分享

บทที่ 12

作者: เด็ดบุปผาอันดับหนึ่ง
มันเป็นไปไม่ได้แล้วจริง ๆ

นับตั้งแต่วินาทีที่ผมเห็นเธอจูบกับหลินอวี๋เฮ้าต่อหน้าผู้คนอย่างมีความสุข

นับตั้งแต่วินาทีที่ผมจรดปากกาเขียนจดหมายสั่งลาฉบับนั้น

กู้เฉินกับฟู่หย่าหนิง... ได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว

“คุณเอาจริงเหรอ?”

ฟู่หย่าหนิงมองดูสีหน้าที่นิ่งสนิทของผม ไฟโทสะในใจของเธอพลันดับวูบลงกะทันหัน และเริ่มมีความรู้สึกหวาดผวาอย่างประหลาดก่อตัวขึ้นมาแทน

กู้เฉินเป็นสามีที่อารมณ์มั่นคงเสมอมา เธอไม่ใช่ไม่เคยเห็นเขาในมุมที่สุขุมเยือกเย็น

แต่ความนิ่งสนิทในครั้งนี้ กลับทำให้เธอรู้สึกใจหายวาบอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าเธอกำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปชิ้นหนึ่ง

“อืม”

“ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรแล้วก็กลับไปเถอะ ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงพักร้อน”

ผมไม่มีความอดทนพอที่จะยืนต่อความยาวสาวความยืดกับฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป ผมปรายตามองเธอแวบหนึ่งก่อนจะเดินอ้อมร่างเธอไป

ทว่าวินาทีต่อมา ฟู่หย่าหนิงก็ยังคงยื่นมือมาคว้าแขนของผมไว้จนได้

“เดี๋ยวก่อน”

ริมฝีปากของเธอเหยียดยิ้มเย็นชาพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโสว่า “กู้เฉิน คุณบอกว่าคุณเอาจริงใช่ไหม? ได้! ฉันตกลง”

“เราหย่ากันก็ได้ วันจันทร์นี้เจอกันที่สำนักงานเขต”

“จบสิ้นทุกอย่างระหว่างเรา... คุณกล้ามาหรือเปล่าล่ะ?”

พูดจบ ฟู่หย่าหนิงก็จ้องเขม็งเข้าไปในนัยน์ตาของกู้เฉิน ในใจของเธอยังคงปักใจเชื่ออย่างดื้อรั้นว่าท่าทีนิ่งเฉยของกู้เฉินในตอนนี้มันเป็นแค่การแกล้งทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ

ถึงขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมก้มหัวขอโทษเธออีกงั้นเหรอ?

ได้... ในเมื่อกล้าเอาเรื่องหย่ามาขู่เธอ?

ครั้งนี้เธอจะต้องสั่งสอนให้กู้เฉินหลาบจำ และรู้เสียบ้างว่าคนอย่างฟู่หย่าหนิงไม่มีวันยอมสยบให้กับมุกตื้น ๆ พรรค์นี้เด็ดขาด!

แต่ฟู่หย่าหนิงคาดไม่ถึงว่ากู้เฉินจะยังคงปากแข็งได้ถึงขนาดนี้ เขาพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง แถมยังตอบตกลงด้วยแววตายินดีและผ่อนคลายเหมือนยกภูเขาออกจากอก

“คุณตกลงก็ดีแล้ว งั้นวันจันทร์เจอกัน”

สิ้นเสียงนั้น ผมก็สะบัดมือของฟู่หย่าหนิงออก แล้วก้าวเดินจากไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามองอีกเลย

เส้นทางข้างหน้าของผม... มันช่างดูสว่างไสวเหลือเกิน!

หลังจากผมเดินจากมา ฟู่หย่าหนิงยังคงยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม เนิ่นนานจนแทบไม่รู้สึกตัว

“เป็นไปไม่ได้... มันไม่มีทางเป็นไปได้...”

“กู้เฉิน คุณคิดว่าฉันดูคุณไม่ออกหรือไง?”

“คุณก็แค่แกล้งทำเป็นใจแข็งเพื่อบีบให้ฉันยอมจำนน แต่มันไม่มีวันสำเร็จหรอก ฉันไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครทั้งนั้น!”

ฟู่หย่าหนิงพึมพำกับตัวเองพลางก้าวขึ้นรถไปด้วยสมองที่ขาวโพลน

จนกระทั่งเธอนั่งลงแล้วมองออกไปที่สถานีดับเพลิงตรงหน้า จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน... เพียงแต่ในความคุ้นตานั้น มันกลับขาดเงาร่างที่สำคัญที่สุดไปคนหนึ่ง

ในวินาทีนี้ ฟู่หย่าหนิงสติแตกอีกครั้ง

ปัง!

ขอบตาของเธอแดงก่ำ เธอทุบกำปั้นลงบนพวงมาลัยอย่างแรง

“กู้เฉิน วันนี้ฉันอุตส่าห์ทอดบันไดให้คุณลงแล้วนะ เป็นเพราะคุณเองที่ไม่ยอมลงมา”

“ได้... ฉันจะทำให้คุณต้องเสียใจอย่างที่สุดกับการกระทำของคุณในวันนี้!”

นัยน์ตาคู่สวยของฟู่หย่าหนิงเอ่อไปด้วยหยาดน้ำตา เธอกัดฟันเอ่ยประโยคนั้นออกมาด้วยความรู้สึกเคียดแค้น

หลังจากนั่งปรับอารมณ์ในรถอยู่พักใหญ่ เธอก็กลับมาเย่อหยิ่งและเย็นชาตามเดิม ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาหลินอวี๋เฮ้า

ปลายสายรับสายอย่างรวดเร็ว

พร้อมน้ำเสียงดีใจของหลินอวี๋เฮ้า “หย่าหนิง มีอะไรหรือเปล่าครับ จู่ ๆ ก็โทรหาผม?”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะอวี๋เฮ้า ฉันแค่... คิดถึงคุณขึ้นมาน่ะ”

“เอ๋?”

คำพูดนั้นทำเอาหลินอวี๋เฮ้าที่ปลายสายถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ แต่พอตั้งสติได้ ในใจของเขาก็พองโตด้วยความดีใจ แล้วตอบกลับมาอย่างกระตือรือร้นทันที “ผมก็คิดถึงคุณเหมือนกันครับ หย่าหนิง!”

“อืม คืนนี้คุณพอจะมีเวลาว่างไหมคะ?”

“ว่างครับ ว่างแน่นอน มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“ถ้าว่าง... ก็ปล่อยให้ตงตงนั่งดูการ์ตูนอยู่บ้านคนเดียวไปก่อนสิคะ ตอนเย็นคุณออกไปดื่มเป็นเพื่อนฉันที่บาร์สักสองสามแก้วหน่อย ดีไหม?”

ขณะที่พูด ริมฝีปากแดงอวบอิ่มที่ดึงดูดของฟู่หย่าหนิงก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างมีเล่ห์นัย

“ไม่มีปัญหาแน่นอนอยู่แล้วครับ!”

“งั้นผมจะรอนะครับ!”

เมื่อได้ยินคำชวนไปเที่ยวบาร์ หลินอวี๋เฮ้าก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น ตอบตกลงโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยสักนิด

“ค่ะ แล้วเจอกัน”

หลังจากวางสายจากหลินอวี๋เฮ้า ฟู่หย่าหนิงยังไม่ได้ขับรถออกไปในทันที แต่เธอกลับกดโทรหาผู้ช่วยส่วนตัวต่อ

“ท่านประธานฟู่ มีอะไรให้รับใช้คะ?”

“คืนนี้ฉันจะไปเที่ยวบาร์กับหลินอวี๋เฮ้า เธอช่วยทำยังไงก็ได้... ให้กู้เฉินเห็นความเคลื่อนไหวของฉันในคืนนี้ เข้าใจไหม?”

“หา?... เข้าใจค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ!”

ผู้ช่วยที่อยู่ปลายสายถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง หลังจากเงียบไปอึดใจเธอก็ตอบรับคำสั่งรัวเร็ว

ทว่าฟู่หย่าหนิงกดวางสายไปแล้ว

ผู้ช่วยมองดูหน้าจอประวัติการโทรพลางรู้สึกแปลกใจอยู่ลึก ๆ และพึมพำกับตัวเอง “ช่วงนี้ท่านประธานดูแปลกไปเรื่อย ๆ แฮะ...”

“จงใจทำเรื่องประชดประชันคุณกู้แบบนี้ มันจะดีจริง ๆ เหรอ?”

อีกด้านหนึ่ง... หลังจากสลัดหลุดจากฟู่หย่าหนิงมาได้ ผมก็รู้สึกเบาสบายไปทั้งตัว ผมเดินทอดน่องไปตามท้องถนนพลางคิดถึงแผนการในอนาคตหลังจากนี้

เงินเดือนของผมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ไม่แย่ แต่ถ้าเอาไปเทียบกับฟู่ซื่อกรุ๊ปของฟู่หย่าหนิงแล้ว มันก็เป็นแค่เศษเงินของเธอเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม ตอนที่เราแต่งงานกัน บ้านเดี่ยวหลังนั้นผมก็เป็นคนออกเงินครึ่งหนึ่งและในโฉนดก็ระบุชื่อของเราสองคนร่วมกัน

ส่วนเรื่องรถราในบ้านทั้งหมดนั้นเป็นเงินของฟู่หย่าหนิง และเงินฝากในบัญชีก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมเลย

รถยนต์หรือเงินฝาก... ผมยกให้เธอก็ได้

แต่บ้านหลังนั้นมันมีส่วนของผมอยู่ครึ่งหนึ่ง และเงินครึ่งหนึ่งนั้นมันคือเงินที่ผมต้องควักกระเป๋าเอาเงินเก็บจากการทำงานทั้งหมดหลายปีออกมา แถมยังต้องเอาบ้านเดิมของพ่อแม่ในบ้านเกิดไปค้ำประกันกับเธอเพื่อซื้อมาด้วยซ้ำ

ต่อให้แบ่งเป็นเงินสดไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดเธอก็ต้องคืนโฉนดบ้านเดิมของพ่อแม่กลับมาให้ผม

ลองมาคำนวณดูแล้ว ชีวิตแต่งงานห้าปี ผมแทบจะเดินออกจากบ้านอย่างคนตัวเปล่าเล่าเปลือยจริง ๆ

แต่มันไม่สำคัญหรอก สำหรับผมในตอนนี้ ขอเพียงแค่ได้รีบหย่าขาดจากผู้หญิงที่ไม่ได้รักผมคนนี้ให้เร็วที่สุด มันก็มีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใดแล้ว

“แต่ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้คือ... ผมยังไม่มีที่ซุกหัวนอนเลยแฮะ”

ใน Line pay ของผมเหลือเงินอยู่เพียงไม่กี่บาท ตอนแรกตั้งใจจะไปเปิดโรงแรมนอนประทังชีวิตไปก่อนสักสองสามวัน

แต่พอเห็นท่าทีที่ตอบตกลงเรื่องหย่าอย่างง่ายดายของฟู่หย่าหนิงเมื่อครู่ ผมก็มีลางสังหรณ์ว่าเรื่องมันคงไม่ง่ายขนาดนั้น

พอถึงวันจันทร์ เธอคงจะหาเรื่องสร้างอุปสรรคอะไรขึ้นมาอีกแน่ ๆ

ขั้นตอนการหย่าไม่รู้ว่าจะต้องลากยาวไปอีกนานแค่ไหน ขืนนอนโรงแรมไปเรื่อย ๆ คงสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว สู้หาห้องเช่าไปเลยดีกว่า

ยังไงซะผมก็ยังต้องทำงานอยู่ที่เมืองนี้ ต่อให้หย่ากับฟู่หย่าหนิงแล้วผมก็ไม่ได้คิดจะย้ายกลับบ้านเกิด เพราะฉะนั้นการเช่าห้องอยู่ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่ดี

ในเมื่อเป็นแบบนั้น สู้รีบหาเช่ามันตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า จะได้ตัดปัญหาไป

เมื่อคิดได้ดังนั้น สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นสำนักงานนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ริมทางพอดี ผมจึงหิ้วกระเป๋าเดินทางเดินเข้าไปข้างในทันที

หลังจากแจ้งความต้องการและงบประมาณกับเอเจ้นท์เสร็จเรียบร้อย พวกเราก็เริ่มออกไปดูห้องกัน

เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงค่ำ

หลังจากตระเวนดูห้องไปสามสี่ตึก ในที่สุดผมก็ถูกใจห้องชุดคอนโดมิเนียมขนาดสองห้องนอนสองห้องนั่งเล่นห้องหนึ่ง ทั้งสไตล์การตกแต่ง ทำเลที่ตั้ง และราคาล้วนเหมาะสมกับตัวผมมาก

ที่สำคัญคือมีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน สามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที

เมื่อเห็นว่าผมพึงพอใจ เอเจ้นท์ก็รีบโทรศัพท์ตามเจ้าของห้องให้มาทำสัญญา หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จ จ่ายเงินค่ามัดจำหนึ่งเดือนล่วงหน้าสามเดือนรวมถึงค่านายหน้าเรียบร้อย เอเจ้นท์ก็ขอตัวกลับไปก่อน

เอเจ้นท์กลับไปแล้ว แต่คุณป้าเจ้าของห้องยังคงอยู่ต่อ เธอเดินชี้จุดต่าง ๆ ในห้องเพื่ออธิบายเรื่องการจ่ายค่าน้ำค่าไฟ รวมถึงแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกในหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ให้ผมฟัง...

“คุณป้าครับ ขอบคุณมากนะครับ ความจริงผมใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนี้มาหลายปีแล้ว เลยค่อนข้างจะคุ้นเคยกับละแวกนี้อยู่พอสมควรครับ”

“อ้าวเหรอ? แหม ดีเลย ๆ พ่อหนุ่มกู้ แล้วปกตินายทำมาหากินอะไรล่ะจ๊ะ?”

เมื่อเห็นผมพูดแบบนั้น คุณป้าเจ้าของห้องก็หยุดอธิบาย พลางส่งสายตาสำรวจตัวผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจ ก่อนจะเอ่ยปากถามถึงหน้าที่การงาน

“อ๋อ... คุณป้า ผมเป็นนักดับเพลิงครับ”

“นักดับเพลิงงั้นเหรอ? อุ๊ย ดับเพลิงนี่ดีเลยนะเนี่ย ถ้างั้นร่างกายก็ต้องแข็งแรงกำยำน่าดูเลยใช่ไหมจ๊ะ?”

ทันทีที่ได้ยินคำว่า “นักดับเพลิง” แววตาของคุณป้าเจ้าของห้องก็เป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที แกขยับเข้ามาใกล้พลางส่งสายตาสำรวจมองรูปร่างของผมอย่างถี่ถ้วนด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“เอ่อ... ก็... ก็พอใช้ได้มั้งครับ?”

เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นดีใจเกินเบอร์และสายตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ ของคุณป้าเจ้าของห้องส่งมาให้ ผมก็เริ่มรู้สึกตะหงิด ๆ ขึ้นมาทันที

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 30

    ตามมาด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธของฟู่หย่าหนิง “จางชิง ให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทร่างข้อตกลงการหย่าร้างมาให้ฉันสองฉบับ เดี๋ยวฉันจะออกข้างนอกสักหน่อย!”ข้อตกลงการหย่าร้าง!จางชิงได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันทีไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่า คราวนี้ฟู่หย่าหนิงคงจะตัดสินใจหย่าขาดจากกู้เฉินอย่างเด็ดขาดแล้วจริง ๆแต่เมื่อคืนคุณกู้ก็ยอมมาหาแล้วไม่ใช่เหรอ?หรือว่าทั้งคู่ยังไม่ได้คืนดีกัน?ในเศษเสี้ยววินาที จางชิงไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านเรื่องส่วนตัวของเจ้านายต่อ เพียงแต่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกจากห้องไปสิบนาทีต่อมา ข้อตกลงการหย่าร้างสองฉบับระหว่างกู้เฉินและฟู่หย่าหนิงก็ถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานประธานฟู่หย่าหนิงคว้าเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาด้วยสีหน้าบึงตึง แล้วพุ่งตัวออกจากบริษัททันที มุ่งหน้าตรงไปยังสถานีดับเพลิงที่กู้เฉินสังกัดอยู่“กู้เฉิน... คิดจะมาลองดีกับฉันงั้นเหรอ? เหอะ รนหาที่ตายชัด ๆ...”“ฉันจะทำให้คุณได้เห็นเอง ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ต้องหน้าแตกจนไม่มีที่ยืนน่ะ คือใครกันแน่!”อีกด้านในเวลาเดียวกัน ผมที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อมสมรรถภาพร่างกายของหน่วยพลันถูกหัวหน้าหน่วยเรีย

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 29

    “คนถือศีลปฏิบัติธรรม สิ่งที่ต้องงดเว้นที่สุดคือกามารมณ์”“เรื่องระหว่างสามีภรรยา อนุญาตให้มีได้แค่คืนวันที่สิบหกของเดือนเท่านั้น”เวลาล่วงเลยมาห้าปี ในที่สุดผมก็คืนประโยคนี้กลับไปให้เธอแบบคำต่อคำ จากนั้นก็กดตัดสาย และปิดเครื่องทันทีชั่วจังหวะนั้น รถแท็กซี่ที่โบกไว้ก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี ผมก้าวขึ้นรถแล้วจากไปทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เลือนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืนที่ไม่มีวันหวนคืน“กู้เฉิน!”ในเวลาเดียวกัน ฟู่หย่าหนิงที่ยืนอยู่หน้าบานกระจกใสได้แต่ทอดสายตามองตามจนตาแทบทะลุ ทว่าสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากปลายนิ้วอย่างไม่รู้ตัว พร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้นท่ามกลางแสงสีอันศิวิไลซ์ของเมืองใหญ่ที่สะท้อนเข้ามา ฟู่หย่าหนิงมองเห็นเงาของตัวเองบนกระจกได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าของเธออาบไปด้วยคราบน้ำตาจนดูไม่ได้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกินราวกับมีมีดแหลมคมกรีดแทงเข้ามาซ้ำ ๆคืนนั้น ฟู่หย่าหนิงนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ต่อให้สมองจะหนักอึ้งและอ่อนล้าจนเริ่มส่งอาการปวดแปลบ เธอก็ไม่ยอมปิดตาลงเพราะทุกครั้งที่หลับตาลง ในใจของเธอจะเ

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 28

    บางทีความอดทนและการยอมอ่อนข้อของฟู่หย่าหนิงอาจถึงขีดจำกัดแล้ว ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากเธอจึงคล้ายกับจงใจจะยั่วโมโหผม เพื่อให้เราเปิดฉากทะเลาะกันเสียงดังลั่น จากนั้นค่อยหาช่องทางสำหรับการคืนดีผมบอกได้คำเดียวว่า เธอกำลังฝันหวานอยู่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "ช่องทางสำหรับการคืนดี" นั้น แท้จริงแล้วก็คือการประนีประนอมของผมเพื่อชีวิตคู่และความรักเท่านั้นเองแต่ในวันนี้ คนที่ยอมกล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดเขาไม่คิดจะทนอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ มันไม่ได้ประนีประนอมกันบ่อย ๆ ขนาดนั้นหรอกนะ?“แล้วแต่คุณจะคิด จะมองว่าผมกำลังหึงหวงบ้าบออะไรนั่นก็ได้ ผมไม่แคร์”“รีบพักผ่อนซะเถอะ”สิ้นเสียงคำพูด ผมไม่คิดจะอยู่รอดูอาการของฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงานประธานทันทีผมหลงนึกว่าค่ำคืนอันแสนวุ่นวายนี้จะจบลงแล้วทว่าคาดไม่ถึงว่า ฟู่หย่าหนิงจะยังดื้อดึงวิ่งไล่ตามผมออกมา เธอคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมอย่างแรงพลางตวาดกร้าวเสียงสั่น “กู้เฉิน! ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัดนะ!”“ที่ฉันยอมอ่อนข้อให้คุณก้าวล้ำเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะฉันยังเห็นความสำคัญของชีวิตแต่งงานของเราหรอกนะ แต่นั่นไม่ใช่เห

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 27

    แต่ในตอนนี้ การรักษาระยะห่างกับว่าที่อดีตภรรยาคนนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ฟู่หย่าหนิงยังคงขยับกายเบียดเข้ามาใกล้ แต่ผมกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนแต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็คงทนดูเธอเสียหลักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงยื่นมือออกไปประคองที่ต้นแขนของเธอไว้ตามมารยาท ไม่ต่างอะไรกับท่าทางที่จางชิงเคยทำ“ระวังครับ”สิ้นเสียงเตือนแผ่วเบาของผม ฟู่หย่าหนิงก็ชะงักไปทันทีแววตาคู่สวยจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับเธอไม่อยากจะเชื่อว่า สามีที่เคยยอมสยบแทบเท้าและคอยเอาอกเอาใจเธอฝ่ายเดียวมาตลอดห้าปีคนนี้ จะปฏิบัติต่อเธอด้วยความห่างเหินได้ถึงเพียงนี้“ขอบคุณค่ะ”ฟู่หย่าหนิงดูเหมือนคนหมดแรงขึ้นมาในพริบตา เธอไม่พยายามขยับเข้ามาใกล้ผมอีก แต่ก้าวเดินนำไปข้างหน้าเงียบ ๆเราเดินเข้ามาในห้องทำงานอันกว้างขวาง เธอเดินไปหยิบกุญแจที่ลิ้นชักโต๊ะอย่างชำนาญ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ข้างชั้นวางหนังสือวินาทีนั้น ผมหยุดฝีเท้าลงทันที ไม่คิดที่จะก้าวตามเธอเข้าไปเพราะผมไม่อยากเห็นว่าห้องนอนที่เธอจงใจปกปิดผมมาตลอดห้าปีจะมีสภาพอย่างไร และไม่อยากเห็นร่องรอยของผู้ชายคนอื่นหลงเหลืออยู่ข

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 26

    “ไม่ ฉันไม่กลับบ้าน”“คืนนี้ฉันจะนอนที่บริษัท”ผมคาดไม่ถึงว่าฟู่หย่าหนิงจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังเมาแอ๋ แถมยังก้าวเข้ามาหาผมอีกครั้ง พร้อมกับยื่นนิ้วเรียวมาเชยคางของผมขึ้น“กู้เฉิน ฉันรู้ว่าคุณแคร์เรื่องอะไร”“คืนนี้คุณมาหาฉันแล้ว ฉันยอมทำตามใจคุณ ที่บ้านมีตงตงกับหลินอวี๋เฮ้าอยู่ ถ้าฉันไม่กลับไปที่นั่น คุณจะมีความสุขขึ้นไหม?”เมื่อต้องเผชิญกับคำถามหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของฟู่หย่าหนิง ผมพลันก้าวถอยหลังหนีครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา การยอมผ่อนปรนและความอดทนของเธอที่มีต่อผม มันจะเกิดขึ้นในตอนที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหย่ากับเธอแล้ว...แต่ต่อให้เธอจะยอมผ่อนปรนให้ในตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกสมเพชและเวทนามากกว่าเดิมที่แท้เธอรู้มาโดยตลอดว่าผมแคร์เรื่องอะไร แต่ในยามที่หัวใจของผมยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวเธอ เธอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และใช้อำนาจเผด็จการควบคุมชีวิตคู่ของเราตามใจชอบตอนนี้มันสายไปแล้ว ฟู่หย่าหนิงผมไม่ได้แคร์เรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้วถ้าคุณจะเห็นคุณค่าตอนที่เสียมันไป ง

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 25

    เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ ผมยอมรับว่าแอบแปลกใจอยู่บ้าง แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อเฉพาะของหลินอวี๋เฮ้า ความประหลาดใจเพียงเศษเสี้ยวในใจก็มลายหายไปในพริบตาจู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสมเพชสิ้นดีฟู่หย่าหนิง... ในยามที่ใจของผมมีแต่คุณ ทุ่มเทให้คุณจนหมดหน้าตัก คุณกลับทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศ ซ้ำยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหัวใจที่รักคุณดวงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ามาตอนนี้ บ้านหลังนั้นมีผู้ชายคนอื่นที่แคร์คุณย้ายเข้าไปอยู่สมใจอยากแล้ว แต่คุณกลับเอาลูกไม้เดิมตามตื้อตามตอแยผมเนี่ยนะ?เป็นบ้าอะไรของคุุณ?“เรื่องของพวกคุณ ไม่เกี่ยวกับผม”ผมตีหน้าตาย เดินเลี่ยงร่างของเธอเพื่อจะจากไปด้านหลัง... ฟู่หย่าหนิงตะโกนไล่หลังมาอย่างไม่ยอมลดละ “กู้เฉิน ตงตงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉันนะ วันนั้นที่โรงเรียนของแก ฉันรู้ว่าคุณเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”“แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมด ก็แค่ไม่อยากให้ตงตงรู้สึกมีปมด้อยที่ตัวเองไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่อยากให้แกคิดว่าตัวเองไม่มีพ่อมีแม่ที่รักแก!”“ฉันไม่ได้จูบจริงกับหลินอวี๋เฮ้านะ!”“ทำไมคุณถึงไม่ให้เวลาเด็กคนนี้สักหน่อย เพื่อให้แกค่อย ๆ ยอมรับในตัวคุณล่ะฮะ?”ในเวลานี้ เสียงของฟู่หย่า

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status