Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2024-11-10 18:52:50

“คือว่าแม่หนูท่านไม่สบาย คุณหมอบอกให้รีบไปโรงพยาบาลด่วน” น้ำเสียงของราตรีดาวสั่นเล็กน้อยเพราะเธอห่วงว่าครั้งนี้แม่จะไม่กลับมาหาอีกแล้ว 

“งั้นรีบไป เดี๋ยวฉันให้คนขับรถขับไปส่งเอง”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูนั่งวินมอไซค์ไปได้”

“ไม่ได้ๆ ฝนเริ่มลงเม็ดแล้ว ขึ้นรถเถอะ จะได้รีบไปกัน” กรองแก้วรบเร้า 

“ขอบคุณมากค่ะ” ในที่สุดราตรีดาวก็ยอมเข้าไปนั่งในรถคันหรูของกรองแก้ว จากนั้นคนขับรถก็รีบขับพาคนทั้งคู่ไปยังโรงพยาบาล 

เมื่อมาถึงยังไม่ทันที่รถจะได้จอดสนิทด้วยซ้ำ      ราตรีดาวก็หันมาไหว้ลาพร้อมขอบคุณกรองแก้วแล้วเปิดประตูลงไปจากรถอย่างรีบร้อน 

“กลับกันเถอะ ไว้พรุ่งนี้เทิดค่อยมาดูว่าแม่ของหนูตรีเป็นยังไงบ้าง” 

“ได้ครับ” คนขับรถของกรองแก้วเอ่ยรับก่อนจะพาเจ้านายมุ่งตรงกลับบ้าน ซึ่งขณะนั้นอาการของแม่       ราตรีดาวนั้นโคม่าอีกครั้งแต่เธอก็ยังไม่ถอดใจที่จะยื้อลมหายใจของแม่ไว้ แม้จะเป็นการยื้อด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ตาม นั่นเพราะเธอยังไม่พร้อมที่จะรับความสูญเสียจริงๆ 

วันรุ่งขึ้นคนขับรถของกรองแก้วก็แวะไปที่โรงพยาบาลอีกครั้งพร้อมกับสืบข่าวเรื่องอาการป่วยของแม่ราตรีดาวอย่างละเอียดจากนั้นก็กลับไปรายงานผู้เป็นเจ้านายและทำอยู่แบบนี้ติดกันหลายครั้ง กระทั่งกรองแก้วตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่าง

“คุณอยากพบหนูเหรอคะ” ราตรีดาวเอ่ยถามเพราะวันนี้จู่ๆ คนขับรถของกรองแก้วก็ไปรอที่ทำงานแล้วบอกว่ากรองแก้วอยากพบ

“ใช่ ฉันพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อมแล้วกันนะ”

“ค่ะ”

“ฉันรู้เรื่องแม่ของหนูที่กำลังป่วยรวมถึงเรื่องที่หนูยังไม่ได้จ่ายค่ารักษาก้อนใหญ่ให้กับทางโรงพยาบาล” จากที่คนขับรถส่วนตัวสืบข่าวมาได้คืออีกไม่กี่วันราตรีดาวต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลของแม่ซึ่งยอดเงินไม่ใช่น้อยๆ 

“ค่ะ”

“ฉันจะช่วยแต่ก็ไม่ได้ช่วยฟรีๆ หรอกนะ เพราะมีข้อแม้อยู่เหมือนกัน”

“ข้อแม้หรือคะ”

“ใช่ หนูช่วยฟังข้อแม้ของฉันก่อนแล้วค่อยให้คำตอบก็ได้ว่าจะรับหรือไม่รับความช่วยเหลือจากฉัน”หัวใจของราตรีดาวเต้นรัวรู้สึกกลัวกับการรับฟังข้อแม้ที่ว่าอย่างบอกไม่ถูก กรองแก้วถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดอย่างตรงไปตรงมา ว่าเธอนั้นอยากให้ราตรีดาวไปอยู่กินกับลูกชายตัวเองในฐานะสามีภรรยา โดยเธอจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวของแม่       ราตรีดาวให้ทั้งหมดรวมทั้งยังจะให้เงินสดอีกก้อนหนึ่งเพื่อรับขวัญ

ทุกๆ คำที่ได้ยินทำให้ราตรีดาวช็อค เธอนั่งก้มหน้าพร้อมกับบีบมือตัวเองตลอดเวลา หัวคิ้วได้รูปขมวดเป็นปมเข้าหากันบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังเครียด ถ้ายอมทำตามข้อเสนอของกรองแก้วจะไม่เท่ากับว่าเธอขายตัวอย่างนั้นเหรอ แต่ถ้าไม่ทำแล้วเธอจะหาเงินจากไหนมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่ได้ทันกำหนด อีกอย่างสิ่งที่เธอหวงแหนมาตลอดชีวิตก็สลายไปแล้วในคืนนั้น ร่างกายของเธอมันเต็มไปด้วยคราบสกปรกที่จะพยายามเท่าไหร่ก็ล้างออกได้ไม่หมด

“ทำไมถึงเป็นหนูคะ”

“ฉันไม่ได้ยื่นข้อเสนอให้เพราะเห็นว่าหนูลำบากหรอกนะ แต่ฉันเอ็นดูมากจริงๆ ไม่แน่ว่าชาติก่อนเราอาจเคยทำบุญร่วมกันมา” รอยยิ้มของกรองแก้วนั้นอบอุ่นไม่ได้แฝงความเจ้าล่ห์อะไรไว้เลยแม้แต่น้อย

“หนูขอบคุณที่คุณเอ็นดู แต่หนูขอปฏิเสธได้ไหมคะ” น้ำเสียงของราตรีดาวนั้นสั่นเทาเล็กๆ สีหน้าก็ยังคงเต็มไปด้วยความกังวลที่กรองแก้วเองก็สัมผัสได้ 

“ฉันขอฟังเหตุผลหน่อยได้ไหมว่าเพราะอะไรถึงปฏิเสธ”  

“หนูผ่านมือผู้ชายมาแล้ว คงไม่เหมาะที่จะไปดูแลลูกชายคุณในฐานะภรรยาที่คู่ควร” ราตรีดาวเอ่ยบอกเพราะฐานะของเธอกับคนตรงหน้าแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทว่าคำพูดอย่างตรงไปตรงมาแต่มันกลับได้ใจกรองแก้ว 

“ลูกชายฉันก็ผ่านมือผู้หญิงมาแล้วเหมือนกัน เผลอๆ จะเยอะกว่าหนูด้วยซ้ำ ในเมื่อตัวเองยังทำไม่ได้ทำไมต้องคาดหวังจากคนอื่น อีกอย่างผู้หญิงเราไม่ได้วัดคุณค่าของตัวเองด้วยเยื่อพรหมจรรย์นั่นหรอก ใช่ไหม” กรองแก้วมองมาที่ราตรีดาวด้วยแววตาของความเอ็นดูเสมอ 

“แต่ว่า…”

“ลูกชายฉันไม่ใช่คนพิการ ไม่ใช่เกย์หรือผิดเพศ หน้าตาก็หล่อใช้ได้ เขาทำงานเป็นหมอแต่เพราะงานจึงไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น อีกอย่างฉันก็แก่ลงทุกวันจะตายวันตายพรุ่งก็ยากจะเดา ก่อนตายฉันก็อยากเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝาสร้างครอบครัว ถ้าเป็นแบบนั้นได้จริงๆ ฉันก็คงตายตาหลับ” นั่นคือความฝันที่กรองแก้วกำลังจะทำให้มันเป็นจริง ต่อให้จะเป็นการคลุมถุงชนลูกชายก็ตาม 

“แล้วลูกชายคุณรู้เรื่องนี้ไหมคะ”

“ยังไม่รู้แต่ฉันเชื่อว่าหนูกับลูกชายฉันจะเข้ากันได้ ส่วนนี่ก็เงินค่ารักษาพยาบาลของแม่หนูแล้วนี่ก็เงินที่ฉันจะให้หนูก่อนล่วงหน้า” เอ่ยจบกรองแก้วก็ยื่นซองสีน้ำตาลให้ราตรีดาวสองปึก ซึ่งในซองนั้นคือเงินสด

ราตรีดาวพยายามส่งเงินเหล่านั้นคืนให้กรองแก้วแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับและบอกให้เธอเก็บไว้กับตัวก่อน ไม่กี่นาทีต่อจากนั้นราตรีดาวก็ขอตัวกลับเธอนั่งเหม่อมาตลอดทางกระทั่งถึงบ้านหลังเก่าๆ ที่ทรุดโทรมลงไปทุกวันของตัวเอง 

สีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความสับสนก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเก่าที่ใช้งานมาแล้วหลายปี ขณะที่ในมือคือเงินสดก้อนใหญ่ที่สุดที่เธอเคยมีก็ว่าได้ แต่จู่ๆ ราตรีดาวก็ได้ยินเสียงดังมาจากห้องครัวนั่นทำให้เธอหน้าตาตื่นแล้วรีบเข้าไปดู 

“อยู่บ้านยังไงไม่มีอะไรให้แขกกินเลย” เมื่อรู้ว่าเจ้าของบ้านกลับมาแล้ว คนที่มีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆ เอ่ยถามขึ้นด้วยความไม่พอใจ นั่นเพราะนานๆ ตนจะออกจากบ่อนมาเยี่ยมหลานสาวสุดที่รักสักครั้ง แต่พอมาถึงก็หิวจึงเข้าไปหาอะไรกินแต่กลับมีแค่น้ำเปล่า  

“ลุงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” ราตรีดาวเอ่ยถามอย่างตกใจเพราะปกติคมสันไม่ได้อยู่ที่นี่ ขนาดงานศพของพ่อเธอก็มาร่วมแค่วันเผา ส่วนแม่ที่เป็นน้องสาวแท้ๆ ก็แทบไม่เคยไปเยี่ยมหรือช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายสักบาท  

“วันนี้” คมสันเอ่ยบอกพร้อมกับกวาดสายตามองหาอะไรก็ตามที่จะขนออกไปขายเป็นเงินได้ กระทั่งเห็นซองสีน้ำตาลในมือของหลานสาวอย่างราตรีดาว “ในมือนั่นซองอะไร”

“ไม่มีอะไร” เมื่อเห็นสายตาของลุงจับจ้องมายังของในมือนั่นทำให้ราตรีดาวรีบเอามันหลบทันที ท่าทางหวงแหนของเธอยิ่งทำให้คมสันสนใจและยังฟันธงว่าต้องเป็นของมีค่าหรือไม่ก็เงินสดอย่างแน่นอน

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ราตรีดาวฤกษ์   บทที่ 28-จบ

    ทันทีที่เข้ามาในห้องนอนได้ ดาวฤกษ์ที่อารมณ์ปรารถนาลุกโชนไปแล้วก็ผลักราตรีดาวเบาๆ เพื่อให้เธอลงนอนราบกับเตียงขนาดหกฟุต ริมฝีปากร้อนชื้นทำหน้าที่เล้าโลมภรรยาสาวจนเธออ่อนระทวยก่อนจะวกขึ้นไปจูบปากอิ่มอย่างเร่าร้อนพร้อมกันนั้นต่างฝ่ายก็ต่างจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองกระทั่งเปลือยเปล่า เซ็กซ์จานด่วนที่แข่งกับเวลาว่าเมื่อไหร่ลูกจะตื่นช่างตื่นเต้นเหลือเกินยิ่งตื่นเต้นสารอะดรีนาลีนในร่างกายก็ยิ่งหลั่งออกมาส่งผลให้ยิ่งโหยหา ดาวฤกษ์ถอนจูบออกก่อนจะพรมจูบหนักๆ ลงไปจนทั่วตัวของราตรีดาวโดยเฉพาะบริเวณหน้าอกทั้งสองข้างที่อวบอิ่มเต็มมือ “พี่รักตรีนะ รักมากเหลือเกินที่รักของพี่…อืม” ท้ายเสียงของดาวฤกษ์นั่นครางกระเส่าด้วยไฟราคะยิ่งเขาจงใจบดเบียดสะโพกเข้าหาราตรีดาวเพื่อให้แกนกายเสียดสีกับกลีบกุหลาบของเธอด้วยแล้วก็ยิ่งเสียวซ่าน ก่อนจะค่อยๆ กดสิ่งนั้นเข้าสู่ภายในตัวของภรรยา ราตรีดาวสะดุ้งเฮือกก่อนจะครางกระเส่าในเวลาต่อมา ใบหน้าสวยเหยเกดูทรมานเพราะจังหวะถาโถมเข้าหาเธอของดาวฤกษ์นั้นหนักหน่วงจนยากจะต้านทานไหว แม้จะอยู่กินกันมาจนมีลูกเป

  • ราตรีดาวฤกษ์   บทที่ 27

    ทันทีที่รู้ข่าวดาวฤกษ์ก็ตรงดิ่งไปหาเธอที่โรงพยาบาลทันที ซึ่งขณะนั้นราตรีดาวกำลังจะนอนรอคลอดอยู่ในห้อง ซึ่งเขาสามารถเข้าไปอยู่กับเธอได้“มดลูกเปิดได้แปดเซ็นแล้วครับตรี อดทนหน่อยนะ” ราตรีดาวพยักหน้ารับก่อนที่ความเจ็บเพราะมดลูกบีบตัวจะเล่นงานจนนิ่วหน้าเธอนอนรอเวลาเพื่อให้มดลูกเปิดแบบนี้มานานหลายชั่วโมงแล้วในขณะที่ดาวฤกษ์ก็พยายามชวนเธอคุยเพื่อให้เธอลืมความเจ็บ กระทั่งหมอเข้ามาตรวจปากมดลูกเธออีกครั้ง ซึ่งประโยคหลังจากนั้นคือหมอให้เธอเตรียมตัวสำหรับการให้กำเนิดทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ราตรีดาวเบ่งตามจังหวะที่คุณหมอบอกอยู่ราวๆ สิบนาทีโดยขณะนั้นดาวฤกษ์กุมมือเธออยู่ตลอดเวลา ความเจ็บมันมีมากมายเหลือเกินแต่เหนืออีกอื่นใดคือราตรีดาวอยากเห็นหน้าลูกเธอออกแรงเบ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เสียงร้องจากเด็กตัวทารกตัวน้อยที่เวลานี้ยังมีสายสะดือยังติดอยู่กับรกของผู้เป็นแม่ดังจ้าขึ้นทันทีเมื่อพยาบาลผู้ช่วยเช็ดคราบเลือดเสร็จก็วางทารกลงบนหน้าอกของผู้เป็นแม่เพื่อให้ทั้งคู่ได้สัมผัสความอบอุ่นของกันและกัน ราตรีด

  • ราตรีดาวฤกษ์   บทที่ 26

    “มีคำสั่งให้พี่ย้ายกลับเข้ากรุงเทพฯ เดือนหน้า” โดยก่อนเดินทางกลับจะมีหมอมาประจำการแทนเขา ส่วนอาจารย์แพทย์ท่านได้เกษียณอายุอย่างเป็นทางการไปนานแล้ว“พี่ฤกษ์ตัดสินใจว่ายังไงคะ”“พี่ยังสองจิตสองใจ แต่ก็มีอีกข้อเสนอหนึ่งที่พี่อยากตอบรับคือทางโรงพยาบาลจะให้ทุนพี่ไปเรียนต่อเฉพาะทางที่ต่างประเทศโดยสามารถพาครอบครัวไปด้วยได้”“ไม่ว่าพี่ฤกษ์จะตัดสินใจแบบไหน ตรีก็จะอยู่ข้างๆ เสมอค่ะ” เอ่ยจบราตรีดาวก็กระชับอ้อมกอดที่มีคนรักให้แน่นขึ้นเพราะรู้ว่านี่คือการตัดสินใจที่ยากที่สุดของ ดาวฤกษ์ หมอหนุ่มนอนครุ่นคิดเรื่องนี้มาตลอดทั้งคืนกระทั่งได้คำตอบเวลาปีกว่าๆ ที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่นี่ทำให้เกิดความผูกพัน ทั้งกับเรื่องงานและผู้คนรอบข้างที่น่ารักกับพวกเขาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แม้แรกๆ ที่มาจะเกิดอาการหวาดหวั่นไปบ้างแต่หลังจากนั้นความรู้สึกที่ว่าก็หายไปยิ่งได้อยู่ด้วยกันทั้งดาวฤกษ์และราตรีดาวก็ยิ่งรักกันมากขึ้น ทั้งคู่ต่างคอยช่วยเหลืออี

  • ราตรีดาวฤกษ์   บทที่ 25

    “ผมรู้เรื่องจากคุณแม่แล้ว เสียใจด้วยนะครับ”“ขอบคุณค่ะ” ราตรีดาวเอ่ยขอบคุณ ซึ่งจังหวะนั้นดาวฤกษ์ก็กลับมาบ้านพักพอดี ทันทีที่เห็นน้องชายทั้งคู่ก็สวมกอดกันอย่างคิดถึงนั่นเพราะไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายปีแล้ว“กลับมาอยู่ไทยถาวรเลยไหม” ดาวฤกษ์เอ่ยถามน้องชายขึ้น“ไม่ครับ ตั้งใจกลับมาเยี่ยมแม่เฉยๆ”“คราวนี้จะอยู่นานแค่ไหน”“อืม…หนึ่งหรือไม่ก็สองเดือน” นั่นคือเวลาที่ดาวเหนือประมาณไว้คร่าวๆ แต่ถ้ามีอะไรผิดแผนเขาก็พร้อมจะขยับเวลาให้เร็วขึ้นหรือยืดออกไปได้เสมอ“แล้วมาถึงนี่ทำไมไม่บอกกันก่อนล่วงหน้า”“เบื่อๆ นะ ไม่ได้ตั้งใจจะมา รู้ตัวอีกทีก็อยู่เมืองกาญแล้ว เลยตัดสินใจแวะมาหาพี่สักหน่อย” ดาวเหนือแค่ต้องการขับรถเล่นเท่านั้นเองแต่พอรู้ตัวก็โผล่มาอยู่กาญจนบุรีแล้ว“เบื่ออะไรหรือถูกคุณแม่นัดดูตัวให้”“ใช่ ถามจริงพี่ฤกษ์รอดจนเจอ

  • ราตรีดาวฤกษ์   บทที่ 24

    หลังเสร็จสิ้นงานเผาศพของโฉมฉาย ราตรีดาวก็นำอัฐิบางส่วนของแม่ไปลอยอังคาร จากนั้นก็กลับมาเก็บข้าวของส่วนตัวที่บ้านอีกเล็กน้อย ซึ่งจังหวะที่เธอกลับออกไปนั้นก็สวนทางกับผู้เป็นลุงที่เวลานี้ถลุงเงินที่ได้ไปจนหมดตัวในบ่อนและหวังกลับมาขูดรีดเอากับหลานสาวหรือไม่ก็ขนสมบัติไปขาย แต่พอไม่เจอใครหรือหยิบฉวยอะไรไปขายต่อได้อย่างที่ใจหวังก็หงุดหงิดจนอาละวาดไปทั่ว“มาแล้วหรือครับลูกหนี้ที่รัก” เสียงเจ้าหน้าคนหนึ่งดังขึ้นจากหน้าบ้านทำให้คมสันหน้าถอดสีทันที ไม่คิดว่าคนของบ่อนจะตามตัวเขาเจอได้เร็วขนาดนี้“กูกำลังมาหาเงินใช้นายมึงอยู่นี่ไง”“แล้วไหนล่ะเงิน”“ยังไม่มี แต่ขอเวลากูหน่อย รับรองกูจะเอาเงินมาคืนได้แน่”“ขอเวลาเหรอ ได้สิ งั้นเราไปขอกันเป็นการส่วนตัวหน่อยดีไหม สักในเรือกลางทะเลเป็นไง เคว้งคว้างดีออกแถมถ้าโชคร้ายถูกฆ่าโยนลงทะเลก็ไม่มีใครหาศพเจอ” คำขู่ที่ได้ยินทำให้คมสันสั่นไปทั้งตัว เพราะเมื่อก่อนเคยได้ยินมาบ้างเรื่องการเบี้ยวหนี้แล้วถูกจับได้ว่าช

  • ราตรีดาวฤกษ์   บทที่ 23

    “ตรีไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้แต่งงาน รวมถึงไม่เคยคิดมาก่อนว่าต้องใส่ชุดแต่งงานสวยๆ ชุดนี้ไปหาแม่ที่โรงพยาบาล” เธอสะอื้นไปพูดไปเพราะไม่คิดว่าตัวเองนั้นจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์อย่างตอนนี้ ในขณะที่ ดาวฤกษ์ก็ดึงตัวเข้ามากอด รับรู้ความเจ็บปวดและความเครียดของเธอได้“พี่รู้ว่าตรีรู้สึกยังไง แต่เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะครับ” อ้อมกอดและคำปลอบโยนจากเขาทำให้ ราตรีดาวกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง เธอสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้าและกลับมาทำทุกอย่างเพื่อแม่ทั้งสองมาที่โรงพยาบาลด้วยชุดเจ้าสาวและเจ้าบ่าวที่สวยหล่อเหมาะสมกันเป็นอย่างมาก โดยข้างๆ ทั้งคู่คือกรองแก้วและหมอปราณที่รู้เรื่องจากดาวฤกษ์จึงรีบเคลียร์งานแล้วมาเป็นสักขีพยาน ห้องพักฟื้นถูกจัดตกแต่งให้เป็นงานแต่งงานเล็กๆโฉมฉายที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ส่งยิ้มให้ลูกสาวและลูกเขย รอยยิ้มนี้มาพร้อมกับน้ำตาของความยินดีอย่างเหลือล้นยิ่งได้เห็นราตรีดาวอยู่ในชุดเจ้าสาวสวยๆ แบบนี้ด้วยแล้วหัวใจคนเป็นแม่ก็พองโตไปหมด&

  • ราตรีดาวฤกษ์   บทที่ 10

    “รุ้ง”“รุ้งจะรอพี่นะคะ ยังไงก็จะรอ” แววตาของเทวิกานั้นเต็มไปด้วยความวิงวอนทว่าดาวฤกษ์กลับเลือกที่จะตัดความหวังนั้นของเธอ เพราะอยากให้อีกฝ่ายเปิดใจให้ใครก็ได้ที่รักและคู่ควรกับเขามากกว่าเขา“อย่ารอเลย พี่บอกแล้วไงว่าไม่เคยคิดอะไรกับ

  • ราตรีดาวฤกษ์   บทที่ 8

    “แม่ครับ” สีหน้าของคนฟังไม่สู้ดีนัก เพราะดูเหมือนคราวนี้แม่เขาจะเอาจริง“ว่าไง ถ้าอยากไปทำงานก็รับข้อเสนอของแม่” เมื่อยังไม่ได้คำตอบที่อยากได้เสียทีกรองแก้วก็เอ่ยถามขึ้น ในขณะที่ดาวฤกษ์ก็ใช้ความคิดเพื่อไต่ตรองกับตัวเองอยู่สักพักใหญ่ๆ

  • ราตรีดาวฤกษ์   บทที่ 5

    “คุณแม่รู้แล้วเหรอครับ”“อืม…รู้แล้ว นี่ถ้าแม่ไม่คาดคั้นจากคุณลุงก็คงไม่รู้อะไรอีกตามเคย” เอ่ยจบก็ถอนหายใจออกมาเพราะครอบครัวเธอเป็นหมอมาตั้งแต่ต้นตระกูล สามีที่เสียไปแล้วของเธอก็เป็นหมอ “อันที่จริงผมก็ตั้งใจจะบอกคุณแม่อยู่พอดี” “บอกตอนไหน ไม่ใช่ก่อนวันเดินทางหรอกนะ”“โธ่คุณแม่ครับ” ดาวฤกษ์แกล้งโอ

  • ราตรีดาวฤกษ์   บทที่ 4

    เสียงน้ำที่ดังมาจากภายในห้องน้ำก้องอยู่ในหัวของราตรีดาว บ่งบอกว่าตอนนี้มีคนใช้ห้องน้ำอยู่ เธอลืมตาขึ้นแล้วมองเพดานห้องที่ไม่มีความคุ้นตาเลยแม้แต่น้อยก่อนจะเด้งตัวขึ้นมากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง แม้จะเจ็บตรงท้องก็กัดฟันข่มความเจ็บไว้ ก่อนที่ภาพเหตุการณ์ต่างๆ จะกรูเข้ามาในความคิดนั่นทำให้ราตรีดาวชาวูบไป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status