LOGINเมื่อพวกมันไปแล้ว ฉันก็หันมาหายาย
"ไม่เป็นไรนะจ๊ะยาย" "เดี๋ยวหนูช่วยเก็บ"ฉันเอ่ยบอกยายไปทั้งน้ำตา ยายก็มองหน้าฉันก่อนจะร้องไห้ออกมาและยื่นมือมาโอบโครงแก้มของฉันอย่างอ่อนโยน "ยายขอโทษนะเพลงขวัญที่ทำให้หนูต้องลำบากและมีชีวิตที่แย่เเบบนี้" "ยายจ๊ะ.....ยายอย่าพูดแบบนี้นะ....." "เพลงโชคดีที่มียายคอยเลี้ยงดูเพลงจนมีวันนี้ถ้าไม่มียาย...." "ป่านนี้เพลงคงจะไม่ได้เรียนหนังสือดีๆแบบนี้" "เพลงเรียบนจบแล้วนะจ๊ะยาย" "ต่อไปเพลงจะทำงานเลี้ยงยายเองนะ"ฉันเอ่ยบอกยายไปพลางยิ้มให้ยายไปด้วย ยายก็พยักหน้าและมองหน้าฉันอย่างซาบซึ้งใจก่อนที่เราทั้งคู่จะโผเข้าสวมกอดกันอีกครั้ง ชีวิตของฉันทั้งชีวิตตั้งแต่ฉันจำความได้ ก็มีแต่ยายจำปาคนนี้ของฉันเพียงคนเดียว ที่ยายทำงานหนัก ตรากตรำเลี้ยงดูฉันมาจนเติบโตได้อย่างทุกวันนี้โดยไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยเลยสักคำ มีแต่รอยยิ้มที่คอยให้กำลังใจฉัน ฉันภูมิใจที่มียาย ถึงแม้ตลอดชีวิตของฉันที่ผ่านมา จะเจอแต่คำดูถูก เหยียดหยามและพูดว่า ฉันมันจน ฉันมันน่ารังเกียจ จนฉันไม่มีใครคบ เพื่อนคนเดียวที่ฉันมี ก็คงจะเป็นเอริ ที่เธอดีกับฉันและไม่รังเกียจคนจนแบบฉัน ฉันตั้งใจเรียนและสอบได้ทุนเรียนตั้งแต่ประถมศึกษาจนฉันสอบเข้ามาหาลัยอินเตอร์ได้เป็นนักเรียนทุน เรียนฟรี และตอนนี้ฉันก็เรียนจบแล้ว โดยเบื้องหลังความสำเร็จของฉัน มียายคอยอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจสำคัญให้ฉันเสมอมา ถึงต่อให้ฉันจะต้องเจอกับคำดูถูกเหยียดหยามสักเพียงใด แต่ฉันก็ไม่เคยน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองเลยสักนิดเดียว 20:30น. "ยายจ๊ะ"ฉันเอ่ยเรียกยายพลางใช้ช้อนกลางตักปลาทูที่เหลือเพียงซีกเดียวให้ยาย "ยายไม่ชอบกินปลา....กินทีไรรู้สึกมึนหัว"ยายเอ่ยขึ้นพลางดันมือที่ถือช้อนของฉันกลับไปลงในจานของฉัน "เพลงกินเถอะลูก"ยายมักจะปฏิเสธฉันทุกครั้ง ในเวลาที่เราแบ่งของกันกิน บ้านทั้งบ้านมีเพียงแค่ปลาทูนึ่งเพียงตัวเดียว ซีกหนึ่งฉันก็กินไปแล้ว อีกซีกหนึ่งฉันจึงคิดที่จะให้ยาย แต่ยายก็ปฏิเสธฉันด้วยการบอกว่า ท่านแพ้มัน ท่านไม่ชอบกิน ซึ่งฉันรู้ว่ายายโกหก ยายอยากให้ฉันกิน ฉันก็นั่งกินทั้งน้ำตา อย่างนึกสงสารยาย ยายอายุจะเจ็ดสิบปีแล้วแต่ยังต้องทำงานหนักอยู่ไม่เคยได้หยุดพัก ไม่เคยได้นอนตื่นสายตั้งแต่ฉันจำความได้ ฉันอยากเห็นยายได้อยู่อย่างสุขสบายกว่านี้ "ยายจ๊ะ....เพลงเรียนจบแล้วและเพลงก็จะกำลังหางานทำจ้ะ" "ถ้าเพลงได้งานแล้วเนี่ย.....ยายต้องเลิกขายของนะจ๊ะ" "ยายอยู่เฉยๆไม่ได้หรอกลูก" "เบื่อตายเลยแบบนั้น"ยายเอ่ยออกมาพลางยิ้มกริ่มให้ฉัน ฉันก็ทำหน้างอใส่ยาย "แต่เพลงอยากให้ยายได้พักผ่อน....ยายเหนื่อยมามากแล้วนะ" "ยายไม่เหนื่อยเลยลูก.....ยายมีความสุขดี....ยายชอบขายของ" "แต่ร้านเราพังขนาดนั้น....แล้วยายจะเอารถที่ไหนไปขายของล่ะจ๊ะ?"ฉันเอ่ยถามยายไปอย่างสงสัย ยายก็ยิ้มให้ฉันแต่เป็นรอยยิ้มที่ฝืนยิ้มว่าท่านยังไหวแม้ในใจท่านจะอ่อนล้าเพียงใด "หาบเร่ไงลูก....เมื่อก่อนยายก็เคยหาบเร่ขายของมาก่อน" "แต่มันจะไม่เหนื่อยหรือจ๊ะยาย?"ฉันเอ่ยถามยายไปพลางยื่นมือไปจับมือยายมากุมไว้และนึกเป็นห่วงยายขึ้นมา เมื่อภาพความทรงจำตอนเด็กๆฉายขึ้นมาในหัวภาพที่ยายเคยหาบของไปขายที่หน้าโรงเรียนฉัน เพื่อรอรับฉันกลับบ้าน แดดทั้งร้อนหาบก็หนักแต่ยายกลับยิ้มกว้างเมื่อเห็นฉันเดินออกมาจากประตูหน้าโรงเรียนในตอนเลิกเรียน ยายอายุมากแล้ว กลัวแกจะเหนื่อยเกิน ฉันไม่อยากเห็นยายเหนื่อยอีกแล้ว "ไม่เหนื่อยหรอกลูก.....เพลงไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้นนะยายยังไหว"ยายว่าพร้อมยิ้มกว้างและตักข้าวเปล่าเข้าปากของท่านพร้อมกับเคี้ยวข้าวและยิ้มให้ฉันไปด้วย ฉันเองก็ยิ้มให้ท่าน พร้อมตักข้าวที่มีปลาทูทั้งตัวอยู่ในจานฉันกินข้าวทั้งน้ำตาที่มันตกในอก รอยยิ้มของยาย ทำให้ฉันยิ่งเกลียดชีวิตแบบนี้ เมื่อไหร่ โชคชะตา จะมีมาถึงฉันเสียที ฉันอยากหลุดพ้นจากชีวิตแบบนี้ ที่ฉันเลือกดิ้นรนเรียนมหาลัยอินเตอร์ก็เพื่อจะพาตัวเองและยายออกไปจากชีวิตแบบนี้เสียที ในค่ำคืนนี้ฉันก็คงจะนอนหลับอย่างไม่มีความสุขเหมือนกับทุกๆคืนที่ผ่านมา เช้าวันต่อมา....... "ยายจ๊ะยาย!!"ฉันตะโกนเรียกยายหลังจากที่แต่งตัวเสร็จพร้อมกับวิ่งลงมาจากบันไดไม้เก่าๆของบ้าน เพื่อหาร่างท้วมของยายฉัน และที่ๆทำให้ฉันรู้ว่ายายอยู่ที่ไหนก็คือ "จ้ามากินข้าวก่อนเพลงยายหุงข้าวไว้รอ"ยายว่าพลางเดินมาหาฉัน ที่มาหยุดยืนหน้าโต๊ะกินข้าวพอดี กับข้าวที่มีผัดผักบุ้งใส่เต้าเจี้ยวพร้อมกับจานไข่เจียวหอมๆและขาวสวยวางอยู่ตรงหน้าฉัน ทำให้ฉันเงยหน้าไปมองหน้ายายพลางยิ้มอ่อนให้ท่าน ยายก็ยิ้มให้ฉันก่อนจะเดินเข้ามาหาฉัน "กินข้าวก่อนสิลูก..วันนี้จะไปหาสมัครงานไม่ใช่เหรอ?"ยายว่าพลางหยิบจานข้าวสวยมาวางลงตรงหน้าฉัน และจัดการตักข้าวในหม้อข้าวให้ตัวเองด้วยในขณะเดียวกัน00:45น.คฤหาสน์วิหารไกลกาลห้องนอนศิรัญ...."โทรหาใครคะรัญ?"เสียงหวานใสของอังศิญาเอ่ยขึ้ยในขณะที่เธสวมใส่เสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวและมืออีกข้างก็กำลังใช้ผ้าขนหนูสีขาวเช็ดผมที่เปียกจากการเพิ่งสระผมมาศรัญหลังจากที่วางสายพิณกรณีไปแล้วก็หันกลับไปมองอังศิญาก่อนจะยิ้มบางๆให้เธอ"ผมโทรหาพิณรณีน่ะ""โทรหาทำไมคะดึกป่านนี้?"อังศิญาว่าพลางหย่อนก้นงอนนั่งลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง"ก็ผมเป็นคนชวนเขาไปแต่พอกลับกลับไม่ได้บอกเขากลัวว่าเขาจะรอน่ะ" ศิรัญว่าพร้อมกับเดินมุ่งตรงมาหาอังศิญาและจัดการใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้เธออย่างเบามือ "อ้อค่ะแต่ทำไมคุณถึงชวนพิณรณีแต่ไม่ชวนเคทเพื่อนของอังล่ะคะนี่คุณทำตัวไม่เป็นกลางหรือเปล่าคะเนี่ยรัญ?" อังศิญาว่าอย่างไม่จริงจังออกแนวแซวศิรัญเสียมากกว่า"ผมไม่ได้ทำตัวไม่เป็นกลางนะ""แต่วันนี้พิณรณีเขาทำให้ผมได้ร่วมลงทุนกับชาวสเปนรายใหญ่""ร่วมลงทุนกับชาวสเปนเหรอคะ?" อังศิญาว่าอย่างตกใจก่อนจะหยุดมือลงทุกอย่างเหมือนเธอกำลังตกอยู่ในภวังค์แต่ศิรัญกลับไม่ได้ละแคะระคายกับท่าทีของอังศิญาเลย" ใช่ครับเขามาร่วมลงทุนกับบริษัทเรา""คุณจะไปเปิดตลาดที่สเปนหรือค่ะ?""ใช่ครับถ้าเรา
"นี่คุณศิรัญกับคุณอังศิญาเป็นสามีภรรยากันเหรอคะโอ้ว้าว" เสียงตื่นเต้นของคุณหญิงนฤมิตรดังเกินคนในงานทั้งสามดูมีความสุขคุยกันถูกคอ ทั้งคุณหญิงนฤมิตรและคุณศิรัญรวมถึงคุณอังศิญาเองก็ด้วยฉันที่ยืนอยู่หลังสุดของผู้คนไฮโซ ได้แต่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณหญิงนฤมิตรดังออกมาเป็นระยะสื่อว่าเธอกำลังมีความสุขที่ได้พูดคุยกับสองคนนั้น"อาหารนี่มีส่วนผสมของถั่วริสงไหมคะ?"เสียงคุ้นหูของผู้หญิงที่ไม่ใช่ภาษาไทยเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังฉันที่เป็นโซนของกินฉันจึงหันไปหาเธอคนนั้นก่อนจะยิ้มออกมาและรีบเดินตรงไปหาเธอที่ตอนนี้เธอกำลังยืนคุยอยู่กับพนักงานที่ยืนเฝ้าซุ้มของกินอยู่อาหารในงานเป็นแบบบุฟเฟ่ต์คือให้แขกเดินมาดักและนำไปนั่งกินที่โต๊ะได้เองเลย"คุณคามีลา""คุณพิณรณี"ทั้งคุณคามีลาและฉันต่างเรียกชื่อของกันและกันด้วยความดีใจเธอบอกว่าเธอจะมางานเลี้ยงไม่คิดว่าจะเป็นงานเดียวกัน"ฉันดีใจมากค่ะที่เจอคุณที่นี่" คุณคามีลาว่าพร้อมกับยิ้มและโผล่เข้าสวมกอดฉันทันทีด้วยความดีใจฉันเองก็ดีใจและกอดตอบเธอไป"ฉันก็ดีใจค่ะ"ฉันว่าหลังจากที่เราผละกอดออกจากกันแล้ว"ฉันอยากจะกินอาหารอันนี
ฉันที่กำลังจิบน้ำส้มไปด้วยและมองบรรยากาศในงานไปด้วยสายตาก็ไปสบเข้ากับแผ่นหลังเนียนบางของใครคนหนึ่งที่เธอสวมใส่ชุดเดรสสีทองเปิดแผ่นหลังโชว์เรือนร่างที่เย้ายวนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางของผู้คนทั้งชายและหญิงรุมล้อมเธอใบหน้าของเธอสวยเนียนแต่งหน้าโทนอ่อนแต่ทำให้เธอคนนี้ดูมีเสน่ห์และน่ารักพร้อมสวยไปในตัวยิ่งเวลาเธอยิ้ม เธอยิ่งสวย"คุณอังศิญา?"ฉันเอ่ยชื่อของเธอคนที่ฉันกำลังชื่นชมออกไป และหันกลับมามองท่านรองที่ตอนนี้เขาเองก็กำลังจิบไวน์ไป และพูดคุยกับเพื่อนๆในแวดวงธุรกิจไปด้วย ใบหน้าของเขาก็ยิ้มแย้มดูมีความสุขสองคนนี้ ดูเหมาะสมกันมากจังเลยนะ อีกคนก็สวยสง่า อีกคนก็หล่อปานเทพบุตรลงมาจุติแล้วแบบนี้ท่านรองจะอยากมีเมียน้อยเหรอ "โอ้ย?"ฉันที่รู้สึกมึนหัวเพราะภาพตรงหน้ากำลังขึ้นเป็นภาพซ้อน เหมือนตาลาย อย่าบอกว่าฉันจะเป็นลมน่ะ! พรึบ"เป็นอะไรไหมครับ?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างหนูฉันและเป็นเจ้าของอ้อมแขนที่รับร่างฉันอยู่ในตอนนี้ฉันจึงหันไปมองคนคนนั้น ก็พบว่า หน้าตาคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน"ไม่สบายหรือครับไปนั่งพักรับลมข้างนอกก่อนดีกว่าครับ""เดี๋ยวผมพาไป""ได้ค่ะขอบคุณมากนะคะ" ฉันเอ่ยบอกเขาไปพร้อม
20:00น.ชั้นจัดเลี้ยงงานวัดเกิดคุณหญิง นฤมิตร...หน้าทางเข้างานเพลงขวัญ พิณรณี......."คุณพิณรณี"เสียงทุ้มที่คุ้นหูฉันเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างของฉันเดินมาถึงหน้าทางเข้างานก็ต้องได้ยินใครบางคนเรียกฉันฉันที่รีบชนิดที่ว่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งต้องหันขวับกลับไปมองยังต้นเสียงก่อนจะยิ้มแหยๆให้เขาไป เมื่อคนคนนั้น คือท่านรอง ศิรัญวิหารไกลกาลเจ้านายฉัน"คุณมาสาย?" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือเขาก่อนจะตวัดสายตาคมมองมาที่ฉันด้วยสายตาพิจารณา"ขอโทษค่ะท่านรอง" ฉันว่าพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษเขาเขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่เท่าฝามือขึ้นมาฉันก็มองเขา เขาก็จัดการเปิดกล่องในนั้นเป็นสร้อยเพชรเม็ดกลมเงาวาววับจนแสบตา"หันหลังสิ"ท่านรองว่าในขณะที่ปลดตะขอสร้อยออกเตรียมพร้อมที่จะใส่ฉันก็ทำหน้างงๆ"เธอจะปล่อยให้คอว่างแบบนั้นได้ไงไม่มีของประดับ" ท่านรองว่าเสียงเรียบแววตานิ่งเฉย ฉันจึงต้องยอมหันหลังให้ท่านรองเขาก็จัดการสวมสร้อยให้ฉันจากทางด้านหลังในขณะที่มือของท่านรองสัมผัสที่แผ่นต้นคอฉัน ทำให้ฉันสะดุ้งเพราะไออุ่นจากมือเขาทำให้ฉันเผลอหัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆเม
"ท่านรองยังไม่มาโชคดีไปนะยัยเพลง!"ฉันบ่นอุบกับตัวเองในขณะที่มาถึงหน้าประตูทางเข้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลยจะดูหรูหราสมราคามากถ้าจะนอนค้างที่นี่ห้าหลักอัพแพงหูฉี่มากฉันคงจะนอนที่บ้านเช่าหลังเก่าดีกว่าแต่ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะพายายมานอนที่ดีๆแบบนี้บ้าง"ว่าแต่เขาจัดงานกันชั้นไหนนะ?"ฉันพึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เมื่อมองเห็นฉันก็เดินเข้าไปหาโต๊ะประชาสัมพันธ์ทันที"ขอโทษนะคะเขาจัดงานเลี้ยงวันเกิดคุณหญิงนฤมิตรชั้นไหนนะคะ""รอสักครู่นะคะ" ประชาสัมพันธ์ที่เป็นผู้หญิงสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมโดนเฉพาะเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มหน้าไปดูจอคอมพิวเตอร์และกดพิมพ์แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรระหว่างยืนรอฉันก็มองดูบรรยากาศรอบๆไปด้วยผู้คนมากมายผลัดกันเดินเข้าเดินออกบางคนแต่งตัวธรรมดาบางคนแต่งตัวหรูหราสวมร้อยเพชรประดับประดาอย่างกับงานขายเครื่องเพชรพวกคนรวยก็แบบนี้แหละ แข่งกันแต่งตัวออกงานตามสังคมเพื่ออวดความรวยของตัวเองที่คนจนๆอย่างฉันไม่มีวันเข้าใจ"ห้องรับรองชั้นยี่สิบ"" ขอบคุณมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณพนักงานไปพร้อมกับยิ้มให้
18:00น.ศิรัญ........ติ๋งผมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานจากโต๊ะเสริมของรถลีมูซีนคันหรูคันนี้ขึ้นมาดู เมื่อมีการแจ้งเตือนเงินออกข้อความเข้า:เงินออกจำนวน 200000บาทจากบัตรเดบิต"สองแสนบาท?"ผมพึมพำขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความในมือถือจากบัตรเครดิตที่ถูกใช้รูดซื้อของ บัตรที่ผมให้พิณรณีไป"คนนี้หรือที่แกบอกว่าเป็นเด็กของไอ้ทศพล?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยดังมาจากผู้ชายหน้ามนคนผิวสองสีที่นั่งอยู่เบาะนั่งข้างผมผมจึงหันไปมองหน้ามัน "ใช่""สวยเก่งฉลาดแถมพูดสเปนคล่องมาก""ใช่ฉันยังตกใจ"ผมเอ่ยเสริมมันไปอย่างเห็นด้วยเพราะเธอไม่ได้เขียนในใบสมัครว่าเธอพูดได้แค่ภาษาอังกฤษ"และแกจะทำยังไงต่อ?""ถ้าข่าวเรื่องนี้รู้ถึงหูไอ้ทศแสดงว่าเธอนี่แหละเป็นสายของมันจริงมันส่งเธอเพื่อเข้ามาล้วงความลับฉัน""และแกจะปล่อยมันไปแบบนี้?""ใช่ก็เล่นตามน้ำไปก่อนแกเองก็อย่าเผลอหลุดพูดภาษาไทย""โห้มันใช่เรื่องง่ายเหรอวะ?"ไอ้มิตเชลล์โวยก่อนจะทำหน้าบู้บี้ตาทประสาของมันผมก็ยักคิ้วให้มันก่อนจะหันมาให้ความสนใจงานของผมตรงหน้าต่อ"และเรื่องการตลาดที่ฉันให้แกไปติดต่อชาวด์ที่สเปนเป็นยังไงบ้าง?""จะได้เรื่องอะไรว่ะชาวด์เข้าถึงยาก







