LOGIN“เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะสองคนนี่” คุณยายมยุเรศมองหลานสาวทั้งสองแล้วส่ายหน้าไปมา
“งั้นเดียร์ไปก่อนนะคะคุณยาย” บุศราคับบอกยายเพราะกลัวพลาดกับพี่ชาย
“จ้ะแม่คุณ แล้วก่อนกลับแวะมาหายายด้วยล่ะ”
“ค่ะคุณยาย ไปเถอะแก” บุศราคับตอบยายแล้วหันไปพูดกับเพื่อน
คุณยายมยุเรศมองตามหลานสาวแล้วยิ้มเพราะท่านเลี้ยงลูกมาให้อิสระและสอนให้คิดตัดสินใจเองมาตลอดทำให้หลานสาวก็ได้รับการเลี้ยงดูมาเหมือนกันและบุศราคัมก็เกิดห่างจากหลานชายคนโตสิบปีเรียกว่าเป็นลูกหลงก็ว่าได้จึงทำให้ทุกคนรักและตามใจและหลานสาวก็ไม่ได้เป็นเด็กเอาแต่ใจแต่เป็นคนมีเหตุผล
บุศราคัมกับทิวไผ่ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามถนนที่ไปบ้านพักของพี่ชายที่อยู่เลยสถานีตำรวจไปไม่ไกลและเป็นบ้านของพี่ชายที่สร้างเองมีพื้นที่ประมาณหนึ่งไร่บนเนินเขาเตี้ยล้อมรอบด้วยสนามหญ้าบรรยากาศดีมองเห็นแม่น้ำโขงหรือสาวเหลี่ยมทองคำและฝั่งลาวฝั่งพม่าที่มีคาสิโนและโรงแรมมากมายแล้วจอดหน้าบ้านของพี่ชาย
“กริ้งงงๆๆๆ..” เสียงกริ่งดังขึ้นรัวๆขณะที่นายตำรวจหนุ่มกำลังอาบน้ำเสร็จเพื่อเตรียมตัวไปทำงานเพราะเมื่อวานเขาไปตั้งด่านกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะมีข่าวว่าจะมีการขนยาเสพติดข้ามมาฝั่งไทยแต่เป็นแค่ข่าวลือให้เจ้าหน้าที่ไขวเขวเท่านั้นและเป็นแบบนี้บ่อยแต่สายก้ยืนยันว่าพวกค้ายาขนยาบ้าจริงแต่มันเปลี่ยนสถานที่ไปส่งฝั่งพม่าแทน
“ใครมาครับนิสา” เพทายถามแฟนสาวที่ออกเวรมาเมื่อคืนและมานอนค้างที่บ้านของเขาและวันนี้เป็นวันหยุดของเธอแต่ไม่ใช่วันหยุดของเขา แต่ไม่มีปัญหาสำหรับพวกเขาเพราะต่างก็เข้าใจการทำงานของกันและกันดี
"เดี๋ยวนิสาไปดูเองค่ะ” นิสามณีตอบแฟนหนุ่มแล้วเดินไปดูที่จอมอร์นิเตอร์ตรงประตูบ้าน “น้องเดียร์มาค่ะดามพ์”
“ห๋า ยัยเดียร์มาเหรอนิสา ทำไงดีครับ” เพทายเดินมาดูตรงจอมอนิเตอร์อย่างรวดเร็วเพราะแฟนสาวไม่อยาก้ปิดเผยเรื่องของเขากับเธอแต่ยังไงก็ปิดไม่ได้อยู่ดี
“พี่ดามพ์เปิดประตูให้เดียร์ด้วยค่ะ เร็วๆด้วยน้องร้อนหิวน้ำด้วยค่ะ” บุศราคัมเร่งพี่ชายเพราะเห็นรถกระบะของพี่ชายจอดอยู่ในโรงรถแต่ว่าที่พี่สะใภ้จะอยู่หรือเปล่าต้องเข้าไปดูให้แน่ใจ
เพทายยืนเท้าเอวมองน้องสาวกับเพื่อนในจอมอนิเตอร์แล้วถอนหายใจหากบุศราคัมรู้ว่าเขากับแฟนสาวอยู่ด้วยกันพ่อแม่ย่าตายายก็ต้องรู้กันหมดจึงหันไปมองแฟนสาวว่าจะทำยังไงดีเพราะนิสามณีขอร้องเขาไว้ว่าอย่าเพิ่งบอกใครเรื่องของพวกเขาจนกว่าเธอจะพร้อม
“เปิดประตูให้น้องเดียร์น้องทิวไผ่สิคะดามพ์” นิสามณีบอกแฟนหนุ่มเพราะตอนนี้ที่บ้านเธอก็ระแคะระคายแล้วแต่ไม่มีใครถามและไม่จำเป็นต้องปิดอีกแล้ว
“นิสาพร้อมนะครับ” เพทายถามแฟนสาวด้วยความเป็นห่วงกลัวเธอจะมีปัญหากับที่บ้านและว่าที่พ่อตาก็ไม่ชอบเขาด้วย
“ค่ะ”
“งั้นก็ไม่มีปัญหาครับ” เพทายโล่งใจเพราะที่ผ่านมาแฟนสาวยังไม่อยากเปิดตัวเพราะพ่อของเธอไม่ชอบตำรวจและเขารู้ว่าทำไมกำนันคมสันถึงไม่ชอบตำรวจก็เพราะว่าเขาทำธุรกิจสีเทาและเคยเสนอให้เขาร่วมมือด้วยแต่เขาเป็นตำรวจมีหน้าที่ปราบปรามจึงปฏิเสธและยังบอกว่า ถ้ากำนันทำผิดกำหมายเขาก็จับเหมือนกับคนอื่นที่ทำผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน
เมื่อประตูบ้านเปิดออกมอเตอร์ไซค์สองคันก็ขี่ตามกันไปจอดหน้าเทอเรสแล้วถอดหมวกกันน็อกออกก่อนจะลงจากรถเดินเข้าไปในบ้านของพี่ชายและเห็นว่าที่พี่สะใภ้มาเปิดประตูบ้านให้พร้อมกับพี่ชาย
“ไฮพี่ดามพ์ พี่นิสา วันนี้อยู่พร้อมหน้าเลยเนาะ” บุศราคัมยกมือไหว้พี่ชายและว่าที่พี่สะใภ้แล้วยิ้มอย่างประจบและเป็นไปตามที่คิดว่าพี่ชายกับแฟนสาวอยู่ด้วยกัน
“ยัยตัวแสบ ไหนว่าไม่มาเชียงแสนไง” เพทายถามน้องสาวที่มองเขาแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
“พอดีรุ่นพี่ฝากซื้อของที่แม่สายเดียร์ก็เลยแวะมาหาพี่ดามพ์ก่อนจะไปซื้อของให้ค่ะ แล้ววันนี้พี่ดามพ์กับพี่นิสาไม่ไปทำงานเหรอคะ” บุศราคัมตอบพี่ชายทั้งที่เมื่อกี้บอกยายว่ามาซื้อของฝากให้รุ่นพี่ ทำให้ทิวไผ่มองบนกับความเจ้าเล่ห์ของเพื่อน
“งั้นเหรอ” คนเป็นพี่ไม่เชื่อสักนิดที่น้องสาวพูด
“จริงค่า รุ่นพี่เขาช่วยหาที่ฝึกงานให้เดียร์ก็เลยซื้อของไปฝากค่ะ”
“เอายังไงกันแน่ ฝากซื้อของหรือซื้อของฝาก กะล่อนจริงๆเลยนะเรา แล้วพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงจ้างมาเท่าไหร่ล่ะ” เพทายขยี้ผมน้องสาวด้วยความหมั่นไส้กับความแสบและเจ้าเล่ห์และมากระทันหันแบบนี้ต้องมีอะไรสักอย่างเพราะน้องสาวบอกว่าไม่มาหาเขาเพราะมันไกลขี้นเกียจขับรถ
“ไม่มี้ ไม่ได้จ้างอะไรเลยค่ะ” คนเป็นน้องปฏิเสธเสียงสูงแสดงพิรุธออกมาให้ตำรวจมือปราบจับได้ง่ายๆ
“จริงเหรอจ้ะน้องรัก” เพทายกอดคอน้องสาวแล้วลากไปในบ้านแล้วนั่งลงบนโซฟาในบ้าน
“จริงค่ะ ปล่อยสิคะพี่ดามพ์ นี่น้องนะไม่ใช่ผู้ร้าย พี่นิสาช่วยเดียร์ด้วยค่ะพี่ดามพ์จะทำร้ายน้องค่า” บุศราคัมเรียกว่าที่พี่สะใภ้ช่วย
“เล่นใหญ่เลยนะยัยตัวแสบ”
“แกไม่ช่วยเดียร์เลยนะนังทิว”
“แกชวนฉันมาเป็นเพื่อนไม่ได้ชวนมาช่วยนะยะยัยเดียร์” ทิวไผ่มองเพื่อนอย่างหมั่นไส้ที่ใส่แอคติ้งอย่างเวอร์
“นังทิวไผ่ เดี๋ยวเถอะฉันจะแช่งแกให้ผู้ชายเมิน”
“ไม่มีทางย่ะ แกไม่รู้หรอกว่ามหาลัยฉันฮอตแค่ไหน ฮึ..”
“แน่ใจนะว่าเราสองคนมาด้วยกัน” เพทายหัวเราะขำน้องสาวกับทิวไผ่ที่ต่อปากกันอย่างไม่มีใครยอมใครแต่กลับเป็นเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันมากและะเขาเองก็เป็นเพื่อนสนิทกับปัญญาดาพี่สาวคนรองของทิวไผ่และเรียนมาด้วยกันพร้อมกับแฟนสาวและสนิทกันมากกว่าเขาอีก
“มาด้วยกันเฉยๆค่าพี่สาราวัด อุ้ย พี่ดามพ์”
“พอกันเลยสมแล้วที่เป็นเพื่อนกัน แล้วกินข้าวกลางวันมาหรือยังล่ะ”
“ยังค่ะ พี่ดามพ์เลี้ยงน้องกับนังทิวไผ่ด้วยนะคะ”
“งั้นเราไปกินที่บ้านยายกันมั้ย” คนเป็นพี่ชายเสนอและรู้ว่าน้องสาวคงแวะหายายแล้ว
“บ่ไป เดียร์อยากกิ๋นข้าวซอยน้ำเงี้ยวฮิมโขงร้านของเปื่อนอ้ายดามพ์” บุศราคัมตอบพี่ชายเป็นภาษาเหนือที่เธอไม่ค่อยได้พูดเพราะครอบครัวเธอคนรุ่นใหม่จึงพูดภาษาไทยกันเป็นหลักแต่เธอก็พูดภาษาเหนือได้เหมือนทุกคนแค่ไม่ค่อยได้พูดเท่านั้นและถ้าเธอไปทานอาหารกลางวันบ้านยายก็จะถูกตายายบ่นเรื่องเธอขี่มอเตอร์ไซค์
“น่าจับไปให้ตาอบรมจริงๆ”
“น่านะ น้องกินข้าวแล้วจะกลับบ้านเลยค่ะ”
“แล้วของฝากรุ่นพี่ล่ะ”
“อ่อ เดี๋ยวก็หาซื้อที่นี่เลยค่ะ”
"ไม่ไปแม่สายแล้วหรือไง"
"ไม่ไปแล้วค่ะเดี๋ยวกลับเชียงรายไม่ทันค่ะ" บุศราคัมก็หาข้ออ้างไปเรื่อยเปื่อย
“เพื่อนเราสีข้างถลอกแล้วมั้งทิวไผ่ งั้นไปกินข้าวก่อนละกัน เดี๋ยวนิสาค่อยกลับมานอนพักนะครับ” เพทายพูดกับแฟนสาวอย่างอ่อนหวาน
“ค่ะดามพ์ งั้นรอนิสาไปเอากระเป๋าก่อนนะคะ” นิสามณียิ้มให้แฟนหนุ่มกับน้องสาวทั้งสองก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของเพทายเพื่อหยิบกระเป๋า
“ทำแบบนี้เสี่ยงกับลูกปืนของกำนันมากเลยนะพี่ดามพ์” คนเป็นน้องกระซิบพี่ชายเบาๆกลัวว่าที่พี่สะใภ้จะได้ยิน
“กลัวทำไมล่ะ พี่กับนิสารักกันจริงนี่นาแล้วที่มานี่พ่อเลี้ยงจ้ามาสอดแนมไม่ใช่หรือไง” เพทายถามน้องสาวอีกครั้งอย่างรู้ทันและรู้ว่าพ่อแม่เป็นห่วงเขา
“พ่อเลี้ยงเขาห่วงพี่ดามพ์มากนะคะ เดียร์ก็ห่วงพี่ดามพ์จึงมาดูถ้าพี่ดามพ์รักพี่นิสาจริงทำไมไม่บอกผู้ใหญ่ละคะ ถึงแม้พ่อพี่นิสาไม่ชอบพี่ดามพ์แต่พี่นิสาชอบยังไงท่านก็ต้องเห็นแก่ความสุขของลูกค่ะ” คนเป็นน้องพูดอย่างจริงจังเพราะเธอเองก็เป็นห่วงพี่ชาย
“เดียร์ยังเด็กไม่เข้าใจหรอก เรื่องของพี่เดี๋ยวพี่จัดการเองเข้าใจมั้ย แล้วกลับบอกพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงด้วยนะว่าพี่จะพานิสาไปกราบท่านกับแม่เลี้ยงเร็วๆนี้” ในเมื่อทุกคนรู้แล้วเขาก็ไม่ปิดและจะไปเจอว่าที่พ่อตาด้วย
“เข้าใจแล้วค่ะ เดียร์จะบอกพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงให้เตรียมสินสอดด้วยนะคะ คริๆๆ..” บุศราคัมพูดหยอกเย้าพี่ชายแล้วหัวเราขำเมื่อเห็นพี่ชายเขิน
“ธารณ์โทรบอกพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงหรือยังลูก” คุณกุลจิราถามลูกชายที่ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก“ยังเลยครับแม่”“งั้นแม่โทรเองลูก” คุณกุลจิราพูดจบก็โทรบอกตายายของหลานน้อยที่กำลังจะคลอดก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้นแล้วนั่งรออยู่หน้าห้องคลอดแล้วคาเรนก็มาพร้อมกับพี่เลี้ยงของคุณหนูตัวน้อยและเข้าครอส์ฝึกอบรมการเลี้ยงเด็กมาเรียบร้อยหิ้วตะกร้ามาคนละใบกับคาเรน“เมื่อไหร่จะคลอดครับแม่”“รอคุณหมอตรวจก่อนสิลูก” คนเป็นแม่มองลูกชายแล้วยิ้มขำและนึกถึงตอนเธอจะคลอดลูกก่อนจะหันไปยิ้มให้สามี“ใจเย็นนะลูก หายใจลึกๆ เดี๋ยวในห้องคลอดตื่นเต้นมากกว่านี้อีกแล้วลูกชายเราจะไหวมั้ยล่ะที่รัก” แอสตันบอกลูกชายแล้วยิ้มให้ภรรยาสุดที่รักอย่างมีความสุขที่จะได้เป็นปู่ย่าและรอลูกชายคนเล็กที่ตอนนี้ไปฮันนีมูนพอกลับมาขากับภรรยาอาจจะได้หลานเพิ่มอีกสักคนสองคนก็ได้“ไหวครับแด๊ด”“เชิญคุณธารณ์ไปเปลี่ยนชุดด้วยค่ะ” พยาบาลสาวเปิดประตูห้องออกมาบอกสามีคนท้องเพราะธารณ์กับบุศราคับแจ้งไว้ว่าสามีจะอยู่เคียงข้างให้กำลังใจในห้องคลอดด้วย“ครับๆ..” ร่างสูงลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเดินเข้าไปในห้องตามพยาบาลสาวเพื่อเปลี่ยนชุดแล้วเข้าไปให้กำลังใจเมียสาวน้อยกับลูกน้อย
“แผล่บๆๆ แผล่บๆๆ..”“อ่าส์ มายเดียร์ หื้มม ทูนหัวของผัว อ่าส์..” เสียงห้าวแหบพร่าคำรามออกมาด้วยความเสียวกระสันเมื่อลิ้นนุ่มปัดป่ายไล้เลียตามสองมือกำรอบแก่นกายรูดขึ้นลงจนสุดโคนวนรอบๆไปมา“แผล่บๆๆ..” ริมฝีปากนุ่มกลืนกินแก่นกายอวบเข้าไปให้มากที่สุดแล้วอมดูดเบาๆจนกายแกร่งสะท้านสองมือใหญ่กำขอบอ่างไว้แน่นเพื่อความคุมตัวเองไม่ให้จับร่างเล็กมาฟัดให้จมเขี้ยวเพราะห่วงความปลอดภัยของลูกน้อย“อ่าส์ มายเดียร์ดูดแรงอีกครับ หื้มม..”“จุ๊ฟฟๆๆ แผล่บๆๆ..” ริมฝีปากเล็กทั้งดูดดื่มและไล้เลียกลืนกินแก่นกายอวบใหญ่เต็มปากเต็มคำและรู้ว่าเขาอดกลั้นไว้จึงอมดูดอย่างแรงจนแก้มตอบติดกันไม่หยุดจนร่างใหญ่เกร็งกระตุกถี่ๆ“หื้มม ที่รัก พี่ไม่ไหวแล้วครับ อ้ะ อาส์..” เสียงห้าวหอบกระเส่าบอกคนตัวเล็กแล้วจับศีรษะของเธอก่อนจะยกสะโพกสอบเด้งเข้าใส่ปากของเธอเป็นจังหวะติดกันแล้วระเบิดความสุขใส่ริมฝีปากนุ่ม “อ่า อ้ะ โอ้วววส์...” ร่างใหญ่เกรงกระตุกสั่นสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่า “ฮืมม..” ริมฝีปากเล็กคายแก่นกายอวบออกแล้วกลืนกินลาวาร้อนที่พุ่งเข้าใส่ปากของเธอจนหมดแล้วมันก็อ่อนตัวลงเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของมันที่หน้าแดงก่ำเส้นเอ็
“กูว่าอย่างมึงนี่คงไม่ยากมั้งวะไอ้ก้าน จริตแพรวพราวอย่างมึงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธหรอกเพื่อน” เลปกรว่าเพื่อนตัวร้ายอย่างหมั่นไส้เพราะถ้ามันเล็งใครไว้ก็รอดยาก“พูดเรื่องหลานดีกว่าว่ะ ตอนนี้จอร์แดนกับธารณ์มันนำพวกเราไปแล้วมึงไม่คิดจะมีแฟนบ้างหรือไงวะ” กันดิศถามเพื่อนที่ยังเป็นพ่อพวงมาลัยเหมือนเขา“กูรอมึงนี่แหละ ถ้ามึงมีแฟนเมื่อไหร่กูก็มีเมื่อนั้นแหละเพื่อน” พงษ์พิชย์ยักคิ้วใส่เพื่อนอย่างท้าทาย“งั้นมึงหาแฟนได้เลยไอ้พิชย์ กูว่าอีกไม่นานก็จะมีแฟนแล้วว่ะ หึหึๆๆ..”“กูว่าแล้วไงล่ะ ไอ้ก้านมันหมกเม็ดจริงๆด้วย งั้นมึงพามาโชว์ตัวด้วยเดี๋ยวกูกลับบ้านแล้วจะไม่เห็นแฟนมึง” จอร์แดนบอกเพื่อนเพราะเขาอยู่เชียงรายกับลาวเป็นส่วนใหญ่และถ้าไม่มีงานเลี้ยงสำคัญเขาก็เข้ากรุงเทพเพราะหลงลูกไม่อยากอยู่ห่างจากลูกเมีย“เอาไว้คราวหน้าละกันเพื่อน กูจะพาไปแนะนำให้มึงรู้จักถึงลาวเลย”“ก็ได้ กูจะรอดูว่ามึงจะแน่แค่ไหน หึหึ..”“ไอ้พวกนี้นี่ ดูถูกกูจังนะ” กันดิศว่าเพื่อนอย่างไม่จริงจังและเขาคิดว่าอีกไม่นานฝ่ายหญิงก็ใจอ่อนแน่เพราะเขาเช้าถึงเย็นถึงและโชคดีที่ตำรวจสาวอยู่คอนโดเดียวกับเขาแค่ห่างกันห้าชั้นเท่านั้นแต่เพื่อ
“ขอบคุณค่ะที่รัก จุ๊บๆ..” หญิงสาวให้รางวัลสามีหนึ่งจูบแล้วถอดเสื้อคลุมอาบน้ำต่อหน้าเขาอย่างไม่อาย“มายเดียร์..” เสียงห้าวครางเบาๆมองร่างเล็กขาวอวบอิ่มเต็มมือเต็มไม้แล้วอยากจะจับมาฟาดก้นงอนๆสักสองสามเพี้ยะเพทระทำให้เขาหิว“เร็วสิคะ เดี๋ยวทุกคนรอค่ะ” เสียงหวานหันมาบอกสามีแล้วยิ้มก่อนจะแต่งตัวด้วยชุดเดรสตัวยาวสีขาวผ้าซาติเนื้อนุ่มช่วงอกตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ของแบรนด์ดังและเครื่องประดับชิ้นเล็กน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มแต่งหน้าบางๆทาลิปสติกสีพีชทำให้เธอดูสวยหวานน่ารักน่าทะนุถนอม“ที่รัก..” ชายหนุ่มชี้ให้เธอดูกลางกายที่มันตึงเปี้ยะแล้วหยักไหล่“คิดลามกอยู่ล่ะสิคะ”“เห็นเมียแก้ผ้าผิวขาวจั๊วะนมแทบจะทิ่มปากไหนจะ อ่า ที่รักฆ่าพี่เถอะครับ” เขาตัวแข็งจะเป็นหินอยู่แล้ว“งั้นเดียร์ไปรอข้างหนอกนะคะ” เมื่อเห็นสายจากของเขาแล้วก็รู้ว่าตัวเองไม่น่าจะปลอดภัยจึงเดินเลี่ยงออกไปจากห้องแต่งตัว “อุ้ยย..”“ทำให้น้องชายพี่ตื่นแล้วจะต้องรับผิดชอบครับที่รัก” วงแขนแข็งแรงโอบกอดร่างเล็กไว้แล้วกดสะโพกดุนดันแก่นกายอวบกับบั้นท้ายกลมกลึง“ชุดยับแล้วค่ะ”“ช่างหัวชุดมันเถอะครับ”“แล้วเดียร์จะเอาชุดที่ไหนมาใส่ละคะ เดี๋ยวคืนนี้เดี
งั้นเราปล่อยให้ผู้หญิงเขาคุยกันดีมั้ยครับคุณพ่อ เดี๋ยวเราไปดวลวงสวิงออกกำลังกายกันหน่อยดีมั้ยครับ” แอสตันชวนพ่อตาไปไดร์ฟกอล์ฟที่สนามเล็กๆข้างบ้าน“ไปสิ พ่อจะถามเรื่องหุ้นของยูเอสเออีกตัวที่ตอนนี้มันกำลังขึ้นเลย” นายลิขิตก็ลุกตามลูกเขยไปไดร์ฟกอล์ฟและคุยกันไปด้วยอย่างอารมณ์ดีกุลจิรามองตามสามีกับพ่อเดินไปแล้วยิ้มอย่างมีความสุขเพราะเธออยากเห็นภาพแบบี้มานานแล้วจนคิดว่าม่น่าจะได้เห็นแต่สุดท้ายเธอก็ได้เห็นภาพพ่อพูดคุยกับสามีของเธอโดยไม่มีอคติอีกต่อไป“แม่เสียใจนะลูก ที่ผ่านมาแม่โง่มากที่ยึดเอาเกียรติยศศักดิ์ศรีมาก่อนครอบครัวไม่งั้นครอบครัวของเราคงไม่เป็นแบบนี้ แม่น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วนะ” เธอช่างโง่มงายกับเกียรติยศชื่อเสียงจอมปลอมทำให้เวลาไปนานกว่าจะคิดได้ก็เกือบจะไม่ได้เห็นลูกหลานมีความสุขแล้ว“มันผ่านไปแล้วค่ะคุณแม่ ต่อไปพวกเราก็จะมีแต่ความสุขนะคะ” กุลจิรายิ้มให้แม่และเธอก็ไม่ได้โทษท่านเพราะรู้ว่้าพ่อแม่หวังดีแต่เธอมีคนที่รักแล้วจึงไม่สามารถทำตามความต้องการของพ่อแม่ได้เท่านั้นเพราะเธอก็ผิดเหมือนกัน“ขอบใจมากลูกที่ให้อภัยพ่อกับแม่ไม่ถือสาคนแก่กะโหลกกะลาหัวรั้นรักเกียรติยศศักดิ์ศรีมากกว่าลูก
“พี่โชคดีที่เจอมายเดียร์อีกครั้ง ถ้าไม่เข้าใจผิดคิดว่าเดียร์เป็นเด็กเสี่ยคงจีบตั้งแต่อยู่บนเครื่องตอนนั้นแล้วครับ หึหึๆๆ” ชายหนุ่มพูดถึงความหลังแล้วยิ้มมีความสุขและคิดว่าบุศราคัมเป็นเนื้อคู่ของเขาถึงได้เจอกันอีกจากนั้นว่าที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งสองก็คุยกันกระหนุงกระหนิงไปตลอดทางจนถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีนักข่าวสี่ห้าคนเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้าน“เอายังไงดีครับคุณธารณ์” สืบศักดิ์เปิดกระจกถามเจ้านายหนุ่ม“จอดแป๊บหนึ่งก็ได้ครับ ไม่งั้นพวกเขาคงจะเฝ้าทั้งวัน”สุรเดชจอดรถหน้าประตูอัลลอยใหญ่และบริเวรหน้าบ้านมีที่จอดรถสำหรับคนนอกที่ไม่ได้รับอนุญาติเข้าไปในบ้านอย่างเช่นนักข่าวและป้ายชื่อบ้านตระกูลนีลล์สีทองอร่ามมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษโดดเด่นเป็นสง่าและมีแปลงดอกไม้หลางสีอยู่ด้านล่างสวยงามธารณ์..สวัสดีครับพี่ๆนักข่าว” เมื่อสุรเดชกดเปิดประตูสไลด์ว่าที่คุณพ่อก็โผล่หน้าออกไปทักทายนักข่าวและบุศราคัมก็ยกมือไหว้นักข่าวทุกคนนักข่าว..สวัสดีครับคุณธารณ์คุณเดียร์ พวกเราขอสัมภาษณ์สักสองสามคำถามได้มั้ยครับ”ธารณ์..ได้ครับ เชิญครับ”นักข่าว..ข่าวคุณธารณ์กับคุณเดียร์แต่งงานจดทะเบียนกันแล้วเป็นเรื่องจริงหรือเป







