Se connecter“คุณเติร์ดเรียนจบอะไรมาหรือคะ” พลอยขวัญนึกสนใจจึงถามต่อ
“จบบริหารธุรกิจครับ” เขาสบตาเธอ เห็นได้ชัดว่าดวงตาเป็นประกาย “เรียกผมว่าน้องเติร์ดก็ได้ครับ”
“ยินดีค่ะน้องเติร์ด”
คุณชูศักดิ์สะดุ้งนิดๆ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครทันสังเกต คุณชูศักดิ์เริ่มออกอาการอยากจะเอ่ยคำทักท้วง แต่นายแบบที่ชื่อเติร์ดหันมาสบตา ดวงตาล้ำลึกมีประกาศอำมหิตวาบขึ้น คุณชูศักดิ์จึงสงวนคำพูด พลอยขวัญกลับคิดว่าเด็กคนนี้เล่นหูเล่นตากับคณะกรรมการเก่งดี
“ผมขอเรียกคุณว่าพี่พลอยนะครับ”
“ได้ค่ะ”
“ขอบคุณครับ!”
ยิ้มแฉ่งเหมือนเจ้าหยูกหมาน้อยเลยแหะเด็กคนนี้... ความเก่ง ความอ่อนเยาว์และรูปโฉมล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมชายหนุ่มคนนี้ พลอยขวัญจึงถามเกี่ยวกับแนวความคิดและคติการทำงานที่ชอบสองสามข้อ
“ตอนประถม ผมต้องหางานทำเป็นค่าเรียน โชคดีที่มีโรงงานแห่งนึงรับเด็กอย่างผมเข้าทำงาน เถ้าแก่บอกให้ผมไปขออะไหล่ชิ้นส่วนคอมจากแผนกโน้นมาให้หน่อย ผมรีบไปตามคำสั่ง แต่ไปตามแผนกที่เถ้าแก่บอกแล้วก็ไม่มีของที่ว่าเลย จะไปแผนกไหนๆ ก็ไม่มี สุดท้ายแล้วผมก็เลยได้คุยกับทุกแผนกเลย ผมจ๋อย คิดว่าทำงานแรกที่ได้รับมอบหมายพลาดไปเสียแล้ว แต่เถ้าแก่หัวเราะ เฉลยว่าไม่มีอะไหล่อะไรนั่นหรอก แต่เป็นวิธีให้เด็กใหม่ได้ไปแนะนำตัวกับคนงานเก่า”
“เถ้าแก่ขี้เล่นจัง”
“เขาสอนผมหลายอย่าง ผมเริ่มงานทาสี ต้องไปทำงานปีนนั่งร้าน ตากแดดร้อนๆ ขูดสีเก่าออกจนมือพองไปหมด นับแต่นั้นมาผมก็ให้เกียรติคนใช้แรงงานทุกคน ตอนที่ผมทาสีผนังด้านหนึ่งเสร็จเป็นครั้งแรกในชีวิต เถ้าแก่กับพวกลูกพี่ทุกคนก็มายืนปรบมือให้ผม นั่นคือบทเรียนล้ำค่าสำหรับผม”
“บทเรียนอะไรหรือ”
“ผลงานจากแรงงานของเรานั้นเป็นความสุขที่สุดอย่างหนึ่ง”
“นั่นสินะ” พลอยขวัญพยักหน้าเห็นด้วย
“ผมฝึกการทำงานเป็นทีม” เขานับนิ้ว “การรับฟังก็เป็นเรื่องสำคัญ เถ้าแก่ไม่เคยละเลยความคิดเห็นของเด็กอย่างผม ท่านเป็นผู้บริหารที่ซื้อใจลูกน้องได้ เถ้าแก่โรงงานเล็กๆ นั่นแหละไอดอลในใจผมเลยครับ”
พลอยขวัญอยากจะคุยต่ออีก แต่จะกลายเป็นดูเหมือนคุยกันอยู่สองคน พลอยขวัญเริ่มรู้ตัวว่าเสียมารยาทต่อคนอื่นๆ จึงกล่าวขออภัยที่รบกวนการคัดเลือก แต่คุณชูศักดิ์กลับมอบอำนาจให้เธอตัดสิน
“คุณคือผู้รับผิดชอบโปรเจคนี้โดยตรง บอสใหญ่ให้สิทธิ์คุณเลือกนายแบบที่ชอบได้เลยครับ”
“เอ่อ... ค่ะ” พลอยขวัญได้รับเอกสารรายละเอียดของนายแบบแต่ละคนให้พิจารณา เมื่อวิเคราะห์อยู่อึดใจ พลอยขวัญก็ตัดสินใจเลือก
“พลอยเลือกหมายเลขหนึ่ง สอง และหกค่ะ”
“สามคนเลยเหรอครับ”
“ค่ะ พลอยชอบหมดเลย อยากทำชุดให้ทั้งสามคนเลยค่ะ”
ทั้งสามคนเป็นหนุ่มหน้ามนแตกต่างกันสามสไตล์ คนหนึ่งดูนิ่งขรึม ใบหน้าโฉบเฉี่ยวดูมีชั้นเชิง อีกคนสดใสแววตาเจ้าชู้นิดๆ ส่วนคนสุดท้ายให้ความรู้สึกเหมือนน้องชายที่พี่สาวอยากจะพาไปเลี้ยงข้าวให้อ้วนๆ พลอยขวัญครุ่นคิดถึงภาพรวมคร่าวๆ ของโปรเจคที่จะเขียนนำเสนอผู้บริหารได้แล้ว เธอจึงเลือกทั้งสามคนนี้ แต่คุณชูศักดิ์ดูจะร้อนๆ ขึ้นมาไม่รู้ตัวกระมัง ถึงได้มีเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นที่หน้าผากและขมับ เขาเช็ดเหงื่อก่อนจะเอ่ยขอร้องพลอยขวัญ
“คุณพลอยขวัญเลือกนายแบบได้แค่คนเดียวครับ”
“คนเดียวหรือคะ”
“ครับ เลือกคนที่คุณพลอยขวัญชอบที่สุด”
อา... นั่นสินะ เธอยังอยู่ในช่วงทดลองงาน ใช้นายแบบเยอะ ก็แปลว่าต้องใช้ทรัพยากรเยอะ ไหนจะงบประมาณอีก หากพิจารณาจากชื่อเสียงที่ผ่านมาของเธอ เบื้องบนคงจะต้องการให้เธอแสดงฝีมือผ่านโปรเจคเล็กๆ นี้ให้ได้ก่อนถึงจะขยับขนาดโปรเจคให้ พลอยขวัญจึงกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมถึงได้นึกถึงเสื้อแจ๊กเกตตัวแรกที่เธอตัดเย็บในชีวิตตัวนั้น
พลอยขวัญเงยหน้าขึ้นสบตานายแบบสามคนนั้นทีละคน ขอให้พวกเขาลองเดินให้ดู ลองยิ้มและลองโพสท่าเพื่อพรีเซนต์ชุดที่ตัวเองใส่อยู่ ทุกคนต่างก็มีดี เพียงแต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่ดีกว่า
“หมายเลขหกค่ะ”
พลอยขวัญสรุปได้ในที่สุด ถ้าเบื้องบนให้เธอเป็นคนเลือก ถ้าอย่างนั้นก็ขอเลือกไทป์เจ้าหยูกหมาตามที่เธอชอบก็แล้วกัน พลอยขวัญหยิบหมายเลขเอกสารออกมาวางตรงหน้า พลางส่งยิ้ม
“จากนี้ไปน้องเติร์ดจะเป็นนายแบบประจำโปรเจคของพี่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
หลายเดือนถัดมา พชรเอาแต่เดินกระวนกระวายอยู่ในห้องสำหรับพักรอภายในโรงแรมคอนติเนนทัล เอาแต่เดินวนจนรองเท้าแทบสึก รอบตัวเขานั้นเต็มไปด้วยดอกไฮเดรนเยียกับลิลลี่บานสะพรั่ง ยิ่งดูขับเน้นให้ชายรูปงามชุดทักซิโด้เต็มยศโดดเด่นท่ามกลางผู้คนมากมาย “เจ้าสาวพร้อมแล้วค่ะ” ร่างสูงสง่ายืดตัวขึ้นทันทีหลังจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเจ้าสาวกำลังจะมาถึง พชรนึกย้อนไปถึงวันแรกที่เขาต้องมาพบเธออีกครั้งในรอบหลายปี เขาใช้เวลาขัดสีฉวีวรรณอยู่ในห้องน้ำราวๆ สามชั่วโมง เมื่อพลอยขวัญเดินออกมาจากลิฟต์และเขาได้พบเธอ พี่พลอยขวัญเป็นสาวสวยชวนตะลึงยิ่งกว่าที่เขาจดจำได้เสียอีก ผมยาว ดวงตากลมโตและยิ้มหวาน ความทรงจำทั้งหลายก็หลากท่วมท้น ช่างเหมือนความฝันที่บังเกิดชีวิตชีวา ความงามอ่อนโยนและอบอุ่นของเธอยังคงไม่เปลี่ยนแปลง กลิ่นหอมของเธอยังอบอวลและรอยยิ้มยังคงตราตรึงอยู่ในใจเขาไม่รู้วาย&nbs
เขาเป็นคนจัดการเรื่องสถานที่จัดแสดงคอลเล็กชัน ซึ่งเกินความคาดคิดของพลอยขวัญไปมาก เธอนึกภาพไว้ว่าจะจัดในฮอลล์การประชุมสักแห่ง แต่เขาใช้คอนเนคชั่นอันแสนลึกลับ ติดต่อพื้นที่สวยๆ ติดฝั่งเจ้าพระยาซึ่งมีพระปรางค์วัดอรุณเป็นฉากหลัง ประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิดและแสงสีเสียงเต็มอัตรา คราวนี้แม้แต่นักข่าวก็วิ่งหาบัตรเข้างานไม่ได้ ทุกสายตาต่างจับจ้องและรอคอย ปกติทั่วไปแล้วการจัดแสดงแฟชั่นโชว์จะต้องเลือกนายแบบนางแบบที่สูงยาวเข่าดี รูปร่างเฟอร์เฟค แต่พลอยขวัญเลือกจัดแฟชั่นโชว์ในรูปแบบใหม่ซึ่งเลือกใช้นางแบบหลายรูปร่าง หลากเชื้อชาติและสีผิวมาร่วมเดินโชว์สินค้า ชุดของเธอไม่ได้เจาะกลุ่มว่าต้องเป็นสเปกแบบไหนถึงจะใส่แล้วสวย แต่ออกแบบมาเพื่อทุกคน ตั้งแต่หุ่นนางแบบเอวบาง ไปจนถึงนางแบบพลัสไซส์ เพราะเธอคิดว่าไม่ว่าคนจะหุ่นแบบไหน สีผิวแบบไหน เราสามารถเป็นตัวเองของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดได้เสมอ “แนวคิดของคอลเล็กชันนี้คืออกแบบเพื่อให้สวมใส่ได้ทุกโอกาส คัตติ้งเนี้ยบ มีน้ำหนักและไม่ย
“แม่ๆ บอกว่าเราจะต้องเจอกับอาการอ้อนสามเดือนหรือโคลิด เด็กทารกจะแผดเสียงจ้าทั้งคืน ลูกจะเรียกร้องเวลาทุกนาทีของเรา ต้องปั๊มนมเก็บไว้ พี่จะเหนื่อยมากเพราะร่างกายรวน” เขางึมงำและเริ่มเตรียมตัว ทำราวกับจะเหมางานเลี้ยงเด็กไปเองทั้งหมด ทำเอาพลอยขวัญหลุดขำ “เราจะช่วยกันจ้ะ ถ้าลูกโยเย เราจะผลัดกันนั่งเก้าอี้โยกเห่กล่อม ตกลงนะ” ตอนนี้ไม่ว่าอะไรๆ ก็ดูจะเป็นไปได้สวยทุกๆ อย่าง พชรขอพบหมอกุมารเวชเพื่อปรึกษาและซักถามสิ่งต่างๆ เขาจดทุกคำพูดของหมอ ส่วนพลอยขวัญไม่เครียดเลยเพราะรู้ดีว่าทารกแต่ละคนจะออกแบบตารางชีวิตของตัวเอง ต่อให้อ่านตำราหรือศึกษาวิธีเลี้ยงลูกจากแม่ๆ สักกี่คน เจ้าเด็กน้อยก็จะทำตามใจตัวเองอยู่ดีนั่นแหละ พชรจับมือเธอไว้ตลอดช่วงเวลาขากลับจากโรงพยาบาล จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมา “พี่พลอยวางใจผมนะ ชีวิตคู่ของเราจะต้องสมบูรณ์แบบครับ ผมจะตามใจพี่ทุกอย่าง” พลอยขวัญย
และสรวงสวรรค์ก็ส่งบททดสอบใหม่มาให้เธอ พลอยขวัญลังเลมาสักพักแล้ว แต่ก็ตัดสินใจซื้อที่ตรวจครรภ์จากร้านขายยา ตั้งใจว่าจะทดสอบเพื่อความสบายใจ ใจหนึ่งก็คิดว่าคงจะไม่หรอก แต่อีกใจก็รู้สึกลึกๆ ว่าใช่ ยืนยันด้วยผลเส้นสีชมพูที่ปรากฏขึ้นชัดเจน พลอยขวัญอ่านผลซ้ำแล้วซ้ำอีก ก่อนจะสะดุ้งเมื่อออกมาเจอมาเฟียหนุ่มยืนรออยู่ด้านนอกห้องน้ำ เขายังไม่รู้ แต่เขามีสิทธิ์ที่จะรู้... “พี่โอเครึเปล่าครับ” “จ้ะ พี่มีบางอย่างอยากจะบอกน้องเติร์ด” น้ำเสียงของเธอคงจะเคร่งเครียดเกินไปนิด ทำให้เขาวิตกกังวลไปด้วย “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือครับ” “จะว่าอย่างนั้นก็ได้จ้ะ เป็นเรื่องที่เราทั้งคู่ต้องรับมือไปตลอดชีวิต อาจจะยุ่งยากเล็กน้อย แต่คิดว่าเราคงจะผ่านไปได้” พล
บทส่งท้าย จับมือเดินหน้า ตั้งแต่นั้นมาถึงแม้จะงานยุ่งแค่ไหน แต่ช่วงเย็นพชรก็จะเร่งงานเร็วจี๋เพื่อเตรียมตัวไปรับพลอยขวัญกลับบ้านด้วยกัน หลายคนไม่เข้าใจทำไมต้องเร่งงานอะไรนักหนา แต่สำหรับเขาแล้ววันทั้งวันจะเกิดอะไรขึ้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เขาต้องเตรียมพร้อมเข้าครัว เสกของกินอร่อยๆ มากมายและนั่งกินด้วยกันกับเธอด้วยรอยยิ้ม ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ต่างคนต่างมีงานที่ต้องเคลียร์ มีเอกสารที่ต้องจัดการ ก็แค่แยกกันไปแต่ไม่ห่างจากกัน และกระโจนเข้าหากันทุกครั้งที่มีโอกาส “พี่พลอย ดื่มน้ำก่อนนะครับ” หลังจากเคี่ยวกรำเธออย่างหนักหน่วงร้อนแรงอยู่หลายชั่วโมง อานุภาพกายสัมผัส แววตาสื่อรัก กลิ่นกายเร้าใจให้ใฝ่ฝัน รสอันซาบซ่าน เสียงพร่ำคำรัก พชรมอบทุกอย่างให้เธออย่างเต็มที่ ค่อยดูว่าเธอพึงพอใจไหม และพชรไม่เคยละเลยความรู้สึกเล็กๆ น้อยๆ แม้แต่น้อย นั่นทำให
“พาพี่ไปที่เตียงสิ” “ครับ” แม้ว่าจะแข่งกันหน้าแดง แต่พลอยขวัญเรียกแรงฮึบ โน้มริมฝีปากเข้าหาก่อน บดเบียด จูบและกระหวัดลิ้นกันและกันเงียบๆ พลอยขวัญวางมือลงตรงแผ่นหลังกำยำ รับรู้ถึงแรงสั่นไหวภายในที่ขับขานออกมาผ่านทางแววตา พลอยขวัญปล่อยให้เขานำทางอย่างเต็มใจและมอบจุมพิตดื่มด่ำมากมาย และก็ต้องหัวเราะออกมาเมื่อเขามองร่างเปลือยเปล่าของเธอด้วยสีหน้าตะลึงงัน “อย่ามองเลยนะ” “ให้ผมดูเถอะครับ” มือแกร่งดึงแขนเธอที่พยายามปิดบังเนื้อตัวออก ไม่เคยมีใครได้ใกล้ชิดเธอถึงเพียงนี้มาก่อน ผิวขาวละมุนเรียบเนียนถึงกับแดงก่ำไปทั้งตัว “พี่สวยเหลือเกิน” มือของเขาใหญ่ขึ้น ร้อนขึ้นกว่าที่เธอจดจำได้ ฟอนเฟ้นและใช้ลิ้นโลมไล้ตรงผิวอ่อนไหวที่ท้ายทอย จากนั้นก็ลากยาวต่ำลงมา พลอยขวัญไม่รู้เลยว่ามันจะดำเนินไปถึงจุดไ
ชั้นบนสุดของบริษัทนั้นเป็นชั้นผู้บริหารซึ่งสงวนไว้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ห้องทำงานส่วนตัวของผู้บริหารหนุ่มเต็มไปด้วยรสนิยมอันน่าทึ่ง ทุกรายละเอียดเคร่งขรึม ข่มทับผู้มาเยือนด้วยโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ ร่างสูงใหญ่นั่งพลิกอ่านเอกสารทีละหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เหล่าผู้รับคำสั่งจึงต
บทที่ 9 นายแบบที่ชื่อพชร และแล้วบริษัทก็มีประกาศ อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงมาที่ทำงานได้ พลอยขวัญถึงกับเหวอเมื่อห้องทำงานของเธอมีคอนโดแมวใ
“แวะเซเว่นกันนะ เติร์ดกินอะไรหน่อยนะ พี่เลี้ยงเอง” พลอยขวัญนึกดูแล้ว ตั้งแต่ร่วมงานกันมา เธอยังไม่เคยซื้อขนมเลี้ยงน้องเขาบ้างเลย ทั้งควรจะตอบแทนน้ำใจที่น้องอุตส่าห์ช่วยเหลือแถมยังเสียเวลาไปโรงพักเป็นเพื่อนอีกหลายชั่วโมง พลอยขวัญจึงเดิน
“ไม่ทราบว่าต้องกำหนดแนวคำถามมั้ยคะ” “บอสใหญ่ระบุให้ตัดสินกันที่คำถามเชาวน์” ถามคำถามเชาวน์เพื่อคัดเลือกนายแบบ? พลอยขวัญนึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ทักท้วง เพราะพอจะรู้ดีว่าบอสใหญ่มั







