ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวนาผู้ยากจนซ้ำสามียังพิการ

ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวนาผู้ยากจนซ้ำสามียังพิการ

last updateLast Updated : 2025-10-11
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
10
2 ratings. 2 reviews
67Chapters
11.2Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ว่าที่แพทย์หญิงที่ย้อนกลับไปสู่อดีตในร่างหญิงอวบอ้วนที่สามีและลูกชิงชัง และอยากให้เธอตายอยู่ทุกวัน เธอจะไม่ยอมใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอเป็นอันขาด

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 ทะลุมิติ

「江崎さん、こちらはスイスの自殺ほう助機関ですが、12月25日の安楽死を申請されたのはご本人でいらっしゃいますか?」

瑠奈のまつげがかすかに震えたが、声はとても落ち着いていた。

「はい」

「かしこまりました。申請はすでに承認されております。こちらから半月の猶予を差し上げますので、その間に後始末をお願いいたします」

電話が切れた直後、寝室のドアが勢いよく開かれた。

堀尾修は冷たい風をまとって入ってきて、彼女を見るなり笑顔で美しく包装されたプレゼントを差し出した。

「瑠奈、誕生日おめでとう」

瑠奈は穏やかに微笑んだ。

「私の誕生日は、昨日だったよ」

修の動きが一瞬止まり、顔に戸惑いと気まずさがよぎった。

「ごめん、最近仕事が忙しくてさ……」

そう言いながら、彼はしゃがんで手を伸ばし、彼女のふくらはぎに優しく手を当ててマッサージを始めた。話題を変えるように言った。

「今日、足はどう?」

力を入れすぎたせいか、彼の長い指は赤くなり、手の甲には浮き出た血管が目立っていた。

その手つきも力加減も専門的だったが、瑠奈は何の感覚もなかった。

返事がないことに気づき、修は顔を上げようとしたちょうどそのとき、ポケットの中のスマホが鳴った。

彼は画面を見て、登録された名前を確認した瞬間、思わず嬉しそうな笑みを浮かべた。

口に出しかけた言葉は頭の中から消え、彼はそのまま立ち上がり、一言だけ残して書斎へ向かった。

「ちょっと用事があるから、あとでまたマッサージするね」

瑠奈は何も言わず、静かに彼の背中を見送った。

彼の姿が完全にドアの向こうに消えても、彼女の脳裏には、さきほど彼が浮かべたあの隠しきれない笑顔がはっきりと残っていた。

それが仕事相手とのやり取りで出るような笑顔だろうか?

あんな心の底から嬉しそうな表情は、きっと「好きな人」を目の前にした時しか現れない。

あの笑顔は、彼女も何度も見てきたものだった。

高校時代の毎朝、彼女が慌ただしく牛乳を飲み終えて階段を降りると、目の前にはいつもあの笑顔の修がいた。彼は微笑みながら彼女に歩み寄り、重たいカバンを受け取り、彼女を自転車に乗せて一緒に登校していた。

あの頃、二人は18歳。まだ幼さの残る顔立ちに、青春のきらめきが宿り、互いしか見えていなかった。

幼い頃から一緒に育った二人は、まるで小説の定番のように、自然と惹かれ合って恋に落ちた。

学校にも親にも隠れて、こっそりと付き合い始めた。約束したのは、同じ大学に合格して、堂々と付き合おうという未来。

互いに支え合い、努力し、最終的に二人とも高得点で東大に合格した。

すべては順風満帆、完璧な未来のはずだった。

だが、事故が起こった。

入学の前日、二人は交通事故に巻き込まれた。危機が迫ったその瞬間、瑠奈は真っ先に修を突き飛ばした。

その日、彼は無傷で済んだが、彼女は両脚を失った。

泣きっ面に蜂とはこのことか。その年、彼女の両親は飛行機事故で亡くなり、あまりの出来事に心が耐えきれず、彼女はうつ病を発症した。

修は彼女を気遣い、大学を卒業するとすぐにプロポーズした。

絶対に君を裏切らない、と。そう誓ってくれた。

そして結婚してからの3年間、彼はその言葉どおりに過ごしていた。

……半月前に、彼の日記を見つけるまでは。

日々、彼女への愛を語っていた人は、日記ではその苦しみを吐き出していた。

そこにはこう書かれていた、

プロポーズは、義務感からのものだった。そうしなければ、世間から非難される気がした。

彼女と家にいると、息が詰まるような抑圧感に襲われ、彼女のそばにいる時間すべてが苦痛だと。

もし人生をやり直せるなら、彼女に助けてもらうくらいなら、むしろ自分が車椅子生活になっていた方がマシだった。少なくとも、こんな罪悪感に苛まれることもなかったと。

今、自分は別の女性に恋をしている。その子の名前は秋場 陽菜(あきば ひな)。情熱的で、明るく、太陽のような存在で、まるで事故前の瑠奈のようだった。

翌日、瑠奈のもとに陽菜からメッセージが届いた。

「修から聞いたけど、あんたの足って一生治らないんでしょ?これだけ長く付き合ってるなら、もう解放してあげられない?」

「知らないの?あんたのせいで彼、毎日すごく苦しんでるの。死にたいけど、死ねないの。瑠奈の面倒を見なきゃいけないって。とても可哀想だよ」

「私と出会わなければ、彼きっともう壊れてた。私は彼を大切に思ってるの。今、彼が好きなのは私。お願い、もう彼にすがらないで。離婚して、私たちの恋を応援してくれない?」

その後、一気に十数枚の親密な写真が送られてきた。

カメラの中心にいたのはすべて修。

彼は笑いながらコーヒーを淹れ、陽菜が自撮りを始めると顔を寄せてピースサイン。

山盛りのエビを剥いて、彼女の前に差し出し、指に付いたソースを丁寧に拭き取っていた。

海辺では、陽菜の足跡をなぞるように歩きながら、微笑んで大きな貝を彼女に渡していた。

写真を一枚ずつ見ていくうちに、瑠奈の胸は締め付けられ、息ができなくなった。ナイフで刺されたような痛みだった。

だが、もう涙は出なかった。

ただ空虚が広がっていた。

彼女はそのメッセージに返信しなかった。けれど、陽菜は止まらなかった。

それから毎日、新しい日常の写真が送られてきた。すべてに撮影日時の透かしが入っていた。

11月21日。夕陽の中、公園で二人は寄り添って歩いた。

11月26日。一緒に陶芸教室に行き、協力して花瓶を作った。

12月1日。コンサートに行き、音楽と未来について語り合った。

……

すべての写真の日時は、修が「残業中」と言っていた時間と一致していた。

そして昨日、彼女の誕生日。

彼女は一日中彼の帰りを待っていた。だが彼は、帰ってこなかった。

その理由は、陽菜と一緒に花火を見に行っていたからだった。

写真を見つめながら、瑠奈は笑って泣いた。

17歳の修は、17歳の瑠奈をあれほどまでに好きだった。

けれど、25歳の修は、もう25歳の瑠奈を愛してはいなかった。

その夜、彼女は窓辺に座って一夜を明かした。

そして翌朝、国外の自殺ほう助機関に資料を提出し、自らの人生に幕を引く申請をした。

【修、私にはもう、あなたしかいないの】

【でもあなたは、私をまるで化け物のように恐れている】

【だったら、もういい】

【あなたを解放する】

【そして、私自身も】

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Ssert
Ssert
สนุก ครบรสคะ
2026-01-18 16:53:49
0
0
เจี๊ยบ เจี๊ยบ
เจี๊ยบ เจี๊ยบ
สนุกดีค่ะชอบเรื่องแบบนี้ค่ะ
2025-12-12 09:35:37
1
0
67 Chapters
ตอนที่ 1 ทะลุมิติ
แสงตะวันของวันใหม่เพิ่งจะโผล่พ้นก้อนเมฆออกมาในตอนสายจัด หลังจากฟ้าครึ้มฝนพรำลงมาติดต่อกันจนฟ้าปิดมาหลายวันเหตุเพราะเป็นช่วงพายุฝนฤดูร้อนกำลังเข้ามาเยือน หญิงร่างอ้วนท้วนจนเกินคำว่าสมบูรณ์ที่นอนนิ่งมานานเกือบสัปดาห์ อยู่ทางฝั่งตะวันตกของเรือนย้าวหรือจะเรียกว่ากระต๊อบก็ไม่ผิด ปลายนิ้วอ้วนป้อมเริ่มขยับ เปลือกตาค่อย ๆ กะพริบถี่แล้วเปิดกว้างขึ้น ดวงตากลมกลอกมองไปรอบทิศ กลิ่นอายฝนหอมกรุ่นโชยเข้าจมูก แต่กระนั้นเธอก็ยังหายใจลำบากเพราะคนอ้วนนอนราบกับพื้น ดวงตาดำขลับเบิกกว้างมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นสภาพห้องที่ตัวเองกำลังนอนอยู่ หลังคามุงด้วยหญ้าคาที่สานเป็นตับผนังบ้านกรุด้วยใบตองพลวงสานขัดกับไม้ไผ่ ขณะที่ใจกำลังเต้นโครมครามมือก็ลูบคลำพื้นห้องที่เจ้าตัวนอนไปพลาง ๆ ใต้ร่างของเธอน่าจะเป็นเสื่อ เมื่อมือสัมผัสกับพื้นไม้ไผ่ที่ใช้เป็นพื้นบ้าน สายตาจึงหลุบมองต่ำตามมือ ตรงที่เธอนอนเป็นเสื่อที่ทอด้วยกกผืนเก่าคร่ำคร่า ห้องที่เธอนอนอยู่คงเป็นห้องที่ใช้ทำครัวด้วย มันมีเหมือนชานยื่นออกไปเล็กน้อยมีหวดที่ใช้สำหรับนึ่งข้าวกับหม้อที่ใช้ทำแกงอีกหลายใบ หม้อที่ว่าทั้งสามใบเป็นหม้อดินทั้งหมด
Read more
ตอนที่ 2 ยายอ้วนฟื้นแล้ว
“พวกเจ้าไปดูให้พ่อที” สมิงบอกลูกเมื่อเห็นทั้งสองยังนั่งเกี่ยงกันอิดออด “พี่เมฆไปดูคนเดียวได้หรือไม่เจ้าคะ ข้ากลัวยายอ้วนนั่น” น้องสาวบอกพี่ชายแล้วทำหน้าเบะเหมือนจะร้องไห้ เมื่อนึกถึงแม่ใจมารที่ถือไม้วิ่งไล่ตีลูก “ข้าก็กลัวเช่นกัน เจ้าไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยเถอะ” เมฆส่งสายตาอ้อนวอนให้น้องสาว “เอาล่ะ ๆ เจ้าสองคนไปดูพร้อมกันจะได้รู้ว่านางฟื้นจริงหรือไม่ หากนางฟื้นขึ้นมาจริงก็คงยังไม่มีเรี่ยวแรงตีพวกเจ้าดอก” สมิงบอกลูกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นางลื่นล้มเพราะวิ่งไล่ตีลูกเจ็บขนาดนี้คงยังไม่มีแรงลุกขึ้นมาตีพวกเขาได้ ทั้งสองยังทำท่าทางหวาดหวั่น กำลังจะยันกายลุกขึ้น หญิงตัวอ้วนก็โผล่เข้ามาพอดี ภายในห้องนี้พื้นดีกว่าฝั่งห้องครัวเพราะยังปูด้วยแผ่นไม้ ถึงจะไม่เรียบมากแต่ก็แข็งแรงกว่า สายตาเธอไล่มองใบหน้าของบุคคลทั้งสามตรงหน้า ดวงตาทุกคู่มองมาที่เธอทั้งหมด “ยายอ้วน!” ลูกทั้งสองอุทานขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจแล้วไถลตัวเข้าไปนั่งเกาะแขนพ่อคนละข้างไว้ดังเดิม บัวชมพูไม่ได้สนใจสรรพนามที่เด็กทั้งสองเรียกและนัยน์ตาเบิกโพลงมากกว่าป
Read more
ตอนที่ 3 แม่ย่าผู้น่าชิงชัง
“พี่หมิงดีขึ้นแล้วหรือเจ้าคะ” สายหยุดถามไปอย่างนั้นแต่ไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงพี่ชายเลยสักนิด เธอเดินเข้ามาก่อนตามด้วยคำก้อนผู้เป็นแม่ สายตาของแม่สามีจับจ้องไปที่ร่างอ้วนของลูกสะใภ้ด้วยความรังเกียจ และแปลกใจอยู่ในที ที่มาวันนี้ก็เผื่อจะได้ยินข่าวดีที่บอกว่านางสิ้นใจแล้วแต่ความจริงหาเป็นอย่างนั้นไม่ “แม่บัวฟื้นแล้วรึ” แม่สามีถามขึ้นน้ำเสียงไม่ใคร่ยินดีนัก “เจ้าค่ะ” เธอยังคงนั่งนิ่งและจ้องตากลับอย่างไม่เกรงกลัวซ้ำหน้าตานางยังดูไม่อิดโรยด้วยซ้ำ“ไม่รู้จะฟื้นขึ้นมาทำไม ทำไมไม่ตาย ๆ ไปให้รู้แล้วรู้รอด” น้ำเสียงกระแนะกระแหนของแม่สามีพูดขึ้นอย่างไม่รักษาน้ำใจ แต่บัวชมพูก็ยังนิ่งไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด เธอรู้ดีว่าแม่บัวคนก่อนทำให้ผู้คนรังเกียจไว้มากชื่อเสียงหล่อนที่ทำไว้มีแต่เรื่องไม่ดีทั้งนั้น ร่างนี้ชื่อเดียวกับเธอเด๊ะเลย ดี จะได้ไม่สับสน นี่สินะแม่สามีและน้องสามีที่ไม่ค่อยชอบหน้าเธอนัก และแม่สามีตัวดียังเทียวหาเมียคนใหม่มาให้ลูกชายของตนอยู่เรื่อย ๆ ที่ขับไล่ไสส่งครอบครัวลูกชายคนโตออกมาอยู่ปลายนาเช่นนี้ก็เพราะรังเกียจลูกสะใภ้อย่างเธอ โครก คราก เสีย
Read more
ตอนที่ 4 พืชโบราณ
ภายในเรือนฝั่งตะวันตก สายตาของบัวไล่มองไปทั่วครัว มันเทียนหรือมันนกยาวเกือบศอกมีอยู่ประมาณห้าหัว หัวกลอยขนาดเท่าลูกมะพร้าวน้ำหอมอีกสามหัว เผือกหอมอีกสี่หัว ข้าวสารจ้าวมีอยู่ไม่ถึงห้ากำมือลักษณะคงเป็นข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ เพราะดูจากข้าวของเครื่องใช้ในครัวแล้วข้าวสารก็น่าจะต้องตำเอง และข้าวสารเหนียวที่มีอยู่ไม่ถึงหยิบมือ เฮ้อ! ชีวิต ไม่ใช่แค่กลับมาอยู่ในยุคโบราณอย่างเดียวแต่เธอต้องกลับมากินพืชโบราณพวกนี้อีกด้วย บัวตัดสินใจเลือกเผือกมาปอกเปลือกแล้วหั่นเพื่อต้มใส่ข้าว ถ้าต้มเฉพาะข้าวมีหวังกินไม่อิ่มกันแน่ กลอยใช้เวลาทำนานกว่าจะได้กิน เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน จากนั้นก็ก่อไฟ ตาย! กว่าจะก่อไฟติดถ้าไม่ได้เรียนวิชานักศึกษาวิชาทหารมาเธอคงแย่แน่ หม้อที่มีก็เป็นหม้อดินทั้งหมด ทัพพีก็ไม่มีเธอจะต้องใช้ไม้พายและกระบวยเล็กแทน เครื่องปรุงน่ะหรือมีแค่เกลือ กับน้ำตาลก้อนที่ทำจากอ้อยเท่านั้น ผงปรุงรส ซอสต่าง ๆ หรือแม้แต่น้ำปลาหรือน้ำมันพืชก็ยังไม่มี แล้วแบบนี้จะทำอาหารอร่อยได้อย่างไรกัน สงสัยถึงเวลาที่เธอต้องกินคลีนแล้วกระมัง คลีนที่แปลว่าไม่มีอะไรจะกิน ไม่แป
Read more
ตอนที่ 5 แค่ข้าวต้มก็ยังแปลก
“เจ้าสองคนมาช่วยแม่ถือถ้วยกับปลาย่างหน่อยสิ” บัวบอกลูกที่ยังยืนมองไม่ไปไหน ได้กลิ่นหอมของอาหารแล้วก็มีท่าทางอยากรู้อยากเห็นว่าแม่ทำอะไรถึงได้หอมน่ากินขนาดนี้ กลิ่นข้าวกล้องบวกกับเผือก และใบเตยมันหอมจนน้ำลายสอต้องยืนกลืนน้ำลายอยู่หลายอึก สองคนนั้นได้ยินคำว่าแม่หลุดออกจากปากยายอ้วนที่พวกเขาไม่เคยได้ยินเลยตั้งแต่จำความได้ก็รู้สึกแปลกใจ เหตุใดนางจึงแทนตัวเองว่าแม่ทั้งที่ไม่เคยมาก่อน แต่เอาเถอะเผื่อสมองของเธอยังไม่เข้าที่เข้าทางเธออาจจะสติเลอะเลือนอยู่ก็เป็นได้ สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างลังเล เพราะความกลัวที่ว่าแม่จะตียังมีเหลืออยู่ “เอาเถอะ ๆ แม่จะไม่ตีพวกเจ้าโดยไม่มีเหตุผลอีก ตอนนี้มาหยิบชามให้แม่ก่อน ท่านพ่อของพวกเจ้าคงหิวแย่แล้ว เอาสามชุดก็พอ ละอองถือกระบวยนี่มาให้แม่ด้วย” บัวบอกลูก เธอเห็นชามสังกะสีเคลือบขาวอยู่ห้าใบ และช้อนสังกะสีเคลือบสีเขียวเข้มอีกจำนวนเท่ากัน จากนั้นก็ใช้ผ้าผืนเล็กสองผืนรองมือจับหูหม้อดินแล้วยกออกมา ได้ยินดังนั้นเด็กทั้งสองจึงเดินเข้ามาใกล้ หยิบถ้วยเปล่าและถ้วยใส่ปลาย่างและช้อนสังกะสีตรงไปยังห้องนอนของพ่อ
Read more
ตอนที่ 6 เข็มขัดมิติ
บัวคิดตามที่เมฆว่า สาเหตุหนึ่งก็คงเป็นเพราะเขาอยากให้ลูกทั้งสองกินอิ่ม และกลัวว่าอาหารจะหมดก่อนลูก หรืออีกอย่างก็คงเป็นเพราะ… “หรือท่านไม่อยากกินอาหารที่ข้าทำ กลัวข้าจะผสมยาพิษหรือไง” บัวโพล่งขึ้นความทรงจำเดิมบอกเธอว่าทั้งสองไม่ถูกกันและเขาก็อยากจะเลิกกับเธอมาตลอดตั้งแต่คลอดลูกคนที่สอง แต่ยิ่งบัวรู้ว่าสมิงไม่รักและลูกทั้งสองก็เห็นดีเห็นงามไปกับเขาด้วยเธอก็ยิ่งอยากแก้แค้นและไม่ยอมเลิกรากับสามีง่าย ๆ “หญิงโง่เขลาเช่นเจ้า คงไม่มีปัญญาหายาพิษมาใส่ในอาหารให้ข้ากินหรอก” สมิงมองภรรยาด้วยสายตาดูถูก ปกติหญิงผู้นี้ไม่เคยใช้ปัญญาถนัดแต่ใช้แรงรังแกผู้อื่นไม่เว้นแม้แต่ลูกในไส้ แต่กับเรื่องงานกลับไม่ได้เรื่อง นิ่งเป็นหลับขยับเป็นกิน ไม่ว่าเผือกหรือมัน กล้วยสุก หรือแม้แต่เนื้อสัตว์ที่เขาหามาได้เธอกินไม่เคยเหลือ อยากรู้เหมือนกันว่าตอนนี้ไม่มีใครหาแล้วหล่อนจะทำอย่างไร จะยอมอดตายหรือไม่ “หึ งั้นรึ เช่นนั้นเจ้าก็กินสิ” บัวแค่นยิ้มออกมาสามีเธอคนนี้ปากดีใช่ย่อย เสียดายที่หน้าตาหล่อเหลาเสียเปล่า ให้ตายเถอะ คนอย่างบัวชมพูไม่มีทางอยู่กับสามีที่ไม่ได้รักนางเด็ดขาด
Read more
ตอนที่ 7 แม่ไม่ใจร้าย
เมื่อทั้งสามทานอาหารเสร็จลูกทั้งสองเก็บชามของตัวเองและของพ่อไปล้างตามที่แม่คนเดิมเคยใช้ให้ทำตลอด ละอองถือชามตัวเองเดินไปห้องครัว เท้าเล็กก็สะดุดเข้ากับพื้นบ้านต่างระดับจนทำให้เธอล้มหน้าคะมำลงไปกับพื้นบ้านชามกับช้อนที่อยู่ในมือหล่นลงพื้นบ้านเสียงดัง เพล้ง! ถ้วยกับช้อนกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง บัวสะดุ้งโหยงตื่นจากภวังค์ทันที หันหลังขวับมามองลูกสาวคนเล็กด้วยความตกใจ สมิงที่อยู่อีกห้องได้ยินเสียงก็รู้แล้วว่าเป็นเสียงชามกระทบพื้น เขาชะเง้อมองลูกด้วยความเป็นห่วงและพยายามกระเถิบกายอย่างยากลำบากออกมาจากที่นอนเพื่อจะมาดูลูก เพราะกลัวจะถูกภรรยาเฆี่ยนตีอีก ละอองที่นอนคว่ำในท่าลอยบกช้อนตาขึ้นมองผู้เป็นแม่ที่ยืนมองมายังร่างเล็กที่นอนใบหน้าซีดเผือด สองมือเล็กยันกายลุกขึ้นช้า ๆ ลืมความจุกเจ็บไปชั่วขณะสายตาเหลือบมองพี่ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทั้งสองกำลังเตรียมจะวิ่งหนีแม่ใจร้าย แต่ก็ต้องหยุดความคิดเมื่อผู้เป็นแม่เดินเข้ามาช่วยพยุงร่างของเธอลุกขึ้น “เจ้าเจ็บตรงไหนบ้าง คราวหลังก็เดินระวังหน่อยสิ” เธอพูดเสียงรา
Read more
ตอนที่ 8 ตำข้าว
บัวเดินกลับมาที่เรือนนอนของสามีอีกครั้ง หยิบยาที่หมอพื้นบ้านจ่ายให้มาป้อนเขา มันเป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยทำให้เขาเลยสักครั้ง และสมิงก็ไม่เคยขอร้องเธอด้วย“จะมาไม้ไหน สมองเสื่อมหรือไง หรือว่าผีเข้า” สมิงว่าให้เธอเสียงดุ ไม่ได้ดีใจสักนิดที่เธอเข้ามาปรนนิบัติ“ไม่ใช่สักอย่าง ข้าแค่อยากให้ท่านหายไว ๆ ท่านจะได้กลับมาทำนาล่าสัตว์และเลี้ยงลูก ๆ ได้เหมือนเดิม” แววตาของสมิงกระตุกวูบเมื่อได้ยินเหตุผลที่เธออ้าง จริงสิ เขาลืมไปเลย นี่ก็ใกล้ถึงเวลาทำนาแล้วดินก็ยังไม่ได้ขุด นางผู้นี้ไม่เคยทำนาแล้วครอบครัวของเขาจะมีข้าวกินได้อย่างไร เงินก็มีอยู่แค่เพียงไม่กี่บาทไม่มีทางที่จะซื้อข้าวมาเลี้ยงดูครอบครัวได้ทั้งปีแน่ หาของป่าหรือล่าสัตว์นางก็ไม่เคยทำ แล้วอย่างนี้ลูก ๆ ของเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร คิดมาแล้วก็ยิ่งเกลียดผู้หญิงตรงหน้าเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ หากนางรู้จักทำมาหากินขึ้นมาอีกสักหน่อย ครอบครัวก็คงไม่ต้องมาถึงคราวอับจนถึงเพียงนี้“ข้ากินเองได้” บัวจึงยื่นยาที่เป็นซองให้เขาในนั้นมีผงสีขาวบรรจุอยู่ มันคือยาแก้ปวดที่หมอจ่ายให้ และส่งกระบวยน้ำดื่มที่มีตัวยาสำคัญอยู่ครบให้เขาด้วย “เจ้านอนพ
Read more
ตอนที่ 9 ไปอาบน้ำ
บัวตำข้าวเปลือกจ้าวที่มีอยู่ครึ่งกระสอบจนหมดได้ข้าวมาประมาณครึ่งกระบุงที่ไม่ใหญ่มาก ข้าวประมาณนี้ถ้าต้มก็คงอยู่ได้เกือบเดือน วันนี้อากาศก็ร้อนอบอ้าวเหมือนฝนจะตกจนเหงื่อท่วมตัวเสื้อเปียกชุ่มไปหมด และฝุ่นละอองจากเปลือกข้าวก็ทำให้ระคายเคือง เธอเก็บกวาดทุกอย่างให้เข้าที่แล้วชวนลูก ๆ ทั้งสองไปอาบน้ำในลำธารที่อยู่ไม่ห่างไกลจากเรือนมากนัก ลำธารตรงนั้นเป็นที่ที่ผู้คนในหมู่บ้านมาอาบน้ำ ซักผ้า และตักน้ำไปอุปโภค “ท่านจะอาบน้ำให้พวกข้ารึ” ทั้งสองมองหน้าแม่ด้วยความแปลกใจ ไม่เคยเลยสักครั้งที่แม่คนนี้จะอาบน้ำให้ลูก “ใช่ พวกเจ้าเนื้อตัวมอมแมมไม่ได้อาบน้ำมากี่วันแล้ว” บัวมองใบหน้าลูกด้วยความเวทนา เสื้อผ้าก็ดำ หน้าตาก็ดำราวกับพระเอกในนิทานพื้นบ้านเรื่องขวานฟ้าหน้าดำเนื้อตัวก็เหม็นสาบ ไม่รู้ทนอยู่กันได้อย่างไร ตัวเธอเองก็ไม่ต่างจากเด็กทั้งสอง วันนี้จะจับถูขี้ไคลออกให้หมด “เกือบอาทิตย์แล้วเจ้าค่ะ” ละอองตอบออกไป ไม่มีใครพาไปอาบน้ำพ่อของพวกเขาเคยบอกไว้ว่าถ้าไม่มีผู้ใหญ่พาไปห้ามทั้งสองไปตรงลำธารนั้นเด็ดขาด นอกจากสบู่ที่มีอยู่เพียงก้อนเดียวเล็ก ๆ ที่ไ
Read more
ตอนที่ 10 ช่วยคนตกน้ำ
ทั้งสองที่กำลังดึงทึ้งผมกันอยู่จึงหยุดชะงักทันที บัวรีบหันไปมองลูกของตนแล้วพูดขึ้น “พวกเจ้าไปรอแม่บนบกก่อน” บอกลูกน้ำเสียงเป็นห่วง แต่สัญชาตญาณบอกให้เธอไปช่วยคนจมน้ำก่อน “ขอรับ/เจ้าค่ะ” ลูกทั้งสองทำตามอย่างว่าง่ายพวกเขาก็ตกใจเช่นกัน ส่วนบัวรีบเดินไปที่ที่มีคนมุงดูอยู่เกือบสิบ เพราะมีหนุ่มคนหนึ่งอุ้มร่างเด็กขึ้นมาได้แล้ว “ฮือ ๆ อันลูกแม่” ผู้เป็นแม่ร้องไห้กอดร่างลูกอย่างหมดอาลัยตายอยากเมื่อรู้ว่าลูกสาวหมดลมหายใจแล้ว “หลีกทางหน่อยข้าจะช่วยคน ทุกคนห้ามมุงถอยออกให้ห่างอากาศจะได้ถ่ายเท” ทุกสายตามองบัวเป็นตาเดียว แปลกใจว่านางเป็นใครถึงจะช่วยคนที่ตายไปแล้วให้ฟื้นขึ้นมาได้ “เจ้าอย่าพูดเพ้อเจ้อ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าหลอกลวงผู้อื่นเจ้าจะมีความผิด” ก้านลูกชายคนโตของผู้นำหมู่บ้านพูดขึ้นเขาเป็นคนที่ช่วยเด็กขึ้นมาจากน้ำทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเด็กสิ้นใจแล้ว หญิงอ้วนผู้นี้น่ารังเกียจแถมยังชอบพูดโกหกคนอื่นไปทั่ว “ท่านนั่นแหละที่เพ้อเจ้อ ถ้าไม่หลีกไปเด็กคนนี้อาจจะตายได้” นางน้อยหญิงสาวที่อยู่บ้านใกล้เธอและเป็นแม่ของเด็กที่จมน้ำหันมามองหน้
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status