เข้าสู่ระบบ“ท่านคิดจะรับผิดชอบในตัวข้า เพียงเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเดียวหรือว่า...ท่านมีความรู้สึกให้ข้ากันเล่า” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างยั่วเย้า“อะไรนะ” อู๋อิงสงเลิกคิ้ว สิ่งที่เขาแสดงออกทั้งหมดบนเกี้ยววันนั้น หรือว่ายังไม่เพียงพอที่จะทำให้นางเห็นว่าเขามีใจให้นาง หรือว่าเขาจะต้องทำมากกว่านั้นคิดได้เช่นนั้นเขาก็ใช้ความเร็วเอื้อมมือไปคว้านางเอาไว้แล้วดึงนางลงไปในถังน้ำด้วยกัน อวิ๋นหยาหวีดร้องเสียงเบา คาดไม่ถึงว่าเขาจะทำเช่นนี้ นางออกหมัด ทว่าเขาก็รู้ทันจึงใช้มือสกัดเอาไว้ได้ ทั้งสองต่อยตีกันในถังน้ำอย่างจริงจังจนกระทั่งน้ำในถังกระฉอกออกมาด้านนอกเกือบครึ่ง“ปล่อยข้านะ” นางหอบหายใจออกมาเมื่อโดนเขารัดเอาไว้ได้ทั้งร่าง ทั่วทั้งร่างนางเปียกมะลอกมะแลก แผ่นหลังของนางแนบชิดอยู่กับแผ่นอกเปลือยเปล่าของเขา นางใจเต้นแรงเมื่อภาพหน้าอกหนั่นแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาปรากฏขึ้นในห้วงความทรงจำ ชวนให้นางคิดเลยเถิดยิ่ง“เจ้าถอนคำพูดเมื่อครู่เสีย” อู๋อิงสงเอ่ย ตอนนี้ไหล่และต้นแขนเขาโดนฝ่ามือของนางจนเจ็บไปหมด แต่กระนั้นเขาก็ไม่ยอมแพ้ เพราะเขารู้ว่าแม้นางจะมีวรยุทธ์สูงกว่าเขา ทว่านางก็ไม่ได้อยากจะทำร้ายเขาจริงๆ มิเช่น
“เจ้ามีดวงตาเหมือนมารดา ทุกครั้งที่เห็นเจ้าทำให้ข้าคิดถึงนาง แต่ในอีกทางเจ้าก็เหมือนพ่อของเจ้ามาก สูงส่ง สง่างาม”จ้าวเหยียนเจี๋ยนั่งฟังนิ่งๆ“เจ้าเป็นทุกข์มากหรือที่รู้ถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเอง”“ข้ามิได้เป็นทุกข์เรื่องนั้น ข้าเพียงแต่ไม่อยากจะเชื่อว่าเสด็จแม่ ข้าหมายถึงอดีตฮองเฮา...เรื่องทั้งหมดมันคล้ายเป็นเรื่องโกหก มันยากจะเชื่อ ทรงเมตตาข้ามาก ข้า...”“เจ้าจะเรียกนางว่าแม่เช่นเดิมก็ได้ มิผิดหรอก เพราะนางรักเจ้าอย่างแท้จริง แม้ว่าความรักของนางจะเป็นเพียงภาพลวงที่นางสร้างขึ้นมา นางหลอกคนอื่นว่าเจ้าเป็นบุตรของนางยังไม่พอ แต่นางยังคงหลอกตัวเองด้วย ตลอดเวลาที่นางเลี้ยงดูเจ้า นางหลอกตัวเองมาเสมอว่าเจ้าคือบุตรที่นางคลอดมา ความรักที่นางมอบให้เจ้ามันมิได้เริ่มต้นมาอย่างบริสุทธิ์ นางใช้ทุกวิธีทางเพื่อให้ได้เจ้ามาแม้ว่านั่นจะหมายถึงชีวิตผู้อื่น” หลี่เฟิงเสวียนเอ่ยเนิบนาบใจเย็น ทว่าเขาก็ยังคงสังเกตทีท่าของจ้าวเหยียนเจี๋ยอยู่ไม่ห่าง“เจ้าหนีมาเช่นนี้มิใช่เรื่องที่บุรุษสมควรกระทำ แต่ข้าจะไม่โทษเจ้า เพราะตลอดชีวิตของเจ้า มีเพียงเจิ้งฮุ่ยเจินคนนี้ที่ทำให้เจ้าอยู่รอดปลอดภัย อีกทั้งสิ่งที่เจ
“ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าหลี่หลิงอยู่ที่ใด อีกทั้งยังต้องได้บันทึกของอาลักษณ์หญิง และที่สำคัญข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารเจี๋ย สองเรื่องแรกเสวียนหมิงรับปากข้าแล้ว แต่เรื่องสุดท้ายนั้น...” เหยียนหว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้ว นางรู้ดีว่าเรื่องนี้อาจจะไม่เกินความสามารถเขา ทว่ามันจะกลายเป็นปัญญายุ่งยากสำหรับเสวียนหมิง“ให้เสวียนหมิงสืบอาจใช้เวลาไม่นาน ทว่าวังเมฆาอัคคีอาจจะกลายเป็นศัตรูกับพรรคกิเลนแดง อีกทั้งวังเมฆาอัคคีไม่ยุ่งเกี่ยวกับราชสำนัก หากเขายื่นมือเข้าไปแทรกแซง อาจจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายได้” หลี่เฟิงเสวียนเอ่ยอย่างใช้ความคิด“ข้าเองก็คิดเช่นนั้นจึงไม่ขอเขามากไปกว่านี้ ข้าเพียงให้เขาช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จะไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องนี้เด็ดขาด”“ให้เขาช่วยตามหาอาลักษณ์หญิงน่าจะไม่เหลือบ่ากว่าแรง”“ท่านช่างรู้ใจข้า ข้าให้เขาหาตัวอาลักษณ์หญิงให้ข้าจริงๆ อีกทั้งข้ายังให้เขาสะกดรอยนางไป เราจะต้องไม่ให้นางรู้ว่าเราแอบเข้าไปยังที่เก็บบันทึกเหล่านั้น”“ท่าทีของเสวียนหมิงที่มีต่อเจ้าคงจะไม่ต่างจากท่าทีที่มีต่อข้าเท่าไร เพราะเขารู้จักเจ้าก่อนที่จะเจอเจ้าเสียอีก” หลี่เฟิงเสวียน
“ไม่มีสิ่งใดที่เจ้าต้องขอโทษเจ้าได้ปลดปล่อยข้าแล้ว เจ้ากลับมาแล้วมาอยู่ต่อหน้าข้า ทำให้ข้าได้มีโอกาสบอกเจ้าด้วยตัวข้าเองในวันนี้” หลี่เฟิงเสวียนยังคงยิ้มเยือนอย่างอ่อนโยนให้นาง “เอาล่ะหยุดร้องไห้เถิด ตอนนี้เจ้าได้อะไรมาบ้าง และอยากจะถามอะไรจากข้าบ้าง”“หลายอย่างข้ารู้แล้ว แต่...ข้าอยากจะรู้ว่า...ทำไม...ทำไม...ชิงเซียนจึงเลือกที่จะฆ่าตัวตาย” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยตะกุกตะกัก นางแอบเงยหน้าสังเกตสีหน้าหลี่เฟิงเสวียนเมื่อเอ่ยถึงชิงเซียน“มันผ่านมาหลายปีแล้วหว่านเอ๋อร์ แม้ข้าจะยังรักและคิดถึงนางอยู่แต่ก็ไม่ได้โศกเศร้าเช่นตอนแรก เพราะข้ารู้ว่านางได้เลือกในสิ่งที่จะทำให้นางมีความสุข และความสุขของนางคือเหยียนเจี๋ยอยู่รอดปลอดภัย และตอนนี้เขาก็ยืนอยู่ข้างหลังข้าห่างออกไปไม่กี่ก้าว ทั้งยังเป็นศัตรูหัวใจของข้าเสียด้วย” เอ่ยแล้วก็หัวเราะออกมา“มันใช่เวลาที่ท่านจะมาล้อเล่นเช่นนี้หรือไร”“อ้าว เจ้าไม่รู้สึกว่ามันน่าขันหรอกหรือ” หลี่เฟิงเสวียนยิ้ม “ข้าจะช่วยเจ้าทุกอย่าง ช่วยให้เขาอยู่รอดปลอดภัย แต่นั่นมิใช่เพื่อเซียนเอ๋อร์แต่เพื่อเจ้าด้วย ชีวิตของข้าก่อนหน้าที่จะเจอเจ้า ข้ามีเพียงชิงเซียนเป็นครอบครัวที
“ไปเถิด” หลี่เฟิงเสวียนก้าวเท้านำไปก่อน เหยียนหว่านเอ๋อร์เข้าไปพยุงซึ่งเขาเองก็ไม่รังเกียจ ทั้งที่เขาไม่เคยให้ใครช่วยพยุงเขาเดินเลยตั้งแต่เขาเสียขาข้างนี้ไปในตอนที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกไปด้วยกันนั้น จ้าวเหยียนเจี๋ยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าของเหยียนหว่านเอ๋อร์ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ตอนนี้เขากลับยื่นมือออกไปแตะแขนนางเอาไว้เบาๆเหยียนหว่านเอ๋อร์ชะงัก นางก้มลงมองมือของเขาที่แตะอยู่ที่แขน แต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเขาจ้าวเหยียนเจี๋ยชักมือกลับมาเมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของนาง“อิงสง” นางกลับเอ่ยเรียกอู๋อิงสงขึ้นมา“ขอรับ”“เฝ้าเขาเอาไว้ หากเขาคิดหนีไปอีกข้าอนุญาตให้เจ้าทุบเขาให้สลบ จับเขามัดมือมัดเท้าเอาไว้” ระหว่างที่เอ่ยทุกคำออกมานางไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเขา จากนั้นก็ก้าวเดินออกไปพร้อมกับหลี่เฟิงเสวียน“เอ่อ...” อู๋อิงสงได้แต่มองตามนางไปงงๆจ้าวเหยียนเจี๋ยมองร่างสองร่างที่เดินเคียงข้างกันออกไป หัวใจของเขาคล้ายถูกบีบรัดอย่างรุนแรง ในหัวสมองตื้อไปหมด ร่างกายของเขาแข็งทื่อไม่มีแรงแม้แต่จะยื่นมือออกไปรั้งนาง ไม่มีคำพูดใดๆ เขายืนมองอย่างอย่างนั้นด้วยใบหน้าหวั่นเกรง เพราะการกระทำที่วู่วา
“อีกนานไหม” เหยียนหว่านเอ๋อร์เสียงสะท้าน พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะไม่ร้องไห้ออกมา “ข้าต้องรอเขาอีกนานเพียงใด ข้ากลัวว่าข้าจะหมดแรงไปเสียก่อน ข้ากลัวว่าข้าจะล้มลงไปแล้วไม่มีวันลุกขึ้นมาได้อีก เพราะตอนนี้ข้าเหนื่อยเหลือเกิน” เหยียนหว่านเอ๋อร์กลั้นก้อนสะอื้น แต่ก็ไม่อาจต้านทาน นางร้องไห้ออกมาในที่สุดทว่าก็พยายามไม่ส่งเสียง“เจ้าจะไม่มีวันล้มเพราะหากเจ้าเพลี่ยงพล้ำ เจ้ายังมีพวกข้าคอยประคองอยู่ข้างๆ ข้ากับอิงสงไม่มีวันปล่อยให้เจ้าล้ม หากเจ้าล้มจริงก็ต้องหลังจากที่ข้ากับอิงสงล้มเท่านั้น ดังนั้นอย่ากลัวไปเลย” ไม่มีครั้งใดที่สือเจี้ยนหาวจะอ่อนโยนได้มากเท่าครั้งนี้อีกแล้ว ไม่มี“ข้ารู้แล้ว” เหยียนหว่านเอ๋อร์พยักหน้า นางยิ้มให้เขาทั้งน้ำตาก่อนที่มองตรงไปยังกระท่อมหลังนั้นอีกครั้ง“มาเถิดขอรับ เราต้องกลับกันแล้ว” อู๋อิงสงเอ่ย“ได้” เหยียนหว่านเอ๋อร์ตอบรับอย่างว่าง่าย นางปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ ก่อนจะขึ้นรถม้าไป รถม้าเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ ห่างออกไปจากเนินเล็กๆ นั้น เมื่อนางเปิดม่านรถม้าขึ้นอีกครั้งสือเจี้ยนหาวก็หายไปแล้ว กระนั้นนางก็ยังคงพยายามเพ่งสายตามองเข้าไปยังกระท่อมหลังนั้นขณะเดียวกันจ้าวเหยียนเจี๋







