ให้เธอฟังกันด้วยเหรอ ไปเถอะอย่าสนใจเลย ฉันต้องทำแบบนี้ที่ศาลเจ้าประจำตระกูลทุกปี แต่ครั้งนี้ฉันอยู่ที่หางโจว เลยเลือกไปศาลเจ้าที่นี่แทน” สามสาวเดินพูดคุยกันอย่างสนุกสนานออกมาจากสตูดิโอ แต่ก็ต้องมาพบกับแม่สาวปากร้าย ที่มายืนดักรออยู่หน้าอาคาร“ยินดีด้วยนะ ได้ยินว่าเธอเป็นคนไทย ทำได้ดีนี่ ขนาดสาวจีนแท้ยังแพ้เธอ”“ขอบคุณ ดีใจกับเธอเช่นกัน ยินดีนะที่จะได้ร่วมงานกัน”“ก็หวังว่าจะไม่ถ่วงใครแล้วกัน แก๊งขี้ขลาด” หญิงสาวพูดจบก็รีบเดินจากไป“นี่เธอว่าใคร” ซูซูของขึ้น ก้าวเท้าใส่แม่สาวปากร้าย“อย่าซูซู แค่คนประสาท อย่าเสียเวลาเลย”“คนนี้เหรอที่มีปัญหากับ หลีอิงในสตูดิโอ”สองสาวพยักหน้าพร้อมกัน หลังจากฉลองมื้อเย็นเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกลับบ้าน ฟางเฟยนั่งรถโดยสารกลับมาถึงที่ห้อง ทันทีที่มาถึงห้องหญิงสาวทิ้งร่างที่เหนื่อยล้าลงบนที่นอน ถอนหายใจออกมา นอนมองคันฉ่องทองแดงที่วางไว้ข้างหมอน พรุ่งต้องเอาไปศาลเจ้าด้วย“คุณหนูนำคันฉ่อง ไปรายงานตัวต่อหน้าศาลฮั่นยุหวี่ บอกท่านว่าคุณหนูชื่ออะไรเกิดในตระกูลเกา วันนี้ได้นำคันฉ่องปั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1. ตอนที่ 3. กฎของตระกูล
“ของวิเศษ สิ่งนี้เหรอคะของวิเศษ” ชายชราคนเดิม มายืนข้างหลังตอนไหน “ใช่แล้ว ของเก่าแก่ของตระกูลเกา ดูหนูจะไม่รู้จักคันฉ่องนี้เลยสินะ"“รู้จักแต่ไม่สนิทกันเท่าไหร่ค่ะ ตระกูลเกาขาดช่วงคนรับมอบในรุ่นที่ผ่านมา เพราะได้แต่ลูกชาย หนูเลยได้เป็นทายาทที่ได้รับมอบคันฉ่องทองแดงนี้ เป็นรุ่นที่ 10 พอดี”“ฉันเห็นแปลก ๆ ตั้งแต่หน้าศาลเจ้าแล้ว หนูคงไม่อยากให้ใครเห็นมันสินะ”“ส่วนหนึ่งค่ะ สำหรับคนในตระกูลหรือพ่อหนูเอง อาจเห็นของสิ่งนี้ธรรมดา แต่สำหรับหนูไม่ใช่ นี่คือของที่หนูเฝ้ารอที่จะได้เป็นคนถือมันมาตลอดตั้งแต่เด็ก แต่เพราะกฎที่มีต้องรอจนอายุ 25 ปี ถึงมีสิทธิ์รับมอบคันฉ่องทองแดงนี้ได้ ทำให้ต้องรอตามกำหนด ส่วนที่มาที่ไปหรือความสำคัญ คนเฒ่าคนแก่ในตระกูลแทบไม่เหลือ แม้แต่พ่อแม่หนูเองก็เพิ่งเสียไปเมื่อปีที่แล้ว เลยท้าวความเอาเรื่องเอาราวอะไรไม่ได้เลย”“แล้วหนู เกาฟางเฟย อยากรู้ไหม ว่าของสิ่งนี้ทำไมตระกูลเกาถึงมี และทำไมต้องมี”“คุณปู่รู้เหรอคะ” ชายชราส่งยิ้มให้ แล้วนำทางไปห้องด้านใน ฟางเฟยยกนาฬิกาขึ้นดูอีกครั้ง เหลือเวลาไม่มาก แต่เรื่องนี้ก็อยากรู้ หญิงสาวรีบเดินตามชายชราผมขาวไปยังห้องด้านใน ปล่อยให้ค
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1. ตอนที่ 4. กฎของตระกูล
“ขอโทษด้วยค่ะ ครั้งหน้าจะไม่เป็นแบบนี้อีกค่ะ” ฟางเฟยพูดกับหญิงสาวหัวโต๊ะอย่างตั้งใจ พร้อมทั้งจ้องหน้าเธอ “เอาน่าเรื่องเล็กน้อย นี่ก็ยังเหลือเวลา ถูกไหม”ผู้กำกับทำทีเป็นยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู แล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ทำให้ทุกคนในที่นั้น พลอยยิ้มออกกันได้บ้าง และได้มารู้ว่าผู้หญิงหน้าตาดีคนนั้น เธอคือภรรยาของผู้จัดทำภาพยนตร์ มิน่าถึงวางท่าเข้มงวดนัก ทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นคือการชี้แจงกฎระเบียบของบริษัท รายได้ รายละเอียดต่าง ๆ ทุกอย่างจบลงในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนรายละเอียดเรื่องนัดหมายการฝึกซ้อมการแสดงต่าง ๆ จะมีการนัดหมายในภายหลัง ทันทีที่การประชุมยุติลง ฟางเฟยก็รีบแยกตัวออกไป โดยไม่ได้สนใจที่จะทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือยัยปากร้าย ซึ่งเธอมองว่ายังมีเวลาให้รู้จักกันอีกมาก เพราะพวกเธอทั้งหมด ยังต้องใช้เวลาเรียนการแสดงเพิ่มเติม และฝึกซ้อมการแสดงเพื่อให้ตรงตามทีมงานต้องการเพราะจุดมุ่งหมายของฟางเฟยในเวลานี้ คือเบื้องหลังของคันฉ่องทองแดง บนความสัมพันธ์ในตระกูลเกา เพื่อความรวดเร็วหญิงสาวเลือกที่จะนั่งแท็กซี่ระหว่างรอรถอยู่นั้น ได้มีรถอีกคันเข้ามาจอดเทียบตรงหน้า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2. ตอนที่ 1. ภูมิหลัง
ฟางเฟยเดินตามคนงานในบ้านของคุณปู่เกาซูว่าน มาที่ห้องทำงานที่อยู่ภายในตัวบ้าน ไม่ใช่ในศาลเจ้าแบบเมื่อตอนเช้า มีแม่บ้านนำขนมและน้ำชามาให้หญิงสาว “นายท่านอยู่ในสวน ขอคุณหนูรอสักครู่ค่ะ”“ได้ค่ะไม่เป็นไร หนูมาถึงก่อนเวลานัด ไม่ได้บอกล่วงหน้าต้องขอโทษเช่นกันค่ะ”แม่บ้านพยักหน้าแล้วส่งยิ้มให้เธอก่อนเดินออกไปในห้องทำงานคุณปู่ นอกจากโต๊ะทำงานที่มีปกติทั่วไป ยังมีภาพเขียน และภาพตัวอักษรจีนมงคลต่าง ๆ ยังมีชั้นวางอาวุธอยู่ที่มุมห้องด้วย ฟางเฟยรออยู่นานแต่ก็ยังไม่มีใครมา เธอเริ่มเดินสำรวจดูอาวุธต่าง ๆ ที่มีโชว์ในห้อง“เธอสนใจอาวุธพวกนี้ด้วยเหรอ” คุณปู่เกาซูว่านเดินเข้ามาพร้อมกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้อันเล็ก“หนูสนใจ ที่ดูสวยและเหมือนผ่านการใช้งานมาจริง ไม่ใช่แค่ของประดับตกแต่ง”“ใช่ ทุกชิ้นผ่านการใช้งานมาจริง ๆ ฉันเป็นครูสอนเพลงดาบพวกนี้เอง ถ้าหนูสนใจฉันจะช่วยสอนให้”“ขอบคุณค่ะคุณปู่ หนูคงถนัดร่ายรำมากกว่า แขนขาคงอ่อนแรงเกินกว่าจะใช้อาวุธ”คุณปู่ยิ้มกว้างแล้วหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี “ตระกูลเราแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายมาแต่ครั้งอดีต ส่วนหนึ่งคือนักรบหรือผู้ทำลาย ส่วนหนึ่งคือผู้รักษาหรือผู้สร้าง แต่รวมกันแ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2. ตอนที่ 2. ภูมิหลัง
ฟางเฟยยกน้ำชาขึ้นดื่ม ตามคุณปู่เกาซูว่าน“ถ้าหนูปลอดภัยดี จะเป็นคนบันทึกหลักฐานเองค่ะ”“ฉันรู้แค่ว่า บรรพบุรุษเคยทำพิธีขอทางรอดต่อสวรรค์ แต่ข้อแลกเปลี่ยนที่สวรรค์ต้องการคืออะไร เรื่องนี้ไม่รู้ หนูบอกว่าพ่อแม่เสียตั้งแต่ปีที่แล้วงั้นเหรอ แล้วแบบนี้ในครอบครัว…”“หนูมีพี่ชายอีกคนค่ะ แต่เขามีหน้าที่ดูแลกิจการต่อจากพ่อแม่ ส่วนหนูไม่ขอเกี่ยวข้องดีกว่า เลยเลือกมาเรียนต่อที่นี่ แล้วก็ทำงานไปด้วย ไม่อยากกลับไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่นั่นอีก”“แล้วทุกวันนี้อยู่อย่างไง”“หนูเช่าห้องพักอยู่ค่ะ สะดวกสบายดี”“ไม่ได้ ๆ เธอรู้ไหมว่า คุณหนูผู้มีหน้าที่ถือคันฉ่องมีความสำคัญมากขนาดไหน ฉันมีบ้านว่างอยู่ เธอควรย้ายมาอยู่ที่นั่น ไม่ควรอยู่อาคารแบบนั้นร่วมกับคนอื่น ลองคิดเล่น ๆ ว่าเกิดวันดีคืนดี อยู่ ๆ ฟ้าผ่าลงมาแบบครั้งอดีต ตัวเธอคงไม่เป็นไร แต่คนที่อันตรายคงเป็นชาวบ้านที่อยู่ในอาคารนั้น ไม่ได้ ๆ เธอต้องย้ายออกมา”ปู่เกาซูว่านมีสีหน้าไม่สบายใจอย่างมาก แล้วเรียกพ่อบ้านเข้ามาพบ สั่งให้เอาคนในบ้านพากันไปเก็บกวาดบ้านหลังนั้น และอีกวันให้คนไปช่วยหญิงสาวย้ายของออก ไปอยู่บ้านของคุณปู่เกาซูว่านแทน พร้อมคนงานดูแลรับใช้อี
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2. ตอนที่ 3. ภูมิหลัง
ชายหนุ่มยิ้ม แล้วเดินจากไป โดยไม่รอฟังคำตอบว่าจะยอมให้ตามไปรึเปล่า ฟางเฟยได้แต่มองตามหลัง แล้วยืนดูคนงานช่วยกันจัดวางข้าวของ ที่คุณปู่จัดให้คนขนเข้ามา หนีความวุ่นวายจากครอบครัวเก่า มาเจอครอบครัวใหม่ ที่วุ่นวายกันไปคนล่ะแบบ แต่อย่างน้อยที่นี่ก็ดูเป็นห่วงเธอมากกว่าที่เมืองไทย ที่คอยแต่อยากจะแอบฆ่ากันทิ้งมากกว่าโอบกอดกันด้วยความรัก“คุณหนูคะ ฉันเอากระเป๋าไปจัดเก็บเลยนะคะ”เสียงของ ซิน สาวใช้ที่พี่ชายสุดหล่อเลือกมาให้ พูดขึ้น ทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวหันกลับมามองดูเธอ หญิงสาวน่าจะอายุสัก 20 ปี หน้าตาสดใส บุคลิกคล่องแคล่ว“ค่ะ เอาไปเก็บด้วยกันนะ ซินนำทางไปเลยค่ะ เอ่อ ตงเจ๋อฝากดูความเรียบร้อยข้างนอกไปก่อนนะ”หญิงสาวเดินตามซินที่มีคนงานผู้หญิงอีกคน ช่วยกันขนกระเป๋าของเธอไปที่ห้องนอน ฟางเฟยแทบไม่ต้องทำอะไรเลย บรรดาสาวใช้ในตระกูลเกาจัดการให้ทั้งหมด เธอเลยกอดกล่องคันฉ่องติดตัวตลอดเวลา แล้วเดินไปที่ส่วนของศาลเจ้า เพื่อจะไปไหว้บอกกล่าวว่าเธอได้ย้ายมาอยู่ภายในศาลเจ้าแล้ว ขอให้ท่านช่วยปกปักคุมครอง ไม่ทันสังเกตว่าตลอดเวลาที่เดินออกจากบ้านมา ตงเจ๋อเดินตามมาตลอดทางจนถึงศาลเจ้าถึงเห็นเขา“นายน้อยจางจิ้งให้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2. ตอนที่ 4. ภูมิหลัง
ซูมี่รีบเข้ามากอดคอหญิงสาว ทำตัวเหมือนสนิทกัน แต่ฟางเฟยพยายามบิดไหล่หลบ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้สนิทมักคุ้นกัน ฟางเฟยหันไปมองพี่ชายรูปหล่อ พยายามส่งสัญญาณให้รู้ว่ารีบกลับเถอะ“ขอโทษด้วยนะทุกคน พอดีผมนัดกับฟางเฟยไว้ จะพาเธอไปซื้อของ ต้องขอตัวก่อนนะ”จางจิ้งคว้ามือหญิงสาวแล้วรีบเดินออกจากจุดนั้น“ฉันไม่รู้จักซูมี่มาก่อนนะ เราเพิ่งรู้จักกันที่นี่ และเธอก็ปากร้ายมาก แต่พอเห็นพี่จ้างจิ้งอารมณ์เปลี่ยนเลย”“ธรรมดาคนมันน่าตาดี ว่าแต่เธอเถอะเจียอีมองเธอไม่วางตาเลยนะ เห็นทีคงต้องเพิ่มคนดูแลเป็นพิเศษซะแล้ว”“ธรรมดาค่ะคนมันสวย” สองคนพี่น้องหัวเราะต่อกันอย่างมีความสุขรถคันหรูแล่นออกจากสตูดิโอ แต่ทุกอย่างอยู่ในสายตาของเจียอี เขาแอบประทับใจฟางเฟยตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเธอ มาถึงตอนนี้ท่าจะยากเสียแล้ว เพราะดูหญิงสาวที่เขาหมายตา จะเป็นคนสำคัญของตระกูลใหญ่ ที่เขาเข้าถึงยากเสียแล้ว ตั้งแต่วันนั้น จางจิ้งได้เพิ่มบอดี้การ์ดมาอีก 1 คนคู่กับตงเจ๋อ ฟางเฟยทำพิธียกน้ำชาให้กับคุณปู่เกาซูว่าน เพื่อขอเป็นศิษย์ และในตอนเย็นคุณปู่ก็เริ่มทำการฝึกเธอแบบง่าย ๆ เช่นการควบคุมลมหายใจและการยืดกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นเรื่องสบายมาก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3. ตอนที่ 1. มิติที่ถูกเปิด
วันนี้ฟางเฟยรู้สึกเหนื่อยมาก กับการฝึกซ้อมการแสดง หญิงสาวรู้สึกปวดหัวและเหมือนจะมีไข้ พอทำการซ้อมเสร็จ เลยรีบขอตัวกลับบ้านทันที ตอนนี้เพื่อนรวมทีมบางคนเริ่มมองว่าเธอหยิ่ง เพราะเธอไม่เคยไปร่วมสังสรรค์ หรืออยู่พูดคุยกับทุกคนเลย “ดูเธอสิ ถือว่าเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่รึไง ไม่คิดคบหาพวกเราเลย”“เธอก็รู้ คนตระกูลเกาเข้าถึงยากจะตาย เลิกนินทาเขาเถอะ พูดไปก็ทำหลายอย่างสู้เธอไม่ได้อยู่ดี”“ใคร ใครบอกว่าสู้ไม่ได้ การแสดงก็งั้น ๆ หน้าตาก็งั้น ๆ ฉันซะอีกที่สวยกว่า เก่งกว่า”ซูมี่พูดขึ้นกลางวง แต่ทุกคนก็ทำท่าเอือมระอา แล้วต่างคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ซูมี่ในตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าเธอปากไม่ดี ชอบยกหางตัวเอง และชอบเอาหน้าอย่างเห็นได้ชัด ผิดกับฟางเฟยที่ดูเงียบ ๆ แต่ก็มีน้ำใจ เพียงแต่เธอดูมีระเบียบวินัยเกินไป เลิกฝึกซ้อมก็จะรีบกลับบ้านทันที แม้เพื่อนบางคนอยากรู้จักกับเธอมากกว่านี้ หรืออยากใช้เธอเป็นสะพานทอดไปหานายน้อยจางจิ้ง ก็ดูเหมือนไม่เป็นผลเลย เพราะไม่ว่าเธอหรือนายน้อยเกา ก็มีนิสัยหลายอย่าง ที่เหมือนกันจนแทบจะเป็นคนคนเดียวกัน หรือคนตระกูลนี้จะมีนิสัยแบบนี้เป็นปกติฟางเฟยกลับมาถึงบ้านด้วยอาการปวดหัวอย่างห
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status