Masukบทที่ 6
วันแรกก็มีเรื่องเลย
มหาวิทยาลัยเอกชน
ฉันนั่งรถปอร์เช่สีแดงแปร๊ดเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยมีคนขับรถส่วนตัวชื่อว่าพี่ริว ตอนนี้พี่ริวกำลังโทรคุยกับเพื่อนเพื่อนัดเจอกันเอางานไปส่งให้อาจารย์
รถปอร์เช่สีแดงแปร๊ดขับมาจอดอยู่หน้าตึกคณะบริหาร ฉันยังคงนั่งอยู่ในรถไม่กล้าเปิดประตู ส่วนพี่ริวลงไปยืนคุยกับเพื่อน พอเขาสะกิดไหล่แล้วชี้มาที่รถคงจะเห็นเงาตะคุ่มตะคุ่มของฉันนั่งอยู่ด้านในเหมือนผีแม่ย่านาง
ปึก!
"แล้วทำไมไม่ลงมา นั่งบื้ออยู่ทำไม!"
"ก็รอคนขับรถมาเปิดประตูให้ไงคะ ฉันเป็นลูกคุณหนูนั่งรถหรูมาเรียนค่ะ"
"นี่เธอให้ฉันมาเป็นคนขับรถเธอหรือไง ยัยบ้านนอก!"
"ก็ขับมาทั้งทางแล้วพี่จะมาโวยวายอะไรเนี่ยพี่ริว"
ฉันเดินลงมาจากรถเพื่อยกมือไหว้ย่อเพื่อน ๆ ของพี่ริวจนเข่าติดพื้น พี่คนหนึ่งรีบนั่งคุกเข่าเพื่อรับไหว้ฉัน เห็นแล้วตลกมาก
"สวัสดีค่ะ"
"โถ ๆ ๆ น้องสาว ไม่ต้องไหว้ขนาดนี้ก็ได้ครับ"
"ยัยนี่มันบ้านนอกพวกมึงอย่าไปสนใจ เอางานไปส่งอาจารย์เถอะ ส่วนเธอก็ไปตามทางของเธอ บ่ายโมงตรงมาเจอกันตรงนี้"
พี่ริวกับเพื่อนเดินกอดคอเข้าไปในตึก ฉันมองซ้ายมองขวาไม่รู้จะทำยังไงจึงเดินตามพวกพี่ริวขึ้นมาบนตึก เหมือนเพื่อนพี่ริวจะสงสัยว่าทำไมฉันถึงเดินขึ้นมา เขาจึงหันไปบอกพี่ริวให้หันมาดูฉันหน่อย
"จะเดินตามฉันมาทำไม เด็กปี 1 อยู่ชั้นล่างไม่มีสิทธิ์ขึ้นมาข้างบน"
"พี่จะให้ฉันไปตรงไหน ฉันไม่เห็นมีประตูห้องไหนเปิดเลย"
"ใจเย็น ๆ ครับ น้องมารายงานตัวใช่ไหม"
"ใช่ค่ะ ฉันชื่อข้าวตังเป็นเด็กในบ้านระเบียงดาว"
"น่ารักจัง พี่ชื่อสิงห์นะครับ"
"เดี๋ยวพี่พาไปส่งครับ พวกมึงไปก่อนเลยเดี๋ยวกูพาน้องข้าวตังคนสวยไปรายงานตัวเอง"
พี่สิงห์เดินมาจับมือฉันออกมาจากกลุ่มพี่ริว ฉันหันไปมองพี่ริวทุกคนคงคิดว่าฉันจะส่งสายตาอ้อนวอนใช่ไหม ไม่ใช่ค่ะ! ฉันหันไปพร้อมกับแลบลิ้นปลิ้นตาจนพี่ริวขึงตาใส่ฉัน คิดว่ากลัวหรือไง เหอะ ๆ
ลงมาด้านล่างพี่สิงห์พาฉันมาที่ห้องสำหรับรายงานตัวและลงทะเบียนเรียน ฉันคิดว่าพี่สิงห์จะเดินกลับขึ้นไปหาพี่ริวแล้ว กลายเป็นว่าฉันเดินออกมาพี่สิงห์ก็ยืนอยู่หน้าห้อง มือขวาถือโทรศัพท์มือซ้ายล้วงกระเป๋า
"ขอบคุณนะคะพี่สิงห์ที่พาข้าวตังมารายงานตัว"
"มีอะไรก็ถามพี่ได้นะครับ พี่รู้ทุกซอกทุกมุมของมหาวิทยาลัย แม้แต่เรื่องใครคบกับใครพี่ก็รู้"
"อ๋อ... แบบนี้แถวบ้านข้าวตังเรียกว่าสอดรู้สอดเห็นค่ะ"
"___"!
"พี่สิงห์เป็นพวกสอดรู้สอดเห็นเหรอคะถึงได้รู้ดีจัง อุ๊ย! ข้าวตังขอโทษค่ะ เผลอพูดไม่ดีออกไปใช่ไหมคะ ข้าวตังไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะคะ ข้าวตังหมายความว่าพี่สิงห์เก่งมากค่ะที่รู้เรื่องราวของคนอื่นแบบนี้ค่ะ"
"พี่ขอตัวขึ้นไปหาไอ้ริวก่อนนะครับ มันโทรมาตามแล้ว"
"ค่ะ"
เหมือนที่สิงห์จะทำหน้าเจื่อน ๆ ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร หรือที่ฉันพูดเมื่อกี้มันแรงไปหรือเปล่า แต่แถวบ้านฉันเรียกคนที่รู้เรื่องชาวบ้านแบบนี้ว่าสอดรู้สอดเห็นจริง ๆ นะ
ฉันเดินมานั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อน นักศึกษาปี 1 บางคนก็เป็นลูกคุณหนูแต่งตัวดูดี๊ดูดี ชุดนักศึกษาก็เหมือนกัน แต่ทำไมของเขาใส่แล้วมันดูไฮโซ ตัดภาพมาที่ฉันสิเหมือนเด็กขายลูกโป่งตามงานวัดเลย
มันจะแปลกไปไหม ถ้าการมาของฉันในวันนี้มันทำให้ฉันไม่รู้จักใครเลย ไม่มีใครยิ้มให้ฉันเลยสักนิดเดียว ขนาดฉันยิ้มให้บางคนก็ทำหน้าเจื่อน ๆ เดินหนีไป หรือฉันทำอะไรไม่ดีไปหรือเปล่า ขนาดกลุ่มนักศึกษาผู้ชายยังทำเหมือนกลัว ๆ ฉันเลย
"น้องเป็นเด็กรับใช้บ้านระเบียงดาวใช่ไหม?"
รุ่นพี่นักศึกษาเดินมาถามฉัน แถมยังมากันตั้งห้าคน ฉันพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มให้ทุกคน แต่ฉันกลับไม่ได้รอยยิ้มกลับมาเลยแม้แต่นิดเดียว
"ใช่ค่ะ พวกพี่มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"พี่เป็นผู้หญิงของริว"
รุ่นพี่นักศึกษาติดกิ๊บสีแดงฉูดฉาดพูดออกมาหน้าตาเฉย ฉันมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วมองจากเท้าขึ้นไปถึงหนังหัว
"พี่ริวชอบผู้หญิงแบบนี้เหรอเนี่ย"
"แบบนี้แบบไหน พูดให้มันดี ๆ นะ"
"ก็แบบพี่นี่ไงคะ ทั้งสวยทั้งมารยาทดี ดูสิพูดจาออกมาแต่ละคำน่าฟังมากค่ะ"
"อีเด็กเปรตนี่แกว่าฉันเหรอ!"
"เปล่านะคะ ข้าวตังไม่ได้ว่าอะไรพี่สุดสวยเลย พี่สุดสวยคิดไปเอง พี่ไม่ใช่คนไม่มีมารยาทนี่นา"
"ฉันไม่ได้อยากมีเรื่องกับแกนะ แต่บอกเอาไว้ก่อนว่าริวคือผู้ชายของฉัน!"
"จะจำเอาไว้เลยค่ะว่าพี่ริวเป็นผู้ชายของพี่สุดสวย แต่ว่าเมื่อคืนก่อนผู้หญิงที่พี่ริวพามาไม่ใช่พี่สุดสวยนี่คะ เอ๊ะหรือว่าใช่ ข้าวตังจำไม่ได้ค่ะ"
"แกว่ายังไงนะ ริวพาผู้หญิงเข้าบ้านเหรอ!"
"อุ๊ย! นี่ข้าวตังพูดอะไรไป อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่พี่สุดสวย แย่แล้วข้าวตังขอโทษค่ะ ไม่น่าพูดอะไรแบบนั้นไปเลย"
"ริว!"
พี่สุดสวยคนนั้นกำหมัดแน่น เธอเดินกระทืบเท้ากลับเข้าไปที่ตึกบริหารแล้วก้าวขาขึ้นบันได ลูกสมุนอีกสี่คนก็รีบวิ่งตามไป ไม่รู้ว่าพี่
ริวจะเคลียร์ปัญหานี้ยังไงนะฉันมันก็เป็นเด็กซื่อ ๆ โกหกไม่เป็นด้วยสิ
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพี่ริวก็เดินลงมาหาฉัน แถมยังมีผู้หญิงคนนั้นเดินตามมาติด ๆ ฉันหยิบแก้วน้ำปั่นขึ้นมาใช้หลอดคน ๆ มองทั้งสองคนทะเลาะกัน จนมายืนอยู่ตรงหน้าฉันทั้งคู่
"พูดมานะริว มันหมายความว่ายังไง!"
"อะไรของเธออีกวะ ก็คุยกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ"
"แต่ริวได้ส้มแล้วนะ!"
"เธอทำอย่างกับว่าไม่เคยผ่านผู้ชายมาก่อน ในเมื่อเราผิดข้อตกลงก็ไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกันอีก"
"ไม่!! ส้มไม่ยอม ยังไงริวก็ต้องรับผิดชอบ!"
พี่ริวทำท่าหัวร้อน เขายืนเท้าเอวมองมาที่ฉัน ฉันจึงยิ้มให้เขาพร้อมกับส่งแก้วน้ำให้ดื่มเผื่อพี่ริวจะใจเย็นลง
"น้ำส้มปั่นค่ะ อร่อยชื่นใจมาก ดื่มแล้วอารมณ์ดีเพราะป้าแกบอกว่าใส่กัญชาค่ะ"
พี่ริวไม่สนใจเขาปัดแก้วน้ำออก แต่พี่ส้มกลับคว้าแก้วน้ำในมือฉันแล้วสาดใส่หน้าของพี่ริวเต็ม ๆ โถ่ถังน้ำฉัน
"เฮ้ย!"
"หืม!! น้ำของฉัน!"
ปัก!
ฉันปีนขึ้นมาบนโต๊ะแล้วกระโดดถีบพี่ส้มเต็มแรง จะด่าจะว่าฉันไม่โกรธ แต่มาทำน้ำฉันแบบนี้ฉันรับไม่ได้
"อีเด็กบ้าแกกล้าถีบฉันเหรอ!"
" ใครใช้ให้พี่มาแย่งน้ำในมือฉันไปล่ะ ฉันไม่ได้ให้พี่นะฉันให้พี่ริว แต่พี่ดันเอาน้ำของฉันไปสาดใส่หน้าคนอื่น พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไง!"
"อีเด็กบ้า กูจะตบมึงให้จมเลย!!"
"ว้ายยย พี่ริวช่วยด้วยยย!!"
บทที่ 37ตอนพิเศษ 2มหาวิทยาลัยเอกชนนอกจากที่ฉันต้องไปปวดหัวกับเรื่องของพี่ภูริ ฉันยังต้องมาเป็นผู้ปกครองของนะโมในวันนี้อีก เมื่ออาทิตย์ก่อนนะโมมีเรื่องซึ่งฉันรู้ดีเพราะฉันอยู่ในเหตุการณ์ที่ผับคืนนั้นแต่ฉันไม่รู้ว่าคู่อริของนะโม เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับนะโมทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เพราะทั้งสองมีเรื่องชกต่อยกันที่หอประชุม ทำให้ฉันต้องมาเป็นผู้ปกครองของนะโมอย่างกะทันหันเรื่องนี้บอกให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้ไม่ได้ เพราะฉันไม่อยากให้นะโมถูกทำโทษ ถึงนะโมจะดื้อด้านมากแค่ไหนแต่นะโมก็เป็นน้องที่เชื่อฟังฉันมาโดยตลอด เหตุการณ์ที่ผ่านมามันเกิดขึ้นตอนที่ฉันกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ ฉันถูกนักศึกษาคนนั้นเข้ามากระชากแขน แถมยังมาขโมยจูบฉันอีก มันเป็นจูบแรกของฉันเลยนะ ฉันจะเก็บไว้ให้เจ้าชาย ฉันรีบวิ่งมาฟ้องให้นะโมรู้ หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องชุลมุนจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ คิดว่าเรื่องมันจะจบแต่ก็ไม่จบวันนี้ฉันนั่งอยู่ในห้องของอธิการบดี เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นหน้าของผู้ชายคนนั้นเต็มตา หน้าตาก็ดีการแต่งตัวก็สะอาดสะอ้านรถที่ขับมาก็ราคาหลายสิบล้าน ทำไมถึงมีสันดานแบบนั้นนะ"เจ๊ห
บทที่ 36ตอนพิเศษ 1คอนโด X นายแพทย์ภูริ ภูริพัฒน์ ชนาธินาถหลังจากที่เขาต่อรองกับครอบครัวขอออกมาอยู่คอนโดในช่วงชั้นปีที่ 3 เป็นช่วงเวลาที่แฟนสาวของเขาได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยพอดีไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาแอบมาอยู่ด้วยกัน ภูริยังกลับบ้านทุกเสาร์อาทิตย์ วันปกติก็จะอยู่กับแฟนสาว "พี่ภูริคะ เรื่องทุนที่พี่ภูริขอให้ชะเอมวันนี้อาจารย์เรียกไปคุยแล้วนะคะ""เป็นไงบ้างครับ""ชะเอมได้ทุนค่ะ ขอบคุณพี่ภูริมาก ๆ เลยนะคะที่ยอมคุยกับหม่อมย่าเรื่องทุนของชะเอม""ชะเอมเหมาะสมที่จะได้ทุนนี้ครับ อีกสามปีพี่ต้องไปเรียนต่อที่เมืองนอกคงจะไม่ได้อยู่ทันรับปริญญาของชะเอม ตั้งใจเรียนนะครับเด็กดีของพี่" "ชะเอมสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนค่ะ จะเป็นเด็กดีของพี่ภูริ ชะเอมรักพี่ภูรินะคะ" 3 ปีผ่านไป ในวันที่ชะเอมกำลังจะได้ส่งโปรเจกต์สุดท้ายของการเรียน วันนี้เป็นวันที่ภูริต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเรียนต่อเฉพาะทาง ชะเอมรีบก้าวขาเดินลงมาจากคอนโด จู่ ๆ ก็มีรถตู้สีดำขับมาจอดตรงหน้าเธอหยุดเดินแล้วจ้องมองไปยังประตูรถที่กำลังเปิดออก จนเห็นผู้หญิงสูงส่งสง่างามนั่งอยู่ด้านใน"หม่อมย่า!" เหมือนว่านี่จะเป็นแค่การเตือน ท่านไม่ได้พู
บทที่35อบอุ่น ตอนจบหลังจากความวุ่นวายจบลงเด็ก ๆ ได้เข้าเรียนมัธยมศึกษา เรนนี่โตเป็นสาวทั้งสวยทั้งน่ารักได้เป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียน คุณพ่อทั้งสามห่วงลูกสาวมาก ฉันดีใจอย่างหนึ่งนะที่ทั้งสามไม่ได้มาคิดเล็กคิดน้อยคำว่าลูกมึงลูกกู เพราะทุกคนคือลูกของเขาทั้งหมดส่วนภูริตอนนี้เป็นพี่ม.6 เรียนเก่งเป็นประธานนักเรียน ที่สำคัญยังเป็นขวัญใจของสาว ๆ ด้วยเจ้าตัวแสบของเรื่องนี้ก็คงจะเป็นนะโม เจ้าเด็กแสบของฉันเพิ่งจะขึ้นม.1 แต่ก็ก่อเรื่องให้ฉันปวดหัวตั้งแต่วันแรกที่โรงเรียนเปิดเหมือนกัน ร้านอาหารของฉันตอนนี้ก็ยังเปิดตัวอยู่ มีลูกค้าเก่าลูกค้าใหม่แวะเวียนมาตลอด หน้าที่ของฉันในแต่ละวันคือการตื่นมาดูแลลูก ๆ แม้ลูก ๆ จะโตแล้วแต่ฉันก็ยังมีความรักและความเป็นห่วง อะไรที่ทำให้ลูกได้ฉันก็มักจะทำภูริมีความฝันที่จะเป็นคุณหมอ แม้คุณพ่อของเขาจะมีตัวเลือกให้แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะเรียนหมอ เพื่อที่จะกลับมาดูแลโรงพยาบาลของครอบครัวฉันได้ยินแบบนี้ก็ดีใจ อย่างน้อยลูกชายของฉันเขาก็เลือกที่จะเดินตามความฝันและเดินตามรอยพ่อ พี่ภีมตามใจลูกมากแต่มีสิ่งเดียวที่ลูก ๆ มีความเห็นตรงกัน นั่นคือการอยู่กับพวกฉันไม่ออกไปไหน
บทที่ 34ลูกชายพี่ไนท์ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยมันก็มาถึง สามปีผ่านไปฉันตั้งท้องที่สาม และมีลูกชายให้พี่ไนท์ได้เลี้ยงดูเป็นลูกของเขาเอง และคุณพ่อของพี่ไนท์ก็ทำการถ่ายโอนมรดกส่วนหนึ่งให้หลานชายเป็นที่เรียบร้อยแล้วมาทีหลังแต่มาพร้อมเงิน 100 ล้านใครบ้างจะสู้ลูกชายคนเล็กของฉันมีชื่อว่านะโม คนนี้คุณปู่เป็นคนตั้งให้เพราะท่านชอบเข้าวัดทำบุญ จึงอยากให้หลานชายมีชื่อว่าน้องนะโมท่านหวังเอาไว้ว่านะโมจะเป็นเด็กที่เรียบร้อยมีสติรู้จักคิดรู้จักทำเพล้ง! "ฮะ ๆ ๆ จ๋วยปี้จ๋วย!" "กรี๊ดดด! นะโม คุณแม่ขาน้องทำกระจกแตกค่ะ!" "เรนนี่อย่าเข้าไปนะเดี๋ยวเหยียบกระจก มานี่มาหาพี่!" สติ ใจเย็น มีเหตุผล กี่โมง!!! ฉันรีบวิ่งออกมาจากในครัว ตอนนี้ประตูบ้านฉันแตกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวแสบไปเก็บก้อนหินมาปาประตูบ้านจนแตกกระจาย คุณสามีทั้งสามรีบวิ่งออกมาดูจากห้องทำงานพวกเขา จับลูก ๆ ขึ้นมาอยู่บนที่สูงแล้วรีบจัดการซ่อมประตูให้ฉันเพราะนี่มันไม่ใช่ประตูบานแรก บ้านฉันเปลี่ยนประตูมาไม่ต่ำกว่าสิบบานแล้ว พี่ไนท์ถึงกับต้องสั่งประตูสำรองมาไว้เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นบ่อยมากไหนคือความสงบ ไหนคือสติสัมปชัญญะของลูกฉั
บทที่ 33ลูกสาวพี่ริวเวลาผ่านไปตอนนี้ฉันคลอดลูกคนแรกแล้ว ลูกคนแรกของฉันเป็นไปตามความคิดของพี่ภีมนั่นก็คือลูกชาย พี่ภีมตั้งชื่อว่าน้อง ภูริ ตอนนี้ภูริกลายเป็นขวัญใจของทุกคนไปแล้ว คุณแม่ของพี่ภีมมาอยู่ดูแลเลี้ยงดูด้วยตนเองฉันจึงได้มีเวลาพักผ่อน แต่ช่วงกลางคืนฉันกับพวกพี่ ๆ ก็จะคอยดูแล ไม่ได้จ้างพี่เลี้ยงมาดูแลแต่อย่างใดตอนนี้พี่ริวเริ่มวางแผน พวกเขาไม่ซีเรียสว่าอีกสองคนจะเป็นลูกสาวหรือเป็นลูกชาย เพราะยังไงธุรกิจที่เหลือจะเป็นผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ดีแต่คงไม่ใช่ภายในปี 2 ปีนี้หรอก ขอให้ภูริโตกว่านี้ก่อนฉันค่อยทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรผลิตลูกให้พวกเขาชีวิตครอบครัวของพวกฉันยอมรับเลยว่ามันเป็นครอบครัวที่โคตรสงบสุข ไม่เคยมีเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งหรือแม้แต่เรื่องงานมาให้ปวดหัว กลับถึงบ้านทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง มีเวลาว่างก็ช่วยกันดูแลภูริ จนวันที่ฉันเริ่มมีอาการแพ้ท้องอีกครั้งในระยะเวลาแค่สองปีครึ่ง ฉันไม่มั่นใจว่าจะใช่หรือไม่ใช่แต่ เพื่อความชัวร์ฉันจึงโทรหาพี่ริวให้พี่ริวพาไปโรงพยาบาล ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพี่ริวก็ขับรถมารับฉันเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาลด้วยกันพี่ภีมลงมาฟังผลพร้อมกับพวกฉัน และผล
บทที่ 32ข่าวดีของพี่ภีมหลังจากที่ฉันบอกเรื่องราวสำคัญกับพี่ภีมแล้ว กลับมาถึงบ้านฉันกับพี่ภีมก็เริ่มปฏิบัติงานกันเลย พี่ริวกับพี่ไนท์ยอมสวมถุงยางอนามัย เพื่อปล่อยให้พี่ภีมกับฉันได้มีลูกด้วยกันก่อน พวกเขารู้ว่าพี่ภีมถูกครอบครัวกดดันทั้งเรื่องงานเรื่องเรียนรวมถึงเรื่องคู่ชีวิต ถ้าหากมีหลานสักคนบางทีครอบครัวของพี่ภีมอาจจะปล่อยวางมากขึ้นพี่ภีมกดแช่ทุกหยาดหยดเข้าสู่ร่างกายของฉัน ส่วนทั้งสองทำได้แค่ถอดถุงยางปล่อยพ่นอัดฉีดใส่ตัวและหน้าของฉัน บางครั้งฉันก็เลือกที่จะกลืนกินของทั้งสองเพื่อไม่ให้เขารู้สึกน้อยอกน้อยใจทุกวันหยุดพวกฉันแทบไม่ได้ออกไปไหน ทำกับข้าวเสร็จก็สานต่อกันหน้าทีวี ในครัว บันได และห้องนอนของพวกฉัน ไม่มีวันไหนที่พี่ภีมไม่กดแช่ปลดปล่อยน้ำเชื้อใส่ตัวฉัน และข่าวดีของฉันกับเขามันก็ทำให้ทุกคนดีใจ ฉันกำลังจะเป็นคุณแม่และพี่ภีมกำลังจะกลายเป็นคุณพ่อ หลังจากรับปริญญาของฉันเสร็จเราทั้งสองก็ขับรถมาที่บ้านของพี่ภีมเพื่อบอกข่าวดีให้กับทุกคนรู้ตอนแรกฉันยังไม่บอกหรอกนะปล่อยให้ทุกคนพูดคุยกันไปก่อน ผลการตรวจและแผ่นอัลตร้าซาวด์มันอยู่ในมือของฉัน ซึ่งฉันหยิบเอกสารให้คุณแม่ขาโดยหลอกว่าเป็นสัญญ
บทที่ 23จมน้ำทุกคนเริ่มทยอยลงเรือเพื่อเตรียมล่องแก่ง น้ำมนต์กับฉันได้นั่งคู่กันอยู่ตรงกลาง ด้านหลังมีพี่ริวกับพี่เรย์ ส่วนด้านหน้ามีพี่เพื่อน ๆ นั่งคู่กัน พวกเราค่อย ๆ พายเรือออกมา ช่วงต้นสายน้ำยังไม่ค่อยแรง แต่น้ำใสมากจนเห็นฝูงปลาด้านล่าง บรรยากาศรอบ ๆ มีแต่ต้นไม้มีนกน้อยบินผ่านไปผ่านมาฉันหัน
บทที่ 22เครียดช่วงเย็นนักศึกษาออกมาทำกิจกรรมกันด้านนอก วันนี้เป็นกิจกรรมร้องเล่นเต้นระบำไปตามประสา ลานจอดรถถูกดัดแปลงให้เป็นลานกิจกรรมในค่ำคืนนี้ แต่ก็แค่ช่วงหนึ่งทุ่มเท่านั้น หลังจากนี้ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำกิจกรรมพักผ่อนกันตามอัธยาศัยในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานร้องรำทำเพลง รถของพี่ภีมก็ขับเข้ามา
บทที่ 21โดนจับได้ฉันกับน้ำมนต์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในรั้วมหาวิทยาลัย กลุ่มของพี่โมเว้นระยะห่างหลังจากถูกพี่ริวขู่ไปวันนั้น ที่สำคัญฉันก็มีพวกพี่เรย์คอยปกป้องดูแลวันนี้เป็นวันเดินทางไปจังหวัดนครนายก แม้จะเดินทางไปไม่กี่ชั่วโมงแต่กิจกรรมบนรถ นอกจากร้องรำทำเพลงพวกนักศึกษาชายก็เอาเกมและไพ่มาเล่นกัน
บทที่ 19เดทแรกร้านอาหารเรือนกระจกร้านอาหารไทยที่ขึ้นชื่อมีเหล่ายูทูบเบอร์ และนักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนมาชิมลงรีวิวกันกระหน่ำ ฉันมาทานข้าวพร้อมกับพี่เรย์ แต่ก็ไม่คิดว่าพี่ภีม พี่ไนท์ และพี่ริวจะตามมาด้วยบรรยากาศที่แสนอึดอัด พี่เรย์ทำหน้าตาเบื่อหน่าย แค่เขาจะตักกับข้าวให้ฉันก็ถูกทั้งสามหนุ่มยกจาน







