เข้าสู่ระบบ2 ปีผ่านไป"ชีวาจ๋า" ร่างสูงเดินเข้ามาสวมกอดคนรักแล้วหอมแก้มนุ่มนิ่มซ้ายขวา ที่กำลังนั่งแกะปูให้พ่อแม่ของเขา เมื่อวันนี้บุคคลทั้งสองอยากกินอาหารซีฟู๊ดด้วยความขะมักเขม้น ด้วยความใส่ใจ อย่างที่เธอมักทำเป็นประจำตั้งแต่ก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะลูกสะใภ้ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะยังไม่ได้แต่งงานกันอย่างถูกต้องก็ตาม"เสียงหวานมาแบบนี้ไม่ค่อยน่าไว้ใจ พี่โฬมจะเอาอะไร" ชีวาแสร้งว่าชายคนรักอย่างไม่จริงจังนัก"ไม่ได้จะเอาอะไรสักหน่อย" โฬมขโมยจูบชีวาไปอีกหนึ่งที แล้วแย่งค้อนมาจัดการปูเสียเองอย่างชำนาญ ตั้งแต่มีเธอเขามักจะหยิบจับช่วยเธอทำอะไรต่อมิอะไร จากที่ไม่เคยทำมาก่อน จนบัดนี้เขาสามารถทำได้อย่างชำนาญ ยิ่งสร้างความพอใจแก่ธนกรกับนนทวรรณเป็นอย่างยิ่งที่ลูกชายเพียงคนเดียวเปลี่ยนไปในทางที่ดีจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากผู้ชายรักสนุก เที่ยวเตร่ไปวันๆ ตอนนี้เปลี่ยนเป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบสูง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข"แล้วมีอะไรคะ ทำไมถึงดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ" ชีวาถามต่อเมื่อสีหน้าของโฬมดูจะระรื่นกว่าปกติ"ไอ้อธิมันเจอไนท์แล้วนะ""จริงเหรอคะ ได้เจอกันสักทีเกือบสี่ปีเลยนะที่วาต้องเห็นพี่อธิทนทุกข์กับการรอ
หนึ่งปีผ่านไป ตอนนี้ชีวาเรียนอยู่ปีสี่ โฬมเข้าดำรงตำแหน่งผู้บริหารแทนธนกรพ่อของเขาตั้งแต่ที่เรียนจบ ที่ตอนนี้ได้ไปเที่ยวรอบโลกกับนนทวรรณคู่ชีวิตหลังช่วยลูกชายสะสางเรื่องต่างๆ เสร็จสิ้นโฬมเป็นทั้งผู้บริหาร และเรียนต่อในระดับปริญญาโทในคราวเดียวกัน ซึ่งเขาทำออกมาได้ดีทั้งสองอย่าง โดยมีชีวาอยู่ข้างกาย คอยเป็นกำลังใจ และผู้ช่วยของเขา"พี่โฬมจะพาวาไปไหน" ชีวามองเส้นทางตรงหน้าด้วยหัวใจเต้นระทึก เธอจำเส้นทางนี้ได้ดี และจำได้อย่างไม่มีวันลืม สี่ปีแล้วที่เธอไม่เคยผ่านเส้นทางนี้ และไม่คิดที่จะผ่านด้วย"เดี๋ยวชีวาก็รู้" โฬมยื่นมือมากุมมือเล็กที่เย็นเฉียบไว้เขากุมมือเธอไว้ตลอดทางจนรถมาหยุดที่บ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านชั้นเดียวแต่กว้างขวางโอ่อ่า ดีไซน์ทันสมัยด้วยรูปทรงที่มีเอกลักษณ์ ผนังด้านนอกตกแต่งด้วยโทนสีเทา เสริมด้วยผนังไม้ ฝ้าไม้ และเชิงชายไม้ ให้บรรยากาศโดยรวมดูอบอุ่มนุ่มนวล ด้านหน้าและด้านข้างมีเฉลียงไม้แนวยาวเพิ่มความสวยงามโดดเด่นให้กับตัวบ้านได้เป็นอย่างดี"เข้าบ้านกัน บ้านของชีวาไง" โฬมเปิดประตูลงจากรถเดินอ้อมไปเปิดประตูรถฝั่งชีวา มืออุ่นหนายื่นไปตรงหน้าหมายให้เธอจับมือของเขาไว้"วาไม่ลงนะ
หลังจากดื่มด่ำ พึงพอใจในรสสัมผัสที่ปรนเปรอให้กันอย่างเร่าร้อน โฬมจูบแก้มใสและปากอวบอิ่ม ก่อนจะเคลื่อนตัวลงมาครอบปากดูดอมยอดอก จูบกลางอก แล้วลุกขึ้นพากันไปล้างตัว ก่อนจะกลับมานอนกอดก่ายในอ้อมกอดกันและกันด้วยความปรีเปรม"พี่ทั้งรัก ทั้งหลงชีวามาก ชีวารู้ไหม" ริมฝีปากอุ่นหนาจูบลงที่ไหล่มนและซอกคอหอม ร่างเล็กตอบกลับด้วยการจูบซ้ำๆ ที่ปากอุ่นหนานั้น"ทั้งชีวิตของวาไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อน ในใจวามีแต่พี่โฬมคนเดียว ไม่ว่าวันข้างหน้าพี่โฬมจะเป็นยังไง วาก็จะรักพี่โฬม ไม่มีวันทิ้งพี่โฬม จะดูแลพี่โฬมจนกว่าจะตายจากกัน เพราะพี่โฬมคือทุกอย่างในชีวิตวา อย่าทำร้ายหัวใจของวาอีกนะ" มือเรียวเล็กประคองใบหน้าหล่อเหลาไว้ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยสองข้างแก้มและริมฝีปากหยักหนา ส่งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อเขาอย่างเต็มเปี่ยม ถ่ายทอดความรู้สึกที่อยู่ในใจร้อยเรียงออกมาเป็นคำพูดหวานหู"พี่ขอโทษที่ทำให้ชีวาต้องร้องไห้ ต่อจากนี้ไปผู้ชายคนนี้จะทำให้ผู้หญิงคนนี้มีแต่ความสุขไปชั่วชีวิต ชีวาก็เป็นทุกอย่างในชีวิตพี่นะ ที่รักของพี่" โฬมตื้นตันจนน้ำตารื้นขึ้นมา จมูกแดง หน้าแดง บรรจงจูบไปทั่วใบหน้าหวาน จูบปากอวบอิ่ม
"ชีวาจ๋า ทำอะไรอยู่คร้าบบบ" น้ำเสียงนุ่มทุ้มหวานเลี่ยนหูดังมาก่อนที่เจ้าของน้ำเสียงนั้นจะมาถึงตัวผ่านมาสองอาทิตย์แล้วที่ทั้งสองคนไม่ได้แสดงความรักกันอย่างลึกซึ้ง ทั้งที่ร่างกายเรียกร้อง ชีวาเองก็รู้สึกวูบวาบตามเนื้อตัวอยู่บ่อยครั้งเมื่อได้ใกล้ชิดกับโฬม เขาก็ขยันเข้ามากอด มาหอม มือไม้ก็ไม่อยู่นิ่งคอยแต่จะลูบไล้ผิวเนื้อเนียน"วาจะทำอาหารเย็น วันนี้คุณพ่ออยากกินแกงเลียงกุ้ง" ชีวาบอกพลางเปิดตู้แขวนหมายจะหยิบผ้ากันเปื้อนมาใส่โฬมฉวยผ้ากันเปื้อนมาสวมให้ตัวเองเรียบร้อย ก่อนหยิบมาสวมหัวให้ชีวาบ้าง สองมือโอบไปด้านหลังเพื่อช่วยผูกผ้า แต่ยังคงอ้อยอิ่งโอบกอดร่างเล็กอยู่อย่างนั้น ผูกไม่สำเร็จสักที เพราะมัวแต่ขโมยหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ทั้งซ้ายและขวา ร่างเล็กเบือนหน้าหนีด้วยความจั๊กจี้เมื่อได้สัมผัสหนวดเคราครึ้มที่เขาไม่ยอมโกน ใช้มือยันอกไว้ ตีเบาๆ"พี่โฬม วาจั๊กจี้ ทำไมไม่โกนหนวด แล้วเมื่อไหร่จะผูกเสร็จ นานแล้วนะ" ชีวาทักท้วง"ก็ชีวาไม่ยอมโกนให้ อยู่เฉยๆ สิ ดิ้นไปมาเชือกมันก็คอยจะหลุดมืออยู่เรื่อย" โฬมทำเสียงดุไม่จริงจังนัก มือไม้ก็คอยลูบคลำสะโพกอวบตึงแน่น เลยฉวยโอกาสบีบก้นเบาๆ จนชีวาหัวเราะด้วยความจั๊
"ชีวา พี่ไม่เลิกนะ อย่าหนีพี่ไป" โฬมละเมอก่อนจะสะดุ้งตื่นในช่วงสายของอีกวัน เมื่อฝันเห็นผู้หญิงที่เขารักกำลังเดินจากเขาไป ในฝันเขาพยายามยื้อพยายามรั้ง แต่เธอก็ยังหนีเขาไป น้ำตาของความเจ็บปวดไหลรินออกมา"โฬมลูก โฬมเป็นอะไร" นนทวรรณถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเมื่อลูกชายทำมือราวกับกำลังไขว้คว้าอะไรบางอย่างกลางอากาศ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาพร้อมหยาดน้ำตา"แม่ พ่อ ชีวาล่ะครับ" โฬมถามขึ้นอย่างร้อนใจ เมื่อเขามองหาเธอรอบห้องก็ไม่เห็นเธอเลย แล้วเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เขาจำได้ว่าเขากอดอ้อนวอนเธออยู่ที่บ้าน"โฬมจะทำอะไร!!" ธนกรตกใจเมื่อลูกชายของเขากำลังดึงสายน้ำเกลือที่อยู่ตรงหลังมือออก ก่อนจะรั้งลูกชายไว้ไม่ให้ทำอะไรบ้าๆ"พ่อปล่อย!! ผมจะไปหาชีวา ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีชีวา" โฬมโวยวายเมื่อถูกคนเป็นพ่อขัดขวาง มือหนากระชากสายน้ำเกลือจนหลุด เลือดสีแดงสดไหลออกมาเปอะเปื้อน นนทวรรณรีบกดปุ่มที่หัวเตียงเรียกพยาบาล"โฬมไม่สบายนะ ตั้งสติ แล้วฟังพ่อก่อน" ธนกรตะคอกใส่ลูกชายให้ได้สติ"ปล่อยผมเถอะ...ฮึก...ถ้าไม่มีชีวา ผมอยู่ไม่ได้ ผมรักชีวาเหลือเกิน...ฮึก" น้ำตาของลูกผู้ชายจะไหลลงมาอีกครั้ง ร่างสูงทุบลงที่อกข้างซ้ายอย่างแร
"ขอพี่พักสายตาแป๊บนะ" น้ำเสียงของโฬมแหบแห้ง ก่อนจะอิงศีรษะไปกับไหล่มน เมื่อขึ้นมานั่งอยู่บนเครื่องบินรอเวลาเครื่องออกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ"ไม่สบาย?" ชีวาเอ่ยถามเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าว"เมื่อคืนอากาศเย็น คงปรับตัวไม่ทัน แต่ไม่เป็นอะไรมาก ชีวาไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอกนะ" ใบหน้าหล่อยามนี้เป็นสีแดงระเรื่อ เสียงพร่าเบา ริมฝีปากแหกผาก"ไม่ได้เป็นห่วงซะหน่อย" ชีวาบอกเสียงแข็ง แต่ก็อดมองสำรวจใบหน้าของเขาไม่ได้ ยื่นมือหมายจะสัมผัสหน้าผากกว้างเพื่อวัดอุณหภูมิ แต่ก็ชักมือกลับด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองที่คั่งค้างอยู่ในใจ ภาพของเขากับผู้หญิงคนนั้นยังติดตาไม่จางหาย แต่ก็ยอมให้เขาใช้ไหล่ของเธอแทนหมอน"ขับไหวแน่นะ ให้ขับให้ไหม" ชีวามองคนข้างๆ ที่เข้านั่งประจำที่คนขับอย่างไม่วางใจ เมื่อเห็นสีหน้าของเขาที่ยังคงแดงเรื่อเพราะพิษไข้"พี่ขับไหว ได้นอนพัก ดีขึ้นเยอะแล้ว" น้ำเสียงของเขายังคงแหบแห้ง ก่อนจะขับเคลื่อนรถของตนออกจากสนามบิน"ทำไมถึงมาที่บ้านล่ะ ไหนบอกว่าคุณแม่เข้าโรงพยาบาล" โฬมเลี้ยวรถเข้ามาในซอยบ้านของเขา"เออ...พ่อบอกว่าพาแม่ออกจากโรงพยาบาลเมื่อเช้า" โฬมอึกอัก"ไหนบอกว
แสงแดดยามเช้าสอดส่องทะลุผ่านม่านบางเข้ามากระทบกับเปลือกตาคู่สวยของไนท์ ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงพลางขยี้ตาและบิดขี้เกียจไปมา แต่ก็ยังคงกอดเจ้ากระต่ายหูยาวสีขาวไว้กลิ่นหอมของอาหารโชยเข้ามาจากประตูห้องนอนที่แง้มไว้ ไม่รอช้าเธอลุกจากเตียงนอน ไม่ลืมที่จะจัดแจงผ้าห่มผืนหนานุ่มให้เรียบร้อยตามนิสัยท
"เอาของไปเก็บที่คอนโดก่อน แล้วค่อยไปหาแม่พายนะ" อธิพูดขึ้นขณะขับเคลื่อนรถออกจากสนามบิน"แล้วแต่พี่อธิเลย ไนท์ยังไงก็ได้อยู่แล้ว""แล้วแต่พี่ตลอดแหละเรา" มือหนาเอื้อมมาจับหัวทุยเล็กโยกเบาๆอย่างเอ็นดูRrrrrrrrrrr"ว่าไง" อธิใส่หูฟังแบบบูลทูธ แล้วกดรับสายทันที(.........................)"วันนี้ฉันไม่
"แม่พาย!" อธิสะดุ้งสุดตัวเมื่อเปิดไฟห้องนอนแล้วเจอคนเป็นแม่ยืนกอดอกใบหน้าถมึงทึงอยู่กลางห้องนอน ถึงว่าวันนี้ไม่เห็นดักรออยู่ข้างล่าง นึกว่าโดนพ่อแทนจัดหนักหลับไปเสียแล้ว"แม่พายมาทำอะไรห้องอธิเงียบๆครับ อธิตกใจหมดเลย ดึกแล้วทำไมยังไม่นอนอีกครับ" อธิพูดเสียงอ่อนเสียงหวานเดินเข้าไปกอดออดอ้อนออเซาะคนเ
ไนท์ ไลลาลิณ ลูกสาวสุดรักสุดหวงของเดย์ ตรัยคุณ อดีตบอดี้การ์ดที่เป็นมากกว่าบอดี้การ์ดของแทนไท กับยูมิ ยลดา กำลังจะจากอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยเดียวกับลูกๆของแทนไทในคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาระบบสารสนเทศธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะขึ้นเป็นผู้บริหารหลังเรียนจบ