Masukคุยกันเสร็จแล้วคีรินก็เดินเข้ามาในห้องอาหารคนเดียว จนผู้ใหญ่ทั้ง 4 คนต่างมองหาอริสา เพราะไม่ได้ตามเขาเข้ามา
"น้องล่ะคีย์" "น่าจะไปเข้าห้องน้ำนะครับ" เขาก็ตอบด้วยสีหน้าที่หงุดหงิดอย่างลืมตัว แม้ทุกคนในห้องไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติ แต่มีหรือจะรอดพ้นสายตาของศศิ เธอจ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ เพราะรู้สึกว่าต้องมีอะไรที่ไม่ค่อยดีแน่ๆ ดูท่าทางเขาก็ไม่ได้ดีใจอะไร ไม่เหมือนคนที่อยากแต่งงานเลยด้วยซ้ำ "คีย์ป๊าฝากน้องด้วยนะ ถ้าไม่มีป๊าแล้ว น้องก็คงจะเหงาน่าดู" เจ้าสัวชาตรีก็พูดพร้อมกับใบหน้าที่เศร้าลง "คุณ..." ศศิก็ย่อตัวลงไปนั่งข้างๆ พร้อมกับจับมือสามีไว้เป็นการปลอบโยน "ถ้าคีย์แต่งงานกับน้องแล้ว ช่วยดีกับน้องหน่อยนะ" เจ้าสัวชาตรีก็พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เขาไม่รู้หรอกว่า ว่าที่ลูกเขยคนนี้ จะรักลูกสาวเขาได้แค่ไหน แต่ด้วยที่ครอบครัวสนิทกัน ฝากลูกสาวที่เป็นดั่งดวงใจ ไว้กับครอบครัวนี้ ยังดีกว่าให้ลูกสาวเธอไปคบกับใครก็ไม่รู้ อาจจะโดนรังแกหรือทำไม่ดีด้วยก็ได้ "ครับ" เขาก็ตอบเสียงเรียบ แม้จะไม่เต็มใจเท่าไหร่ แต่พอเห็นสีหน้าที่ซีดเซียวนั้น ใจของเขาก็อ่อนลงในทันที "เราสัญญาค่ะ ว่าเราจะดูแลหนูไอริสให้ดีที่สุด" คุณเนตรก็พูดขึ้น เพื่อให้เจ้าสัวสบายใจเช่นกัน "ไปเข้าห้องน้ำมาเหรอคะ" เมื่อผ่านไปสักพักอริสาถึงเดินเข้ามา ศศิก็ถามขึ้นเมื่อเห็นถึงอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ "ค่ะ" เธอตอบพร้อมกับยิ้มให้ทุกคน และแล้วเมื่อถึงเวลา ทั้งสองครอบครัวก็แยกกันกลับ ซึ่งคนป่วยอย่างเจ้าสัวชาตรี นานทีจะออกจากบ้านแบบนี้ ก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยหอบ ที่ไม่ได้ออกไปไหนเลยตั้งแต่ป่วย เพราะเขาเองก็อยากเก็บแรงเอาไว้ อยากออกไปกินข้าวกับครอบครัว หรือรอไปงานแต่งลูกสาว ก่อนที่เขาจะไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว ณ บ้านเจ้าสัวชาตรี ก๊อก ก๊อก ก๊อก "หนูไอริสนอนหรือยังคะ" "ยังค่ะน้าศิ" อริสาก็ตอบพร้อมกับเดินออกมาเปิดประตูให้ "จะนอนแล้วเหรอคะ น้าขอคุยด้วยหน่อยสิ" "ยังค่ะน้าศิ เชิญเข้ามาก่อนค่ะ" "หนูโอเคไหม" ศศิถามด้วยสีหน้าที่กังวล "ค่ะ มีอะไรที่ริสจะไม่โอเคหรอคะ" เธอพูดพร้อมกับยิ้มให้เช่นเคย "หนูไอริส ถึงแม้น้าจะไม่ใช่แม่หนู แต่น้าก็เลี้ยงหนูมา แล้วน้าก็รู้ด้วยว่าหนูรู้สึกอะไรอยู่" "..." รอยยิ้มสดใสของเธอก็เริ่มหุบลง เมื่อได้ยินประโยคนั้น "ถ้าไม่สบายใจอะไรก็คุยกับน้า น้าอยากเห็นหนูมีความสุขนะคะ น้าไม่อยากเห็นหนูเสียใจอะไรเลย" "ฮึกๆๆ น้าศิ" จนสุดท้ายก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว พร้อมกับร้องไห้ออกมาจนตัวสั่นโยน "ถึงยังไงหนูก็ยังมีน้าอยู่นะ" ศศิก็กอดพร้อมกับลูบหลังให้เธอเบาๆ "ริสคิดมากเรื่องป๊า กลัวป๊าจะเป็นอะไรไป ฮึกๆๆ" เรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้สำหรับเธอ ก็คือเรื่องพ่อ เธอเสียอะไรไปก็ได้ แต่เธอไม่อยากเสียพ่อเธอไปจริงๆ "ไม่เป็นไรนะคะ เรื่องที่มันจะเกิดถึงเวลาก็ต้องเกิดอยู่ดี หนูต้องปล่อยวางและทำทุกวันให้ดีที่สุด" "ริสยังทำใจไม่ได้ค่ะ" "หนูต้องเข้มแข็งให้มากๆนะคะ ป๊าหนูจะได้มีกำลังใจสู้" “...” "แล้วเรื่องอื่น..." "ฮึก พี่คีย์เขาไม่ได้อยากแต่งงานกับริสค่ะ" แล้วเรื่องแต่งงานก็เป็นอีกเรื่องที่เธอเครียด เขาไม่ได้อยากแต่งงานกับเธอ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเลยแม้แต่น้อย "แล้วหนูอยากแต่งงานกับเขาไหม" "..." "ลองถามตัวเองดูอีกครั้ง งานแต่งก็จะเริ่มแล้วนะ ถ้าอยู่ด้วยกันไปจะอยู่ด้วยกันได้จริงๆ เหรอ" "..." "หนูไอริสอยากแต่งงานกับเขาใช่ไหม" "ค่ะ ริสอยากแต่งงานกับพี่คีย์ เพราะเป็นพี่คีย์นะคะ ริสถึงอยากแต่ง" เธอก็พูดแบบไม่ปิดบัง "หนูชอบเขาใช่ไหม" ศศิก็ถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ "ค่ะ ตอนเด็กๆ พี่คีย์เขาเคยดีกับริส ริสชอบเขามาตั้งแต่ตอนนั้น" "แล้วตอนนี้ก็ยังชอบอยู่?" "..." ใช่ลึกๆในใจของเธอคือเธอยังชอบเขาอยู่ เธอถึงไม่มีใครเลยมาจนถึงทุกวันนี้ "ถ้าอย่างงั้นก็แต่งกัน ถ้าหนูมีความสุขก็ทำค่ะ" "แต่เขาไม่ได้ชอบริส แล้วแบบนี้..." "หนูไอริสของน้าทั้งสวยทั้งน่ารัก นิสัยก็ดี ชาติตระกูลดี มีการศึกษา ทั้งงานบ้านงานเรือนก็เก่ง ไปอยู่ที่ไหนใครจะไม่ชอบบ้าง" "ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะน้าศิ" จนเธอก็ยิ้มออกมาจนได้ ความสบายใจก็เริ่มกลับเข้ามา "น้าเชื่อแบบนั้นนะ ถึงตอนนี้คุณคีย์เขาจะยังไม่ชอบหนู แต่น้าว่าสักวันเขาต้องชอบ และหลงรักหนูไอริสมากๆได้แน่" ความจริงทีแรกศศิก็กะว่าจะไม่สนับสนุน เพราะด้วยหลายๆอย่างที่เธอเห็นจากคีรินวันนี้ แต่พอได้มาคุยกับอริสา และเธอก็ยืนยันว่าเธอชอบเขา อยากใช้ชีวิตกับเขาจริงๆ ก็ต้องยอมรับในการตัดสินใจของเธอแค่นั้น ณ บ้านคีริน หลายวันต่อมา Rrrr Rrr Rrr "เอ่อ" คีรินก็ตื่นมารับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่งัวเงีย (เฟิส : มึงอยู่ไหนวะ) "บ้าน" (เฟิส : สายโด่ละไอ้ห่า) "เรื่องของกู มึงมีอะไร" เขาก็เอาโทรศัพท์จากหู ออกมาดูเวลา ตอนนี้ปาไป 10 โมงกว่าแล้วหรอเนี่ย เพราะด้วย 2 วันมานี้เขาไม่สบาย เมื่อคืนกินยาไปหลายเม็ด วันนี้เลยตื่นสายไม่ได้ไปทำงาน (เฟิส : ศุกร์นี้ที่มึงชวนกูไม่ได้ไปแล้วนะ) "ไอ้ห่า อะไรของมึงนัดไม่เป็นนัด" (เฟิส : เอ่อน่า) ชรัชก็พูดไปอย่างปัดๆ "มึงมีอะไรหรือเปล่า" (เฟิส : เปล่าาาาาา) เสียงสูงป๊าด "มึงมี" (เฟิส : ก็กูไม่ว่างไง) "บอกกูมา ไม่งั้นกูสั่งคนไปถล่มมึงแน่" (เฟิส : เอ่อ กูติดเมีย แล้วกูก็กลัวเมียด้วย) จนในที่สุดชรัชก็พูดออกมาแบบไม่ปิดบัง เขาไม่กล้าไปไหนเลยตั้งแต่มีเมีย ตอนนี้จะไม่ทำเรื่องบ้าๆอะไร ให้หงส์หยกระแคะระคายแม้แต่นิดเดียวไม่ได้ เพราะความผิดใหญ่หลวงของเขา เพิ่งได้รับการอภัย แต่เพราะว่าวันนั้น เขาอยากประชดเธอ เลยนัดรับเที่ยวกับคีรินไป ถึงตอนนี้เมื่อดีกัน เขาเลยรีบโทรมาปฏิเสธให้ไว "เมียยยยย ไอ้เหี้ย มึงเนี่ยนะมีเมีย" ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ ไอ้เฟิสที่เจ้าชู้ที่สุดในสามโลก มีผู้หญิงในชีวิตเป็นแพ แล้วอย่างมันเนี่ยนะจะยกใครขึ้นมาเป็นเมีย ช่างเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความคิดของเขามาก (เฟิส : เอ่ออออ) "ใครว่ะ พวกกูรู้จักหรือเปล่า" (เฟิส : เอ่อน่า แต่มึงยังไม่ต้องรู้ ไว้เจอกันกูเล่า) "เอ้า ไอ้สัส เด็กทางไหนวะ ที่เอามึงอยู่ถึงขั้นให้สถานะเมียได้" คีรินก็ถามอย่างไม่เชื่อหู (เฟิส : เด็กเหี้ยไร ไม่เด็กเว้ย แต่มึงยังไม่ต้องรู้ เอาเป็นว่าตอนนี้กูกลัวเมียมาก กูจะไปเที่ยวเตรแบบมึงไม่ได้แล้วนะ) ชรัชพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เหี้ย นี่พวกมึงทิ้งกูไปหมดแล้วหรอ" เพราะตอนนี้ทุกคนในกลุ่มเขามีเมียหมดแล้ว เว้นแต่เขาคนเดียวที่ยังไม่ได้รักใครเหมือนพวกมัน ที่จะแต่งงานกับคนที่ไม่ได้เต็มใจ (เฟิส : ทิ้งเหี้ยอะไร อีกไม่กี่วันกี่เดือนมึงก็แต่งงานแล้ว) "เอ่อ แต่งงานเหี้ยไร กูไม่ได้มีเมียที่ชอบอย่างพวกมึงนะ" (เฟิส : มึงก็ลองอยู่กับเมียมึงก่อน แต่งๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง) "ไอ้ห่า พูดง่ายกันนะมึง" (เฟิส : เอ่อ ลองทำตามที่กูบอก แค่นี้แหละกูโทรมาแจ้งเฉยๆ) "เดี๋ยวสิวะ กูถามก่อน" ติ่ด. "ไอ้ห่าเฟิส ไอ้ ไอ้!" แล้วเขาก็สบถด่าอย่าหงุดหงิด พร้อมกับทิ้งโทรศัพท์ลงเตียงนอน ก่อนจะลุกเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ แต่พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว เขาก็เดินลงมาจากบ้าน แต่ก็เห็นใครบางคนนั่งอยู่กับแม่เขา "อ้าว เป็นไงคีย์ ดีขึ้นไหมลูก" "ครับ ก็ดีขึ้นแล้วครับแม่ คงจะหายแล้วแหละ" เขาพูดกับแม่เขาแต่สายตาเหลือบไปมองเธอ ว่าที่ภรรยาเขา!ณ บ้านเรือนหอด้วยที่บริษัทมีปัญหา ถูกบริษัทของผู้รับเหมาโกงเงินไปกว่า 100 ล้าน คีรินก็ต้องเคลียร์ปัญหาทุกอย่าง จนไม่ได้ไปงานรับปริญญาของอริสา เขาก็รู้สึกผิดอยู่ในใจมากเหมือนกัน ที่ผ่านมาเขาไม่เคยดูแลอะไรเธอในฐานะภรรยาเลย และเขาก็สัญญากับตัวเอง นับแต่นี้ไปเขาควรจะเป็นสามีที่ดีของเธอบ้าง อริสากลับมาที่บ้านเรือนหอ ในเวลาเช้ามืด แล้วก็รีบเตรียมทำอาหารที่คีรินชอบไว้ให้จนเต็มโต๊ะ ก่อนจะเดินขึ้นบ้านไปปลุกเขาให้ลงมาทานอาหาร"พี่คีย์คะ ตื่นได้แล้วค่ะ" เธอเรียกเขาเสียงเรียบ"ไอริส" ได้ยินเสียงเธอเขาก็รีบลุกขึ้นมา พร้อมกับความรู้สึกที่ดีใจ และสวมกอดเอวบางเธอจนแน่น เขารอคอยเธอมาตั้งหลายวัน นับแต่วันนี้จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันสักที"รีบไปอาบน้ำเถอะค่ะ ริสทำอาหารที่พี่คีย์ชอบไว้ให้เต็มโต๊ะเลย" พอโดนเขากอดแบบนี้ เธอก็รู้สึกจุกในอกขึ้นมา ก่อนจะก้มลงมองหน้าเขา"ทำไมต้องรีบด้วย วันนี้พี่ไม่ต้องรีบเข้าบริษัท""ดีแล้วค่ะ เผื่อว่าทำธุระนาน""ธุระ?""ค่ะ พี่คีย์รีบอาบน้ำนะคะ ริสมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย" พูดจบเธอก็แกะมือเขาออก แล้วก็หันหลังให้ไปเปิดตู้เสื้อผ้าตัวเอง"เรื่องอะไร" เขาก็ถามด้วยสีหน้าที่สงสัย"เส
รถตู้คันหรูขับมาจอดที่หน้าตึกใหญ่ใจกลางเมือง พร้อมกับรถเข็นคู่ใจที่นั่งมานานนับปี เพ่งมองความฝันของผู้เป็นลูกสาว พร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจ"ตึกนี้เองเหรอลูก แค่กๆ" เจ้าสัวชาตรีที่อาการไม่ดีมาได้หลายวันแล้ว วันนี้เกิดอยากมาดู ห้องเสื้อของลูกสาวสุดที่รัก ที่บอกว่าสร้างไปเยอะแล้ว"ค่ะป๊า เป็นยังไงบ้างคะ ป๊าชอบไหม""ชอบๆ ลูกทำได้สวยมากนะ ตรงนี้ใจกลางเมืองด้วย ห้องเสื้อของหนูต้องโด่งดังมากแน่ๆ""ริสดีใจที่ป๊าชอบนะคะ เพราะริสตั้งใจทำมาก""ดะ...ดีๆ แล้วนี่จะเสร็จหรือยัง เจ้าทิวเขาก็เป็นคนทำให้ใช่ไหม" เจ้าสัวชาตรีก็พูดพร้อมกับลูบหัวลูกสาวเบาๆ ด้วยมือที่สั่นเทา รู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกสาว รวมถึงหลานชายที่เป็นสถาปนิกด้วย แต่ละคนช่างเก่งกันจริงๆ"ใช่ค่ะป๊า ทิวเขาเก่งใช้ได้เลยนะคะ ตอนนี้ 90% แล้วค่ะ เหลือตกแต่งอีกนิดหน่อย""ป๊าดีใจด้วยนะ ความฝันของลูกจะเป็นจริงแล้ว""ต้องขอบคุณป๊านะคะ ถ้าไม่มีป๊าก็คงไม่มีริสในวันนี้""เพราะลูกเก่งมากต่างหากล่ะ ป๊าภูมิใจในตัวหนูที่สุดเลยไอริส""ป๊า" แล้วอริสาก็โน้มตัวลงไปกอดผู้เป็นพ่อ"เก่งมากเลยนะ น้าก็ภูมิใจในตัวหนู" ศศิที่ยืนดูอยู่ ก็ยิ้มออกมาด้วยความดี
1 สัปดาห์ต่อมาอริสาไม่ได้กลับมาที่บ้านนี้ ตั้งแต่วันนั้น พอกลับเห็นสภาพห้องนอนที่ดูแทบไม่ได้ เธอก็ต้องถอนหายใจออกมา แล้วตอนนนี้ก็เป็นเวลากว่า 8 โมงเช้า สามีของเธอที่ปกติแล้ว ต้องออกไปทำงานตั้งแต่เช้าก็ยังไม่ตื่น"พี่คีย์ พี่คีย์คะ" เธอก็ปลุกเขาเช่นทุกครั้งที่เขาตื่นสาย"อื้อออ" "สายแล้วนะคะตื่นได้แล้ว""ไอริส" เมื่อได้ยินเสียงเธอ เขาก็รีบลุกขึ้นมาในทันที"ค่ะ ทำไมห้องนอนเละขนาดนี้" เธอก็มองหน้าเขา ด้วยใบหน้าและแววตาที่เหนื่อยล้า"ก็เธอบอกว่าจะมาจัดของเตรียมไว้ให้พี่ พอเธอไม่มาพี่ก็หาของพี่เอง" เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ตำหนิเธอ"ค่ะ ลุกไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวเราจะได้คุยกัน""คุย?""ค่ะ เดี๋ยวริสเก็บของรอ" พูดจบเธอก็หันหลังให้เขา แล้วก็ตั้งใจเก็บของ ที่เขารื้อออกมาจนเกลื่อนกลาดเต็มห้องพออาบน้ำเสร็จ แล้วออกมาจากห้องน้ำ ก็พบกับห้องที่สะอาดเอี่ยม เหมือนเพิ่งเข้าอยู่ใหม่ๆ ทั้งหอมฟุ้งเหมือนตอนที่เธออยู่ทุกอย่าง จนเขายิ้มออกมาด้วยความพอใจ"ไหนล่ะเสื้อผ้าของพี่" เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้ เขาก็ถามขึ้น"มานี่สิคะเดี๋ยวริสจะบอก""แล้วจะบอกพี่ให้ยุ่งยากทำไม""ไม่ยุ่งยากหรอกค่ะ ตรงนี้คือตู
ณ โรงพยาบาลพอถึงเวลาเลิกงาน คีรินก็รีบมาที่โรงพยาบาลในทันที ใจเขาตอนนี้เริ่มรู้สึกเป็นห่วงเธอขึ้นมา ทั้งเธอบอกว่าจะกลับไปอยู่กับพ่อ ความจริงเขาควรจะดีใจ แต่ทำไมกลับรู้สึกแปลกๆแบบนี้ก๊อก ก๊อก ก๊อก"คุณคีย์" ศศิมาเปิดประตู ก็ต้องแปลกใจที่เห็นเขามาที่นี่"สวัสดีครับน้าศิ""เชิญเข้ามาก่อนค่ะ""ครับ" เมื่อเดินเข้าไปภายในห้องพักฟื้น ของโรงพยาบาล ก็ไม่เห็นผู้เป็นภรรยาอยู่ในห้อง"อ้าวคีย์" เมื่อเห็นลูกเขย เจ้าสัวชาตรีก็ยิ้มออกมา"สวัสดีครับป๊า เป็นยังไงบ้างครับวันนี้""ดีๆ ป๊าแข็งแรงจะตาย แต่เสียที่วูบไปนิดหน่อย ตอนนี้กลับมาปึ่งปังมากกว่าเดิม" แล้วเจ้าสัวชาตรีก็ยกกล้ามโชว์ให้ลูกเขยดู"ดีแล้วครับ แข็งแรงมากเลย""ฮ่าๆๆ ก็ต้องแข็งแรงสิ ป๊ารอไปงานรับปริญญาไอริสอยู่ นี่ก็อีกไม่กี่เดือนแล้ว""อ่อครับ" แล้วเขาก็คิดเรื่องรับปริญญาเธอ เธอเคยเกริ่นกับเขาอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยสนใจเลยสักครั้ง"แล้วนี่หนูไอริส ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ" ศศิก็ถามขึ้น"ไม่ครับ ผมมาจากบริษัท พอดีเลิกงานแล้วก็ออกมาเลย ไอริสบอกว่ามาเจอกันที่โรงพยาบาล"ก๊อก ก๊อก ก๊อกแล้วอริสาก็เดินเข้ามา แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นเขา แล้วทั้ง
ณ บ้านเรือนหอคีรินกลับมาถึงบ้าน เขาก็ต้องแปลกใจที่วันนี้อริสาไม่มานั่งรอเหมือนทุกครั้ง เขาก็ได้แต่หันมองไปรอบบ้าน วันนี้กลับมีแต่ความเงียบงาน ขึ้นไปบนห้องก็พบกับความว่างเปล่า เธอไม่ได้อยู่บ้าน โทรไปก็ไม่รับ"อย่าบอกนะว่างอน" แล้วเขาก็พึมพำกับตัวเอง เมื่อคิดได้ว่าเธออาจจะไม่พอใจเขา แล้วก็ไปนอนบ้านพ่อเธอแต่ตลอดคืน เขาก็รู้สึกกระวนกระวายใจ จนนอนแทบไม่หลับ แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น พออาบน้ำเสร็จเสื้อผ้าก็ต้องมาเตรียมเอง ทั้งไม่รู้ด้วยว่าอะไรอยู่ตรงไหน ทำให้เขายิ่งหงุดหงิดมากขึ้น"ไอริส" พอลงมาจากห้องก็เรียกหาเธอเสียงดัง"คุณผู้หญิงไม่อยู่ค่ะ" บัวที่อยู่แถวนั้นก็รีบบอกเขา"ไปไหน""ไปบ้านท่านเจ้าสัวค่ะ จุ๋มเขียนโน๊ตไว้ให้""อืม" เขาก็ตอบอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินเข้าไปห้องอาหาร"เอ่อ วันนี้คุณผู้ชายจะทานข้าวเหรอคะ""ก็ใช่น่ะสิ""เอ่อ ปกติคุณผู้ชายไม่ได้ทาน บัวก็เลยไม่ได้ทำอะไรไว้ให้นะคะ""..." เมื่อได้ยินแบบนั้นเขาก็หัวฟัดหัวเหวี่ยงออกจากบ้านไปนี่เธอคงลืมหน้าที่ของตัวเองแล้วสินะ งอนนิดงอนหน่อยก็ไปอยู่บ้านพ่อ แล้วแบบนี้จะให้เขาเปิดใจ รับเธอเป็นภรรยาได้ยังไง คิดแล
เมื่อกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณเนตรก็แยกตัวกลับบ้านไป เหลือไว้เพียงแต่อริสา ที่ให้อยู่รอกลับพร้อมกับสามี"วันนี้พี่มีประชุมถึงดึกนะ""ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวริสนั่งรอได้""ถ้าไม่เบื่อก็ตามใจ" เขาก็พูดพร้อมกับยังอ่านเอกสารอยู่"มีอะไรให้ริสช่วยไหมคะ""ไม่มี""ค่ะ" เมื่อเขาตอบมาแบบนั้น เธอก็หยิบ iPad ที่ติดมาด้วย มาเช็คงานของตัวเองบ้าง แล้วนั่งทำอยู่เงียบๆส่วนเขาช้อนตาขึ้นไปมองเธอเป็นระยะ ความรู้สึกที่มีต่อเธอ การใช้ชีวิตคู่เป็นสามีภรรยากัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ต้องการ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าเธอคือผู้หญิงที่ดีกับเขามาก แต่เพราะด้วยยังมีอะไรบางอย่างในใจ ที่ทำให้เขาไม่อยากยอมรับจากนั้นช่วงบ่ายเขาก็เข้าประชุมยาว จนเวลาล่วงเลยมาถึง 2 ทุ่ม พอกลับเข้ามาในห้อง ก็เห็นว่าเธอยังนั่งดู iPad อยู่เช่นเดิม"ไอริส""คะ""พี่มีไปคุยงานต่อ กับลูกค้าคนสำคัญ""ค่ะ" แล้วเธอก็เก็บของทุกอย่างลงในกระเป๋า"พี่จะกลับไปส่ง""พี่คีย์ไม่ให้ริสไปด้วยเหรอคะ""ไม่ พี่ไปคุยงานกับลูกค้า พี่จะไปส่งเธอที่บ้านก่อน หรือกลับเองได้ไหม โทรให้คนรถที่บ้านมารับ""..." เธอก็ได้แต่มองหน้าเขา ด้วยสายตาที่ปนไปด้วยความตำหนิ เพียงวูบหนึ่ง







