ログイン“จะสรุปอย่างนั้นได้ไง ผมก็บอกแล้วว่า...”
“แกไม่ได้รักเขา พอๆ กับที่เขาก็ไม่ได้พิศวาสแกเป็นพิเศษ อย่ามาเถียง”
รีบยกมือห้ามเมื่อน้องชายเปิดปากจะพูดต่อ
“แกฟังฉันเลย คนเราน้อยนักที่เจอผู้หญิงที่เราหวังจะแต่งงานด้วยแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย ยิ่งกรณีของแก ขนาดว่าคบหากัน รู้จักกันมาแล้วเป็นระยะเวลาพอสมควร ยังไม่รู้อีกว่าคิดยังไง นั่นแสดงให้เห็นว่าแกกับเขาจูนกันไม่ติดแล้วล่ะ ถึงคบกันไปก็เสียเวลาเปล่า”
“ผมขอเถียง”
“เชิญ”
“ที่พี่ตุลย์ว่ามา คงเพราะไม่เคยเห็นคู่แต่งงานที่เขาคบหากันอย่างเพื่อนมานับสิบๆปีแล้วเพิ่งมารู้ตัวว่ารักคนที่เป็นเพื่อนนี้เอาตอนก่อนแต่งงานกัน”
“นั่นน่ะโกหกทั้งเพ เชื่อฉันสิวะ คนเราลงว่าเห็นเป็นเพื่อนมันก็แค่เพื่อน แล้วที่ไม่เคยเห็นอะไรพิเศษในตัวอีกฝ่าย ไม่เคยรู้สึกอะไรเลยมาเป็นปีๆ หรือสิบปี แต่มาแต่งงานกันแล้วบอกว่าเราเพิ่งมารักกันเมื่อเร็วๆนี้แม่งตอแหลว่ะ ฉันกล้าพนันหมดตัว ผู้หญิงคนนั้นต้องรู้ตัวตั้งนานแล้วว่ารักฝ่ายชาย เพียงแต่ไม่มีโอกาสที่จะได้แสดงออก”
“ผมคงเถียงนักกฎหมายไม่ได้ เถียงไปรังแต่จะแพ้ ว่าแต่พี่ตุลย์เห็นน้องรินเป็นยังไง”
“น่ารัก สวยด้วย หน้าตาอย่างนี้อายุมากขึ้นก็จะยิ่งสวย ฉันชอบว่ะ แกเป็นน้องหลีกทางให้ฉันซะดีๆ”
“เฮ่ย!” น้องชายร้องลั่น
“นั่นน่ะเด็กอายุเพิ่งสิบเจ็ดสิบแปดเองนะพี่ตุลย์ แล้วพี่น่ะปาเข้าไปเท่าไหร่ รู้ตัวหรือเปล่า”
“ก็จะทำไม ถ้าฉันจะสร้างตำนานรักข้ามรุ่น”
“พูดเหมือนจะแน่ใจ”
“ใช่ ฉันแน่ใจ นี้แหละคนที่ฉันรอคอยมาจนอายุสามสิบสอง”
“ถ้าพี่ตุลย์ปล่อยให้ตัวเองมีลูกแต่อายุสิบสามสิบสี่ น้องรินเป็นลูกพี่ตุลย์ได้เลยนะ”
ตวนเทพแหย่พี่ชายด้วยความหมั่นไส้
“เผอิญฉันรู้จักป้องกัน เลยรอดตัวที่จะเป็นพ่อเด็กสักคนมาจนถึงวันนี้ ยายหนูรินจึงเหมาะที่จะเป็นคู่รักฉันไม่ใช่ลูก แล้วผู้ชายอายุเท่าฉัน ยังห่างไกลความแก่เว๊ย”
“ยังไงพี่ตุลย์ก็แก่กว่าน้องรินตั้งรอบหนึ่งเชียวนะ น้อยอยู่หรือนั่น”
“ไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้มากเกินไปนี่หว่า”
ทวนเทพมองพี่ชายด้วยสายตาพินิจ แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจ ถึงกับโพล่งถามออกไป
“พี่ตุลย์เอาจริงใช่มั้ยเนี่ย?”
“จริงเรื่องอะไร”
“ก็...ที่จะจีบน้องริน”
“แล้วแกคิดว่าฉันจะทำสำเร็จมั้ยล่ะ”
ทวนเทพมองหน้าขาวสะอาดจนมองเห็นเงาเขียวๆ ของไรหนวดเคราที่โกนเรียบร้อยของพี่ชายร่วมสายโลหิตอยู่อึดใจ ก็ต้องยอมรับว่าหน้าตาอย่างพี่ชายเขา ไม่ยากสัดนิดที่จะเอาชนะใจผู้หญิงสักคน และเขายังรู้อย่างแน่ๆว่ามีผู้หญิงไม่น้อย เป็นร้อยนั่นแหละ พากันเห็นพี่ชายเขาเป็นเทพบุตรหน้าหยก
ว่ากันถึงรูปร่าง เขาก็มั่นใจว่าสาวๆ คงแทบน้ำลายหกหากได้เห็นพี่ชายเขานุ่งน้อยห่มน้อย อาจถึงขั้นตาโตแทบถลนออกนอกเบ้า ด้วยความกริ่งเกรงถ้าได้ยลตัวตนที่บ่งบอกความเป็นเพศชายที่กำยำพ่วงพี
“ผมสงสารน้องริน”
ทวนเทพไม่ได้ตอบคำถาม
“สงสารเรื่องอะไร”
“ถ้าพี่ตุลย์ตั้งใจหว่านเสน่ห์แล้วท้ายที่สุดก็จบแบบเดียวกับที่พี่ตุลย์จบกับสาวๆ มาแล้วเป็นร้อยนะสิครับ”
ตุลยธรหัวเราะเสียงดัง ตบไหล่น้องชายป้าบ
“นี่แกคิดว่าฉันผ่านผู้หญิงมาเป็นร้อยเลยรึ แต่ยังไงก็ขอบใจว่ะ ที่มองว่าพี่แกเป็นบุรุษเหล็กขนาดนั้น”
พี่น้องเดินมาถึงรถที่จอดไว้ ตุลยธรเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วชะงักที่กำลังจะเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย เมื่อเห็นน้องชายยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่ยอมเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร
“อะไร” เขาถาม
“ผมอยากรู้”
“อยากรู้เรื่องอะไรอีก”
“พี่ตุลย์คิดจะจีบน้องรินจริงๆใช่มั้ย”
“ถ้าคิดก็จริงสิวะ แกก็รู้ เรื่องจีบผู้หญิงฉันไม่เคยคิดเล่นๆ”
ทวนเทพโคลงศีรษะ ในใจชักจะเป็นห่วงหญิงสาวที่เพิ่งเลยวัยแรกรุ่นมาไม่กี่ปี
ปลายเดือนธันวาคม ก่อนคริสมาสต์หนึ่งวัน คฤหาสน์หลังใหญ่กลางกรุงถูกประดับประดาด้วยไฟราวตามรูปทรงต้นไม้ทีถูกดัดให้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ บอกให้รู้ว่ากำลังมีงานเลี้ยงกึ่งกลางสนามหน้าบ้านกว้างขวางตั้งเวทีขนาดสิบหกตารางเมตร ยกสูงจากพื้นราวครึ่งฟุต ตั้งวงดนตรีกำลังบรรเลงสดไว้มุมหนึ่ง ที่เหลือแขกในงานส่วนหนึ่งกำลังเต้นรำกันอย่างเป็นคู่ๆภายในงานไม่ได้มีเพียงผู้ใหญ่ ยังมีบรรดาลูกเล็กเด็กแดงจากครอบครัวเพื่อนสนิทของเจ้าภาพคนที่เป็นหัวโจก นำทีมเล่นสนุกประสาเด็ก จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหม่อมหลวงหญิง วรัญชลี ศุภรัสมิ์ วัยเจ็ดขวบ บุตรสาวคนโตของคุณชาย อติชาติ ศุภรัสมิ์ หรือนายดอน ผู้เคยสวมบทคนขับรถหนุ่ม ที่เคยบุกเข้าหาลูกสาวจอมหยิ่งของนายจ้าง กระทั่งได้เมียเป็นตัวเป็นตนถึงทุกวันนี้มารดาของเด็กหญิง หม่อมหลวง วรัญชลี ไม่ใช่ใครอื่น คุณวิหรือวิรามร เมียรักของนายดอนนั้นเองส่วนลูกทีมที่กำลังประสานเสียงกรีดร้องระคนหัวเราะอย่างสนุกสนาน เริ่มจากดาวฤกษ์วัยหกขวบ กับน้องสาวคู่แฝด อลิสา-สุทัตตาวัยสี่ขวบ ลูกๆ ของน้าริน หรือ รินรดา ที่ได้เปลี่ยนไปใช้นามสกุลวัชระพงษ์พันธุ์ของสามีเกือบเจ็ดปีแล้วบิดาของหนุ่มน้อยและคู่
เสร็จจากการทำความสะอาด และกระตุ้นนิ้วเท้า เขาก็ลูบผ่านหน้าแข้งและท้องน่อง ลูบขึ้นลง-ขึ้นลง สามสี่ครั้งจึงค่อยเลื่อนมือขึ้นมาบนหน้าขา บรรจงลูบช้าๆ ขึ้นไปจนถึงง่ามขาก่อนจะวนอ้อมกลับโดยผ่านลงมาทางขาอ่อนด้านในแน่ล่ะ อาการยั่วยุระคนยั่วเย้าของเขายิ่งกระตุ้นให้ภรรยาร่างเล็ก ที่เปลี่ยนจากสาวน้อยขี้อายเป็นสาวร้อนรักถึงกับเครียดเกร็ง และสั่นสะท้านด้วยไฟฟอนของความกำหนัดถึงตอนนี้ไม่เพียงหน้าขาขาวละมุนจะสั่นกระตุกน้อยๆ แต่ภายในช่องทางรักของพริ้มยังขมิบเป็นจังหวะ และขับน้ำหวานออกมาอย่างต่อเนื่องยิ่งปลายนิ้วกระด้างเคลื่อนเข้ามาใกล้ปากร่องที่กำลังขับธารเมือกใสลื่น อารมณ์กำหนัดของพริ้มก็ยิ่งเตลิดไปไกล ไกลเสียจนลืมตัวแอ่นเนินขึ้นเชิญชวนหลายครั้ง และทุกครั้งก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะมือหนาเลื่อนห่างออกไปพริ้มระบายลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดแต่ทุกครั้งที่เธอครางอย่างหงุดหงิด สามีผู้ช่ำชองลีลากามของเธอ เพียงอมยิ้มและยิ่งยั่วหยอก ด้วยการกรีดปลายนิ้วเข้าหาร่องสวรรค์ ซึ่งพอเธอแอ่นเนินเข้าหา ปลายนิ้วของเขาก็ล่าถอยเขาทำซ้ำๆ อย่างนี้จนกระทั่งพริ้มครางเสียงดัง เพราะไม่สบอารมณ์นั่นแหละ จึงมีเสียงกระซิบสั่
“พี่รักพริ้มนะ รักสุดหัวใจของนายเสือคนนี้เลย”“พริ้มก็...รักนายเสือค่ะ” เพราะได้คำตอบถูกใจนายเสือผงกศีรษะขึ้นจุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยงชื้นเหงื่อ ก่อนลามไปใบทั่วหน้านวลเนียนอย่างอดใจไม่ไหว ไม่เว้นแก้มปากที่ทั้งนุ่มทั้งหอมด้วยความซาบซึ้ง หวงแหน ก่อนถอดถอนตัวตนจากช่องทางรักฉ่ำเยิ้มแต่แทนที่จะลงนอนเคียงข้าง ร่างสูงกำยำกลับลงไปยืนข้างเตียงแล้วอุ้มร่างอ้อนแอ้นของเมียรักเดินเข้าห้องน้ำพริ้มหน้าแดงแล้วแดงอีก ทั้งเขินทั้งอายกับความเปลือยเปล่าของตนและ...และ...ความเปลือยเปล่าของสามี เสือเป็นฝ่ายลงมือชำระร่างกายให้เมียตัวน้อยพริ้มรู้สึกอายจนหน้าแทบจะกลายเป็นสีเลือด เมื่อสายตาเข้มคมเล้าโลมไปตามเรือนร่างที่เปล่าเปลือยของเธอเสือใช้สายตาโลมเลียมตั้งแต่ใบหน้า ซอกคอ ทรวงอกที่ตั้งเต้าชูชันก่อนจะโลมต่ำลงมาที่สะดือ ท้องน้อย หน้าขาที่กลมกลึง และหยุดตรงเนินสามเหลี่ยมปกคลุมด้วยใยไหมสีดำสนิทบางเบา หลังจากปล่อยตัวเธอลงยืนกับพื้นห้องน้ำเขาละสายตาจากร่างอ้อนแอ้น เพียงเพื่อไขน้ำลงอ่างอาบน้ำรูปไข่สีขาวสะอาดจนเต็ม จากนั้นก็หยดบับเบิลบาธกับเกลือหอม“ให้พี่อาบน้ำให้นะ”ขาดคำอาสาร่างสูงก็ทรุดตัวคุกเข่าข้างขอบอ่าง
ลืมความเจ็บ ความอึดอัด ที่ประสาททุกเส้นสายรับรู้คือความเสียวซ่านร่านร้อน อยากให้ร่างใหญ่โตขยับท่อนลำที่ปักคาเหมือนที่นิ้วยาวกระด้างสอดซุกแล้วถอยออกแล้วสอดกลับลงมาอีกราวกับว่าความต้องการของพริ้ม จะสื่อถึงเจ้าของลำรักที่ปักยึดพื้นที่เพื่อแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ สะโพกสอบเพรียวเริ่มขยับช้าๆ ในลักษณะหมุนวนให้ฐานลำยักษ์บดเบียดเสียดสีกับเนินนูนเป็นกระเปาะราวหลังเต่า“อ๊าาาา!” พริ้มเผลอคราง “เจ็บหรือคนดี” เสียงถามพร่า ร่างหนาหยุดการเคลื่อนไหว มือบางเกาะไหล่บึกบึนกดแน่นเมื่อตอบคำถามด้วยการส่ายหน้าปฏิเสธแทนคำพูดเนื่องจากความเขินอาย“ถ้าไม่เจ็บ...”เสื่อโหย่งร่างพาลำรักชุ่มน้ำหวานถอยห่างปลายทางที่ปักคาพริ้มผวาตามด้วยสัญชาตญาณ เมื่อรับรู้ถึงความว่างเปล่า แม้จะไม่มากเสือตวัดสะโพกให้ลำโตกลับคืนหลุมที่แน่นหนึบ สัมผัสในความยืดหยุ่นและตอดหนุบ “อูยยยสส” เขาคราง หน้าแดงก่ำเหยเกด้วยความซ่านเสียวถึงไขสันหลัง“จะ...เจ็บหรือคะ”เสียงถามหวานช่างไร้เดียงสา“เปล่าจ้ะ ไม่เจ็บแต่พี่เสียว” ท่านชายตอบตรง ทำเอาคนตั้งคำถามแทบจะอายม้วนถ้าเพียงแต่ร่างอ้อนแอ้นจะไม่ถูกปักตรึงไว้ด้วยเสาเอกแห่งบุรุษ ณ.
“อ๊าส์!” พริ้มถึงกับหลุดเสียงครางทันทีที่ปลายนิ้วเรียวแกร่งทรงพลัง ลุกไล่เข้าสู่จุดศูนย์รวมประสาทยังช่องทางอิสตรีสัญชาตญาณปกป้องตัวเองทำให้พริ้มรีบหุบเข่าเข้าหากัน เลยกลายเป็นว่ากักมือหนาไม่ให้ถอยห่างแต่หลังจากนิ้วแกร่งควงสว่านสลับกระดกวนไปมาในช่องแคบที่กำลังชุ่มฉ่ำ เข่ากลมมนก็คลายจากกันทีละน้อยกระทั่งลำขาเรียวแยกห่างจากกันอัตโนมัติ“นั่นแหละยอดรัก...อย่างนั้น อา...คับแน่นดีเหลือเกินเมียพี่”ท่านชายครางกระเส่าแถมแทนองค์เองว่าพี่ด้วยความสนิทเสน่หาในตัวหม่อมขณะนิ้วกลางทั้งยาวและแข็งแกร่งผลุบเข้าผลุบออกในรูเล็กอย่างเป็นจังหวะจะโคน “อิ๊!”พริ้มลืมตัวหลุดเสียประหลาดเมื่อปลายนิ้วถอดถอนจากรูฉ่ำมาบี้ติ่งสาว“เจ็บหรือคนดี”นายเสือถามเสียอาทร“มะ...ไม่ค่ะ หม่อม เอ่อ พริ้ม...บอกไม่ถูก มัน...ทรมานแปลกๆ”“งั้น...”นายเสือไม่พูดให้จบประโยคว่างั้นอะไรพริ้มเองมารู้กระทั่งร่างใหญ่โตแทรกกลางระหว่างขาเรียวทั้งสองของเธอในท่าหมอบเพื่อลงลิ้นในร่องสาว“อ๊า...อ๊าซ์!พริ้มครางไม่ลืมหูลืมตา สะโพกแอ่นหยัดลำตัวบิดส่าย สองมือขยุ้มผ้าปูทึ้งดึง นายเสือละเลงลิ้น ยิ่งน้ำหวานถูกขับออกมามากเท่าใด ก
ร่างบางถูกวางลงเตียงกว้าง เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ปกปิดผิวเนียนละเอียดเปล่งปลั่งถูกปลดเปลื้องจนร่างอ้อนแอ้นอวบอัดในจุดที่ชวนน้ำลายสอเปลือยเปล่าพริ้มหน้าแดง อาจแดงทั้งตัวเมื่อสบนัยน์ตาเข้มจัดขัดเขิน ใจสั่น แข้งขาทอดยาวเหมือนจะสิ้นเรี่ยวแรงขยับเขยื้อน ทำได้แค่หนีบขาเรียวแนบติดกันแน่น มือแขนทั้งสองไขว้กุมบังปิดป้องเนินสาว เมื่อถูกมองสำรวจลงมาจากสายตาเป็นประกายเจิดจ้าด้วยอารมณ์ปรารถนาที่กำลังพุ่งโพลงอย่างยากจะระงับจนกว่าจะได้รับการปลดปล่อยท่านชายหนุ่ม“สวย...สวยเหลือเกินพริ้มจ๋า”นายเสือหายใจแรงมือหนาโอบอุ้มเนินนุ่มครัดเครียด ท้องนิ้วโป้งกับนิ้วชี้บี้คลึงยอดปทุมเครียดคัดเบาๆ ก่อนใบหน้าคมสันจะโน้มแนบลงชิดนวลเนื้อสาวกายอ้อนแอ้นแอ่นผวาทันทีที่ปลายลิ้นอุ่นสากตวัดไล้วนปลายถันสีชมพูข้างหนึ่งขณะอีกข้างถูกบดบี้“อูว...” พริ้มแทบไม่รู้ตัวว่าหลุดเสียงคราง เมื่อถูกริมฝีปากหยักได้รูปรวบดูดติ่งตูมกระทั่งมันสั่นระริกในอุ้งปากอุ่นเสือหายใจแรงหลังถอนปากจากเนินคู่ขึ้นมองกราดตลอดเรือนกายบางซ่อนรูปท่านชายที่ขอเป็นแค่นายเสือสำหรับภรรยายอดดวงใจ ใช้สายตาลูบโลมอกสวยตั้งชันงดงามราวกับปั้นอยู่อึดใจ จึงสัมผัสด้วย







