登入ฉันก็นั่งลงตรงจานข้าวที่ยายวางไว้ว่าเป็นของฉัน
"ยายไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อกับข้าวจ๊ะ?"ฉันมองกับข้าวที่อยู่บนโต๊ะพลางเอ่ยถามยายไปอย่างสงสัย เพราะเมื่อวาน ทั้งบ้านเหลือเพียงแค่ปลาทูตัวเดียว เรายังแบ่งกันกิน โดยที่ยายเสียสละให้ฉันได้กิน และมันก็เป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่ฉันจำความได้ "ไปขอเซ็นร้านยายแววมาน่ะ....เดี๋ยวยายทำขนมไปขายค่อยเอาเงินไปจ่ายเขา"ยายว่าพลางยิ้มบางๆให้ฉัน เพื่อให้ฉันสบายใจ แต่ฉันรู้ดีว่าในใจยายเองก็กังวลอยู่ไม่น้อย "เพลงเรียนจบแล้ว...ต่อไปยายจะไม่ต้องเหนื่อยแล้วนะคะ" "เพลงจะไปหางานทำหาจนกว่าจะได้งานทำจ่ะ" "หาเงินเดือนสักสี่ห้าหมื่นไปเลย" "ยายเชื่อจ่ะ.....หลานยายน่ะเก่งอยู่แล้ว"ยายว่าพลางยิ้มแก้มปริให้ฉัน เป็นรอยยิ้มที่บองว่าท่านภูมิใจในตัวฉันมาก ทั้งที่จริงฉันเป็นภาระของยายมาตลอด ฉันนึกโกรธพ่อโกรธแม่ฉันมาตลอด และไม่เคยคิดที่จะถามยายว่าพ่อแม่ฉันอยู่ไหน ทำไมเขาถึงปล่อยให้ฉันอยู่กับยาย ทั้งๆที่ยายเองก็อายุมากแล้ว ต่อให้ไม่มีพวกเขา ชีวิตฉัน ก็มีความสุขดี "อิ่มแล้วเหรอ?"ยายถามฉันมาเมื่อเห็นว่าฉัน วางช้อนสั้นลงบนจานหลังจากที่กินข้าวไปเพียงแค่ไม่กี่คำ "หนูอิ่มแล้วค่ะ....แต่หนูขอห่อพวกนี้ไปไว้กินมื้อกลางวันได้ไหมคะยาย?"ฉัยเอ่ยถามยายไป และสักพักยายถึงจะตอบฉันกลับมา ยายยิ้มให้ฉันก่อนจะพยักหน้าเป็นคำตอบ "ได้ซิจ๊ะ....เดี๋ยวยายเอาไปใส่ถุงให้นะ" "ค่ะ....ขอบคุณนะคะยาย"ฉันยิ้มร่าให้ยายพลางเอ่ยขอบคุณท่านไป ท่านก็ยิ้มให้ฉันก่อนจะลุกขึ้นไปจัดการห่อข้าวให้ฉันเอาไปกินกลางวันในตอนที่ไปหาสมัครงานน่ะ จะให้ฉันไปซื้อ เงินฉันก็ไม่ได้มีมากพอขนาดนั้น และอีกอย่างฉันกินของที่ซื้อกินตามร้านอาหารโดยไม่แบ่งยายไม่ได้ ฉันทำแบบนั้นไม่ได้ ฉันอิ่มและปล่อยให้ยายอด ฉันทำใจไม่ได้ "อดทนนะจ๊ะยาย....หนูจะทำให้ยายมีความสุขแบบที่ยายบอกหนูเสมอมาว่า...." "ชีวิตของยายไม่เคยมีความสุขจนกระทั่งมีหนูเข้ามาในชีวิต" "หนูไม่เคยเป็นภาระของยายแต่หนูคือกำลังใจของยาย" "หนูรักยายนะ" คำพูดทุกคำ ที่ยายบอกฉันตอนก่อนนอน คำพูดที่ส่งฉันเข้านอนในทุกคืน และรอยยิ้มที่ดูภูมิใจในตัวฉันของยาย ฉันจำมันได้ดี ทุกคำพูด.....ฉันจะทำทุกอย่าง ทำทุกทางเพื่อให้ยายของฉัน มีความสุข แบบจริงๆเสียที ฉันไม่อยากเห็นยายเหนื่อยแบบนี้อีกแล้ว ฉันสงสารท่าน ท่านเหนื่อยเพื่อฉันมามากแล้ว ถึงเวลาที่ฉันจะทำให้ยายมีความสุขและพักผ่อนได้เสียที..... แต่งานอะไรนะ ที่จะทำให้ฉันมีเงินภายในสามวัน ไปใช้หนี้ พวกเจ้าหนี้ได้น่ะ ฉันมองไม่เห็นหนทางนั้นเลย มันมืดมนไปหมด... สายของวันเดียวกัน ติ๊ดๆๆๆ "อ้อโทรศัพท์หนูจ่ะยาย"ฉันเอ่ยบอกยายไปในขณะที่มีเสียงดังจากโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นจากโต๊ะที่เรานั่งกินข้าวเช้าเมื่อครู่ก่อนที่ฉันจะลุกมาช่วยยายจัดของ "จ้ะหนูไปรับโทรศัพท์เถอะลูกเดี๋ยวตรงนี้ยายจัดเองนะ"ยายตอบพลางยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน ฉันก็ยิ้มกริ่มให้ท่านก่อนจะตอบท่านและเดินไปรับโทรศัพท์ของตัวเอง "เบอร์ไม่คุ้นนะ?"ฉันพึมพำพลางเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มตัวเองหลังจากที่หยิบโทรศัพท์มาดูคนที่โทรเข้ามา "ฮัลโหลสวัสดีค่ะ"ฉันกดรับสายของปลายสายเบอร์ไม่คุ้นไป เผื่อจะเป็นที่มีธุระกับฉัน ฉันจึงตัดสินใจรับอย่างไม่คิดเยอะ (ฮัลโหลสวัสดีค่ะไม่ทราบว่าใช่คุณพิณรณีมีอำนวยใช่ไหมคะ)ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงพูดกลับมาด้วยน้ำเสียงสดใส "ใช่ค่ะพิณรณีพูดสายค่ะ" ฉันตอบปลายสายไปด้วยหัวใจทึ่สั่นระริก จะว่าเป็นพวกทวงหนี้ก็ไม่น่าใช่ เพราะฉันไม่เคยติดหนี้ใครนะ (ค่ะเราโทรจากบริษัทวิหารไกลกาลเนชั่นกรุ๊ปจำกัดนะคะ.., จะโทรมาเรียนให้คุณพิณรณีทราบว่าทางเราต้องการนัดคุณมาสัมภาษณ์งานในวันนี้ค่ะขอโทษที่ติดต่อมาฉุกละหุกแบบนี้นะคะ)เสียงของปลายสายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆอย่างเกรงใจ ผิดกับฉันที่มองเรื่องนัดวันนี้เป็นวันที่มีเวลาเยอะและรวดเร็วไปด้วยซ้ำโทรและเรียกไปสัมภาษณ์ในวันนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย มันเร็วสำหรับฉัน ไม่ได้ช้าเลย แต่ที่จริงแล้ว ฉันก็แอบมีหวังว่าไปสัมภาษณ์งานวันนี้และขอให้ได้งานเลยจะได้ไหม "ไม่เป็นไรค่ะ....จะให้ดิฉันเข้าไปวันนี้เวลาไหนคะ"ฉันพยายามทำเสียงที่สั่นเพราะกำลังตื่นเต้นให้เป็นคำพูดใส่ปลายสายไป (เวลาบ่ายโมงตรงคุณพิณรณีเข้ามาที่บริษัทได้เลยค่ะ) "โอเคค่ะขอบคุณมากค่ะ" (ค่ะทางเรายินดีค่ะสวัสดีค่ะคุณพิณรณี) "สวัสดีค่ะ"ฉันกดวางสายไปพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างจนรู้สึกว่ากว้างมากจริงๆ"นี่คุณศิรัญกับคุณอังศิญาเป็นสามีภรรยากันเหรอคะโอ้ว้าว" เสียงตื่นเต้นของคุณหญิงนฤมิตรดังเกินคนในงานทั้งสามดูมีความสุขคุยกันถูกคอ ทั้งคุณหญิงนฤมิตรและคุณศิรัญรวมถึงคุณอังศิญาเองก็ด้วยฉันที่ยืนอยู่หลังสุดของผู้คนไฮโซ ได้แต่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณหญิงนฤมิตรดังออกมาเป็นระยะสื่อว่าเธอกำลังมีความสุขที่ได้พูดคุยกับสองคนนั้น"อาหารนี่มีส่วนผสมของถั่วริสงไหมคะ?"เสียงคุ้นหูของผู้หญิงที่ไม่ใช่ภาษาไทยเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังฉันที่เป็นโซนของกินฉันจึงหันไปหาเธอคนนั้นก่อนจะยิ้มออกมาและรีบเดินตรงไปหาเธอที่ตอนนี้เธอกำลังยืนคุยอยู่กับพนักงานที่ยืนเฝ้าซุ้มของกินอยู่อาหารในงานเป็นแบบบุฟเฟ่ต์คือให้แขกเดินมาดักและนำไปนั่งกินที่โต๊ะได้เองเลย"คุณคามีลา""คุณพิณรณี"ทั้งคุณคามีลาและฉันต่างเรียกชื่อของกันและกันด้วยความดีใจเธอบอกว่าเธอจะมางานเลี้ยงไม่คิดว่าจะเป็นงานเดียวกัน"ฉันดีใจมากค่ะที่เจอคุณที่นี่" คุณคามีลาว่าพร้อมกับยิ้มและโผล่เข้าสวมกอดฉันทันทีด้วยความดีใจฉันเองก็ดีใจและกอดตอบเธอไป"ฉันก็ดีใจค่ะ"ฉันว่าหลังจากที่เราผละกอดออกจากกันแล้ว"ฉันอยากจะกินอาหารอันนี
ฉันที่กำลังจิบน้ำส้มไปด้วยและมองบรรยากาศในงานไปด้วยสายตาก็ไปสบเข้ากับแผ่นหลังเนียนบางของใครคนหนึ่งที่เธอสวมใส่ชุดเดรสสีทองเปิดแผ่นหลังโชว์เรือนร่างที่เย้ายวนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางของผู้คนทั้งชายและหญิงรุมล้อมเธอใบหน้าของเธอสวยเนียนแต่งหน้าโทนอ่อนแต่ทำให้เธอคนนี้ดูมีเสน่ห์และน่ารักพร้อมสวยไปในตัวยิ่งเวลาเธอยิ้ม เธอยิ่งสวย"คุณอังศิญา?"ฉันเอ่ยชื่อของเธอคนที่ฉันกำลังชื่นชมออกไป และหันกลับมามองท่านรองที่ตอนนี้เขาเองก็กำลังจิบไวน์ไป และพูดคุยกับเพื่อนๆในแวดวงธุรกิจไปด้วย ใบหน้าของเขาก็ยิ้มแย้มดูมีความสุขสองคนนี้ ดูเหมาะสมกันมากจังเลยนะ อีกคนก็สวยสง่า อีกคนก็หล่อปานเทพบุตรลงมาจุติแล้วแบบนี้ท่านรองจะอยากมีเมียน้อยเหรอ "โอ้ย?"ฉันที่รู้สึกมึนหัวเพราะภาพตรงหน้ากำลังขึ้นเป็นภาพซ้อน เหมือนตาลาย อย่าบอกว่าฉันจะเป็นลมน่ะ! พรึบ"เป็นอะไรไหมครับ?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างหนูฉันและเป็นเจ้าของอ้อมแขนที่รับร่างฉันอยู่ในตอนนี้ฉันจึงหันไปมองคนคนนั้น ก็พบว่า หน้าตาคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน"ไม่สบายหรือครับไปนั่งพักรับลมข้างนอกก่อนดีกว่าครับ""เดี๋ยวผมพาไป""ได้ค่ะขอบคุณมากนะคะ" ฉันเอ่ยบอกเขาไปพร้อม
20:00น.ชั้นจัดเลี้ยงงานวัดเกิดคุณหญิง นฤมิตร...หน้าทางเข้างานเพลงขวัญ พิณรณี......."คุณพิณรณี"เสียงทุ้มที่คุ้นหูฉันเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างของฉันเดินมาถึงหน้าทางเข้างานก็ต้องได้ยินใครบางคนเรียกฉันฉันที่รีบชนิดที่ว่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งต้องหันขวับกลับไปมองยังต้นเสียงก่อนจะยิ้มแหยๆให้เขาไป เมื่อคนคนนั้น คือท่านรอง ศิรัญวิหารไกลกาลเจ้านายฉัน"คุณมาสาย?" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือเขาก่อนจะตวัดสายตาคมมองมาที่ฉันด้วยสายตาพิจารณา"ขอโทษค่ะท่านรอง" ฉันว่าพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษเขาเขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่เท่าฝามือขึ้นมาฉันก็มองเขา เขาก็จัดการเปิดกล่องในนั้นเป็นสร้อยเพชรเม็ดกลมเงาวาววับจนแสบตา"หันหลังสิ"ท่านรองว่าในขณะที่ปลดตะขอสร้อยออกเตรียมพร้อมที่จะใส่ฉันก็ทำหน้างงๆ"เธอจะปล่อยให้คอว่างแบบนั้นได้ไงไม่มีของประดับ" ท่านรองว่าเสียงเรียบแววตานิ่งเฉย ฉันจึงต้องยอมหันหลังให้ท่านรองเขาก็จัดการสวมสร้อยให้ฉันจากทางด้านหลังในขณะที่มือของท่านรองสัมผัสที่แผ่นต้นคอฉัน ทำให้ฉันสะดุ้งเพราะไออุ่นจากมือเขาทำให้ฉันเผลอหัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆเม
"ท่านรองยังไม่มาโชคดีไปนะยัยเพลง!"ฉันบ่นอุบกับตัวเองในขณะที่มาถึงหน้าประตูทางเข้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลยจะดูหรูหราสมราคามากถ้าจะนอนค้างที่นี่ห้าหลักอัพแพงหูฉี่มากฉันคงจะนอนที่บ้านเช่าหลังเก่าดีกว่าแต่ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะพายายมานอนที่ดีๆแบบนี้บ้าง"ว่าแต่เขาจัดงานกันชั้นไหนนะ?"ฉันพึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เมื่อมองเห็นฉันก็เดินเข้าไปหาโต๊ะประชาสัมพันธ์ทันที"ขอโทษนะคะเขาจัดงานเลี้ยงวันเกิดคุณหญิงนฤมิตรชั้นไหนนะคะ""รอสักครู่นะคะ" ประชาสัมพันธ์ที่เป็นผู้หญิงสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมโดนเฉพาะเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มหน้าไปดูจอคอมพิวเตอร์และกดพิมพ์แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรระหว่างยืนรอฉันก็มองดูบรรยากาศรอบๆไปด้วยผู้คนมากมายผลัดกันเดินเข้าเดินออกบางคนแต่งตัวธรรมดาบางคนแต่งตัวหรูหราสวมร้อยเพชรประดับประดาอย่างกับงานขายเครื่องเพชรพวกคนรวยก็แบบนี้แหละ แข่งกันแต่งตัวออกงานตามสังคมเพื่ออวดความรวยของตัวเองที่คนจนๆอย่างฉันไม่มีวันเข้าใจ"ห้องรับรองชั้นยี่สิบ"" ขอบคุณมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณพนักงานไปพร้อมกับยิ้มให้
18:00น.ศิรัญ........ติ๋งผมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานจากโต๊ะเสริมของรถลีมูซีนคันหรูคันนี้ขึ้นมาดู เมื่อมีการแจ้งเตือนเงินออกข้อความเข้า:เงินออกจำนวน 200000บาทจากบัตรเดบิต"สองแสนบาท?"ผมพึมพำขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความในมือถือจากบัตรเครดิตที่ถูกใช้รูดซื้อของ บัตรที่ผมให้พิณรณีไป"คนนี้หรือที่แกบอกว่าเป็นเด็กของไอ้ทศพล?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยดังมาจากผู้ชายหน้ามนคนผิวสองสีที่นั่งอยู่เบาะนั่งข้างผมผมจึงหันไปมองหน้ามัน "ใช่""สวยเก่งฉลาดแถมพูดสเปนคล่องมาก""ใช่ฉันยังตกใจ"ผมเอ่ยเสริมมันไปอย่างเห็นด้วยเพราะเธอไม่ได้เขียนในใบสมัครว่าเธอพูดได้แค่ภาษาอังกฤษ"และแกจะทำยังไงต่อ?""ถ้าข่าวเรื่องนี้รู้ถึงหูไอ้ทศแสดงว่าเธอนี่แหละเป็นสายของมันจริงมันส่งเธอเพื่อเข้ามาล้วงความลับฉัน""และแกจะปล่อยมันไปแบบนี้?""ใช่ก็เล่นตามน้ำไปก่อนแกเองก็อย่าเผลอหลุดพูดภาษาไทย""โห้มันใช่เรื่องง่ายเหรอวะ?"ไอ้มิตเชลล์โวยก่อนจะทำหน้าบู้บี้ตาทประสาของมันผมก็ยักคิ้วให้มันก่อนจะหันมาให้ความสนใจงานของผมตรงหน้าต่อ"และเรื่องการตลาดที่ฉันให้แกไปติดต่อชาวด์ที่สเปนเป็นยังไงบ้าง?""จะได้เรื่องอะไรว่ะชาวด์เข้าถึงยาก
"ขอบคุณมากนะริที่แกยอมเสียสละรูปนี้ให้ฉัน"ฉันเอ่ยบอกเอริไปในขณะที่ตัวเองกำลังจ้องมองกรอบสี่เหลี่ยมที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษห่อของขวัญสีชมพู(ไม่เป็นไรเพื่อแกเรื่องแค่นี้ฉันให้ได้อยู่แล้ว)"แต่นั้นเท่ากับแกเสียคะแนนเลยนะ"ฉันเอ่ยบอกเอริไปอย่างห่วงใยเธอฉันโทรไปขอคำปรึกษาว่าจะเอาอะไรให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณหญิงนฤมิตร เอริเองเสนอให้ฉันนำรูปภาพที่วาดด้วยสีน้ำมันเป็นรูปคุณหญิงจากนักจิตรกรชื่อดังคนที่คุณหญิงชื่นชอบเอริเองก็จัดเตรียมไว้ให้คุณหญิง แต่เธอกลับเสียสละให้ฉันเอารูปนี้ไปแทนฉันล่ะนับถือน้ำใจเธอเสียจริงๆ(ไม่เป็นไรถึงต่อให้ฉันทำดีกับท่านแค่ไหนท่านก็ไม่มองมาทางฉันอยู่แล้ว)"แต่ขุนศึกรักแก"(ขุนศึกรักแต่แม่เขาไม่รัก)"ริ"(ไม่เป็นไรฉันชินแล้วเอ่อว่าแต่แกเถอะมีชุดไปงานยัง?)"มีแล้วนี่ฉันก็กำลังแต่งตัวเพื่อจะไปงานคืนนี้อยู่ว่าแต่แกไปไหม?"(ก็ไปแหละไว้เจอกันนะเดี๋ยวโทรหาฉันไปเตรียมตัวเหมือนกัน)"โอเคจ้าบ๊ายนะ"(จ้า)ฉันวางสายเอริ ฉันก็กดโทรหาแพรวดาว ที่จริงฉันบอกเธอไปแล้วว่าวันนี้จะไม่ไป เพราะมีงานที่บริษัทด่วน แพรวดาวก็ไม่ได้ว่าอะไร(ว่าไงแก?)"แกมีคนไหม?"(มีไม่ต้องคิดมากแกไปทำหน้าทำตัวใ







