Se connecterเพียงอึดใจ สติที่ทำท่าจะลอยห่างตัวก็กลับคืนมา
“นี่ ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนะ”
พูดออกไปแล้วก็นึกโมโหตัวเอง ที่สุ้มเสียงช่างไม่เด็ดขาดเอาเสียเลย
แล้วความรู้สึกบ้าๆ ที่กำลังเกิดขึ้นมาจากไหนกัน... เจ้าความรู้สึกที่ว่าร่างสูงกำยำที่ยืนเกือบชิด ช่างน่าเอนกายซบอิง
ปลายนิ้วหรือก็คันยิบๆ ด้วยความอยากลูบไล้แผ่นอกกว้างตึงด้วยกล้ามแข็งที่ปกคลุมด้วยผิวเรียบเนียนสีน้ำตาลจาง
จมูกเจ้ากรรมก็อยากสูดดมผิวกายค่อนข้างขาว เพื่อให้แน่ใจว่ากลิ่นที่ลอยเข้าจมูก คือกลิ่นสะอาดชวนดม
ขณะใจสาวว้าวุ่น ดอนค่อยๆปล่อยมือข้างหนึ่งจากข้อมือเล็ก เพื่อใช้แขนโอบเอวคอดหยุ่น รั้งร่างหอมกรุ่นเข้าชิดยิ่งขึ้น
วิรามรหลุดจากห้วงคำนึงที่เกิดจากความรู้สึกไม่คุ้นเคย ที่เจ้าตัวไม่กล้าคิดหาคำตอบ เพราะสำนึกรับรู้ถึงตัวตนความเป็นชายของชายหนุ่ม ทันทีที่สองร่างแนบชิดกัน
“ปล่อยฉัน”
“ปล่อยก็ได้ แต่ก่อนปล่อยขอชื่นใจก่อนได้มั้ย จูบเดียวไม่มากกว่านั้น”
“แกนี่มัน...”
“อ๊ะๆ เรียกผัวขึ้นไอ้ขึ้นแกเดี๋ยวก็เอาตรงนี้ซะเลย”
“บ้า!”
พยายามจะสะบัดตัวให้พ้นจากวงแขนรัดรอบ แต่ครั้งนี้ไม่ง่ายที่จะพาตัวเองออกพ้นพันธนาการ
“คำก็บ้าสองคำก็บ้า”
“ก็แกน่ะมันบ้าจริงๆ ไม่งั้นคงไม่ทำอะไรบ้าๆ”
“ทำอะไรเหรอที่ว่าทำบ้าๆ” ดอนถามเสียงซื่อ ถามแล้วก็ตอบเอง “หรือที่ผมใช้ปากจนคุณหนูวิทนเสียวไม่ไหวเสร็จคาปากผม”
“นี่! หยุดพูดบ้าๆ เสียที”
วิรามรแหว หน้าแดงก่ำ ความอับอายมีมากพอๆ กับความโมโห หรืออาจจะมากกว่า
“ไม่พูดก็ได้ แต่ขอทำได้มั้ย”
“นายดอน”
“ครับ”
“ฮื้อ! ฉันบอกให้ปล่อย ไม่ได้...”
จูบของชายหนุ่มทำให้วิรามรลืมว่าจะพูดอะไร
ยิ่งกว่านั้น ลืมว่าตนอยู่ที่ไหน
พูดจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่เคยถูกจูบมาก่อนจะมาเจอผู้ชายที่พรากความสาวบริสุทธิ์ไปจากเธอคนนี้
แต่ผู้ชายสองสามคนที่เคยคบหา เธอยอมให้เข้าถึงเนื้อถึงตัว อย่างมากก็แค่กอด ไม่เคยมีคนไหนทำให้เธอสั่นสะเทือนถึงแก่นอารมณ์ความเป็นหญิงได้เท่าผู้ชายคนนี้ ที่ไม่มีอะไรคู่ควรกับเธอเลยไม่ว่าฐานะ การศึกษา ศักดิ์ตระกูล
แต่ทุกครั้งที่เขาเข้าถึงตัว แม้ใจจะต้านทานแต่ร่างกายกลับสมยอม
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาบุกเข้าหา เขาไม่ได้ขืนใจเธอ แต่ใช้กลเม็ดชั้นเชิงในการโอ้โลมที่ช่ำชองพิชิต จนร่างกายเธอกลายเป็นเครื่องเล่นสุดแท้แต่เขาจะชักพา
ดอนถอนจูบ
“บอกสิว่าคุณวิต้องการผม”
เขากระซิบ สองมือประคองใบหน้านวลงามเพื่อสบตาคมโตที่ดูสะลึมสะลือ เพราะพิษสงจูบเร่าร้อนของเขา
วิรามรกระพริบตา วูบหนึ่งที่คิดว่าเห็นแววผยองบอกถึงการเป็นผู้ชนะเปล่งประกายวาบขึ้นในดวงตาคม ช่วยเธอหลุดพ้นจากมนตร์จุมพิต
“ไม่”
ดอนปล่อยมือ ถอยห่างร่างนุ่มเนียน
วิรามรมีทั้งความโล่งใจ และเสียดาย
แต่ที่มาแรง ทันทีที่ร่างสูงหันหลังผละจากไปดื้อๆ คือความรู้สึกว่างโหวง เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นก่อน
<>
ปลายเดือนธันวาคม ก่อนคริสมาสต์หนึ่งวัน คฤหาสน์หลังใหญ่กลางกรุงถูกประดับประดาด้วยไฟราวตามรูปทรงต้นไม้ทีถูกดัดให้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ บอกให้รู้ว่ากำลังมีงานเลี้ยงกึ่งกลางสนามหน้าบ้านกว้างขวางตั้งเวทีขนาดสิบหกตารางเมตร ยกสูงจากพื้นราวครึ่งฟุต ตั้งวงดนตรีกำลังบรรเลงสดไว้มุมหนึ่ง ที่เหลือแขกในงานส่วนหนึ่งกำลังเต้นรำกันอย่างเป็นคู่ๆภายในงานไม่ได้มีเพียงผู้ใหญ่ ยังมีบรรดาลูกเล็กเด็กแดงจากครอบครัวเพื่อนสนิทของเจ้าภาพคนที่เป็นหัวโจก นำทีมเล่นสนุกประสาเด็ก จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหม่อมหลวงหญิง วรัญชลี ศุภรัสมิ์ วัยเจ็ดขวบ บุตรสาวคนโตของคุณชาย อติชาติ ศุภรัสมิ์ หรือนายดอน ผู้เคยสวมบทคนขับรถหนุ่ม ที่เคยบุกเข้าหาลูกสาวจอมหยิ่งของนายจ้าง กระทั่งได้เมียเป็นตัวเป็นตนถึงทุกวันนี้มารดาของเด็กหญิง หม่อมหลวง วรัญชลี ไม่ใช่ใครอื่น คุณวิหรือวิรามร เมียรักของนายดอนนั้นเองส่วนลูกทีมที่กำลังประสานเสียงกรีดร้องระคนหัวเราะอย่างสนุกสนาน เริ่มจากดาวฤกษ์วัยหกขวบ กับน้องสาวคู่แฝด อลิสา-สุทัตตาวัยสี่ขวบ ลูกๆ ของน้าริน หรือ รินรดา ที่ได้เปลี่ยนไปใช้นามสกุลวัชระพงษ์พันธุ์ของสามีเกือบเจ็ดปีแล้วบิดาของหนุ่มน้อยและคู่
เสร็จจากการทำความสะอาด และกระตุ้นนิ้วเท้า เขาก็ลูบผ่านหน้าแข้งและท้องน่อง ลูบขึ้นลง-ขึ้นลง สามสี่ครั้งจึงค่อยเลื่อนมือขึ้นมาบนหน้าขา บรรจงลูบช้าๆ ขึ้นไปจนถึงง่ามขาก่อนจะวนอ้อมกลับโดยผ่านลงมาทางขาอ่อนด้านในแน่ล่ะ อาการยั่วยุระคนยั่วเย้าของเขายิ่งกระตุ้นให้ภรรยาร่างเล็ก ที่เปลี่ยนจากสาวน้อยขี้อายเป็นสาวร้อนรักถึงกับเครียดเกร็ง และสั่นสะท้านด้วยไฟฟอนของความกำหนัดถึงตอนนี้ไม่เพียงหน้าขาขาวละมุนจะสั่นกระตุกน้อยๆ แต่ภายในช่องทางรักของพริ้มยังขมิบเป็นจังหวะ และขับน้ำหวานออกมาอย่างต่อเนื่องยิ่งปลายนิ้วกระด้างเคลื่อนเข้ามาใกล้ปากร่องที่กำลังขับธารเมือกใสลื่น อารมณ์กำหนัดของพริ้มก็ยิ่งเตลิดไปไกล ไกลเสียจนลืมตัวแอ่นเนินขึ้นเชิญชวนหลายครั้ง และทุกครั้งก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะมือหนาเลื่อนห่างออกไปพริ้มระบายลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดแต่ทุกครั้งที่เธอครางอย่างหงุดหงิด สามีผู้ช่ำชองลีลากามของเธอ เพียงอมยิ้มและยิ่งยั่วหยอก ด้วยการกรีดปลายนิ้วเข้าหาร่องสวรรค์ ซึ่งพอเธอแอ่นเนินเข้าหา ปลายนิ้วของเขาก็ล่าถอยเขาทำซ้ำๆ อย่างนี้จนกระทั่งพริ้มครางเสียงดัง เพราะไม่สบอารมณ์นั่นแหละ จึงมีเสียงกระซิบสั่
“พี่รักพริ้มนะ รักสุดหัวใจของนายเสือคนนี้เลย”“พริ้มก็...รักนายเสือค่ะ” เพราะได้คำตอบถูกใจนายเสือผงกศีรษะขึ้นจุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยงชื้นเหงื่อ ก่อนลามไปใบทั่วหน้านวลเนียนอย่างอดใจไม่ไหว ไม่เว้นแก้มปากที่ทั้งนุ่มทั้งหอมด้วยความซาบซึ้ง หวงแหน ก่อนถอดถอนตัวตนจากช่องทางรักฉ่ำเยิ้มแต่แทนที่จะลงนอนเคียงข้าง ร่างสูงกำยำกลับลงไปยืนข้างเตียงแล้วอุ้มร่างอ้อนแอ้นของเมียรักเดินเข้าห้องน้ำพริ้มหน้าแดงแล้วแดงอีก ทั้งเขินทั้งอายกับความเปลือยเปล่าของตนและ...และ...ความเปลือยเปล่าของสามี เสือเป็นฝ่ายลงมือชำระร่างกายให้เมียตัวน้อยพริ้มรู้สึกอายจนหน้าแทบจะกลายเป็นสีเลือด เมื่อสายตาเข้มคมเล้าโลมไปตามเรือนร่างที่เปล่าเปลือยของเธอเสือใช้สายตาโลมเลียมตั้งแต่ใบหน้า ซอกคอ ทรวงอกที่ตั้งเต้าชูชันก่อนจะโลมต่ำลงมาที่สะดือ ท้องน้อย หน้าขาที่กลมกลึง และหยุดตรงเนินสามเหลี่ยมปกคลุมด้วยใยไหมสีดำสนิทบางเบา หลังจากปล่อยตัวเธอลงยืนกับพื้นห้องน้ำเขาละสายตาจากร่างอ้อนแอ้น เพียงเพื่อไขน้ำลงอ่างอาบน้ำรูปไข่สีขาวสะอาดจนเต็ม จากนั้นก็หยดบับเบิลบาธกับเกลือหอม“ให้พี่อาบน้ำให้นะ”ขาดคำอาสาร่างสูงก็ทรุดตัวคุกเข่าข้างขอบอ่าง
ลืมความเจ็บ ความอึดอัด ที่ประสาททุกเส้นสายรับรู้คือความเสียวซ่านร่านร้อน อยากให้ร่างใหญ่โตขยับท่อนลำที่ปักคาเหมือนที่นิ้วยาวกระด้างสอดซุกแล้วถอยออกแล้วสอดกลับลงมาอีกราวกับว่าความต้องการของพริ้ม จะสื่อถึงเจ้าของลำรักที่ปักยึดพื้นที่เพื่อแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ สะโพกสอบเพรียวเริ่มขยับช้าๆ ในลักษณะหมุนวนให้ฐานลำยักษ์บดเบียดเสียดสีกับเนินนูนเป็นกระเปาะราวหลังเต่า“อ๊าาาา!” พริ้มเผลอคราง “เจ็บหรือคนดี” เสียงถามพร่า ร่างหนาหยุดการเคลื่อนไหว มือบางเกาะไหล่บึกบึนกดแน่นเมื่อตอบคำถามด้วยการส่ายหน้าปฏิเสธแทนคำพูดเนื่องจากความเขินอาย“ถ้าไม่เจ็บ...”เสื่อโหย่งร่างพาลำรักชุ่มน้ำหวานถอยห่างปลายทางที่ปักคาพริ้มผวาตามด้วยสัญชาตญาณ เมื่อรับรู้ถึงความว่างเปล่า แม้จะไม่มากเสือตวัดสะโพกให้ลำโตกลับคืนหลุมที่แน่นหนึบ สัมผัสในความยืดหยุ่นและตอดหนุบ “อูยยยสส” เขาคราง หน้าแดงก่ำเหยเกด้วยความซ่านเสียวถึงไขสันหลัง“จะ...เจ็บหรือคะ”เสียงถามหวานช่างไร้เดียงสา“เปล่าจ้ะ ไม่เจ็บแต่พี่เสียว” ท่านชายตอบตรง ทำเอาคนตั้งคำถามแทบจะอายม้วนถ้าเพียงแต่ร่างอ้อนแอ้นจะไม่ถูกปักตรึงไว้ด้วยเสาเอกแห่งบุรุษ ณ.
“อ๊าส์!” พริ้มถึงกับหลุดเสียงครางทันทีที่ปลายนิ้วเรียวแกร่งทรงพลัง ลุกไล่เข้าสู่จุดศูนย์รวมประสาทยังช่องทางอิสตรีสัญชาตญาณปกป้องตัวเองทำให้พริ้มรีบหุบเข่าเข้าหากัน เลยกลายเป็นว่ากักมือหนาไม่ให้ถอยห่างแต่หลังจากนิ้วแกร่งควงสว่านสลับกระดกวนไปมาในช่องแคบที่กำลังชุ่มฉ่ำ เข่ากลมมนก็คลายจากกันทีละน้อยกระทั่งลำขาเรียวแยกห่างจากกันอัตโนมัติ“นั่นแหละยอดรัก...อย่างนั้น อา...คับแน่นดีเหลือเกินเมียพี่”ท่านชายครางกระเส่าแถมแทนองค์เองว่าพี่ด้วยความสนิทเสน่หาในตัวหม่อมขณะนิ้วกลางทั้งยาวและแข็งแกร่งผลุบเข้าผลุบออกในรูเล็กอย่างเป็นจังหวะจะโคน “อิ๊!”พริ้มลืมตัวหลุดเสียประหลาดเมื่อปลายนิ้วถอดถอนจากรูฉ่ำมาบี้ติ่งสาว“เจ็บหรือคนดี”นายเสือถามเสียอาทร“มะ...ไม่ค่ะ หม่อม เอ่อ พริ้ม...บอกไม่ถูก มัน...ทรมานแปลกๆ”“งั้น...”นายเสือไม่พูดให้จบประโยคว่างั้นอะไรพริ้มเองมารู้กระทั่งร่างใหญ่โตแทรกกลางระหว่างขาเรียวทั้งสองของเธอในท่าหมอบเพื่อลงลิ้นในร่องสาว“อ๊า...อ๊าซ์!พริ้มครางไม่ลืมหูลืมตา สะโพกแอ่นหยัดลำตัวบิดส่าย สองมือขยุ้มผ้าปูทึ้งดึง นายเสือละเลงลิ้น ยิ่งน้ำหวานถูกขับออกมามากเท่าใด ก
ร่างบางถูกวางลงเตียงกว้าง เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ปกปิดผิวเนียนละเอียดเปล่งปลั่งถูกปลดเปลื้องจนร่างอ้อนแอ้นอวบอัดในจุดที่ชวนน้ำลายสอเปลือยเปล่าพริ้มหน้าแดง อาจแดงทั้งตัวเมื่อสบนัยน์ตาเข้มจัดขัดเขิน ใจสั่น แข้งขาทอดยาวเหมือนจะสิ้นเรี่ยวแรงขยับเขยื้อน ทำได้แค่หนีบขาเรียวแนบติดกันแน่น มือแขนทั้งสองไขว้กุมบังปิดป้องเนินสาว เมื่อถูกมองสำรวจลงมาจากสายตาเป็นประกายเจิดจ้าด้วยอารมณ์ปรารถนาที่กำลังพุ่งโพลงอย่างยากจะระงับจนกว่าจะได้รับการปลดปล่อยท่านชายหนุ่ม“สวย...สวยเหลือเกินพริ้มจ๋า”นายเสือหายใจแรงมือหนาโอบอุ้มเนินนุ่มครัดเครียด ท้องนิ้วโป้งกับนิ้วชี้บี้คลึงยอดปทุมเครียดคัดเบาๆ ก่อนใบหน้าคมสันจะโน้มแนบลงชิดนวลเนื้อสาวกายอ้อนแอ้นแอ่นผวาทันทีที่ปลายลิ้นอุ่นสากตวัดไล้วนปลายถันสีชมพูข้างหนึ่งขณะอีกข้างถูกบดบี้“อูว...” พริ้มแทบไม่รู้ตัวว่าหลุดเสียงคราง เมื่อถูกริมฝีปากหยักได้รูปรวบดูดติ่งตูมกระทั่งมันสั่นระริกในอุ้งปากอุ่นเสือหายใจแรงหลังถอนปากจากเนินคู่ขึ้นมองกราดตลอดเรือนกายบางซ่อนรูปท่านชายที่ขอเป็นแค่นายเสือสำหรับภรรยายอดดวงใจ ใช้สายตาลูบโลมอกสวยตั้งชันงดงามราวกับปั้นอยู่อึดใจ จึงสัมผัสด้วย







