Masukเวลาผันผ่านไปคล้ายกับกระแสน้ำที่พัดพาเอาความตึงเครียดให้ค่อยๆเจือจางลง อิ๊งค์ใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขในบทบาทนักสังคมสงเคราะห์ประจำชุมชน ผู้มีอิทธิพลอย่างเสี่ยวิชัยเลิกติดต่อมาหาเธอแล้ว ในขณะที่ความสัมพันธ์ลับระหว่างเธอกับน้าพงษ์และตั้ม ยังคงถูกเก็บงำ ไม่มีชาวบ้านคนไหนรับรู้บ่ายวันหนึ่ง… อิ๊งค์พักผ่อนอยู่ภายในบ้านเช่าส่วนตัวเพียงลำพัง เธอเลือกที่จะสวมใส่เสื้อกล้ามสายเดี่ยวสีขาวตัวบาง ขับเน้นให้เห็นรูปร่างนิ่มแน่นตามแบบฉบับผู้หญิงเนื้อนมไข่ ผืนผ้าสีขาวโอบอุ้มทรวงอกอวบอิ่มสองข้างเอาไว้ ทว่าเนื้อเต้าคู่โตล้นทะลักออกทางด้านข้างชวนมอง ท่อนล่างสวมกางเกงขาสั้นกุดสีอ่อนที่รัดฟิตเปรี๊ยะกับเนื้อโคนขาอ่อนจนดูอวบอัด เป็นลุคชิลๆที่เซ็กซี่เย้ายวนใจคนมองโดยไม่ตั้งใจก๊อก... ก๊อก... ก๊อก…เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังแทรกความเงียบขึ้นมา อิ๊งค์ขยับกายลุกเดินไปเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนอย่างใจเย็น เบื้องหน้าประตูคือร่างของผู้ชายตัวผอม ผิวดำกร้าน ในมือของเขาหิ้วกล่องอุปกรณ์ช่างเขาชื่อ สิน อายุ 35 เป็นคนที่ชาวบ้านมักจะเรียกใช้เวลาระบบเครื่องใช้ไฟฟ้า ท่อน้ำ หรืออุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆในบ้านเกิดความเสีย
อิ๊งค์ไม่ได้มีท่าทีประหม่าหรือหวาดกลัวดั่งลูกนกตกน้ำเหมือนครั้งนั้น แววตาที่เคยฉายแววใสซื่อบริสุทธิ์บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น“อิ๊งค์มีเรื่องสำคัญจะมาแจ้งให้เสี่ยทราบค่ะ”เสียงหวานเอ่ยกล่าว วิชัยหันมาเลิกคิ้วมองหน้าอิ๊งค์ หญิงสาวดึงจังหวะนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ“เรื่องการล็อกสเปกข้อกำหนดทีโออาร์ให้บริษัทเฮียฮ้อ แล้วก็เรื่องเงินทอนใต้โต๊ะยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่กำลังจะโอนเข้าบัญชีลับของเสี่ยในสัปดาห์หน้าน่ะค่ะ…”อิ๊งค์เค้นคำพูดรายละเอียดเหล่านั้นออกมาทีละประโยคด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาวิชัยถึงกับมือไม้อ่อนปล่อยบุหรี่ล่วงหล่นลงพื้น“ใครบอกมึง…?” จู่ๆคำสรรพนามที่เสี่ยวิชัยเลือกใช้ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ“นั่นไม่ใช่ประเด็นค่ะ ประเด็นคือข้อมูลเส้นทางการเงินของเสี่ย… ตอนนี้ไม่ได้อยู่แค่ในมืออิ๊งค์นะคะ แต่อยู่ในมือของเพื่อนอิ๊งค์ที่เป็นทนายค่ะ”อิ๊งค์ขยับยิ้มบางเบาปราศจากความทุกข์ร้อน ผิดกับอีกฝ่ายที่สีหน้าถอดสี แววตาฉายชัดถึงความกังวล“เพราะฉะนั้นถ้าอิ๊งค์เป็นอะไรไปล่ะก็ เสี่ยเองก็จบเหมือนกัน…” สงครามจิตวิทยาถูกจุดชนวนขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว ทั้งท
ตัดภาพมายังห้องนอนอันกว้างขวางและหรูหรา แสงไฟสีส้มสลัวขับเน้นให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความรุ่มร้อนของไฟราคะ บัดนี้ทั้งวิชัยและอิ๊งค์ต่างตกอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน เสี่ยชัยนอนหงายแผ่หลาบนเตียงหนานุ่ม สองขากางกว้างอย่างผู้มีอำนาจเหนือกว่า มือข้างหนึ่งยกโทรศัพท์แนบหู พูดคุยธุระด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังเป็นงานเป็นการทว่าในระหว่างที่เสี่ยใหญ่กำลังสนใจสายโทรศัพท์อยู่นั้น ร่างเปลือยขาวผุดผ่องของอิ๊งค์นั่งคุกเข่าอยู่ตรงพื้นที่ว่างกลางหว่างขาเขา มือเรียวบางที่เคยใช้จับปากกาเซ็นเอกสารวิชาการ บัดนี้กำลังจับกำรอบท่อนเนื้อแข็งโด่เต็มขนาดที่ชี้ค้ำหน้าเธออยู่อิ๊งค์รูดชักขึ้นลงในจังหวะสม่ำเสมอต่อเนื่อง บำเรอสวาทปรนนิบัติรับใช้ท่อนควยของชายรุ่นพ่ออย่างไม่มีอิดออด ดำเนินสลับไปพร้อมๆกับเสียงพูดคุยทางโทรศัพท์ที่ยังคงดังระงมเป็นระยะจนกระทั่งวางสายโทรศัพท์ เสี่ยวิชัยพ่นลมหายใจยาว ปรายตามองดูคนสวยที่กำลังคุกเข่านวดแก่นกายให้มันอยู่ แววตาของนักการเมืองรุ่นใหญ่ยังคงฉายความระแวดระวังแกมเงี่ยนขณะเอ่ยปากพูด“เรื่องที่ป๋าเคยชวนหนูอิ๊งค์เข้าสู่ทีมการเมืองท้องถิ่น... ลองเก็บไปคิดดูใหม่หรือยัง” เสี่ยชัยเอ่ยด้วย
หลังจากผ่านเหตุการณ์อันอัปยศที่เสียตัวให้เสี่ยวิชัยย่ำยีบนรถ อิ๊งค์เก็บตัวอยู่บ้านหลายวัน ไม่ยอมก้าวเท้าออกไปสู้หน้าพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชนเหมือนเก่า เพราะส่วนลึกในจิตใจมันคอยตอกย้ำด้วยความสมเพชตัวเองว่าเธอในเวลานี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่สะอาดบริสุทธิ์แบบที่ชาวบ้านพากันชื่นชมอีกต่อไปแล้วมิหนำซ้ำ อิ๊งค์ยังเป็นกังวลว่าเธออาจจะต้องเปลี่ยนจากนักสังคมสงเคราะห์ชุมชนผู้มีเกียรติ กลายไปเป็นเด็กเสี่ยอย่างถาวร นั่นไม่ใช่ปลายทางอนาคตในแบบที่เธอเคยวาดฝันเอาไว้เลยแม้แต่นิดเดียวทว่าปฏิกิริยาทางร่างกายกลับสวนทาง ความรู้สึกซ่านกระสันในรสสวาทกลับกลายเป็นสิ่งที่อิ๊งค์รู้สึกขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว มวลความต้องการส่วนลึกคอยปลุกเร้าให้เธอโหยหาการถูกเติมเต็มจนทนไม่ไหวเช้าวันนี้ น้าพงษ์จึงเดินยิ้มหน้าระรื่นเข้ามาในบ้านเช่าของอิ๊งค์ เพราะเธอเป็นคนโทรเรียกเขามา สำหรับอิ๊งค์แล้ว แม้เธอจะรู้ดีแก่ใจว่าตนเองกำลังมีปมความสัมพันธ์ลับๆอย่างไม่เหมาะสมกับประธานชุมชนคนนี้ แต่อย่างน้อยเธอยังคงรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายคุมเกม มันแตกต่างจากการโดนผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าอย่างเสี่ยวิชัยถือครองความลับของเธอเอาไว้ตอนนี้อิ๊งค์นอนอยู่บนเตียงนอน
อิ๊งค์ชะงักหยุดนิ่งกะทันหัน หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความกลัวแล่นริ้วเข้ามาในสมองจนหน้าถอดสี เพราะหากคนที่เข้ามาห้องน้ำห้องข้างๆรู้ว่าเธอกำลังทำกิจกรรมทางเพศกับน้าพงษ์ ภาพลักษณ์นางฟ้าผู้เรียบร้อยดีงามของเธอคงได้พังพินาศป่นปี้ไม่มีชิ้นดีทว่าตรงกันข้าม น้าพงษ์ผู้ผ่านโลกีย์มาอย่างช่ำชองกลับเห็นว่าสถานการณ์อันสุ่มเสี่ยงนี้เป็นเรื่องที่ชวนระทึกเร้าใจ แกจึงขยับลิ้นรัวเลียขยี้ร่องเนื้อหีให้อิ๊งค์ทันทีต่อเนื่อง ทำให้อิ๊งค์สะดุ้งเสียว รีบยกสองมือขึ้นมาตะปบปิดปากตัวเองเอาไว้ ไม่ยอมให้มีเสียงใดๆหลุดรอดออกมาจากลำคอแม้แต่นิดเดียวร่างระหงท่อนบนของอิ๊งค์เอนหลังพิงกับผนังห้องน้ำ ยืนหยัดขาทั้งสองข้างเอาไว้อย่างมั่นคง แอ่นช่วงกลางลำตัวและเนินหัวหน่าวไปด้านหน้า เปิดทางให้ฝ่ายชายเลียร่องกระสันของเธออย่างยินยอมน้าพงษ์รัวเลียไม่หยุดหย่อน น้ำเงี่ยนของอิ๊งค์ไหลเยิ้มลงมาถึงโคนขาหนีบ มันเป็นสถานการณ์ทางเพศที่ทั้งเสียวซ่าน ตื่นเต้น หวาดเสียว และบีบหัวใจที่สุดในชีวิตของอิ๊งค์ เธอเสียวจนสมองเบลอ หูอื้ออึงไปหมดจนเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่เข้ามาห้องน้ำห้องข้างๆเดินออกไปจากพื้นที่ตรงนี้แล้วหรือยังเวลาผ่านไปเน
“อะ... อ๊าาา...! อืมมมม…” อิ๊งค์สะดุ้งขาสั่น เสียวเหมือนฉี่จะแตก เมื่อตั้มเริ่มขยับฝ่ามือเค้นคลึงเป็นวงกลม เน้นน้ำหนักลงบนโหนกหีผ่านผืนผ้าบาง ตั้มสัมผัสรับรู้ได้ถึงรูปทรงของโคกเนินที่นุ่มหยุ่นใต้ฝ่ามือชัดเจนแจ่มแจ้ง ซึ่งตั้มไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะทนทานต่อสถานการณ์ทางเพศระดับนี้ไหว เมื่อได้จับสัมผัสพื้นที่หวงห้ามของผู้หญิงที่เปรียบเสมือนนางฟ้าประจำชุมชน สัญชาตญาณความเงี่ยนของวัยรุ่นหนุ่มจึงปะทุออกมา แก่นกายในเป้ากางเกงของเขาขยายใหญ่เป็นลำจนปวดหนึบไปหมดในขณะที่มือของตั้มกำลังตั้งใจนวดบดคลึงโหนกจิ๊มิให้อิ๊งค์อยู่นั้น อิ๊งค์พยายามเค้นเสียงสั่นเครือเปิดฉากตั้งคำถามชวนคุยต่อ สวมบทบาทนักสังคมคนเดิม ชวนคุยสัพเพเหระเพื่อเล่นสนุกกับสถานการณ์“ต่ะ… ตอนที่อยู่ในศูนย์บำบัดยาเสพติด ช่วงเวลาที่ขัดเกลาจิตใจที่นั่น ตั้มใช้ชีวิตประจำวันยังไงบ้าง”ระหว่างที่เอ่ยปากพยายามพูดจาสุภาพคุมโทนเป็นงานเป็นการตามหน้าที่ แต่อิ๊งค์กลับขยับช่วงกลางลำตัว กระดกโหนกหีสู้มือตั้มเป็นระยะ จิตใจของเธอเต้นรัวระทึก ตื่นเต้นจนแทบคลั่งกับการกระทำสิ่งลามกต่ำช้า ทรยศต่อจรรยาบรรณวิชาชีพตัวเอง ปล่อยให้อารมณ์กิเลสตัณหาเตลิดเปิดเป







