แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: อาอู้
ขณะที่พูด เขาก็ยื่นสัญญาฉบับหนึ่งที่ร่างเสร็จตั้งนานแล้วมาให้ถึงมือเธอ

“ดูให้ดีๆ ไม่มีปัญหาก็เซ็นซะ”

เจียงอวิ๋นซีรับสัญญามา โน้มตัวลงนั่งบนโซฟาที่อยู่ด้านข้างแล้วเริ่มอ่านอย่างตั้งใจ

เธอดูสัญญา ส่วนฉินสือวั่งก็ดูเธอ

หญิงสาวมีเรือนผมสีน้ำตาลเกาลัดราวกับสาหร่ายทะเล ผิวพรรณขาวผุดผ่อง เครื่องหน้าประณีตหมดจด

ต่อให้จะนั่งตามสบายเช่นนี้ ท่วงท่าก็ยังดีมาก ภายใต้ลำคอระหงคือส่วนโค้งเว้าที่อวบอิ่ม ถัดลงไปอีกคือเส้นเอวที่อ่อนนุ่มเพรียวบางรวมถึงส่วนโค้งงอนที่เชิดชัน

แววตาของเขาเข้มขึ้น หลังจากนั้นจึงเบนสายตาไปมองทางอื่น

สัญญาไม่มีปัญหาอะไร แถมค่าตอบแทนที่ให้ยังมากกว่าฟู่เยี่ยนโจวเสียอีก

เธอจรดปากกาเซ็นทันที

“ยินดีต้อนรับเข้าทำงาน”

ฉินสือวั่งจุดรอยยิ้มเฉื่อยชาขึ้นมาครั้งหนึ่ง

เจียงอวิ๋นซีลุกขึ้นยืน

“งั้นฉันไม่รบกวนประธานฉินแล้วค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะมาให้ตรงเวลานะคะ”

พูดจบ เธอก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไป

พอไปถึงหน้าประตู ก็หมุนตัวเดินกลับมาอีกครั้ง

ฉินสือวั่งกำลังหยิบไฟแช็กออกมา และก้มหน้าลงเล็กน้อยเตรียมจะจุดบุหรี่

เมื่อเห็นเธอเดินกลับมา เขาที่คาบบุหรี่อยู่ก็หรี่ดวงตาคู่สวยลงเล็กน้อย

“มีธุระอะไร?”

“คราวที่แล้วคุณส่งร่มให้พวกเรา เมื่อวานพวกเราขับรถชนรถของคุณ คุณก็ไม่ได้เอาความ ประธานฉินคะ ฉันอยากจะถามดูหน่อย...เพราะอะไรเหรอคะ?”

“เพราะผมเป็นคนดีไง”

“…”

เหลวไหลสิ้นดี

สายตาของเจียงอวิ๋นซีฉายแววระแวดระวังออกมาหลายส่วน “คุณคงไม่ใช่ว่า วางแผนจะดึงตัวฉันมาตั้งนานแล้วหรอกนะ?”

สรุปแล้วทุกอย่างเป็นแผนที่เขาวางไว้หมดเลยงั้นเหรอ?

ฉินสือวั่งหลุดขำออกมา

“มองไม่ออกเลยนะว่า คุณจะหลงตัวเองขนาดนี้ด้วย”

เจียงอวิ๋นซีใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาในพริบตา

สายตาของฉินสือวั่งลึกล้ำขึ้น “พวกเราน่ะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ผมให้ความใส่ใจกับคนคุ้นเคยสักหน่อย มันก็ปกติมากไม่ใช่เหรอ?”

“พวกเราเคยเจอกันตอนเด็กๆ ด้วยเหรอคะ?”

ทว่าฉินสือวั่งกลับไม่ตอบรับ เขาจุดไฟแช็กขึ้นมา

“ออกไปได้แล้วล่ะ”

เจียงอวิ๋นซีรู้สึกมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่บ้าง เธอหันหลังเดินออกจากห้องทำงานของฉินสือวั่งไป

ตอนที่กำลังปิดประตู พลันได้ยินเสียงแค่นหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นมาคำหนึ่ง

“เป็นยัยเด็กอกตัญญูจริงๆ ด้วย”

หลังจากเดินเรื่องตามขั้นตอนการเข้าทำงานกับหยางซิงเรียบร้อยแล้ว หยางซิงก็มอบเอกสารข้อมูลบริษัทและข้อปฏิบัติในการเข้าทำงานให้เธอชุดหนึ่ง

ตลอดทางตอนขากลับ เจียงอวิ๋นซีครุ่นคิดมาตลอดทาง แต่ก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าตกลงเคยเจอกับฉินสือวั่งตอนไหนกันแน่

เธอเลยขี้เกียจคิดแล้ว และเริ่มหาห้องเช่าในมือถือแทน

การอาศัยอยู่กับเซี่ยเชียนหลานตลอดไปไม่ใช่เรื่องดี ตอนนี้เธอมีงานใหม่แล้ว ถึงเวลาที่ควรจะย้ายออกไปเสียที

หลังจากเลือกไปเลือกมา เธอก็หาอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ค่อนข้างใกล้กับฉินรุ่นกรุ๊ปได้ห้องหนึ่ง

อพาร์ตเมนต์สะอาดมาก เจ้าของห้องเช่าก็เป็นคนดี เจียงอวิ๋นซีจึงตัดสินใจเคาะเลือกทันที

ตอนที่โทรศัพท์บอกเซี่ยเชียนหลาน เธอก็โดดงานล่วงหน้าและกลับมาที่ห้องเช่าเพื่อช่วยเจียงอวิ๋นซีขนย้ายของด้วยกัน

“ซีเป่า เธอทำงานได้เฉียบขาดเกินไปแล้วนะ บอกจะลาออกก็ลาออก บอกจะเข้าทำงานก็เข้าทำงาน ผู้หญิงเก่งอย่างพวกเธอมักจะทำอะไรฉับไวเด็ดขาดแบบนี้กันทุกคนเลยเหรอ?”

“ฉันจะเป็นผู้หญิงเก่งอะไรกัน ก็แค่ทาสบริษัทคนหนึ่งนั่นแหละ”

“ฉินรุ่นกรุ๊ปแข็งแกร่งกว่าฟู่ซื่อเสียอีก เธอไม่ขาดทุนหรอก ก่อนหน้านี้ฉันเคยเห็นบทสัมภาษณ์ของฉินสือวั่งในนิตยสารการเงินและเศรษฐกิจ ใบหน้าด้านข้างนั่นน่ะ สุดยอด~ ถ้าหากว่าเธอมีโอกาส ช่วยแอบถ่ายรูปเขามาให้ฉันสักสองสามใบทีนะ!”

เจียงอวิ๋นซีกำลังจัดกระเป๋าเดินทาง “ถ้าเธออยากจะดูเขา คราวหน้าก็มาหาฉันที่บริษัทก็พอแล้ว”

“หืม?”

“ตอนนี้ฉันเป็นผู้ช่วยพิเศษของเขา”

“…”

เซี่ยเชียนหลานแสดงสีหน้าลึกล้ำขึ้นมาทันที “ฉันคิดแผนการชั้นยอดที่จะแก้แค้นฟู่เยี่ยนโจวออกแล้ว”

“เก็บความคิดแปลกประหลาดของเธอไปซะ”

“เธอก็อ่อยฉินสือวั่งไปเลยสิ แล้วขยับฐานะขึ้นเป็นคุณนายฉิน เพื่อนเล่นวัยเด็กเมื่อวันวานกลายมาเป็นผู้หญิงของศัตรูคู่อาฆาต เรื่องนี้คงทำให้ไอ้สารเลวฟู่โกรธจนปากเบี้ยวแน่ๆ?!”

เจียงอวิ๋นซี “เธอบ้าไปแล้วเหรอ? นั่นน่ะคือฉินสือวั่งนะ”

เซี่ยเชียนหลานหมดไฟลงในพริบตา

ข้างนอกต่างลือกันว่าฉินสือวั่งโหดเหี้ยมไร้ปรานี ขยายอิทธิพลไปทั่วทั้งบนดินและใต้ดิน เธอจะผลักซีเป่าลงไปในสถานการณ์ที่ทุกข์ทรมานอีกแห่งไม่ได้

ข้าวของของเจียงอวิ๋นซีมีไม่มาก ไม่นานก็ขนย้ายเสร็จเรียบร้อย

เพียงแต่เธอรักความสะอาดมากเกินไป การจัดเก็บข้าวของจึงใช้เวลาไปถึงห้าหกชั่วโมง

ท้องฟ้ามืดค่ำลงแล้ว

เซี่ยเชียนหลานทรุดนั่งหมดสภาพอยู่บนพื้นห้อง ราวกับปลาตายที่ขาดน้ำตัวหนึ่ง

เจียงอวิ๋นซีโยนผ้าเช็ดตัวให้เธอผืนหนึ่ง

“ไปอาบน้ำซะ เพื่อเป็นการขอบคุณที่เธอช่วยฉันอย่างเต็มที่ คืนนี้ฉันจะสั่งเด็กหนุ่มมหาลัยมาให้เธอเอง”

เซี่ยเชียนหลานเด้งตัวลุกพรวดขึ้นมาจากพื้นทันที

“เธอพูดแล้วต้องทำตามนั้นนะ!”

พอทั้งสองคนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เซี่ยเชียนหลานก็แต่งหน้าจัดเต็ม จากนั้นก็ใส่เสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงขาสั้น โชว์ขาเรียวยาวตรงสวย ดูเซ็กซี่ขยี้ใจมาก

เจียงอวิ๋นซีใส่แค่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสบายๆ เลยโดนเซี่ยเชียนหลานกลอกตาใส่แล้วดันตัวกลับไป จากนั้นก็เลือกกระโปรงยาวสีดำมาให้เธอใส่เองกับมือ

กระโปรงทรงหางปลาผ้าซาตินแบบเปิดไหล่ ดีไซน์เข้ารูปเน้นเอวและรัดสะโพกนิดๆ ขับเน้นรูปร่างเอวคอดสะโพกผายของเจียงอวิ๋นซีให้ดูเด่นสะดุดตาแบบสุดๆ

เซี่ยเชียนหลานถึงจะรู้สึกพอใจ

ขณะที่กำลังเตรียมจะจูงมือเธอเดินออกจากประตู โทรศัพท์มือถือของเจียงอวิ๋นซีก็ส่งเสียงดังขึ้นมา

มันเป็นเบอร์แปลก

พอต่อสายติด ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากปลายสาย

“คุณเจียง ฉันป้าเฉินจากบ้านใหญ่ตระกูลฟู่นะคะ คุณนายติดไข้หวัดใหญ่ ช่วงนี้เลยกินอะไรไม่ลง อยู่ๆ ก็บอกว่าอยากกินซุปตะพาบฝีมือคุณ คุณรีบกลับมาสักเที่ยวเถอะค่ะ”

หลายปีมานี้ เธอต้องคอยรับใช้ฟู่เยี่ยนโจว แล้วยังต้องรับใช้อวี๋เหม่ยเจินแม่ของเขาด้วย

คนพวกนั้นเลยเคยตัวกับการจิกหัวใช้เธอ

“ฉันไม่ใช่คนใช้ของตระกูลฟู่เสียหน่อย คุณนายป่วยก็ไปหาคนอื่นเถอะค่ะ”

“เอ๊ะ? คุณไม่กลับ...”

เสียงของป้าเฉินเบาลงเล็กน้อย จากนั้นก็มีเสียงของอวี๋เหม่ยเจินดังแทรกเข้ามาแทน

“อวิ๋นซี ตอนนี้เธอปีกกล้าขาแข็งแล้วใช่ไหม แค่สั่งให้กลับมาตุ๋นซุปให้ฉันแค่นี้ก็ไม่ยอมแล้วเหรอ?”

“ฟู่เยี่ยนโจวไม่ได้บอกคุณเหรอคะ? ฉันลาออกจากฟู่ซื่อแล้ว ต่อจากนี้ทั้งคุณและตระกูลฟู่ ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”

“ตระกูลฟู่อุตส่าห์เลี้ยงเธอมาตั้งสิบแปดปี เธอบอกว่าไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยวเลยงั้นเหรอ? เธอ...”

อวี๋เหม่ยเจินยังพูดไม่ทันจบ เจียงอวิ๋นซีก็กดตัดสายทิ้งแล้ว

แถมยังบล็อกเบอร์ทิ้งไปด้วยเลย

เซี่ยเชียนหลานยกนิ้วโป้งให้เธอทันที

“เก่งมาก เบบี๋ของฉัน”

“ไปกันเถอะ อย่าให้เสียเวลาสั่งเด็กหนุ่มมหาลัยของเธอเลย”

คราวนี้เจียงอวิ๋นซียอมทุ่มทุนสร้าง พาเซี่ยเชียนหลานมาที่จุ้ยเทียนถังคลับระดับท็อปของเมืองเอส

ที่นี่แม้จะครึกครื้น แต่กลับไม่วุ่นวายไร้ระเบียบเลย

เพราะเบื้องหลังมีตระกูลเสิ่น หนึ่งในตระกูลมหาเศรษฐีชั้นนำของเมืองเอสคอยหนุนหลังอยู่ จึงไม่มีใครกล้ามาก่อเรื่อง

เจียงอวิ๋นซีเลือกเด็กหนุ่มอายุเพิ่งจะครบยี่สิบปีมาสองคนให้เซี่ยเชียนหลาน ส่วนตัวเองก็นั่งจิบน้ำผลไม้อยู่ตรงมุมห้องเงียบ ๆ

เซี่ยเชียนหลานเดี๋ยวก็ดูดวงลายมือให้พวกเด็กหนุ่ม เดี๋ยวก็เล่นเป่ายิงฉุบกับพวกเขา

หัวเราะร่าจนปากแทบฉีกถึงรูหู

เจียงอวิ๋นซีกุมแก้วน้ำ มองเพื่อนคุยโม้โม้โอ้อวดไปเรื่อยเปื่อย แล้วตัวเองก็ขำตามไปด้วย

“ซีเป่า เธอแอบขำอะไรคนเดียวอยู่ตรงนั้น มานี่มา ลองสัมผัสเนื้อหนังที่ยังหนุ่มแน่นดูซะหน่อย” เซี่ยเชียนหลานผลักเด็กหนุ่มหนึ่งในนั้นไปทางเจียงอวิ๋นซี

เจียงอวิ๋นซีรีบโบกมือปฏิเสธทันที

“ฉันไม่เอาดีกว่า...”

“ตอนนี้เธอคงไม่ได้คิดจะรักษาเนื้อรักษาตัวไว้ให้ไอ้สารเลวฟู่นั่นหรอกนะ? ลองเปลี่ยนไปเจออะไรใหม่ๆ บ้างเถอะ แล้วจะรู้ว่าผู้ชายมันก็เหมือนกันหมด เจ้าคนแซ่ฟู่นั่นไม่ได้วิเศษวิโสมาจากไหนเลย”

เด็กหนุ่มมีไหวพริบดูทิศทางลมเป็น รีบขยับไปนั่งข้างเจียงอวิ๋นซีพร้อมส่งสายตาเป็นประกายวิบวับ

“พี่สาวครับ พี่สวยจังเลย ไม่ต้องดื่มเหล้า แค่เห็นหน้าพี่ผมก็เคลิ้มแล้วล่ะ”

“ไม่ต้องมาปากหวานกับฉันหรอก ไปดูแลหลานหลานเถอะ”

“พี่เซี่ยมีคนดูแลแล้ว ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนพี่ดีกว่า พี่อยากทำอะไรล่ะครับ ดูลายมือ หรือว่าจะดูซิกแพกดี? ถ้าจะลองจับดูก็ได้นะครับ~”

เจียงอวิ๋นซีถือแก้วน้ำผลไม้ไว้ สีหน้าดูอึดอัดอยู่บ้าง แต่สายตากลับเหลือบไปมองซิกแพกของเด็กหนุ่มเข้าให้แล้ว

ซึ่งภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ถูกผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลสังเกตเห็นเข้าพอดี

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 30

    เจียงอวิ๋นซีไม่ลังเลเลยสักนิด “ก็ต้องช่วยคุณอยู่แล้วค่ะ!”“จริงเหรอ?” ฉินสือวั่งยกมุมปากขึ้น “เมื่อครู่เห็นคุณนั่งเหม่ออยู่ในรถ ผมนึกว่าคุณเป็นห่วงว่าฟู่เยี่ยนโจวจะโดนผมซัดเสียอีก”“ฉันไม่ได้เป็นห่วงเขาหรอกค่ะ แค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาน่ะ”เจียงอวิ๋นซีเบนหน้าไปทางหน้าต่างรถ แววตาเหม่อลอยไปชั่วครู่การที่ฟู่เยี่ยนโจวสั่งให้เธอขอโทษอันซีในวันนี้ ทำให้เธอหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เคยอยู่เคียงข้างเขามีครั้งหนึ่งลูกค้าคนหนึ่งคิดไม่ซื่อกับเธอ พยายามมอมเหล้าเธอไม่หยุด พอเธอไม่ยอมดื่ม ลูกค้าคนนั้นก็โมโหจนฟิวส์ขาด สาดเหล้าทั้งแก้วรดหัวเธอทันที พร้อมด่าทอว่าเธอไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงตอนนั้นฟู่เยี่ยนโจวก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเขาสั่งให้คนขอโทษโดยสั่งให้เธอเป็นฝ่ายขอโทษลูกค้าตอนนั้นเธอต้องสะกดกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ แล้วเอ่ยคำขอโทษออกไปเบาๆพอกลับมา เธออดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาฟู่เยี่ยนโจวกลับพูดจาปัดความรับผิดชอบหน้าตาเฉย “ฉันก็นั่งอยู่ข้างๆ เขาจะทำอะไรเธอได้จริงๆ งั้นเหรอ? อวิ๋นซี เธอน่ะรู้ความมาตลอด ลูกค้ารายนี้สำคัญกับเรามาก ล่วงเกินไม่ได้นะ”ทว่าตอนนี้แค่เธอปาเค้กใส่หัวอั

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 29

    เจียงอวิ๋นซีแทบรักษาสีหน้าไว้ไม่อยู่หลังจากทั้งสองคนเดินออกมาไกลแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดกระซิบ “ประธานฉิน ทำไมคุณไม่ปฏิเสธล่ะคะ?”“เธอกำลังโหยหาความรักที่สวยงามอยู่นี่นา ผมจะทำลายจินตนาการของเธอลงได้ยังไง”“ต่อจากนี้...คุณอย่าล้อเล่นแบบนี้อีกเลยนะคะ”ได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มของฉินสือวั่งก็จางลง“ได้”เจียงอวิ๋นซีก้มหน้าอยู่ จึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าความกดอากาศรอบตัวชายหนุ่มต่ำลงเธอเดินเข้าไปในห้องตรวจ พอตรวจเสร็จตามขั้นตอนทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด คือเธอไม่เป็นอะไรเลยจากนั้นก็ไปตรวจแผนกอื่นๆ ต่อผลก็ออกมาปกติดีทุกอย่าง ไม่มีปัญหาอะไรตอนที่เธอออกมา ฉินสือวั่งกำลังพิงกำแพงดูใบตรวจร่างกายของเธอทีละใบปอยผมระหน้าผากทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้น ดูมีความเศร้าสร้อยบางอย่างคนรอบข้างจำนวนไม่น้อยต่างพากันแอบมองเขาเจียงอวิ๋นซีเดินเข้าไป “ประธานฉิน เห็นไหมคะ ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่เป็นอะไร”“อืม แข็งแรงดี อายุยืนเป็นร้อยปีแน่นอน”ฉินสือวั่งเก็บใบตรวจให้เธอ “ไปเถอะ”เจียงอวิ๋นซีเดินตามหลังเขาทั้งคู่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินตรงเข้ามาฟู่เยี่ยนโจวขมวดคิ้วแน่น ท่าทางดูเจ็บป

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 28

    เธอกำลังจะเดินออกมา พอดีกับที่ฉินสือวั่งผลักประตูเข้ามาเขาสวมชุดสูทสั่งตัดสีดำสนิท ไม่ผูกเนคไท กางเกงสแล็คสีเดียวกันเน้นให้เห็นเรียวขายาวดูสมบูรณ์แบบ ท่าทางเย็นชาแฝงไปด้วยความรู้สึกสบายๆ“ประธานฉิน”เจียงอวิ๋นซีคลี่ยิ้ม “ฉันเอาอาหารเช้ามาให้คุณแล้วค่ะ”ฉินสือวั่งเดินเข้ามาใกล้พอเห็นโจ๊กกุ้งที่แพ็คมาอย่างดีบนโต๊ะ เขาก็ทำเสียงจิ๊ในลำคอ“ผู้ช่วยพิเศษเจียงทำโจ๊กได้ประณีตจริงๆ เหมือนซื้อมาจากร้านที่ชั้นล่างตึกเป๊ะเลย บังเอิญจังนะ ทั้งหีบห่อ ทั้งโลโก้บนถุงเหมือนกันทุกอย่าง”“…”เจียงอวิ๋นซีอธิบายว่า “เดิมตั้งใจจะทำมาให้คุณค่ะ แต่เช้านี้เกิดเหตุขัดข้อง โจ๊กหกหมดเลยต้องซื้อมาแทน พรุ่งนี้ฉันจะทำให้คุณทานเองค่ะ”“คุณเป็นอะไรไหม?”“หา?”เจียงอวิ๋นซีถึงได้รู้ตัวว่าเขาเป็นห่วง “ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่โดนรถเฉี่ยว แต่ไม่ได้ชนตัวฉัน กระติกเก็บความร้อนเลยตกพื้นไปเท่านั้นเอง”ของที่เพิ่งซื้อใหม่แท้ๆ น่าเสียดายชะมัดฉินสือวั่งจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันหลังกลับ “ไป”เจียงอวิ๋นซีเดินตามหลังเขา“ไปไหนคะ ประธานฉิน พบลูกค้าเหรอคะ?”ฉินสือวั่งไม่ตอบจนกระทั่งเจียงอวิ๋นซีขึ้นรถไปกับเขา ฉินสือวั

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 27

    เช้าวันถัดมา เจียงอวิ๋นซีตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มจัดเตรียมอาหารเช้าในตู้เย็นมีผักสดที่เธอเพิ่งซื้อมาเก็บไว้จำนวนไม่น้อย รวมถึงเนื้อหมูไร้มันชั้นดีด้วยเธอเตรียมวัตถุดิบจนพร้อม แล้วลงมือต้มโจ๊กหมูสับหม้อหนึ่ง หลังจากตักใส่กระติกเก็บความร้อนอย่างประณีตระมัดระวัง แล้วก็เดินทางไปบริษัททันทีที่มาถึงแถวบริษัทและกำลังจะเดินข้ามถนน จู่ๆ ก็มีรถแลนด์โรเวอร์คันหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากด้านข้าง แล้วแล่นเฉียดฉิวผ่านตัวเธอไปอย่างแรงเจียงอวิ๋นซีตกใจสะดุ้ง พลันก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณตัวเธอไม่ได้รับอันตรายอะไร ทว่ากระเป๋าในมือกลับกระแทกเข้ากับรถแลนด์โรเวอร์จนหลุดปลิวลอยไป ส่งผลให้โจ๊กในกระติกเก็บความร้อนหกเลอะเทอะกระจายเต็มพื้นรถแลนด์โรเวอร์เบรกกะทันหัน จากนั้นคนขับก็เลื่อนกระจกหน้าต่างรถลง แล้วหยิบเงินปึกหนึ่งโยนลงบนพื้น“พวกเรากำลังรีบ นี่เงินที่คุณชายของเราให้คุณ ถือว่าเป็นค่าชดเชยก็แล้วกัน!”เจียงอวิ๋นซีเดินเข้าไปหาช้าๆ ก้มลงเก็บเงินที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ก่อนจะเดินตรงไปที่หน้ารถแลนด์โรเวอร์คันนั้นคนขับรถกำลังจะเหยียบคันเร่งออกไป ทว่าทันใดนั้นเจียงอวิ๋นซีก็ยกมือขึ้น แล้วฟาดเงิ

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 26

    ฟู่ม่านปิดประตูรถเสียงดังปัง รถมายบัคแล่นจากไปอย่างรวดเร็วอันซียืนนิ่งอยู่ริมถนนอยู่นานโดยไม่ขยับไม่ไกลกันนัก เฉิงเจี่ยนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมา“นิสัยของม่านม่านนี่มันทำร้ายจิตใจคนเกินไปหน่อยนะ ดูๆ ไปอันซีก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน เดี๋ยวผมไปส่งเธอเองดีกว่า”เฉิงเย่คว้าตัวเขาไว้“อย่าไปยุ่งกับหล่อนเชียว”“เป็นอะไรไปครับพี่ ปกติพี่เป็นสุภาพบุรุษจะตายไม่ใช่เหรอ?”เฉิงเย่หรี่ตาลงเล็กน้อย “อันซีไม่ต้องการให้คนอย่างนายช่วยหรอก ยัยนั่นไม่ใช่คนใสซื่ออย่างที่นายคิดหรอกนะ”“พี่รู้ได้ยังไง?”“ฉันมองคนขาดน่ะสิ อย่างตอนที่ฉันมองปราดเดียวก็รู้เลยว่านายมันไอ้ทึ่มไง แม่นสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ?”“…”ทำไมจู่ๆ ถึงด่ากันซะงั้นล่ะ?…ฟู่ม่านพาร่างของฟู่เยี่ยนโจวมาส่งที่วิลล่าของเขา หลังจากกำชับป้าจางให้คอยดูแลเขาเป็นอย่างดีแล้ว เธอก็เดินทางกลับฟู่เยี่ยนโจวนอนฟุบบนเตียง มองวิลล่าอันเงียบเหงาอ้างว้าง ในใจพลันรู้สึกว่างเปล่าเหมือนมีบางอย่างขาดหายไปเขาอาศัยฤทธิ์เหล้าล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรออกไปยังเบอร์หนึ่งภายในอพาร์ตเมนต์เจียงอวิ๋นซีเพิ่งเตรียมตัวจะพักผ่อ

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 25

    ฟู่ม่านกลอกตาใส่เขาไปทีหนึ่ง“ยุ่งน่า”“ฉันน่ะพูดในฐานะผู้เสียหาย ขอเตือนสติเธอไว้คำหนึ่ง ฉินสือวั่งอันตรายยิ่งกว่าพี่โจวเสียอีก เธออย่าคิดจะเข้าไปใกล้เขาได้ง่ายๆ เชียว”“ขอแค่เขาไม่ได้ตาบอดเหมือนพี่ชายฉันก็พอแล้ว”ฟู่ม่านตวัดสายตามองอันซีที่อยู่ไม่ไกลนัก ความโกรธก็พุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง“ไม่เข้าใจพี่เลยจริงๆ เพื่อนสนิทฉันอย่างหลินมู่หย่าดีกว่ายัยผู้หญิงคนนี้ตั้งเยอะ แต่เขากลับไม่ยอมตกลง”“หลินมู่หย่าน่ะเหรอ?”เฉิงเจี่ยนขมวดคิ้วมุ่น “พอเถอะน่า คราวก่อนตอนไปงานเลี้ยง หล่อนยังพูดจาเหน็บแนมประชดประชันใส่เจียงอวิ๋นซีอยู่เลย ฉันล่ะไม่ชอบยัยนั่นเอาซะเลย”“หุบปากไปเลยนะ เธอชอบพี่ชายฉัน พอเห็นว่ามีผู้หญิงอื่นอยู่ข้างกายพี่ชายฉันแล้วจะรู้สึกไม่พอใจ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือไง ผู้ชายอย่างพวกนายจะไปเข้าใจอะไร!”เฉิงเจี่ยนยักไหล่แล้วหุบปากเอาเถอะ เขาไม่เข้าใจก็แล้วกันแต่เขามีสามัญสำนึกปกติ แยกแยะดีชั่วออกก็พอหลังจากคุยกับเฉิงเย่ ฟู่เยี่ยนโจวก็แทบไม่ได้พูดอะไรอีกเลย เขาไม่สนใจอันซีที่นั่งอยู่มุมห้อง เอาแต่ดื่มเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าจนกระทั่งงานเลิก เขาก็เมามายจนแทบไม่ได้สติแล้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status