แชร์

บทที่ 11

ผู้เขียน: เด็ดบุปผาอันดับหนึ่ง
ก็แค่เมียเก่าที่ไม่เคยสนใจผมคนหนึ่ง อย่าว่าแต่จะให้ผมมานั่งแคร์ความรู้สึกของเธออีก แม้แต่การปล่อยให้การกระทำของเธอมาทำให้ใจผมแกว่ง... มันยังเป็นเรื่องที่ไม่ควรค่าเลยสักนิด

ฟู่หย่าหนิง ตอนนี้สำหรับผมแล้ว เธอเป็นแค่คนแปลกหน้าคนหนึ่งที่ไม่รู้จักกันก็เท่านั้น

ชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลวเฮงซวยนี่ ผมก้าวออกมาได้แบบเต็มตัวแล้ว

หลังจากปรับความรู้สึกให้กลับมานิ่งสงบ ผมก็โห่ร้องไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข

พวกเขาอาจกำลังวาดฝันถึงการได้กลับไปพร้อมหน้ากับครอบครัว

ส่วนผม... กำลังวาดฝันถึงอนาคตอันสดใสที่หลุดพ้นจากบ่วงพันธนาการของคำว่าครอบครัวนี้ต่างหาก!

มันน่าฉลองไม่แพ้กันเลยสักนิด!

เมื่อผ่านช่วงเวลาแห่งการเรียกขวัญกำลังใจไปแล้ว พวกเราก็ทุ่มเทให้กับงานเก็บกวาดกู้ภัยต่อ ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานเงียบ ๆ โดยไม่ต้องนัดหมาย

คิดเพียงว่าจะทำหน้าที่ในผลัดสุดท้ายนี้ให้ดีที่สุด ต่อให้คืนนี้ต้องโต้รุ่งจนถึงเช้า ก็ต้องเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยเพื่อจะได้จากไปอย่างสบายใจในวันพรุ่งนี้

และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ พวกเรากู้ภัยลากยาวจนถึงตีสี่ของอีกวัน

ในที่สุด ภัยพิบัติไฟป่าที่เทือกเขาตะวันตกก็ถูกประกาศว่าสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ

ทั่วทั้งแคมป์กู้ภัย เจ้าหน้าที่แทบทุกคนต่างหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความตื้นตัน และต้อนรับชีวิตใหม่ที่แลกมาด้วยความยากลำบาก

ผมเองก็น้ำตาคลอเบ้าเช่นกัน

เพียงแต่น้ำตาของผมนั้น มันอาจจะผสมปนเปไปด้วยความสมเพชและอาลัยต่อชีวิตคู่ที่พังทลายของตัวเอง...

แม้ว่าจะต้องทำงานติดต่อกันหลายวันจนร่างกายและเรี่ยวแรงมาถึงขีดจำกัด แต่เมื่อรู้ว่าพอฟ้าสว่างก็จะได้ถอนกำลังกลับหน่วย พลังงานของพี่น้องนักดับเพลิงทุกคนก็ดีดตัวขึ้นสูงทันที

จนหัวหน้าต้องออกคำสั่งบังคับให้ทุกคนแยกย้ายไปงีบหลับสักสองสามชั่วโมง และรอจนกระทั่งฟ้าสว่างโร่ถึงได้เริ่มออกเดินทางกลับ

ระหว่างทางเข้าสู่ตัวเมือง หัวหน้าใจดีเปิดโอกาสให้เป็นกรณีพิเศษ รถดับเพลิงผ่านบ้านใครที่อยู่ทางผ่าน ก็สามารถจอดส่งให้ลงตรงนั้นได้เลยโดยไม่ต้องกลับไปที่หน่วยก่อน

เพื่อนร่วมทีมหลายคนที่มีบ้านอยู่ทางผ่านต่างพากันตื่นเต้นดีใจ หน้าตาก็ยังไม่ทันล้างให้สะอาดสอ้านสะอ้าน แต่ก็รีบกดวิดีโอคอลหาลูกเมีย พ่อแม่ หรือเพื่อนฝูงเพื่อบอกว่าปลอดภัยและคิดถึงใจจะขาด

ความจริงบ้านของผมกับฟู่หย่าหนิงก็อยู่ทางผ่านเช่นกัน

และถ้าพูดถึงเส้นทางกลับหน่วย บ้านของเราเป็นจุดแรกที่จะต้องขับผ่านด้วยซ้ำ แต่ผมกลับนั่งนิ่งเงียบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ปล่อยให้รถขับผ่านมันไปเฉย ๆ แบบนั้น

รอจนกระทั่งส่งเพื่อนร่วมทีมที่มีบ้านทางผ่านลงจนเกือบหมด รถดับเพลิงถึงได้วิ่งกลับมาถึงสถานีดับเพลิง

เพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ที่บ้านอยู่นอกเส้นทางต่างรีบกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งแน่บกลับบ้านตัวเองทันที

มีเพียงผมที่ขยับตัวอย่างเนิบนาบ ค่อย ๆ ลงจากรถเป็นคนสุดท้าย

ท่าทางที่ผิดปกติและดูอ้อยอิ่งนี้เตะตาหัวหน้าเข้าอย่างจัง เขาเอ่ยปากเรียกผมไว้ “กู้เฉิน เดี๋ยวก่อน”

“มีอะไรครับหัวหน้า?”

“ไม่มีอะไร... บ้านนายอยู่แถวไหนนะ? ฉันจำได้ว่ามันอยู่ทางผ่านไม่ใช่เหรอ?”

“หัวหน้าคงเหนื่อยเกินไปจนจำสับสนแล้วล่ะครับ พักผ่อนเยอะ ๆ นะครับ บ้านผมไปทางโน้นต่างหาก”

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความสงสัยของหัวหน้า ผมก็ได้แต่ลอบถอนหายใจในใจ ก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ แล้วชี้มือไปในทิศทางตรงกันข้าม

เมื่อได้ยินแบบนั้น หัวหน้าก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ เขาทำเพียงส่ายหน้าและยิ้มเฝื่อน ๆ “สงสัยฉันจะแก่แล้วจริง ๆ ว่ะ เอาเถอะ ไม่กวนเวลาของนายแล้ว รีบกลับบ้านไปเถอะ”

“ครับหัวหน้า”

หลังจากบอกลาหัวหน้า ผมเดินกลับเข้าหอนอนของหน่วยเพื่อล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น จากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองที่สะอาด แล้วหิ้วกระเป๋าเดินทางออกมา

ผมยังไม่คิดจะบอกเรื่องที่จะหย่าร้างให้เพื่อน ๆ ที่หน่วยรู้ในตอนนี้

ดังนั้นผมจึงยังไม่สามารถย้ายกลับมานอนที่หอนอนของหน่วยได้

แต่ผมจะไปอยู่ที่ไหนได้ล่ะ?

ผมยืนคว้างอยู่หน้าประตูหอนอน สายตามองออกไปที่ถนนนอกสถานี ทั้งที่ภาพตรงหน้าช่างแสนคุ้นตา แต่ในแววตาของผมกลับเต็มไปด้วยความมืดมนและไร้จุดหมาย

ห้าปีที่แต่งงานกันมา แม้เงินเก็บของผมจะไม่มากเท่าฟู่หย่าหนิง แต่เงินส่วนใหญ่ผมก็เอาไปจุนเจือและลงกับบ้านหลังนั้นจนเกือบหมด

ตอนนี้ ขั้นตอนการหย่าระหว่างผมกับฟู่หย่าหนิงยังไม่ได้เริ่มนับหนึ่งด้วยซ้ำ ดังนั้นสินสมรสและทรัพย์สินทั้งหมดยังคงอยู่ในบัญชีของบ้าน ตัวผมในตอนนี้มีเงินติดตัวอยู่เพียงน้อยนิด

“ช่วยไม่ได้... คงต้องไปเปิดโรงแรมนอนประทังไปก่อนสักสองสามวัน รอให้เรื่องหย่าเสร็จสิ้น แบ่งทรัพย์สินเรียบร้อยค่อยว่ากันใหม่...”

ผมพึมพำกับตัวเอง พลางลากกระเป๋าเดินทางเตรียมจะก้าวเดินออกไป

แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงตวาดกร้าวที่เต็มไปด้วยโทสะก็ดังขัดขึ้นมาจากทางด้านหน้าไม่ไกล

“กู้เฉิน!”

ผมเงยหน้าขึ้นตามเสียง และเห็นว่าคนที่เรียกชื่อผมคือฟู่หย่าหนิง ผมถึงกับอึ้งไปแวบหนึ่ง

“คุณมาทำไม?”

“ทำไมฉันจะมาไม่ได้?”

“คุณกลัวที่จะเจอหน้าฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ฟู่หย่าหนิงในยามนี้ดูเหมือนจะพกพาความโกรธแค้นมาเต็มอก เธอลงมาจากรถหรูแล้วเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าผม แววตาเย็นยะเยือก น้ำเสียงส่อแววบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก

“ผมกลัวที่จะเจอคุณทำไม?”

เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามหาเรื่องของเธอ ผมก็ขมวดคิ้ว และตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์เช่นกัน

“ก็เพราะคุณเล่นละครหลอกลวงฉันไง! คุณก็รู้ว่าฉันถือศีลปฏิบัติธรรม สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดคือการโดนหลอก”

“นี่ยังไม่สำนึกผิดอีกเหรอ?”

ฟู่หย่าหนิงตัวเล็กกว่าผม ตอนนี้เธอเงยหน้าจ้องผม และท่าทางของเธอมันฟ้องชัดเจนว่าเธอปักใจเชื่อไปแล้วว่าผมคือฝ่ายผิด

“ผมต้องสำนึกผิดเรื่องอะไรกับคุณ? แล้วผมไปหลอกอะไรคุณตอนไหน?”

ผมมองเธอด้วยความงุนงงและระอาใจ

ผู้หญิงคนนี้ปกติวัน ๆ งานยุ่งจะตาย ไม่นั่งบริหารงานในบริษัท ก็ต้องวิ่งไปสวดมนต์ทำสมาธิอยู่ที่วัด ยิ่งตอนนี้มีหลินอวี๋เฮ้ากับตงตงมาให้คอยเอาอกเอาใจอีก

แล้ววันนี้เธอเอาเวลาว่างที่ไหนมาตามหาคนไร้ค่าอย่างผมถึงที่นี่?

“ยังจะมาถามอีกว่าหลอกอะไร!”

“จดหมายสั่งลาที่คุณทิ้งไว้ให้ฉันมันหมายความว่ายังไง? แบบนี้ไม่เรียกว่าหลอกลวงแล้วจะเรียกว่าอะไร?”

“แล้วอีกอย่าง ฉันรู้ว่าคุณเพิ่งกลับมาถึงวันนี้ เมื่อคืนคุณอยู่ที่ที่เกิดเหตุไฟป่านั่นใช่ไหม? คุณไม่เห็นฉันจริง ๆ หรือว่าจงใจแอบมุดหัวไม่ยอมออกมาเจอฉันกันแน่?”

ฟู่หย่าหนิงสาดคำถามใส่ผมรัว ๆ และทุกคำถามล้วนมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ย

“กู้เฉิน คุณคิดว่าการใช้วิธีชั้นต่ำอย่างการแกล้งตายเพื่อมาบีบคั้นฉัน มันจะทำให้ฉันยอมสยบ ยอมมานั่งแคร์คุณจนถึงขั้นทอดทิ้งตงตงงั้นเหรอ?”

“ฉันบอกคุณไว้เลยนะ... ฝันไปเถอะ!”

“คุณก็รู้ว่าฉันมีอิทธิพลแค่ไหน การที่ฉันจะสืบว่าคุณโกหกหรือเปล่า มันง่ายนิดเดียว”

สิ้นคำพูด ไฟโทสะในอกของฟู่หย่าหนิงก็ยังไม่มีท่าทีจะมอดลง ตรงกันข้ามมันกลับยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น

เมื่อวานหลังจากกลับไปที่บ้าน ทั้งหลินอวี๋เฮ้าและตงตงต่างก็เข้ามาต้อนรับเธออย่างอบอุ่นและเอาใจใส่ แต่เพราะเรื่องของกู้เฉินวนเวียนอยู่ในหัว ทำให้เธอใจลอยและไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรตลอดทั้งคืน

กว่าจะผ่านพ้นคืนอันทรมานนั้นมาได้ เช้าวันนี้เธอจึงรีบพุ่งตัวไปที่บริษัทเพื่อรอฟังข่าวจากผู้ช่วยอย่างกระวนกระวาย

วินาทีที่ผู้ช่วยเดินเข้ามาแจ้งข่าว หัวใจของเธอเต้นรัวเร็วด้วยความหวาดกลัวและคาดหวังในผลลัพธ์

แต่เมื่อผู้ช่วยยืนยันหนักแน่นว่ากู้เฉินปลอดภัยดีและยังไม่ตาย หัวใจที่เคยแขวนอยู่บนเส้นด้ายของฟู่หย่าหนิงก็ดิ่งวูบลงทันที

ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นอันมหาศาล!

ในเมื่อกู้เฉินไม่ตาย แล้วทำไมถึงไม่รับสาย? ทำไมต้องปิดเครื่อง?

ที่นั่นมีเจ้าหน้าที่ตั้งเยอะแยะ เขาจะยุ่งจนไม่มีปัญญาหาที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์เลยหรือไง?

ในวินาทีนั้นเอง ฟู่หย่าหนิงก็ตราหน้ากู้เฉินในใจทันทีว่า เขากำลังใช้สถานการณ์นี้มาสร้างเรื่องหลอกลวงเธอ

เธอโกรธมาก และคิดไม่ถึงเลยว่าสามีของเธอจะใช้วิธีการที่ตื้นเขินและน่าสมเพชขนาดนี้เรียกร้องความสนใจ!

คิดจะมาแข่งเรียกร้องความรักความสนใจกับเด็กตัวแค่นั้นหรือไง?

“ฟู่หย่าหนิง คุณพูดจบหรือยัง?”

“ถ้าพูดจบแล้วก็กลับไปซะ ผมไม่ได้หลอกอะไรคุณทั้งนั้น ทุกคำในจดหมายมันคือความจริงจากใจผม”

“คุณไม่จำเป็นต้องปฏิเสธหรือแก้ตัวอะไร และผมก็ไม่สนใจด้วยว่าคุณจะมองผมยังไง แล้วแต่คุณจะคิดเลย ผมไม่แคร์”

“นับจากนี้ไป แค่ต่างคนต่างอยู่ อย่ามาขวางทางเดินของผมก็พอ”

ผมมองดูฟู่หย่าหนิงที่กำลังโมโหร้ายทว่ายังคงทำท่าทางวางโตอยู่เหนือผม ในใจของผมกลับนิ่งสนิท และรู้สึกว่ามันตลกสิ้นดี

ชีวิตแต่งงานของเราพังยับเยินมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอยังจะซื่อบื้อคิดว่าระหว่างผมกับเธอมันยังจะมีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกอย่างงั้นเหรอ?

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 30

    ตามมาด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธของฟู่หย่าหนิง “จางชิง ให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทร่างข้อตกลงการหย่าร้างมาให้ฉันสองฉบับ เดี๋ยวฉันจะออกข้างนอกสักหน่อย!”ข้อตกลงการหย่าร้าง!จางชิงได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันทีไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่า คราวนี้ฟู่หย่าหนิงคงจะตัดสินใจหย่าขาดจากกู้เฉินอย่างเด็ดขาดแล้วจริง ๆแต่เมื่อคืนคุณกู้ก็ยอมมาหาแล้วไม่ใช่เหรอ?หรือว่าทั้งคู่ยังไม่ได้คืนดีกัน?ในเศษเสี้ยววินาที จางชิงไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านเรื่องส่วนตัวของเจ้านายต่อ เพียงแต่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกจากห้องไปสิบนาทีต่อมา ข้อตกลงการหย่าร้างสองฉบับระหว่างกู้เฉินและฟู่หย่าหนิงก็ถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานประธานฟู่หย่าหนิงคว้าเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาด้วยสีหน้าบึงตึง แล้วพุ่งตัวออกจากบริษัททันที มุ่งหน้าตรงไปยังสถานีดับเพลิงที่กู้เฉินสังกัดอยู่“กู้เฉิน... คิดจะมาลองดีกับฉันงั้นเหรอ? เหอะ รนหาที่ตายชัด ๆ...”“ฉันจะทำให้คุณได้เห็นเอง ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ต้องหน้าแตกจนไม่มีที่ยืนน่ะ คือใครกันแน่!”อีกด้านในเวลาเดียวกัน ผมที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อมสมรรถภาพร่างกายของหน่วยพลันถูกหัวหน้าหน่วยเรีย

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 29

    “คนถือศีลปฏิบัติธรรม สิ่งที่ต้องงดเว้นที่สุดคือกามารมณ์”“เรื่องระหว่างสามีภรรยา อนุญาตให้มีได้แค่คืนวันที่สิบหกของเดือนเท่านั้น”เวลาล่วงเลยมาห้าปี ในที่สุดผมก็คืนประโยคนี้กลับไปให้เธอแบบคำต่อคำ จากนั้นก็กดตัดสาย และปิดเครื่องทันทีชั่วจังหวะนั้น รถแท็กซี่ที่โบกไว้ก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี ผมก้าวขึ้นรถแล้วจากไปทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เลือนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืนที่ไม่มีวันหวนคืน“กู้เฉิน!”ในเวลาเดียวกัน ฟู่หย่าหนิงที่ยืนอยู่หน้าบานกระจกใสได้แต่ทอดสายตามองตามจนตาแทบทะลุ ทว่าสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากปลายนิ้วอย่างไม่รู้ตัว พร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้นท่ามกลางแสงสีอันศิวิไลซ์ของเมืองใหญ่ที่สะท้อนเข้ามา ฟู่หย่าหนิงมองเห็นเงาของตัวเองบนกระจกได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าของเธออาบไปด้วยคราบน้ำตาจนดูไม่ได้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกินราวกับมีมีดแหลมคมกรีดแทงเข้ามาซ้ำ ๆคืนนั้น ฟู่หย่าหนิงนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ต่อให้สมองจะหนักอึ้งและอ่อนล้าจนเริ่มส่งอาการปวดแปลบ เธอก็ไม่ยอมปิดตาลงเพราะทุกครั้งที่หลับตาลง ในใจของเธอจะเ

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 28

    บางทีความอดทนและการยอมอ่อนข้อของฟู่หย่าหนิงอาจถึงขีดจำกัดแล้ว ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากเธอจึงคล้ายกับจงใจจะยั่วโมโหผม เพื่อให้เราเปิดฉากทะเลาะกันเสียงดังลั่น จากนั้นค่อยหาช่องทางสำหรับการคืนดีผมบอกได้คำเดียวว่า เธอกำลังฝันหวานอยู่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "ช่องทางสำหรับการคืนดี" นั้น แท้จริงแล้วก็คือการประนีประนอมของผมเพื่อชีวิตคู่และความรักเท่านั้นเองแต่ในวันนี้ คนที่ยอมกล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดเขาไม่คิดจะทนอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ มันไม่ได้ประนีประนอมกันบ่อย ๆ ขนาดนั้นหรอกนะ?“แล้วแต่คุณจะคิด จะมองว่าผมกำลังหึงหวงบ้าบออะไรนั่นก็ได้ ผมไม่แคร์”“รีบพักผ่อนซะเถอะ”สิ้นเสียงคำพูด ผมไม่คิดจะอยู่รอดูอาการของฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงานประธานทันทีผมหลงนึกว่าค่ำคืนอันแสนวุ่นวายนี้จะจบลงแล้วทว่าคาดไม่ถึงว่า ฟู่หย่าหนิงจะยังดื้อดึงวิ่งไล่ตามผมออกมา เธอคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมอย่างแรงพลางตวาดกร้าวเสียงสั่น “กู้เฉิน! ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัดนะ!”“ที่ฉันยอมอ่อนข้อให้คุณก้าวล้ำเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะฉันยังเห็นความสำคัญของชีวิตแต่งงานของเราหรอกนะ แต่นั่นไม่ใช่เห

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 27

    แต่ในตอนนี้ การรักษาระยะห่างกับว่าที่อดีตภรรยาคนนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ฟู่หย่าหนิงยังคงขยับกายเบียดเข้ามาใกล้ แต่ผมกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนแต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็คงทนดูเธอเสียหลักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงยื่นมือออกไปประคองที่ต้นแขนของเธอไว้ตามมารยาท ไม่ต่างอะไรกับท่าทางที่จางชิงเคยทำ“ระวังครับ”สิ้นเสียงเตือนแผ่วเบาของผม ฟู่หย่าหนิงก็ชะงักไปทันทีแววตาคู่สวยจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับเธอไม่อยากจะเชื่อว่า สามีที่เคยยอมสยบแทบเท้าและคอยเอาอกเอาใจเธอฝ่ายเดียวมาตลอดห้าปีคนนี้ จะปฏิบัติต่อเธอด้วยความห่างเหินได้ถึงเพียงนี้“ขอบคุณค่ะ”ฟู่หย่าหนิงดูเหมือนคนหมดแรงขึ้นมาในพริบตา เธอไม่พยายามขยับเข้ามาใกล้ผมอีก แต่ก้าวเดินนำไปข้างหน้าเงียบ ๆเราเดินเข้ามาในห้องทำงานอันกว้างขวาง เธอเดินไปหยิบกุญแจที่ลิ้นชักโต๊ะอย่างชำนาญ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ข้างชั้นวางหนังสือวินาทีนั้น ผมหยุดฝีเท้าลงทันที ไม่คิดที่จะก้าวตามเธอเข้าไปเพราะผมไม่อยากเห็นว่าห้องนอนที่เธอจงใจปกปิดผมมาตลอดห้าปีจะมีสภาพอย่างไร และไม่อยากเห็นร่องรอยของผู้ชายคนอื่นหลงเหลืออยู่ข

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 26

    “ไม่ ฉันไม่กลับบ้าน”“คืนนี้ฉันจะนอนที่บริษัท”ผมคาดไม่ถึงว่าฟู่หย่าหนิงจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังเมาแอ๋ แถมยังก้าวเข้ามาหาผมอีกครั้ง พร้อมกับยื่นนิ้วเรียวมาเชยคางของผมขึ้น“กู้เฉิน ฉันรู้ว่าคุณแคร์เรื่องอะไร”“คืนนี้คุณมาหาฉันแล้ว ฉันยอมทำตามใจคุณ ที่บ้านมีตงตงกับหลินอวี๋เฮ้าอยู่ ถ้าฉันไม่กลับไปที่นั่น คุณจะมีความสุขขึ้นไหม?”เมื่อต้องเผชิญกับคำถามหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของฟู่หย่าหนิง ผมพลันก้าวถอยหลังหนีครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา การยอมผ่อนปรนและความอดทนของเธอที่มีต่อผม มันจะเกิดขึ้นในตอนที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหย่ากับเธอแล้ว...แต่ต่อให้เธอจะยอมผ่อนปรนให้ในตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกสมเพชและเวทนามากกว่าเดิมที่แท้เธอรู้มาโดยตลอดว่าผมแคร์เรื่องอะไร แต่ในยามที่หัวใจของผมยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวเธอ เธอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และใช้อำนาจเผด็จการควบคุมชีวิตคู่ของเราตามใจชอบตอนนี้มันสายไปแล้ว ฟู่หย่าหนิงผมไม่ได้แคร์เรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้วถ้าคุณจะเห็นคุณค่าตอนที่เสียมันไป ง

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 25

    เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ ผมยอมรับว่าแอบแปลกใจอยู่บ้าง แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อเฉพาะของหลินอวี๋เฮ้า ความประหลาดใจเพียงเศษเสี้ยวในใจก็มลายหายไปในพริบตาจู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสมเพชสิ้นดีฟู่หย่าหนิง... ในยามที่ใจของผมมีแต่คุณ ทุ่มเทให้คุณจนหมดหน้าตัก คุณกลับทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศ ซ้ำยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหัวใจที่รักคุณดวงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ามาตอนนี้ บ้านหลังนั้นมีผู้ชายคนอื่นที่แคร์คุณย้ายเข้าไปอยู่สมใจอยากแล้ว แต่คุณกลับเอาลูกไม้เดิมตามตื้อตามตอแยผมเนี่ยนะ?เป็นบ้าอะไรของคุุณ?“เรื่องของพวกคุณ ไม่เกี่ยวกับผม”ผมตีหน้าตาย เดินเลี่ยงร่างของเธอเพื่อจะจากไปด้านหลัง... ฟู่หย่าหนิงตะโกนไล่หลังมาอย่างไม่ยอมลดละ “กู้เฉิน ตงตงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉันนะ วันนั้นที่โรงเรียนของแก ฉันรู้ว่าคุณเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”“แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมด ก็แค่ไม่อยากให้ตงตงรู้สึกมีปมด้อยที่ตัวเองไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่อยากให้แกคิดว่าตัวเองไม่มีพ่อมีแม่ที่รักแก!”“ฉันไม่ได้จูบจริงกับหลินอวี๋เฮ้านะ!”“ทำไมคุณถึงไม่ให้เวลาเด็กคนนี้สักหน่อย เพื่อให้แกค่อย ๆ ยอมรับในตัวคุณล่ะฮะ?”ในเวลานี้ เสียงของฟู่หย่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status