LOGINคณะนิเทศศาสตร์ เอกศิลปการแสดง
"สวัสดี..." ฉันสะดุ้งเมื่อมีเสียงทุ้มๆ ดังขึ้นข้างตัว ผู้ชายสูงโปร่งหน้าตาดีกำลังยืนยิ้มให้ฉันจนตาหยี "..คะ? " "ขอนั่งด้วยคนนะ เปิดเทอมวันแรกไม่มีเพื่อนน่ะ" "อ่อ ได้เลย" "เราชื่อจัสมิน ยินดีที่ได้เรียนเอกเดียวกันนะ" "เราชื่อข้าวเหนียว ยินดีเช่นกัน" "เสียดายเนอะ ที่นี่ไม่มีรับน้องเหมือนมหาวิทยาลัยอื่น เราคงจะสนิทกับเพื่อนยากเลยทีนี้" "ไม่หรอกถ้าเรียนด้วยกันยังไงก็สนิทกันอยู่แล้ว" "นั้นสิ ฮ่าๆ " วันนี้ทั้งวันฉันแทบจะไม่มีเพื่อนใหม่เลยนอกจะจัสมินแต่ละคนในเอกดูเป็นลูกคุณหนูไฮโซใช้กระเป๋าแพง ๆ ต่างจากฉันที่มีฐานะธรรมดา แม่ฉันเป็นนักเดินทางท่องเที่ยวแล้วเขียนลงบล็อก ส่วนมากก็ไม่ได้กลับบ้านละฉันก็เป็นลูกคนเดียวเลยไม่รู้วิธีทำความรู้จักคนอื่นเลยยังโชคดีที่มีจัสมินไม่อย่างนั้นฉันคงหาเพื่อนได้ยากแน่ๆ "เลิกเรียนแล้วข้าวจะไปไหนต่อเหรอ" "เอิ่มม...คงกลับเลย" "ให้เราไปส่งไหม? " "ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก" "โอเค งั้นพรุ่งนี้เจอกัน" ฉันโบกมือให้จัสมินแล้วเดินมุ่งหน้าไปที่เรือนกระจก ฉันอยากรู้ว่าช่วงเวลาใกล้ค่ำแบบนี้พวกผีเสื้อยังจะผสมเกสรดอกไม้กันอยู่หรือเปล่า ฉันน่ะชอบพวกดอกไม้และผีเสื้อมากแต่ฉันดันเป็นคนปลูกอะไรไม่ขึ้นปลูกอะไรก็ตายไปหมด "...เงียบจัง" มองในเรือนกระจกในเวลานี้ยังคงดูสวยอยู่มากเพิ่มมาคือมีไฟสีส้มส่องแสงอยู่ตรงกลางเรือนกระจกให้เดาคงเป็นมุมโต๊ะนั่งผ่อนคลายแน่ๆ แค่จินตนาการว่าได้นั่งจิบชากลางสวนดอกไม้นานชนิดมีผีเสื้อหลากสีบินไปมาอวดปีกสวยมันต้องรู้สึกดีมากแน่ เลย "มาทำอะไรอีก..." "เฮือก! " ฉันสะดุ้ง เมื่ออยู่ๆ มีเสียงเข้มดังขึ้นข้างหู นี่มันอีตาพี่คนเมื่อเช้านิ เขามาทำไมดึกขนาดนี้ไม่กลับบ้านอีก "ทำไมไม่กลับบ้านอีกพรุ่งนี้ไม่เรียนหรือไง" "แล้วพี่ละมาทำไม" "กลับได้ละ..." เขาไม่ตอบแต่จับเข้าที่ข้อมือของฉันแล้วลากให้ออกห่างเรือนกระจก โดยไม่ฟังเสียงโวยวายของฉันเลยเขาจะทำอะไรไม่ดีกับฉันหรือเปล่า ○~○ "จะพาไปไหน" "..." "ปล่อย! " ฉันพยายามดึงแขนตัวเองออกมาแต่เหมือนเจ้าตัวไม่รู้สึกอะไรเลย เอาวะ ออกแรงที่เดียว! "ปล่อย! โอ๊ย! " "...=_=" ฉันออกแรงสะบัดมือเขาอยู่ๆ ข้อเท้าเจ้ากรรมก็มาพลิกจนฉันล้มลง ส่วนตัวต้นเหตุกลับยืนมองฉันนิ่งๆ "นี่! ใครใช้ให้มาลากคนไม่รู้จักกันแบบนี้ห๊ะ! " "เธอเองมากกว่า นี่ฉันพูดไปแล้วนะว่าอย่ามาที่นี่อีก..." เขากดเสียงลงต่ำจนน่ากลัว แล้วอยู่ๆ ก็ก้มมาช้อนตัวฉันขึ้น "เฮ้ๆ ทำอะไรเนี่ย! " "อย่าดิ้น...เจ็บอีกฉันไม่รับผิดชอบแล้วนะแล้วก็ช่วยเงียบๆ ฉันรำคาญ" สายตาคมกริบนั้นจ้องฉันอย่างดุๆ เขาน่ากลัวชะมัดเวลาดุแบบนี้ ฉันได้แต่เงียบตลอดทางเขาพาฉันมายังมินิมาร์ทข้างทางและสั่งให้ฉันห้ามลุกไปไหนจนกว่าเขาจะซื้อของเสร็จ "หิวจัง...=_=" "กินสะ บ้านอยู่ไหน" เขาส่งขนมปังให้แล้วล้มตัวลงจับเบาๆ ที่ข้อเท้าฉัน อย่าบอกว่าเขากำลังจะนวดให้ฉันนะ โหคนที่ดูดุๆ ไม่น่ามีมุมนี้เลย "มะ ไม่ต้อง ฉันกลับไปทำที่บ้าน" "กินไปละเงียบ รำคาญ" "งะ... " เขานวดข้อเท้าฉันด้วยยาแล้วค่อยๆ พันมันด้วยผ้าสีไข่สำหรับแก้ปวด ก่อนจะเช็กดูความเรียบร้อยของผ้าดูก็รู้ว่าเขาคงเป็นคนที่ละเอียดและเจ้าระเบียบแน่นอน "บ้านเธออยู่ไหน" "อ่อ แถวนี้แหละ...งั้นฉันกลับแล้วนะขอบคุณมาก" ฉันลุกยืนและพยายามเดินกลับบ้านด้วยตัวเองจริงๆ บ้านฉันอยู่แถวมหาวิทยาลัยนี่เองเลยไม่จำเป็นต้องใช้รถ ปรือ! "หวอ! " ตัวฉันถูกช้อนขึ้นสูงจากคนเมื่อครู่ฉันได้แต่มองหน้าเขาที่ตอนนี้มีแสงสีส้มของหลอดไฟสาดกระทบหน้าหล่อๆ นั้น ทำไมถึงได้หล่อขนาดนี้นะ "มีทางแยกเลี้ยวหรือตรงไป" "ส่งแค่นี้ก็ได้ฉันเดินไหว" "เลี้ยว...หรือ...ตรงไป" "เอิ่มตรงไป" เขาอุ้มฉันมาถึงหน้าบ้านแล้วยังสั่งให้ฉันไขกุญแจเพื่อให้เขาได้อุ้มฉันเข้าไปส่งถึงข้างในซึ่งแน่นอนว่าไม่ ใครจะบ้าให้ผู้ชายที่รู้จักกันแค่วันเดียวเข้าบ้านกันถึงหน้าตาเขาจะบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ชอบฉันก็เถอะ "เปิด..." "บ้าหรือไงใครจะให้คนที่ไม่รู้จักเข้าบ้าน ปล่อยฉันลง" "เปิด...ประตู" เอาอีกแล้วเขาใช้เสียงนี้บังคับฉันอีกแล้วแต่ไม่รู้เหมือนกันทำไมมือฉันกลับดึงกุญแจบ้านออกมาให้เขาง่ายๆ โถ่ ยัยข้าวเหนียว "ฉันส่งเธอที่โซฟานะ" "ค่ะ" "ฉันหวังว่าพรุ่งนี้เธอจะไม่ได้เจอเธอที่เรือนกระจกอีก" เขาพูดแล้วเดินออกไป 1 วันต่อมา ฉันบอกเธอแล้วว่าอย่ามาอีก ฉ่า~ วันที่ 2 อย่ามาอีก ฉ่า 1 อาทิตย์ต่อมา ฉ่าๆ ฉ่าาาา~ เอาเป็นว่าทุกเย็นเวลาที่เขาเห็นฉันมาแอบนั่งดูผีเสื้อที่นี่เขาจะใช้สายยางฉีดน้ำใส่ฉันทุกวันแต่วันนี้คงไม่ได้เปียกเพราะอยู่ๆ จัสมินก็ลากฉันมาห้างเป็นเพื่อนเพราะเขาต้องมารอรับพี่สาวแล้วจะพาฉันกลับไปส่งบ้านโดยมีข้อเสนอจะเลี้ยงข้าวฉันแทน ไม่ได้เห็นแก่กินนะแต่อยู่คนเดียวก็ต้องประหยัด แฮ่ๆ "นี่จัสมินนายจะเล่นเกมชนะฉันเอาโล่ใช่ไหมอ่อนให้บ้างก็ได้" "บอกแล้วไงให้เรียกจัสเฉยๆ ไม่ชอบจัสมินอีกอย่างนะเธอชนะฉันไปสองรอบแล้ว ฉันยอมไม่ได้" "นายนี่นะ แล้วตกลงพี่สาวนายอยู่ไหนละ" "แปปนะ อ่อนั้นไง" ฉันมองตามมือของจัสมิน พบว่าภาพผู้หญิงสาวสวยกับผู้ชายรูปร่างคุ้นตากำลังมองมาที่เรา นั้นมันตาพี่ที่ในเรือนกระจก เขาคบกับพี่สาวจัสมินเองเหรอแล้วทำไมหน้าเขาถึงได้ดูเบื่อขนาดนั้น "เย้ พี่ฉันกวักมือเรียกจะไปไหม" "ดูเหมือนแฟนพี่นายกับพี่นายจะทะเลาะกันอยู่มันจะดีเหรอ" "ฮ่าๆ บ้านั้นไม่ใช่แฟนพี่ฉันวันนี้พวกเขาแค่มาดูตัวตามที่ผู้ใหญ่เขาสั่งน่ะ ไปกันเถอะ" "ดะ เดี๋ยว! " จัสมินลากฉันเดินเข้าไปร่วมโต๊ะกับทั้งสองคนจนได้แล้วฉันควรทำหน้ายังไงเนี่ย :ฟอร์น ก่อนหน้านั้น ผมนั่งรอคู่นัดดูตัวมาได้หนึ่งชม.เต็ม น่าเบื่อจริงๆ ยัยคุณหนูพวกนี้ถ้าไม่ติดว่าคุณอาสั่งมาผมคงไม่เอาเวลามาทิ้งกับเรื่องแบบนี้แน่ "ขอโทษนะคะ..." =_= ผมเงยหน้ามองตามเสียงภาพตรงหน้าคือสาวลูกครึ่งผมบลอนด์ใส่ชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มแต่งหน้าเหมือนจะไปเล่นงิ้วปากแดงอย่างกับกินเลือดคนมา ที่ช้าเพราะเรื่องพวกนี้สินะ เหอะ! ...ไร้สาระ "เชิญนั่ง..." "คะ? ..." "จะนั่งไหม ไม่นั่งผมจะได้กลับ=_=" "อ่อ ค่ะ ขอโทษที่มาช้านะคะ" "ผมไม่ได้สนอยู่แล้ว เจอกันแล้วพอใจหรือยังจะได้กลับ เสียเวลา" "เอิ่ม... ฉันชื่อโรสค่ะ แล้วนี่คุณฟอร์นทานอะไรหรือยังค่ะ" "ครับ" ผมตอบตัดบททำให้คนตรงหน้าขมวดคิ้วทำหน้าไม่พอใจจนเห็นได้ชัด แต่ผมก็ไม่สนใจเบี่ยงหน้ามองไปทางโซนเกมของห้าง "นั่นมัน..." ภาพที่ผมเห็นคือยัยเด็กดื้อที่ชอบไปโผล่ที่เรือนกระจกกำลังหัวเราะสนุกสนานอยู่กับผู้ชายลูกครึ่งคนหนึ่งซึ่งตอนนี้นายนั้นกำลังโบกมือมาทางผมกับโรสทำให้ยัยเด็กนั้นหันมามองผมแบบอึ้งๆ บังเอิญจริงๆ "นั้นน้องชายโรสเองค่ะ เขามารอรับโรสกลับพร้อมกันน่ะค่ะ แต่..ผู้หญิงคนนั้นโรสไม่เคยเห็นมาก่อนเลย" "..." หมายความว่าสองคนนี้ไม่ได้เป็นแฟนกัน อย่าบอกน่ะว่าเปิดเทอมไม่นานมากับผู้ชายแล้วเหรอเนี่ย เลือกคนรวยสะด้วยอ่อยเก่งจริงๆ ยัยเด็กแก่แดด "ฟอร์นค่ะ ...ฟอร์นค่ะ" "ว่า..." "เอิ่ม คือโรสเห็นคุณมองผู้หญิงคนนั้นสักพักแล้ว" "เรียกเขามา..." "คะ? " "เรียกน้องคุณมานั่งร่วมโต๊ะกับเราสิ" ผมยิ้มมุมปากเมื่อโรสกวักมือเรียกน้องชายและยัยเด็กนั้นให้มาร่วมโต๊ะกับเราโดยดี ผมอยากรู้นักว่ายัยเด็กนั้นจะปากเก่งต่อหน้าผู้ชายหรือเปล่า "สวัสดีครับพี่ฟอร์น พี่โรสนี่ข้าวเหนียวเพื่อนของผม" เพื่อน...เพื่อนที่ไหนมาเที่ยวกันสองคน =_= "ข้าวเหนียว นี่พี่ฟอร์น เป็นคู่ดูตัวพี่สาวเรา และพี่โรสพี่สาวเราเอง" ยัยข้าวไหว้โรสแล้วยิ้มให้ก่อนที่จะหันมาไหว้ผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหอะ! หน้าตากวนประสาทชะมัด "เชิญนั่งสิวันนี้ผมเลี้ยงเอง" ผมบอกแล้วจ้องหน้าข้าวให้เลือกนั่งข้างผมแต่เธอกลับเดินไปนั่งข้างโรสแทน ยัยนี่ดีแต่ทำอะไรขัดคำสั่งผมสะทุกอย่างแบบนี้มันทำให้ผมรู้สึกโมโหจริงๆ ตลอดเวลาที่เรานั่งทานข้าวกันเสร็จผมคอยดูท่าทางของยัยข้าวเป็นพักๆ แต่เด็กนั้นก็พยายามทำเหมือนไม่เห็นผมตลอดเวลาไม่ว่าผมจะจ้องเธอแค่ไหนก็ตาม เด็กคนนี้แปลกสะจริงตอนอยู่ที่เรือนกระจกก็พยายามจะเข้าหาผม แต่พอมาอยู่กันแบบนี้กับทำเหมือนไม่รู้จัก จะเอายังไงกันแน่นะ? หลังจากทานเสร็จเราทั้งสี่คนก็เดินมาที่โรงรถ ผมคิดว่าผมมีเรื่องต้องคุยกับเด็กนี่สะหน่อยทำตัวติดผู้ชายแบบนี้ปีหน้าคงไม่ได้ทุนอีกหรอก เกรดก็คงไม่ถึงแน่ๆ "ข้าวเดี๋ยวเราไปส่งพี่ที่บ้านแล้วกลับไปส่งนะ" "ไม่ต้องให้ข้าวไปกับผม ข้าวขึ้นรถฉันมีเรื่องจะคุย" โรสกับจัสมินนิ่งไปคงไม่คิดว่าผมกับข้าวรู้จักกันมาก่อนส่วนยัยตัวแสบกับมองผมอย่างไม่พอใจ คงไม่พอใจที่ผมทำแบบนี้เพราะกลัวเสียคะแนนสินะ ดี! เพราะผมจะทำให้เธอไม่เหลือสักคะแนนเลย "เอิ่ม...โรสว่าคุณไปส่งโรสแล้วให้น้องชายโรสไปส่งเพื่อนเขาดีกว่านะคะ" "ไม่...ผมบอกแล้วว่ามีเรื่องต้องคุยกับเด็กนี่" "แต่...." "ข้าว ...ขึ้น...รถ" ผมตวัดสายตาดุๆ ไปมองยัยตัวเเสบ เธอมีท่าที่กลัวผมนิดหน่อยและยอมเดินขึ้นรถผมโดยดี ผมรู้จุดอ่อนของยัยนี้ตั้งแต่วันแรกที่เจอแล้ว เธอกลัวสายตาของผมไงละ กลัวถูกผมดุมากงั้นผมจะดุจนไม่กล้าทำนิสัยอ่อยผู้ชายอีกเลย "จบเรื่องนะ แยก! " "แต่.." ผมไม่สนเสียงโรสแล้วรีบขับรถหนีออกมา ตลอดทางยัยข้าวนั่งนิ่งเงียบจนผมทนไม่ไหวเป็นฝ่ายพูดออกมาแทน "เปิดเทอมไม่นานได้อ่อยผู้ชายได้แล้วเก่งดีนิ" "ฉันไม่ได้อ่อย นั้นน่ะเพื่อนฉัน" "แล้วทำไมมาด้วยกันสองคน..." "แล้วทำไมฉันต้องบอกพี่ด้วยล่ะนี่มันเรื่องส่วนตัวแล้วพี่จะมาดุอะไรฉันอีก วันนี้ฉันก็ไม่ได้ไปกวนที่เรือนกระจกสักหน่อย" "ที่ไม่ไปนี่เพราะมาเล่นเกมกับผู้ชายเนี่ยนะ! " "แล้วทำไมต้องขึ้นเสียงด้วยละ! " นั้นสิ... ผมเองก็ลืมตัวทำไมผมต้องหงุดหงิดด้วยละแค่ยัยเด็กนี่ไม่โผล่ไปที่เรือนกระจกตามเวลาเดิมของทุกวันละมันก็ไม่ผิดที่เธอจะไปกับผู้ชายคนไหน แต่มาอ่อยผมแล้วไปอ่อยคนอื่นนี่มันจับปลาสองมือเกินไปหรือเปล่า! "ฉันสั่ง ห้ามไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่นอีก..." "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ด้วยทำไมฉันต้องทำตาม พี่ไม่ได้มีสิทธิ์ในชีวิตฉันสักหน่อย" "ถ้าเธออยากออกจากไฮฮาน่าก็ไม่ต้องทำตามคำสั่งฉัน จำไว้ฉันใหญ่พอที่จะเอาเธอออกจากไฮฮาน่าได้ทุกเมื่อ เอาโทรศัพท์เธอมา...." ผมกดเสียงลงต่ำแล้วใช้มือข้างหนึ่งที่ไม่ได้จับพวงมาลัยดึงโทรศัพท์ออกจากมือเธอ แล้วกดโทรเข้ามือถือตัวเอง ก่อนจะส่งมันคืนให้เธอ "ถ้าเธอไม่รับโทรศัพท์ฉัน ฉันจะหักคะแนนความประพฤติ สายละ 5คะแนน ถ้าฉันเรียกแล้วไม่มาให้ทันเวลาจะหัก 10 คะแนน" "ห๊าาา! อะไรเนี่ยพี่เป็นลูกอาจารย์ฝ่ายปกครองหรือยังไงถึงจะทำได้ขนาดนั้น" "ฉันมีอำนาจมากกว่าอาจารย์ฝ่ายปกครองสะอีก" ฉิงงง~ ผมตวัดสายตาไปจ้องคนตัวเล็ก เธอทำหน้าตางงๆ แต่ผมคิดว่าเธอคงไม่กล้าเสี่ยงแน่ ผมขับรถมาจอดเทียบหน้าประตูบ้านยัยข้าวดูเหมือนยัยนี่จะอยู่คนเดียวเพราะบ้านดูเงียบมากแต่จากประวัติที่ผมอ่านมายัยนี่มีแม่นิ "ปลดล็อกประตูให้ฉันด้วยค่ะ" "เธออยู่บ้านคนเดียวเหรอ? " "ก็ไม่ทุกครั้งแม่ฉันทำงานต่างจังหวัด บางทีก็ต่างประเทศแม่ฉันเขียนคอลัมน์ท่องเที่ยวน่ะ ปลดล็อกประตูให้หน่อยสิ" "แม่เธอจะกลับมาวันไหน? " "ไม่รู้สิ รอบนี้แม่ไม่ได้บอกไว้ทำไมพี่ถามเยอะจังปกติเจอหน้าจะไล่ฉันไปไกลๆ วันนี้กินยาผิดเหรอ"เธอทำหน้างงแล้วยื่นหน้ามาใกล้ผมอย่างจับผิด สายตาของผมเผลอจ้องไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างอดเสียไม่ได้ "อะ เอิ่ม พรุ่งนี้ฉันจะมากินข้าวเย็นทำกับข้าวไว้ด้วย" "ห๊า เดี๋ยวๆ อะไรอีกเนี่ยเดี๋ยวให้กลับด้วยเดี๋ยวให้รับโทรศัพท์นี่ยังจะมากินข้าวบ้านฉันอีกนี่มันบ้าชัดๆ หรือพี่เป็นห่วงฉัน..." ห่วง? ผมรู้จักคำนั้นที่ไหนละ ผมแค่คิดว่าเด็กคนนี้ต้องการคนดูแลเท่านั้นแถมยังเป็นเพชรน้ำดีของไฮฮาน่า เธอเป็นผู้หญิงอยู่คนเดียวแบบนี้มันอันตราย "ฉันแค่จะดูความประพฤติของเด็กทุนอันดับหนึ่งเพื่อรายงานอาของฉันที่เป็นเจ้าของไฮฮาน่าเท่านั้น" " ○~○¡ ที่แท้... พี่เป็นหลานเจ้าของมาหาวิทยาลัยนี่เอง...ถึงว่าจะหักคะแนนฉัน" "พูดมากลงได้แล้ว" ผมพูดตัดบทแล้วรีบขับรถหนีเธอออกมาเพราะกลัวว่าเธอจะซักไซ้อะไรมากขึ้นอีก ทำไมผมต้องทำไมถึงรู้สึกดีที่ยัยนั้นทำตามคำสั่งด้วยนะ ผมคงกินยาผิดจริงๆ แน่ วันนี้: ปอร์เช่ผมรับคุณอามาส่งที่บ้านโรสเนื่องจากหลังคุณอารู้ข่าวว่าโรสว่างแผนทำร้ายข้าวเหนียวจนฟอร์นเกิดโมโหบุกมาที่นี่ คุณอาก็อดทนให้มันเป็นแบบนี้ไม่ได้อีกปึกหมัดหนักของหนุ่มวัยกลางคนกระทบเข้าที่หน้าเพื่อนรักจนล้มลง"ลูกมึงทำเกินไปแล้วนะ ไอ้เทียน""อะไรของมึงว่ะไอ้ชัย กูเจ็บนะเว้ย""คุณอามาได้ยังไงครับ"ฟอร์นที่นั่งคุยกับอเทียนอยู่ก่อนแล้วตกใจจนต้องมาดึงอาตัวเองให้ใจเย็นลง"ฟอร์น ทั้งหมดมันเป็นเพราะอาเอง ถ้าอารู้ว่าครอบครัวนี้มันอยากได้อยากมีจนทำอะไรบ้าๆ ได้ถึงขนาดนี้อาคงไม่ยอม อาขอโทษนะลูกที่เกือบทำให้หลานเสียไฮฮาน่าไป""อารู้...."ฟอร์นหันมามองหน้าผมอย่างเกิดคำถาม อย่างที่บอกฟอร์นไม่เคยบอกอาชัยเลยว่ารับรู้เรื่องที่อาชัยเซ็นเอกสารยกไฮฮาน่าให้อาเทียน มีเพียงคนเดียวที่มันบอกก็คือผม แต่ผมก็ไม่อยากเห็นคนที่เป็นเหมือนพ่อลูกต้องห่างเหินกันนิ"กูบอกเอง กูไม่อยากให้มึงกับอาเข้าใจผิด""เข้าใจผิดอะไร"ฟอร์นถาม"วันนั้นอาไม่ได้อ่านข้อความในเอกสาร มีแค่ไอ้เทียนมันบอกว่าเอกสารนี้คือการยินย
"เดลลลลล"เสียงโรสกรีดร้องเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เธอเปิดประตูลงจากรถแล้วตรงเข้าไปหาร่างที่สลบอยู่หลังพวงมาลัย ร่างของคนตรงหน้าเต็มไปด้วยเลือดจนหญิงสาวรู้สึกหวั่นใจ"คุณโรสออกมาก่อนครับ ทีมกู้ภัยมาแล้ว"ธีพูดพร้อมดึงหญิงสาวที่เหม่อลอยให้ห่างจากที่เกิดเหตุ"ขอโทษ ขอโทษ เดล ฉันขอโทษ""เกิดอะไรขึ้นกัน"ข้าวเหนียวที่เพิ่งมาถึงถามขึ้นด้วยความสับสน ในใจก็ตื่นกลัวไม่น้อยกับภาพตรงหน้าแต่ที่เธอเป็นห่วงมากกว่าก็คือหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ตัวสั่นอยู่ใต้อ้อมกอดธี"ข้าวผมฝากคุณโรสหน่อย ผมต้องไปดูเดล""ได้ค่ะ คูณธีไปเลย"ข้าวเข้าไปพยุงตัวโรสไว้เธอเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดแล้วพูดเพียงแต่ขอโทษซ้ำไปซ้ำมาจนเธอสลบไปอีกคน: โรงพยาบาล"ข้าว"เสียงของจัสดังขึ้นเมื่อเห็นข้าวเหนียวนั่งเฝ้าพี่สาวอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเพียงคนเดียว เขาได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลว่าพี่สาวเป็นลมหมดสติเลยทิ้งงานทุกอย่างแล้วรีบตามมาที่โรงพยาบาลทันที"จัส....""เกิดอะไรขึ้นบนเกาะ""คุณเดลเข้าประสบอุบัติเหตุ อยู่ๆ เข
:เกาะส่วนตัวธีและแล้ววันนี้ก็มาถึง....วันที่ต้องเดินทางไปถ่ายงานที่เกาะส่วนตัวของธี ด้วยความที่พี่ฟอร์นไม่ว่างเพราะต้องประชุมกับจัสหญิงสาวเลยต้องพาน้ำใสมาเป็นเพื่อนเพื่อความสบายใจของเขา เห็นน้ำใสบอกว่าพวกเขาจะตามมาทันทีที่งานเสร็จ"สวัสดีครับ ขอโทษด้วยที่ต้องให้เด็กไปรับมาที่นี่แทนที่ผมจะไปรับเอง พอดีผมยุ่งเรื่องสถานที่น่ะครับ""ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ฉันขอพาน้ำใสมาเป็นเพื่อนนะคะ"ฉันตอบคุณธีไป"คงมีคนไม่ไว้ใจผมสินะครับ""ไม่หรอกค่ะ พอดีน้ำใสอยากเรียนรู้งานด้วยค่ะ"น้ำใสพูดแก้ต่างให้เมื่อเราทักทายกันเสร็จคุณธีก็นำเราเข้าที่พักและแจ้งว่าวันนี้จะเริ่มงานเลย หญิงสาวเลยต้องเตรียมตัวอย่างหนักเพราะเท่าที่ถูกบรีฟมางานที่ต้องแสดงวันนี้คือ ข้าวต้องขับรถหรูตัวใหม่ไปรอบๆ เกาะแล้วจะมีโดรนบินตามอีกที ทุกอย่างจะเริ่มต้นอีกสองชั่วโมงข้างหน้าเข้ามาที่พักได้ไม่นานนักทีมงานก็เอาชุดที่ต้องใส่ถ่ายทำมาให้ลองมันเป็นเพียงบิกินีตัวจิ๋วที่มีผ้าบางคลุมอีกรอบ หญิงสองคนมองดูชุดแล้วได้แต่มองหน้ากันไปมา"โป๊มากเลยพี่ข้าว""พี่ก็คิดว่างั้น""เราลอ
ข้าวเหนียวตื่นขึ้นหลังจากงีบหลับไปและเมื่อเธอมองไปยังคนข้างกายก็คงเห็นเขานอนหลับอยู่ เธอรีบเดินสำรวจเสื้อผ้าที่โดนกระชากว่ายังพอใส่ได้อยู่หรือไม่ แต่กลับพบว่ามันไม่เหลือชิ้นดีเลยทั้งเสื้อและกระโปรงขาดเป็นทางยาว"โอย ตาบ้าจะโมโหอะไรขนาดนี้นะ"หญิงสาวหัวเสียก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อสักครู่เขาไม่ได้ป้องกันเลยรีบไปรื้อกระเป๋าตัวเองเพื่อค้นหายาคุมกำเนิดฉุกเฉินมากิน เธอเริ่มพกมันตั้งแต่ครั้งที่แล้วเพราะไม่รู้ว่าวันไหนเขาจะทำอะไรเธออีกจึงต้องป้องกันไว้ก่อน"กินอะไรน่ะ""หะ?"เสียงตัวร้ายงัวเงียเดินตรงมาที่เธอก่อนจะแย่งแผงยาไปแล้วขมวดคิ้วทันทีที่อ่านฉลากยาจบ"กินทำไมคิดว่าถ้ามีฉันไม่รับผิดชอบหรือไง"เขาขมวดคิ้วแน่น"เปล่า ข้าวไม่ได้คิดแบบนั้นก็ตอนนี้ข้าวยังไม่พร้อมป้องกันไว้ก่อน""แล้วพร้อมเมื่อไหร่ละ?"ชายหนุ่มโอบเข้าเอวเมียแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างหยอกล้อ"ไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน""ถ้าจะกินยาอย่ากินแบบฉุกเฉินบ่อยๆ มันไม่ดีต่อผู้หญิงนะ ต่อไปฉันจะป้องกันตลอดเอง""เดี๋ยวโมโหมาก็สติหลุดอีก""อย่าเข้าใกล้ผู้ชายค
"ทำอะไรกันน่ะ เดล"ธีเดินเข้ามานั่งแทรกกลางระหว่างข้าวกับเพื่อนชายอย่างไม่สบอารมณ์ พูดอีกอย่างก็คือเขากลัวเพื่อนรักจะจีบผู้หญิงที่เขาชอบอยู่นั้นเองแค่ฟอร์นก็สู้จนเหนื่อยไม่อยากจะมาสู้กับเพื่อนตัวเองอีกคน"คุยเรื่องงานน่ะสิ แล้วอารมณ์เสียอะไรมา""ก็คิดว่าแกจีบคุณข้าว""ฮ่าๆ เปล่า งั้นคุณข้าวผมขอตัวก่อนนะครับเพื่อนผมหึงแล้ว"เดลยิ้มเล็กยิ้มน้อยก่อนจะเดินไปเปลี่ยนชุด ทำให้เหลือเพียงแค่ข้าวกับธีที่นั่งมองหน้ากัน หญิงสาวสั่งเกตว่าชายหนุ่มตรงหน้ามีท่าทีไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่เลยไม่กล้าพูดอะไรออกไปก่อน....ไม่ใช่ว่าเขากำลังหึงฉันหรอกนะ.... ข้าวแอบคิดในใจ"คุยเรื่องอะไรกันครับยิ้มเล็กยิ้มน้อยเชียวเล่าให้ผมฟังบ้างสิ""เอิ่ม เรื่องงานค่ะ ที่กำลังจะถ่ายต่อจากนี้""ก็ดีครับ เพราะผมจะหึงมากเลยถ้าเป็นเรื่องอื่น""คะ คะ?"เธอแอบตกใจเพราะไม่คิดว่าธีจะพูดออกมาตรงๆ แบบนี้"ผมหึง คุณข้าวก็รู้ว่าผมชอบคุณข้าว""อะ เอิ่ม ค่ะ""คุณอย่าทำตัวน่ารักเกินไปนักสิผมสู้กับทุกคนไม่ไหวหรอกนะครับ ช่วยน่ารักแค่นี้ก็พอแล้วนะ"ธีระ
กองถ่ายวันนี้งานทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น ด้วยความเป็นมืออาชีพทั้งทีมงานและตัวนายแบบฝนฟ้าที่เป็นใจทำให้ได้ภาพออกมาตามต้องการ ทำให้งานเป็นไปตามกำหนดที่วางแผนไว้ทุกอย่าง"พักก่อนได้ครับ ยังเหลือเซตฟ้าอาทิตย์กำลังจะตกดินอีก ที่นี่เป็นห้องอาหารด้วยคุณฟอร์นเหมาให้เราแล้วเชิญด้านในตามสะดวกครับ"จัสมินตะโกนบอกทีมงาน ข้าวแอบตกใจในความรวยของฟอร์นอยู่ไม่น้อย ที่ที่เช่าถ่ายแบบวันนี้น้ำใสบอกว่าแพงมากโขแต่ด้วยโลเคชั่นที่สวยเป็นชั้นลอยที่มีระเบียงกระจกและอุปกรณ์ตกแต่งเรียบหรูถูกใจฟอร์นทำให้ต้องยอมแลก จริงๆ แล้วงบสถานที่ทางไฮฮาน่าไม่ได้จำกัดราคาว่าจะแพงแค่ไหนเพียงแค่น้ำใสฝ่ายบัญชีอยากจะเซฟส่วนที่เหลือไว้ให้ทีมงานเท่านั้นจึงต่อราคาลงมาได้นิดหน่อย "พี่ข้าว น้ำใสถามหน่อยสิ""เรื่องอะไรล่ะ""ทำไมคุณฟอร์นเขามองตามพี่ตลอดเวลาเลยละ? เนี่ยเมื่อกี้ก็มอง""อะ เอิ่ม ไม่รู้สิ"ข้าวหลบตาเมื่อถูกจี้ถาม จริงๆ แล้วเธอรู้ว่าที่ชายหนุ่มมองก็เพื่อตามดูพฤติกรรมของหญิงสาวเท่านั้น เมื่อไหร่ที่เธอเผลอเข้าใกล้ผู้ชายคนอื่นแม้แต่เรื่องงานเขาก็มักจะส่งสายตาดุ มาเตือนเสมอ "เขาน่าจะชอบพี่นะ""งั้นเหรอ เขารวยจะตายหาไ







