Se connecterจากที่เคยแต่งตัวมิดชิดเรียบร้อย นั่งหุบขารักษาภาพลักษณ์กุลสตรีศรีสยาม แต่พอหลวมตัวยอมนอนแบะขาสบายหอยให้ผู้ชายนวดให้ ชีวิตของนางฟ้าประจำชุมชนก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป… หน้าฉาก ‘อิ๊งค์’ คือนักสังคมสงเคราะห์สาวสวย อ่อนหวานเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ ทว่าหลังฉากเธอเริ่มจะถลำลึกเข้าสู่วังวนการเสพติดตัณหา สนุกกับการนอนแบะขาอ้าซ่าให้ผู้ชายลวนลาม ย้อนแย้งกับภาพลักษณ์นางฟ้าประจำชุมชนที่ชาวบ้านรู้จัก เมื่อปล่อยให้ความเงี่ยนนำทางชีวิตมากเกินไปจนเกิดปัญหาตามมาภายหลัง อิ๊งค์จึงต้องเลือกระหว่างการยอมเป็นเด็กเสี่ยแบบถาวร หรือจะหาทางกลับไปเป็นนักสังคมสงเคราะห์ผู้มีเกียรติคนเดิม คำเตือน : ตัวละคร พฤติกรรม และเหตุการณ์ในนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้มีเจตนาที่จะชี้นำหรือสร้างความเสื่อมเสียให้แก่อาชีพใดอาชีพหนึ่ง
Voir plusแสงแดดยามบ่ายแผดเผาลงมาบนพื้นคอนกรีตของชุมชนกึ่งสลัมย่านชานเมืองแห่งหนึ่ง ไอความร้อนลอยอวลอยู่เหนือตรอกซอกซอยที่ขนาบข้างด้วยบ้านไม้กึ่งปูนหลังเล็กหลังน้อย ทว่าท่ามกลางความแออัดและเสียงจอแจของผู้คน กลับมีร่างบางระหงของหญิงสาวที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นตาลง
‘อิ๊งค์’ ในวัย 29 ปี เดินถือแฟ้มเอกสารและกระเป๋าผ้าก้าวไปตามทางเดินอย่างมั่นคง เธอเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ชุมชนประจำพื้นที่นี้ได้ไม่ถึงหนึ่งปี ทว่าด้วยหน้าตาและผิวพรรณที่โดดเด่นทำให้เธอกลายเป็นที่พูดถึงของชาวบ้านไปทั่ว อิ๊งค์เป็นผู้หญิงที่จัดว่าหน้าตาสวยมาก ผิวขาวนวลละเอียดเหมือนสาวเกาหลี มักจะชอบสวมใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวโทนสีอ่อน ตัดกับกางเกงยีนส์ขาเดฟที่ขับเน้นให้เห็นสัดส่วนช่วงล่าง เธอสูง 167 เซน รูปร่างสมส่วน ซ่อนความมีน้ำมีนวล ทุกย่างก้าวดูสง่างาม มารยาทและกิริยาทุกอย่างเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ แต่ภาพลักษณ์ของการเป็นนางฟ้าประจำชุมชนก็เหมือนกับดาบสองคม โดยเฉพาะในชุมชนที่เต็มไปด้วยปัญหาสังคมและสิ่งมอมเมาเช่นนี้… “อ้าว…! คุณอิ๊งค์คนสวย วันนี้แวะมาตรวจเยี่ยมแถวนี้อีกแล้วเหรอจ๊ะ มาๆ มานั่งดื่มด้วยกันก่อนสิจ๊ะ” เสียงตะโกนดังออกมาจากวงเหล้าใต้เพิงหมาแหงนข้างทาง ชายฉกรรจ์สี่ถึงห้าคนหันมามองเรือนร่างบางระหงด้วยสายตาโลมเลียอย่างเปิดเผย อิ๊งค์ชะงักฝีเท้า ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อด้วยความรู้สึกประหวั่น เธอพยายามรักษามารยาทด้วยการส่งยิ้มกลับไปตามประสาของคนมองโลกในแง่บวก ทว่าขาทั้งสองข้างขยับถอยหนีตามสัญชาตญาณเมื่อชายคนหนึ่งในวงเหล้าทำท่าจะลุกเดินเข้ามาหา แต่ทันใดนั้น… “เฮ้ย! พวกมึงอย่ามาทะลึ่งกับคุณอิ๊งค์เขานะ” น้ำเสียงโผงผางทรงพลังแฝงด้วยบารมีดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างหนาสันทัดของชายวัย 50 ต้นๆ ที่เดินก้าวเข้ามายืนขวางระหว่างอิ๊งค์กับกลุ่มคนขี้เมา อิ๊งค์เรียกผู้ชายรุ่นพ่อคนนี้ว่าน้าพงษ์ แกมีบทบาทเป็นประธานกรรมการชุมชน เป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ระแวกนี้ คนในชุมชนต่างให้ความเคารพนับถือแก น้าพงษ์ออกเดินตีคู่ไปกับอิ๊งค์ ทำให้หญิงสาวตัวคนเดียวที่จากบ้านเกิดมาไกลรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น “วันหลังเวลาจะลงพื้นที่แบบนี้ ถ้าไม่มีคนมาด้วย ให้โทรมาบอกน้าก่อนนะ น้าจะได้มาเป็นเพื่อน” “อิ๊งค์เกรงใจน่ะค่ะ เห็นว่าน้าพงษ์เองก็มีงานหมอนวดที่ต้องทำด้วยหนิคะ” “อันนั้นเรียกว่าเป็นอาชีพเสริมดีกว่า เพราะงานช่วยเหลือชุมชนต้องมาก่อน น้าจัดเวลาได้สบายมาก” ชายวัยกลางคนพูดอย่างอารมณ์ดี ทั้งคู่เดินคุยกันต่อไปเรื่อยๆ คำพูดสัพเพเหระเรื่องอาชีพเสริมของน้าพงษ์ไม่ได้ทำให้อิ๊งค์สะดุดใจอะไร เธอรับรู้เพียงแค่ว่าผู้ใหญ่ใจดีคนนี้มีความรู้เรื่องการนวดจับเส้น คอยให้ความช่วยเหลือผู้คนในชุมชนแห่งนี้มาตลอด ทว่าสิ่งที่คนมองโลกในแง่ดีอย่างอิ๊งค์ไม่เคยสังเกตุเห็นเลยก็คือสายตาของเสือซ่อนเล็บคนนี้… ยามสบโอกาส น้าพงษ์มักจะจับจ้องไปที่สะโพกผายภายใต้กางเกงยีนส์ของอิ๊งค์ สัดส่วนบั้นท้ายงอนงามและแน่นตั้บน่ากระแทกนั้นทำให้แกลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบเชียบมาตลอด ไหนจะกลิ่นตัวหอมๆของอิ๊งค์ที่ไปกระตุ้นกำหนัดของแกโดยที่อิ๊งค์ไม่รู้ตัว บางครั้งสายตาของน้าพงษ์ยังเคยลอบมองจับจ้องผิวลำคอขาวโพลนที่โผล่พ้นปกคอเสื้อเชิ้ตของอิ๊งค์ ความขาวสะอาดน่าทะนุถนอมปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างในใจของน้าพงษ์อย่างช้าๆ สะสมมาเรื่อยๆ แต่น้าพงษ์เก๋าเกมพอที่จะเก็บงำแววตาแทะโลมนั้นไว้ได้อย่างมิดชิดภายใต้หน้ากากของผู้ใหญ่ใจดี ------------------------------ ช่วงเย็น ไอแดดร้อนแรงเริ่มลดทอนความเกรี้ยวกราดลงตามกาลเวลา อิ๊งค์แวะมานั่งพูดคุยสารทุกข์สุขดิบกับยายสำรวย หนึ่งในเคสที่เธอทำหน้าที่ติดตาม หญิงชราวัยเจ็ดสิบกว่าคนนี้เป็นเคสปัญหาผู้สูงอายุที่อยู่บ้านตามลำพัง ไม่มีลูกหลานดูแล บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านหลังเก่า อิ๊งค์ยังคงรักษาภาพลักษณ์อันงดงามอย่างไม่มีที่ติ เธอนั่งด้วยท่าทางสำรวม ขาทั้งสองข้างหนีบชิดติดกันแน่น หัวเข่าชนกันสนิท กางเกงยีนส์ขายาวปิดบังเนื้อหนังมิดชิด ยายสำรวยมองใบหน้าของนักสังคมสงเคราะห์สาวด้วยความเอ็นดูระคนชื่นชม มือเหี่ยวหย่นตามวัยเอื้อมไปลูบแขนอิ๊งค์เบาๆ ในขณะพูดคุยอย่างเป็นกันเองเหมือนกำลังคุยกับหลานสาวแท้ๆ ไม่ไกลกันนักบนม้านั่งหินอ่อนตัวยาวใต้ต้นมะยม น้าพงษ์นั่งอยู่ตรงนั้น แกลดบทบาทประธานกรรมการชุมชนกลายมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ที่คอยตามติดอิ๊งค์ไปทุกหนทุกแห่งตลอดทั้งวัน น้าพงษ์นั่งยิ้มและคอยพูดเสริมร่วมวงสนทนากับยายสำรวยเป็นระยะ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไม่ได้ละสายตาไปจากร่างระหงของอิ๊งค์เลยแม้แต่น้อย แววตาของน้าพงษ์เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป แกชื่นชมที่อิ๊งค์เป็นผู้หญิงเก่งและจิตใจดี แต่ในขณะเดียวกันความสวยสะพรั่งที่ตัดกับบรรยากาศเน่าเฟะของชุมชน ก็ได้ปลุกเร้าความหลงใหลใฝ่ต่ำในใจของแกด้วยเช่นกัน … หลังจากร่ำลายายสำรวยเป็นที่เรียบร้อย ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง น้าพงษ์อาสาเดินตีคู่ไปตามทางเดินเป็นเพื่อน เพื่อไปส่งอิ๊งค์กลับให้ถึงที่พักอย่างปลอดภัย แม้จะสวยปานนางฟ้าแต่อิ๊งค์ยังโสดสนิท ตอนนี้เธอเช่าบ้านหลังเล็กอยู่เพียงลำพัง ระหว่างที่ก้าวเดินไปตามทาง อิ๊งค์เริ่มมีท่าทางแปลกไป ฝีเท้าชะลอความเร็วลง สีหน้าเหยเกเนือยๆ “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ เจ็บขาเหรอ” น้าพงษ์ทักขึ้น สายตาหลุบต่ำลงมองไปที่ขาของอิ๊งค์ “อิ๊งค์น่าจะเดินเยอะไปหน่อยค่ะช่วงนี้ เลยรู้สึกตึงๆแถวต้นขา” หญิงสาวตอบพลางส่งยิ้มแห้งๆ ใบหน้าแสดงความอ่อนล้าออกมาอย่างปิดไม่มิด จากประสบการณ์อันยาวนานในอาชีพหมอนวด น้าพงษ์มองประเมินอาการเพียงปราดเดียวก็รู้คำตอบทันที ชายรุ่นพ่อจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “น้าว่าไม่ใช่แค่ต้นขาหรอกครับคุณอิ๊งค์ น่าจะลามขึ้นไปถึงสะโพกแล้วล่ะทรงนี้” “จริงด้วยค่ะ… อิ๊งค์รู้สึกตึงปวดร้าวไปหมดเลย” “ปล่อยไว้ไม่ได้นะ คืนนี้ถ้านอนระบม พรุ่งนี้ตื่นมาอาจจะลุกไม่ขึ้น” น้าพงษ์ทำทีเป็นขมวดคิ้วด้วยความห่วงใย “เอาอย่างนี้ไหมล่ะ วันหยุดนี้น้าว่างพอดี เดี๋ยวน้ามานวดเส้นคลายกล้ามเนื้อให้” คำชักชวนแฝงความหวังดีของน้าพงษ์ทำให้หญิงสาวผู้รักนวลสงวนตัวนิ่งคิด ในใจตั้งคำถามกับตัวเองทันทีว่ามันจะดีหรือ? อิ๊งค์เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวอยู่ในบ้านเช่าลับตาคน การจะเปิดประตูต้อนรับคนเพศตรงข้าม แม้จะเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพ ให้เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวเพื่อแตะเนื้อต้องตัวกัน มันดูจะเป็นอะไรที่ล่อแหลมเกินไป ดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นัก “เอ่ออ... จะดีเหรอคะ อิ๊งค์เกรงใจจังเลยค่ะ เดี๋ยวกินยาคลายกล้ามเนื้อก็น่าจะดีขึ้นมั้งคะ” หญิงสาวตอบเลี่ยงอย่างมีมารยาท พยายามรักษาระยะห่าง “โอย... ยาแบบนั้นมันก็แค่ระงับปวดชั่วคราวเองคุณอิ๊งค์ แต่อาการเส้นตึงเส้นจมแบบนี้ต้องใช้มือนวดรีดเส้นให้มันคลายถึงจะถูกจุด” น้าพงษ์อธิบายด้วยน้ำเสียงซื่อๆ ใบหน้าไร้พิษภัย ขณะที่อิ๊งค์หลุบตามองพื้นด้วยสีหน้าแววตาฉายชัดให้เห็นความลังเลใจ “คิดซะว่าเป็นหมอมารักษาคนไข้แล้วกัน น้าเห็นคุณอิ๊งค์ทำงานเหนื่อยเพื่อคนในชุมชนมาเยอะ น้าก็แค่อยากช่วยตอบแทนบ้าง ไม่ต้องคิดมากหรอก” คำพูดตัดบทที่อ้างเรื่องหมอกับคนไข้และความน่าเชื่อถือที่เห็นว่าน้าพงษ์เองก็เป็นคนดี คอยปกป้องดูแลเธอมาตลอด ทำให้อิ๊งค์คิดตรึกตรองใหม่ ความเจ็บระบมที่ต้นขาลามไปถึงสะโพกเริ่มรุนแรงจนเธอตระหนักว่ายากจะทนไหว ประกอบกับความใสซื่อมองโลกในแง่บวก สุดท้ายแล้วอิ๊งค์จึงตัดสินใจได้ “ถ้าอย่างนั้น... รบกวนน้าพงษ์ด้วยนะคะ” อิ๊งค์ตอบตกลงในที่สุดพร้อมรอยยิ้มแบบคนขี้เกรงใจ “ยินดีครับ วันหยุดนี้น้าจะแวะเข้ามาหาช่วงสายๆ” น้าพงษ์ยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี ทั้งคู่เดินต่อมาอีกเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้าประตูรั้วของบ้านเช่าหลังเล็ก อิ๊งค์หันกลับมาหาน้าพงษ์ ยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่ “ขอบคุณมากนะคะที่เดินมาส่ง” “ครับผม พักผ่อนเยอะๆนะคุณอิ๊งค์” น้าพงษ์รับไหว้ รอจนร่างระหงเดินเข้าบ้านและปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย แกจึงหันหลังเดินกลับออกมา เมื่อลับตาคน... มุมปากขยับยิ้มกว้าง แววตาซื่อๆแปรเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์กระหยิ่มยิ้มย่องในใจทันที ประตูกั้นสัดส่วนของนางฟ้าผู้เรียบร้อยกำลังจะเปิดต้อนรับฝ่ามือหยาบกร้านของแกอย่างเต็มใจ… จบตอบ…เวลาผันผ่านไปคล้ายกับกระแสน้ำที่พัดพาเอาความตึงเครียดให้ค่อยๆเจือจางลง อิ๊งค์ใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขในบทบาทนักสังคมสงเคราะห์ประจำชุมชน ผู้มีอิทธิพลอย่างเสี่ยวิชัยเลิกติดต่อมาหาเธอแล้ว ในขณะที่ความสัมพันธ์ลับระหว่างเธอกับน้าพงษ์และตั้ม ยังคงถูกเก็บงำ ไม่มีชาวบ้านคนไหนรับรู้บ่ายวันหนึ่ง… อิ๊งค์พักผ่อนอยู่ภายในบ้านเช่าส่วนตัวเพียงลำพัง เธอเลือกที่จะสวมใส่เสื้อกล้ามสายเดี่ยวสีขาวตัวบาง ขับเน้นให้เห็นรูปร่างนิ่มแน่นตามแบบฉบับผู้หญิงเนื้อนมไข่ ผืนผ้าสีขาวโอบอุ้มทรวงอกอวบอิ่มสองข้างเอาไว้ ทว่าเนื้อเต้าคู่โตล้นทะลักออกทางด้านข้างชวนมอง ท่อนล่างสวมกางเกงขาสั้นกุดสีอ่อนที่รัดฟิตเปรี๊ยะกับเนื้อโคนขาอ่อนจนดูอวบอัด เป็นลุคชิลๆที่เซ็กซี่เย้ายวนใจคนมองโดยไม่ตั้งใจก๊อก... ก๊อก... ก๊อก…เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังแทรกความเงียบขึ้นมา อิ๊งค์ขยับกายลุกเดินไปเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนอย่างใจเย็น เบื้องหน้าประตูคือร่างของผู้ชายตัวผอม ผิวดำกร้าน ในมือของเขาหิ้วกล่องอุปกรณ์ช่างเขาชื่อ สิน อายุ 35 เป็นคนที่ชาวบ้านมักจะเรียกใช้เวลาระบบเครื่องใช้ไฟฟ้า ท่อน้ำ หรืออุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆในบ้านเกิดความเสีย
อิ๊งค์ไม่ได้มีท่าทีประหม่าหรือหวาดกลัวดั่งลูกนกตกน้ำเหมือนครั้งนั้น แววตาที่เคยฉายแววใสซื่อบริสุทธิ์บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น“อิ๊งค์มีเรื่องสำคัญจะมาแจ้งให้เสี่ยทราบค่ะ”เสียงหวานเอ่ยกล่าว วิชัยหันมาเลิกคิ้วมองหน้าอิ๊งค์ หญิงสาวดึงจังหวะนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ“เรื่องการล็อกสเปกข้อกำหนดทีโออาร์ให้บริษัทเฮียฮ้อ แล้วก็เรื่องเงินทอนใต้โต๊ะยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่กำลังจะโอนเข้าบัญชีลับของเสี่ยในสัปดาห์หน้าน่ะค่ะ…”อิ๊งค์เค้นคำพูดรายละเอียดเหล่านั้นออกมาทีละประโยคด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาวิชัยถึงกับมือไม้อ่อนปล่อยบุหรี่ล่วงหล่นลงพื้น“ใครบอกมึง…?” จู่ๆคำสรรพนามที่เสี่ยวิชัยเลือกใช้ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ“นั่นไม่ใช่ประเด็นค่ะ ประเด็นคือข้อมูลเส้นทางการเงินของเสี่ย… ตอนนี้ไม่ได้อยู่แค่ในมืออิ๊งค์นะคะ แต่อยู่ในมือของเพื่อนอิ๊งค์ที่เป็นทนายค่ะ”อิ๊งค์ขยับยิ้มบางเบาปราศจากความทุกข์ร้อน ผิดกับอีกฝ่ายที่สีหน้าถอดสี แววตาฉายชัดถึงความกังวล“เพราะฉะนั้นถ้าอิ๊งค์เป็นอะไรไปล่ะก็ เสี่ยเองก็จบเหมือนกัน…” สงครามจิตวิทยาถูกจุดชนวนขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว ทั้งท
ตัดภาพมายังห้องนอนอันกว้างขวางและหรูหรา แสงไฟสีส้มสลัวขับเน้นให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความรุ่มร้อนของไฟราคะ บัดนี้ทั้งวิชัยและอิ๊งค์ต่างตกอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน เสี่ยชัยนอนหงายแผ่หลาบนเตียงหนานุ่ม สองขากางกว้างอย่างผู้มีอำนาจเหนือกว่า มือข้างหนึ่งยกโทรศัพท์แนบหู พูดคุยธุระด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังเป็นงานเป็นการทว่าในระหว่างที่เสี่ยใหญ่กำลังสนใจสายโทรศัพท์อยู่นั้น ร่างเปลือยขาวผุดผ่องของอิ๊งค์นั่งคุกเข่าอยู่ตรงพื้นที่ว่างกลางหว่างขาเขา มือเรียวบางที่เคยใช้จับปากกาเซ็นเอกสารวิชาการ บัดนี้กำลังจับกำรอบท่อนเนื้อแข็งโด่เต็มขนาดที่ชี้ค้ำหน้าเธออยู่อิ๊งค์รูดชักขึ้นลงในจังหวะสม่ำเสมอต่อเนื่อง บำเรอสวาทปรนนิบัติรับใช้ท่อนควยของชายรุ่นพ่ออย่างไม่มีอิดออด ดำเนินสลับไปพร้อมๆกับเสียงพูดคุยทางโทรศัพท์ที่ยังคงดังระงมเป็นระยะจนกระทั่งวางสายโทรศัพท์ เสี่ยวิชัยพ่นลมหายใจยาว ปรายตามองดูคนสวยที่กำลังคุกเข่านวดแก่นกายให้มันอยู่ แววตาของนักการเมืองรุ่นใหญ่ยังคงฉายความระแวดระวังแกมเงี่ยนขณะเอ่ยปากพูด“เรื่องที่ป๋าเคยชวนหนูอิ๊งค์เข้าสู่ทีมการเมืองท้องถิ่น... ลองเก็บไปคิดดูใหม่หรือยัง” เสี่ยชัยเอ่ยด้วย
หลังจากผ่านเหตุการณ์อันอัปยศที่เสียตัวให้เสี่ยวิชัยย่ำยีบนรถ อิ๊งค์เก็บตัวอยู่บ้านหลายวัน ไม่ยอมก้าวเท้าออกไปสู้หน้าพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชนเหมือนเก่า เพราะส่วนลึกในจิตใจมันคอยตอกย้ำด้วยความสมเพชตัวเองว่าเธอในเวลานี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่สะอาดบริสุทธิ์แบบที่ชาวบ้านพากันชื่นชมอีกต่อไปแล้วมิหนำซ้ำ อิ๊งค์ยังเป็นกังวลว่าเธออาจจะต้องเปลี่ยนจากนักสังคมสงเคราะห์ชุมชนผู้มีเกียรติ กลายไปเป็นเด็กเสี่ยอย่างถาวร นั่นไม่ใช่ปลายทางอนาคตในแบบที่เธอเคยวาดฝันเอาไว้เลยแม้แต่นิดเดียวทว่าปฏิกิริยาทางร่างกายกลับสวนทาง ความรู้สึกซ่านกระสันในรสสวาทกลับกลายเป็นสิ่งที่อิ๊งค์รู้สึกขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว มวลความต้องการส่วนลึกคอยปลุกเร้าให้เธอโหยหาการถูกเติมเต็มจนทนไม่ไหวเช้าวันนี้ น้าพงษ์จึงเดินยิ้มหน้าระรื่นเข้ามาในบ้านเช่าของอิ๊งค์ เพราะเธอเป็นคนโทรเรียกเขามา สำหรับอิ๊งค์แล้ว แม้เธอจะรู้ดีแก่ใจว่าตนเองกำลังมีปมความสัมพันธ์ลับๆอย่างไม่เหมาะสมกับประธานชุมชนคนนี้ แต่อย่างน้อยเธอยังคงรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายคุมเกม มันแตกต่างจากการโดนผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าอย่างเสี่ยวิชัยถือครองความลับของเธอเอาไว้ตอนนี้อิ๊งค์นอนอยู่บนเตียงนอน





