Mag-log inงานกาชาดประจำปีจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ สมกับที่หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว ทั้งประชาชนในจังหวัด พื้นที่ใกล้เคียงรวมไปถึงนักท่องเที่ยว เข้ามาเดินเลือกซื้อหาของกิน ของใช้ ของฝาก ติดมือติดไม้กลับบ้านกันมากมาย เรียกว่าเป็นงานที่ช่วยกระตุ้นทั้งเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ศิวพลเดินเข้ามาภายในงานแล้วมองหาร้านไก่ย่าง ลูกชิ้น ไข่หมึกทอด ตามที่ลุงพ่อค้าซุ้มยาดองบอก เดินทางเข้ามาในเต็นท์ไม่นานก็สะดุดตาเข้ากับคลื่นมหาชนจำนวนมาก ที่เข้าไปยืนรุมล้อมบูธขายสินค้าอะไรสักอย่าง นั่นเองเขาจึงนึกย้อนไปถึงคำพูดของลุงขายยาดองได้ว่า ใครผ่านไปผ่านมาเห็นอย่างนี้ก็อดไม่ได้ที่จะต้องแวะเวียนเข้าไปชะเง้อมอง ส่องดูสักหน่อยว่าเขาขายอะไรกัน?
“เชิญเลยค่ะ ชิมไวน์จากไร่จันทรัชฟรี เชิญทางนี้เลยค่ะ หากคุณลูกค้าชิมแล้วถูกอก ถูกใจ สามารถซื้อกลับบ้านหรือซื้อไปเป็นของฝากก็ได้นะคะ”
พริตตี้สาวสวยใส่ชุดสีแดงสีเดียวกับไวน์ในขวด ติดไมค์โครโฟนอยู่ข้างหูพูดจาฉะฉานน่าฟัง ด้านข้างมีพริตตี้ชุดแบบเดียวกัน คนหนึ่งถือถาด อีกคนยืนรินไวน์ใส่แก้วพลาสติกขนาดเล็ก ส่งให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ชิม
“โห คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอวะ”
ศิวพลเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปภายในบูธขายสินค้าโอทอป ซึ่งด้านในนั้นบนเชลล์แสดงโชว์สินค้า มีไวน์ หลากหลายแบบทั้งไวน์แดง ไวน์ขาว นอกจากไวน์ที่บ่มด้วยองุ่นที่ทุกคนคุ้นเคย แล้วยังมีไวน์สับปะรด ไวน์ข้าวหอมมะลิ ไวน์กะท้อน ไวน์ลิ้นจี่ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจประจำท้องถิ่นให้เลือกหาเลือกซื้อกลับบ้าน
พนักงานขายด้านในห้าหกคนหยิบขวดไวน์ใส่ถุงกระดาษแพ็คห่อให้กับลูกค้าจนมือแทบพันกัน ด้านหน้าเคาน์เตอร์นั้นมีลูกค้าจำนวนมากชี้มือชี้ไม้ ตะโกนโหวกเหวกสั่งสินค้าชนิดนั้นชนิดนี้
“เอาไวน์กะท้อนสอง ไวน์เชอร์รี่เพิ่มอีกสองขวดค่ะ”
“ของพี่เอาน้ำลิ้นจี่เพิ่มอีกหกขวดค่ะ”
“ไวน์ข้าวหอมสองขวด ไวน์แดงหกขวด คุกกี้ข้าวหอมมะลิอีกสี่กล่องค่ะ”
ผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย ไม่ได้มีเพียงไวน์อย่างเดียว ทำให้สามารถเรียกลุกค้าได้ทุกเพศทุกวัย แตกต่างจากบูธข้าง ๆ ที่พนักงานยืนหาวกันจนปากแทบฉีก ก็ไม่ใช่ผู้ประกอบการที่น่าเวทนาที่ไหน เพราะบูธข้าง ๆ เขียนป้ายบอกเอาไว้ชัดเจนว่ามาจากบริษัท AVIA WINE ของเขานั่นเอง
“ให้มันได้อย่างนี้สิ ทำไมต้องมาตั้งข้างกันขนาดนี้ด้วยวะ” ศิวพลยืนเบะปากคว่ำอย่างหงุดหงิด
“คุณลูกค้าคะ ลองชิมไวน์ลิ้นจี่ของไร่จันทรัชไหมคะ ผลิตภัณฑ์เพิ่งออกมาใหม่”
“อืม ผมขอชิมหมดทุกแบบเลยได้ไหมครับ”
ศิวพลยืนกระดกไวน์อยู่ภายในบูธขายสินค้าของคู่แข่ง ก่อนจะชี้นิ้วสั่งสินค้าทุกอย่างเพื่อต้องการนำกลับไปลองชิม วิเคราะห์เคล็ดลับที่ไร่จันทรัชซ่อนมันเอาไว้
“เอ้า! คุณซิวมาเที่ยวงานกาชาดเหรอคะ” พนักงานฝ่ายขายของบริษัท ที่วันนี้แปลงร่างมาเป็นพนักงานขายประจำบูธงานกาชาดหันมาทักทายลูกชายเจ้าของโรงงาน
“มาแอบดูไง ว่าพวกคุณแอบอู้งานหรือเปล่า แล้วนี่ไม่คิดจะเรียกลูกค้ากันสักหน่อยเหรอครับ”
ศิวพลสะบัดคอหันกลับไปทางบูธไร่จันทรัชด้านข้าง ที่พริตตี้สาวยังคงประกาศแจ๋ว ๆ พูดเป็นนกแก้ว นกขุนทอง จากนั้นหันกลับมาที่บูธของไร่ตัวเองเหมือนแม่ชีเพิ่งลาสิกขาออกมาขายของ เพราะยืนสงบนิ่งเหมือนอยากไปเดินจงกรมมากกว่ามาขายของอย่างนั้นแหละ
“โอ๊ย เรียกจนคอแทบแตกแล้วค่ะ แต่ไม่มีใครสนใจเลย พอเดินมาชิมแล้วก็เดินกลับไปซื้อร้านโน้นหมด พูดจนลูกกระเดือกจะกระเด็นออกมาข้างนอกแล้ว”
“เฮ้ออออ มันต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหนแน่” ศิวพลหยิบแก้วเทสไวน์จาก AVIA WINE ออกมา จากนั้นกระดกดื่มมันเข้าปาก ถอนหายใจให้กับรสชาติไวน์อันจืดจางของตัวเอง
อันที่จริงรสชาติไวน์ของเขาไม่ได้แย่ เพียงแต่รสชาติของไร่จันทรัชนั้นมีทั้งความหอม ความหวาน ความเปรี้ยวกลมกล่อม กลิ่นหอมนุ่มนวล แต่รสชาติกลับหนักแน่น ชนิดที่เรียกว่าเมื่อผ่านลิ้นเข้าไปแล้ว แทบไม่อยากกลืนมันลงคอ
“นี่คุณซิวชิมไปกี่แก้วคะเนี่ย” พนักงานขายยืนมองหน้าเจ้านายที่เริ่มแดงขึ้นมาอย่างชัดเจน ประกอบกับสองมือสองแขนหอบหิ้วถุงของกินของฝากสารพัดผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งเสียอย่างกับตัวเองเป็นแฟนพันธุ์แท้
“ไม่รู้เหมือนกันครับ ไม่ได้นับ รู้แค่ชิมทุกอย่างที่เขามี”
“ห๊ะ ชิมทุกอย่างเหรอคะ นั่นมันเยอะนะคะคุณซิว”
“ก็อยากรู้ว่ามันเป็นยังไง ทำไมถึงได้ขายดีนัก เอาละ ผมจะกลับแล้วร้อนมากเลย”
“เดี๋ยว ๆ เดี๋ยวก่อนค่ะ นี่คุณซิวจะกลับไปสภาพนี้เหรอคะ”
“เอ้า ก็กลับอย่างนี้สิครับ”
“แต่ว่าเมาไม่ขับนะคะ มันอันตราย” พนักงานขายยกมือขึ้นมาชี้นิ้วดุเจ้านายอายุน้อย
“ผมไม่ได้เมาสักหน่อย ไวน์แค่ไม่กี่แก้วเท่านี้สบายมาก” คนหนุ่มวัยคะนองตอบออกไปอย่างประมาท
“แน่ใจนะคะ ระวังเถอะขับรถตกเขาตาย เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน”
“ปากเหรอนั่นน่ะ”
“เป็นห่วงต่างหากค่ะ”
ศิวพลหอบหิ้วถุงสำหรับใส่ไวน์ ขนมของกินอีกมากมายพะรุงพะรัง เดินโซซัดโซเซกลับมายังรถ ซึ่งจอดอยู่บริเวณลานกลางแจ้งด้านนอก
“เมาไม่ขับ แต่แค่มึน ๆ ขับได้ไหมวะ” เจ้าของรถกระบะยืนเอียงคอซ้ายขวา พยายามเช็กว่าตัวเองมีสติสัมปชัญญะมากพอที่จะขับขี่อย่างปลอดภัยหรือไม่
“เอ้าคุณ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เสียงของใครคนหนึ่งเอ่ยถามมาจากข้างหลัง
“อื้อ สงสัยจะชิมไวน์มากเกินไปหน่อยครับ”
“เอ๋ นั่นไวน์จากไร่จันทรัชนี่ ซื้อเยอะขนาดนี้คงชอบมากสินะครับ” ชายหนุ่มรูปร่างท้วมนิดหน่อย แขวนป้ายห้อยคอบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นพนักงานจากบริษัทคู่แข่ง ยิ้มให้กับถุงกระดาษซึ่งมีตราสัญลักษณ์โลโก้ของไร่จันทรัชชัดเจน
“อือ ก็ชอบครับ”
“ผมว่าคุณอย่าขับรถเลยนะครับ ขนาดเดินยังไม่ตรงทางเลย”
“อื้อ อย่ามาดูถูกผมนะ ผมไม่เมาสักหน่อย ผมเดินตรงนี่ไง เดี๋ยวผมเดินให้ดู” วัยรุ่นหัวรั้นเชิดคอแล้วเดินให้อีกฝ่ายเห็นชัด ๆ
“เห็นไหมครับ ตรงเป๊ะ!”
“เป๊ะอะไรละครับ ตรงเป๋นะสิ”
“เป๋ตรงไหน”
“เป๋ทุกตรงเลยครับ ผมว่าอย่าฝืนเลยดีกว่า มันเป็นอันตรายกับตัวเอง แล้วยังเป็นอันตรายกับเพื่อนร่วมทางด้วย เอาอย่างนี้ครับ เห็นแก่ที่คุณเป็นลูกค้าของไร่จันทรัชของเรา ผมกำลังจะกลับไปที่โรงงานพอดี คุณไปทางไหนล่ะ เดี๋ยวผมแวะส่ง ส่วนรถเอาจอดไว้นี่ก่อน รอให้สติกลับมาครบถ้วนค่อยกลับมาเอา”
“หือ คุณจะไปโรงงานเหรอ ผมขอไปด้วยได้ไหม อยากไปดูว่าที่โรงงานของคุณทำยังไงไวน์มันถึงได้ออกมารสชาติดีขนาดนี้” คนมึนไวน์หูผึ่งทันที
“ได้ครับ แต่ผมคงให้คุณเข้าไปดูในโรงงานไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวจะพาไปเดินชมร้านค้าข้างหน้า ยังมีสินค้าของไร่จันทรัชอีกหลายอย่างเลย เผื่อว่าคุณอยากซื้อกลับบ้าน”
“ขายเก่งกันจริง ๆ แหะ พนักงานบริษัทนี้ เห้อ ๆ เอาครับ เอาอย่างนั้นก็ได้” ศิวพลไม่แปลกใจเลยที่ไร่จันทรัชเติบโตและประสบความสำเร็จขนาดนี้ เพราะทุกคนดูเหมือนจะภาคภูมิใจในผลิตภัณฑ์ของตัวเองมาก
เส้นทางสู่ไร่จันทรัช
“โอยยย พี่เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย ผมจะอ้วกแล้ว” คนเมาไวน์แถมยังชิมนั่นนี่ไปเยอะนั่งโก่งคอ ทำท่าเหมือนจะขย้อนอาหารเก่าออกมา
“อย่านะ อย่าเพิ่งอ้วก พี่เพิ่งซื้อรถมาใหม่นะไอ้น้อง รอก่อน กลืนเข้าไปก่อน”
“มันอั้นได้ที่ไหนเล่า”
“เฮ้ย บอกว่าอย่าเพิ่งอ้วก”
“โอ้กกก”
นอกจากตกใจที่ไอ้หนุ่มนั่งเบาะด้านข้างจะอ้วกใส่รถใหม่ป้ายแดงแล้ว โค้งหักศอกแคบ แถมมีรถกระบะกั้นคอกสูงขนผักสวนทางข้ามเลนมา คนที่นั่งบังคับจับพวงมาลัยหมุนคว้าง หักหลบเข้าข้างทางอย่างกะทันหัน รถสะบัดหมุนตลบจนด้านข้างไปฟาดเข้ากับต้นไม้ไหล่ทาง
อุบัติเหตุสุดวิสัยครั้งนี้ โชคดีของศิวพลที่ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก หากแต่เจ้าของรถใจดีนี่สิกลับบาดเจ็บหนัก ทั้งขาหัก แขนหัก หัวแตก เพราะที่นั่งฝั่งคนขับกระแทกเข้ากับต้นไม้เต็มแรง
“พี่ครับ ผมขอโทษ” ศิวพลนั่งสะอื้นสะอึก รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ
“อืม ไม่เกี่ยวหรอก น้องแค่อ้วกใส่รถพี่ แต่ไอ้ที่ซวยเพราะพี่ยังขับรถใหม่ไม่ชินมือ เลยหักหลบไปชนเอง อย่าคิดมากเลย”
“เสียดายเลยอดเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานไวน์เลย”
“อยากเข้าไปมากขนาดนั้นเชียว”
“ครับ อยากเข้าไปมากเลย”
มนต์พระจันทร์ หรือ กะเพรา ลูกสาวของศิรา เฌอภัทร กับจอม จอมนรี ทายาทไร่จันทรัช เวลานี้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารของโรงงานบ่มไวน์ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงสุด นำกระเช้าผลไม้เข้ามาเยี่ยมอาการของผู้ช่วยสาวสวยทันสมัยในวัยสามสิบสองปี มีแววตาอันมั่นคง บ่งบอกถึงความเป็นคนมุ่งมั่น ประกอบกับท่าทางทะมัดทะแมง มั่นใจ ยิ่งทำให้เธอดูมีความเป็นผู้ใหญ่และมีความเป็นผู้นำสูง ยิ่งเรื่องการบริหารงาน มองการณ์ไกลนั้นไม่ต้องพูดถึง ภายใต้การบริหารงานของมนต์พระจันทร์ในช่วงหลายปีมานี้สามารถเป็นเครื่องพิสูจน์ให้ทุกคนได้ประจักษ์แล้วว่า เธอคือคนที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถมากแค่ไหน“เป็นยังไงบ้างคะ พี่ประวิทย์”“ต้องขอโทษคุณกะเพราจริง ๆ ครับ”“ขอโทษเหรอคะ นี่มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดสักหน่อย”“แต่งานที่โรงงาน...”“เรื่องนั้นพี่ประวิทย์ไม่ต้องกังวลค่ะ พักรักษาตัวให้หายก่อน ส่วนเรื่องงาน...เพราจะลองหาใครมารับหน้าที่นี้ชั่วคราวไปก่อน”เนื่องจากอาการบาดเจ็บส่งผลให้แขนและขาอย่างละข้างของผู้ช่วยหัก จนต้องพักรักษาตัวนานอย่างน้อยหกเดือน ทำให้แผนงานที่มนต์พระจันทร์วางเอาไว้ คงต้องกลับไปประชุมทีมงานเพื่อวางแผนง
งานกาชาดประจำปีจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ สมกับที่หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว ทั้งประชาชนในจังหวัด พื้นที่ใกล้เคียงรวมไปถึงนักท่องเที่ยว เข้ามาเดินเลือกซื้อหาของกิน ของใช้ ของฝาก ติดมือติดไม้กลับบ้านกันมากมาย เรียกว่าเป็นงานที่ช่วยกระตุ้นทั้งเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวศิวพลเดินเข้ามาภายในงานแล้วมองหาร้านไก่ย่าง ลูกชิ้น ไข่หมึกทอด ตามที่ลุงพ่อค้าซุ้มยาดองบอก เดินทางเข้ามาในเต็นท์ไม่นานก็สะดุดตาเข้ากับคลื่นมหาชนจำนวนมาก ที่เข้าไปยืนรุมล้อมบูธขายสินค้าอะไรสักอย่าง นั่นเองเขาจึงนึกย้อนไปถึงคำพูดของลุงขายยาดองได้ว่า ใครผ่านไปผ่านมาเห็นอย่างนี้ก็อดไม่ได้ที่จะต้องแวะเวียนเข้าไปชะเง้อมอง ส่องดูสักหน่อยว่าเขาขายอะไรกัน?“เชิญเลยค่ะ ชิมไวน์จากไร่จันทรัชฟรี เชิญทางนี้เลยค่ะ หากคุณลูกค้าชิมแล้วถูกอก ถูกใจ สามารถซื้อกลับบ้านหรือซื้อไปเป็นของฝากก็ได้นะคะ”พริตตี้สาวสวยใส่ชุดสีแดงสีเดียวกับไวน์ในขวด ติดไมค์โครโฟนอยู่ข้างหูพูดจาฉะฉานน่าฟัง ด้านข้างมีพริตตี้ชุดแบบเดียวกัน คนหนึ่งถือถาด อีกคนยืนรินไวน์ใส่แก้วพลาสติกขนาดเล็ก ส่งให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ชิม“โห คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอวะ”ศิวพลเดินฝ่าฝูงชนเข้า
ภายในห้องกระจกขนาดเล็ก ถูกดัดแปลงทำเป็นห้องทำงานชั่วคราว สำหรับลูกชายเจ้าของโรงงาน หากแต่ป้ายแปะหน้าห้องกลับเขียนตำแหน่ง ‘เด็กฝึกงาน’ นอกห้องนั้นถือโต๊ะทำงานของพนักงานออฟฟิศ หากยกนิ้วขึ้นมานับจริง ๆ พนักงานรวมทุกแผนกตั้งแต่ผู้จัดการ ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายการเงิน บัญชี แม่บ้าน ทุกตำแหน่งรวมกันก็มีไม่เกินสิบคน ศิวพล หรือ เรียกง่าย ๆ ว่า ‘ซิว’ ว่าที่เจ้าของโรงงานผลิตไวน์ขนาดกลางประจำจังหวัด ก้มหน้าลงไปจนปลายจมูกเกือบติดแผ่นกระดาษสีขาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีเพิ่งเดินเอามาให้เขารับทราบผลประกอบการประจำเดือน“นี่มัน อะไรครับ”“บัญชี สรุปยอดขายประจำเดือนนี้ค่ะ”“ห๊ะ! บัญชีสรุปยอดขายประจำเดือน พี่ดูผิดหรือเปล่าครับ” ศิวพลพลิกแฟ้มเอกสารเพื่อวนกลับไปอ่านหัวกระดาษอีกครั้งว่ามันคือสรุปรายรับตลอดทั้งเดือนจริงหรือไม่ เพราะดูจากตัวเลขแล้วเขาคิดว่ามันน่าจะเป็น รายรับของการขายเพียงหนึ่งสัปดาห์มากกว่า“นี่เป็นสรุปยอดสั่งซื้อ และยอดขายบริษัทเราจริง ๆ ค่ะ รวมหมดทุกสาขา ทุกคาเฟ่ ทุกบูธสินค้าที่เราเอาของไปลงแล้วนะคะ” พนักงานฝ่ายบัญชีจิ้มนิ้วลงไปบนหน้ากระดาษ จากนั้นลากนิ้วไล่ลงมาให้ว่าที่เจ้าของบริษัท







