Masukว่าที่แพทย์หญิงที่ย้อนกลับไปสู่อดีตในร่างหญิงอวบอ้วนที่สามีและลูกชิงชัง และอยากให้เธอตายอยู่ทุกวัน เธอจะไม่ยอมใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอเป็นอันขาด
Lihat lebih banyakหนึ่งปีให้หลัง จากบ้านที่มีเพียงสองห้องตอนนี้สมิงได้ขยับขยายเพิ่มอีกสองเป็นสี่ห้องใหญ่และต่อเติมส่วนที่เป็นห้องครัวออกไปอีกหนึ่งห้อง บัวจัดบ้านให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น ห้องนอนของเธอกับสามีบัวแยกออกมาต่างหาก ตอนนี้บ้านของสมิงกลายเป็นร้านขายเครื่องจักสานที่ทำจากกกและผักตบชวา และครอบครัวของเขาก็มั่งคั่งกว่าใครในเมืองนี้ เขามีควายตัวผู้สองตัวและเกวียนอีกหนึ่งเล่มเอาไว้ขนกกและผักตบชวา ส่วนเครื่องจักสานจำพวกรองเท้า และกระเป๋า มีลูกค้าประจำมารับอยู่แล้ว พลอยทำให้เครื่องจักสานของป้าชื่นที่ทำจากไม้ไผ่ขายดีไปด้วย เมืองอื่น ๆ รู้จักหมู่บ้านนี้ดีมากขึ้นในฐานะเมืองแห่งจุดกำเนิดรองเท้าและกระเป๋าจากต้นกกและผักตบชวาสมิงประคองภรรยาที่ท้องได้แปดเดือนมานั่งบนแคร่ช้า ๆ“เจ้านั่งตรงนี้ก่อนพี่จะไปเอาเก้าอี้มาให้ บอกให้หยุดทำก่อนก็ไม่เชื่อฟัง” ถึงจะท้องแก่แต่ก็ยังอยากช่วยลูกและสามีทำงาน สมิงจึงไปยกเก้าอี้ที่เอนหลังได้มาให้ เพราะตอนนี้เมียรักนั่งตั่งไม้เหมือนเดิมไม่ได้แล้ว“ทีท่านพี่ล่ะเจ้าคะ ก็ไม่เคยฟังข้าเช่นกัน” ตอนเขาขาหักก็ดื้อไม่น้อยเช่นกัน“พูดแล้วยังจะมาเถียง เดี๋ยวตบด้วยปากสักทีสองที” สมิงพูดพลางยิ้ม
“ยังไงข้าก็ไม่กลับ” บัวปั้นหน้าให้เป็นปกติทั้งที่รู้ว่าตอนนี้มันกำลังขึ้นสีแดงเพราะเธอรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวลามไปถึงใบหู “เจ้าไม่กลัวท้องไม่มีพ่อรึ” สมิงย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนกายทั้งสองเกือบแนบชิดกัน “ทำไมต้องกลัวเจ้าคะ” บัวแหงนหน้าคุยกับเขา สมิงทำลอยหน้าลอยตาแล้วพูดขึ้น “คืนนั้นข้าปล่อยหมิงน้อยเข้าไปในท้องเจ้าเป็นล้านเลยนะ หรืออาจจะหลายล้านก็เป็นได้เพราะข้าไม่ได้ปล่อยแค่ครั้งเด…” “หยุด ห้ามพูดออกมาเด็ดขาด” บัวขัดขึ้นไม่ให้เขาพูดทะลึ่งออกมาอีก หมิงน้อยอย่างนั้นหรือ ตายแล้ว! บัวชมพู เจ้าเป็นแพทย์ภาษาอะไรถึงได้ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทขนาดนี้ลืมไปว่าคนที่นี่เขาไม่รู้จักคุมกำเนิดกัน เธอคิดไปเองว่าบัวมีลูกสองแล้วต้องทำหมัน แต่มันไม่ใช่ คนที่นี่เขายังไม่รู้จักการทำหมัน โอย ๆ คิดแล้วก็ทำหน้าเบะเหมือนจะร้องไห้ ทำไมต้องมาตกม้าตายตอนจบด้วย “ท่านพี่ทำไมไม่ป้องกันเล่า” ทำหน้าย่นว่าคนตัวสูงตรงหน้า “เอ๊า จะให้ป้องกันทำไมก็บัวเป็นเมียพี่” อีกอย่างป้องกันอะไรกันเขาไม่รู้จัก สมิงทำหน้าทะเล้นใส่เธอแล้วยิ้มก
สมิงสะพายเอาผ้าขาวม้าที่ห่ออาหารและน้ำดื่มใส่กระบอกไม้ไผ่พร้อมทั้งเสื้อผ้าคนละชุดแล้วพาลูกทั้งสองออกเดินทางตั้งแต่ตีห้า เมฆเดินนำหน้าพ่อเพราะเขาให้ลูกสาวขี่หลังในมือของเขามีกระบองหนึ่งอันเพื่อใช้เป็นไฟส่องทางเสียงเขียดทรายร้องระงมอยู่ในท้องนาที่เต็มไปด้วยน้ำ ความจริงเขาอยากเดินทางตั้งแต่เมื่อวานแล้วหากไม่ติดว่ากลับจากบ้านอุ่นเรือนเพื่อเอารองเท้าไปขายก็คงเดินทางกันแล้ว “ท่านพ่อข้าอยากเดินเองเจ้าค่ะ” ละอองบอกพ่อเมื่อเห็นว่าทางเดินสะดวกมากขึ้น อีกอย่างพ่อของเธอถือของพะรุงพะรังเธอจึงคิดสงสารพ่อ แค่เธอกับพี่ชายแอบเห็นท่านพ่อแอบนอนร้องไห้เกือบทุกคืนพวกเขาก็สงสารมากพออยู่แล้ว ผ่านไปครึ่งชั่วโมงท้องฟ้าเริ่มคลายความมืดออกเรื่อย ๆ ลูกทั้งสองยังเดินได้อย่างไม่รู้เหนื่อย พวกเขาคงรู้สึกดีใจและตื่นเต้นที่จะได้เจอหน้าแม่ “ท่านพ่อนั่นดาวอะไรหรือขอรับ” เมฆเอ่ยถามเมื่อมองเห็นดาวดวงใหญ่ที่กำลังส่องแสงทอประกายอยู่บนท้องฟ้า “ดาวประกายพรึก” สมิงบอกลูกชาย จากนั้นจึงหันไปมองลูกสาว “เจ้าขี่หลังพ่อหรือไม่” เห็นขาสั้น ๆ เดินแกมวิ่งตามพ่อแล้วก็สงสาร “ไม
“ไม่มีประโยชน์หรอกเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าคิดว่ามันจบแล้วเจ้าค่ะ เวลามันอาจจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น” สองมือปาดน้ำตาตัวเองแล้วลุกขึ้น “ข้าจะไปหาผักตบชวามาสานรองเท้าเจ้าค่ะ” บัวเพิ่งรู้ว่าที่หมู่บ้านนี้มีผักตบชวาอยู่ในลำน้ำเป็นจำนวนมาก เธอจึงอยากนำมาสานรองเท้าและขายให้คนในหมู่บ้านนี้ จะได้ช่วยให้ฐานะของครอบครัวดีขึ้น ว่าจบบัวก็เดินลงเรือนไป เธอต้องเข้มแข็งเธอจะอ่อนแอไม่ได้ “เฮ้อ!” ล้อมถอนหายใจแรง ๆ หมดปัญญาไม่รู้จะช่วยลูกอย่างไรดี เรื่องแบบนี้คนอื่นทำแทนไม่ได้ด้วยสิ บัวเดินตามถนนไปอย่างเงียบ ๆ ในหัวตอนนี้มีแต่ภาพลูก ๆ ที่คอยวิ่งเล่นเมื่อตอนที่เธอทำงาน ภาพที่พวกเขาร้องตามเธอไปทุกที่ ภาพที่เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สามี และภาพที่เขาคอยนอนกกกอดเธอทุกคืน ภายใต้ผ้าคลุมหน้าอันมิดชิด น้ำตามันยังหลั่งไหลออกมาไม่หยุดทั้งที่บอกกับตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้ จะเข้มแข็งแต่เธอก็ทำไม่ได้ แพทย์หญิงอย่างเธอไม่เคยกลัวอะไรง่าย ๆ ไม่เคยกลัวผี ไม่เคยกลัวแม้แต่ความตาย แต่ทำไมเธอต้องมาอ่อนไหวกับเรื่องแค่นี้ด้วย เธอรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บัวกำลังก้มเงย ๆ
“เจ้าสองคนมาช่วยแม่ถือถ้วยกับปลาย่างหน่อยสิ” บัวบอกลูกที่ยังยืนมองไม่ไปไหน ได้กลิ่นหอมของอาหารแล้วก็มีท่าทางอยากรู้อยากเห็นว่าแม่ทำอะไรถึงได้หอมน่ากินขนาดนี้ กลิ่นข้าวกล้องบวกกับเผือก และใบเตยมันหอมจนน้ำลายสอต้องยืนกลืนน้ำลายอยู่หลายอึก สองคนนั้นได้ยินคำว่าแม่หลุดออกจากปากยายอ
ภายในเรือนฝั่งตะวันตก สายตาของบัวไล่มองไปทั่วครัว มันเทียนหรือมันนกยาวเกือบศอกมีอยู่ประมาณห้าหัว หัวกลอยขนาดเท่าลูกมะพร้าวน้ำหอมอีกสามหัว เผือกหอมอีกสี่หัว ข้าวสารจ้าวมีอยู่ไม่ถึงห้ากำมือลักษณะคงเป็นข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ เพราะดูจากข้าวของเครื่องใช้ในครัวแล้วข้าวสารก็น่าจะต้องตำเอง และข้าวสารเหนี
“พี่หมิงดีขึ้นแล้วหรือเจ้าคะ” สายหยุดถามไปอย่างนั้นแต่ไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงพี่ชายเลยสักนิด เธอเดินเข้ามาก่อนตามด้วยคำก้อนผู้เป็นแม่ สายตาของแม่สามีจับจ้องไปที่ร่างอ้วนของลูกสะใภ้ด้วยความรังเกียจ และแปลกใจอยู่ในที ที่มาวันนี้ก็เผื่อจะได้ยินข่าวดีที่บอกว่านางสิ้นใจแล้วแต่ความจริงหาเป็นอย่างนั้นไม่
“พวกเจ้าไปดูให้พ่อที” สมิงบอกลูกเมื่อเห็นทั้งสองยังนั่งเกี่ยงกันอิดออด “พี่เมฆไปดูคนเดียวได้หรือไม่เจ้าคะ ข้ากลัวยายอ้วนนั่น” น้องสาวบอกพี่ชายแล้วทำหน้าเบะเหมือนจะร้องไห้ เมื่อนึกถึงแม่ใจมารที่ถือไม้วิ่งไล่ตีลูก “ข้าก็กลัวเช่นกัน เจ้าไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยเถอะ” เมฆส่งสายตาอ้อน






Ulasan-ulasan