LOGINตอนที่ห้า
กี่งานก็เหมือนเดิม
“คุณหนู พวกเราไม่ออกไปหรือเจ้าคะ” สาวใช้เสี่ยวถงก้มลงกระซิบนายสาวเมื่อเห็นว่านางยังนั่งนิ่งไม่มีทีท่าจะขยับตัว
หญิงสาวมองไปทางด้านของผู้หลักผู้ใหญ่ซึ่งนั่งพูดคุยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย มารดาของนางส่งสายตาให้บุตรสาวเดินออกไปกลางสวนเช่นผู้อื่น นั่นจึงทำให้ฟางเจียอีเริ่มขยับตัว
แต่ ด้วยความที่นั่งนานเกินไป กว่าจะรู้ตัว ขาก็ชาจนขยับไม่ได้เสียแล้ว หญิงสาวทรุดลงไปใหม่ด้วยใบหน้าเหยเก
“คุณหนูเป็นอันใดหรือ” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นด้านหลังก่อนที่ร่างสง่างามจะเดินมาเบื้องหน้า
องค์ชายสี่นั่นเอง เขาไม่ได้อยู่กลางสวนหรอกหรือ
ฟางเจียอีคิดขณะค่อยๆบีบนวดขาที่ชาให้คลายตัวลง
“เพียงนั่งนานไปสักหน่อย อีกครู่น่าจะดีขึ้นเพคะ” สาวน้อยตอบอย่างนอบน้อม
“เช่นนั้นข้านั่งเป็นเพื่อน” องค์ชายสี่ทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างอย่างรวดเร็ว
“องค์ชายไม่ออกไปพูดคุยกับสาวๆด้านโน้นหรือเพคะ” ฟางเจียอีถามขณะมือยังบีบนวดขาตนเองไม่หยุด
“มากคนมากความ ข้าอยู่ที่นี่ดีกว่า” เสียงทุ้มนุ่มตอบก่อนจะถามขึ้นอย่างสงสัย
“ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อน เจ้าคือบุตรสาวผู้ใดหรือ”
“หม่อมฉันชื่อฟางเจียอี เป็นบุตรสาวของเสนาบดีฟางเจียวและฮูหยินใหญ่หลิวซื่อเพคะ”
“อ้อ...บุตรสาวเสนาบดีกรมคลังนั่นเอง คงเพิ่งออกงานครั้งแรกสินะ”
“ใช่แล้วเพคะ น่าขายหน้านัก” ฟางเจียอีแสร้งก้มหน้าลงเพื่อแสดงอาการเขินอายอย่างเช่นสาวๆที่นี่ แต่ที่จริงนางกำลังอมยิ้มอยู่ต่างหาก
องค์ชายองค์นี้ก็น่ารักดี เดาถูกด้วยว่านางออกงานครั้งแรก
“ถึงอย่างไรดอกไม้ก็ไม่มีเท้าเดินหนีไปที่ใด หากเจ้าดีขึ้นแล้วค่อยเดินชมดอกไม้เถอะ ไม่ต้องรีบร้อน” องค์ชายสี่ยังบอกอีกก่อนจะเดินออกไปเมื่อเห็นน้องชายกวักมือเรียกอยู่อีกด้าน
ฟางเจียอีมองตามอย่างเริ่มรู้สึกดีกับองค์ชายองค์นี้ ที่เข้ามาทักทายถามไถ่และยังทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจ เมื่อขากลับมามีความรู้สึกแล้วสาวน้อยจึงเดินไปรวมกลุ่มกับหญิงสาวนางอื่นๆที่กลางสวนเพื่อสังเกตหนุ่มๆแต่ละคน และลอบมองปฏิกิริยาของหญิงสาวเหล่านั้นด้วย กว่าจะเสร็จงานก็ยิ้มจนเมื่อยหน้า ยืนจนเมื่อยขา
เมื่อมารดาให้สาวใช้มาตามกลับ ฟางเจียอีถึงกับถลาเดินแกมวิ่งด้วยความดีใจก่อนจะรู้ตัว เปลี่ยนท่าทีเป็นเดินอย่างอ่อนช้อยงดงามจนถึงด้านหน้าของมารดา กว่าจะเสร็จการอำลาอย่างมีมารยาทและขึ้นรถม้าได้ หญิงสาวก็รู้สึกคล้ายทั้งหน้าและขาด้านชาไปเสียแล้ว
“ท่านแม่ พวกเรายังต้องออกงานเช่นนี้อีกหรือไม่เจ้าคะ” สาวน้อยซบลงไปออดอ้อนกับตักมารดา
“ต้องสิ มิเช่นนั้นเจ้าจะได้พบเจอกับเหล่าองค์ชายหรือคุณชายเหล่านั้นได้อย่างไร” มารดาของนางบอก
“แต่ลูกเมื่อยมากเลยเจ้าค่ะ” สาวน้อยโอดครวญ
“อดทนสักหน่อย กลับไปสาวใช้บีบนวดให้ก็ดีขึ้นแล้ว” มารดาของนางปลอบโยนก่อนจะเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้
“เป็นอย่างไรบ้าง แม่เห็นองค์ชายสี่มานั่งพูดคุยกับเจ้าอยู่ครู่หนึ่ง”
“พระองค์ถามเพียงว่าลูกคือผู้ใดไยไม่เคยเห็นหน้าเจ้าค่ะ”
“เท่านั้นเองหรือ”
“เจ้าค่ะ”
หลิวซื่อผู้มารดามีท่าทางห่อเหี่ยวลงก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอีก
“แล้วองค์ชายองค์อื่นล่ะ มีผู้ใดแสดงท่าทีสนใจเจ้าบ้างหรือไม่”
“หญิงสาวมากมายต่างแข่งกันยืนชม้ายชายตาจนลูกตาแทบหลุดออกมาอยู่แล้ว จะมีแก่ใจมามองเพียงลูกได้อย่างไรเจ้าคะ”
“แล้วคุณชายเหล่านั้นเล่า”
“หญิงสาวอีกหลายคนก็ทิ้งสายตาและยืนกระบิดกระบวนให้ท่ากันอย่างเปิดเผย พวกเขาจะมาเหลือบแลเห็นลูกได้อย่างไร”
ตอนที่สิบเอ็ด ช่างหาเรื่อง ตับ ตับ ตับ เสียงเนื้อหน้าขากระทบก้นอวบจนกระเพื่อมสั่นดังก้อง ขณะกุนซือหนุ่มไม่มีแรงจะต่อว่าแล้วด้วยกำลังซ่านเสียว “โอ้...น้องชุนเหนียง อือ...เสียวยิ่ง...” มือหนาเอื้อมไปกอบขยำทรวงใหญ่ล้นซึ่งกระเด้งกระดอนตามแรงตอกกระแทกจนโยกโยนพลางบดบี้จุกแข็งแน่นเพื่อเร่งความเสียวให้กายอวบ แม่ครัวชุนเหนียงถูกแรงตอกสะท้านจนร่างสั่นสะเทือน หญิงสาวเสียวซ่านจนจิกเกร็งแต่ไม่อาจเปล่งเสียงด้วยถูกความแข็งแน่นอุดปากอยู่ ว่านจินเจียวยืนดูจนหว่างขาแฉะฉ่ำแต่ก็ต้องตกใจเมื่อมีมือหนามาปิดปากแล้วลากไปหลบอยู่ข้างเสา&nb
ตอนที่สิบ อย่ารุนแรงนัก “พวกเราเป็นหญิงม่าย ทั้งชีวิตคงไม่มีโอกาสแต่งงานใหม่อีกแล้ว แต่จะใช้ชีวิตเหี่ยวเฉาไปจนวันตายก็ใช่ที่ ข้าและอันอันจึงตกลงให้ตนเองเสพสุขจนสมใจ หากอยู่ในหมู่บ้านคงไม่อาจทำเช่นนี้ได้ แต่พวกเราอยู่ในเรือลำนี้ย่อมไม่มีผู้ใดครหา เจ้าเพิ่งมาคงไม่คิดมาก ใช่หรือไม่” “ไม่เจ้าค่ะ เรื่องของผู้ใดก็เป็นเรื่องของผู้นั้น” จินนี่อยู่ในยุคสมัยซึ่งคนไม่วุ่นวายเรื่องของคนอื่นอยู่แล้วจึงไม่เห็นแปลกที่หญิงสาวทั้งสองจะใช้ชีวิตตามแต่ใจ “ดี อ้อ...เจ้ากับแม่ทัพฮัวร่วมรักกันแล้วหรือ” ชุนเหนียงถามตรงๆ“เอ่อ...” ว่านจินเจียวบิดมือหน้าแดงก่ำ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี นางนอนร่วมเตียงกับเขาถึงสามคืน เพิ่งจะมีเมื่อเช้าที่จู่ๆเขาก็ลุกขึ้นมาดูดนมนาง นอกเหนือจากนั้นก็ได้แต่ตื่นมาในอ้อมก
ตอนที่เก้า ยั่วยวนหรือ แต่...หากต้องเลือก ได้ร่วมรักกับคนหล่อเพียงคนเดียวก็ยังดีกว่าต้องแบให้คนทั้งลำเรือว่านจินเจียวนึกถึงหน้าของแม่ทัพฮัว แม้จะยังไม่กล้ามองตรงๆ แต่เพียงได้เห็นเสี้ยวหน้าก็บอกได้ว่าหล่อเหลาไม่น้อย เขานับเป็นชายชาตรีด้วยเรือนร่างองอาจสมส่วน ไหล่กว้างแผงอกแน่น ใบหน้าคมเข้มเอาว่ะ อย่างน้อยก็หล่อสูสีกับแฟนของพี่สาว แล้วยังมีตำแหน่งเป็นแม่ทัพ นับว่าใหญ่ที่สุดในเรือลำนี้ แต่ นางอยากจะเลือกเขา ใช่ว่าเขาจะยอมลดตัวลงมาให้เลือกดีดี เท่าที่สังเกตดูเขามีท่าทางหวงเนื้อหวงตัวอยู่มากทีเดียว ขนาดนอนแก้ผ้าอยู่ด้วยกันถึงสองคืน เขายังไม่แม้แต่จะชายตาแล แถมยังโมโหคิดว่านางตั้งใจยั่วยวนอีกว่านจินเจียวสวมชุดของแม่ครัวชุนเหนียงนอนลงด้วยใจที่ยังสั่นระทึก กว่าจะหลับตาลงก็ง่วงงุนเต็มทีแล้ว หญิงสาวตื่นขึ้นมาเมื่อจู่ๆรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างก้มๆเงยๆอยู่ที่ทรวงอก“ตื่นแล้วหรือ เจ้านี่ช่างยั่วยวนข้าอยู่ทุกคืน คิดว่าข้าไม่อาจทำอันใดเจ้าได้หรืออย่างไร เชอะ เพียงก้อนเ
ตอนที่แปด ลาภปากหมอหญิงแทบต้องกัดปากเพื่อกลั้นเสียงร้องที่อยากจะเปล่งออกมาแต่สุดท้ายก็ต้องกรีดร้องด้วยความทรมานบิดเกร็ง“อ้ายยยยย ข้าเสียววว”หญิงสาวเด้งกายสอดรับอย่างไม่อาจต้านทานแรงอารมณ์ เสียงตับ ตับ ตับ ดังสนั่นจนน่าตกใจ ไม่นานน้ำขุ่นขาวก็ถูกปล่อยออกมากระฉอกเป็นสายนองเต็มพื้นว่านจินเจียวยืนตกตะลึงอ้าปากค้างจดจ้องภาพตรงหน้าโดยแทบไม่กะพริบตา นางไม่อยากเชื่อว่าหมอหญิงซางไป๋อันซึ่งมีท่าทางสุภาพเรียบร้อยเมื่อกลางวันจะกลายร่างเป็นหญิงสาวเร่าร้อนและตอบสนองกามกามาได้อย่างดุเดือดในยามค่ำคืนเช่นนี้ยิ่งเห็นหมอหญิงโดนรุมกระหน่ำทิ่มแทงอย่างรุนแรง แต่นางกลับสู้ไม่ถอยและตอบรับอย่างสุขสันต์ ว่านจินเจียวจึงได้แต่มองดูอย่างลุ้นระทึกจินนี่ในร่างของว่านจินเจียวเคยเห็นภาพการร่วมรักมาบ้างจากสื่อต่างๆ แม้จะไม่เคยลองของจริงด้วยใจไม่กล้าพอ เพียงชายหนุ่มซึ่งเข้ามาจีบจูบดูดดื่มแล้วลูบคลำขอถอดเสื้อผ้า เธอก็ถอยหนีออกมาแล้วแต่สาวน้อยทันสมัยอย่างเธอกลับไม่เคยเห็นการร่วมรักสองรุมหนึ่ง
ตอนที่แปดลาภปากมือหนากอบกุมเต้าทรวงอวบทั้งสองข้างเพื่อฟอนเฟ้นเคล้นคลึงช่วยเร่งความซ่านกระสัน“ก้อนเต้าหู้ของเจ้าแข็งสู้ลิ้นจนเลียไม่ลงแล้ว อาชิวทำดีเพียงนั้นเชียวหรือ”ชายที่พวกเขาเรียกว่าอาชิวแหวกร่องแดงให้อ้าออกกว้างขึ้นจนมองเห็นทั้งร่องกลีบและติ่งเสียวอย่างชัดเจน ลิ้นของเขาตวัดเลียจนความเสียวเข้าโจมตีไม่ปล่อยให้มีช่องว่าง ขณะนิ้วร้อนดึงเข้าดึงออกในร่องสวาทจนซางไป๋อันกรีดร้องยกเท้าลอยสูง“อู๊ยยยย...ไม่เอา...อาชิว อ้า...ไม่เอาตรงนั้น... อื้อ...พอแล้ว ข้าเสียว...”หมอหญิงซางถูกปลุกเร่งความซ่านเสียวจนพุ่งทะยานสั่นสะท้าน ความรัญจวนซาบซ่านเข้าเล่นงานจนต้องจิกเล็บเข้ากับไหลหนา เปล่งเสียงร้องครางดังลั่นอย่างกลั้นไม่อยู่“อื้อ...อ้า...พี่ฮัน อาชิว...ข้าไม่ไหวแล้ว...อู้วววว”หญิงสาวเสียวจนตัวแอ่นเกร็งแทบตกจากโต๊ะ ทำให้รองแม่ทัพต้องหยุดมือมาโอบประคองเอาไว้“เป็นไง เสียวมากสิ ร่องฉ่ำเยิ้มเชิญชวนเชียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายซึ่งลงลิ้นเลียส่วนกลางกายสาวมองร่องสวาทซึ่งหลั่งน้ำจนฉ่ำแฉะอย่างสมใจ&nb
ตอนที่เจ็ด หาของสด “อื้อ...เสียว...อ้า...พอแล้ว คนนี้ใช้ได้ อูวววว” เสียงซ่านกระสันดังออกมาจากปากบางเป็นจังหวะที่รองแม่ทัพหวังรีบคว้าตัวทหารซึ่งแยงแหย่ลิ้นให้ผละออกว่านจินเจียวมองใบหน้ายิ้มกริ่มซึ่งเดินแยกไปอีกทางอย่างยังคงไม่เข้าใจจากนั้นทหารในแถวก็เรียงหน้ากันมาใช้ลิ้นเลียวนแยงบดขยี้เน้นในร่องกลีบและติ่งสวาทของซางไป๋อันโดยมีรองแม่ทัพหวังซีฮันยืนกำกับอยู่ เขาทั้งช่วยจัดแถว แหวกร่องรูด้วยพวกทหารสามารถใช้ได้เพียงลิ้นเท่านั้น“อื้อ...พอแล้ว”“โอ๊ยยยย ...เสียวววววว อ้า”เสียงครางหวานกระเส่าดังออกมาพร้อมร่างบางที่บิดเกร็งเสียวซ่านสั่นไหวจนหวังซีฮันต้องช่วยโอบประคองไว้ที่ด้านหลังลิ้นหนาของทหารกล้าบางคนช่างแข็งแรงทั้งบดเน้นห่อม้วนแยงแหย่เข้าไปในร่องรูสร้างความรัญจวนหวามไหวจนหมอหญิงถึงกับดีดดิ้นสั่นกระตุกบ่งบอกความเสร็จสมในขณะที่บางคนเพียงเลียไล่ไปมาจนน่ารำคาญไม่นานก็แยกทหารออกได้เป็นสองฝั่ง หากคนใดเป็นที่พอใจก็จะโดนคว้าตัวออกไปยืน







