เข้าสู่ระบบ
“ป๊อกๆๆๆ”
“อี๊ดดดดด..ตึ๊บๆๆๆ”
“โอ๊ย!...นี่มันอะไรกันนักกันหนา..สงครามลุกลามมาถึงเมืองไทยแล้วหรือไง? ช่างไม่เกรงอกเกรงใจคนที่เพิ่งจะได้เข้านอนเมื่อตอนฟ้าสางอย่างฉันมั่งเลย คิดหรือว่าคนสมัยนี้มีแค่มนุษย์เงินเดือนที่เช้ามาต้องแต่งตัวออกจากบ้าน แล้วปิดบ้านไว้ ให้ไอ้คนข้างบ้านมันจะทำเสียงรบกวนยังไงก็ได้เหรอฮะ!!”
อาลิมาบ่นพร้อมกับมุดศีรษะลงไปใต้หมอน หญิงสาวเพิ่งจะได้นอนเอาเมื่อตอนฟ้าสาง เพราะต้องรีบปั่นต้นฉบับนิยายรักดราม่า ที่คนเขียนก็เขียนไปร้องไห้ไป ทำเอาตาบวมตุ่ย หวังเพียงอย่างเดียวว่าปุ่มจบจะสร้างปาฏิหาริย์ให้เธอได้ชุ่มชื่นหัวใจบ้าง แต่ดูเหมือนว่า คนข้างบ้านจะไม่ได้รู้สึกรู้สากับการรบกวนเพื่อนบ้านเลยสินะ ถ้าไม่เกรงใจกันขนาดนี้ ก็ไฝว์กันสักตั้งเลยดีกว่าไหม?
“งานก็ไม่แมส...แฟนก็ไม่มี จะนอนสบาย ๆก็ยังมีคนมารบกวนอีก ฉันไม่รู้ว่าจะมีตาลุงหรือยัยป้าข้างบ้านที่ไหนมาซื้อบ้านข้างๆเร็วขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าจะไม่เกรงใจกันแบบนี้แม่จะซื้อทั้งสองหลังให้มันรู้แล้วรู้รอดไปแล้ว ทีแรกกะจะซื้อบ้านเดี่ยวก็ไม่ตอบโจทย์เพราะอยู่คนเดียว บ้านแฝดขนาดสามห้องนอน สามห้องน้ำก็กำลังดี ทำเป็นห้องนอนห้องหนึ่ง ห้องทำงานห้องหนึ่ง อีกห้องหนึ่งเป็นห้องนอนแขกเผื่อมีญาติมา (แต่แค่เผื่อนะยะยังไม่เคยมีมาหรอก)
“อี๊ดดด...ป๊อกๆๆๆ”
เสียงสว่านเจาะกับเสียงตอกตะปูยังคงดังสลับกันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ในที่สุดไรท์ลิมานักเขียนระดับตัวแม่ตัวมัมที่ทำรายได้เดือนละ 6 หลักปลายๆก็สิ้นสุดความอดทน นางสลัดผ้าห่มไหมน้ำแข็งราคาแพงระยับออกจากร่าง กระชากประตูให้เปิดด้วยความหัวเสียขั้นสุดก่อนจะเดินลงส้นเท้าลงมาชั้นล่าง
ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกรบกวน จนลืมไปว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในชุดที่พร้อมจะเจอผู้คนเลยสักนิด เพราะเธอยังอยู่ในชุดนอนผ้าซาตินบางเบาสีดำ...ข้างใบปราศจากแพนตี้และโนบรา...ไรท์สาวหลับหูหลับตาก Doorlock แล้วเปิดประตูออกไป ก่อนที่จะไปเกาะรั้วกั้นระหว่างบ้านตนกับคู่กรณี แล้วตะเบ็งเสียงเรียก
“คุณ...คุณที่มาอยู่ใหม่เนี่ยออกมาคุยกันหน่อยซิ!...นี่ใจคอจะไม่ให้เพื่อนบ้านได้พักได้ผ่อนกันเลยหรือไง ฉันได้ยินคุณเจาะมาเป็นชั่วโมง ๆแล้วนะเมื่อไหร่จะเสร็จตามมารยาทแล้วควรจะบอกกล่าวเพื่อนบ้านก่อนไม่ใช่เหรอเพื่อจะได้ไม่เป็นการรบกวนกัน”.....เธอก่นด่าออกไปอย่างไม่ต้องเกรงใจคืนไปบ้าง
ทันใดนั้นประตูบ้านคู่กรณีก็เปิดออก
ปรากฏชายคนหนึ่ง ที่ดูจากการแต่งตัวแล้วก็ดูดีไม่ไก่กาเลยทีเดียว ดู ๆ แล้วก็น่าจะอายุมากกว่าเธอไปหลายปีทีเดียวเพราะ อาลิมาเองเพิ่งจะฉลองครบรอบ 24 ปีไปหมาดๆ โดยการกินเค้กและปั่นต้นฉบับไปด้วยตามประสาคนโสด ยังไม่พอยังเป็น Introvert อีกต่างหาก เพราะฉะนั้นการอยู่กับบ้านนั้นคือความสุข แค่หิวก็กดสั่งเดลิเวอรีที่มีให้เลือกกินทั้งของคาวของหวาน
ชายหนุ่มหน้ามน..ผู้หล่อเหลา เดินมาพร้อมกับการกล่าวขอโทษขอโพยเธอ
“สวัสดีครับ ผมปกรณ์ เรียกผมกรณ์ก็ได้ครับ เป็นเพื่อนบ้านใหม่เพิ่งจะย้ายเข้ามาวันนี้เอง และต้องขอโทษที่รบกวนเวลานอนของเพื่อนบ้านนะครับ และได้เสียมารยาทไปจริง ๆ ที่ไม่ได้แจ้ง เพราะคิดว่าคงออกไปทำงานแล้วจึงได้เลือกเวลานี้เพื่อขนย้ายของเข้าบ้านครับ”
“รถอยู่!!..คุณมองไม่เห็นหรือไง..แล้วรู้ไว้ด้วยว่าคนหนุ่มสาววัยรุ่นเขาไม่จำเป็นต้องเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องขับรถฝ่ารถติดไปทำงานตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่เพื่อเงินเดือนตายตัวหมื่นกว่าสองหมื่นหรอกนะ เคยได้ยินไหมคำว่า Work from home น่ะชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร แต่สายตาเขาที่มองมา ทำเอาคนที่พกความมั่นใจเกินร้อยอย่างไรท์อาลิมา ต้องก้มลงมองสำรวจตัวเองทันที ไม่แปลกใจเลยว่าปฏิกิริยาคู่กรณีจะเป็นแบบนั้น หญิงสาวรีบยกแขนสองข้างขึ้นมากอดตัวเองทันที ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ทันละ..ก็ตาม
“กรี๊ดดด!!..ไอ้คนลามก ระวังเถอะฉันจะควักลูกตานายออกมากระทืบเล่น”
ว่าแล้วก็วิ่งปรู๊ดกลับเข้าบ้านด้วยความเร็ว กว่าตอนที่เธอมาหลายเท่านัก เมื่อเข้าไปในบ้านก็แทบจะตีอกชกนม..เอ๊ยชกลม ที่รีบร้อนเกินไปจนแทบจะเปิดเผยร่างกายให้คนลามกเห็นตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้า ดีนะที่ลมไม่พัดกระโปรงจนเปิด ไม่อย่างนั้นคงต้องขายบ้านหนีกันทีเดียว เพราะอยู่คนเดียวก็จะแต่งตัวสบาย ๆ (เกินไป)แบบนี้แหละ
เมื่อคิดว่าไหน ๆก็คงจะนอนต่อไปไม่ได้แล้ว มันคงจะหลับตาไม่ลงแม้ว่าคนข้างบ้านจะเลิกทำการทุกสิ่งอย่างไปแล้วก็ตาม...หญิงสาวเดินไปยังเคาน์เตอร์เปิดลิ้นชักหยิบแคปซูลกาแฟยี่ห้อดังรสโปรด Americano ใส่เข้าไปยังเครื่องชง ที่ราคาเหยียบแสน เธอหยิบแก้วมัคสีขาวมุกมารองตรงช่องจ่าย แล้วเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วสัมผัส เครื่องก็ทำงานทันที
เสียงครางเบา ๆออกมาจากตัวเครื่องไม่ได้สร้างความรำคาญใดให้กับนักเขียนสาว เพียงไม่กี่วินาทีน้ำสีน้ำตาลทองก็ไหลลงถ้วยส่งกลิ่นอโรมาหอมกรุ่น ทำให้รู้สึกผ่อนคลายลงไม่น้อย เมื่อเครื่องหยุดทำงาน น้ำสีน้ำตาลทองอำพันมีครีมมี่ลอยหน้า ทำให้ใบหน้าที่บึ้งตึงผ่อนคลายลงได้ถนัดอาลิมา ยกถ้วยกาแฟขึ้นสูดดมก่อนที่จะเป่าเบา ๆสองทีแล้วจิบมันเบา ๆ ก่อนจะเผยอยิ้มต้อนรับความสุข
“คุณอา นี่คุณอา ให้คนมาทุบกำแพงรั้วทำไมคะ!” อาลิมาตกตะลึง หันไปมองหน้าซีอีโอหนุ่มที่กำลังยืนยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ “ก็อาเคยบอกหนูแล้วไงครับ... ว่าอาไม่ชอบสเปซที่กว้างเกินไปตอนอยู่คนเดียว อาถึงซื้อบ้านแฝด” เขาดึงร่างบางเข้ามากระชับกอดจากด้านหลัง กระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “แต่ตอนนี้... อาไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว อาอยากได้พื้นที่กว้างๆ ให้ลูกๆ ของเราได้วิ่งเล่น อยากได้ห้องนอนใหญ่ๆ ให้ภรรยาของอา... และที่สำคัญที่สุด อาขี้เกียจปีนรั้วมาหาหนูตอนดึกๆ แล้วครับ” คำว่า ‘ลูกๆ’ และ ‘ภรรยา’ ทำเอาใบหน้าหวานร้อนฉ่า อาลิมากัดริมฝีปาก กลั้นยิ้มจนแก้มแทบแตก “แต่ทุบรั้วทิ้งแบบนี้ มันก็กลายเป็นบ้านหลังเดียวกันเลยสิคะ...”“ก็ทำให้มันเป็นบ้านหลังเดียวกัน... ครอบครัวเดียวกันเลยสิครับ” ปกรณ์ผละออกจากแผ่นหลังบาง เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ท่ามกลางฝุ่นปูนจางๆ และเสียงคนงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ไกลๆ ซีอีโอหนุ่มระดับร้อยล้าน...ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตของเธอ... ค่อยๆ ย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นหญ้า! อาลิมาเอามือทาบอก น้ำตาแห่งความปิติรื้นขึ้นมาจนดวงตาพร่ามัว ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกร
“ลิมาเพิ่งอายุ 24 เองนะคะ ยังอยากเขียนนิยายไปอีกนานๆ เลย” เธอแกล้งเฉไฉ“แต่งงานแล้วก็เขียนนิยายได้นี่ครับ... แถมอาจะซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ ให้หนูมีห้องทำงานกว้างๆ หรือไม่อาจะทุบกำแพงบ้านแฝดของเราทิ้งซะ จะได้ไม่ต้องปีนรั้วไปหากันให้เหนื่อย... ดีไหมครับ?”“นี่คุณกรณ์กำลังขอลิมาแต่งงานเนียนๆ หรือเปล่าคะเนี่ย ไม่มีแหวนเพชร ลิมาไม่เซฟพล็อตนี้นะคะ บอกเลย!” อาลิมาหัวเราะร่า แกล้งแซวเขากลับ โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายตรงหน้าเตรียม ‘ของจริง’ ไว้รอเธอในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว! ดินเนอร์คืนนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความรัก และการพูดคุยถึงอนาคต ทั้งคู่แลกเปลี่ยนเรื่องราวในอดีต ปกรณ์เล่าว่าเขาภูมิใจแค่ไหนที่เห็นเธอเติบโตมาเป็นผู้หญิงที่เก่งและเข้มแข็ง ส่วนอาลิมาก็สารภาพว่าเธอแอบเอาคาแรคเตอร์ความเนี้ยบและความหื่นของเขาไปใส่ในนิยายทุกๆ ตัวอักษรเมื่อกลับมาถึงบ้านแฝดในยามดึก ปกรณ์ไม่ได้ปีนรั้วกลับไปบ้านตัวเอง แต่เขาเดินตามอาลิมาเข้ามาในบ้านของเธออย่างหน้าตาเฉย“คุณอากลับบ้านตัวเองไปเลยนะคะ คืนนี้ลิมาจะปั่นตอนจบให้เสร็จ ห้ามกวน!” เธอหันไปดันอกเขาเมื่อเข้ามาถึงห้องรับแขก“ไม่ได้กวนครับ อาแค่จะนอนกอดหนูเฉยๆ สัญญ
“แล้วตอนที่เราเจอกันที่บ้าน... คุณกรณ์รู้ตั้งแต่แรกเลยใช่ไหมคะ!” เธอเงยหน้าขึ้นถามทั้งน้ำตา ชายหนุ่มส่ายหน้า รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา“อาไม่รู้เลยครับ... อารู้แค่ชื่อและนามสกุลของเด็กผู้หญิงที่อาส่งเสีย แต่ไม่เคยเจอตัวจริง อาแค่บังเอิญไปซื้อบ้านแฝดหลังนั้นเพราะอยากได้ความสงบ และอาก็บังเอิญมาซื้อบ้านติดกับหนู..จนกระทั่งวันที่อาพยุงหนูที่เมากลับบ้าน แล้วเห็นชื่อนามสกุลของหนูบนกล่องพัสดุที่หน้าประตูบ้านนั่นแหละ อาถึงได้รู้ว่า... เด็กผู้หญิงที่อาเฝ้าดูการเติบโตมาตลอด 8 ปี คือยัยเด็กดื้อข้างบ้านของอานี่เอง” อาลิมาฟังแล้วก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม“ฮือออ... มันบังเอิญเกินไปแล้ว... โลกกลมเกินไปแล้ว”“มันไม่ใช่ความบังเอิญหรอกครับลิมา...” ปกรณ์เชยคางมนขึ้นมา จูบซับน้ำตาที่แก้มใสให้อย่างทะนุถนอม“มันคือ ‘พรหมลิขิต’ ต่างหาก... พรหมลิขิตที่ดึงเราสองคนมาเจอกัน ดึงให้เรามารักกัน”“แล้วทำไมตอนที่รู้ความจริง คุณกรณ์ถึงไม่บอกลิมาล่ะคะ ปล่อยให้ลิมา... เอ่อ... ลิมาทำตัวบ้าๆ บอๆ ใส่ตั้งนาน” เธอถามเสียงอู้อี้ นึกถึงตอนที่ไปยั่วเขา ขอให้เขาสอนประสบการณ์เลิฟซีนให้ ถ้ารู้แต่แรกว่าเขาคือผู้มีพระคุณ
ปกรณ์ได้ฟังเหตุผลก็คลายความหึงหวงลง เปลี่ยนเป็นความชื่นชมและเอ็นดูแทน “อ้าว... งั้นเหรอครับ เป็นเด็กดีจังเลยนะแฟนใครเนี่ย... ให้อาไปช่วยถือของไหม?”“ไม่ต้องหรอกค่ะ ลิมาจัดการเองได้ คุณกรณ์พักผ่อนเถอะค่ะ เพิ่งหายไข้ด้วย ไม่อยากให้ไปตะลอนๆ ข้างนอก... อีกอย่าง ลิมาอยากใช้เวลาคุยกับน้องๆ ด้วย” เธอปฏิเสธอย่างเกรงใจ เพราะไม่อยากให้เขาต้องไปเหนื่อยกับกิจกรรมของเธอ ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ“เสียดายจัง... ความจริงพรุ่งนี้ช่วงสายๆ อาก็มี ‘นัด’ ไปทำธุระสำคัญเหมือนกันครับ กะว่าเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมารับหนูไปเดต... ถ้างั้น เอาไว้ตอนเย็นเราค่อยไปทานข้าวฉลองการเป็นแฟนกันดีไหมครับ?”“ดีค่ะ! งั้นตอนเย็นลิมาจะแต่งตัวสวยๆ รอคุณแฟนพาไปเลี้ยงนะคะ!” ทั้งสองคนยิ้มให้กันด้วยความสุข โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ‘ธุระสำคัญ’ ของปกรณ์ และ ‘นัดเลี้ยงอาหาร’ ของอาลิมา ในวันพรุ่งนี้... คือจุดหมายปลายทางเดียวกัน! และความลับที่ถูกปิดบังมานานนับสิบปี กำลังจะถูกเปิดเผย ณ สถานที่แห่งนั้น!เช้าวันอาทิตย์ที่สดใส อาลิมาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบิกบานใจเป็นพิเศษ หญิงสาวจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดเดรสผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อน
ที่ผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างเธอ หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาที่หางตาด้วยความตื้นตัน หญิงสาวยิ้มหวาน ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ“ตกลงค่ะ... ลิมาจะเป็นแฟนคุณอา แต่มีข้อแม้ข้อเดียวนะคะ”“ข้อแม้อะไรครับ? ให้เหมาอีบุ๊กแจกพนักงานอีกเหรอ?” เขาแกล้งแหย่“ไม่ใช่ค่ะ!” เธอตีอกเขาเบาๆ“ข้อแม้ก็คือ... คุณอาห้ามไปยิ้มหล่อๆ หรือให้ความสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นเหมือนที่ทำกับเลขาฯ โบว์ หรือคุณพลอยอีกนะคะ... ลิมาเป็นคนขี้หึงมากนะ บอกไว้ก่อน!” ปกรณ์หัวเราะลั่นห้องด้วยความชอบใจ เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางไว้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย“รับทราบครับคุณแฟน! ต่อไปนี้อาจะยิ้มให้หนูคนเดียว จะกอดหนูคนเดียว และจะ ‘รัก’ หนูคนเดียว... พอใจหรือยังครับ?”“พอใจที่สุดเลยค่ะ” ทั้งสองแลกเปลี่ยนจุมพิตแสนหวานเพื่อเป็นการประทับตราสัญญารักอย่างเป็นทางการ เป็นจูบที่ไม่ได้มีความเร่าร้อนดุดันเหมือนเมื่อคืน แต่กลับอบอวลไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความสุขที่ล้นปรี่จนแทบจะทะลักออกมา...ก๊อกๆๆ!“ฮัลโหลลล! สองผัวเมียข้างบนน่ะ ตื่นหรือยังคะ! แดดส่องจนจะไหม้เตียงแล้วนะ!”เสียงตะโกนเจื้อยแจ้วดังมาจากชั้นล่าง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินไปมาในครัว อาลิมาสะดุ
สิ้นคำพูด ริมฝีปากร้อนจัดดั่งไฟสุมก็ประกบลงมาบดขยี้กลีบปากบางอย่างดุดันและเรียกร้อง อาลิมาเปิดปากรับสัมผัสที่เต็มไปด้วยแรงหึงหวงและแรงปรารถนาอย่างเต็มใจ เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวาน เกี่ยวกระหวัดรัดรึงจนเธอแทบจะขาดอากาศหายใจ พิษไข้ทำให้ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ทุกครั้งที่เขารดรินลมหายใจใส่ ผิวเนื้อของเธอก็เห่อร้อนตามไปด้วยมือหนาเลื่อนลงไปรูดซิปชุดเดรสสีดำตัวปัญหาออกจนพ้นทาง ลอกคราบนักเขียนสาวจนเหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ขาวเนียน ปกรณ์คำรามในลำคอด้วยความคลั่งไคล้ เขาดันร่างบางให้นอนราบลงกับเตียง ก่อนจะตามไปทาบทับ“คุณอา... อ๊ะ...”อาลิมาครางกระเส่าเมื่อเขาก้มลงครอบครองยอดปทุมถันสีสด ดูดเม้มและขบกัดเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยวเพื่อสร้างรอยรักสีแดงกุหลาบ ร่องรอยเก่าที่เริ่มจางหายถูกทับด้วยรอยใหม่ที่เข้มและชัดเจนกว่าเดิม ปกรณ์ลากไล้ริมฝีปากลงมาตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะฝังใบหน้าลงกับใจกลางความเป็นหญิงที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวาน“อ๊า!. คุณอา อย่าค่ะ ลิมาเสียว... อื้อออ!”ร่างบางบิดเร่าโค้งงอราวกับคันธนู มือเล็กขยุ้มเส้นผมของชายหนุ่มแน่น ปกรณ์ใช้ปลายลิ้นร้ายกาจตวัดไล้จุดอ่อนไหวอย่าง







