LOGINคนไม่ได้รัก ต่อให้เอาเชือกมามัด ก็ไม่มีทางรักอยู่ดี...
View Moreนิยายเรื่อง "รักเกินห้ามใจร้ายกลายเป็นรัก"
คีย์ คีริน X ไอริส อริสา คำเตือนก่อนอ่านนิยาย นิยายเรื่องนี้ เป็นนิยายแนวโรแมนติก อิโรติก และดราม่า อาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องเพศ ภาษา การกระทำ และด้านอื่นๆ ที่ไม่ควรแก่การประพฤติตาม เช่น การกระทำต่อร่างกายผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม การกระทำทางเพศโดยไม่มีสติ ความรุนแรงอันเนื่องมาจากการดื่มสุราหรือของมึนเมา การมั่วสุ่มทำสิ่งที่ไม่ควร ทั้งหมดของเนื้อหาในนิยาย จึงเหมาะแก่บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำ นิยายทั้งหมดของ นามปากกา พิชา - Phicha ถูกสร้างมาจากจินตนาการของผู้เขียน และแต่งเติมเรื่องราวเพื่อความบันเทิง ไม่ได้มีจุดประสงค์ ทำให้อาชีพ หรือหน้าที่การงาน ในทางใดทางหนึ่งของผู้อื่นเสื่อมเสีย และผู้เขียนไม่ได้มีความคิดที่จะสนับสนุนพฤติกรรมเหล่านั้น กรุณาอ่านอย่างมีอรรถรถ และความบันเทิงเท่านั้น “นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามนำไปเผยแพร่ทำซ้ำ หรือดัดแปลงเนื้อหาไม่ว่ากรณีใดๆ หากพบเห็นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้ถึงที่สุด" เจ้าของลิขสิทธ์โดย "พิชา - Phicha” You can follow #Phicha on these channels. It's an encouragement for me too. 😊❤ ณ บ้านคีริน "อะไรนะครับแม่!" ชายหนุ่มโผงผางขึ้น เมื่อได้ฟังสิ่งที่คุณเนตรผู้เป็นแม่บอก ทั้งครั้งนี้ยังมีท่าทีจริงจังกว่าครั้งไหนๆ "ใช่ แกต้องแต่งงานกับหนูไอริส ลูกสาวของคุณน้าวาณี" คุณเนตรมองหน้าลูกชายตัวดีอย่างไม่ละสายตา ไม่บ่อยนักที่เธอจะบงการอะไรแบบนี้ "ไม่ครับ ผมไม่แต่ง" "แต่แกต้องแต่ง" "คุณ..." "คุณไม่ต้องยุ่ง เรื่องนี้ฉันตัดสินใจแล้ว" "..." คุณณรงค์ผู้เป็นสามีก็กำลังจะเอ่ยห้าม แต่ก็ต้องชงัก เมื่อโดนภรรยาผู้เป็นใหญ่ที่สุดของบ้านตวาดใส่ "แม่!" "หนูไอริสกำลังจะกลับมาจากฝรั่งเศสอีกไม่นานนี้ แล้วถ้าวันไหนมีนัดกินข้าวกัน แกต้องไปเจอน้อง" "ผมไม่..." “หนูไอริส เป็นเด็กดี น่ารัก นิสัยดีมาก จำไม่ได้หรือไงว่าน่ารักขนาด แกจะโชคดีที่มีภรรยาแบบนี้ เชื่อแม่” “แล้วผมต้องแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักแบบนี้เหรอ” เขาถามด้วย น้ำเสียงที่ตัดพ้อ ใครๆ ก็อยากเลือกชีวิตคู่ด้วยตัวเอง ทำไมแม่เขาต้องบงการ ในเมื่อนี่คือชีวิตของเขา "ห้ามปฏิเสธอะไรทั้งนั้น อีกไม่กี่เดือนแกต้องแต่งงาน ไปเคลียร์ผู้หญิงทุกคนของแกซะ" "..." เขาเองถึงขั้นพูดไม่ออก จะหาทางหนีทีไล่ก็คงไม่ทัน ได้แต่โอดครวญเพราะทำอะไรไม่ได้ "ทำตามที่แม่เขาบอก" คุณณรงค์ที่เงียบอยู่สักพักก็พูดขึ้น "พ่อ!" "นะ เชื่อพ่อ" ก็ได้แต่พยักหน้าให้ พร้อมตบบ่าลูกชายเบาๆ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น "..." คีย์ คีริน ในวัย 30 ปี ดีกรีวิศวกรหนุ่มหล่อไฟแรง ทั้งยังมีตำแหน่ง เป็นถึงประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ จำพวกรับเหมาก่อสร้าง หล่อ รวย ดูดี แถมยังโสด ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคบหากับใครเป็นแฟนจริงๆ จังๆ เลยสักคน แล้วความเจ้าชู้ของเขาก็เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว จนเขาขาดความน่าเชื่อถือ ในแวดวงธุรกิจไปด้วย แต่คนอย่างเขามีเหรอจะสนใจ แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อได้ยินว่าต้องแต่งงาน ก็ทำเอาเขารู้สึกไม่มีความสุขในชีวิตอีกต่อไป ผู้หญิงคนนั้นที่เขาแทบไม่อยากจำ ทั้งไม่ได้เจอมานานกว่า 10 กว่าปี อยู่ดีๆ จะกลายมาเป็นว่าที่ภรรยา แล้วแบบนี้ใครจะไปยอมรับได้ ณ KC คลับ "แต่งงาน!" เพื่อนทั้ง 4 คนของเขาก็พูดขึ้นพร้อมกัน" "เอออีกไม่กี่เดือน" "อีกไม่กี่เดือน!" เสียงพูดอย่างพร้อมเพรียงก็ดังขึ้นอีกครั้ง "เออ!!!" "กับใครวะ ทำไมกระทันหันแบบนี้" คชาก็ถามขึ้น ด้วยความตกใจ อะไรจะเร็วขนาดนั้น "ลูกเพื่อนสนิทของแม่กู แม่ตายไปแล้วเหลือแต่พ่อที่กำลังป่วย แล้วก็ใกล้ตายเหมือนกัน" เขาพูดออกมาด้วยความหงุดหงิด "กูว่าก็น่าสงสารอยู่นะ" ปริญก็พูดขึ้น "สงสารกูเถอะสัส เป็นห่าไร ไม่เหลือใครแล้วต้องมาพึ่งพิงกูอีกแล้วเหรอ กูจะไปรับผิดชอบชีวิตใครได้ เวร! อยากให้รู้ไว้ด้วยว่ากูไม่ใช่คนดีอีกต่อไปแล้ว" เขาพูดขึ้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า 'เขาไม่ใช่คนดีคนนั้นอีกต่อไปแล้ว' "เพราะมึงยังไม่รู้จักเธอหรือเปล่า อาจจะสวยจนมึงชอบก็ได้ เธอคนนี้อาจจะทำให้มึงลืม ความรู้สึกอกหักครั้งแรกในชีวิตของมึงได้นะ" ชรัชก็ออกความคิดเห็นบ้าง "เหอะ สวยไม่สวย กูไม่สน กูสนแค่กูไม่อยากแต่งงาน กูอยากเป็นอิสระ กูชอบชีวิตแบบนี้" เขาก็แย้งเพื่อนไป เมื่อได้ฟังคำพูดที่ขัดหู ใช่! เขายังลืมการอกหักครั้งแรกไม่ได้ และมันก็เป็นปมที่ทรมานใจของเขาเป็นอย่างมาก จนเขาไม่อาจลืมความรู้สึกนั้นได้ แล้วก็ไม่อยากมีความรู้สึกนั้นให้อีกแล้ว "มึงเชื่อไหม ว่าการที่ได้แต่งานกับคนที่เรารัก มันดีแค่ไหน ชีวิตแม่งโคตรมีความสุขมากกูบอกเลย" คชาที่แต่งงานจนมีลูกแล้วก็แนะนำเพื่อน ในสิ่งที่ตัวเขาได้รับแล้ว "นั่นมึงรักกัน แต่นี่กูไม่ได้รัก ไม่มีความผูกพันห่าเหวอะไรทั้งนั้น เอาอะไรมามีความสุข" เขาไม่อยากนึกถึงเลย ยิ่งกับเธอคนนั้นยิ่งไม่อยากนึกถึง "กูหมายถึงว่า ถ้าวันนึงมึงเกิดชอบผู้หญิงคนนั้นขึ้นมา" "ไม่มีวัน!" ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว "กูว่ามึงค่อยๆ คิดแล้วกัน เพราะถึงยังไงก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี" ขุนเขาก็ตบบ่าเพื่อนรักเบาๆ "..." คีรินก็ได้แต่ครุ่นคิด พร้อมกับมองช็อกโกแลตในมือ ก่อนจะกำเข้าหากันจนซองมันยับยู่ยี่คามือ อริสา Talk "สวัสดีค่ะพี่จุ๋ม วันนี้ป๊าเป็นยังไงบ้าง" หญิงสาวถามเสียงสั่น ถึงอาการของผู้เป็นพ่อ ทุกครั้งที่โทรกลับบ้าน (จุ๋ม : คุณท่านดีขึ้นแล้วค่ะ ตอนนี้ทำคีโม แล้วก็รักษาตามอาการ) "ป๊าจะอยู่ได้นานจริงๆ ใช่ไหมคะ" (จุ๋ม : จากที่คุณศศิบอก จุ๋มก็คิดว่าน่าจะอยู่อีกนานอยู่นะคะ เพราะกำลังใจดี และพยายามรักษาอาการตามที่หมอบอก) "ริสคิดถึงป๊ามาก ริสอยากกลับไปหาป๊า" (จุ๋ม : วันนี้คุณหนูเรียนเสร็จแล้วเหรอคะ) "ค่ะ วิชาสุดท้ายแล้วก็ปิดคลาส นี่ริสก็กำลังเก็บของอยู่ เตรียมกลับไทยแล้วค่ะ" (จุ๋ม : ดีใจด้วยนะคะคุณหนู) "ริสก็ดีใจค่ะ ในที่สุดริสก็จบปริญญาโทแล้ว ที่เหลือก็กลับไปดูแลป๊า" (จุ๋ม : ท่านเจ้าสัวต้องมีกำลังใจดีมากๆ แน่นอนค่ะ) "ขอบคุณพี่จุ๋มนะคะ ที่คอยช่วยน้าศิดูแลป๊า" (จุ๋ม : เป็นหน้าที่ของจุ๋มอยู่แล้วค่ะคุณหนู) ไอริส อริสา ในวัย 25 ปี นักศึกษาปริญญาโท เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ด้านดีไซเนอร์จากฝรั่งเศส เมื่อได้รับข่าวร้ายว่าเจ้าสัวชาตรี วัย 65 ปี ผู้เป็นพ่อของเธอป่วย ด้วยโรคร้ายอย่างมะเร็ง หญิงสาวก็แทบไม่เป็นอันเรียนหรือทำอะไร แต่ยังดีที่เป็นช่วงที่เธอจบการศึกษาพอดี แล้วก็ตั้งใจว่า จะกลับไปดูแลผู้เป็นพ่อให้ดี และจะพาพ่อเธอมาร่วมงานรับปริญญาที่นี่ให้ได้ ณ ประเทศไทย เป็นเวลากว่า 10 กว่าปีแล้ว ที่อริสาไม่ได้กลับมาที่เมืองไทยเลย เนื่องจากพ่อของเธอ บินไปหาทุกสามเดือนอยู่แล้ว เลยไม่ได้มีความจำเป็นอะไรต้องกลับมา "ป๊าาาาาาา เซอร์ไพรส์ค่ะ" เมื่อมาถึงบ้านอริสาก็ทิ้งสัมภาระทุกอย่างและวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นพ่อ พร้อมกับกอดไว้จนแน่น "ไอริส ทำไมมาถึงเร็วขนาดนี้ลูก แค่กๆ" เจ้าสัวชาตรีก็รีบถามลูกสาวคนสวย ที่แอบกลับมาไม่บอกไม่กล่าว จนตัวเองเหนื่อยหอบไอออกมา "ป๊าไม่ต้องรีบพูดนะคะ ริสอยากรีบมาหาป๊าเร็วๆ" เธอพูดพร้อมกับกอดผู้เป็นพ่อไม่ยอมปล่อย "อือ แค่กๆ" เจ้าสัวชาตรีก็ไอออกมามากกว่าเดิม "ดื่มน้ำก่อนนะคะ" เธอก็เอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ พร้อมกับหลอดที่วางไว้อยู่บนโต๊ะ ไปป้อนใส่ปากอย่างลุกลี้ลุกลน เพราะเธอเองก็ไม่เคยดูแลคนป่วย เลยไม่รู้ว่าต้องทำยังไง "คุณ..." ศศิผู้เป็นภรรยาใหม่และแม่เลี้ยงของอริสา ก็รีบวิ่งเข้ามาเมื่อเห็นว่าสามี ไอออกมาจนตัวโยน "น้าศิ" อาริสาก็รีบทักทายศศิในทันที เมื่อเธอเดินมาถึง "หนูไอริสสสส” แล้วทั้งสองคนก็สวมกอดกันด้วยความคิดถึง “หนูมาถึงบ้านตั้งแต่ตอนไหนคะ แล้วถึงสนามบินทำไมไม่โทรมาบอกน้า" ศศิก็รีบถามด้วยความเป็นห่วง คนแก่ที่ใกล้ถึงฝั่งอย่างเจ้าสัวชาตรี ก็มองภาพนั้นพร้อมกับยิ้มออกมา ถ้าเขาต้องตายจริงๆ เรื่องห่วงในชีวิตเขาคงมีไม่มากแล้ว ทั้งสองคนเป็นคู่แม่เลี้ยงลูกเลี้ยงที่รักใคร่ และสนิทสนมกันมาก ศศิเข้ามาในวันที่เจ้าสัวชาตรีไม่มีใคร แล้วศศิก็ดีกับอริสาทุกอย่าง ด้วยที่ศศิไม่มีลูกด้วยละมั้ง ถึงทำให้ทั้งสอง ไม่มีเรื่องบาดหมางอะไรระหว่างลูกเลี้ยงกับแม่เลี้ยงเลย "ไม่เป็นไรค่ะริสนั่งรถจากสนามบินมาได้ จะได้รู้ด้วยว่าที่ไทยเปลี่ยนไปมากขนาดไหน" เธอพูดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างสดใส "ต่อไปไม่เอาแล้วนะต้องโทรมาบอกเท่านั้น" ศศิพูดด้วยน้ำเสียงปนดุ "ค่ะ น้าศิ" เธอก็พูดด้วยน้ำเสียงสดใสออดอ้อน ก็ไม่น่าเชื่อเลย ว่าเด็กที่เสียแม่ไปตั้งแต่เล็กอย่างอริสา จะเป็นคนที่อ่อนโยนและนิสัยดีได้มากขนาดนี้ เธอไม่เคยทำให้พ่อของเธอผิดหวังเลยซักครั้ง ไม่ว่าเรื่องอะไรเธอก็จะเชื่อฟังทุกอย่าง แล้วพ่อของเธอก็ด้วยความที่เข้าใจลูก อยากเรียนอะไรก็ให้เรียน ชอบอะไรก็ให้ทำ จนความฝันเธอตอนนี้ จะเป็นดีไซเนอร์ได้แล้ว อริสากะว่าถ้าพ่อเธอหายดีแล้ว เธอก็จะเปิดห้องเสื้อแบรนด์ของตัวเอง จากที่ไปร่ำเรียนมาเธอก็เก่งใช้ได้ เสื้อผ้าทุกชุดที่เธอใส่เธอก็ออกแบบ และตัดเย็บเอง แล้วทุกคนก็ต่างให้ความสนใจและชื่นชม จนตอนนี้เธอเริ่มมั่นใจในฝีมือของตัวเองแล้ว "มาเหนื่อยๆ ไปพักก่อนไหมลูก" ผู้เป็นพ่อก็พูดกับลูกสาวคนเดียวอย่างอ่อนโยน "ไม่เป็นไรค่ะป๊า ริสอยากอยู่กับป๊านานๆ" "จ้าอยู่นานก็นาน แต่น้าว่าหนูไอริสไปอาบน้ำก่อนดีกว่า มาเหนื่อยๆ จะได้สดชื่น" "ไปเถอะลูก" มือหนาที่เริ่มจะเหี่ยวย่น ก็ลูบหัวลูกสาวเบาๆ "ค่ะ ก็ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวริสมานะคะ จุ๊ฟๆ" "วันนี้ผมจะคุยกับลูก" เมื่ออริสาลับสายตาไป เจ้าสัวชาตรีก็หันมาบอกกับภรรยา ด้วยท่าทางที่จริงจังกว่าครั้งไหนๆ "คุณแต่มันเป็นเรื่องใหญ่นะคะ การแต่งงานคนสองคนต้องรักกัน แต่เด็กสองคนนี้แทบจะจำกันไม่ได้แล้ว ถ้าเกิดไม่มีความรักต่อกัน จะมีความสุขกันได้จริงๆเหรอ" ถึงแม้ว่าศศิจะได้ยินเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่เธอก็ค่อนข้างจะไม่เห็นด้วย ถ้าฝ่ายนั้นเขาไม่ได้รักอาริสา ชีวิตอาริสาหลังแต่งงานจะเป็นอย่างไร "แต่คนที่ใกล้ตายอย่างผม ก็อยากหาใครสักคน ที่เหมาะสมมาดูแลไอริสให้ ซึ่งครอบครัวของคุณณรงค์ ก็เป็นคนดีกันทุกคน ผมเชื่อว่า ครอบครัวนั้นจะดีกับไอริส และรักไอริสเหมือนที่ผมรัก" เขาเชื่อแบบนั้นจริงๆ ... --------------------------- สวัสดีค่ะ ไรท์พิชานะคะ วันนี้จะมาเปิดเรื่องพี่คีย์อย่างเป็นทางการ เรื่องนี้พอร์ตละครอีกเช่นเคย แต่ไม่เน้น NC นะคะ ขอมาทางดราม่าฉ่ำๆ มีปมด้วย อิอิ ใครชอบแนวนี้เข้ามาอ่านกันเยอะๆเด้อ พระเอกโบ้ๆนี่ชอบกันไหม 🤣 #ฝาก 'กดติดตาม กดหัวใจ กดเข้าชั้น' เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์เขียนเรื่องต่อไปด้วยนะคะ #Phicha ❤ณ สถานีตำรวจหลังจากเกิดเหตุแล้ว อริสาก็ทำอะไรไม่ถูก ทั้งโทรหาผู้เป็นสามี โทรยังไงก็ไม่ยอมรับสายสักที จะติดต่อประกันก็ไม่มีข้อมูลอะไรติดรถไว้เลย จนในที่สุดคู่กรณีก็โทรแจ้งตำรวจ แล้วเธอก็ถูกเชิญตัวให้มาที่โรงพัก"ห่า เสียเวลาทำมาหากิน ทั้งเอารถใครมาขับก็ไม่รู้" ผู้ชายคนนั้นก็โวยวายเสียงดังจนก้องไปทั้งห้อง"..." อริสาได้เพียงแต่ก้มหน้ารับผิด แล้วจับโทรศัพท์ไว้จนมือสั่น เรื่องแบบนี้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในชีวิตเธอ แล้วเธอเองก็ไม่กล้าบอกที่บ้านหรือใครด้วย"ตำรวจ เอาไงแบบนี้ ผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เป็นผู้หญิงแล้วไง สวยแค่ไหนก็ไม่สนใจเว้ย" ผู้ชายคนนั้นก็ยังโวยวายมากขึ้นเรื่อยๆ ตำรวจห้ามก็ยังไม่หยุด"เอ่อ..." เธอก็พูดพร้อมกับกดโทรศัพท์โทรหาผู้เป็นสามีไปด้วย เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าจะตอบ คู่กรณีว่ายังไง ทั้งไม่กล้าสบตาใครเลย"คุณครับ ดูจากกล้องหน้ารถแล้วคุณเป็นคนผิดจริงๆ นะครับ คุณขับรถออกมาชนรถเขา" แล้วนายตำรวจก็พูดขึ้น"ใช่ค่ะ ฉันผิดเองค่ะ ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง เพียงแต่ตอนนี้ฉันติดต่อสามีไม่ได้ เลยไม่รู้ต้องทำยังไง" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ"รถผัว? ไหนหลักฐานอะไรก็ไม่มี เสียเวลา!""พี่ใจ
5 เดือนผ่านไปชีวิตคู่ของพวกเขาก็ยังคงดำเนินอยู่เช่นเดิม เขาไม่สนใจเธอยังไง ก็ยังไม่สนใจอยู่แบบนั้น แต่แค่รู้สึกว่าตอนนี้ ชีวิตของเขาง่ายขึ้น เมื่อมีผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาอย่างเธอมาคอยจัดการ และดูแลทุกอย่างให้ตื่นเช้ามาแค่ลุกไปอาบน้ำ แล้วก็มาใส่เสื้อผ้า ที่เธอเตียมไว้ให้หมดทุกอย่าง แม้กระทั่งถุงเท้าหรือกางเกงใน เขาก็ไม่เคยต้องไปรื้อหาเอง ทั้งของทุกอย่างที่เธอเตรียมไว้ให้ มันก็ดูแมตช์กันไปเสียทุกอย่าง จำพวกของใช้ต่างๆ ก็ถูกจัดเรียงไว้ให้เป็นระเบียบ ก็ต้องยอมรับว่ารสนิยมของเธอดีมากและเมื่อลงมาจากบ้าน อาหารทุกอย่างก็เตรียมพร้อมไว้จนเต็มโต๊ะ ซึ่งก็รู้แล้วว่าเธอเป็นคนสังเกตคนเก่ง เขาไม่เคยบอกเธอเลยว่าชอบกินอะไร แต่เธอก็รู้เองหมด ในสิ่งที่เขาชอบ"กินข้าวค่ะพี่คีย์" เธอก็ยืนอยู่ตรงหน้าห้องอาหารเหมือนทุกเช้า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตรงนี้จะเป็นที่ประจำของเธอ ที่มายืนรอเขาให้เข้าไปกินข้าวพร้อมกัน"อือ" และเขาก็เดินเข้าห้องอาหาร ผ่านหน้าเธอไป เป็นเฉกเช่นนี้ทุกเช้าแล้วทุกวันนี้เขายอมรับเลยว่าติดรสมือเธอไปแล้ว อาหารที่เธอทำอร่อยทุกอย่าง ไม่มีเมนูไหนเลยที่เขาไม่ชอบ"อร่อยไหมคะ" แล้วนี่ก็
วันนี้อริสาตื่นตั้งแต่เช้า เพื่อจัดการลิสต์ของฝาก ที่จะซื้อไปฝากแต่ละคนไว้ เสร็จแล้วก็โทรสั่งอาหารให้เขาด้วย เพราะดูแล้วเขาน่าจะเหนื่อยมาก เพราะใช้พลังงานไปมหาศาลส่วนคีรินก็ตื่นมา ในอาการที่รู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัว ปกติแล้วเขาเป็นคนไม่ชอบอากาศหนาว ยิ่งที่ที่หนาวขนาดนี้ เขายิ่งไม่ชอบเลย แล้วก็ไม่เคยคิดด้วยว่าจะได้มาRrr Rrr Rrr"ครับ นีด้า"(นีด้า : คีย์ ฮึกๆๆ)"...""พี่คีย์เป็นอะไรหรือเปล่าคะทำไมหน้าซีดๆ""พี่ไม่สบายนิดหน่อย" เขาตอบเธอเสียงเรียบ พร้อมกับนิ่งคิดอะไรบางอย่าง"จริงเหรอคะ" แล้วเธอก็เอามือไปอังหน้าผาก เพื่อเช็คอุณหภูมิ ก็พบว่าตัวเขาร้อน แล้วเธอก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมามาก จนเริ่มทำอะไรไม่ถูก"ไอริส""พี่คีย์ เดี๋ยวริสไปเอาผ้าอุ่นมา...""เรากลับกันเถอะ" เขาพูดพร้อมกับจ้องหน้าเธอ"คะ?" เธอก็ถามอย่างไม่เข้าใจ"กลับไทยกันเย็นนี้เลย""พี่คีย์..." แล้วเธอก็เรียกเขาเสียงแผ่ว ก็พรุ่งนี้เขาบอกว่าจะพาเธอไปซื้อของฝาก แล้วก็ไปขึ้นกระเช้าลอยฟ้า ต่อด้วยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปชมภูเขาน้ำแข็ง แล้วทำไม?"เก็บเสื้อผ้าเลยนะ เดี๋ยวพี่เก็บของพี่เอง" พูดจบเขาก็เดินไปลากกระเป๋าเดินทางออกมา แล้วก็เก็บของท
เวลาผ่านไปถึงช่วงเวลาเช้าของวันใหม่ ชายหนุ่มก็บิดเร้าด้วยอาการที่เมื่อยขบ ก็เห็นว่าเธอยังนอนกอดเขาอยู่ ปกติเธอจะเป็นคนตื่นเช้ามาก แล้วก็ตื่นก่อนเขาทุกวัน แต่วันนี้กลับยังนอนหลับสบายอยู่เขาก็มองภาพนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมา ไม่น่าเชื่อเลยว่าการมีเซ็กส์กับเธอ มันรู้สึกดีมากขนาดนี้ ทั้งเขาเพิ่งเคยมีอะไรกับสาวบริสุทธิ์ ความรู้สึกนี้มันช่างดีเหลือเกิน"อื้อออ ...พี่คีย์" แล้วเธอก็ละเมอพึมพำออกมา"..." เมื่อได้ยินเสียงของเธอ เขาก็กระชับกอดเธอเข้าหาตัว แล้วก็พบว่าร่างเล็กนี้มีอาการตัวรุมๆ"ริสหนาว" เธอก็พูดพร้อมกับกระชับกอดเขาจนแน่นขึ้น"เป็นไข้เหรอ ตัวร้อนจี๋เลย" เขาก็รีบแตะหน้าผากมนของเธอ ก็รู้สึกถึงอาการตัวร้อนของเธอขึ้นมา"อื้ออออ ริสหนาวมากค่ะ""เดี๋ยวนะ เดี๋ยวพี่มา"หรือว่าเขาจะทำรุนแรงเกินไปจนเธอไม่สบาย แล้วมันเกี่ยวกันได้ไหม เขาได้แต่คิดกับตัวเอง ทั้งยังทำอะไรไม่ถูก และคนแรกที่เขานึกถึงในตอนนี้คือคชาคิดได้ดังนั้นก็ลุกขึ้นจากเตียง แล้วจัดท่าให้เธอได้นอนสบายที่สุด ก่อนจะออกไปห้องนั่งเล่น แล้วก็ต่อสายหาคชาทันที"คชา มึงทำไรอยู่"(คชา : กินข้าว มึงมีไร)"กูมาฮันนีมูนที่สวิตเซอร์แลนด์"(คชา





