แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา

แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-14
Oleh:  เจ้าสำนักBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
55Bab
98Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อสิบปีก่อน ตระกูลแพทย์หลี่ถูกตราหน้าว่าเป็น “ตระกูลหมอพิษ” ตำราถูกเผา โรงหมอถูกปิด ชื่อเสียงถูกลบออกจากเมืองเหมือนไม่เคยมีอยู่ หลี่เซวียนอิงเติบโตขึ้นท่ามกลางซากของชื่อเสียงนั้น

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 ชีพจรที่ถูกลบ

ตอนที่ 1 ชีพจรที่ถูกลบ

พู่กันขึ้นเขียนชื่อยากับจำนวนเงินด้วยลายมือที่นิ่งและคม เธอไม่ได้สวมเครื่องประดับงดงามอย่างบุตรสาวคหบดี ไม่ได้แต่งหน้าจัด แต่ความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและสายตาที่นิ่งเหมือนสระน้ำลึกทำให้คนที่มองรู้สึกว่า นี่คือคนที่วางความรู้ไว้เหนือคำซุบซิบ

ประตูไม้ถูกกระแทกเปิดดังปัง

เสียงเท้าหนักรีบเร่งดังเข้ามาพร้อมลมหายใจหอบ กวานซง ชายหนุ่มร่างล่ำในเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นโคลนก้าวเข้ามาแทบสะดุดธรณี เขาหอบคนหนึ่งไว้บนหลัง เด็กหนุ่มตัวผอม ซีดจนเหมือนกระดาษขาว แขนห้อยลงอย่างไร้เรี่ยวแรง

กวานซงเอ่ยเสียงสั่น "คุณหนูหลี่ ช่วยด้วย เขาจะตายแล้ว"

เซวียนอิงเงยหน้าขึ้น ไม่ถามก่อนว่าเป็นใคร ไม่ถามว่ามาจากไหน เธอวางพู่กันลงทันที ลุกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว "วางเขาลงบนเตียงตรวจ"

กวานซงพยักหน้า รีบพาเข้าไปด้านใน เสียงผ้าห่มถูกดึง เสียงไม้เตียงดังครืด เด็กหนุ่มถูกวางลงอย่างระมัดระวัง แต่หัวของเขากระแทกหมอนเบา ๆ ริมฝีปากสีคล้ำเม้มแน่นเหมือนกำลังกลั้นลมหายใจสุดท้าย

เซวียนอิงขยับเข้าไปข้างเตียง สองนิ้วแตะที่ข้อมือซ้ายของเด็กหนุ่ม ท่ามกลางความเงียบ มีเพียงเสียงไฟตะเกียงแตกดังเปาะและเสียงหายใจหอบของกวานซง

นิ้วของเธอแนบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วขมวดคิ้ว

"ชีพจรอ่อนมาก" เธอพูดเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเอง "เหมือนถูกกดให้จมหายไป"

กวานซงกลืนลมหายใจ "เขาถูกแทงหรือไม่"

เซวียนอิงส่ายหน้า เธอยกชายเสื้อขึ้นตรวจหน้าอกและท้องของเด็กหนุ่ม ไล้มือไปตามซี่โครง ดูสีผิวใต้แสงตะเกียง ไม่มีรอยแผลสด ไม่มีเลือดซึม มีเพียงรอยช้ำจาง ๆ บริเวณต้นแขนเหมือนถูกจับลากมาแรง ๆ

"ไม่มีบาดแผลสำคัญ" เธอหันไปมองกวานซง "เขาล้มเองหรือถูกทำให้ล้ม"

กวานซงหลบตาเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบ "เขาถูกไล่ตาม ข้าพบเขาล้มอยู่ท้ายตลาด เขาพูดได้แค่คำสองคำก็หมดสติ"

คำตอบนั้นเหมือนตัดใจความสำคัญออกไป แต่เซวียนอิงไม่ไล่ถาม เธอเปลี่ยนไปจับชีพจรที่มือขวา และเลื่อนนิ้วไปสามตำแหน่งตามวิธีมาตรฐาน ชีพจรเหมือนเส้นด้ายที่ถูกกดอยู่ใต้ก้อนหินหนัก ๆ เธอไม่เพียงรู้สึกถึงความอ่อน แต่รู้สึกถึงความผิดปกติที่จงใจ

เธอขยับนิ้วขึ้นไปแตะที่คอ หลอดเลือดใหญ่ตรงนั้นยังเต้นอยู่ แต่เต้นช้าและแผ่วผิดธรรมชาติ จังหวะไม่สอดคล้องกับสีหน้าและอาการ

เซวียนอิงก้มลงดูม่านตา ใช้นิ้วเปิดเปลือกตาอย่างระวัง ตาดำไม่ตอบสนองต่อแสงเท่าที่ควร ลิ้นของเด็กหนุ่มถูกยื่นออกมาเล็กน้อย เธอมองสีลิ้น สีออกม่วงคล้ำบริเวณโคนลิ้น คล้ายเลือดคั่ง

หัวใจของเธอเย็นลงไปทีละน้อย

"พิษ" เธอพูดช้า ๆ "พิษที่กดชีพจร ทำให้ชีพจรเหมือนถูกลบ"

กวานซงสะดุ้ง "พิษอะไร ถึงทำให้ไม่มีรอยแผล"

เซวียนอิงไม่ตอบทันที เธอหยิบเข็มเงินเล่มเล็กจากกล่องข้างเตียง ปลายเข็มแตะที่ริมฝีปากเด็กหนุ่มและที่ขอบเล็บ นิ้วเธอเร็วและนิ่งเหมือนคนที่ทำซ้ำมานับพันครั้ง ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ ปลายเข็มมีสีเปลี่ยนเป็นหม่นดำจาง ๆ

เธอสูดลมเข้าลึก "พิษเย็น มีส่วนผสมของแร่หรือโลหะ" เธอพูด "มันทำให้เลือดเดินช้า กดการเต้นของหัวใจ เหมือนเอามือบีบเส้นลมปราณให้แคบลง"

กวานซงกำหมัดแน่น "แล้วรักษาได้ไหม"

คำถามนั้นไม่ใช่แค่ถามถึงชีวิตคนบนเตียง แต่ถามถึงความกล้าของคนที่ถูกเรียกว่า "ตระกูลหมอที่กำลังจะหมดชื่อ" ด้วย

เซวียนอิงมองเด็กหนุ่มอีกครั้ง สายตาเธอไม่อ่อนโยน ไม่โหดร้าย เป็นสายตาของคนที่ต้องตัดสินใจอย่างรับผิดชอบ

"ถ้าเป็นพิษกดชีพจรแบบนี้ ต้องรีบถอนพิษก่อนที่หัวใจจะหยุด" เธอพูด "แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ พิษชนิดนี้มักเกี่ยวข้องกับคนมีอำนาจ เพราะเป็นพิษที่คนธรรมดาหาไม่ได้ง่าย"

กวานซงหน้าซีดกว่าเดิม เขาก้าวเข้ามาใกล้ "คุณหนูหลี่ ข้ารู้ว่ามันอันตราย แต่ถ้าไม่ช่วยเขา เขาตายแน่"

เซวียนอิงเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามด้วยน้ำเสียงเรียบ "ชื่อเขา"

กวานซงลังเล ก่อนจะตอบ "ข้าไม่รู้แน่ชัด เขาพูดว่า...เขาชื่อซือจิ่ว"

เซวียนอิงพยักหน้าเหมือนรับไว้เฉย ๆ แต่ในใจเธอจดจำคำว่า "ไม่รู้แน่ชัด" อย่างแม่นยำ ผู้ป่วยที่มาถึงแบบนี้ ชื่อที่ไม่ชัด อาการที่ไม่ปกติ และคนพามาที่มีท่าทีเหมือนถือความลับ นี่ไม่ใช่คนไข้ธรรมดา นี่คือคดี

เธอหันไปสั่ง "กวานซง ไปต้มน้ำเดือด แล้วเอาถ่านร้อนมาให้หนึ่งก้อน อีกอย่าง หยิบขวดน้ำผึ้งกับเกลือ"

กวานซงพยักหน้า รีบวิ่งออกไปด้านนอก เสียงเท้าดังห่างไป

เซวียนอิงอยู่ลำพังกับคนไข้ เธอวางมือบนหน้าอกเด็กหนุ่มเบา ๆ รู้สึกถึงการยกขึ้นลงที่เกือบไม่ขยับ ลมหายใจเหมือนควันบาง ๆ ที่พร้อมจะดับทุกเมื่อ

เธอเปิดลิ้นชักยาหยิบซองสมุนไพรที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล วางลงบนโต๊ะ จากนั้นหยิบครกหิน เทสมุนไพรลงไปบดอย่างรวดเร็ว เสียงบดดังกรอบแกรบ กลิ่นฉุนของรากขิงแก่ผสมกับกลิ่นขมของหวงเหลียนลอยขึ้นมา เธอใส่ชวนซินเหลียนเพิ่มเล็กน้อย แล้วหยิบผงถ่านไม้ไผ่ที่เธอทำเองไว้

เธอพึมพำกับตัวเอง "พิษเย็น ต้องใช้ความร้อนกระตุ้นหัวใจ แต่ห้ามร้อนเกินไป ต้องถอนพิษด้วย ถ้าร้อนเกินจะดันพิษเข้าหัวใจ"

มือของเธอไม่หยุด เธอเคยอ่านตำราของตระกูลหลี่ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ ตำราที่เหลืออยู่ไม่สมบูรณ์ แต่พอให้เธอรู้ว่า "พิษกดชีพจร" ไม่ได้ฆ่าทันที มันฆ่าอย่างเงียบและแนบเนียน เหมือนคนที่อยากให้เหยื่อตายโดยไม่มีหลักฐาน

ทันใดนั้น อากาศในห้องเหมือนหนักขึ้น แสงตะเกียงสั่นวูบ แล้วกลับนิ่ง

เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวเธอ ไม่ใช่เสียงจากภายนอก ไม่ใช่เสียงคน เป็นเสียงที่ชัดเจนเหมือนมีใครอ่านคำสั่งอยู่หลังม่านใจ

"ระบบโอสถบัญชาชะตา เริ่มต้นการผูกชะตา"

เซวียนอิงชะงัก มือที่จับสากหยุดค้าง เธอไม่ใช่คนที่หวาดกลัวง่าย แต่ความรู้สึกถูก "มองเห็น" จากที่ไม่มีตัวตนนั้นทำให้เธอระวังโดยสัญชาตญาณ

เสียงนั้นพูดต่อ "ตรวจพบผู้ใช้มีคุณสมบัติ แพทย์สายชะตา ระดับเริ่มต้น เปิดใช้งานครั้งแรก"

ต่อหน้าตาเธอ เหมือนมีตัวอักษรสีอ่อนลอยอยู่ในอากาศ แต่ไม่ใช่ภาพลวง เธอเห็นมันชัด เห็นแม้จะหลับตาก็ยังเห็น

"ภารกิจหลักแรก ช่วยชีวิตผู้ป่วยโดยไม่ผิดศีลแพทย์"

"เงื่อนไขสำเร็จ ผู้ป่วยพ้นภาวะชีพจรดับภายในหนึ่งชั่วยาม ไม่ใช้วิธีอำพรางโรคเพื่อเอื้อคนชั่ว ไม่เรียกรับผลประโยชน์จากความเป็นความตาย"

"รางวัล แต้มคุณธรรม คะแนนระบบ 10 ปลดล็อกสกิล จับชีพจรขั้นลึก ระดับ 1"

"บทลงโทษ หากละเมิดศีลแพทย์ คะแนนระบบ ลด และปิดสกิลชั่วคราว"

เซวียนอิงกลืนน้ำลาย ความเงียบของห้องเหมือนถูกแบ่งครึ่ง เธอไม่รู้ว่าระบบนี้มาจากไหน ไม่รู้ว่าเป็นเทพ เป็นผี หรือเป็นกลไกของฟ้าดิน แต่เธอรู้ข้อเดียว นี่ไม่ใช่เวลาตั้งคำถาม คนบนเตียงกำลังจะตาย

"ข้าไม่ต้องการรางวัล" เธอพูดเบา ๆ เหมือนตอบกับอากาศ "แต่ข้าจะไม่ทำผิดศีลแพทย์"

ตัวอักษรเหมือนสั่นไหวเล็กน้อย แล้วนิ่ง เธอไม่ได้รับคำตอบ แต่ความรู้สึกเหมือนมี "สิ่งหนึ่ง" เฝ้ามองอยู่ไม่หายไป

เซวียนอิงหันกลับมาที่คนไข้ เธอเอาผงสมุนไพรที่บดแล้วใส่ถ้วย เติมน้ำอุ่นเล็กน้อยคนให้เข้ากัน กลายเป็นน้ำยาข้นสีดำปนน้ำตาล กลิ่นขมแรงจนแสบจมูก

เธอรู้ว่าคนหมดสติกลืนยาเองไม่ได้ ถ้าป้อนผิดอาจสำลักตาย นั่นคือผิดศีลแพทย์อย่างหนึ่ง การรักษาที่ประมาทไม่ต่างจากฆ่า

เธอหยิบเข็มฝังเข็มจากกล่อง เลือกเข็มที่บางที่สุด จัดผ้าห่มให้เปิดบริเวณข้อมือและหน้าอก เธอเอื้อมมือแตะจุดเน่ยกวนตรงปลายแขนด้านใน จากนั้นเลื่อนนิ้วไปจุดจูซานหลี่บริเวณขา เธอคิดเร็ว จุดไหนกระตุ้นหัวใจ จุดไหนขับพิษ จุดไหนช่วยเปิดเส้นลมปราณที่ถูกกด

เธอปักเข็มอย่างมั่นคง เข็มลงไปอย่างนุ่มนวล ไม่มีการสั่น ไม่มีการรีบเร่ง เสมือนเธอไม่ได้ต่อสู้กับความตาย แต่กำลังเจรจากับมัน

เธอวางมือบนหน้าอกคนไข้แล้วนับลมหายใจของเขา หนึ่ง สอง สาม จังหวะหายใจเหมือนจะขาดตอน เธอขมวดคิ้วแล้วใช้ปลายนิ้วกดจุดจงหว่านเบา ๆ เพื่อกระตุ้นลมปราณกลาง

ประตูด้านในเปิดผาง กวานซงกลับมาพร้อมหม้อน้ำเดือดและถ่านร้อน เขาวางลงอย่างรวดเร็ว "ได้แล้ว"

เซวียนอิงสั่งทันที "เอาถ่านร้อนห่อผ้า วางใกล้เท้าของเขา แต่อย่าให้โดนผิวตรง ๆ แล้วเอาน้ำเดือดเทใส่ชามใหญ่ ตั้งไว้ข้างเตียง ให้ไออุ่น"

กวานซงทำตาม มือเขาสั่นเล็กน้อย แต่พยายามนิ่ง

เซวียนอิงหยิบผ้าสะอาดชุบไอน้ำอุ่น บิดหมาด เช็ดหน้าและหน้าอกคนไข้เพื่อกระตุ้นการไหลเวียน เธอไม่ใช้ความร้อนแบบก้าวร้าว เธอทำให้ร่างกายค่อย ๆ กลับมารับการรักษา

"เขาจะรอดไหม" กวานซงถามเสียงแหบ

เซวียนอิงตอบโดยไม่ละสายตาจากคนไข้ "ขึ้นอยู่กับว่า พิษเข้าลึกแค่ไหน และเขาถูกวางพิษมานานเท่าไร"

กวานซงกัดฟัน "ข้าพบเขาเมื่อครู่เอง"

เซวียนอิงหันมองเขาแวบหนึ่ง สายตานั้นทำให้กวานซงเหมือนถูกเข็มทิ่มใจ "ข้าไม่ได้ถามว่าเจ้าเจอเขาเมื่อไร ข้าถามว่าเขาถูกวางพิษมานานเท่าไร"

กวานซงเงียบไป วินาทีหนึ่งนั้นเหมือนทั้งห้องถูกบีบให้แคบลง เขาสุดท้ายก็พูด "ข้าไม่รู้ แต่ข้าเห็นคนหนึ่งยัดอะไรเข้าปากเขา เหมือนเม็ดยาเล็ก ๆ แล้วเขาก็ทรุด"

เซวียนอิงพยักหน้า "เม็ดยาเร็วแบบนั้น พิษจะออกฤทธิ์ไว" เธอหยิบช้อนเล็ก ตักน้ำผึ้งผสมเกลือเล็กน้อยละลายในน้ำอุ่น ทำเป็นสารละลายจาง ๆ "ช่วยจับคางเขาให้เปิดนิดหนึ่ง"

กวานซงรีบทำตาม แต่เซวียนอิงยกมือห้ามก่อน "อย่าเงยหัวสูง" เธอสั่ง "ให้ศีรษะเอียงเล็กน้อยไปด้านข้าง ป้อนทีละหยด"

เธอค่อย ๆ หยดน้ำหวานเค็มลงข้างแก้มด้านในให้ไหลช้า ๆ ลงคอ เพื่อกระตุ้นการกลืนโดยไม่สำลัก ผ่านไปหลายหยด ลำคอของเด็กหนุ่มกระตุกเบา ๆ เหมือนร่างกายยังไม่ยอมแพ้

เซวียนอิงเห็นสัญญาณนั้นแล้วใจแน่นขึ้น เธอหยิบผงสมุนไพรขมที่เตรียมไว้ ละลายในน้ำอุ่นจนใสขึ้นเล็กน้อย จากนั้นใช้วิธีเดียวกัน หยดทีละน้อย รอให้เขากลืนก่อนหยดต่อ

เวลาผ่านไปเหมือนยาวกว่าปกติ เสียงข้างนอกเงียบราวกับตรอกทั้งตรอกหยุดฟังความเป็นความตายที่กำลังต่อรองกันในห้องนี้

ทันใดนั้น เด็กหนุ่มสะอึกแรง แล้วไอออกมา เสียงไอดังเหมือนดึงเอาความเย็นในทรวงอกออกมาด้วย ริมฝีปากที่คล้ำขึ้นก่อนหน้านี้เหมือนสีอ่อนลงนิดหนึ่ง

กวานซงตาแดง "เขาไอแล้ว"

เซวียนอิงไม่ยิ้ม เธอวางนิ้วลงที่ข้อมืออีกครั้ง ชีพจรยังอ่อน แต่ไม่หายไปเหมือนเดิม มันมีจังหวะที่พอจับได้ ราวกับเส้นด้ายที่เริ่มหลุดจากแรงกด

"ยังไม่ปลอดภัย" เธอพูด "นี่แค่หัวใจเริ่มขยับกลับมา พิษยังอยู่"

กวานซงถาม "ต้องทำอย่างไรต่อ"

เซวียนอิงมองไปที่เข็มฝังที่จุดเน่ยกวน เข็มสั่นเบา ๆ ตามชีพจรที่กลับมา เธอคิดเร็ว เธอต้องกระตุ้นให้พิษถูกดึงออกทางเส้นลมปราณ ไม่ให้เข้าใจกลาง และต้องทำให้ร่างกายขับออกได้โดยไม่ทำให้คนไข้ช็อก

เธอสั่ง "เตรียมภาชนะสะอาด และผ้าขาว" เธอหยุดนิดหนึ่งแล้วพูดเสียงต่ำ "ถ้าเขาอาเจียนเป็นสีดำหรือเขียว อย่าตกใจ นั่นคือพิษออก"

กวานซงรีบไปหยิบ

เซวียนอิงหยิบเข็มอีกเล่ม ปักเพิ่มที่จุดเหอกู่และไท่ชง เพื่อเปิดทางลมปราณทั่วตัว จากนั้นใช้มืออีกข้างกดนวดเบา ๆ ตามแนวกลางหน้าอกลงไปที่ท้อง ช่วยให้กระเพาะรับการกระตุ้น

เด็กหนุ่มครางเบา ๆ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงคนกลับมามีสติเต็มที่ แต่เป็นเสียงของชีวิตที่ไม่ยอมปล่อยมือ

เซวียนอิงโน้มตัวลงใกล้หูเขา พูดชัด ๆ "ซือจิ่ว ฟังข้า ถ้าเจ้ารู้สึกอยากอาเจียน อย่ากลั้น ปล่อยออกมา"

เปลือกตาของเด็กหนุ่มสั่น เหมือนเขาได้ยิน แม้จะยังไม่ลืมตา

ไม่กี่ลมหายใจต่อมา เขาสะอึกอีกครั้ง ร่างกายงอขึ้นเล็กน้อย แล้วอาเจียนออกมาเป็นน้ำขมสีเข้ม มีกลิ่นโลหะปนอยู่ กวานซงรีบรับภาชนะไว้ มือเขาสั่นแต่ไม่หลุด

เซวียนอิงมองสีและกลิ่นอย่างตั้งใจ สายตาเธอเหมือนหมอนิติเวชที่ดูหลักฐานจากศพ เธอไม่รังเกียจ เธออ่านมัน

"มีโลหะจริง" เธอพึมพำ "และมีสมุนไพรเย็นปนอยู่"

เธอหยิบเข็มเงินแตะน้ำอาเจียน ปลายเข็มหม่นดำชัดขึ้นกว่าเดิม เธอสูดลมหายใจ "พิษชนิดนี้ไม่ได้แค่ฆ่า มันปิดหลักฐานด้วย เพราะอาการเหมือนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ชีพจรเหมือนถูกลบออกจากร่าง"

กวานซงหน้าซีด "หมายความว่า ถ้าเขาตาย คนจะบอกว่าเขาป่วยเอง"

เซวียนอิงตอบ "ใช่" แล้วสายตาเธอแข็งขึ้น "และถ้าใครตั้งใจทำเช่นนั้น แปลว่าเขาไม่กลัวกฎหมาย ไม่กลัวเวรกรรม เขากลัวเพียงอย่างเดียว คือความจริงถูกจับได้"

ในหัวเธอ ตัวอักษรของระบบกระพริบอีกครั้งเหมือนเตือนว่าทุกการกระทำมีราคา

เซวียนอิงไม่สนใจมัน เธอสนใจคนไข้ เธอเช็ดปากให้เด็กหนุ่ม ป้อนน้ำอุ่นอีกเล็กน้อยให้ล้างคอ แล้วจับชีพจรซ้ำ

คราวนี้ ชีพจรยังเบา แต่มีจังหวะคงเส้นคงวามากขึ้น เหมือนมือที่บีบไว้เริ่มคลาย

กวานซงถอนหายใจเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าหายใจได้ "เขาดีขึ้นแล้วใช่ไหม"

เซวียนอิงส่ายหน้า "เขายังอยู่ในคมมีด" เธอหันไปมองหน้าต่างที่ปิดสนิท "คนที่วางพิษอาจคิดว่าเขาตายแล้ว ถ้าพวกนั้นรู้ว่าเขายังรอด เขาจะกลับมาแน่"

กวานซงชะงัก "คุณหนูหลี่หมายความว่า"

เซวียนอิงพูดช้า ๆ แต่หนักแน่น "คืนนี้เขาต้องอยู่ที่นี่ และโรงหมอหลี่ต้องปิดเงียบ" เธอมองกวานซงตรง ๆ "และเจ้าต้องตอบข้าให้ได้ ว่าเจ้าพาเขามาเพราะเมตตา หรือเพราะเจ้ากำลังหนีอะไร"

กวานซงกลืนน้ำลาย เขาไม่ตอบทันที แต่สายตาของเขาเหมือนคนที่แบกหนี้เลือดอยู่จริง ๆ

ขณะนั้น เด็กหนุ่มบนเตียงขยับนิ้วมือเล็กน้อย เหมือนพยายามคว้าอากาศ เซวียนอิงรีบก้มลงจับมือเขาไว้ มือเย็นเฉียบแต่ไม่แข็งตาย

ริมฝีปากของเขาขยับ เสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน แต่คำที่หลุดออกมาทำให้บรรยากาศในห้องเหมือนถูกตัดด้วยมีด

"อย่า...ให้เขียนชื่อข้า...ในบัญชีตาย..."

เซวียนอิงนิ่งไปชั่วขณะ

บัญชีตาย ไม่ใช่คำพูดของเด็กชาวบ้านทั่วไป นี่คือคำของคนที่รู้ว่ามีระบบบางอย่างในโลกที่ "ลบชื่อคน" ได้ ไม่ใช่แค่ฆ่า แต่ทำให้เหมือนไม่เคยมีอยู่

เซวียนอิงบีบมือเขาเบา ๆ "ข้าจะไม่ให้เจ้าตาย" เธอพูดชัด "และข้าจะไม่ให้ใครลบชีพจรของเจ้าได้ง่าย ๆ"

ไฟตะเกียงสั่นอีกครั้ง เหมือนรับคำสาบาน

ในหัวเธอ ระบบโอสถบัญชาชะตาปรากฏข้อความใหม่ สั้นและเย็น

"เริ่มจับตาคดี ชีพจรถูกปิด ระดับความเสี่ยง สูง"

เซวียนอิงยกสายตาขึ้น มองไปยังประตูด้านนอกที่ยังปิดอยู่ แต่เธอรู้สึกเหมือนมีเงาคนยืนอยู่หลังไม้บานนั้น เงาที่ไม่ได้มาเพื่อขอยา แต่มาเพื่อปิดปากความจริง

เธอสูดลมหายใจลึก แล้วพูดกับกวานซงด้วยน้ำเสียงที่ไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ "ล็อกประตู ทุกบาน ดับไฟหน้าร้าน เหลือแค่ในห้องนี้ และถ้าใครมาเคาะ ไม่ว่าใคร อย่าเปิด จนกว่าข้าจะบอก"

กวานซงพยักหน้าอย่างหนักแน่น ราวกับรู้ว่าเขาก้าวเข้ามาในเรื่องที่ใหญ่กว่าชีวิตคนหนึ่งแล้ว

เซวียนอิงหันกลับมาที่เด็กหนุ่ม เธอเริ่มจัดยาชุดต่อไปสำหรับประคองหัวใจและขับพิษ เธอคำนวณเวลาในใจ หนึ่งชั่วยาม ระบบตั้งเงื่อนไขไว้ชัด และเธอเองก็รู้ว่า หากพลาดเพียงนิดเดียว ชีพจรที่เพิ่งกลับมา อาจถูกลบอีกครั้ง

แต่ในความเงียบของคืนหนาวนั้น หลี่เซวียนอิงไม่ได้รู้สึกกลัว เธอรู้สึกเหมือนเลือดในตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับสิ่งที่ถูกซ่อนมานาน

ตระกูลหลี่เคยรุ่งเรือง เคยถูกเหยียบให้จม และชื่อถูกทำให้เลือนหาย

คืนนี้ เธอจะเริ่มเขียนชื่อกลับลงไปในโลก ด้วยปลายเข็ม ด้วยถ้วยยา และด้วยศีลแพทย์ที่ไม่มีใครซื้อได้

นอกประตู เสียงก้าวเท้าเบา ๆ ดังขึ้นในตรอก เหมือนใครสักคนหยุดยืนฟัง แล้วเงียบหายไปกับลม

เซวียนอิงไม่เงยหน้า แต่ปลายนิ้วเธอวางลงบนชีพจรของซือจิ่วอย่างมั่นคง

จังหวะนั้นยังเบา

แต่ยังอยู่

และตราบใดที่ยังอยู่ คดีนี้ยังเปิดได้ แม้จะมีใครพยายามปิดมันทั้งเมืองก็ตาม

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
55 Bab
ตอนที่ 1 ชีพจรที่ถูกลบ
ตอนที่ 1 ชีพจรที่ถูกลบพู่กันขึ้นเขียนชื่อยากับจำนวนเงินด้วยลายมือที่นิ่งและคม เธอไม่ได้สวมเครื่องประดับงดงามอย่างบุตรสาวคหบดี ไม่ได้แต่งหน้าจัด แต่ความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและสายตาที่นิ่งเหมือนสระน้ำลึกทำให้คนที่มองรู้สึกว่า นี่คือคนที่วางความรู้ไว้เหนือคำซุบซิบประตูไม้ถูกกระแทกเปิดดังปังเสียงเท้าหนักรีบเร่งดังเข้ามาพร้อมลมหายใจหอบ กวานซง ชายหนุ่มร่างล่ำในเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นโคลนก้าวเข้ามาแทบสะดุดธรณี เขาหอบคนหนึ่งไว้บนหลัง เด็กหนุ่มตัวผอม ซีดจนเหมือนกระดาษขาว แขนห้อยลงอย่างไร้เรี่ยวแรงกวานซงเอ่ยเสียงสั่น "คุณหนูหลี่ ช่วยด้วย เขาจะตายแล้ว"เซวียนอิงเงยหน้าขึ้น ไม่ถามก่อนว่าเป็นใคร ไม่ถามว่ามาจากไหน เธอวางพู่กันลงทันที ลุกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว "วางเขาลงบนเตียงตรวจ"กวานซงพยักหน้า รีบพาเข้าไปด้านใน เสียงผ้าห่มถูกดึง เสียงไม้เตียงดังครืด เด็กหนุ่มถูกวางลงอย่างระมัดระวัง แต่หัวของเขากระแทกหมอนเบา ๆ ริมฝีปากสีคล้ำเม้มแน่นเหมือนกำลังกลั้นลมหายใจสุดท้ายเซวียนอิงขยับเข้าไปข้างเตียง สองนิ้วแตะที่ข้อมือซ้ายของเด็กหนุ่ม ท่ามกลางความเงียบ มีเพียงเสียงไฟตะเกียงแตกดังเปาะและเสียงหายใจหอบของกวานซงน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-02
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 รอยเข็มต้องห้าม
ตอนที่ 2 รอยเข็มต้องห้ามไฟในห้องตรวจเหลือเพียงตะเกียงหนึ่งดวง แสงสีอำพันตกบนใบหน้าซีดของซือจิ่วและปลายเข็มเงินที่ปักค้างอยู่ตามจุดสำคัญ กลิ่นขมของยาที่เพิ่งป้อนผสมกับกลิ่นอาเจียนสีเข้มยังไม่จาง เซวียนอิงใช้ผ้าขาวเช็ดมืออย่างเงียบ ๆ แล้วหันไปมองกวานซงที่ยืนเฝ้าหน้าประตูด้านในเหมือนเสาหิน"ประตูหน้าร้านล็อกแล้วหรือยัง" เธอถามโดยไม่หันหน้า"ล็อกแล้ว" กวานซงตอบเสียงต่ำ "ข้าดับไฟหน้าร้านหมดแล้ว เหลือแค่นี้"เซวียนอิงพยักหน้า เธอไม่ได้วางใจเพราะคำรับรอง แต่เพราะได้ยินความเงียบในตรอกที่ไม่ใช่ความเงียบปกติ เมืองหลินอันยามค่ำไม่เคยนิ่งสนิท มีเสียงเมาคุย มีเสียงสุนัขเห่า มีเสียงล้อเกวียนไกล ๆ ทว่าเวลานี้มันเหมือนทั้งตรอกกลั้นหายใจเธอขยับเข้าไปใกล้เตียงอีกครั้ง วางปลายนิ้วลงบนชีพจรที่ข้อมือของซือจิ่ว จังหวะกลับมามีอยู่จริง แต่ยังเหมือนคนเดินอยู่บนสะพานไม้ผุ ก้าวพลาดนิดเดียวก็ตกน้ำในหัวของเธอ ข้อความของระบบที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้ยังเหมือนรอยหมึกที่ไม่ลบเลือน เธอไม่ได้สนใจมันจนเสียสมาธิ แต่เธอรับรู้ว่าโลกกำลังมองการรักษาของเธอเป็นสิ่งที่มีราคาและมีผลลัพธ์เซวียนอิงยกมือแตะหน้าผากของซือจิ่ว ความเ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-02
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 สมุนไพรที่ถูกสลับ
ตอนที่ 3 สมุนไพรที่ถูกสลับเหมือนจะขาดอีกแล้ว จังหวะหายใจยังติดขัดเล็กน้อยเหมือนคนที่ยังมีหินก้อนหนึ่งกดอยู่ในอก ทว่าอย่างน้อย หินก้อนนั้นไม่หนักพอจะบดหัวใจให้หยุดกวานซงยืนอยู่มุมห้อง ตาแดงเพราะไม่ได้นอน มือเขากำถุงผ้าขนาดเล็กที่มีห่อยาอยู่ข้างใน เหมือนคนถือก้อนหินที่ไม่รู้ว่าจะโยนทิ้งหรือแบกต่อเซวียนอิงตรวจชีพจรซือจิ่วอีกครั้ง ใช้สกิลจับชีพจรลึกที่เพิ่งปลดล็อกเมื่อวาน จังหวะชีพจรแท้ยังคงไหลอยู่ใต้ชั้นของชีพจรลวงที่พิษทิ้งไว้ แต่วันนี้ชีพจรแท้กลับมั่นคงขึ้นเล็กน้อย เหมือนคนที่ได้ดื่มน้ำอุ่นในคืนหนาวเธอถอนหายใจช้า ๆ แล้วหันไปทางกวานซง "ยาชุดที่ข้าให้เจ้าซื้อเมื่อฟ้าสาง เจ้าได้มาแล้วหรือ"กวานซงรีบยื่นถุงผ้าให้ "ได้มาแล้ว ข้าไปตลาดยาตามที่คุณหนูบอก ร้านเดิมที่คนในตรอกนิยมซื้อ เขาว่าของดีและถูก"เซวียนอิงรับถุงผ้าไว้ เธอไม่ได้เปิดทันที แต่ชั่งน้ำหนักด้วยฝ่ามือก่อน ความรู้สึกแรกไม่ใช่ความหนักหรือเบา แต่เป็นความแปลกที่บอกไม่ถูก เหมือนจับถุงข้าวสารแล้วสัมผัสได้ว่ามีเม็ดทรายปนอยู่เธอวางถุงผ้าลงบนโต๊ะ เปิดออกช้า ๆ กลิ่นสมุนไพรลอยขึ้นมา แต่มันไม่ใช่กลิ่นที่ควรเป็นเธอหยิบชิ้นรากแห้งขึ้นมาด
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-02
Baca selengkapnya
ตอน 4 สมาคมแพทย์กดดัน
ตอน 4 สมาคมแพทย์กดดันแสงเช้าของหลินอันส่องผ่านช่องไม้หน้าต่างเข้ามาเป็นเส้นบาง ๆ ฝุ่นในอากาศลอยช้า ๆ เหมือนความลับที่ยังไม่ยอมตกลงพื้น โรงหมอหลี่กลับมาดูเหมือนเปิดตามปกติภายนอก ประตูหน้าไม่ปิดสนิทเหมือนคืนก่อน มีป้ายผ้าสีซีดแขวนไว้บอกว่ารับตรวจคนไข้ แต่น้ำหนักของเช้าวันนี้ไม่เหมือนเช้าอื่น ๆ เพราะใต้พื้นไม้ด้านในยังมีคนที่ทั้งเมืองกำลังพยายามทำให้หายไปเซวียนอิงยืนหลังฉากไม้ กำลังตวงยาอย่างระมัดระวัง เสียงน้ำเดือดในหม้อดังปุด ๆ สม่ำเสมอ เธอจงใจทำให้เสียงร้านเหมือนปกติ มีคนเดินเข้าออกเบา ๆ สองสามรายที่มาขอยาแก้ไอและยาทาแก้ปวดข้อ เธอตรวจอย่างรวดเร็ว จ่ายยาอย่างเรียบ และไม่ปล่อยให้ใครเดินลึกเข้ามาเกินม่านกั้นห้องในกวานซงยืนหน้าร้านเหมือนคนช่วยงาน มือหนึ่งคอยรับเงิน อีกมือคอยจับกลอนประตูให้พร้อมปิด เขายังไม่ชินกับการต้องทำหน้าที่ทั้งเฝ้าคนทั้งเฝ้าคดี แต่เขาพยายามนิ่ง เพราะรู้ว่าความนิ่งคือเกราะบางที่สุดของคนที่กำลังถูกล่าซือจิ่วอยู่ใต้พื้น ได้น้ำอุ่นและยาอ่อน ๆ ตามที่เซวียนอิงสั่ง ชีพจรแท้เริ่มตั้งตัวได้มากขึ้นแต่ยังไม่พอให้ขึ้นมาเผชิญแสงในร้าน เธอให้เขาอดทนอีกหนึ่งวัน อย่างน้อยให้พิษท
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-02
Baca selengkapnya
ตอน 5 ยาที่ไม่มีในตำรา
ตอน 5 ยาที่ไม่มีในตำราค่ำลงอีกครั้งเหนือเมืองหลินอัน ท้องฟ้าสีเทาหม่นเหมือนหมึกที่ถูกเจือจางจนไร้ประกาย ลมหนาวพัดลอดรอยไม้ของโรงหมอหลี่เข้ามาเป็นระยะ กลิ่นสมุนไพรอุ่น ๆ จากหม้อยายังคงลอยอยู่ แต่คืนนี้กลิ่นนั้นไม่ใช่กลิ่นที่ให้ความสบายใจเหมือนปกติ มันเป็นกลิ่นของการตัดสินใจเซวียนอิงยืนอยู่หน้าชั้นลิ้นชักยา ดวงตาเธอไล่ผ่านตัวอักษรที่เขียนบนป้ายไม้เล็ก ๆ ทีละช่อง เหมือนกำลังอ่านหนังสือเงียบ ๆ ที่ไม่มีเล่มให้เปิด เธอหยิบลิ้นชักหนึ่งออกมา ดูเนื้อยาด้านใน แล้วใส่กลับ เหมือนลังเล แต่แท้จริงกำลังคำนวณความเสี่ยงทุกเส้นทางหลังม่านด้านใน ซือจิ่วนั่งพิงหมอน ใบหน้าซีดแต่ไม่เหมือนคนใกล้ตายเหมือนคืนแรก เขาเริ่มพูดได้ยาวขึ้น เริ่มกลืนอาหารอ่อน ๆ ได้บ้าง ทว่าในส่วนลึกของร่างกาย พิษยังเหมือนตะกอนที่นอนก้น หากกวนผิดจังหวะ มันจะลอยขึ้นมาปิดลมหายใจอีกครั้งกวานซงปิดประตูหน้าร้านแน่น ตรวจกลอนสามครั้งเหมือนกลัวว่าจะพลาดเพียงครั้งเดียว เขาเดินกลับมาหาเซวียนอิง กระซิบ "วันนี้ไม่มีใครมาเคาะ แต่ข้ารู้สึกเหมือนมีคนยืนดูอยู่ปลายตรอก"เซวียนอิงพยักหน้า "เขารอให้สมาคมกลับมา" เธอตอบ "หรือรอให้ซือจิ่วตายเองจากพิษท
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-02
Baca selengkapnya
ตอน 6 ชีพจรกลับมา
ตอน 6 ชีพจรกลับมาศาลเจ้าหลังเขาตั้งอยู่เหนือชุมชนไปไม่ไกล เป็นศาลเล็กเก่าแก่ที่คนเมืองหลินอันแวะไหว้เมื่ออยากขอให้ฝนตกหรือขอให้ลูกหายป่วย กลางวันมีควันธูปและเสียงสวดเบา ๆ กลางคืนกลับเงียบเหมือนถูกทิ้งให้เป็นที่พักของลมหนาว แสงจันทร์คืนนี้ขุ่นมัว หมอกลืนเงาต้นสนริมทางจนดูเหมือนเสาไม้ดำเรียงรายกวานซงแบกซือจิ่วขึ้นบันไดหินทีละขั้น เหงื่อซึมแม้อากาศหนาว เพราะคนบนหลังยังหนัก และเพราะทุกก้าวมีความกลัวเดินตามมา เซวียนอิงเดินนำ มือหนึ่งถือโคมกระดาษที่ปิดบังแสงไว้ให้สลัวพอไม่ดึงสายตาคนไกล อีกมือกุมห่อผ้ายาแน่น เธอไม่ได้วิ่ง ไม่เร่งจนล้ม แต่เดินด้วยจังหวะมั่นคงแบบคนที่รู้ว่าความผิดพลาดเล็กน้อยอาจกลายเป็นหลักฐานให้ศัตรูเมื่อถึงหลังศาล มีห้องเก็บของเก่าที่แทบไม่มีใครเปิด ประตูไม้ผุมีรอยตะปูเก่า เซวียนอิงหยิบกุญแจสนิมที่เธอเตรียมไว้จากครั้งก่อน ตอนเด็ก ๆ เธอเคยแอบขึ้นเขามาที่นี่กับพ่อเพื่อหาเห็ดหลินจือและสมุนไพรหายาก พ่อเคยบอกว่า "หมอที่ดีต้องรู้จักที่หลบลม" ตอนนั้นเธอคิดว่าหลบลมคือหลบฝนหลบหนาว วันนี้เธอเพิ่งเข้าใจว่า บางครั้งต้องหลบลมของอำนาจด้วยประตูเปิดออกด้วยเสียงเอี๊ยดต่ำ ๆ กลิ่นไม้เก่าแล
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-02
Baca selengkapnya
ตอน 7 คนที่กำลังตามล่า
ตอน 7 คนที่กำลังตามล่ากลางคืนบนเขาเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนเอง ศาลเจ้าหลังเขาเหมือนเรือลำเล็กที่ลอยอยู่กลางทะเลหมอก เสียงระฆังเก่าที่แขวนหน้าศาลดังแผ่ว ๆ เมื่อกระแสลมพัดผ่าน เหมือนเตือนว่าคืนนี้ยังไม่จบ แม้ชีพจรของซือจิ่วจะกลับมาแล้วก็ตามเซวียนอิงนั่งพิงผนังใกล้เตียง เธอหลับตาเพียงครึ่งเดียว มือยังวางบนห่อเข็มเงิน ข้างกายมีถ้วยน้ำอุ่นและผ้าสะอาด กวานซงนั่งเฝ้าประตูห้องเก็บของเก่า เขาไม่ได้นอนเช่นกัน ตาเขาจับเงามืดด้านนอกไม่วาง เหมือนกลัวว่าหมอกจะกลายเป็นคนได้ซือจิ่วนอนตะแคงห่มผ้าหนา ลมหายใจสม่ำเสมอขึ้น แต่ยังมีเสียงไอเบา ๆ เป็นช่วง ๆ ทุกครั้งที่เขาไอ เซวียนอิงจะเปิดตาเต็มที่ทันที ฟังจังหวะชีพจรด้วยสกิลจับชีพจรลึก แล้วค่อยผ่อนกลับเมื่อแน่ใจว่าหัวใจยังมั่นคงเวลาผ่านไปจนเทียนในโคมใกล้หมดไส้ ความมืดหนาขึ้นอีกระดับแล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นไม่ใช่เสียงลม ไม่ใช่เสียงสัตว์ป่าเป็นเสียงเหยียบใบไม้แห้งที่ถูกกดด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น และเป็นจังหวะที่มีคนมากกว่าหนึ่งกวานซงเงยหน้าเร็ว มือเขาขยับไปจับไม้พลองทันที เซวียนอิงไม่ลุกพรวด เธอเพียงยกนิ้วขึ้นเป็นสัญญาณให้เงียบ แล้วค่อย ๆ ขยับตัวไปใกล้
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-02
Baca selengkapnya
ตอน 8 แม่ทัพเซียวเหยียนจวิน
ตอน 8 แม่ทัพเซียวเหยียนจวินฟ้ายังไม่สว่าง แต่ความมืดเริ่มบางลงเหมือนผ้าคลุมที่ถูกยกขึ้นทีละนิด ป่าด้านหลังเขาเย็นชื้นจนไอหายใจกลายเป็นหมอกเล็ก ๆ ลอยออกจากปากทุกครั้งที่กวานซงหอบหนัก เขาแบกซือจิ่วมาเป็นชั่วโมง ขาเริ่มสั่น แต่ไม่ยอมวาง เพราะเสียงฝีเท้าของคนตามล่ายังไล่มาเป็นระยะ เหมือนเงาที่ไม่รู้จักเหนื่อยเซวียนอิงเดินข้าง ๆ ไม่ได้ถือโคมแล้ว เธอดับมันตั้งแต่หลุดจากศาลเจ้าเพื่อไม่ให้เป็นเป้า แสงเดียวที่เธอมีคือแสงจากความคุ้นชินทางป่าและความแน่นของชีพจรที่เธอจับได้เป็นครั้งคราว เมื่อใดที่ซือจิ่วหายใจสะดุด เธอจะยกมือแตะข้อมือเขาแค่หนึ่งลมหายใจ แล้วรู้ทันทีว่าต้องให้หยุดพักหรือเดินต่อ"หยุดตรงนี้" เซวียนอิงกระซิบในที่สุด เมื่อพวกเขามาถึงแอ่งหินที่มีต้นสนบังรอบด้านกวานซงทรุดเข่าลง วางซือจิ่วพิงหินอย่างระวัง เหงื่อของเขาเย็นจนเหมือนน้ำแข็ง "ข้าขอโทษ" เขาพูดเสียงหอบ "ข้าคิดว่าล่อเขาได้ แต่เขามาเร็วกว่าเดิม"เซวียนอิงไม่ตำหนิ เธอคุกเข่าลงข้างซือจิ่ว เปิดผ้าห่มให้เขาหายใจได้สะดวกขึ้น แล้วจับชีพจรลึกทันที ชีพจรแท้ยังอยู่และสู้ดี แต่มันเริ่มแกว่งจากความหนาวและความเหนื่อยเหมือนสายธารที่ถูกหินทั
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-02
Baca selengkapnya
ตอน 9 การรักษาที่ผิดกฎ
ตอน 9 การรักษาที่ผิดกฎค่ายทหารชายแดนตั้งอยู่บนเนินกว้างที่มองเห็นเส้นทางเกวียนและทุ่งหญ้าไกลสุดตา รั้วไม้สูงเรียงแน่นมีหอเฝ้าทุกมุม ธงประจำเมืองชายแดนสะบัดในลมเช้าจนเกิดเสียงดังพรึ่บพรั่บเหมือนหัวใจของค่ายเต้นเป็นจังหวะ ทหารเดินสวนกันเป็นระเบียบ เสื้อเกราะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง แต่ไม่มีใครพูดมาก ทุกคนดูเหมือนคุ้นกับการใช้แรงมากกว่าการใช้คำซือจิ่วถูกหามบนเปลเข้าสู่ด้านในสุดของค่าย ผ่านสายตาของทหารหลายสิบคู่ที่มองด้วยความสงสัยและระวัง ในสายตาพวกเขา คนเจ็บไม่ใช่แค่คนเจ็บ แต่เป็นความเสี่ยง เป็นข่าว เป็นรอยรั่วที่อาจทำให้ค่ายทั้งค่ายล้มเซวียนอิงเดินข้างเปล ใบหน้าสงบแต่ในใจตึงเหมือนเชือกที่ถูกรัด เธอไม่กลัวดาบ กลัวสิ่งที่มองไม่เห็นมากกว่า กลัวคำสั่งที่เขียนบนกระดาษ และกลัวสายตาที่บอกว่า หากคนบนเปลตาย ทุกอย่างจะถูกโยนมาที่หมอผู้หญิงคนนี้ง่ายที่สุดแม่ทัพเซียวเหยียนจวินขี่ม้านำขบวนเข้าไปถึงลานใน เขาลงจากม้าอย่างเงียบและรวดเร็ว แล้วหันมาสั่งคนสนิทที่เดินตามมา "พาเขาไปเรือนพักทหารบาดเจ็บ แต่แยกห้อง" เขาเว้นจังหวะก่อนเสริม "ห้ามคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้"ทหารคนสนิทค้อมศีรษะ "รับคำสั่ง"เซวียน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-02
Baca selengkapnya
ตอน 10 หมอหลี่กลับมา
ตอน 10 หมอหลี่กลับมารุ่งเช้าในค่ายชายแดนไม่ได้มีกลิ่นหอมของข้าวใหม่เหมือนในเมืองหลินอัน มันมีกลิ่นโลหะจากเกราะที่ถูกเช็ด กลิ่นดินจากลานฝึก และกลิ่นยาสมุนไพรที่ต้มค้างคืนอยู่ในเรือนบาดเจ็บ เสียงแตรปลุกดังยาว ทหารเดินเป็นแถวผ่านหน้าต่างไม้แคบ ๆ จังหวะเท้ากระทบพื้นเหมือนหัวใจของค่ายที่ไม่เคยหยุดพักเซวียนอิงไม่ได้นอนทั้งคืนเต็ม ๆ เธอนั่งเฝ้าข้างเตียงซือจิ่ว สลับระหว่างจับชีพจรลึก ตรวจสีริมฝีปาก และเช็ดเหงื่อเย็นที่ออกเป็นระยะ เมื่อใดที่ชีพจรแกว่ง เธอจะหมุนเข็มที่คุมหัวใจเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ แล้วปล่อยให้ร่างกายจัดระเบียบตัวเองเหมือนให้โอกาสคนเจ็บหายใจด้วยแรงของตนเองตอนฟ้าสาง ซือจิ่วลืมตาขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่การตื่นแบบหลงทาง แต่เป็นการตื่นที่มีสติ เขามองเพดานไม้ของเรือนบาดเจ็บ แล้วหันมามองเธอด้วยสายตาที่ชัดและนิ่งกว่าเดิมมาก"ข้ายังอยู่" เขาพูดเสียงแหบ แต่ประโยคเต็มคำเซวียนอิงวางปลายนิ้วบนข้อมือเขาอีกครั้ง ชีพจรแท้ตอบแรงขึ้น มีจังหวะที่แน่นเหมือนกลองที่เพิ่งถูกขึงใหม่ เธอถอนลมหายใจยาวอย่างเงียบ ๆ เหมือนคนเพิ่งวางหินหนักลงจากบ่า"เจ้ายังอยู่" เธอตอบ "และคราวนี้อยู่จริง"ซือจิ่วพยายามย
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-02
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status