Flower of the Moon : บุปผาเคียงจันทร์

Flower of the Moon : บุปผาเคียงจันทร์

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-21
Oleh:  Noir87Tamat
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
69Bab
199Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

คืนนี้พวกเราจะตอกและย้ำให้เธอได้รู้ซึ้งว่าร่างกายและหัวใจของเธอน่ะเป็นได้แค่ของพวกเราตลอดไป

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1

ในอดีตนานมาแล้วมีคนเคยเล่าว่าในโลกของเรามีประตูอยู่หนึ่งบานที่ถูกเก็บเป็นความลับ ประตูนั้นเป็นประตูที่เชื่อมโยงโลกอีกฝั่งที่เป็นคู่ตรงข้ามกับโลกของมนุษย์ ว่ากันว่าหลังบานประตูมีสิ่งลี้ลับมากมาย ทั้งเทพ มังกร ภูติ และปีศาจอาศัยอยู่ ซึ่งประตูนั้นเป็นประตูที่เหล่าปีศาจและเทพที่มีพลังมากเท่านั้นที่สามารถเปิดใช้เพื่อเดินทางเข้าออกระหว่างทั้งสองโลกได้ มนุษย์ธรรมดา หรือ อมนุษย์ที่ไม่ได้มีพลังมากมายถึงจะเคยพบเห็นประตูบานนั้นก็จะเห็นเป็นแค่ประตูสำหรับตกแต่งผนังธรรมดาที่ไม่สามารถเปิดออกได้ และที่สำคัญประตูบานนี้จะเคลื่อนย้ายไปที่ต่างๆตามกาลเวลาซึ่งไม่มีใครรู้ว่ามันจะวนกลับมาที่เดิมเมื่อไหร่ รู้ก็เพียงแค่ไม่ว่ายังไงประตูก็จะวนกลับมาในที่มันเคยอยู่มาแล้วราวกับว่ารอเวลาให้ผู้ที่เหมาะสมมาเปิดมันออก 

ลียง ประเทศฝรั่งเศส

เวลา 7.30น.

“ฮ้าววววว” 

เสียงคนตัวเล็กหาววอดๆ อยู่หน้ามหาลัยคาทอลิค ชื่อดังของเมืองในเขต Place Bellecour เพราะตื่นเต้นกับการที่จะได้เข้าเรียนมหาลัยที่ใฝ่ฝันถึงขนาดดรอปเรียนมาตั้งสองปีหลังจากที่เรียนจบมัธยมมาเพื่อให้ได้มาเรียนที่นี่โดยเฉพาะ เพราะว่าเป็นสถานที่ที่สำคัญที่ทำให้พ่อกับแม่ของเธอพบรักกัน ทำให้คนตัวเล็กรีบตื่นมาอาบน้ำล้างหน้าและรีบนั่งรถบัสมามหาลัยอย่างเร็วจนลืมดูเวลาเนี่ยแหละว่ามันเช้าเกินไป 

ด้วยเพราะว่าเป็นช่วงต้นเดือนตุลาคมซึ่งยังอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงทำให้ตอนนี้ท้องฟ้ายังไม่ค่อยสว่างนัก อีกทั้งอากาศค่อนข้างเย็นทำให้ร่างบางต้องรีบเข้าไปในอาคารเรียนเพื่อทำการหลบหนาวซักหน่อย  

เมื่อเข้ามาในส่วนของมหาลัยตรงช่วงของประตูทางเข้าเป็นโดมสูงขนาบคู่กับอาคารเรียน ที่ร่างบางเคยได้มาเยือนแล้วตอนช่วงสมัครสอบเข้าที่นี่ ถัดจากทางเข้าภายในเป็นลานกว้างแบบเปิดโล่งไม่มีหลังคาด้านตรงข้ามกับทางเข้ามีอาคารเรียนแบบสมัยใหม่อยู่ ถัดไปทางขวาจะเป็นอาคารเรียนแบบเก่าที่ยังคงสไตล์ฝรั่งเศสแบบเดิมเอาไว้ ส่วนด้านหน้าอาคารสมัยใหม่ มีโต๊ะแบบม้านั่งยาววางอยู่เรียงกันสองฝั่งแบ่งเป็นทางเดินตรงกลาง เหมาะสำหรับนั่งรวมกันทำรายงานหรือพูดคุยกับเพื่อนๆยามว่าง ส่วนด้านในอาคารเรียนก็มีโต๊ะนั่งและตู้กดน้ำและขนมอัตโนมัติอยู่ด้วย ว่าแล้วฟีโลน่าก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหลบความหนาวภายในอาคาร ซึ่งก็เห็นว่ามีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว 2-3  คน 

หลังจากหาที่นั่งได้ก็จัดแจงเสียบหูฟังใส่มือถือและนั่งฟังเพลงคั่นเวลาก่อนเข้าเรียน พลางนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา นี่ก็ 2 ปีแล้วที่เธอสูญเสียผู้เป็นพ่อที่เป็นที่พึ่งพิงเพียงคนเดียวของเธอไป ส่วนเรื่องของแม่นั้น พ่อเพียงแต่เล่าว่าแม่อยู่บนสวรรต์หลังจากที่คลอดเธอได้ไม่นาน ซึ่งตอนนั้นเธอก็ยังเล็กมากเลยไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรนัก แล้วที่เลือกเรียนที่มหาลัยเซนต์คาทอลิคที่นี่ก็เพราะว่า พ่อเคยเล่าว่าได้พบรักกับแม่ที่นี่เนี่ยแหละ ถึงทำให้เธออยากจะมาเรียนที่นี่มากกว่าที่อื่นๆเพราะอยากจะเห็นสถานที่ที่ทำให้พ่อกับแม่เธอรักกัน

 แหม…ก็คนอย่างเธอถึงจะอายุ 20 แล้ว แต่ก็ไม่เคยมีแฟนซักคน ไอ้คำว่าความรักเนี่ยเป็นยังไงก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าได้เจอคนที่จะมอบความรักให้แก่กันล่ะก็คงจะมีความสุขไม่น้อย และคงไม่ต้องมารู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้หรอก ในระหว่างที่คนตัวเล็กกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นเอง

จึก! จึก!

“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร?” 

หนุ่มใหญ่ร่างท้วมในชุดสูทท่าทางมีอายุคนหนึ่งได้เข้ามาสะกิดถามสาวน้อยร่างบางจากทางด้านหลังทำให้คนตัวเล็กต้องถอดหูฟังออกเพื่อหันไปตอบคนถามผู้ที่มาถามอย่างมีมารยาท

“ชื่อ ฟีโลน่าค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฟีโลน่าได้ตอบกลับไป

“อ๋อ คุณฟีโลน่าพอจะมีเวลานั่งดื่มกาแฟเป็นเพื่อนผมได้ไหมครับผมเป็นคนเลี้ยงเอง” เมื่อได้รับคำตอบ หนุ่มใหญ่ก็ได้เอ่ยชวนคนตัวเล็กดื่มกาแฟด้วยซะงั้น

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันดื่มกาแฟมาแล้ว ขอบคุณมากนะคะ” ฟีโลน่าบอกปฏิเสธไป

“งั้นรับโกโก้ร้อนไหมครับ โกโก้ที่นี่อร่อยนะครับ” เขาถามต่อ

“เออ...ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะเกรงใจ”ฟีโลน่าตอบพร้อมนึกในใจว่าจะเซ้าซี้อะไรนักหนาเนี่ยทั้งๆที่ปฏิเสธไปแล้วครั้งนึง

“แล้วโคล่าล่ะครับ ดื่มไหม” 

หนุ่มใหญ่ยังถามเซ้าซี้อีกรอบ จนทำให้ฟีโลน่าต้องแอบลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างยอมแพ้กับลูกตื้อของคนตรงหน้าที่พยายามจะทำความรู้จักกับเธอผ่านเครื่องดื่มซะเหลือเกินและตอบเค้ากลับไปว่า

“โคล่าก็ได้ค่ะ”

เมื่อได้ยินคำตอบที่พอใจแล้วหนุ่มใหญ่ร่างท้วมก็รีบไปกดโคล่าที่ตู้ขายน้ำอัตโนมัติแล้วรีบเดินกับมาหาฟีโลน่าอย่างเร็วพร้อมยื่นโคล่ามาให้เธอ แล้วในตอนที่เธอรับมาแล้วนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า

“เราไม่ทักทายกันแบบฝรั่งเศสหน่อยเหรอครับ แบบว่าแก้มชนแก้มน่ะ” 

“เอ่อ... ก็ได้ค่ะ” ฟีโลน่าตอบพร้อมคิดในใจว่านี่สินะจุดประสงค์ของคนๆนี้

หลังจากทักทายกัน แล้วได้พูดคุยกันนิดหน่อย โดยส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของคนตัวโตตรงหน้ามากกว่า แถมเวลาคุยด้วยก็ชอบเอามือมาแตะตามตัวของเธออีกต่างหาก สักพักหนุ่มร่างท้วมก็ขอตัวออกไปทำธุระ ฟีโลน่าเห็นดังนั้นก็รีบปลีกตัวหลบออกจากอาคารเรียนที่นั่งอยู่ เพราะไม่อยากคุยกับหนุ่มร่างท้วมอีกเพราะเค้าดูมีจุดประสงค์ในตัวเธอแบบแปลกๆจน เธอรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว 

เธอมองดูนาฬิกาเรื่อนใหญ่ที่ติดอยู่ที่ผนังของอาคารเรียนตอนนี้เวลา 8.30น. เองยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะว่าจะได้เวลาเข้าเรียน ออกไปเดินเล่นสำรวจอาคารเรียนอื่นและรอบๆก่อนดีกว่า ไม่อยากจะเจอคนโรคจิตแบบเมื่อกี้อีกแล้ว 

‘บรื๋อ~ขนลุกชะมัด’

เธอได้แต่คิดแล้วก็รีบเดินออกจากอาคารเรียนไป

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
69 Bab
ตอนที่ 1
ในอดีตนานมาแล้วมีคนเคยเล่าว่าในโลกของเรามีประตูอยู่หนึ่งบานที่ถูกเก็บเป็นความลับ ประตูนั้นเป็นประตูที่เชื่อมโยงโลกอีกฝั่งที่เป็นคู่ตรงข้ามกับโลกของมนุษย์ ว่ากันว่าหลังบานประตูมีสิ่งลี้ลับมากมาย ทั้งเทพ มังกร ภูติ และปีศาจอาศัยอยู่ ซึ่งประตูนั้นเป็นประตูที่เหล่าปีศาจและเทพที่มีพลังมากเท่านั้นที่สามารถเปิดใช้เพื่อเดินทางเข้าออกระหว่างทั้งสองโลกได้ มนุษย์ธรรมดา หรือ อมนุษย์ที่ไม่ได้มีพลังมากมายถึงจะเคยพบเห็นประตูบานนั้นก็จะเห็นเป็นแค่ประตูสำหรับตกแต่งผนังธรรมดาที่ไม่สามารถเปิดออกได้ และที่สำคัญประตูบานนี้จะเคลื่อนย้ายไปที่ต่างๆตามกาลเวลาซึ่งไม่มีใครรู้ว่ามันจะวนกลับมาที่เดิมเมื่อไหร่ รู้ก็เพียงแค่ไม่ว่ายังไงประตูก็จะวนกลับมาในที่มันเคยอยู่มาแล้วราวกับว่ารอเวลาให้ผู้ที่เหมาะสมมาเปิดมันออก ลียง ประเทศฝรั่งเศส เวลา 7.30น.“ฮ้าววววว” เสียงคนตัวเล็กหาววอดๆ อยู่หน้ามหาลัยคาทอลิค ชื่อดังของเมืองในเขต Place Bellecour เพราะตื่นเต้นกับการที่จะได้เข้าเรียนมหาลัยที่ใฝ่ฝันถึงขนาดดรอปเรียนมาตั้งสองปีหลังจากที่เรียนจบมัธยมมาเพื่อให้ได้มาเรียนที่นี่โดยเฉพาะ เพราะว่าเป็นสถานที่ที่สำคัญที่ทำให้พ่อกับแ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2
10.00น. กิ๊งก่อง กังก่อง เสียงนาฬิกาเรือนเก่าส่งเสียงก้องดังเป็นสัญญาณให้นักศึกษาเริ่มเข้าคราสเรียนตามตารางของตัวเองที่ระบุเลขห้องตามแต่วิชาไว้ให้แล้ว คนร่างเล็กรีบวิ่งขึ้นอาคารเรียนไปที่หน้าห้องเรียนของตัวเองที่มีป้ายเลขห้องตรงกับตารางสอนของตัว ซึ่งตอนนี้คนอื่นๆได้เข้าห้องเรียนไปหมดแล้ว ตรงทางเดินไม่เหลือนักศึกษาเดินอยู่ซักคนและที่สำคัญเธอก็กำลังจะเข้าเรียนสายเพราะมัวออกไปเดินเล่นเพลินไปหน่อย เมื่อถึงประตูหน้าห้องเรียนที่เขียนตามแผนที่ห้องที่เธอได้รับมาในวันที่ลงทะเบียนรายงานตัวนักศึกษาครั้งแรกก็ได้พบว่าประตูที่ปรากฎอยู่ตรงหน้ามี ขนาดใหญ่กว่าตัวเธอถึงสองเท่า เป็นประตูบานไม้โอ๊คเก่าขอบบานเป็นหินอ่อนแกะเป็นลวดลายเถาวัลย์ดอกไม้ด้านบนของขอบบานถูกประดับด้วยรูปปั้นหินอ่อนรูปร่างคล้ายๆเทพปกรนัมสาวสวยที่รายล้อมไปด้วยหมู่มวลบุปผาหลายสายพันธุ์ ซึ่งก่อนที่ฟีโลน่าจะเปิดประตูก็ได้จัดแจงเช็คเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้พร้อมก่อนที่จะตัดสินใจเปิดประตูตรงหน้าทันใดนั้นขณะที่เธอเปิดประตูและกำลังจะก้าวผ่านธรณีประตู อยู่ๆ ก็มีลมวูบใหญ่พัดคนตัวเล็กเข้ามาภายในห้องและประตูถูกกระแทกปิดลงอย่างแรงในทันที
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3
และในระหว่างที่เธอคิดนั้นร่างสูงตรงหน้าก็ได้ตอบเธอว่า “จริงๆ มันก็คือมหาลัยเซนต์คาทอลิคเนี่ยแหละแต่มันเป็นชื่อที่มนุษย์เรียกกันน่ะ แต่สำหรับฝั่งนี้มันคือมหาลัยเซนต์เดม่อน ต้องขอบอกไว้ก่อนว่ามันก็ไม่ใช่ที่เดียวกันซะทีเดียวหรอกนะ เรียกว่าอยู่คนละฝั่งมากกว่า” เมื่อคนตัวเล็กได้ฟังก็เริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆ กับสิ่งที่ได้ยิน และรู้สึกสับสนไปหมดกับคำว่าคนละฝั่ง ‘หมายถึงอะไร?ถ้าเซนต์คาทอลิคเป็นชื่อที่มนุษย์เรียก แล้วเซนต์เดม่อนล่ะอย่าบอกนะว่าเป็นชื่อที่...’ พลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอไปอย่างยากลำบาก “ใช่ เป็นอย่างที่เธอคิดนั่นแหละ โลกฝั่งนี้คือโลกคู่ขนานกันกับโลกมนุษย์ และเป็นที่อยู่ของปีศาจและสิ่งลี้ลับ แต่...” ออทัสพูดยังไม่ทันจบก็สังเกตได้ว่าคนตัวเล็กค่อยๆ เดินถอยหลังกลับไปตรงประตูที่พึ่งเปิดเข้ามาและพยายามเอื้อมมือไปเปิดประตูนั้นอีกครั้งนึง และเมื่อเธอเปิดออกไปก็พบว่าด้านนอกห้องดูเปลี่ยนไปจากเดิม ทางเดินที่เป็นแบบร่วมสมัยในตอนแรก กลับกลายเป็นโถงบันไดทอดยาว วนลงไปด้านล่าง เธอเบิกตากว้างขึ้นตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วเธอควรจะทำอย่างไรต่อไปดี และพอคิดเท่าไหร่ก็ค
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4
เมื่อออทัสเห็นว่าเด็กสาวเริ่มไว้วางใจ เขาก็ได้กางปีใหญ่สีดำสนิทออกมา และยื่นมือไปยังฟีโลน่า ซึ่งเธอก็ยื่นมือไปจับแต่โดยดีถึงแม้ว่าจะมีแววตากังวลอยู่เล็กน้อย ออทัสได้ช้อนตัวร่างเล็กขึ้นกระชับเข้ากับอกกว้างก่อนที่จะโผบินออกมาทางหน้าต่างมุ่งตรงลงด้านล่างอย่างรวดเร็วทำเอาร่างบางกรีดร้องออกมาเสียงดังอย่างใจหาย ก่อนที่จะชะลอตัวค่อยๆลงพื้นอย่างนุ่มนวล “หึๆ ตัวสั่นเชียว กลัวรึ?” ออทัสเอ่ยแซวอย่างขบขันกับคนตัวเล็กที่กำลังตัวสั่นเป็นลูกนกพึ่งเกิดก็ไม่ปาน “กลัวสิคะ นึกว่าจะตายซะแล้ว คนอุตส่าไว้ใจทำไมมาแกล้งกันแบบนี้ล่ะคะคุณออทัส”ฟีโลน่าเมื่อตั้งสติได้ก็โวยวายใหญ่ “ฮ่าๆๆๆ ก็คนมันอยากแกล้งนี่นา ว่าแต่เธอเรียกฉันว่าพ่อดีกว่า เพราะหลังจากนี้ฉันจะแนะนำเธอกับคนอื่นว่าเธอเป็นลูกบุญธรรมของฉัน ปีศาจตนอื่นๆจะได้ไม่สงสัยในกลิ่นของเธอด้วย”ออทัสหัวเราะออกมาอย่างเปิดเผยก่อนที่จะบอกให้ฟีโลน่าเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกตัวเองว่า พ่อแทน เพื่อเป็นการช่วยปกป้องเธออีกทาง เพราะเขาพอจะเดาได้แล้วว่ากลิ่นหอมๆ ที่เต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่อยู่ในตัวเด็กสาวผู้นี้คืออะไรกันแน่ “ได้ค่ะ คุณออ เอ้ย!! คุณพ่อ”ฟีโลน่าตอบ จา
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5
ก๊อก ก๊อก ออทัสเคาะประตูหน้าห้องพัก และบอกให้คนตัวเล็กยืนรออยู่เงียบๆข้างๆเขา จนซักพักก็มีคนเปิดประตูออกมา แอ๊ด~ ร่างที่ปรากฎออกมาหลังจากประตูบานนั้นทำเอาฟีโลน่าถึงกับอึ้ง เขามีผิวขาวซีด หน้าตาจัดได้ว่าหล่อราวเทพบุตร ผมสีเทาหม่นยาวระคอ ถูกเซตอย่างลวกๆ เหมือนคนพึ่งตื่นนอน ดวงตาสีเงินวาววับ แต่แฝงไปด้วยความเย็นชาและความดื้อรั้น คิ้วที่ดูขมวดเข้าหากันเล็กน้อยมองมายังออทัสก่อนที่จะเลื่อนสายตามาหยุดมองหน้าของคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ ร่างเล็กที่เห็นว่าคนที่ออกมาเป็นผู้ชายแทนที่จะเป็นหญิงสาวเหมือนตนเองก็มุ่ยหน้าแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน และหันไปสะกิดออทัสเพื่อเป็นการถามกลายๆ ว่าตกลงคือมันยังไงกันแน่ แต่ร่างสูงกับไม่สนใจเธอเลย มัวแต่ทำลอยหน้าลอยตาแสดงที่ท่าพอใจกริยาที่สาวน้อยแสดงออกมา“มาถึงที่นี่มีธุระอะไร ท่านออทัส ปกติท่านไม่เห็นเคยจะแวะมาที่นี่ด้วยตัวเองเลยนี่”ชายหนุ่มเจ้าของห้องเอ่ยถาม “ฉันมีบางอย่างอยากให้นายกับแฟรงค์ช่วยหน่อย”น้ำเสียงของออทัสที่พูดกับคนตรงหน้าดูเรียบคล้ายกับจะบอกว่า ไม่ได้ขอร้องแต่ว่าบังคับว่าต้องทำ ทำเอาชายหนุ่มตรงหน้าเดาะลิ้นขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจนัก กับป
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6
ระหว่างนั้นเองด้านนอกอาคาร หลังจากที่ออทัสไล่ฟีโลน่าเข้าไปในห้องพัก เขาก็ชวน เรออนออกมาคุยตรงส่วนกลางของอาคารหอพัก เพื่ออธิบายถึงเรื่องราวของคนตัวเล็กที่เขาพามา “ท่านออทัส มีอะไรจะอธิบายก็รีบๆ พูดมา เราไม่เชื่อหรอกนะว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นลูกของท่าน เพราะกลิ่นของเธอนั้นแปลกมาก แถมหอมมากอีกต่างหาก ท่านไปเก็บยัยตัวเล็กนั่นมาจากไหนกันแน่”เรออนเปิดประเด็นขึ้นทันที “ก็กำลังจะบอกอยู่นี่ไง ไฉนเจ้าใจร้อนอย่างนี่ล่ะเนี่ย ไม่ใช่ว่ากายอันเย็นชืดนั้นจะทำให้ใจเจ้าเย็นด้วยรึ บุตรของผู้เป็นอมตะ แต่เจ้าก็เก่งนะที่รู้ว่าไม่ใช่ลูกของข้า ขนาดข้าให้เครื่องรางกับเด็กคนนั้นเพื่อกลบกลิ่นหอมๆ นั้นแล้วเชียว” ออทัสแขวะกลับก่อนที่จะพูดต่อ “แต่ก็เพราะกลิ่นหอมๆ นั่นแหละที่ต้องทำให้นำเด็กคนนั้นมาฝากไว้ที่นี่ เธอมาจากอีกฝั่งของประตูและที่สำคัญเธอก็เป็นมนุษย์ ฉันก็ไม่รู้ว่าเธอเปิดมันได้อย่างไร รู้แค่ว่าเด็กคนนี้มีกลิ่นอายคล้ายๆกับ... เฮ้อ~ ช่างเถอะๆ เอาเป็นว่าฉันฝากให้คุ้มครองเธอด้วยในช่วงที่ฉันไม่อยู่ ในระหว่างนี้ก็ให้เด็กคนนี้เรียนที่นี่และพักอยู่กับพวกนายสองคนไปก่อน และจำไว้ด้วยว่าเธอนั่นพิเศษมากอย่าได้ให้ปีศา
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7
เมื่อเรออนพูดจบร่างของเจ้าหมาตัวโตก็ค่อยแปลเปลี่ยนเป็นผู้ชายผิวสีแทน ขนที่เป็นสีน้ำตาลไหม้อันเป็นเอกลักษณ์ก็เปลี่ยนเป็นผมยาวประบ่า มัดเป็นจุกแบบลวกๆ แต่แฝงไปด้วยความมีสเน่ห์ ชายคนนี้มีดวงตาสีทองอร่ามแลดูเจ้าเล่ห์และทะเล้นนิดๆ เหมือนกับพวกคาสโนว่าล่าสาวก็ไม่ปานต่างกลับเรออนที่มีสายตาคมกริบดูเย็นชา “ฮ่าๆๆๆ สวัสดียัยตัวเล็ก เธอที่มันกลิ่นน่ากินชะมัดเลยรู้ตัวรึเปล่า ว่าแต่เธอเป็นใครมาจากไหนกันล่ะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ” แฟรงค์พูดพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ฟีโลน่าและใช้ปลายจมูกค่อยๆ สูดดมกลิ่นหวานตรงซอกคอขาวๆ ของคนตัวเล็กพลางเลียดลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเอง จนทำให้ร่างบางช็อกจนตัวแข็งทื่อกับการกระทำของผู้ชายตรงหน้าไปซะแล้ว ยิ่งไม่มีภูมิคุ้มกันพวกผู้ชายอยู่ด้วย เรออนที่เห็นอย่างนั้นก็ลากเจ้าเพื่อนตัวดีให้ออกห่างจากฟีโลน่า เพื่อที่จะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้เจ้าหมาป่าคนสนิทฟังว่า ยัยคนตัวเล็กตรงหน้าเป็นใคร มาจากไหน ก่อนที่เพื่อนของเขาจะทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ เพราะเขาเองก็ต้องคุมสติของตัวเองอย่างยากลำบากเหมือนกันในตอนที่พบฟีโลน่าครั้งแรก เด็กบ้าอะไรก็ไม่รู้ หอมชะมัด ส่วนบุรุษหมาป่าที่ได้รู้เรื่อ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8
ห้องพักของฟีโลน่าที่แฟรงค์พาหญิงสาวไปดูนั้นเป็นห้องเล็กที่ว่างเพียงห้องเดียวที่เหลืออยู่ในห้องนี้ ส่วนภายในห้องนั้นถูกตกแต่งไปด้วยเตียงและตู้เสื้อผ้าไม้สีเข้มแบบโบราณ ตัดกับห้องสีขาวครีม แถมมีหน้าต่างบานใหญ่ที่สามารถมองออกไปเห็นธรรมชาติภายนอกที่สวยงามฟีโลน่าที่เห็นห้องของเธอแล้วก็ถึงกับฉีกยิ้มหวานออกมาอย่างลืมตัวพร้อมวิ่งเข้าไปสำรวจห้องของเธออย่างรีบร้อน และเธอก็ได้เห็นว่ามีกระถางต้นไม้เล็กๆตรงริมหน้าต่างอยู่ต้นนึงที่มีใบแห้งเหี่ยวอยู่ด้านใน เธอจึงหยิบกระถางขึ้นมามองดูใกล้ๆ ทันทีที่ลมหายใจของเธอสัมผัสเข้ากับต้นไม้ต้นนั้น จากที่ใบมันแห้งเหี่ยวก็กลับมามีใบที่เขียวสดและออกดอกบานสวยราวกลับมีเวทมนต์ สองหนุ่มที่ได้เห็นถึงกลับเบิกตากว้าง และหันมามองหน้ากันราวกับสงสัยว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง แต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงพูดอะไรออกมา ต่างจากฟีโลน่าที่มีท่าทีเฉยๆ เพราะคิดว่าที่นี่เป็นโลกปีศาจ มันคงจะไม่แปลกอะไรที่อยู่ๆดอกไม้จะบานอย่างกระทันหันเสมือนกล่าวต้อนรับการมาของเธอได้ “เอาเป็นว่าเธออยู่ในห้องนี้ไปละกันนะ พวกเราขอออกไปทำธุระก่อน ถ้าหิวก็เปิดตู้เย็นหาอะไรกินเองละกัน แต่อย่าพึ่งออกไปไหนคนเดียวล่ะถ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9
“ฮ้าวววว อื้อ~ นี่กี่โมงแล้วเนี่ย ทำไมถึงหลับสบายแบบนี้นะ” ฟีโลน่าหันไปดูนาฬิกาข้างหัวเตียงก็เห็นว่าบ่ายโมงแล้ว ก็ลุกออกจากเตียงและเดินออกมานอกห้อง เพื่อจะไปหาอะไรกินในห้องครัวซะหน่อย หิวจัง จะมีอะไรให้กินบ้างนะ“เอ…ว่าแต่มีอะไรพอจะทำอาหารได้บ้างไหมเนี่ย” ร่างบางพูดพร้อมเปิดดูของในตู้เย็นก็พบว่ามีพวกซอสกับเส้นสปาเก็ตตี้“งั้นทำสปาเก็ตตี้กินดีกว่า ง่ายดีด้วย ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะทานอะไรหรือยังนะ อือ~ พวกเค้าจะกินอาหารแบบมนุษย์หรือเปล่านะ”ระหว่างที่ร่างบางทำอาหารอยู่ เรออนก็เดินเข้ามาในห้องครัวและยืนพิงขอบประตูมองร่างบางที่กำลังทำอาหารไปปากก็พูดถึงชายหนุ่มไป พลางยิ้มเอ็นดูกับคนตรงหน้า ที่นึกถึงคนอื่นว่ากินข้าวหรือยัง “ปกติฉันก็ทานได้นะอาหารธรรมดาน่ะ” ฟีโลน่าได้ยินที่ชายหนุ่มตอบก็เลยถามกลับไปว่า“แล้วนายจะกินด้วยไหมล่ะ จะได้ทำเผื่อ”“ไม่ต้องหรอก ตอนนี้ฉันอิ่มแล้ว” ชายหนุ่มตอบพลางยกแก้วเครื่องดื่มที่มีของเหลวสีแดงสดในแก้วให้ร่างบางดู “หลังจากนี้เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ กินเสร็จแล้วมาที่ห้องนั่งเล่นด้วยล่ะ” เรออนบอกร่างบางก่อนเดินออกไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นเมื่อฟีโลน่ากินข้าวเสร็จก็เดินเ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10
ตลาดนัดรัตติกาลที่ตอนนี้มีผู้คนเดินกันขวักไขว่แต่แท้จริงแล้วต้องเรียกว่าเหล่าภูติน้อย ภูติใหญ่ ปีศาจมากมายมาเดินซะมากกว่า การแต่งกายของคนที่นี่ไม่ได้แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปเลย แต่ที่จะต่างก็คือบางคนมีหู บ้างกูมีหางหรือผิวพรรณที่ละม้ายคล้ายสัตว์ชนิดต่างๆกันออกไป บางพวกก็มีปีกที่พับอยู่ด้านหลัง หรือแม้กระทั้งภูติตัวจิ๋วก็มีให้เห็นบินไปบินมาเลือกซื้อของกันเต็มไปหมด เป็นภาพที่หาดูยากมากสำหรับมนุษย์ธรรมดาอย่างฟีโลน่าทำให้เธอเอาแต่มองคนพวกนั้นมากกว่าของที่กำลังขายซะอีก“แม่หนูจ๊ะ สนใจทานโกโก้เจ็ดสีมั้ยจ๊ะ” ระหว่างที่ร่างบางกำลังเดินสำรวจอย่างเพลิดเพลินก็มีเสียงแม่ค้าทักฟีโลน่าและเรียกความสนใจไปที่ของในมือนั้น มันคือแก้วน้ำที่มีกลิ่นคล้ายโกโก้ร้อนๆ เพียงแต่มีสีสันเหมือนกับสายรุ้งที่ดูสวยงาม ยามเมื่อหญิงสาวจ้องมอง“โกโก้เจ็ดสีนี้หาทานยากมากนะหนู 100ปีจะมีซักหนที่ออกผลมาให้ทำเครื่องดื่มขายได้ แถมยังเป็นยาบำรุงพลังไหลเวียนได้ดีด้วยนะ สนใจรับซักแก้วมั้ย” แม่ค้าได้บรรยายสรรพคุณของโกโก้ออกมาอย่างยืดยาวในตอนร่างบางที่เอาแต่จดๆจ้องแก้วโกโก้นั้น เรออนก็เดินเข้ามาขนาบข้าง แล้วยื่นเงินให้ก่อนจะรับแก้
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status