Masuk“มันเกิดอะไรขึ้นกันนี่..ทำไมยอดโหลดไม่ถึงยี่สิบเล่มมันต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่างสิ”
เมื่อเลื่อนไปดูเมนต์ ก็เจอคอมเมนต์ที่ขัดใจคนอ่านอีกแล้ว ไม่ใช่แค่คอมเมนต์เดียวหลายคอมเมนต์ด้วย แม้จะมีติ่งของหล่อนมาให้กำลังใจบ้าง แต่ความคาดหวังของเธอที่มี มันพังทลายลงไปในพริบตา เธอวางไอแพดลงด้วยอาการหมดเรี่ยวแรง นอนแผ่หลาบนโซฟาด้วยความเซ็ง ทันใดนั้นเสียงสมาร์ทโฟนก็ดังกระชากวิญญาณเธอให้ออกมาจากการครุ่นคิด
“เอ้อ!...อาการอกหักก็คงประมาณนี้ละมั้ง”
“ตะ ละ ลิ่ง ติ๊งติง ติ๊งติงติ๊งติ่ง!” หน้าจอปรากฏชื่อของเพื่อนรักเพื่อนซี้เพียงคนเดียวของเธอ “ยัยปัท”
“ฮัลโหล!...ว่าไงเพื่อนรัก!”
“ฮื้อๆๆๆ ..ลิมาช่วยฉันด้วย ไอ้พี่น็อต..ไอ้พี่น็อตมันนอกใจฉัน ฉันไปเจอ condom ในกระเป๋าตังค์มัน ฮื้อๆๆๆ มันต้องไปมีอะไรกับคนอื่นแน่ ฉันเครียด ฉันอยากเมา แกไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยดิ”
“อื้ม!...ได้!..ฉันเองก็อยากเมาเหมือนกัน เครียด งานก็ไม่แมส..พวกมาด่าฉันว่า nc ไร้อารมณ์ ก็จะให้ทำยังไงได้ล่ะ...ก็คนมันไม่เคยเอานี่หว่า ฉันก็แค่เสือกระดาษ หาประสบการณ์จากการอ่านทั้งนั้น จะไปบรรยายออกได้ถึงพริกถึงขิงได้ไงวะ”
ทั้งคู่ต่างก็ตกอยู่ในอารมณ์เดียวกัน อีกคนอกหักจากคนรัก อีกคนอกหักจากนักอ่านทั้งคู่นัดกันที่ผับย่านทองหล่อ ที่นาน ๆ ครั้งจะได้มาเยือนสักที เพราะอาลิมามักจะปฏิเสธตลอด แต่ครั้งนี้เธออกหัก..ยังไม่พอยังมีความคิดอุตริ คิดไว้ว่าหากมีหนุ่มหน้าตาหล่อ ๆ ที่ถูกใจ เธออาจจะไป one night stand กับใครสักคน เผื่อจะมีประสบการณ์มาเขียนนิยายแซ่บ ๆ ก็ได้ ค่ำคืนนี้ อาลิมาสวมเดรสอัดพลีทแขนกุดสีดำ สั้นแค่เข่า รองเท้าส้นสูงสีดำของดิออร์คู่กระเป๋าใบเล็กยี่ห้อเดียวกัน ผมม้วนลอนอ่อน ๆ แต่งหน้าสวยเฉี่ยวจนดูผิดตา เธอขับรถจากพัฒนาการไปยังทองหล่อเวลาสองทุ่มในคืนวันพฤหัสบดี รถไม่ติดนัก เมื่อใกล้ถึงก็กดโทรหา ปัทมาทันที เสียงเรียกเข้าเพียงเสียงเดียวปลายสายก็กดรับ
“ว่าไงยัยลิมา!...อย่าบอกนะว่าแกเปลี่ยนใจน่ะ ฉันมาถึงแล้วนะยะ”
“ถึงแล้วรีบเข้าไปจองโต๊ะเลย ฉันติดอยู่ข้างหน้านี่แล้ว ได้โต๊ะไหนแจ้งด้วย”
ราวยี่สิบนาที เธอก็เดินเข้ามานั่งตรงหน้าเพื่อน บนโต๊ะมีบรั่นดีขวดหนึ่ง แก้วเป๊กสองใบ มีซาชิมิเสิร์ฟมาในเรือ และมีถั่วแระญี่ปุ่นอีกจานหนึ่ง แก้วน้ำสองใบ เมื่อเพื่อนรักนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ปัทมาก็เริ่มทำการเผาตับเพื่อนทันที เธอรินบรั่นดีชั้นเลิศให้เพื่อนเกือบเต็มแก้วช็อตแล้วก็รินให้ตัวเองในปริมาณที่เท่ากัน ก่อนจะชนกันแล้วยกจนหมดแก้ว ก่อนจะปรับทุกข์กัน
ยิ่งหลายแก้วดราม่าก็ยิงมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าโต๊ะที่อยู่ในมุมหนึ่งห่างออกไปราวสามโต๊ะ กำลังมีสายตาคู่หนึ่งมองมาด้วยความแปลกใจจะว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือพรหมลิขิต เพราะช่วงที่อาลิมาขับรถออกมา เวลานั้น รอนด์ เพื่อนของเขาก็โทรมา
“เฮ้ยไอ้กรณ์..ตอนนี้กูอยู่ที่ผับ นึกอย่างนั่งดื่มชิล ๆ ฟังเพลงเพลิน ๆ วะ”
“มึงนึกอยากจะอารมณ์สุนทรีย์ ก็เลือกวันที่มันไม่ต้องทำงานสิวะ วันพรุ่งนี้ก็ยังต้องทำงานอีกนะโว้ย” ...ปกรณ์แซวเพื่อนทั้งที่เริ่มเปลี่ยนชุดเตรียมออกไปหาเพื่อน”
“มึงเป็นเจ้าของบริษัทเองกลัวใครจะไล่มึงออกวะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“OK ที่เดิมนะ...เดี๋ยวเจอกัน” กล่าวจบก็กดวางสาย หันไปมองเจ้าลูกชายที่นอนอยู่บนหมอนคู่กับหมอนเขา พร้อมกับดึงผ้าขึ้นห่มให้ “สตี๊ส!...นอนก่อนป๊าเลยนะ...ป๊ามีธุระต้องไปทำ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”
เจ้าสตี๊สยกหัวขึ้นมอง ก่อนที่จะนอนลงไปหลับตาพริ้มไม่สนใจปกรณ์เลย เมื่อไปถึงก็ต้องแปลกใจที่เห็นเพื่อนมองไปยังมุมวีไอพีมุมหนึ่งที่ห่างจากโต๊ะเขาไปสามโต๊ะ...จ้องสาวตาเป็นมันเลยนะมึง “
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่นั่งเมาอ้อแอ้อยู่นั้นคือเพื่อนบ้านคนใหม่ ปกรณ์ถึงกับเลิกคิ้ว
“คิดว่าออกไปไหน..ที่แท้ก็มาเป็นเมรีขี้เมาอยู่ที่นี่เอง”
“มึงรู้จักด้วยหรือวะ!”
”อื่ม!!..เพื่อนบ้าน น่ะ”
“มันมีด้วยกันตั้งสองคน แล้วคนไหนวะที่เป็นเพื่อนบ้านมึงน่ะ”
“ชุดดำ”
“เอ่อ...โชคดีจังวะ!..อยู่ใกล้คนสวย”
“แล้วมันดียังไงวะ...อยู่ใกล้ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสนใจกูนี่หว่า ยังไม่พอไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงที่เจอกัน เกิดเหตุการณ์พันกว่าเรื่อง”
“แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่าบุพเพ..แต่ดู ๆ แล้วจะเมาไม่น้อยเลย ดื่มกันเก่งใช่เล่นออนเดอะร็อกเชียว คอนญักเลยนะโว้ยแรงเอาเรื่อง”
ที่โต๊ะของอาลิมา ทั้งคู่ปรับทุกข์กันด้วยเสียงที่เริ่มจะยานคาง สลับกับการรับสายของปัทมา ที่โทรมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น เขายอมรับว่าเขาพก แต่เขายังไม่ได้ใช้และไม่เคยนอกใจเธอ ถ้าไม่เชื่อก็ดูวันเดือนที่ผลิตนี่สิ มันผลิตก่อนที่พวกเขาจะคบกันอีก ก็เป็นจริงตามนั้น เป็นการเข้าใจผิด เพราะพวกผู้ชายโสด ๆ เขาก็พกกันเป็นเรื่องปกติ
“ปัท..ปัทนั่งรอน็อตอยู่ตรงนั้นก่อนนะ เดี๋ยวน็อตนั่งรถไปรับ จะได้ขับรถให้ เมาขนาดนั้นจะขับรถเองได้ยังไง
"เพียงไม่นาน ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด ผิวสองสี หน้าตาคมคร้ามก็เดินเข้ามา ตรงไปที่โต๊ะของสองสาว และแน่นอนว่า ทุกการเคลื่อนไหวตกอยู่ในสายตาของสองหนุ่ม ที่คอยเฝ้าระวังภัยให้พวกเธออยู่ห่าง ๆ โดยที่สองสาวไม่รู้ตัว
“คุณอา นี่คุณอา ให้คนมาทุบกำแพงรั้วทำไมคะ!” อาลิมาตกตะลึง หันไปมองหน้าซีอีโอหนุ่มที่กำลังยืนยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ “ก็อาเคยบอกหนูแล้วไงครับ... ว่าอาไม่ชอบสเปซที่กว้างเกินไปตอนอยู่คนเดียว อาถึงซื้อบ้านแฝด” เขาดึงร่างบางเข้ามากระชับกอดจากด้านหลัง กระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “แต่ตอนนี้... อาไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว อาอยากได้พื้นที่กว้างๆ ให้ลูกๆ ของเราได้วิ่งเล่น อยากได้ห้องนอนใหญ่ๆ ให้ภรรยาของอา... และที่สำคัญที่สุด อาขี้เกียจปีนรั้วมาหาหนูตอนดึกๆ แล้วครับ” คำว่า ‘ลูกๆ’ และ ‘ภรรยา’ ทำเอาใบหน้าหวานร้อนฉ่า อาลิมากัดริมฝีปาก กลั้นยิ้มจนแก้มแทบแตก “แต่ทุบรั้วทิ้งแบบนี้ มันก็กลายเป็นบ้านหลังเดียวกันเลยสิคะ...”“ก็ทำให้มันเป็นบ้านหลังเดียวกัน... ครอบครัวเดียวกันเลยสิครับ” ปกรณ์ผละออกจากแผ่นหลังบาง เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ท่ามกลางฝุ่นปูนจางๆ และเสียงคนงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ไกลๆ ซีอีโอหนุ่มระดับร้อยล้าน...ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตของเธอ... ค่อยๆ ย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นหญ้า! อาลิมาเอามือทาบอก น้ำตาแห่งความปิติรื้นขึ้นมาจนดวงตาพร่ามัว ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกร
“ลิมาเพิ่งอายุ 24 เองนะคะ ยังอยากเขียนนิยายไปอีกนานๆ เลย” เธอแกล้งเฉไฉ“แต่งงานแล้วก็เขียนนิยายได้นี่ครับ... แถมอาจะซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ ให้หนูมีห้องทำงานกว้างๆ หรือไม่อาจะทุบกำแพงบ้านแฝดของเราทิ้งซะ จะได้ไม่ต้องปีนรั้วไปหากันให้เหนื่อย... ดีไหมครับ?”“นี่คุณกรณ์กำลังขอลิมาแต่งงานเนียนๆ หรือเปล่าคะเนี่ย ไม่มีแหวนเพชร ลิมาไม่เซฟพล็อตนี้นะคะ บอกเลย!” อาลิมาหัวเราะร่า แกล้งแซวเขากลับ โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายตรงหน้าเตรียม ‘ของจริง’ ไว้รอเธอในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว! ดินเนอร์คืนนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความรัก และการพูดคุยถึงอนาคต ทั้งคู่แลกเปลี่ยนเรื่องราวในอดีต ปกรณ์เล่าว่าเขาภูมิใจแค่ไหนที่เห็นเธอเติบโตมาเป็นผู้หญิงที่เก่งและเข้มแข็ง ส่วนอาลิมาก็สารภาพว่าเธอแอบเอาคาแรคเตอร์ความเนี้ยบและความหื่นของเขาไปใส่ในนิยายทุกๆ ตัวอักษรเมื่อกลับมาถึงบ้านแฝดในยามดึก ปกรณ์ไม่ได้ปีนรั้วกลับไปบ้านตัวเอง แต่เขาเดินตามอาลิมาเข้ามาในบ้านของเธออย่างหน้าตาเฉย“คุณอากลับบ้านตัวเองไปเลยนะคะ คืนนี้ลิมาจะปั่นตอนจบให้เสร็จ ห้ามกวน!” เธอหันไปดันอกเขาเมื่อเข้ามาถึงห้องรับแขก“ไม่ได้กวนครับ อาแค่จะนอนกอดหนูเฉยๆ สัญญ
“แล้วตอนที่เราเจอกันที่บ้าน... คุณกรณ์รู้ตั้งแต่แรกเลยใช่ไหมคะ!” เธอเงยหน้าขึ้นถามทั้งน้ำตา ชายหนุ่มส่ายหน้า รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา“อาไม่รู้เลยครับ... อารู้แค่ชื่อและนามสกุลของเด็กผู้หญิงที่อาส่งเสีย แต่ไม่เคยเจอตัวจริง อาแค่บังเอิญไปซื้อบ้านแฝดหลังนั้นเพราะอยากได้ความสงบ และอาก็บังเอิญมาซื้อบ้านติดกับหนู..จนกระทั่งวันที่อาพยุงหนูที่เมากลับบ้าน แล้วเห็นชื่อนามสกุลของหนูบนกล่องพัสดุที่หน้าประตูบ้านนั่นแหละ อาถึงได้รู้ว่า... เด็กผู้หญิงที่อาเฝ้าดูการเติบโตมาตลอด 8 ปี คือยัยเด็กดื้อข้างบ้านของอานี่เอง” อาลิมาฟังแล้วก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม“ฮือออ... มันบังเอิญเกินไปแล้ว... โลกกลมเกินไปแล้ว”“มันไม่ใช่ความบังเอิญหรอกครับลิมา...” ปกรณ์เชยคางมนขึ้นมา จูบซับน้ำตาที่แก้มใสให้อย่างทะนุถนอม“มันคือ ‘พรหมลิขิต’ ต่างหาก... พรหมลิขิตที่ดึงเราสองคนมาเจอกัน ดึงให้เรามารักกัน”“แล้วทำไมตอนที่รู้ความจริง คุณกรณ์ถึงไม่บอกลิมาล่ะคะ ปล่อยให้ลิมา... เอ่อ... ลิมาทำตัวบ้าๆ บอๆ ใส่ตั้งนาน” เธอถามเสียงอู้อี้ นึกถึงตอนที่ไปยั่วเขา ขอให้เขาสอนประสบการณ์เลิฟซีนให้ ถ้ารู้แต่แรกว่าเขาคือผู้มีพระคุณ
ปกรณ์ได้ฟังเหตุผลก็คลายความหึงหวงลง เปลี่ยนเป็นความชื่นชมและเอ็นดูแทน “อ้าว... งั้นเหรอครับ เป็นเด็กดีจังเลยนะแฟนใครเนี่ย... ให้อาไปช่วยถือของไหม?”“ไม่ต้องหรอกค่ะ ลิมาจัดการเองได้ คุณกรณ์พักผ่อนเถอะค่ะ เพิ่งหายไข้ด้วย ไม่อยากให้ไปตะลอนๆ ข้างนอก... อีกอย่าง ลิมาอยากใช้เวลาคุยกับน้องๆ ด้วย” เธอปฏิเสธอย่างเกรงใจ เพราะไม่อยากให้เขาต้องไปเหนื่อยกับกิจกรรมของเธอ ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ“เสียดายจัง... ความจริงพรุ่งนี้ช่วงสายๆ อาก็มี ‘นัด’ ไปทำธุระสำคัญเหมือนกันครับ กะว่าเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมารับหนูไปเดต... ถ้างั้น เอาไว้ตอนเย็นเราค่อยไปทานข้าวฉลองการเป็นแฟนกันดีไหมครับ?”“ดีค่ะ! งั้นตอนเย็นลิมาจะแต่งตัวสวยๆ รอคุณแฟนพาไปเลี้ยงนะคะ!” ทั้งสองคนยิ้มให้กันด้วยความสุข โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ‘ธุระสำคัญ’ ของปกรณ์ และ ‘นัดเลี้ยงอาหาร’ ของอาลิมา ในวันพรุ่งนี้... คือจุดหมายปลายทางเดียวกัน! และความลับที่ถูกปิดบังมานานนับสิบปี กำลังจะถูกเปิดเผย ณ สถานที่แห่งนั้น!เช้าวันอาทิตย์ที่สดใส อาลิมาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบิกบานใจเป็นพิเศษ หญิงสาวจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดเดรสผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อน
ที่ผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างเธอ หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาที่หางตาด้วยความตื้นตัน หญิงสาวยิ้มหวาน ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ“ตกลงค่ะ... ลิมาจะเป็นแฟนคุณอา แต่มีข้อแม้ข้อเดียวนะคะ”“ข้อแม้อะไรครับ? ให้เหมาอีบุ๊กแจกพนักงานอีกเหรอ?” เขาแกล้งแหย่“ไม่ใช่ค่ะ!” เธอตีอกเขาเบาๆ“ข้อแม้ก็คือ... คุณอาห้ามไปยิ้มหล่อๆ หรือให้ความสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นเหมือนที่ทำกับเลขาฯ โบว์ หรือคุณพลอยอีกนะคะ... ลิมาเป็นคนขี้หึงมากนะ บอกไว้ก่อน!” ปกรณ์หัวเราะลั่นห้องด้วยความชอบใจ เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางไว้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย“รับทราบครับคุณแฟน! ต่อไปนี้อาจะยิ้มให้หนูคนเดียว จะกอดหนูคนเดียว และจะ ‘รัก’ หนูคนเดียว... พอใจหรือยังครับ?”“พอใจที่สุดเลยค่ะ” ทั้งสองแลกเปลี่ยนจุมพิตแสนหวานเพื่อเป็นการประทับตราสัญญารักอย่างเป็นทางการ เป็นจูบที่ไม่ได้มีความเร่าร้อนดุดันเหมือนเมื่อคืน แต่กลับอบอวลไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความสุขที่ล้นปรี่จนแทบจะทะลักออกมา...ก๊อกๆๆ!“ฮัลโหลลล! สองผัวเมียข้างบนน่ะ ตื่นหรือยังคะ! แดดส่องจนจะไหม้เตียงแล้วนะ!”เสียงตะโกนเจื้อยแจ้วดังมาจากชั้นล่าง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินไปมาในครัว อาลิมาสะดุ
สิ้นคำพูด ริมฝีปากร้อนจัดดั่งไฟสุมก็ประกบลงมาบดขยี้กลีบปากบางอย่างดุดันและเรียกร้อง อาลิมาเปิดปากรับสัมผัสที่เต็มไปด้วยแรงหึงหวงและแรงปรารถนาอย่างเต็มใจ เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวาน เกี่ยวกระหวัดรัดรึงจนเธอแทบจะขาดอากาศหายใจ พิษไข้ทำให้ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ทุกครั้งที่เขารดรินลมหายใจใส่ ผิวเนื้อของเธอก็เห่อร้อนตามไปด้วยมือหนาเลื่อนลงไปรูดซิปชุดเดรสสีดำตัวปัญหาออกจนพ้นทาง ลอกคราบนักเขียนสาวจนเหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ขาวเนียน ปกรณ์คำรามในลำคอด้วยความคลั่งไคล้ เขาดันร่างบางให้นอนราบลงกับเตียง ก่อนจะตามไปทาบทับ“คุณอา... อ๊ะ...”อาลิมาครางกระเส่าเมื่อเขาก้มลงครอบครองยอดปทุมถันสีสด ดูดเม้มและขบกัดเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยวเพื่อสร้างรอยรักสีแดงกุหลาบ ร่องรอยเก่าที่เริ่มจางหายถูกทับด้วยรอยใหม่ที่เข้มและชัดเจนกว่าเดิม ปกรณ์ลากไล้ริมฝีปากลงมาตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะฝังใบหน้าลงกับใจกลางความเป็นหญิงที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวาน“อ๊า!. คุณอา อย่าค่ะ ลิมาเสียว... อื้อออ!”ร่างบางบิดเร่าโค้งงอราวกับคันธนู มือเล็กขยุ้มเส้นผมของชายหนุ่มแน่น ปกรณ์ใช้ปลายลิ้นร้ายกาจตวัดไล้จุดอ่อนไหวอย่าง







