Se connecter“จะไปหนอีกล่ะยัยเดียร์ เย็นนี้ลูกจะต้องบินกลับกรุงเทพแล้วนะจะขี่รถตะลอนตากแดดตัวดำอีกล่ะลูกคนนี้” แม่เลี้ยงมยุรียืนอยู่บนระเบียงถามลูกสาวที่จูงมอเตอร์ไซค์คันเล็กคู่ใจออกมาจากโรงรถพอเจ้าตัวไม่อยู่ก็ไม่มีคนขี่แต่เธอก็ให้คนขับรถช่วยดูแลตลอด
“เดียร์จะไปหาพี่ดามพ์ค่ะแม่เลี้ยง” เสียงหวานใสตอบผู้เป็นแม่แล้วยิ้มให้ท่าน
“ทำไมไม่เอารถใหญ่ไปล่ะลูก” คนเป็นแม่ก็ห่วงลูกสาวขี่รถมอเตอร์ไซค์ตากแดดกลัวตัวจะดำและมันอันตรายเพราะระยะทางก็ไกลพอสมควร
“เดียร์นัดกับทิวไผ่ไว้ว่าจะขี่รถมอไซค์ไปกันค่ะแม่” บุศย์ศราคัม ทรัพย์กิจจา หรือ เดียร์ วัย 22ปีสาวสวยน่ารักร่างเล็กอวบอิ่มผิวขาวนวลเนียน เป็นลูกสาวคนเล็กของพ่อเลี้ยงทินโชติกับแม่เลี้ยงมยุรีหรือลูกหลงเพราะอายุห่างจากพี่ชายถึงสิบปี แสบซ่าและก๋ากั่นไม่กลัวใครทั้งที่ความจริงไร้เดียงสามากเรื่องผู้ชายแต่รู้ทุกอย่างแค่ไม่เคยปฏิบัติเท่านั้น
ซึ่งทั้งสองสามีภรรยาคิดว่าคงไม่มีลูกอีกเพราะปล่อยมาหลายปีก็ไม่ท้องจนท้อแล้วจู่ๆก็ฝันว่ามีคนเอาบุศย์ราคัมเม็ดใหญ่มาให้แล้วพวกเขาก็รับไว้แล้วต่อมาก็ท้องพอรู้ว่าได้ลูกสาวก็ตั้งชื่อว่าบุศย์ศราคัม ส่วนลูกชายคนโตปู่ตั้งชื่อว่าเพทาย ราวกับท่านรู้ว่าจะมีหลานสาวและท่านได้จากไปก่อนที่บุศย์ศราคับจะเกิดสามปี
“งั้นขับรถดีๆนะลูก” แม่เลี้ยงมยุรีพูดกับลูกสาวอย่างอ่อนโยนปนระอาและเป็นเพราะเธอกับพ่อปู่ย่าตายายของบุศศย์ศราคัมตามใจหลานสาวรวมถึงพี่ชายที่อายุห่างจากน้องสาวสิบปีก็ตามใจน้องสอนน้องออกกำลังกายชกมวยเรียนเทควันโต้ ยูโดและยิงปืนสมกับเป็นน้องสาวของสารวัตรมือปราบหนุ่มหล่อประจำสถานีตำรวจอำเภอเชียงแสน
“ค่าแม่เลี้ยงยุรี” สาวน้อยตอบแม่แล้วโบกมือให้ก่อนจะติดเครื่องแล้วขับมอเตอร์ไซค์ออกไปจากบ้านตามที่นัดกับเพื่อนไว้เพราะบ้านของเธออยู่ใกล้สนามบินนานาชาติเชียงรายจึงไม่ต้องกลัวว่าจะไปขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพไม่ทัน
ส่วนตายายอยู่เชียงแสนและปู่ย่าอยู่แม่สายและธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างก็เป็นธุรกิจที่พ่อแม่ของเธอช่วยกันสร้างขึ้นมาหลังจากแต่งงานกันและได้เงินขวัญถุงจากพ่อแม่ของพวกเขาเริ่มจากร้านเล็กๆที่เชียงแสนก่อนพอไปได้ดีก็เปิดใหม่ที่แม่สายให้พ่อแม่ของพ่อเลี้ยงทินโชติดูแล แล้วเปิดสาขาสามที่อำเภอเมืองเชียงรายและพวกเขาก็ดูแลเอง ส่วนที่เชียงแสนก็มีพ่อแม่ของแม่เลี้ยงยุรีช่วยดูแลและมีผู้จัดการร้านประจำทั้งสามสาขาและตอนนี้ลูกชายคนโตก็ช่วยดูแลสาขาเชียงแสนและไม่ยอมลาออกจากตำรวจ
“ตู้ดดๆๆ..”
“นังทิวไผ่อยู่ไหนแล้วแก” บุษราคับรับสายเพื่อนแล้วถามกลับตอนนี้เธอออกจากบ้านมาได้สิบนาทีแล้ว
“อยู่หน้ามหาลัยนี่แหละ แกล่ะถึงไหนแล้ว” ทิวไผ่หนุ่มหน้าสวยใจหญิงเพื่อนสนิทของบุศราคัมเรียนด้วยกันมาตั้งแต่อนุบาลและพ่อแม่เป็นเพื่อนกันด้วย
“กำลังจะถึงปากทางเข้ามหาลัยแกน่ะ”
“โอเค ขี่รถดีๆล่ะ”
“จ้าคุณหมอ..”
“แค่นักศึกษาแพทย์ย่ะ”
“อีกสองปีแกก็ได้เป็นหมอแหละย่ะ”
“เคๆ รีบมาล่ะเดี๋ยวจะสายแดดแรงผิวฉันจะเสีย แกนะแกจะขี่มอไซค์ให้ลำบากทำไมนะสู้ให้ลุงป้อเอารถมาส่งง่ายกว่ามั้ย” ทิวไผ่บ่นเพื่อนรักเพราะพวกเธอเป็นเพื่อนกันได้ก็เพราะพ่อแม่เป็นเพื่อนกันเรียนมาด้วยกันทำให้ลูกๆสนิทกันด้วยและเขาเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยชื่อดังของเชียงรายส่วนบุศราคัมเรียนที่กรุงเทพ
“ก็มันไม่นุกเหมือนขี่มอไซค์ไงแก เอาน่านังทิวนานๆฉันจะได้แว้นกับแกอย่าบ่นนักเลย” ตั้งแต่เธอไปเรียนที่กรุงเทพก็ไม่ได้เจอเพื่อนบ่อยแต่ก็คุยกันทางเฟสบุ๊คและไลน์ทุกวัน
“เคๆ ฉันรอแกนี่แหละ ถ้าไม่เห็นแก่พี่ๆตำรวจสุดหล่อละก็ฉันไม่ไปหรอก” ทิวไผ่คุยกับเพื่อนและเขาก็ชอบแว้นเหมือนกันเพราะที่มหาวิทยาลัยขี่มอเตอร์ไซค์คล่องตัวกว่าแม้จะมีรถยนต์ที่พ่อแม่ซื้อให้และจอดอยู่ที่คอนโดแต่เขาก็ยังชอบขี่มอเตอร์ไซค์ไปมหาวิทยาลัยมากกว่าและไม่คิดจะอวดใครว่าที่บ้านรวย
สองสาวคุยกันจบก็วางสายแล้วบุศราคัมก็ขับขี่มอเตอร์ไซค์อย่างระมัดระวังจนไปถึงปากทางเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองเชียงรายก็เห็นเพื่อนจอดมอเตอร์ไซค์รอข้างทางอย่างโดดเด่นมาแต่ไกลก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปจอดใกล้ๆ
“แกจัดเต็มมากอ่ะนังทิวไผ่” บุศราคัมมองเพื่อนแล้วยิ้มเพราะชุดเอี้ยมสีชมพูไหนจะหมวกกันน็อกเปิดหน้าก็สีชมพูไหนจะถุงมือและรองเท้าผ้าใบก็สีชมพูหวานแหว๋วไปทั้งตัว ยกเว้นกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลเก๋ไก๋ลายวีแอลลราคาแพงที่ไฮโซทั้งหลายนิยมใช้ซึ่งเพื่อนของเธอก็เป็นแฟชั่นนิสต้าคนหนึ่งที่กล้าบ้าบิ่นในสิ่งที่คนธรรมดาเขาไม่ทำแต่ทิวไผ่ทำและโลกต้องจำเธอและดูได้จากผู้คนสัญจรไปมามองกันได้
“ไม่ได้หรอกแก เดี๋ยวเสียชื่อแฟชั่นนิสต้าและกว่าฉันจะได้ชุดนี้มาพี่ลีซอบ่นจนฉันหูชาเลย” ทิวไผ่พูดถึงพี่ชายคนโตที่ทำงานเป็นผู้ช่วยนักบินของสายการบินประเทศเกาหลี ส่วนพี่สาวเป็นสาวแอร์โฮสเตสของสายการบินไทยและพี่ชายคนที่สามทำงานที่บริษัทน้ำมันและทิวไผ่เป็นน้องเล็กทำให้พี่ๆรักและตามใจและพ่อแม่พี่น้องในครอบครัวไม่มีใครว่าที่เขาเป็นชายใจสาว
“โอเคเจ้าแม่สาวกรุงเทพ ไปได้แล้วนังเดียร์ถ้าแกไม่อยากตกเครื่อง” ทิวไผ่พูดกับเพื่อนที่ชวนเธอไปเชียงแสนเพื่อดูพี่ชายว่าคบหาอยู่กินกับคุณหมอคนสวยจริงหรือเปล่า
“งั้นไปกันเถอะ”
จากนั้นสองสาวก็ขี่มอเตอร์ไซค์เวสป้าคันเล็กแต่ราคาไม่เล็กของตัวเองไปตามถนนไปเชียงแสนอย่างระมัดระวังใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็ถึงอำเภอเชียงแสน เมื่อถึงหน้าร้านวัสดุก่อสร้างบ้านเฮาสาขา1ก็บีบแตรสองครั้ง
“ปริ้นนนๆๆ..”
“ยัยเดียร์ ทิวไผ่มาได้ยังไงลูก ทำไมไม่ชับรถมากันล่ะมันอันตรายรู้มั้ยลูก” คุณยายมยุเรศกุลีกุจอออกมาดูหน้าร้านว่าใครมาบีบแตรพอเห็นหลานสาวก็ยิ้มดีใจและอดบ่นไม่ได้เพราะบุศราคัมชอบทำให้ท่านเป็นห่วง
“สวัสดีค่ะคุณยาย” สองสาวยกมือไหว้ยายแล้วบุศราคัมกอดยายอย่างออดอ้อน
“ก็เดียร์คิดถึงคุณยายคุณตาก็เลยมาหาแล้วเย็นนี้จะกลับกรุงเทพแล้วค่ะ”
“ข้ออ้างน่ะสิ แล้วนี่กินข้าวกันหรือยังล่ะ” คุณยายมยุเรศถามหลานสาวทั้งสองอย่างอ่อนโยน
“ยังค่ะ เดียร์ว่าจะไปให้พี่ดามพ์เลี้ยงค่ะ” หญิงสาวตัวเล็กตอบยายอล้วยิ้มให้ท่านอย่างเจ้าเล่ห์
“เจ้าเล่ห์นักนะเรา แล้วพี่ชายเรารู้หรือเปล่าล่ะว่าจะมา” คุณยายมยุเรศว่าหลานสาวอย่างหมั่นไส้แกมเอ็นดูกับความเจ้าเล่ห์ไม่รู้ว่าจะมาก่อกวนอะไรพี่ชาย
“ไม่รู้ค่ะ เดียร์จะมาแอบดูพี่ดามพ์สักหน่อยว้าซุกใครไว้ที่บ้านพักหรือเปล่าค่ะ”
“แล้วเราจะไปยุ่งกับพี่เขาทำไมล่ะฮึ” คุณยายมยุเรศพูดหลานสาวอย่างเพราะท่านรู้ดีว่าหลานชายคบหากับหมอนิสามาตั้งแต่สมัยเรียนแต่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงไม่ชอบหลานชายแต่สองหนุ่มสาวก็แอบคบหากันซึ่งท่านก็รู้ดีเพราะเมืองเชียงแสนไม่ได้ใหญ่โตอะไร
“ก็พี่ดามพ์แก่แล้วนะคะคุณยาย ควรแต่งงานได้แล้วไม่ใช่ว่าเอาลูกสาวเขามาซ่อนไว้ไม่ยอมเปิดเผยมันทำให้ฝ่ายหญิงเขาเสียหายค่ะ ถ้าพ่อเขารู้เข้าพี่ดามพ์จะเหลือแต่ชื่อนะคะ” คนเป็นน้องว่าพี่ชายเพราะเธอรู้ว่าเพทายแอบคบหากับนิสามณีและพ่อของเธอก็อยากให้พี่ชายแต่งงานกับนิสามณีอย่างถูกต้องตามประเพณีไม่ใช่แอบอยู่ด้วยกันแบบนี้
“เอ้ะยัยหลานคนนี้นี่ ไปแช่งพี่เขาได้ยังไงกัน” คนเป็นยายอยากจะหยิกหลานสาวปากดีให้เนื้อเขียวจริงๆ
“ไม่ได้แช่งค่ะ คุณยายก็รู้ว่าพ่อของพี่นิสาหวงลูกสาวมากแค่ไหนแล้วคิดว่าเขาไม่รู้เรื่องนี้หรือไงคะ” ก็พ่อของเธอได้ข่าวมาจากย่าก็เลยให้เธอมาดูว่าจริงหรือเปล่าและพี่ชายไม่เคยถูกจับได้สักที
“พี่เขาโตแล้วยังไงเขาก็จัดการกันเองได้และถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็คงบอกผู้ใหญ่เองแหละลูก” ไม่ใช่ว่าท่านไม่รู้ว่าหลานชายแอบอยู่กินกับแฟนสาวแต่เห็นว่าโตๆกันแล้วหากพวกเขาพร้อมก็ต้องมาคุยกับผู้ใหญ่เอง
“งั้นเดียร์ขอไปดูสถานการณ์ก่อนนะคะ”
“ตามใจ ถึงยายห้ามเราก็ไม่ฟังไม่งั้นคงไม่ตั้งหน้าตั้งตาแว้นรถมาจากเชียงรายหรอกจริงมั้ย” คุณยายมยุเรศว่าหลานสาวอย่างหมั่นไส้
“ไม่จริงค่ะคุณยาย เดี๋ยร์มาซื้อของฝากให้รุ่นพี่ค่ะ แต่เรื่องพี่ดามพ์เป็นผลพลอยได้ค่ะ จริงมั้ยนังทิวไผ่” คนตั้งใจมาจับผิดพี่ชายตอบยายหน้าระรื่น
“จริงค้าคุณยาย” ทิวไผ่รับมุกที่เพื่อนส่งมาแล้วยิ้มให้คุยายของเพื่อน
“ธารณ์โทรบอกพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงหรือยังลูก” คุณกุลจิราถามลูกชายที่ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก“ยังเลยครับแม่”“งั้นแม่โทรเองลูก” คุณกุลจิราพูดจบก็โทรบอกตายายของหลานน้อยที่กำลังจะคลอดก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้นแล้วนั่งรออยู่หน้าห้องคลอดแล้วคาเรนก็มาพร้อมกับพี่เลี้ยงของคุณหนูตัวน้อยและเข้าครอส์ฝึกอบรมการเลี้ยงเด็กมาเรียบร้อยหิ้วตะกร้ามาคนละใบกับคาเรน“เมื่อไหร่จะคลอดครับแม่”“รอคุณหมอตรวจก่อนสิลูก” คนเป็นแม่มองลูกชายแล้วยิ้มขำและนึกถึงตอนเธอจะคลอดลูกก่อนจะหันไปยิ้มให้สามี“ใจเย็นนะลูก หายใจลึกๆ เดี๋ยวในห้องคลอดตื่นเต้นมากกว่านี้อีกแล้วลูกชายเราจะไหวมั้ยล่ะที่รัก” แอสตันบอกลูกชายแล้วยิ้มให้ภรรยาสุดที่รักอย่างมีความสุขที่จะได้เป็นปู่ย่าและรอลูกชายคนเล็กที่ตอนนี้ไปฮันนีมูนพอกลับมาขากับภรรยาอาจจะได้หลานเพิ่มอีกสักคนสองคนก็ได้“ไหวครับแด๊ด”“เชิญคุณธารณ์ไปเปลี่ยนชุดด้วยค่ะ” พยาบาลสาวเปิดประตูห้องออกมาบอกสามีคนท้องเพราะธารณ์กับบุศราคับแจ้งไว้ว่าสามีจะอยู่เคียงข้างให้กำลังใจในห้องคลอดด้วย“ครับๆ..” ร่างสูงลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเดินเข้าไปในห้องตามพยาบาลสาวเพื่อเปลี่ยนชุดแล้วเข้าไปให้กำลังใจเมียสาวน้อยกับลูกน้อย
“แผล่บๆๆ แผล่บๆๆ..”“อ่าส์ มายเดียร์ หื้มม ทูนหัวของผัว อ่าส์..” เสียงห้าวแหบพร่าคำรามออกมาด้วยความเสียวกระสันเมื่อลิ้นนุ่มปัดป่ายไล้เลียตามสองมือกำรอบแก่นกายรูดขึ้นลงจนสุดโคนวนรอบๆไปมา“แผล่บๆๆ..” ริมฝีปากนุ่มกลืนกินแก่นกายอวบเข้าไปให้มากที่สุดแล้วอมดูดเบาๆจนกายแกร่งสะท้านสองมือใหญ่กำขอบอ่างไว้แน่นเพื่อความคุมตัวเองไม่ให้จับร่างเล็กมาฟัดให้จมเขี้ยวเพราะห่วงความปลอดภัยของลูกน้อย“อ่าส์ มายเดียร์ดูดแรงอีกครับ หื้มม..”“จุ๊ฟฟๆๆ แผล่บๆๆ..” ริมฝีปากเล็กทั้งดูดดื่มและไล้เลียกลืนกินแก่นกายอวบใหญ่เต็มปากเต็มคำและรู้ว่าเขาอดกลั้นไว้จึงอมดูดอย่างแรงจนแก้มตอบติดกันไม่หยุดจนร่างใหญ่เกร็งกระตุกถี่ๆ“หื้มม ที่รัก พี่ไม่ไหวแล้วครับ อ้ะ อาส์..” เสียงห้าวหอบกระเส่าบอกคนตัวเล็กแล้วจับศีรษะของเธอก่อนจะยกสะโพกสอบเด้งเข้าใส่ปากของเธอเป็นจังหวะติดกันแล้วระเบิดความสุขใส่ริมฝีปากนุ่ม “อ่า อ้ะ โอ้วววส์...” ร่างใหญ่เกรงกระตุกสั่นสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่า “ฮืมม..” ริมฝีปากเล็กคายแก่นกายอวบออกแล้วกลืนกินลาวาร้อนที่พุ่งเข้าใส่ปากของเธอจนหมดแล้วมันก็อ่อนตัวลงเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของมันที่หน้าแดงก่ำเส้นเอ็
“กูว่าอย่างมึงนี่คงไม่ยากมั้งวะไอ้ก้าน จริตแพรวพราวอย่างมึงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธหรอกเพื่อน” เลปกรว่าเพื่อนตัวร้ายอย่างหมั่นไส้เพราะถ้ามันเล็งใครไว้ก็รอดยาก“พูดเรื่องหลานดีกว่าว่ะ ตอนนี้จอร์แดนกับธารณ์มันนำพวกเราไปแล้วมึงไม่คิดจะมีแฟนบ้างหรือไงวะ” กันดิศถามเพื่อนที่ยังเป็นพ่อพวงมาลัยเหมือนเขา“กูรอมึงนี่แหละ ถ้ามึงมีแฟนเมื่อไหร่กูก็มีเมื่อนั้นแหละเพื่อน” พงษ์พิชย์ยักคิ้วใส่เพื่อนอย่างท้าทาย“งั้นมึงหาแฟนได้เลยไอ้พิชย์ กูว่าอีกไม่นานก็จะมีแฟนแล้วว่ะ หึหึๆๆ..”“กูว่าแล้วไงล่ะ ไอ้ก้านมันหมกเม็ดจริงๆด้วย งั้นมึงพามาโชว์ตัวด้วยเดี๋ยวกูกลับบ้านแล้วจะไม่เห็นแฟนมึง” จอร์แดนบอกเพื่อนเพราะเขาอยู่เชียงรายกับลาวเป็นส่วนใหญ่และถ้าไม่มีงานเลี้ยงสำคัญเขาก็เข้ากรุงเทพเพราะหลงลูกไม่อยากอยู่ห่างจากลูกเมีย“เอาไว้คราวหน้าละกันเพื่อน กูจะพาไปแนะนำให้มึงรู้จักถึงลาวเลย”“ก็ได้ กูจะรอดูว่ามึงจะแน่แค่ไหน หึหึ..”“ไอ้พวกนี้นี่ ดูถูกกูจังนะ” กันดิศว่าเพื่อนอย่างไม่จริงจังและเขาคิดว่าอีกไม่นานฝ่ายหญิงก็ใจอ่อนแน่เพราะเขาเช้าถึงเย็นถึงและโชคดีที่ตำรวจสาวอยู่คอนโดเดียวกับเขาแค่ห่างกันห้าชั้นเท่านั้นแต่เพื่อ
“ขอบคุณค่ะที่รัก จุ๊บๆ..” หญิงสาวให้รางวัลสามีหนึ่งจูบแล้วถอดเสื้อคลุมอาบน้ำต่อหน้าเขาอย่างไม่อาย“มายเดียร์..” เสียงห้าวครางเบาๆมองร่างเล็กขาวอวบอิ่มเต็มมือเต็มไม้แล้วอยากจะจับมาฟาดก้นงอนๆสักสองสามเพี้ยะเพทระทำให้เขาหิว“เร็วสิคะ เดี๋ยวทุกคนรอค่ะ” เสียงหวานหันมาบอกสามีแล้วยิ้มก่อนจะแต่งตัวด้วยชุดเดรสตัวยาวสีขาวผ้าซาติเนื้อนุ่มช่วงอกตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ของแบรนด์ดังและเครื่องประดับชิ้นเล็กน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มแต่งหน้าบางๆทาลิปสติกสีพีชทำให้เธอดูสวยหวานน่ารักน่าทะนุถนอม“ที่รัก..” ชายหนุ่มชี้ให้เธอดูกลางกายที่มันตึงเปี้ยะแล้วหยักไหล่“คิดลามกอยู่ล่ะสิคะ”“เห็นเมียแก้ผ้าผิวขาวจั๊วะนมแทบจะทิ่มปากไหนจะ อ่า ที่รักฆ่าพี่เถอะครับ” เขาตัวแข็งจะเป็นหินอยู่แล้ว“งั้นเดียร์ไปรอข้างหนอกนะคะ” เมื่อเห็นสายจากของเขาแล้วก็รู้ว่าตัวเองไม่น่าจะปลอดภัยจึงเดินเลี่ยงออกไปจากห้องแต่งตัว “อุ้ยย..”“ทำให้น้องชายพี่ตื่นแล้วจะต้องรับผิดชอบครับที่รัก” วงแขนแข็งแรงโอบกอดร่างเล็กไว้แล้วกดสะโพกดุนดันแก่นกายอวบกับบั้นท้ายกลมกลึง“ชุดยับแล้วค่ะ”“ช่างหัวชุดมันเถอะครับ”“แล้วเดียร์จะเอาชุดที่ไหนมาใส่ละคะ เดี๋ยวคืนนี้เดี
งั้นเราปล่อยให้ผู้หญิงเขาคุยกันดีมั้ยครับคุณพ่อ เดี๋ยวเราไปดวลวงสวิงออกกำลังกายกันหน่อยดีมั้ยครับ” แอสตันชวนพ่อตาไปไดร์ฟกอล์ฟที่สนามเล็กๆข้างบ้าน“ไปสิ พ่อจะถามเรื่องหุ้นของยูเอสเออีกตัวที่ตอนนี้มันกำลังขึ้นเลย” นายลิขิตก็ลุกตามลูกเขยไปไดร์ฟกอล์ฟและคุยกันไปด้วยอย่างอารมณ์ดีกุลจิรามองตามสามีกับพ่อเดินไปแล้วยิ้มอย่างมีความสุขเพราะเธออยากเห็นภาพแบบี้มานานแล้วจนคิดว่าม่น่าจะได้เห็นแต่สุดท้ายเธอก็ได้เห็นภาพพ่อพูดคุยกับสามีของเธอโดยไม่มีอคติอีกต่อไป“แม่เสียใจนะลูก ที่ผ่านมาแม่โง่มากที่ยึดเอาเกียรติยศศักดิ์ศรีมาก่อนครอบครัวไม่งั้นครอบครัวของเราคงไม่เป็นแบบนี้ แม่น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วนะ” เธอช่างโง่มงายกับเกียรติยศชื่อเสียงจอมปลอมทำให้เวลาไปนานกว่าจะคิดได้ก็เกือบจะไม่ได้เห็นลูกหลานมีความสุขแล้ว“มันผ่านไปแล้วค่ะคุณแม่ ต่อไปพวกเราก็จะมีแต่ความสุขนะคะ” กุลจิรายิ้มให้แม่และเธอก็ไม่ได้โทษท่านเพราะรู้ว่้าพ่อแม่หวังดีแต่เธอมีคนที่รักแล้วจึงไม่สามารถทำตามความต้องการของพ่อแม่ได้เท่านั้นเพราะเธอก็ผิดเหมือนกัน“ขอบใจมากลูกที่ให้อภัยพ่อกับแม่ไม่ถือสาคนแก่กะโหลกกะลาหัวรั้นรักเกียรติยศศักดิ์ศรีมากกว่าลูก
“พี่โชคดีที่เจอมายเดียร์อีกครั้ง ถ้าไม่เข้าใจผิดคิดว่าเดียร์เป็นเด็กเสี่ยคงจีบตั้งแต่อยู่บนเครื่องตอนนั้นแล้วครับ หึหึๆๆ” ชายหนุ่มพูดถึงความหลังแล้วยิ้มมีความสุขและคิดว่าบุศราคัมเป็นเนื้อคู่ของเขาถึงได้เจอกันอีกจากนั้นว่าที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งสองก็คุยกันกระหนุงกระหนิงไปตลอดทางจนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีนักข่าวสี่ห้าคนเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้าน“เอายังไงดีครับคุณธารณ์” สืบศักดิ์เปิดกระจกถามเจ้านายหนุ่ม“จอดแป๊บหนึ่งก็ได้ครับ ไม่งั้นพวกเขาคงจะเฝ้าทั้งวัน”สุรเดชจอดรถหน้าประตูอัลลอยใหญ่และบริเวรหน้าบ้านมีที่จอดรถสำหรับคนนอกที่ไม่ได้รับอนุญาติเข้าไปในบ้านอย่างเช่นนักข่าวและป้ายชื่อบ้านตระกูลนีลล์สีทองอร่ามมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษโดดเด่นเป็นสง่าและมีแปลงดอกไม้หลางสีอยู่ด้านล่างสวยงามธารณ์..สวัสดีครับพี่ๆนักข่าว” เมื่อสุรเดชกดเปิดประตูสไลด์ว่าที่คุณพ่อก็โผล่หน้าออกไปทักทายนักข่าวและบุศราคัมก็ยกมือไหว้นักข่าวทุกคนนักข่าว..สวัสดีครับคุณธารณ์คุณเดียร์ พวกเราขอสัมภาษณ์สักสองสามคำถามได้มั้ยครับ”ธารณ์..ได้ครับ เชิญครับ”นักข่าว..ข่าวคุณธารณ์กับคุณเดียร์แต่งงานจดทะเบียนกันแล้วเป็นเรื่องจริงหรือเป







