LOGIN“เอาวะ...ในเมื่อจะไม่ได้นอนแล้วก็ปั่นนิยายตอนจบพร้อมตอนพิเศษให้รีดอันเป็นที่รัก ที่ทั้งโหลดและเปย์โดเนทให้เธอ เดือน ๆก็ไม่ใช่น้อย ๆ เมื่อตัดสินใจดังนั้น นักเขียนสาวสวยและรวยมากอย่างเธอก็เดินโยกย้ายส่ายสะโพกขึ้นบันได ตรงไปยังห้องทำงานที่อยู่อีกฟากของบ้านที่ไม่ได้แชร์ผนังกับคนข้างบ้าน ทันทีที่นั่งลงบนเก้าอี้ตัวแพง เพราะเธอต้องสรรหาของที่ดีที่สุด เพื่อดูแลสุขภาพตัวเอง เพื่อให้อยู่ดีสบายจะได้ทำงานหาเงินไปอีกนาน ๆ
เธอเปิด MacBook แล้วเชื่อมต่อไปยังจอขนาด 42 นิ้วเพื่อความสบายตา ก่อนจะนั่งอ่านตอนรองจบ เพื่อที่จะได้เขียนตอนจบต่อไปให้ลื่นไหล พร้อมกับจิบกาแฟไปด้วย ใช้เวลาไปครึ่งค่อนวันเขียน ๆ ลบ ๆ ในที่สุดตอนจบก็เรียบร้อยก่อนที่จะอัปลงแล้วตั้งเวลาไว้ที่ 17.05 น. นั่นเป็นเวลาอีกสามชั่วโมงต่อจากนี้ เมื่อปิดคอมเสร็จ เสียงท้องร้องประท้วงดังโครกคราก จึงรู้ว่าเธอยังไม่ได้ทานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย นอกจากกาแฟถ้วยเดียว
อาลิมาเดินเข้าไปในครัว เปิดตู้เย็นสองประตู ที่แบ่งโซนไว้อย่างเป็นระเบียบ เธอหยิบอะโวคาโด ออกมาหนึ่งลูก โยเกิร์ตถ้วยหนึ่ง เมล็ดเจียที่แช่ไว้แล้ว หยิบผักสลัดที่เธอจัดใส่กล่องไว้เป็นชุด ๆ ออกมา เวลาที่เธอไปซื้อของมักจะยอมเสียเวลาวันหนึ่งเพื่อจัดระเบียบสิ่งของต่างๆให้เรียบร้อยเพื่อง่ายแก่การใช้ชีวิต หยิบนมและไข่สองฟอง ทำไข่คนอย่างว่องไว เพียงไม่นานอาหารเพื่อสุขภาพของสาวสวยก็เสร็จสิ้น
ในระหว่างที่ทานอาหาร เธอก็ไถไอแพดไปด้วย เพื่อเช็กเรตติ้งตามแพลตฟอร์ม ต่าง ๆ ที่เธอลงนิยายไว้ คำชมของนักอ่านมันเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ แต่เมื่อไปเห็นนักอ่านอีกคนก็ทำเอาไรท์สาวถึงกับมือสั่น ส้อมหลุดมือตกกระทบจานดังเคล็ง
“จะใส่มาทำห่าอะไรวะ ไอ้พับๆๆเนี่ย อ่านแล้วไร้อารมณ์”
“ nc กี่เรื่องต่อกี่เรื่องก็เหมือนๆกัน จนเดาได้ละ หัดไปหาประสบการณ์มั่งนะ”
(ก็ยังคงเป็นนักอ่านท่านเดิม)
“หื้อๆๆๆ...แกรบูลลี่ฉัน...ไอ้พับๆๆๆนี่น่ะใครๆเขาก็ใส่กัน แกจะไม่ให้ฉันใส่จะให้ใส่ ป๊อกๆๆหรือไงเล่าไอ้ฟายยยย” เธอไม่ได้ตอบเมนต์ไปแบบนั้นหรอก เพียงแค่ด่ากับตัวเอง บ่นไปน้ำตาก็ไหลออกมา..
“จะให้ฉันไปหาประสบการณ์จากไหน..ตั้งแต่เป็นตัวเป็นตนก็ทำงานหาเงินงก ๆ แฟนก็ไม่เคยจะมีกับเขา แม้ปลายเล็บยังไม่เคยได้แตะผู้ชายเลย เธอเป็นเด็กกำพร้า ต้องวางแผนอนาคตให้ตัวเองไม่ลำบาก การทำงานคือความสุขของเธอ ที่รองลงมาจากการกิน..แต่ก็ช่างปะไร อยากซัมติงเมื่อไหร่ก็แค่ไปที่บาร์โฮส (ถ้าอยากอะนะ)
หลังจากที่อาลิมาจัดการกับมื้ออาหารแรกของวัน และพักผ่อนชั่วครู่ ก่อนจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดพิลอาทิสสำหรับออกกำลังทำโยคะ เพื่อยืดเส้นสายเพราะในแต่ละวันเธอจะใช้เวลาในการนั่งทำงานหลายชั่วโมง...หลังจากนั้นก็ขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวมานั่งลุ้นว่าการปล่อย e-book ชั่วโมงแรกจะได้กี่โหลด โดยปกติแล้วชั่วโมงแรกก็เหยียบพันแล้ว หญิงสาว เปิดน้ำใส่อ่าง หยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นกุหลาบบิชอปคาสเทิล และสบู่เหลวกลิ่นเดียวกัน จนห้องน้ำหอมฟุ้ง
หญิงสาวหย่อนกายลงไป นำผ้าผืนเล็กชุบน้ำอุ่นมาปิดตาก่อนจะฮัมเพลง "Moonlit Floor" ของลิซ่าไปด้วยการอาบน้ำกินเวลาไปชั่วโมงเศษ ก่อนที่จะออกมาจากห้องน้ำแล้วเดินไปยัง walk-in closet ที่แยกกันเป็นสัดส่วน เธอหยิบชุดเซตสีครีม เป็นเสื้อยืดขนาดพอดีตัว และกางเกงยืดเนื้อนุ่มใส่สบาย หลังจากทาครีมทั้งหน้าและตัวแล้วตามด้วยลิปกลอสเพื่อริมฝีปากสุขภาพดี ก่อนจะยังคงฮัมเพลงลงบันไดมาแต่แล้วก็พลันได้ยินเสียงที่ดังมาจากนอกบ้าน คาดว่าน่าจะเป็นริมรั้วนั่นแหละ
“มานี่!...กลับมาเร็ว ๆ ..ได้ยินไหมสตี๊ส”
“มานี่มา ๆ ๆ เร็ว”
“เสียงใครมาเรียกอยู่นอกบ้าน...หรือว่าจะเป็นไอ้โรคจิตนั่นอีก” ...คิดได้ดังนั้นก็หันซ้ายหันขวา ก่อนจะหยิบที่ช็อตไฟฟ้ามาจากเคาน์เตอร์ก่อนจะย่อง ๆ ไปเปิดประตูอย่างเบามือ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาเธอคือตาลุงข้างบ้านหน้าตาหล่อเหล่อยู่ในชุดออกกำลังกาย เนื้อตัวยังคงชุ่มไปด้วยเหงื่อแต่ที่สะดุดตาไปกว่านั้นคือ แมวสก็อตติช โฟลด์ (Scottish Fold) ดูจากสีของมันน่าจะเป็นสีหายาก ทั้งตัวเป็นสีโอวัลตินตัวอ้วนปุย มันอยู่ห่างจากรั้วเข้ามาทางบ้านเธอราวเมตร ใกล้ๆ กับกระถางดอกกุหลาบ แต่ก็ไม่ไกลรถมินิคูเปอร์ของเธอเท่าใดนัก ก่อนจะทันได้พูดอะไรปกรณ์ชิงพูดออกมาก่อน
“เอ่อ..เจ้าสตี๊สมันหลุดออกไปน่ะครับ..ผมพยายามจะเรียกมันกลับ มันก็ไม่ยอมกลับมิหนำซ้ำยังเดินเข้าไปไกลกว่าเดิมอีก”อาลิมาไม่ได้ตอบว่าอะไร แต่เธอย่อตัวลงนั่งห่างจากเจ้าเหมียวตัวอ้วนที่บัดนี้มันทำหน้ายู้เหมือนเจ้าคุณปู่กำลังโกรธยังไงยังงั้น แต่พอเธอยื่นมือออกไป มันก็เดินเข้ามาหา พร้อมกับเอาหัวถูไถกับมือเรียวสวย
“แง้ว!...แง้ว!. ใบหน้ายู้ๆ ของมันก็คลายลงทันที
“ว่าไงสตี๊ส!..มาทักทายเพื่อนใหม่หรือ ยินดีที่ได้รู้จักนะ แต่วันนี้จะมืดแล้วกลับบ้านไปก่อนวันหลังค่อยมาใหม่ “...ว่าแล้วเธอก็ส่งเจ้าแมวอ้วนข้ามรั้วคืนไปให้เจ้าของ
“ขอบคุณนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ..กล่าวพร้อมกับส่งยิ้มน้อยๆ แล้วเดินเข้าบ้านไป..อาลิมานั่งลงที่โซฟาดูดวิญญาณ ก่อนจะหยิบไอแพดที่ยังคงเปิดเครื่องสแตนด์บายไว้ขึ้นมา แล้วกดเข้าไปดูแอปขายนิยายของเธอ แต่แล้วก็ต้องทำหน้ามุ่ย
“คุณอา นี่คุณอา ให้คนมาทุบกำแพงรั้วทำไมคะ!” อาลิมาตกตะลึง หันไปมองหน้าซีอีโอหนุ่มที่กำลังยืนยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ “ก็อาเคยบอกหนูแล้วไงครับ... ว่าอาไม่ชอบสเปซที่กว้างเกินไปตอนอยู่คนเดียว อาถึงซื้อบ้านแฝด” เขาดึงร่างบางเข้ามากระชับกอดจากด้านหลัง กระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “แต่ตอนนี้... อาไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว อาอยากได้พื้นที่กว้างๆ ให้ลูกๆ ของเราได้วิ่งเล่น อยากได้ห้องนอนใหญ่ๆ ให้ภรรยาของอา... และที่สำคัญที่สุด อาขี้เกียจปีนรั้วมาหาหนูตอนดึกๆ แล้วครับ” คำว่า ‘ลูกๆ’ และ ‘ภรรยา’ ทำเอาใบหน้าหวานร้อนฉ่า อาลิมากัดริมฝีปาก กลั้นยิ้มจนแก้มแทบแตก “แต่ทุบรั้วทิ้งแบบนี้ มันก็กลายเป็นบ้านหลังเดียวกันเลยสิคะ...”“ก็ทำให้มันเป็นบ้านหลังเดียวกัน... ครอบครัวเดียวกันเลยสิครับ” ปกรณ์ผละออกจากแผ่นหลังบาง เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ท่ามกลางฝุ่นปูนจางๆ และเสียงคนงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ไกลๆ ซีอีโอหนุ่มระดับร้อยล้าน...ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตของเธอ... ค่อยๆ ย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นหญ้า! อาลิมาเอามือทาบอก น้ำตาแห่งความปิติรื้นขึ้นมาจนดวงตาพร่ามัว ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกร
“ลิมาเพิ่งอายุ 24 เองนะคะ ยังอยากเขียนนิยายไปอีกนานๆ เลย” เธอแกล้งเฉไฉ“แต่งงานแล้วก็เขียนนิยายได้นี่ครับ... แถมอาจะซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ ให้หนูมีห้องทำงานกว้างๆ หรือไม่อาจะทุบกำแพงบ้านแฝดของเราทิ้งซะ จะได้ไม่ต้องปีนรั้วไปหากันให้เหนื่อย... ดีไหมครับ?”“นี่คุณกรณ์กำลังขอลิมาแต่งงานเนียนๆ หรือเปล่าคะเนี่ย ไม่มีแหวนเพชร ลิมาไม่เซฟพล็อตนี้นะคะ บอกเลย!” อาลิมาหัวเราะร่า แกล้งแซวเขากลับ โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายตรงหน้าเตรียม ‘ของจริง’ ไว้รอเธอในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว! ดินเนอร์คืนนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความรัก และการพูดคุยถึงอนาคต ทั้งคู่แลกเปลี่ยนเรื่องราวในอดีต ปกรณ์เล่าว่าเขาภูมิใจแค่ไหนที่เห็นเธอเติบโตมาเป็นผู้หญิงที่เก่งและเข้มแข็ง ส่วนอาลิมาก็สารภาพว่าเธอแอบเอาคาแรคเตอร์ความเนี้ยบและความหื่นของเขาไปใส่ในนิยายทุกๆ ตัวอักษรเมื่อกลับมาถึงบ้านแฝดในยามดึก ปกรณ์ไม่ได้ปีนรั้วกลับไปบ้านตัวเอง แต่เขาเดินตามอาลิมาเข้ามาในบ้านของเธออย่างหน้าตาเฉย“คุณอากลับบ้านตัวเองไปเลยนะคะ คืนนี้ลิมาจะปั่นตอนจบให้เสร็จ ห้ามกวน!” เธอหันไปดันอกเขาเมื่อเข้ามาถึงห้องรับแขก“ไม่ได้กวนครับ อาแค่จะนอนกอดหนูเฉยๆ สัญญ
“แล้วตอนที่เราเจอกันที่บ้าน... คุณกรณ์รู้ตั้งแต่แรกเลยใช่ไหมคะ!” เธอเงยหน้าขึ้นถามทั้งน้ำตา ชายหนุ่มส่ายหน้า รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา“อาไม่รู้เลยครับ... อารู้แค่ชื่อและนามสกุลของเด็กผู้หญิงที่อาส่งเสีย แต่ไม่เคยเจอตัวจริง อาแค่บังเอิญไปซื้อบ้านแฝดหลังนั้นเพราะอยากได้ความสงบ และอาก็บังเอิญมาซื้อบ้านติดกับหนู..จนกระทั่งวันที่อาพยุงหนูที่เมากลับบ้าน แล้วเห็นชื่อนามสกุลของหนูบนกล่องพัสดุที่หน้าประตูบ้านนั่นแหละ อาถึงได้รู้ว่า... เด็กผู้หญิงที่อาเฝ้าดูการเติบโตมาตลอด 8 ปี คือยัยเด็กดื้อข้างบ้านของอานี่เอง” อาลิมาฟังแล้วก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม“ฮือออ... มันบังเอิญเกินไปแล้ว... โลกกลมเกินไปแล้ว”“มันไม่ใช่ความบังเอิญหรอกครับลิมา...” ปกรณ์เชยคางมนขึ้นมา จูบซับน้ำตาที่แก้มใสให้อย่างทะนุถนอม“มันคือ ‘พรหมลิขิต’ ต่างหาก... พรหมลิขิตที่ดึงเราสองคนมาเจอกัน ดึงให้เรามารักกัน”“แล้วทำไมตอนที่รู้ความจริง คุณกรณ์ถึงไม่บอกลิมาล่ะคะ ปล่อยให้ลิมา... เอ่อ... ลิมาทำตัวบ้าๆ บอๆ ใส่ตั้งนาน” เธอถามเสียงอู้อี้ นึกถึงตอนที่ไปยั่วเขา ขอให้เขาสอนประสบการณ์เลิฟซีนให้ ถ้ารู้แต่แรกว่าเขาคือผู้มีพระคุณ
ปกรณ์ได้ฟังเหตุผลก็คลายความหึงหวงลง เปลี่ยนเป็นความชื่นชมและเอ็นดูแทน “อ้าว... งั้นเหรอครับ เป็นเด็กดีจังเลยนะแฟนใครเนี่ย... ให้อาไปช่วยถือของไหม?”“ไม่ต้องหรอกค่ะ ลิมาจัดการเองได้ คุณกรณ์พักผ่อนเถอะค่ะ เพิ่งหายไข้ด้วย ไม่อยากให้ไปตะลอนๆ ข้างนอก... อีกอย่าง ลิมาอยากใช้เวลาคุยกับน้องๆ ด้วย” เธอปฏิเสธอย่างเกรงใจ เพราะไม่อยากให้เขาต้องไปเหนื่อยกับกิจกรรมของเธอ ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ“เสียดายจัง... ความจริงพรุ่งนี้ช่วงสายๆ อาก็มี ‘นัด’ ไปทำธุระสำคัญเหมือนกันครับ กะว่าเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมารับหนูไปเดต... ถ้างั้น เอาไว้ตอนเย็นเราค่อยไปทานข้าวฉลองการเป็นแฟนกันดีไหมครับ?”“ดีค่ะ! งั้นตอนเย็นลิมาจะแต่งตัวสวยๆ รอคุณแฟนพาไปเลี้ยงนะคะ!” ทั้งสองคนยิ้มให้กันด้วยความสุข โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ‘ธุระสำคัญ’ ของปกรณ์ และ ‘นัดเลี้ยงอาหาร’ ของอาลิมา ในวันพรุ่งนี้... คือจุดหมายปลายทางเดียวกัน! และความลับที่ถูกปิดบังมานานนับสิบปี กำลังจะถูกเปิดเผย ณ สถานที่แห่งนั้น!เช้าวันอาทิตย์ที่สดใส อาลิมาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบิกบานใจเป็นพิเศษ หญิงสาวจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดเดรสผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อน
ที่ผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างเธอ หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาที่หางตาด้วยความตื้นตัน หญิงสาวยิ้มหวาน ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ“ตกลงค่ะ... ลิมาจะเป็นแฟนคุณอา แต่มีข้อแม้ข้อเดียวนะคะ”“ข้อแม้อะไรครับ? ให้เหมาอีบุ๊กแจกพนักงานอีกเหรอ?” เขาแกล้งแหย่“ไม่ใช่ค่ะ!” เธอตีอกเขาเบาๆ“ข้อแม้ก็คือ... คุณอาห้ามไปยิ้มหล่อๆ หรือให้ความสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นเหมือนที่ทำกับเลขาฯ โบว์ หรือคุณพลอยอีกนะคะ... ลิมาเป็นคนขี้หึงมากนะ บอกไว้ก่อน!” ปกรณ์หัวเราะลั่นห้องด้วยความชอบใจ เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางไว้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย“รับทราบครับคุณแฟน! ต่อไปนี้อาจะยิ้มให้หนูคนเดียว จะกอดหนูคนเดียว และจะ ‘รัก’ หนูคนเดียว... พอใจหรือยังครับ?”“พอใจที่สุดเลยค่ะ” ทั้งสองแลกเปลี่ยนจุมพิตแสนหวานเพื่อเป็นการประทับตราสัญญารักอย่างเป็นทางการ เป็นจูบที่ไม่ได้มีความเร่าร้อนดุดันเหมือนเมื่อคืน แต่กลับอบอวลไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความสุขที่ล้นปรี่จนแทบจะทะลักออกมา...ก๊อกๆๆ!“ฮัลโหลลล! สองผัวเมียข้างบนน่ะ ตื่นหรือยังคะ! แดดส่องจนจะไหม้เตียงแล้วนะ!”เสียงตะโกนเจื้อยแจ้วดังมาจากชั้นล่าง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินไปมาในครัว อาลิมาสะดุ
สิ้นคำพูด ริมฝีปากร้อนจัดดั่งไฟสุมก็ประกบลงมาบดขยี้กลีบปากบางอย่างดุดันและเรียกร้อง อาลิมาเปิดปากรับสัมผัสที่เต็มไปด้วยแรงหึงหวงและแรงปรารถนาอย่างเต็มใจ เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวาน เกี่ยวกระหวัดรัดรึงจนเธอแทบจะขาดอากาศหายใจ พิษไข้ทำให้ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ทุกครั้งที่เขารดรินลมหายใจใส่ ผิวเนื้อของเธอก็เห่อร้อนตามไปด้วยมือหนาเลื่อนลงไปรูดซิปชุดเดรสสีดำตัวปัญหาออกจนพ้นทาง ลอกคราบนักเขียนสาวจนเหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ขาวเนียน ปกรณ์คำรามในลำคอด้วยความคลั่งไคล้ เขาดันร่างบางให้นอนราบลงกับเตียง ก่อนจะตามไปทาบทับ“คุณอา... อ๊ะ...”อาลิมาครางกระเส่าเมื่อเขาก้มลงครอบครองยอดปทุมถันสีสด ดูดเม้มและขบกัดเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยวเพื่อสร้างรอยรักสีแดงกุหลาบ ร่องรอยเก่าที่เริ่มจางหายถูกทับด้วยรอยใหม่ที่เข้มและชัดเจนกว่าเดิม ปกรณ์ลากไล้ริมฝีปากลงมาตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะฝังใบหน้าลงกับใจกลางความเป็นหญิงที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวาน“อ๊า!. คุณอา อย่าค่ะ ลิมาเสียว... อื้อออ!”ร่างบางบิดเร่าโค้งงอราวกับคันธนู มือเล็กขยุ้มเส้นผมของชายหนุ่มแน่น ปกรณ์ใช้ปลายลิ้นร้ายกาจตวัดไล้จุดอ่อนไหวอย่าง







