Masukเปิดกล้องถ่ายทำละครวันแรก โลเคชันคือคฤหาสน์หลังงามที่เป็นของบริษัทเธอบนที่ดินแสนกว้างขวางชานเมือง ซึ่งที่ดินแปลงนี้มีคฤหาสน์ที่ใช้เป็นโลเคชันถ่ายทำละครหลายหลัง รวมทั้งสวนสวยและสถานที่จำลองที่สมจริงสำหรับการถ่ายทำละครอีกหลายฉาก
ปุณณดามาให้กำลังใจนักแสดงและทีมงานทุกคน รวมถึงมาดูแลความเรียบร้อยตามปกติ เธอหอบหิ้วขนมเจ้าดังมาเต็มสองมือแล้วยื่นให้แม่บ้านเอาไปจัดใส่จานและแจกจ่ายตามฝ่ายต่างๆ
เหลือบสายตามองเห็นพระเอกของเรื่องที่ทำให้เธอนอนไม่หลับมาทั้งคืนกำลังเข้าฉากอยู่ จึงเดินเลี่ยงเข้ามาในห้องแต่งตัวนักแสดง นั่งพักในห้องแอร์เย็นๆ เพื่อสงบจิตใจก่อนออกไปเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนั้นอีกครั้งเมื่อพร้อม
“สวัสดีค่ะพี่แป้ง”
นางเอกของเรื่องที่เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จ กล่าวทักทายผู้จัดละครที่ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณที่เล็งเห็นว่าเธอมีความสามารถ ตั้งใจผลักดันเธอให้โลดแล่นในวงการนี้ ทั้งที่เธอไม่มีประสบการณ์ แต่กลับหยิบยื่นบทที่โดดเด่นจัดจ้านให้เธอแจ้งเกิดได้อย่างสบาย
“สวัสดีค่ะ เป็นไงบ้างน้ำตาล ตื่นเต้นไหม”
“ตื่นเต้นค่ะ แต่เวิร์คชอปมาแล้วก็ดีขึ้น นี่น้ำตาลถ่ายไปสองฉากแล้วค่ะ”
“ดีมาก ผู้กำกับชมไม่หยุดปากเลยว่าน้ำตาลเก่ง”
“ขอบคุณมากค่ะพี่แป้งที่ให้โอกาสน้ำตาล เดี๋ยวขอตัวไปเข้าฉากก่อนนะคะ วันนี้ผู้กำกับอัดฉากของน้ำตาลเยอะเลย เพราะพรุ่งนี้น้ำตาลต้องไปที่คณะก่อนค่ะ อาจารย์ที่ปรึกษาเรียกพบนักศึกษาทุกคนเลย”
“ได้จ้ะ ไม่มีปัญหา มีอะไรก็ปรึกษาพี่ต้อยติ่งได้นะ พี่มอบหมายให้พี่ต้อยติ่งดูแลเรื่องคิวนักแสดง แกเก่งมาก มีประสบการณ์สลับคิวถ่ายทำตั้งแต่สมัยมะลิกับเอ่อ..กวินแล้วจ้ะ”
ชื่อของผู้ชายคนนั้น อยู่ๆ ก็ติดอยู่ที่ลำคอ แทบไม่สามารถเปล่งเสียงออกไปได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนอย่างแป้งหอมต้องมาประหม่า เพียงแค่เอ่ยชื่อเขาเท่านั้น บ้าจริง
“ได้ค่ะพี่แป้ง น้ำตาลฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ มีอะไรพี่สอนน้ำตาลได้เลยค่ะ”
“จ้ะ”
“น้องน้ำตาล เข้าฉากค่ะ”
ทีมงานยื่นหน้าเข้ามาในห้องพักผ่อนที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำเพื่อตามนางเอกสาวไปเข้าฉาก ที่หลังจากนี้คงไม่ได้กลับเข้ามานั่งพักผ่อนในห้องนี้อีกนานเพราะคิวถ่ายทำที่ยาวเหยียด
“ขอตัวก่อนนะคะพี่แป้ง”
“ไปเถอะจ้ะ สู้ๆ นะคะ”
เมื่อนางเอกสาวแสนสวยออกจากห้องแต่งตัวและพักผ่อนของนักแสดงไปแล้ว ปุณณดาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตัวยาวมุมห้อง
เธอกวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้องที่แม่บ้านเพิ่งเข้ามาทำความสะอาดและจัดข้าวของทุกอย่างไว้อย่างเป็นระเบียบตามที่เธอชอบ มุมห้องอีกด้านมีตู้ล็อกเกอร์สำหรับใส่ของส่วนตัวของนักแสดงและทีมงาน เสื้อผ้านักแสดงทุกคนถูกจัดแยกราวใครราวมันและมีชื่อของนักแสดงติดเอาไว้อย่างสวยงาม
ในโซนนั่งเล่นมีโซฟาตัวยาวหลายตัวสำหรับให้ทุกคนเข้ามาพักเหนื่อยเมื่อถึงเวลาพักผ่อนหรือช่วงที่ไม่มีเข้าฉาก ซึ่งในตอนนี้ ทั้งห้องมีเพียงเธอคนเดียวที่เข้ามาใช้บริการ
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาท่องโลกโซเชียลเพื่อเช็กข่าวสารตามปกติ ก็ต้องถอนหายใจยาวอีกครั้งเมื่อหน้าข่าวทุกสำนักเต็มไปด้วยภาพของเธอกับธพัชร์เพื่อนรัก พร้อมเนื้อหากำกวมที่ทำให้คนอ่านเข้าใจผิดว่าเธอกับเขาแอบคบกันอยู่
“เฮ้อ อีกแล้ว”
เธอกดอ่านคอมเมนต์ไปเรื่อยๆ มีแต่คนเชียร์ให้เธอกับธพัชร์คบกันจริงๆ ซึ่งข้อความพวกนี้ทำให้เธอลำบากใจ
ไม่ใช่ว่าสาวมั่นอย่างเธอจะแคร์ความเข้าใจผิดของคนอื่นหรอกนะ แต่คนที่เธอแคร์ คือเพื่อนรักของเธอต่างหาก
ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเขาคิดและรู้สึกอย่างไรกับเธอ ตลอดเกือบสามสิบปีที่คบกันมา เขาดีกับเธอมาก เขารักเธอจริงๆ และยอมรับทุกอย่างที่เธอเป็นได้ แม้จะไม่เคยพูดออกมาว่าเขารู้สึกอย่างไร แต่สายตาของเขามันไม่สามารถปิดบังความรู้สึกนั้นได้เลย
แต่ที่เธอไม่ทักท้วงและปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเธอไม่อยากเสียเพื่อนที่รักที่สุดอย่างเขาไป เธอไม่สามารถรักเขาได้ในฐานะอื่น และไม่อยากพูดออกมาให้เขาเสียใจและเสียความรู้สึก จึงขีดเส้นความสัมพันธ์เอาไว้เพียงแค่เพื่อนเท่านั้น และเธอก็มั่นใจว่าเขาเองก็รู้ในเรื่องนี้
นี่จึงเป็นเหตุผลให้เธอกับเขาคบกันมาได้อย่างยาวนาน เพราะเราทั้งคู่ต่างเข้าใจความเป็นจริง และพยายามทำทุกอย่างให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่สุด และแคร์กันมากพอที่จะไม่ยอมเสียกันและกันไป
ไม่ใช่แค่เธอหรอกที่พูดคุยและปรึกษากับเขาทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องความรัก เขาเองก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน เธอรู้ว่าเขาพยายามจะใช้ชีวิตต่อไป พยายามมูฟออนออกจากเธอ
เขามีคนรักตามปกติของชีวิตวัยรุ่น ผู้หญิงหลายคนผ่านมาก็ผ่านไป ไม่เคยมีใครอยู่กับเขาได้นานเกินหนึ่งปีแม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะดีแสนดีแค่ไหนก็ตาม
เธอได้แต่คอยเอาใจช่วยและเป็นที่ปรึกษา ให้เขาได้มีคู่ครองตามปกติ และสามารถลงหลักปักฐานกับผู้หญิงที่คู่ควรสักคน ที่ทำให้เขารักได้มากพอ รักได้มากกว่าที่เขารู้สึกรักเธอ ถ้ามีวันนั้น เธอจะยินดีและมีความสุขมากที่สุด
เธอวางโทรศัพท์มือถือลงข้างตัวอย่างอ่อนล้า แต่แล้วโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นมา หน้าจอโชว์รูปน้องชายรูปหล่อจึงกดรับสายทันที
“ว่าไง ปัณณ์”
ปัณณ์ ปัณณธี น้องชายคนสุดท้องที่ร่วมกันบริหารบริษัทผลิตละครของพ่อ นำของว่างที่แม่และพ่อสั่งให้ซื้อมาเลี้ยงทีมงาน แต่ตามหาพี่สาวเท่าไรก็ไม่เจอ จึงต้องโทรหา
“พี่แป้งอยู่ไหน ผมเอาขนมมาให้ พ่อกับแม่ฝากเอามาให้น่ะ ผมให้พี่ต้อยติ่งเอาไปแจกจ่ายแล้วนะ”
“อืม ขอบใจมาก พี่อยู่ในห้องพักนักแสดง”
“เข้าไปทำอะไรในนั้น นั่งพักเหรอ วันนี้อากาศก็ไม่ร้อนมากเท่าไรนี่นา ป่วยหรือเปล่า”
ปัณณธีอดแปลกใจไม่ได้ แม้พี่สาวของเขาจะสวยแซ่บแต่งตัวแฟชั่นจ๋าไปทั้งตัว แต่เธอไม่เคยทำตัวเป็นลูกคุณหนูไฮโซทนความลำบากไม่ได้ กลับกัน เธอเป็นสาวแซ่บที่บ้างาน ถึกและสายลุยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาเลยก็ว่าได้ แต่ทำไมวันนี้กลับหนีไปนั่งตากแอร์ ทั้งๆ ที่เพิ่งเปิดกล้องวันแรก และนักแสดงทุกคนมารวมตัวกันเพื่อถ่ายทำกันกลุ่มใหญ่ขนาดนี้
“เพลียๆ นิดหน่อย แต่อีกสักพักก็ออกไปแล้ว ปัณณ์มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีครับ แต่เดี๋ยวผมเข้าไปหานะ”
“อืม”
ไม่นานเกินรอ น้องชายที่รักและเป็นห่วงพี่สาวมากก็แทบถลาเข้ามาในห้องแต่งตัวนักแสดง เขารีบตรงดิ่งไปหาพี่สาวที่นั่งอยู่บนโซฟามุมห้อง แล้วยื่นหลังมือไปแตะหน้าผากโหนกนูนนั้นเพื่อวัดไข้
“อืม ตัวก็ไม่เห็นร้อน ปวดหัวหรือเปล่า พี่กลับบ้านก็ได้นะ เดี๋ยวผมดูที่นี่ให้”
“พี่ไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย ทำอย่างกับพี่เป็นเด็กๆ ไปได้ ทั้งพ่อทั้งน้องชาย นี่ยังไงกันนะ”
“ก็พี่กับแม่คือผู้หญิงที่พวกเรารักและทะนุถนอมที่สุดนี่ครับ จะไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง”
“ทำอย่างกับพี่บอบบาง”
“ฮ่าๆๆๆ จริงสิ ร่างกายพี่น่ะอ้อนแอ้นบอบบางน่าทะนุถนอม แต่นิสัยพี่ไม่บอบบางไปด้วยเลย สาวแซ่บจอมถึก”
“ฮ่าๆๆ พอเลย กลับไปเลยเจ้าปัณณ์”
“แน่ใจนะ ว่าไม่ป่วย ผมอยู่เป็นเพื่อนดีกว่า”
พูดจบก็ทิ้งตัวลงนอนหนุนตักพี่สาวหน้าตาเฉย
“อะไรเนี่ย สรุปจะอยู่เป็นเพื่อนหรือง่วงนอนกันแน่ เอาดีๆ เมื่อคืนไปเดตกับสาวจนไม่ได้หลับได้นอนสินะ”
“ฮ่าๆๆ แหม รู้ดี ของีบนิดนึงไม่ได้เหรอครับ นี่แม่จะให้ไปรับที่บ้านน้าทอฝันอีกแล้ว ผมรู้เลยว่าแม่เจ้ากี้เจ้าการให้ผมเจอกับลูกสาวน้าทอฝัน บอกว่าสวยอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าสวยจริงจะโสดได้ยังไง จริงไหม”
“พี่สาวนายก็สวยมาก แถมยังโสดสนิทนะ อย่าลืมสิ เดี๋ยวนี้สาวๆ สวยๆ เขาเลือกมากจะตาย อาจจะไม่ใช่แค่นายหรอกที่เบื่อหน่ายบ่ายเบี่ยงไม่อยากเจอหน้าเธอ เธอเองก็อาจจะพยายามหนีหน้านายก็ได้ ใครจะไปรู้”
“เออ นั่นสิ พี่สาวผมทั้งสวย ทั้งแซ่บ แต่ยังโสด แล้วก็ท่าทางจะโสดตลอดชีวิต เพราะพ่อและน้องชายไม่ยอมให้มีแฟน ฮ่าๆๆๆ”
“โหย ไม่ยุติธรรมเลย คอยดูนะ พี่จะหาแฟนให้ได้เลย”
“อืม ถ้าเป็นพี่พัชร์ พวกผมก็อาจจะโอเคก็ได้นะ แม้จะไม่อยากให้พี่เป็นของผู้ชายคนอื่น แต่ก็จะยอมทำใจ”
“โอ๊ย พูดอย่างกับพี่เป็นเมียพวกนาย ไอ้พวกนี้ท่าจะเพี้ยน”
“ก็มันหวงนี่นา”
เขาหยิบนิตยสารที่อยู่บนโต๊ะมาปิดหน้าเพื่อป้องกันแสงไฟแยงตาอีกต่างหาก เป็นสัญญาณว่า เรื่องแฟนของพี่สาว จบกันแค่นี้ วันนี้เปิดใจอนุญาตได้แค่นี้เท่านั้น
“อื้อ ไอ้บ้าพัชร์ ปล่อย”คนตัวบางที่นอนคว่ำคลานเข่า หน้าอกอวบบดบี้แนบไปกับที่นอน ก้นงอนแอ่นลอยสูงขึ้นโดยมีร่างใหญ่นั่งคุกเข่า มือทั้งสองข้างรั้งสะโพกผายเข้าหาตัว แล้วตอกกระแทกบั้นท้ายนั้นแรงๆ จนเสียงเนื้อกระทบกันสะท้อนก้อง หัวเตียงกระแทกผนังดังตึงตังเป็นจังหวะลามกของคนตัวโตที่แสนหื่นกระหายมือใหญ่ละมาฟาดก้นงอนๆ นั้นหลายครั้ง จนเป็นรอยแดง แต่ก็ยังไม่สะใจ เขายังกระแทกสะโพกเข้าหาเธอถี่ยิบไม่นับ“เราเป็นอะไรกันไหม มิตา ฮะ มิตา”“อ๊า ไม่ อ๊าย พอได้แล้ว”“จะเสร็จเหรอ ตอดขนาดนี้ เสร็จสิมิตา เธอเสร็จเลย”เขาจับสะโพกเธอแน่นๆ แล้วกระแทกกระทั้นรัวแรงอีกหลายครั้งจนคนตัวบางหยัดเกร็ง แต่เขาก็กลับหยุดเอาเสียดื้อๆเขาสาวท่อนร้อนเข้าออกช้าๆ ยั่วยวนคนที่ใกล้แตะขอบสวรรค์เต็มที แต่ถ้าเขาไม่ส่งเธอขึ้นไป อย่างไรเสียสวรรค์นั้นก็สูงเกินเอื้อม“พะ พัชร์”เธออ้อมมือมาด้านหลังแล้วบังคับสะโพกเขาให้กระแทกเธอแรงๆ เหมือนเดิม แต่เขากลับสาวเข้าสาวออกเชื่องช้าราวกับต้องการทรมานเธออยู่อย่างนั้น“ต้องการอะไร บอกฉันซิ”“ยะ อย่าหยุด”“แบบนี้เหรอ”พูดจบก็ตอกกระแทกเธอแรงๆ สองสามครั้งแล้วก็หยุดชักสาวเชื่องช้าดังเดิม“อ๊า พัช
กองไฟที่ถูกก่อเอาไว้ดับไปนานแล้ว แสงแรกของพระอาทิตย์สาดส่องจนสว่างทั่วบริเวณ แต่ในถ้ำยังคงมืดมิดราวกับเวลากลางคืนไม่มีผิดสองร่างที่มีเสื้อผ้าติดกายคนละชิ้น นอนกอดกันแน่นเพื่อให้ความอบอุ่น โดยมีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ปกคลุมร่างกายของคนทั้งคู่อีกชั้นหนุ่มสาวยังคงไม่รู้สึกตัว เพราะกว่าจะพร่ำพรอดคำรักหวานหยด ก็กินเวลาไปจวนเจียนจะเช้าแล้ว คนที่แทบจะสำลักความสุขทั้งสองจึงยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่องไม่นาน ธพัชร์ก็เดินมาถึงถ้ำขนาดเล็กที่เขาเคยเข้ามาในบริเวณนี้แล้วครั้งหนึ่ง ในวันนี้ก็เดินมาตามป้ายบอกทางที่ติดเอาไว้บนต้นไม้หลายจุดเขาเปิดไฟฉายแล้วเดินเข้าไปสำรวจภายในเงียบๆ แต่ทันทีที่ไฟฉายราคาแพงของเขาส่องเข้าไปยังจุดกึ่งกลางของถ้ำ ก็ต้องตกใจจนแทบช็อกหนุ่มสาวนอนกอดกันกลม ภายใต้ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ไม่อาจคาดเดาว่ามีเสื้อผ้ามากน้อยแค่ไหน“แป้ง แป้งครับ”เขาตัดสินใจตะโกนเรียกเพื่อนรัก ที่เคยอยู่ในหัวใจของเขา ที่บัดนี้เธออยู่ในอ้อมกอดของชายอื่นเจ้าของชื่อและชายหนุ่มที่นอนกอดกับเธอสะดุ้งตื่นแล้วลุกพรวดพราดขึ้นมานั่ง จึงทำให้เขาได้รู้ ว่าภายใต้ผ้าเช็ดตัวผืนนั้น ทั้งคู่แทบไม่มีเสื้อผ้าติดกายเลย“ผมเองแป้ง”เ
ภาพเงาดำสะท้อนผนังถ้ำจากเปลวไฟที่วูบไหว สองร่างเปลือยเปล่านอนตะแคงซ้อนกัน ร่างใหญ่โอบกอดร่างบาง เขาโน้มใบหน้าลงไปมอบจูบดูดดื่มนัวเนีย มือร้ายบีบขยำหน้าอกอวบ สะโพกสอบกระดกงัดเสยกระแทกกระทั้นเสือกไสให้ท่อนเนื้อใหญ่โตผลุบเข้าผลุบออกร่องรักแน่นหนึบของเธอไม่หยุดหญิงสาวที่นอนคะแคงหันหลังให้อยู่ด้านหน้า ปล่อยกายโยกขยับตามแรงส่งของคนตัวโต ร่างงามหยัดเกร็งขึ้นก่อนจะกระตุกเฮือกพร้อมกับเขาที่กระแทกสะโพกถี่ๆ แล้วตอกอัดสุดแรงจนเสียงเนื้อกระทบกันดัง ตับ!! ครั้งสุดท้าย จมดิ่งแตกกระจายความรักเข้าสู่กายเธอจนหมดทุกหยาดหยด“แป้ง..”“คะ”“เราคบกันไหม”คนตัวบางที่หลับตาพริ้ม ซึมซับความอบอุ่นจากร่างกายเขา เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันหน้ากลับมาหาเขาเพื่อยืนยันอีกครั้งว่าสิ่งที่เธอได้ยินมันคือเรื่องจริง ไม่ได้หูฝาดไปเอง“อะไรนะ”“ผมถามคุณ ว่าเราคบกันไหม”“หมายความว่าไง คบกัน แบบไหน”“หึหึ แป้งครับ คุณเป็นเมียผม จะคบกันแบบไหนได้ล่ะ แต่งงานกันนะ”“ฮะ กวิน เมื่อกี้ยังขอคบอยู่เลย ตอนนี้ขอแต่งงานแล้วเหรอ นายไข้ขึ้นหรือเปล่า”เธอหมุนตัวมาหาเขา เอามืออังหน้าผาก วัดอุณหภูมิดูก็ไม่ได้สูงเกินปกติ“ผมไม่ได้ป่วย ไม่ได้เ
คนตัวเล็กเบิกตากว้าง ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำนี้หลุดออกมาจากปากของเขา เรื่องระหว่างเขากับเธอมันก็แค่ความผิดพลาดของคนสองคนที่มีอารมณ์โกรธเป็นตัวแปร จะให้เขามารับผิดชอบด้วยการแต่งงาน..แต่งทั้งๆ ที่ไม่ได้มีความรักให้เธอเลยแบบนี้น่ะหรือ เตรียมจองคิวพยานไปจดทะเบียนหย่าได้เลยเขาไม่ได้รักเธอ ไม่เคยคิดเกินเลยไปกว่าสถานะเพื่อน คนที่เขารักมาทั้งชีวิตคือผู้หญิงอีกคน แต่ในเมื่อวันนี้เขาไม่มีทางจะสมหวังกับเธอคนนั้น ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะเปลี่ยนใจมาซบอกเธอ และคนอย่างเธอ ไม่สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดต้องเป็นตัวแทนของใครในเมื่อเขาไม่ได้รักเธอสักนิด ก็ไม่จำเป็นจะต้องมาแสดงความเป็นสุภาพบุรุษรับผิดชอบเธอ แค่เยื่อบางๆ เธอไม่ได้เสียดายขนาดนั้น“บ้าหรือพัชร์ เรื่องของเรามันเป็นความผิดพลาด แกโกรธฉัน ฉันโกรธแก แกก็เลยปล้ำฉัน..”“ยอมรับว่าโกรธ แต่มันก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้ฉันทำเลวกับเธอแบบนี้ ที่สำคัญ เธอยังไม่เคย ฉันยิ่งต้องรับผิดชอบ”“ถ้าจะรับผิดชอบ แกช่วยพาฉันไปซื้อยาคุมฉุกเฉินก็พอ แล้วเราก็จบเรื่องนี้ซะ”“แต่ว่า..”“ฉันไม่ใช่ตัวแทนใคร ถ้าแกยังเลิกรักแป้งไม่ได้ แกก็อย่าดึงฉันเข้าไปในชีวิต ฉันเป็นเพื่อนแก ฉันไม่ใช่ผู้
ดวงตาคมกร้าวปูดโปนแดงก่ำ เขาจับต้นแขนเล็กทั้งสองข้างแล้วบีบแรงๆ คนตัวบางเจ็บจนใบหน้าเหยเก แต่ก็เชิดใบหน้าสวยใสนั้นขึ้นอย่างถือดี“ทำไม แกจะฆ่าฉันหมกป่าเหรอ เอาเลย แสดงความโง่ของแกออกมาให้เต็มที่พัชร์ ต่อให้ฉันตาย แกก็หนีคำตราหน้าของฉันไปไม่พ้น อื้อ..”คนตัวโตกระชากร่างบางเข้าหาตัวแล้วประกบปากบดจูบปิดกั้นเสียงด่าทอที่เขาไม่อยากได้ยินมือเล็กทุบตีเขาไม่ยั้ง ทั้งยังเงื้อมือฟาดใบหน้าหล่อเหลาหลายครั้งจนขึ้นสีแดงเป็นรอยมือ แต่ยิ่งเธอตบเขาแรงเท่าไร เขายิ่งเพิ่มแรงบดเบียดจูบเธอแรงขึ้นเท่านั้นเขากดเธอลงกับเบาะแล้วตามขึ้นคร่อมทับ จมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอเธออย่างกักขฬะ มือไม้ยุ่มย่ามบีบขยำหน้าอกอวบอิ่มอย่างไม่ปรานีสักนิด“ปล่อยนะ ไอ้บ้าพัชร์ ไอ้เลว”“เลวเหรอ ใช่ ฉันเลว และฉันเลวได้กว่าที่เธอคิดอีกมิตา”พูดจบก็ก้มลงจูบเม้มซอกคอขาวอย่างแรง เขาปล้ำถอดเสื้อผ้าของเธอจนหมดทั้งตัว แล้วถอดเสื้อยืดของเขาโยนทิ้งไปกองรวมกับเสื้อผ้าของเธอ ก่อนจะเอื้อมไปเปิดไฟแสงสีเหลืองนวลในรถทันทีที่ร่างบางขาวโพลนไร้ซึ่งอารมณ์ห่อหุ้มกาย หน้าอกอวบอิ่มใหญ่โตเกินตัวที่มีปลายยอดสีชมพูสดก็ปรากฏแก่สายตา เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่แล้ว
“นายยกเสื้อให้ฉัน แล้วนายจะใส่อะไร เสื้อผ้านายก็เปียกเหมือนกัน เอาผ้าเช็ดตัวนายคืนไป ของฉันก็มี ไม่ชื้นเท่าไหร่”เธอส่งผ้าเช็ดตัวคืนให้เขา แล้วค้นหาของในกระเป๋าต่อ ปากจิ้มลิ้มก็บ่นงึมงำอย่างหัวเสียเล็กน้อยที่ตัวเองไม่รอบคอบเอาเสียเลย“รู้งี้ฉันเตรียมของมาเผื่อด้วยเยอะๆ ก็ดี ไม่น่าขี้เกียจเลย”เดชะบุญที่เธอยังเตรียมน้ำกับขนมปังติดกระเป๋ามาตามคำแนะนำของธพัชร์ ไม่อย่างนั้นคืนนี้เธอต้องหิวตายกลางป่าแน่ๆกวินถอดเสื้อยืดของตัวเองบิดน้ำออกแล้วผึ่งเอาไว้ เหลือเพียงกางเกงคาร์โก้สีทรายที่ไม่เปียกน้ำเพราะเป็นผ้าสำหรับเดินป่าเขานั่งลงข้างเธอ จับคนตัวเล็กหมุนตัวกลับมาหา แล้วใช้ผ้าเช็ดตัวที่คลุมไหล่ของเธอเอาไว้ มาเช็ดผมให้เธออย่างอ่อนโยน“เช็ดผมก่อนครับแป้ง เดี๋ยวป่วย”คนตัวบางชะงักกึก มองใบหน้าหล่อเหลาของเขาที่ห่างจากเธอไม่ถึงศอก ดวงตาคมกริบแสนมีเสน่ห์ของเขามองจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอ คนตัวบางมองเขาตอบอย่างไม่ลดละราวกับต้องมนต์สะกดเขากวาดมองใบหน้างดงามที่ปราศจากเครื่องสำอางอย่างหลงใหล ผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียดนั้นปราศจากไฝฝ้าราคี ดวงตากลมโตและริมฝีปากอวบอิ่มจิ้มลิ้มยิ่งทำให้เธอดูเด็กอย่างไม่น่าเ