LOGINเช้าวันใหม่
วันนี้แหละ … เป็นวันดีที่ฉันจะเริ่มแผนการ
ฉันมีเรียนตอนบ่าย แต่อาจารย์ยกคลาส ส่วนเขาก็มีเรียนบ่าย และช่วงเช้านี้ฉันมีเวลาเตรียมตัว เพื่อไปดักรอเขาก่อนที่เขาจะไปเรียน
ถ้าถามฉันว่า ... รู้ได้ยังไงเรื่องตารางเรียนของเขา? ก็ฉันเป็นใครกันล่ะ!
ฉันอิงอิง คนที่ไม่มีคำว่า ‘พลาด’ ในพจนานุกรม ผู้ที่ต้องการอะไร ก็ต้องได้! แค่ตารางเรียน... เรื่องจิ๊บๆ!
หน้าอาคารเรียนตึก C คณะวิศวะ
“อือ ... ทำไมยังไม่มาอีก! … นี่ก็เลทมาครึ่งชั่วโมงแล้ว หรือเขาจะไม่มาเรียน!” ฉันเริ่มบน ถึงแม้การรอใครสักคนจะจะเป็นอะไรที่ไม่น่าอภิรมย์ แต่ฉันมาโดยไม่ได้นัดหมาย ฉันจึงต้องทนรอ
“ให้ตายเถอะ! … นายนี้ชักเอาใหญ่แล้วนะ! กล้าโดดเรียนเชียว!” ปกติ ฉันเป็นคนที่ใจเย็นสุดๆ แต่พอเป็นเรื่องของพี่ธีร์ฉันจะกลายเป็นคนอารมณ์ร้อนขึ้นมาดื้อๆ
ฉันรอมาจะเกือบจะชั่วโมงได้ เขาคงไม่มาจริงๆ แล้วล่ะ “ไม่รงไม่รอมันแล้ว! ฮึ เจอตัวเมื่อไหร่ เห็นดีกันแน่!” วันนี้ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้เลยจริงๆ ไม่รู้ว่าฉันก้าวเท้าไหนออกจากห้องกันแน่
ระหว่างทางเดินกลับคณะ ฉันเดินผ่านสวนนั่งเล่นของคณะวิศวะ มันคล้ายๆ สวนสาธารณะ แต่เพียงแค่มันขนาดเล็ก ไม่ใหญ่มาก แต่ก็พอให้เหล่านักศึกษา คณาจารย์ใช้เป็นสถานที่พักผ่อน อะไรประมาณนั้น
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ที่ว่าฉันเจอคนที่ฉันรอมาตลอดครึ่งค่อนวัน “ฮึ! มาทำอะไรอยู่นี้ ไม่ยอมเข้าเรียน!” ฉันมองคนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ริมสระ แต่ “เอ๋~ … อยู่กับใคร!” เขาไม่ได้อยู่คนเดียว
อารมณ์ฉันเหวี่ยงขั้นสุดในตอนนี้ เพราะคนที่เขานั่งด้วย ดันเป็นผู้หญิง “โดดเรียน เพื่อมานั่งกับสาว!” ฉันมองไปที่คนทั้งสอง “วันนี้ก้าวขาไหนออกจากห้องวะ!” ฉันปรับสีหน้า ให้กลับมาเป็นปกติให้ได้มากที่สุด ก่อนจะเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ ก่อนที่สีหน้าฉันจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง
“ธีร์ก็ไม่มีใครไม่ใช่เหรอ ... ทำไมถึงปฏิเสธเอมล่ะคะ” เสียงออดอ่อนของยัยผู้หญิงที่นั่งข้างๆ โคตรน่าหมั่นไส้ชิป! ฉันยืนกอดอกฟังอยู่ด้านหลัง
“ฉันจะมีใครหรือไม่มีใครมันก็เรื่องของฉัน! อีกอย่าง เธออยู่แค่ปี 1 อย่ามาเรียกฉันว่าธีร์เฉยๆ และชื่อนี้ฉันให้เฉพาะคนสนิทเท่านั้นที่เรียกได้ เธอไม่ได้สำคัญขนาดนั้น!” เสียงของผู้ชายสะท้อนกลับ ทำเอาฉันสะใจ
ปากร้ายๆ ของเขา ฉันชอบจัง เป็นไงล่ะนังชะนีน้อยหงอยเลยอะดิ ฉันแสยะยิ้มอย่างมีความสุข
“งั้นเอมขอเรียกพี่ธีร์นะคะ พี่ธีร์ก็อย่าใจร้ายกับเอมนักเลยค่ะ เอมชอบพี่จริงๆ นะคะ ... เอมรอพี่ธีร์ได้เสมอ ถึงตอนนี้พี่ธีร์จะยังไม่พร้อมและยังไม่ได้ชอบเอม แต่เอมเชื่อว่าหากพี่ให้โอกาส เอมจะทำให้พี่ธีร์รักเอมได้อย่างแน่นอน” ดูๆ คำพูดคำจาของยัยชะนีน้อยนี่ซิ! คิดหรือว่าธีร์ของฉันจะชอบคนอย่างหล่อน ฮึ! ฝันไปเถอะย่ะ แค่ได้ยินเสียงผู้ชายฉันก็รู้ว่าเขารำคาญเธอจะแย่อยู่แล้ว
ฮึๆ ... ฉันที่ได้แต่พูดในใจ
“ฉันไม่ได้ชอบเธอ” เสียงของพี่ธีร์ตอบกลับสั้นๆ แต่ได้ใจความ ทำเอายัยผู้หญิงคนนั้นเงียบไปพักหนึ่ง
ก่อนที่นางจะได้พูดอะไรต่อ ฉันใจกล้าบ้าบิ่น
(ฮึ เป็นไงก็เป็นสิวะ! ใจไม่กล้า หน้าไม่ด้าน จะได้เขากลับมาได้ไง อิงอิงสู้เว้ย!) ฉันให้กำลังใจตัวเอง พร้อมเดินไปข้างหน้า
หมับเข้าให้ ฉันที่เดินไปนั่งบนตักของพี่ธีร์อย่างตั้งใจ กอดเขาอย่างหลวมๆ เงยหน้ามองเขาพร้อมยักคิ้วใส่ยัยเอมอะไรนั่น
พี่ธีร์ดูตกใจ ใบหน้าอ้ำอึ้ง แต่ไม่พูดอะไร ฉันเห็น แต่แวบเดียวเขาก็ปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติ
“นี่แกเป็นใคร! กล้าดียังไงมานั่งบนตักพี่ธีร์เขา พี่เขาเป็นแฟนฉันนะ ลงมาเดียวนี้!” เฮ้! กล้าพูดนะหล่อน หล่อนเพิ่งโดนปฏิเสธไปนิ ยังกล้ากุเรื่องเป็นแฟนกับพี่ธีร์อีก ฉันที่คิดในใจ ไม่ได้โต้กลับคนที่กำลังยืนชี้หน้า และฉันก็เล่นซบอกหนุ่มไปเลยจ้า ไม่ใช่ว่าฉันไม่ตื่นเต้นนะที่ทำแบบนี้ แต่มันได้ทำไปแล้วย้อนกลับไม่ได้แล้วด้วย ถึงใจฉันจะเต้นแรงแค่ไหน แต่เมื่อฉันเอาหูแนบไปที่อกซ้ายของเขา ฉันก็ได้ยินเสียงหัวใจเขาแต้นแรงไม่แพ้เสียงหัวใจของฉันเลย
ฉันอยากอยู่แบบนี้ไปนานๆ จัง ดีที่เขาไม่ผลักฉันออกจากตัก ทำเอาฉันเคลิ้มจริงๆ “พี่ธีร์ขา~ รออิงนานไหมคะ ขอโทษที่มาช้า พี่ธีร์อย่าโกรธอิงเลยนะคะ” เสียงสองของฉันเริ่มทำงาน
“แก! ลงมาเดี๋ยวนี้นะ! ฉันบอกให้ลงมาจากตักพี่ธีร์ไง!” เสียงอันดังของยัยน้องเอมอะไรนี้ปรี๊ดเข้าหูฉัน ทำเอาฉันต้องหลับตาตาม นางท่าจะปรี๊ดแตกแล้วล่ะ
แล้วไงอ่ะ? ฉันไม่ลง … ขนาดเจ้าตัวยังไม่ไล่ฉันเลย
นางเห็นฉันไม่ขยับเล่นคว้าหมับเข้าที่แขนฉัน แล้วก็ ...
ตุบ! ...
อ๊ากๆๆๆ ยัยชะนีแรงควาย ลากฉันลงมากองกับพื้น ฉันที่นั่งพับเพียบเรียบร้อยที่สนามหญ้า
เจ็บก้นชะมัด ขาก็ดันกระแทกอีก
ฉันกัดฟันเพื่อลดอารมณ์ไม่ให้โกรธไปมากกว่านี้ และลดความเจ็บที่ได้รับจากการกระแทกพื้น
ฮึ! … ฝากไว้ก่อนเถอะ … ต่อหน้าพี่ธีร์ฉันไม่อยากทำเฉยๆ หรอก อย่าให้มีคราวหน้าละกัน ฉันไม่ปล่อยเธอไปแน่!
ภายในห้อง “ส่งอิงแล้ว ก็กลับได้แล้ว” ฉันทำเป็นไล่ แต่ในใจ ... ฮึฮึฮึ ไม่รู้สินะ~ “จะให้พี่กลับไปไหน แฟนพี่อยู่ไหน พี่ก็ต้องอยู่กับแฟนสิ” ดูเขาทำเป็นอ้อนฉัน “อย่าเนียนสิคะ เราเพิ่งคบกันเองนะ” ฉันทำเป็นดุ แต่แล้วพี่ธีร์ก็เข้ามากอดฉันทางด้านหลัง “อิง” พี่ธีร์เรียกฉันด้วยเสียงแผ่วเบา “คะ?” ฉันสงสัยว่าเขาจะพูดอะไรต่อ “อิงเป็นแฟนพี่แล้วนะ” ประโยคที่ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นคำที่เหมือนจะบอกว่าฉันห้ามปฏิเสธ “จะให้ตอบว่าไม่เป็น ได้ด้วยเหรอคะ” ฉันตอบกวนๆ “ไม่ได้” เขาก็กวนกลับ “เอาแต่ใจ” พี่ธีร์กระชับกอดฉันแน่นขึ้น “พี่ไม่ได้แค่เอาแต่ใจอย่างเดียวนะ” ฉันขมวดคิ้ว “แล้วพี่เป็นอะไรอีกล่ะ?” พี่ธีร์ไม่ตอบทันที แต่กลับซุกหน้าลงกับไหล่ฉันเบาๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวฉันจนใจสั่นไปหมด ก่อนที่เขาจะกระซิบเสียงต่ำ “พี่ยังขี้หวง ... ขี้หึง... มากด้วย” หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก พี่ธีร์กระชับกอดแน่นขึ้นเหมือนจะยืนยันคำพูดของตัวเอง ฉันยกมือแตะที่แขนเขาเบาๆ พยายามจะกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง “ถ้าอิงทำให้พี่หึง พี่จะใจร้ายให้ดู” “นี่เพิ่งจะเป็น
คณะสถาปัตย์ ฉันกับไอน้ำกำลังเดินไปโรงอาหารของคณะ วันนี้ฉันไม่ได้ไปกินข้าวกับพี่ธีร์ เพราะช่วงบ่ายต้องเข้าเรียนต่อเลย ขณะที่ฉันกับไอน้ำเดินมาถึงโรงอาหาร ผู้ชายหน้าตาดีที่ดูคุ้นเคย เดินเข้ามาหา “พี่ดิว?” ฉันเอ่ยชื่อพี่ดิวออกมา “อิง พี่มีเรื่องอยากคุยด้วย” พี่ดิวดูซีเรียส “ค่ะ” ฉันรับปาก “ไอน้ำแกไปหาที่นั่งทานข้าวก่อนนะ” ฉันหันไปหาเพื่อน “อือ ให้ซื้อข้าวรอเลยไหม?” ไอน้ำถามฉัน “เอาเหมือนแก” ฉันพูดเสร็จไอน้ำก็เดินไปไกลแล้ว ฉันกับพี่ดิวเดินออกมานั่งด้านนอกโรงอาหารตรงม้านั่งที่ดูจะคนน้อยหน่อย “คืนดีกับธีร์แล้วไหม?” พี่ดิวเริ่มเปิดเรื่องก่อนเลย “อือ ค่ะ” ฉันยอมรับตามตรง “รู้แล้วใช่ไหมว่าพี่กับธีร์เป็นเพื่อนกัน” พี่ดิวเข้าประเด็นทันที “ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับ จากนั้นพี่ดิวก็หยิบรูป ที่ดูจะเก่าขึ้นมาใบหนึ่ง “เคยเห็นคนในภาพนี่ไหม?” คำถามหยั่งเชิงฉัน ฉันหยิบภาพนั้นมาดู “เอ๋ นี่! อิงนี่ค่ะ” ฉันมองภาพเด็กผู้หญิงมัดแกะ ตัวเล็กๆ ใส่กระโปรงจีบรอบเสื้อแขนตุ๊กตา “จำเด็กผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ได้ไหม?” พี่ดิวถามขึ้น ขณะที่ฉันยังมองภาพอยู่ ฉันเงยหน้ามองคนถาม “จ
“เรื่องเมื่อปีก่อน ยอมรับว่าจำอะไรไม่ได้เลย พี่เมามาก ตื่นเช้ามาก็อยู่ห้องตัวเองแล้ว พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่มาส่งเป็นอิง” ฉันเงียบ ฟังสิ่งที่เขากำลังพูด พี่ธีร์เล่าต่อ “พี่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอิง แต่ที่รู้คือพี่ติดต่ออิงไม่ได้ อิงหายไปเป็นเดือน พี่มาหาที่คณะก็ไม่เจอ ถามเพื่อนอิง ก็ไม่มีใครบอกว่าอิงอยู่ไหน” ฉันที่ยังเงียบ แต่เมื่อได้ยินประโยคนี้เหมือนเขาก็กำลังโทษฉัน ที่ฉันหายไป และเขาพยายามตามหาฉันแล้วแต่ไม่เจอ ส่วนฉันที่ไม่ยอมติดต่อเขากลับ อะไรประมาณนั้น ฉันขยับตัวอยากจะออกจากอ้อมกอดของเขา แต่เขากลับกระชับแน่น “ฟังพี่พูดให้จบก่อน” พี่ธีร์เหมือนรู้ ฉันนิ่งขึ้น แต่ยังไม่พูดอะไร รอฟังสิ่งที่เขาจะแก้ตัว “ตอนนี้พี่รู้แล้ว พี่รู้ว่าที่อิงหายไปเป็นเพราะพี่ พี่ผิดเอง พี่ไม่ติดต่ออิง พี่ไม่ไปหาอิงเลย จนผ่านไปเป็นเดือน พี่ถึงได้ตามหาอิง เป็นพี่ผิดเอง” เสียงพี่ธีร์ดูเศร้า ทำเอาใจฉันสั่ง “พี่พึ่งรู้ว่า หลังจากวันที่อิงมาส่งพี่เมื่อปีก่อน อิงเกิดอุบัติเหตุจนต้องนอนโรงพยาบาลหลายวันและพักรักษาตัวที่บ้านเป็นเดือน และวันนั้นก็เป็นช่วงที่แจนมาค้างที่ห้องพี่พอดี” พี่ธีร์พูดถึงจุด
“ให้ฟังอะไร?” ฉันตัดพ้อทันที “ฟังพี่บอกรักกันเนี่ยนะ! ... พี่มีคนอื่นมาตลอด แต่ก็ยังคบกับอิง มันหมายความว่าไง!” ฉันเงยหน้ามองพี่ธีร์ ทุบไปที่หน้าอกเขา ฉันอยากตีเขาให้หนักกว่านี้จริงๆ แต่เรี่ยวแรงของฉันไม่รู้ว่าหายไปไหน เสียงสะอึกในคอฉันดึงขึ้น พร้อมหยาดน้ำตาที่ไม่สามารถกลั้นได้ และสิ่งที่ทำให้ฉันร้องไห้หนักกว่าเดิม คือ เขาดึงฉันเข้าไปกอด แต่ฉันก็ยังพยายามยันตัวเองออกจากอ้อมกอด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ พี่ธีร์เอามือลูบหัวฉันเบาๆ และลูบหลังฉันไปด้วย น้ำตาของฉันไหลออกมาแบบไม่ขาดสาย “พี่ธีร์ เกิดอะไรขึ้น ... นี่หมายความว่าไง!?” เสียงที่ทำให้ฉันได้สติ ใช่เสียงผู้หญิงคนนั้น “ใช่! หมายความว่าไง?” ฉันดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของพี่ธีร์ได้สำเร็จ แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยฉัน กอดไหล่ฉัน ทำให้ฉันต้องเผชิญหน้ากับผู้หญิงของเขา “แจนมาก็ดี แล้ว” พี่ธีร์พูดขึ้น “นี่ อิงแฟนพี่เอง” ฉันฟังผิดไปหรือเปล่า จากที่ฉันน้ำตาร่วงเป็นเผาเต่า ร่วงหนักกว่าเดิม ที่ได้ยินพี่ธีร์บอกผู้หญิงอีกคนว่าฉันเป็นแฟน ฉันมองหน้าคนทั้งคู่อย่างงงๆ และยังคงร้องไห้ แต่ฉันก็พยายามที่หยุดตัวเองไม่ให้ร้
หน้าคอนโด อิงอิง วันนี้ฉันนัดไอ้บอลกับไอน้ำมารับเช้ากว่าปกติ เพราะฉันไม่ต้องการเจอหน้าใครบางคน ฉันถอนหายใจยาว กดปิดหน้าจอมือถือ ไม่แม้แต่จะเปิดอ่านข้อความของเขา เขาส่งข้อความมาหาฉันตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวาน บอกว่าจะมารับฉันไปเรียน แต่ฉันยังไม่ต้องการพบหน้าเขา และฉันตั้งใจแล้วว่าจะไม่ยอมง่ายๆ ฉันไม่อยากเป็นคนที่ถูกทำร้ายแล้วยังต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามอีก สิ่งที่เขาทำกับฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนฉันไม่มีค่าเลยสักนิด เขาไม่เคยคิดจะอธิบายอะไร ไม่เคยคิดจะบอกเหตุผลว่าทำไมต้องพูดแบบนั้น ทำไมถึงทำให้ฉันรู้สึกแย่ แล้วจู่ๆ ก็มาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แค่บอกว่าจะมารับ นี่เขาคิดว่าฉันเป็นอะไร? เสียงแตรรถบอลดังขึ้น ฉันหันไปมองเห็นไอ้บอลกับไอน้ำจอดรถรออยู่ ฉันรีบคว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินไปขึ้นรถ ภายในรถ ขณะที่ไอ้บอลทำหน้าที่คนขับรถ “วันนี้นึกไงถึงให้พวกกูมารับวะ” บอลแซว เพราะช่วง 2 อาทิตย์มานี้ฉันไม่ได้ไปมหา’ลัยกับพวกมันเลย “ฉันคิดถึงพวกแกไงจะอะไรได้” ฉันยิ้มแฉ่งใส่เพื่อนทั้งสองที่นั่งอยู่เบาะหน้า “ไม่ต้องมาเนียน มีปัญหากับพี่ธีร์ล่ะสิ” ไอน้ำมันรู้ทันฉั
“มึงยังรู้ว่าตัวเองเป็นคนผิด แต่ไม่ยอมไปง้อน้องเขา มึงจะให้กูคิดว่ามึงยังสำนึกอยู่อีกเหรอวะไอ้ธีร์” เสียงทุ้มต่ำของคนมาใหม่ดังขึ้น ทำเอาไต้ฝุ่นที่กำลังรอซ้ำเติมเพื่อนหยุดชะงัด หันไปหาที่มาของเสียง ดิวไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินเข้าไปกระชากคอเสื้อเพื่อนรักขึ้นมาทันทีที่เดินประชิดตัว “กูอุตส่าห์ถอยให้ เพราะกูเห็นว่าน้องอิงยังรักมึง กูเลยไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว” “เฮ่ๆๆๆ! ใจเย็นๆ” ไต้ฝุ่นสะดุ้งตัว ลุกขึ้นตามสัญชาตญาณ กอดไหล่ดิวอย่างรวดเร็ว เขาตบไหล่เพื่อนเบาๆ เพื่อเรียกสติ “เพื่อนกัน ... มีอะไรก็คุยกันดีๆ” พายุยืนขึ้นฝั่งธีร์ จับไหล่ ดึงเพื่อนให้ห่างจากดิวที่กำลังมีอารมณ์ “ไม่เป็นไร กูรู้ดีว่าไอ้ดิวมันเป็นคนยังไง” ธีร์มองหน้าเพื่อนที่กำลังจ้องหน้าเขาเขม็ง “มึงเป็นเพื่อนกู กูถึงได้ยอมมึง และมองแค่หน้ามึงอยู่นี่ไง ไม่ตะบันหน้ามึงก็ดีถมไป ...” ดิวจ้องหน้าเพื่อน แต่แววตาบอกได้ว่าโกรธสุดๆ เขาผลักธีร์ออก ไม่เบาหรือแรงจนเกินไป ธีน์ก็ไม่ต่อต้าน ทำให้เขาถูกผลักไปตามแรง แต่ยังดีมีพายุช่วยประคองไม่ให้ล้ม ดิวยังคงจ้องหน้าเพื่อน และพูดในสิ่งที่ตัวต้องการพูดต่อ “มึง







