LOGIN“ตะ...แต่ฉันต้องทำงานที่นี่นะคะ”
มินตราพยายามรวบรวมสติหลังจากได้ฟังคำพูดของอันดามาตลอดหลายนาที เธอเหลือบมองไปรอบห้องตรวจของตัวเองราวกับกำลังหาทางออกให้กับสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่มที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า “ฉันเป็นหมอผ่าตัดนะคะ ถ้าจะให้ฉันเป็นหมอประจำคนไข้แค่คุณคนเดียว มันไม่ชิน” “คุณอยากจะส่งเวรที่นี่ก็ได้นี่ครับ” อันดาตอบกลับอย่างง่ายดายราวกับเรื่องที่กำลังพูดกันอยู่นั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย “ผมไม่ได้ห้าม แต่แค่ต้องอยู่ในความดูแลของผม” มินตราขมวดคิ้วทันที ได้ไงละ ในหัวของเธอเต็มไปด้วยคำถาม ถ้าเธอยังมาทำงานที่นี่แล้วจะมีคนคอยตามประกบหรือคอยคุ้มกันเธอตลอดเวลา มันจะสะดวกได้ยังไงกัน เธอเป็นหมอผ่าตัด ต้องเข้าห้องผ่าตัด ต้องทำงานกับทีมแพทย์และพยาบาล ต้องมีสมาธิกับคนไข้ จะให้มีผู้ชายชุดดำยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องผ่าตัดตลอดเวลาไม่ได้ แค่คิดก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาแล้ว “แต่งานของฉันมันต้องอยู่ในห้องผ่าตัดนะคะ” มินตรารีบอธิบาย “คุณจะมาคอยคุ้มกันฉันตลอดมันก็ไม่ได้หรอกนะ” อันดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ผมบอกเหรอว่าจะคุ้มกันคุณแม้กระทั่งในห้องผ่าตัด” “อ้าว...ก็ไหนบอกแบบนั้น” มินตราหันไปมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณบอกว่าฉันต้องอยู่ในความดูแลของคุณ ฉันก็เข้าใจว่าคุณจะส่งคนมาคอยตามฉันตลอดเวลา” “หึ...” อันดาหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะส่ายหน้า “คุณนี่ก็ซื่อดีเนอะ” “อย่ามาวิจารณ์ฉัน” มินตรารีบสวนกลับทันที เธอไม่ชอบสายตาของเขาเลยจริง ๆ โดยเฉพาะตอนที่เขามองเธอเหมือนกำลังสนุกกับการเห็นเธอหัวเสีย “เปล่า...ผมก็แค่พูดความจริง” “ความจริงอะไร” “คุณคิดมากไปเอง” “ก็เพราะคุณพูดไม่เคลียร์ไงคะ” มินตราเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ถ้าคุณพูดให้มันชัดตั้งแต่แรก ฉันก็คงไม่ต้องมานั่งตีความคำพูดของคุณแบบนี้หรอก” อันดามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ก็จริง” “เห็นไหมล่ะคะ” “งั้นต่อไปผมจะพูดให้ชัดกว่านี้” “ก็ดีค่ะ” มินตราถอนหายใจ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขา เธอรู้ดีว่าถ้ายังยืนคุยกันแบบนี้ต่อไปคงไม่ได้ข้อสรุปอะไรแน่ และในเมื่อเขายืนยันว่าจะให้เธอไปดูแล เธอก็ต้องรู้รายละเอียดให้มากที่สุดก่อนตัดสินใจ หญิงสาวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้น “ฉันมีข้อเสนอ” อันดาเลิกคิ้ว “ว่ามา” “สามเท่าของที่คุณเสนอ ฉันยังได้ใช่ไหม” ทันทีที่ได้ยินคำถามนั้นอันดาก็เงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะมองเธอด้วยสีหน้าเหมือนกำลังพยายามกลั้นหัวเราะ “อือหือ...” มินตราขมวดคิ้ว “อะไรคะ” “ไม่มีอะไรครับ” “เมื่อกี้คุณทำหน้าอะไร” “ผมแค่ไม่คิดว่าคุณจะต่อรองเรื่องเงินเร็วขนาดนี้” “ก็คุณเป็นคนเสนอเองนี่คะ” มินตราตอบกลับอย่างหน้าตาเฉย “ถ้าจะให้ฉันลาออกจากงานหรือเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งหมดเพื่อไปดูแลคุณ อย่างน้อยฉันก็ต้องคิดถึงเรื่องค่าตอบแทนให้คุ้มสิคะ เพราะว่าอยู่ที่นี่ฉันยังมีความมั่นคง แต่ถ้าฉันไปดูแลคุณมันไม่มีอะไรการันตีเลยว่ามันจะมั่นคงหรือเปล่า เพราะงั้น... ค่าตอบแทนที่สูงก็อาจทำให้ฉันตัดสินใจได้ง่ายขึ้น” อันดายิ้มมุมปาก “อืม...ฟังดูก็น่าสนใจดี” “แปลว่าได้” “ถ้าคุณตกลง ผมจ่ายให้ตามนั้น” “จริงนะคะ” “ครับ” มินตราเผลอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเล็กน้อย เมื่อคิดถึงยอดเงินที่เธอจะได้รับในแต่ละเดือน แถมยังดูเหมือนว่างานที่ทำก็น่าจะเป็นงานที่ง่าย ๆ อีกด้วย แค่ดูแลผู้ชายคนเดียวคงไม่ยากเท่ากับการผ่าตัดหรอกมั้ง เงินจำนวนมากขนาดนั้น ถ้าเธอสามารถเก็บเอาไว้ได้สักระยะหนึ่ง เธออาจจะมีเงินมากพอที่จะทำตามความฝันบางอย่างของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดคลินิก หรือช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว “แต่ฉันมารับเวรที่นี่ได้จริง ๆ ใช่ไหม” “อืม... ก็ได้” อันดาพยักหน้า “แน่นะคะ” “อืม...” “แล้วจะไม่มีใครมาคอยตามฉันตอนทำงานใช่ไหม” “ไม่มี” “ไม่มีใครมายืนเฝ้าหน้าห้องผ่าตัด จนทำให้ฉันกดดันใช่ไหม” “ไม่มี”หลายวันต่อมา ภายในห้องนั่งเล่นของบ้านอันดา บรรยากาศในช่วงสายค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่เบา ๆ และเสียงของอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ถูกวางเรียงเอาไว้บนโต๊ะเล็กด้านหน้าโซฟา มินตรานั่งอยู่ข้างชายหนุ่มด้วยสีหน้าจริงจังขณะที่มือเล็กสวมถุงมือแพทย์อย่างเรียบร้อย หลายวันที่ผ่านมาอาการของอันดาดีขึ้นมาก แผลบริเวณหน้าท้องเริ่มสมานตัว และวันนี้ถึงกำหนดที่เธอต้องมาตัดไหมให้เขา หลังจากคอยทำแผลและตรวจอาการให้เขาทุกวัน อันดานั่งพิงโซฟา เสื้อเชิ้ตถูกเปิดออกบริเวณหน้าท้องเพื่อให้เธอทำงานได้สะดวก เขามองอุปกรณ์ในมือของหญิงสาวด้วยสายตาระแวงเล็กน้อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเคยผ่านสถานการณ์ที่อันตรายกว่านี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่พอเป็นเข็มกับกรรไกรผ่าตัดที่กำลังจะถูกใช้กับตัวเองขึ้นมา เขากลับรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่เลย มินตราขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะค่อย ๆ ใช้อุปกรณ์ตัดไหมอย่างระมัดระวัง พรึบ... "โอ๊ย...!! คุณ!!" เสียงร้องของอันดาดังขึ้นจนมินตราถึงกับชะงักมือ เธอเงยหน้าขึ้นมองคนไข้ตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย "นี่คุณจะร้องอะไรขนา
"คนอย่างผมไม่ตายง่าย ๆ หรอก" อันดาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่งเหมือนเดิมราวกับคำถามเมื่อครู่ไม่ได้มีอะไรน่ากังวลเลยสักนิด เขาไม่ได้พูดเพื่อปลอบใจเธอด้วยซ้ำ แต่พูดออกมาเหมือนเป็นเรื่องที่เขามั่นใจอยู่แล้วว่าตัวเองจะไม่มีวันปล่อยให้เกิดขึ้นง่าย ๆ มินตรามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เหมือนกำลังใช้คำตอบของเขาเป็นข้อมูลสุดท้ายในการตัดสินใจ ส่วนอันดากลับมองใบหน้าคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะอดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้ช่างมีคำถามเยอะกว่าที่เขาคาดเอาไว้มาก ตั้งแต่เรื่องเงิน เรื่องงาน เรื่องรถ เรื่องความปลอดภัย ไปจนถึงเรื่องถ้าเขาตายก่อนเธอเกษียณแล้วใครจะเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้ เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่สามารถคิดเรื่องพวกนี้ได้เป็นขั้นเป็นตอนขนาดนี้มาก่อน คนทั่วไปถ้าได้ยินว่าเขาจะจ่ายเงินเดือนให้สามเท่า แถมยังจ่ายต่อไปจนเกษียณก็คงดีใจจนแทบไม่ถามอะไรแล้ว แต่มินตรากลับนั่งถามเขาจนแทบจะครบทุกข้อเหมือนกำลังอ่านสัญญาจ้างงานทีละบรรทัด ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าขำ สงสัยเขาน่าจะเจอตัวซีเคร็ตเข้าให้แล้วจริง ๆ อันดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะเห็นว
"แต่สีหน้าคุณมันฟ้องค่ะ" อันดาเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วไม่พูดอะไรต่อ ทำให้มินตราต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าการคุยกับผู้ชายคนนี้บางครั้งเหมือนกำลังเดินอยู่ในสนามที่อีกฝ่ายรู้กติกาทุกอย่างอยู่คนเดียว และเธอก็ไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่จะถูกเขาหลอกให้พูดอะไรออกมาอีก เธอกำลังจะเปลี่ยนเรื่อง แต่จู่ ๆ ก็มีบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจมาตั้งแต่แรกผุดขึ้นมา มินตราจึงมองเขาอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเดิม "อ้อ... มีเรื่องหนึ่งที่ฉันยังสงสัย" "ว่ามาสิ" "ถ้านายจัดการกับพวกศัตรูของนายได้ แล้วเรื่องทั้งหมดจบลง ฉันก็หยุดหน้าที่ของฉันทันทีใช่ไหม" อันดานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า "ใช่ ชีวิตของคุณจะเป็นอิสระเหมือนเดิมทันทีหลังจากที่ผมจัดการกับไอ้พวกนั้นได้" คำตอบนั้นน่าจะทำให้เธอดีใจ แต่กลับทำให้มินตรานิ่งคิด เพราะจู่ ๆ เธอก็เห็นปัญหาอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน "แล้วถ้าคุณจัดการได้ภายในเดือนหนึ่งหรือสองเดือน ฉันก็ตกงานน่ะสิ" คราวนี้อันดาหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาไม่คิดเลยว่าหลังจากพูดเรื่องความปลอดภัย ความเป็นความตายและศัตรูที่กำลังตามล่าตัวเองมาท
มินตรามองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองกำลังนั่งคุยเรื่องบ้า ๆ อยู่กับคนไข้ที่เพิ่งช่วยชีวิตเอาไว้ไม่กี่วันก่อน จากเดิมที่เธอคิดเพียงว่าเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่บังเอิญได้รับบาดเจ็บ และเธอก็ทำหน้าที่ของหมอด้วยการช่วยเขาเอาไว้ แต่ตอนนี้ชีวิตของเธอกลับถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องอันตรายโดยไม่ทันตั้งตัว แถมคนที่เป็นต้นเหตุกลับนั่งอยู่ตรงหน้าอย่างสบายใจ ราวกับเรื่องทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย เธอถอนหายใจออกมาแรง ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เพราะยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังซวยแบบที่ไม่ควรจะซวยขนาดนี้ "ถ้าฉันรู้ว่าการเป็นหมอ แล้วเข้าไปช่วยคนแล้วฉันเองจะต้องซวยไปด้วย ฉันคงปล่อยให้คุณตายไปตั้งแต่ตรงนั้นแล้วค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวอยู่แบบนี้" อันดาที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อยู่เงียบ ๆ มองเธอด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย คล้ายกับไม่ได้รู้สึกโกรธกับคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับดูเหมือนกำลังพอใจกับความตรงไปตรงมาของผู้หญิงตรงหน้าด้วยซ้ำ "หึ... มันก็คงจะเป็นไปได้ยากหน่อยครับ เพราะจรรยาบรรณของหมอเขาไม่ได้สอนมาแบบนั้น ต่อให้
“ไม่มารบกวนเพื่อนร่วมงานฉัน” “ไม่มี” “แล้วถ้าเลิกงาน” “ผมจะให้คนไปรับ” “จำเป็นต้องมีคนไปรับด้วยเหรอคะ” “จำเป็น” “ทำไม” “เพราะคุณไม่รู้ว่าพวกมันกำลังจับตาดูคุณอยู่หรือเปล่า” คำตอบนั้นทำให้มินตราเงียบลง เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่อันดาต้องการไม่ได้หมายความว่าเขาจะขังเธอเอาไว้ แต่เขาต้องการควบคุมความปลอดภัยของเธอในช่วงเวลาที่อยู่นอกโรงพยาบาลมากกว่า “แล้วที่บอกว่าดูแลคุณ ฉันต้องดูแลอะไรบ้าง” “ก็แค่ทำแผล” “แค่นั้น” “แค่นั้น” “ต้องอยู่ดูอาการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไหม” คำถามนั้นทำให้อันดาถึงกับขำในลำคอ ไม่รู้ว่าเธอจะขี้สงสัยอะไรขนาดนั้น “หึ... ไม่ถึงขนาดนั้น” “ต้องตรวจร่างกายทุกวันไหม” “ถ้าคุณเห็นว่าจำเป็น” “ต้องจัดยา” “ครับ” “ต้องอยู่ดูว่าคุณกินยาหรือเปล่า” “ถ้าคุณอยากดู” “แล้วต้องทำอาหารให้ไหม” อันดานิ่งไป มินตราหรี่ตามองเขา “อะไรคะ” “คุณถามเหมือนจะไปเป็นแม่บ้านมากกว่าเป็นหมอ” “ก็ฉันต้องรู้ขอบเขตงานของตัวเองสิคะ” “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับหน้าที่คุณ” “ก็ดีค่ะ” มินตราพยักหน้าอย่างพอใจ “เพราะฉันไม่ทำอะไรพวกนั้นอยู่แล้ว” อันดาหลุดหัวเร
“ตะ...แต่ฉันต้องทำงานที่นี่นะคะ” มินตราพยายามรวบรวมสติหลังจากได้ฟังคำพูดของอันดามาตลอดหลายนาที เธอเหลือบมองไปรอบห้องตรวจของตัวเองราวกับกำลังหาทางออกให้กับสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่มที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า “ฉันเป็นหมอผ่าตัดนะคะ ถ้าจะให้ฉันเป็นหมอประจำคนไข้แค่คุณคนเดียว มันไม่ชิน” “คุณอยากจะส่งเวรที่นี่ก็ได้นี่ครับ” อันดาตอบกลับอย่างง่ายดายราวกับเรื่องที่กำลังพูดกันอยู่นั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย “ผมไม่ได้ห้าม แต่แค่ต้องอยู่ในความดูแลของผม” มินตราขมวดคิ้วทันที ได้ไงละ ในหัวของเธอเต็มไปด้วยคำถาม ถ้าเธอยังมาทำงานที่นี่แล้วจะมีคนคอยตามประกบหรือคอยคุ้มกันเธอตลอดเวลา มันจะสะดวกได้ยังไงกัน เธอเป็นหมอผ่าตัด ต้องเข้าห้องผ่าตัด ต้องทำงานกับทีมแพทย์และพยาบาล ต้องมีสมาธิกับคนไข้ จะให้มีผู้ชายชุดดำยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องผ่าตัดตลอดเวลาไม่ได้ แค่คิดก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาแล้ว “แต่งานของฉันมันต้องอยู่ในห้องผ่าตัดนะคะ” มินตรารีบอธิบาย “คุณจะมาคอยคุ้มกันฉันตลอดมันก็ไม่ได้หรอกนะ” อันดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ผมบอกเหรอว่าจะคุ้มกันคุณแม้กระทั่งในห้องผ่าตัด”

![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





