LOGINอิ๊งค์ทำตามที่น้าพงษ์บอกอย่างว่าง่ายเพราะเข้าใจไปเองในห้วงอารมณ์เบลอๆว่าคงเป็นท่าทางที่จะนำไปสู่การนวดคลายเส้นในขั้นตอนต่อไป
แต่ทันทีที่เธอทิ้งน้ำหนักลงไปยังหัวเข่าทั้งสองข้างเพื่อกระดกสะโพกขึ้นมา เธอก็ต้องลืมตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เมื่อนิ้วของคนข้างหลังจับแหวกกางเกงในเธอออก แล้วเสียบใส่ดุนดันลำเอ็นเข้ามาในร่องสวาทที่ชุ่มฉ่ำของเธอโดยไม่ขออนุญาติ “อุ๊ย!... น…! น้าพงษ์…!? อรื๊อออ!!” แต่อิ๊งค์ยังไม่ทันที่จะตั้งตัวหรือเอ่ยปากประท้วงได้จบประโยค น้าพงษ์จัดการกดท่อนควยอัดเข้ามาจนมิดลำโคน จับรั้งเรียวแขนทั้งสองข้างของอิ๊งค์ดึงเหนี่ยวมาทางด้านหลัง บังคับให้เธออยู่ในท่วงท่าที่ต้องแอ่นอกเชิดหน้าขึ้นเตรียมรับแรงกระแทก ประธานชุมชนผู้แสนใจดีเริ่มระเลงบทรักที่เฝ้ารอมาเนิ่นนาน น้าพงษ์กระเด้ารัวๆไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพั่บๆ สลับกับเสียงเฉอะแฉะของน้ำเงี่ยน “อื๊อออ…! อ๊าๆๆๆๆๆ…!!!” อิ๊งค์ร้องลั่น น้ำตาซึมด้วยความวาบหวาม บวกความจุกแน่นที่ถูกเติมเต็มเข้ามาในร่องสวาท รวมไปถึงความรู้สึกที่ถูกกระทำในแบบที่เธอไม่ทันตั้งตัว น้าพงษ์กระหน่ำโยกเข้าหาบั้นท้ายของอิ๊งค์อย่างเมามันส์ แกทำตาปรือด้วยความฟิน นึกจินตนาการถึงภาพตอนที่แกเดินตามตูดคุณอิ๊งค์ลงพื้นที่ดูงานในชุมชน ก้นงอนงามภายใต้กางเกงยีนส์ที่แอบมองมานาน ความรู้สึกที่ได้กระแทกใส่มันเป็นแบบนี้นี่เอง… พั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ! “อ่าาาห์…! ซี๊ดดดส์…! อ่าาา…” น้าพงษ์รัวกระเด้าต่อเนื่อง เนื้อก้นที่ทั้งใหญ่และนุ่มแน่นของอิ๊งค์เหมาะกับการรองรับแรงกระแทกลักษณะนี้เป็นที่สุด ไหนจะหีอวบอูมที่แน่นฟิตและขมิบตอดรัดถี่รัวไม่หยุด ต่อมาน้าพงษ์ขยับกายโน้มตัวลงนอนคว่ำทับทาบลงมาบนร่างของอิ๊งค์ทั้งตัว ทิ้งน้ำหนักลงมาเต็มๆ ได้โอกาสซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนที่แอบมองมานาน น้าพงษ์สูดดมกลิ่นหอมของเนื้อสาวบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด ลมหายใจร้อนระอุรดรินจนอิ๊งค์ซ่านสยิวไปทั้งร่าง เธอทำได้เพียงแผดเสียงครางหวานเครือ ระเบิดอารมณ์เงี่ยนออกมาอย่างหมดสภาพกุลสตรี ตับ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ! “ค.. คุณอิ๊งค์… ตัวก็หอม ก้นก็แน่น หอยก็ฟิตดีเหลือเกิน อะ.. อ่าาาาห์…” เสียงสั่นกระเส่ากระซิบข้างหูหญิงสาว ในขณะที่เจ้าของเสียงยังคงกระเด้าใส่คนข้างล่างต่อเนื่องอย่างไม่มีความเกรงใจ “อื๊อๆๆๆๆๆ…!!” พลั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ! ภาพของนางฟ้านักสังคมสงเคราะห์สาวสวย โดนผู้ชายรูปร่างสันทัดผิวคล้ำแดดนอนทับและกำลังเย็ดรัวๆ เป็นภาพที่ดูดิบเถื่อน พวกเขาสองคนดูไม่คู่ควรกันเลย น้าพงษ์ทำทุกอย่างที่เขาทำได้ ทั้งดมทั้งเลียซอกคอ ไม่เว้นแม้กระทั่งขโมยหอมแก้มขาวนวล เพราะตอนนี้สมองของอิ๊งค์พร่าเบลอไปหมดแล้ว แล้วบทสวาทอันหยาบโลนก็ดำเนินไปจนถึงจุดพีค น้าพงษ์กระแทกเน้นย้ำสี่ห้าครั้งสุดท้ายอย่างหนักหน่วง ก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักอุ่นร้อนพุ่งทะลักแตกคารูหีฟิตๆของอิ๊งค์จนล้นปรี่ ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นรดต้นคอหญิงสาว ในขณะที่ร่างของฝ่ายชายนอนทับทาบอยู่บนร่างกายของเธอ แช่ค้างลำควยอุ่นไว้ภายในส่วนลึกของร่องเนื้อสาวที่ยังคงขมิบตอดรัดแน่นอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความเงียบและความเงี่ยนหลอมรวมร่างของคนทั้งสองเข้าด้วยกันต่อไป… ------------------------------ ไม่กี่วันต่อมา… แสงแดดยามสายสาดส่องลงกระทบหลังคาสังกะสีเก่าของบ้านไม้กึ่งปูนท้ายตลาด นักสังคมสงเคราะห์คนสวยเดินทางมาที่นี่ตามเวลานัดหมาย อิ๊งค์ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน ท่อนล่างใส่กางเกงยีนส์ขายาวทรงเดฟที่โอบรับกับสะโพกงอนงาม รูปร่างสมส่วนบวกกับกิริยามารยาท ทำให้เธอยังเป็นกุลสตรีผู้เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ดั่งเช่นทุกวัน “สวัสดีค่ะป้าแก้ว หนูมาหาน้องตั้มค่ะ” อิ๊งค์ยกมือไหว้กล่าวทักทายผู้ใหญ่ด้วยน้ำเสียงสุภาพ “นั่งก่อนสิ… เดี๋ยวป้าไปเรียกมันให้” หญิงวัยกลางคนที่มีอาชีพเป็นแม่ค้าเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน ก่อนจะกุลีกุจอจัดหาเก้าอี้พลาสติกเก่าๆมาต้อนรับแขก บั้นท้ายนุ่มแน่นของอิ๊งค์นั่งลงบนเก้าอี้อย่างสุภาพ ขาทั้งสองข้างหนีบชิดติดกันสนิท เข่าชนเข่าอย่างมิดชิดสำรวม แตกต่างอย่างสุดขั้วกับการนอนแบะอ้าซ่าที่เธอเคยทำบนเบาะนวดเมื่อวันก่อน ไม่ห่างกันนัก ร่างหนาสันทัดของน้าพงษ์ก้าวเดินตามเข้ามานั่งอยู่ด้านหลังเยื้องไปทางขวา แกยังคงทำตัวเป็นผู้ช่วยที่แสนดี สอดส่องสายตาไปรอบๆบริเวณบ้าน เผยให้เห็นถึงความพร้อมที่จะเข้าปกป้องนักสังคมสงเคราะห์สาวทันทีหากมีเหตุฉุกเฉิน ทว่ายามใดที่น้าพงษ์เหลือบสายตากลับมามองแผ่นหลังของอิ๊งค์ แววตาซื่อๆแบบผู้ใหญ่ใจดีแปรเปลี่ยนไปเป็นสายตาของผู้ชนะ แกมีความกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เพราะรู้ดีว่าภายใต้เสื้อผ้ามิดชิดที่คุณอิ๊งค์สวมใส่อยู่ตอนนี้ ได้ซ่อนสัดส่วนทองคำและผิวขาวนวลขนาดไหนเอาไว้ ซึ่งแกได้ปู้ยี้ปู้ยำจนสมใจอยากแล้ว น้าพงษ์ลอบมองสะโพกผายของอิ๊งค์ พลางนึกถึงภาพเนื้อแก้มก้นขาวเนียนเด้งสู้มือตอนถูกแกตบตีสลับกับบีบนวด ไหนจะร่องสวาทชื้นแฉะที่แกเพิ่งกระหน่ำจัดหนักกระแทกมิดลำจนน้ำเยิ้มคารู สักพักต่อมา… ตั้ม วัยรุ่นอายุ 21 ปี ที่เพิ่งผ่านกระบวนการบำบัดยาเสพติดกลับมาอยู่บ้านได้ไม่กี่สัปดาห์ เดินก้มหน้าก้มตาออกมาจากบ้าน สภาพร่างกายดูซูบเซียว แววตาแฝงความประหม่าหวาดระแวง สายตาของเด็กหนุ่มแอบมองน้าพงษ์ที่นั่งทำหน้ายักษ์คุมเชิงอยู่แว๊บหนึ่ง ก่อนจะยอมนั่งลงบนม้านั่งฝั่งตรงข้ามกับอิ๊งค์ “สัปดาห์นี้เป็นยังไงบ้างตั้ม สบายดีไหม” อิ๊งค์เปิดฉากชวนคุย น้ำเสียงของเธออ่อนหวาน เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ ไร้ซึ่งท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์ “ก็... ก็ดีครับ” ตั้มก้มหน้าตอบเสียงเบา ไม่กล้าสบตาคนสวย นั่งแกะเล็บตัวเองไปด้วยพลางๆ “ยังมีอาการนอนไม่หลับ หรือฝันร้ายอยู่บ้างไหม” นักสังคมสงเคราะห์คนสวยถามต่อ พลางเปิดแฟ้มบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทักษะการสัมภาษณ์ทางวิชาการหลั่งไหลออกมาอย่างเชี่ยวชาญ “ช่วงปรับตัวหลังจากกลับมาอยู่บ้าน สภาพแวดล้อมเดิมๆอาจจะทำให้เราคิดถึงสิ่งเก่าๆได้ ตั้มจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงบ้าง เล่าให้พี่อิ๊งค์ฟังหน่อยได้ไหม” “ก็... มีบ้างครับพี่ เวลาเดินไปหน้าปากซอยเห็นพวกเพื่อนกลุ่มเดิมนั่งอยู่ มันก็… มีแว๊บๆเข้ามาในหัว แต่ผมก็รีบเดินหนีกลับบ้านเลย ไม่อยากกลับไปจุดนั้นอีกแล้วครับ” เด็กหนุ่มร่ายยาวระบายความในใจออกมา แววตาเริ่มมีประกายความเชื่อมั่นขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีรับฟังอย่างตั้งใจของฝ่ายหญิง “เก่งมากตั้ม การรู้เท่าทันความรู้สึกตัวเองแล้วเลือกที่จะเดินเลี่ยงออกมา นั่นคือสเต็ปแรกที่สำคัญที่สุดเลยนะ” อิ๊งค์ส่งยิ้มให้ตั้มเพื่อเสริมพลังทางจิตวิทยา “แล้วเรื่องงานที่คุยกันไว้ล่ะ ที่ว่าอยากจะไปสมัครงานอู่ซ่อมรถ ได้แวะไปคุยกับเขาหรือยัง” “ยังเลยครับ... ผมกลัวเขาไม่รับ เพราะผมมีประวัติไม่ดี” เด็กหนุ่มก้มหน้าลงอีกครั้ง ความพลาดพลั้งในอดีตยังคงเป็นชะงักติดหลังเขาอยู่ “ตั้มฟังพี่อิ๊งค์นะ เรื่องประวัติในอดีตเราย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ปัจจุบันเราแสดงให้เขาเห็นได้ว่าเราเปลี่ยนไปแล้ว” นักสังคมสงเคราะห์คนสวยขยับเก้าอี้ย้ายไปนั่งข้างเด็กหนุ่มแบบไม่ถือตัว เป็นหลักจิตวิทยาที่ทำให้เห็นว่ายังมีคนอยู่เคียงข้างเขา “เดี๋ยวพี่จะให้เอกสารรับรองการผ่านการบำบัดและใบนัดรายงานตัวของกรมสวัสดิการสังคมติดตัวไปด้วย ถ้านายจ้างเขาถาม ตั้มยื่นตัวนี้ให้เขาดูเลยนะ เป็นการยืนยันว่าเราอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ ส่วนเรื่องความปลอดภัยและพฤติกรรมในชุมชน น้าพงษ์ที่เป็นประธานกรรมการชุมชนจะคอยช่วยสอดส่อง เป็นพยานช่วยรับรองให้ตั้ม ใช่ไหมคะน้าพงษ์” “อ๋อ... ใช่ๆ” น้าพงษ์ที่กำลังนั่งคิดเรื่องใต้สะดือสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าแววตาให้กลับมาเป็นผู้ใหญ่ใจดี พลางตีหน้าเข้มขรึมใส่เด็กหนุ่ม “ไอ้ตั้มเอ๊ย… เอ็งตั้งใจทำมาหากินไปเถอะ ถ้าเอ็งกลับตัวได้จริงๆ น้าก็พร้อมจะช่วยการันตีกับเจ้าของอู่ให้ เอ็งอย่าทำให้คุณอิ๊งค์เขาต้องเหนื่อยฟรีก็พอ” “ครับน้า… ขอบคุณนะครับพี่อิ๊งค์” ตั้มยกมือไหว้รับคำด้วยความตื้นตัน ป้าแก้วที่ยืนแอบฟังอยู่ข้างประตูบ้านก็พลอยน้ำตาซึมตามไปด้วย เคสติดตามเคสนี้ที่อิ๊งค์รับผิดชอบดูแลอยู่ได้ประสบความสำเร็จไปอีกขั้น หญิงสาวจัดแจงเซ็นเอกสารในแฟ้มด้วยท่าทางคล่องแคล่วเป็นทางการ ทุกท่วงท่ากิริยายังคงงดงามไร้ที่ติ ไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกว่ากุลสตรีผู้เรียบร้อยเพียบพร้อมคนนี้จะแอบซ่อนความเสียวซ่านวาบหวามปนผิดบาปเอาไว้เบื้องหลัง… ------------------------------ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจติดตามเคสของตั้มและแวะกินมื้อเที่ยงกันเป็นที่เรียบร้อย ในช่วงบ่ายที่ไอแดดระอุจนผิวแทบไหม้ อิ๊งค์กับน้าพงษ์พากันมาโผล่ที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง เนื่องจากอิ๊งค์ยังมีอีกหนึ่งเคสที่ต้องทำหน้าที่ติดตามผลในวันนี้ เป็นเคสภรรยาที่มีปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัวกับสามี มือบางผลักบานประตูกระจกเปิดออก พาร่างกายที่เริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดซึมตามลำคอระหงเข้าไปสัมผัสกับแอร์เย็นฉ่ำภายในร้านเพื่อดับความร้อน ทว่าเมื่อก้าวเข้ามาด้านในกลับพบเพียงความเงียบเชียบ เพราะดูเหมือนว่าเจ้าของร้านจะไม่อยู่ แต่ไม่ได้ล็อคประตู นักสังคมสงเคราะห์สาวจัดแจงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเจ๊เรณู เจ้าของร้านเสริมสวยวัย 40 ต้นๆ ผู้เป็นเคสในความดูแลของเธอ ซึ่งได้ความว่าหล่อนออกจากร้านไปซื้อข้าวกล่องที่ร้านอาหารตามสั่ง อีกประเดี๋ยวเดียวก็กำลังจะกลับมาถึงร้านแล้ว เมื่อวางสาย อิ๊งค์ถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้า เธอทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาสำหรับใช้รับแขกอย่างหมดแรง ทว่าท่วงท่ากิริยาการนั่งพักผ่อนของเธอในเวลานี้ดูขัดแย้งกับภาพจำอันงดงามของชาวบ้าน อิ๊งค์เลือกที่จะวางก้นอยู่หมิ่นๆตรงขอบเบาะโซฟา ทิ้งตัวเอนแผ่นหลังพิงกับพนักด้านหลัง เงยหน้าขยับคอไปมาระบายความเมื่อย ที่สำคัญคือเธอเล่นนั่งแบะขาอ้าออกกว้างในลักษณะทิ้งแหมะสบายๆ เน้นความสบายตัวมากกว่าภาพลักษณ์ที่พึงกระทำ “หูยยย… ทำไมนั่งแบบนั้นละครับคุณอิ๊งค์” น้าพงษ์ยังคงทำหน้าที่เป็นเงาตามตัวคอยตามติดไม่ห่าง แกเอ่ยทักขึ้นมาด้วยนัยน์ตาลุกวาว ฉายแววหิวกระหายขึ้นมาทันที สายตาจับจ้องมองลึกเข้าไปตรงบริเวณกึ่งกลางเป้ากางเกงยีนส์ขาเดฟที่แน่นเปรี๊ยะ จากลักษณะมุมมองที่อิ๊งค์กำลังนั่งอ้าขาสบายใจเฉิบ “ให้นั่งหุบขาหลังตรงแด่วทั้งวัน บางทีก็ไม่ไหวค่ะ อิ๊งค์เป็นคน ไม่ใช่หุ่นยนต์ ต้องมีรีแลกซ์กันบ้าง” หญิงสาวเอ่ยตอบ แววตาแสดงความเหนื่อยล้า ในขณะที่ฝ่ายชายทิ้งตัวลงนั่งโซฟาตัวเดียวกันข้างเธอ บนใบหน้ากร้านแดดของประธานชุมชนมีรอยยิ้มที่ดูแสดงออกอย่างชัดเจน น้าพงษ์ดูจะภูมิใจกับการที่ตัวเองได้เปลี่ยนสถานะจากคนนอก กลายมาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่อิ๊งค์ยอมเปิดเผยด้านที่หย่อนยานให้เห็น ซึ่งเป็นด้านที่เธอไม่ยอมให้สายตาของชาวบ้านทั่วไปในชุมชนได้เห็นเด็ดขาด “อืมครับน้าเข้าใจ… แต่จะว่าไปอากาศบ้านเรามันร้อนอบอ้าวขนาดนี้ แถมคุณอิ๊งค์ยังชอบใส่กางเกงยีนส์ฟิตๆรัดรูปอยู่ตลอด น้าว่าตรงนั้นของคุณอิ๊งค์มันน่าจะอับชื้นไปหมดแล้วแน่ๆเลยใช่ไหม” น้าพงษ์พูดแฝงความนัยน์สวาทอย่างโจ่งแจ้ง สายตาเจ้าเล่ห์ก้มมองจับจ้องเป้ากางเกงยีนส์ตรงหว่างขาของคนข้างๆอย่างไม่เกรงอกเกรงใจกัน ทว่าคำพูดแทะโลมที่ล้ำเส้นเกินงามในเวลาหน้าที่การงานแบบนี้ ทำให้นักสังคมสงเคราะห์สาวที่เพิ่งพักสายตาได้เพียงแป๊บเดียว ต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้งทันที อิ๊งค์ปรายสายตามามองใบหน้าของผู้ชายรุ่นพ่อที่นั่งเบียดอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและเด็ดขาด แตกต่างจากความโอนอ่อนบนเบาะนวด “น้าพงษ์คะ... ถึงเราจะเคยมีอะไรกัน แต่อิ๊งค์ไม่ชอบเลยนะคะที่น้าพงษ์พูดจาสองแง่สองง่ามในเวลางานแบบนี้ ระวังคำพูดคำจาของตัวเองหน่อยก็ดีนะคะ” คำติติงอย่างตรงไปตรงมาทำให้น้าพงษ์ถึงกับหน้าเจื่อน มุมปากที่เคยยิ้มกว้างหุบลงทันที แกคงย่ามใจและระเริงในรสสวาทมากเกินไปจนลืมเว้นระยะห่างในเวลางาน เผลอพูดจาในเรื่องที่ไม่เหมาะสมออกไป “ขอโทษครับคุณอิ๊งค์ น้าไม่ได้ตั้งใจ…” แม้ว่าตามศักดิ์และอายุของแกจะรุ่นราวคราวพ่อ แต่อำนาจความเด็ดขาดของอิ๊งค์ทำให้แกยอมกล่าวขอโทษหญิงสาวรุ่นลูกโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดนาน ทว่าในจังหวะความกระอักกระอ่วนนั้น สายตาของน้าพงษ์หันไปเห็นเจ๊เรณู เจ้าของร้านเสริมสวยกำลังขี่รถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าร้านพอดี แกจึงรีบใช้มือสะกิดขาของอิ๊งค์รัวๆ “คุณอิ๊งค์ๆๆ” น้าพงษ์พูดบอกเบาๆอย่างรู้กัน อิ๊งค์รีบหุบขาเข้าหากันจนแน่นสนิท ดีดตัวยืดหลังขึ้นนั่งตรงแด่วทันทีตามสัญชาตญาณของผู้หญิงที่ต้องรักษาภาพลักษณ์อันดีงามต่อหน้าชาวบ้าน ------------------------------ เย็นวันนี้ เป็นครั้งแรกที่อิ๊งค์ใจอ่อนยอมพาตัวเองเข้ามาอยู่ภายในบ้านของน้าพงษ์ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นในตอนที่ทั้งคู่ยังไม่ได้มีสัมพันธ์สวาทลึกซึ้งต่อกัน ชายรุ่นพ่อเคยเอ่ยปากชวนเธอให้มาเยี่ยมเยียนที่นี่ตั้งหลายต่อหลายครั้งแล้ว ทว่าในตอนนั้น อิ๊งค์ผู้ยังคงสวมหน้ากากกุลสตรีเรียบร้อยมักจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่งดงามและไม่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงสาวสวยอย่างเธอในการเข้าบ้านผู้ชายตามลำพัง “เห็นน้าพงษ์เคยบอกอิ๊งค์ว่าเลิกกับเมียมาจะสิบปีแล้ว มีลูกสาวด้วยกันคนนึง ลูกสาวน้าพงษ์อายุเท่าไหร่แล้วเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถามทำลายความเงียบในขณะกวาดสายตามองสำรวจภายในบ้าน “อายุ 25 แล้วครับ เรียนจบมีงานทำแล้ว แต่เขาอยู่กับแม่เขา นานๆทีถึงจะมาเยี่ยมหากัน” น้าพงษ์ตอบพลางเดินไปหยิบน้ำดื่มเย็นๆมายื่นให้อิ๊งค์ “สรุปแล้ว... วันนี้คุณอิ๊งค์จะให้น้าช่วยนวดน้ำมันให้เลยไหมครับ” ชายวัยกลางคนถามถึงเรื่องที่เขากับหญิงสาวเพิ่งจะคุยกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ “มาถึงบ้านขนาดนี้แล้ว... ก็คงต้องตามนั้นแหละค่ะ” อิ๊งค์พยักหน้า พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด น้าพงษ์ลอบยิ้มกริ่มคนเดียวในใจ ความคิดในหัวของคนเจ้าเล่ห์จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เพราะแกก็รู้ดีว่าวันนี้ไม่มีทางจบลงแค่การนวดน้ำมันธรรมดาๆอย่างแน่นอน… “แต่ว่า... การนวดน้ำมันเนี่ย มันต้องแก้ผ้านะครับ คุณอิ๊งค์โอเคหรือเปล่า” น้าพงษ์แกล้งถาม หย่อนคำพูดทำแววตามีเลศนัยชวนคิดลึกพร้อมส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มขณะที่สายตาจับจ้องไปยังดวงหน้าหวาน “อืม…” อิ๊งค์พยักหน้ารับคำเบาๆในลำคอ เธอรู้สึกกระดากปากจนพูดอะไรไม่ออกไปมากกว่านี้ “ถ้าอย่างนั้นก็ถอดเสื้อผ้าออกเลยครับ แล้วไปอาบน้ำล้างตัวก่อน ห้องน้ำอยู่ทางด้านนู้นครับ” น้าพงษ์ผายมือบอกทิศทาง อิ๊งค์มองตามแล้วเตรียมจะก้าวเดินไปทางห้องน้ำ ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้า มือหนาหยาบกร้านของประธานชุมชนกลับยื่นมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบอบบางของเธอเอาไว้ “อะไรคะ..?” อิ๊งค์สะดุ้งหน่อยๆ หันกลับมาถาม “น้าว่า... คุณอิ๊งค์ถอดเสื้อผ้าตรงนี้เลยดีกว่าครับ ไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปถอดในห้องน้ำหรอก” “น้าพงษ์!!” อิ๊งค์กดเสียงต่ำแกมดุสวนกลับไป “นะครับ... เชื่อใจน้าเถอะ ถอดตรงนี้เลย น้าไม่ทำอะไรหรอก น้าจะนั่งดูเฉยๆ นั่งดูอยู่ตรงนี้แหละ” พูดจบชายวัยห้าสิบต้นๆก็ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ทำหน้าตาชิลๆเหมือนคนอารมณ์ดี มองดูเรือนร่างของอีกฝ่ายที่ยังอยู่ภายใต้การแต่งกายมิดชิดเรียบร้อย อิ๊งค์ทำเสียงจิ๊ปาก รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนฝ่ายชายใช้คารมตะล่อมเข้ามุมอับเรื่อยๆ จนเธอเริ่มหาทางหนีทีไล่ไม่ถูก หญิงสาวยืนลังเลใจครู่หนึ่ง ท่าทางกระสับกระส่ายทำตัวไม่ถูก ก่อนจะเดินไปเช็คประตูบ้านให้แน่ใจว่าลงกลอนล็อกประตูดีแล้ว จากนั้นจึงเดินกลับมาหยุดยืนอยู่หน้าโชฟาที่ฝ่ายชายนั่งอยู่ นิ้วเรียวบางของอิ๊งค์ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนออกทีละเม็ด... ทีละเม็ด… อย่างเชื่องช้า ความอายแล่นริ้วจนแก้มแดงก่ำ ยามที่แผ่นผ้าแยกขยายออกเผยให้เห็นยกทรงสีเนื้อลายลูกไม้ที่โอบอุ้มทรวงอกอวบอิ่มสองข้างเอาไว้จนแทบทะลักล้นสายตา เสื้อเชิ้ตแขนยาวถูกปลดเปลื้องร่วงหล่นออกจากกายสาว จากนั้นอิ๊งค์เอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อปลดตะขอบราที่อยู่ตรงกลางแผ่นหลังเนียน น้าพงษ์ที่นั่งอยู่บนโซฟามองดูภาพตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ ลมหายใจเริ่มติดขัดจนมือข้างหนึ่งของแกอดไม่ได้ที่จะลูบคลำเค้นเป้ากางเกงของตัวเองด้วยความกระสันอยาก ทันทีที่สายบราหลุดออกจากหัวไหล่เนียน น้าพงษ์ถึงกับสูดปากร้องซี๊ดออกมาด้วยความสยิวเมื่อได้เห็นเต้าเนื้อขนาดใหญ่ หัวนมสีชมพูอ่อนตัดกับผิวขาวนวลเนียน รูปร่างและผิวพรรณของอิ๊งค์เรียกได้ว่าเป็นหุ่นในฝันของผู้ชายค่อนประเทศก็ไม่ผิดนัก อิ๊งค์รับรู้ได้ถึงสายตาอันหิวกระหายของน้าพงษ์ เธอเกิดอาการตัวสั่นจนแทบควบคุมไม่ได้ แม้ว่าเธอจะเคยมีอะไรกับผู้ชายคนนี้มาแล้วครั้งนึงในบ้านเช่า แต่การที่ต้องมายืนถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นต่อหน้าเขาแบบนี้ มันยังคงดูเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายหน้าและเปลืองตัวมากๆสำหรับกุลสตรีผู้สูงส่งอย่างเธอ ต่อมา นิ้วเรียวขยับเลื่อนลงไปรูดซิปกางเกงยีนส์ทรงเดฟ ทว่าด้วยสัดส่วนความแน่นของร่างกายช่วงล่าง บวกกับความฟิตเข้ารูปของผืนผ้ากางเกงยีนส์ ทำให้การถอดเป็นไปอย่างยากลำบาก อิ๊งค์จำต้องขยับบิดตูดไปมาเพื่อช่วยให้ผืนผ้าขยับเลื่อนลงไปตามต้นขาแน่นนุ่มได้สะดวกขึ้น ท่วงท่าการบิดตูดส่ายสะโพกถอดกางเกงยีนส์ออกในสภาพที่ท่อนบนเปลือยเปล่า ช่างเป็นภาพที่เย้ายวนใจคนมองจนแทบบ้าคลั่ง “น้าไม่ได้จะพูดลามกนะคุณอิ๊งค์ แต่น้าจะบอกว่าคุณอิ๊งค์เนี่ยเป็นผู้หญิงที่หุ่นสวยเซ็กซี่มากจริงๆ หุ่นแบบนี้ในตำราเขาเรียกว่าผู้หญิงเนื้อนมไข่ นมเป็นนม ตูดเป็นตูด อันนี้น้าชื่นชมจากใจจริงเลยนะ” ใบหน้าของน้าพงษ์ร้อนซ่าน สายตาจับจ้องแทะโลมเรือนร่างอรชรเปลือยเปล่าของอิ๊งค์อย่างเปิดเผย ไร้ซึ่งความเกรงใจอีกต่อไป อิ๊งค์ได้ฟังคำพูดจาแทะโลมตรงๆจากปากของผู้ชายรุ่นพ่อแล้วทำสีหน้าไม่ถูก อิ๊งค์ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดีกับคำพูดลักษณะนี้ รู้เพียงว่ามันทำให้เธออับอายมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้อารมณ์สวาทพุ่งสูงขึ้นด้วย มือบางวางกางเกงยีนส์ที่ถอดออกลงบนโซฟาเคียงข้างเสื้อเชิ้ต ในเวลานี้ เรือนร่างของนักสังคมสงเคราะห์สาวเหลือเพียงแค่กางเกงในสีเนื้อชิ้นเดียว ผืนผ้าสีเนื้อรัดฟิตเปรี๊ยะแนบแน่นขับเน้นให้เห็นเนินหัวหน่าวที่โหนกนูนเด่นหรากระแทกสายตาคนมองอย่างชัดเจน “อิ๊งค์ขอยังไม่ถอดกางเกงในนะคะ แค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้วค่ะ…” เสียงหวานพูดก่อนจะรีบหันหลังก้าวเดินตรงไปยังห้องน้ำทันทีเพื่อหนีสายตาของอีกฝ่าย เมื่อเสียงประตูห้องน้ำปิดสนิทลงพร้อมเสียงล็อคกลอน น้าพงษ์ขยับตัวลุกขึ้นเตรียมความพร้อมทันที ด้วยความที่แกทำอาชีพเสริมเป็นหมอนวดอยู่แล้ว ภายในบ้านจึงมีอุปกรณ์ครบครัน แกจัดแจงเอาเบาะรองสำหรับนวดมาปูบนพื้นกลางบ้าน จัดเตรียมผ้าขนหนูผืนใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้งาน รวมไปถึงขวดน้ำมันหอมระเหยสูตรพิเศษหลากกลิ่นเอามาวางเตรียมไว้ รอคอยเวลาที่นางฟ้านักสังคมสงเคราะห์จะก้าวเดินกลับออกมาให้เขาโลมเลียอีกครั้งในค่ำคืนนี้… จบตอน…เวลาผันผ่านไปคล้ายกับกระแสน้ำที่พัดพาเอาความตึงเครียดให้ค่อยๆเจือจางลง อิ๊งค์ใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขในบทบาทนักสังคมสงเคราะห์ประจำชุมชน ผู้มีอิทธิพลอย่างเสี่ยวิชัยเลิกติดต่อมาหาเธอแล้ว ในขณะที่ความสัมพันธ์ลับระหว่างเธอกับน้าพงษ์และตั้ม ยังคงถูกเก็บงำ ไม่มีชาวบ้านคนไหนรับรู้บ่ายวันหนึ่ง… อิ๊งค์พักผ่อนอยู่ภายในบ้านเช่าส่วนตัวเพียงลำพัง เธอเลือกที่จะสวมใส่เสื้อกล้ามสายเดี่ยวสีขาวตัวบาง ขับเน้นให้เห็นรูปร่างนิ่มแน่นตามแบบฉบับผู้หญิงเนื้อนมไข่ ผืนผ้าสีขาวโอบอุ้มทรวงอกอวบอิ่มสองข้างเอาไว้ ทว่าเนื้อเต้าคู่โตล้นทะลักออกทางด้านข้างชวนมอง ท่อนล่างสวมกางเกงขาสั้นกุดสีอ่อนที่รัดฟิตเปรี๊ยะกับเนื้อโคนขาอ่อนจนดูอวบอัด เป็นลุคชิลๆที่เซ็กซี่เย้ายวนใจคนมองโดยไม่ตั้งใจก๊อก... ก๊อก... ก๊อก…เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังแทรกความเงียบขึ้นมา อิ๊งค์ขยับกายลุกเดินไปเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนอย่างใจเย็น เบื้องหน้าประตูคือร่างของผู้ชายตัวผอม ผิวดำกร้าน ในมือของเขาหิ้วกล่องอุปกรณ์ช่างเขาชื่อ สิน อายุ 35 เป็นคนที่ชาวบ้านมักจะเรียกใช้เวลาระบบเครื่องใช้ไฟฟ้า ท่อน้ำ หรืออุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆในบ้านเกิดความเสีย
อิ๊งค์ไม่ได้มีท่าทีประหม่าหรือหวาดกลัวดั่งลูกนกตกน้ำเหมือนครั้งนั้น แววตาที่เคยฉายแววใสซื่อบริสุทธิ์บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น“อิ๊งค์มีเรื่องสำคัญจะมาแจ้งให้เสี่ยทราบค่ะ”เสียงหวานเอ่ยกล่าว วิชัยหันมาเลิกคิ้วมองหน้าอิ๊งค์ หญิงสาวดึงจังหวะนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ“เรื่องการล็อกสเปกข้อกำหนดทีโออาร์ให้บริษัทเฮียฮ้อ แล้วก็เรื่องเงินทอนใต้โต๊ะยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่กำลังจะโอนเข้าบัญชีลับของเสี่ยในสัปดาห์หน้าน่ะค่ะ…”อิ๊งค์เค้นคำพูดรายละเอียดเหล่านั้นออกมาทีละประโยคด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาวิชัยถึงกับมือไม้อ่อนปล่อยบุหรี่ล่วงหล่นลงพื้น“ใครบอกมึง…?” จู่ๆคำสรรพนามที่เสี่ยวิชัยเลือกใช้ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ“นั่นไม่ใช่ประเด็นค่ะ ประเด็นคือข้อมูลเส้นทางการเงินของเสี่ย… ตอนนี้ไม่ได้อยู่แค่ในมืออิ๊งค์นะคะ แต่อยู่ในมือของเพื่อนอิ๊งค์ที่เป็นทนายค่ะ”อิ๊งค์ขยับยิ้มบางเบาปราศจากความทุกข์ร้อน ผิดกับอีกฝ่ายที่สีหน้าถอดสี แววตาฉายชัดถึงความกังวล“เพราะฉะนั้นถ้าอิ๊งค์เป็นอะไรไปล่ะก็ เสี่ยเองก็จบเหมือนกัน…” สงครามจิตวิทยาถูกจุดชนวนขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว ทั้งท
ตัดภาพมายังห้องนอนอันกว้างขวางและหรูหรา แสงไฟสีส้มสลัวขับเน้นให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความรุ่มร้อนของไฟราคะ บัดนี้ทั้งวิชัยและอิ๊งค์ต่างตกอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน เสี่ยชัยนอนหงายแผ่หลาบนเตียงหนานุ่ม สองขากางกว้างอย่างผู้มีอำนาจเหนือกว่า มือข้างหนึ่งยกโทรศัพท์แนบหู พูดคุยธุระด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังเป็นงานเป็นการทว่าในระหว่างที่เสี่ยใหญ่กำลังสนใจสายโทรศัพท์อยู่นั้น ร่างเปลือยขาวผุดผ่องของอิ๊งค์นั่งคุกเข่าอยู่ตรงพื้นที่ว่างกลางหว่างขาเขา มือเรียวบางที่เคยใช้จับปากกาเซ็นเอกสารวิชาการ บัดนี้กำลังจับกำรอบท่อนเนื้อแข็งโด่เต็มขนาดที่ชี้ค้ำหน้าเธออยู่อิ๊งค์รูดชักขึ้นลงในจังหวะสม่ำเสมอต่อเนื่อง บำเรอสวาทปรนนิบัติรับใช้ท่อนควยของชายรุ่นพ่ออย่างไม่มีอิดออด ดำเนินสลับไปพร้อมๆกับเสียงพูดคุยทางโทรศัพท์ที่ยังคงดังระงมเป็นระยะจนกระทั่งวางสายโทรศัพท์ เสี่ยวิชัยพ่นลมหายใจยาว ปรายตามองดูคนสวยที่กำลังคุกเข่านวดแก่นกายให้มันอยู่ แววตาของนักการเมืองรุ่นใหญ่ยังคงฉายความระแวดระวังแกมเงี่ยนขณะเอ่ยปากพูด“เรื่องที่ป๋าเคยชวนหนูอิ๊งค์เข้าสู่ทีมการเมืองท้องถิ่น... ลองเก็บไปคิดดูใหม่หรือยัง” เสี่ยชัยเอ่ยด้วย
หลังจากผ่านเหตุการณ์อันอัปยศที่เสียตัวให้เสี่ยวิชัยย่ำยีบนรถ อิ๊งค์เก็บตัวอยู่บ้านหลายวัน ไม่ยอมก้าวเท้าออกไปสู้หน้าพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชนเหมือนเก่า เพราะส่วนลึกในจิตใจมันคอยตอกย้ำด้วยความสมเพชตัวเองว่าเธอในเวลานี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่สะอาดบริสุทธิ์แบบที่ชาวบ้านพากันชื่นชมอีกต่อไปแล้วมิหนำซ้ำ อิ๊งค์ยังเป็นกังวลว่าเธออาจจะต้องเปลี่ยนจากนักสังคมสงเคราะห์ชุมชนผู้มีเกียรติ กลายไปเป็นเด็กเสี่ยอย่างถาวร นั่นไม่ใช่ปลายทางอนาคตในแบบที่เธอเคยวาดฝันเอาไว้เลยแม้แต่นิดเดียวทว่าปฏิกิริยาทางร่างกายกลับสวนทาง ความรู้สึกซ่านกระสันในรสสวาทกลับกลายเป็นสิ่งที่อิ๊งค์รู้สึกขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว มวลความต้องการส่วนลึกคอยปลุกเร้าให้เธอโหยหาการถูกเติมเต็มจนทนไม่ไหวเช้าวันนี้ น้าพงษ์จึงเดินยิ้มหน้าระรื่นเข้ามาในบ้านเช่าของอิ๊งค์ เพราะเธอเป็นคนโทรเรียกเขามา สำหรับอิ๊งค์แล้ว แม้เธอจะรู้ดีแก่ใจว่าตนเองกำลังมีปมความสัมพันธ์ลับๆอย่างไม่เหมาะสมกับประธานชุมชนคนนี้ แต่อย่างน้อยเธอยังคงรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายคุมเกม มันแตกต่างจากการโดนผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าอย่างเสี่ยวิชัยถือครองความลับของเธอเอาไว้ตอนนี้อิ๊งค์นอนอยู่บนเตียงนอน
อิ๊งค์ชะงักหยุดนิ่งกะทันหัน หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความกลัวแล่นริ้วเข้ามาในสมองจนหน้าถอดสี เพราะหากคนที่เข้ามาห้องน้ำห้องข้างๆรู้ว่าเธอกำลังทำกิจกรรมทางเพศกับน้าพงษ์ ภาพลักษณ์นางฟ้าผู้เรียบร้อยดีงามของเธอคงได้พังพินาศป่นปี้ไม่มีชิ้นดีทว่าตรงกันข้าม น้าพงษ์ผู้ผ่านโลกีย์มาอย่างช่ำชองกลับเห็นว่าสถานการณ์อันสุ่มเสี่ยงนี้เป็นเรื่องที่ชวนระทึกเร้าใจ แกจึงขยับลิ้นรัวเลียขยี้ร่องเนื้อหีให้อิ๊งค์ทันทีต่อเนื่อง ทำให้อิ๊งค์สะดุ้งเสียว รีบยกสองมือขึ้นมาตะปบปิดปากตัวเองเอาไว้ ไม่ยอมให้มีเสียงใดๆหลุดรอดออกมาจากลำคอแม้แต่นิดเดียวร่างระหงท่อนบนของอิ๊งค์เอนหลังพิงกับผนังห้องน้ำ ยืนหยัดขาทั้งสองข้างเอาไว้อย่างมั่นคง แอ่นช่วงกลางลำตัวและเนินหัวหน่าวไปด้านหน้า เปิดทางให้ฝ่ายชายเลียร่องกระสันของเธออย่างยินยอมน้าพงษ์รัวเลียไม่หยุดหย่อน น้ำเงี่ยนของอิ๊งค์ไหลเยิ้มลงมาถึงโคนขาหนีบ มันเป็นสถานการณ์ทางเพศที่ทั้งเสียวซ่าน ตื่นเต้น หวาดเสียว และบีบหัวใจที่สุดในชีวิตของอิ๊งค์ เธอเสียวจนสมองเบลอ หูอื้ออึงไปหมดจนเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่เข้ามาห้องน้ำห้องข้างๆเดินออกไปจากพื้นที่ตรงนี้แล้วหรือยังเวลาผ่านไปเน
“อะ... อ๊าาา...! อืมมมม…” อิ๊งค์สะดุ้งขาสั่น เสียวเหมือนฉี่จะแตก เมื่อตั้มเริ่มขยับฝ่ามือเค้นคลึงเป็นวงกลม เน้นน้ำหนักลงบนโหนกหีผ่านผืนผ้าบาง ตั้มสัมผัสรับรู้ได้ถึงรูปทรงของโคกเนินที่นุ่มหยุ่นใต้ฝ่ามือชัดเจนแจ่มแจ้ง ซึ่งตั้มไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะทนทานต่อสถานการณ์ทางเพศระดับนี้ไหว เมื่อได้จับสัมผัสพื้นที่หวงห้ามของผู้หญิงที่เปรียบเสมือนนางฟ้าประจำชุมชน สัญชาตญาณความเงี่ยนของวัยรุ่นหนุ่มจึงปะทุออกมา แก่นกายในเป้ากางเกงของเขาขยายใหญ่เป็นลำจนปวดหนึบไปหมดในขณะที่มือของตั้มกำลังตั้งใจนวดบดคลึงโหนกจิ๊มิให้อิ๊งค์อยู่นั้น อิ๊งค์พยายามเค้นเสียงสั่นเครือเปิดฉากตั้งคำถามชวนคุยต่อ สวมบทบาทนักสังคมคนเดิม ชวนคุยสัพเพเหระเพื่อเล่นสนุกกับสถานการณ์“ต่ะ… ตอนที่อยู่ในศูนย์บำบัดยาเสพติด ช่วงเวลาที่ขัดเกลาจิตใจที่นั่น ตั้มใช้ชีวิตประจำวันยังไงบ้าง”ระหว่างที่เอ่ยปากพยายามพูดจาสุภาพคุมโทนเป็นงานเป็นการตามหน้าที่ แต่อิ๊งค์กลับขยับช่วงกลางลำตัว กระดกโหนกหีสู้มือตั้มเป็นระยะ จิตใจของเธอเต้นรัวระทึก ตื่นเต้นจนแทบคลั่งกับการกระทำสิ่งลามกต่ำช้า ทรยศต่อจรรยาบรรณวิชาชีพตัวเอง ปล่อยให้อารมณ์กิเลสตัณหาเตลิดเปิดเป







