เกิดใหม่ชาตินี้ไม่เป็นแล้วสะใภ้ดี

เกิดใหม่ชาตินี้ไม่เป็นแล้วสะใภ้ดี

last updateLast Updated : 2026-07-15
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
72Chapters
875views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

โปรย ในยุคที่ขัดสนและวุ่นวาย จ้าวเจี่ยลี่เคยเชื่อว่าความกตัญญูและการอดทนทำงานหนักคือคุณธรรมของลูกสะใภ้ที่ดี เธอใช้เวลาห้าปีเต็มเยี่ยงวัวควาย ปรนนิบัติแม่สามีที่แสร้งป่วย และไว้อาลัยให้สามีที่เชื่อว่าตายจากไปในคืนวันแต่งงาน แต่สุดท้ายสิ่งที่เธอได้รับตอบแทนกลับคือความตายที่ไม่เป็นธรรม หลังจากแม่สามีตายสามีที่แกล้งตายของจ้าวเจียลี่ก็หวนคืนมาพร้อมกับหญิงคนรักเพื่อฮุบเงินก้อนสุดท้าย วินาทีที่ร่างของเธอกระแทกพื้นจนใกล้สิ้นลมหายใจ จ้าวเจียลี่ได้แต่ตั้งคำถามกับสวรรค์ว่าเธอทำผิดอะไรงั้นหรือ ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ห้องหอสีแดงและร่างของจางเว่ยถิงที่กำลังแสร้งชักกระตุกกลับย้ำเตือนว่าสวรรค์ให้โอกาสเธอได้เริ่มใหม่! "เจียลี่ เฮือก! ฉันหายใจไม่ออก ไปเร็ว! ไปตามแม่มาที" จางเว่ยถิงเค้นเสียงกระเสือกกระสนสวมบทบาทคนใกล้ตาย จ้าวเจียลี่มองดูใบหน้าเสแสร้งนั้นด้วยสายตาเย็นชา เธอไม่ได้วิ่งออกไปกรีดร้องเหมือนชาติก่อน แต่กลับหยิบถ้วยน้ำชาเย็นชืดขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น มุมปากของเธอยกยิ้มเย็นเยียบ เว่ยถิงเอ๋ยเว่ยถิง ถ้าอยากตายจริงๆ เดี๋ยวฉันจะสงเคราะห์ให้เอง...

View More

Chapter 1

1 ผู้หญิงกินผัว

1

ผู้หญิงกินผัว

ที่ลานหน้าบ้านไม้เก่าหลังเล็กๆ จ้าวเจียลี่นั่งอยู่บนม้านั่งไม้ตัวเตี้ย ดวงตาที่หมองหม่นจ้องมองไปยังความมืดมิดของทุ่งนากว้าง มือที่เคยเนียนนุ่มบัดนี้หยาบกร้านและเต็มไปด้วยร่องรอยตรากตรำทำงานหนักมาตลอดหลายปี เธอในวัยยี่สิบกว่าปีดูซูบผอมและโรยราจนน่าใจหาย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อพิสูจน์ความกตัญญูและลบล้างคำครหาที่ชาวบ้านพากันตราหน้าว่าเธอเป็น…ผู้หญิงกินผัว

ห้าปีแล้ว  ห้าปีที่เธอครองตัวเป็นม่ายหลังจากที่จางเว่ยถิงสามีที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียงคืนเดียวต้องมาด่วนจากไปเพราะอาการหัวใจวายกะทันหันในคืนเข้าหอ ตั้งแต่วันนั้นจ้าวเจียลี่ก็แบกรับภาระทุกอย่างในบ้าน คอยปรนนิบัติแม่สามีที่เจ็บออดๆ แอดๆ อย่างไม่เคยปริปากบ่น เธอทำงานรับจ้างทุกอย่างเพื่อหาเงินมาซื้อยาและอาหารดีๆ ให้แม่สามี ในขณะที่ตัวเองต้องกินเพียงข้าวต้มใสๆ กับผักดอง

แต่ในขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นเพื่อเข้าไปพักผ่อน เสียงฝีเท้าของคนสองคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว ก่อนที่เสียงผลักออกอย่างแรงจะดังตามมา

จ้าวเจียลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นระรัว  เมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในลานบ้าน ใบหน้านั้น  ดวงตาคู่นั้น  แม้จะดูดีมีภูมิฐานขึ้นในชุดเสื้อเชิ้ตขาวและกางเกงสแล็คแบบคนในเมืองหลวง แต่เธอไม่มีทางจำผิดเด็ดขาด  เพราะว่าเขาคือสามีที่ขึ้นชื่อว่าตายไปแล้วของเธอนั่นเอง

"จางเว่ยถิง...ผะ...ผีหลอกอย่างนั้นเหรอ"  เสียงของเธอสั่นเครือราวกับคนละเมอ

"ฉันไม่ใช่ผีหรอกเจียลี่ ฉันยังไม่ตาย"

จางเว่ยถิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เขาไม่ได้มาเพียงลำพังข้างกายของเขามีหญิงสาวสะสวยแต่งตัวทันสมัย สวมกระโปรงบานและรองเท้าคัทชูหนังเงาวับ หล่อนควงแขนเขาไว้อย่างเปิดเผย

"คุณยังไม่ตาย!  เป็นไปได้ยังไง  วันนั้นฉันเห็นกับตาว่าคุณตายไปแล้ว!"

จ้าวเจียลี่ถอยหลังไปจนติดกำแพง ความสับสนและตกใจทำให้เธอแทบตั้งตัวไม่ติด

"มันก็แค่แผนการแกล้งตายง่ายๆ เท่านั้นแหละ" จางเว่ยถิงยิ้มมุมปาก พลางมองสำรวจบ้านที่ทรุดโทรมด้วยสายตาดูแคลน 

แกล้งตายงั้นเหรอ!”

"ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น ฉันจะหนีไปอยู่เมืองหลวงกับเสี่ยวเหมยรักแรกของฉันได้ยังไง  อีกอย่างแม่ของฉันเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย ท่านไม่อยากให้ฉันต้องจมปลักอยู่ที่ชนบทแห่งนี้ไปตลอดชีวิต"

คำพูดนั้นเหมือนค้อนที่ทุบลงกลางใจของจ้าวเจียลี่ ความจริงที่ได้รับรู้มันช่างโหดร้ายและขมขื่นเกินกว่าจะรับไหว แม่สามีที่เธอคอยเช็ดตัว ป้อนข้าว ป้อนน้ำ และยอมให้ด่าทอสารพัดมาตลอดห้าปี กลับรู้เห็นเป็นใจกับลูกชายเพื่อหลอกใช้เธอเป็นทาสรับใช้

"พวกคุณมันไม่ใช่คน!  ตลอดห้าปีที่ผ่านมาฉันต้องแบกรับคำนินทาว่าเป็นหญิงกินผัว ทำงานงกๆ จนร่างกายพังเพื่อเลี้ยงดูแลแม่ของคุณ แต่คุณกลับไปเสวยสุขกับผู้หญิงคนนี้งั้นเหรอ!"

"อย่ามาทำตัวเป็นนางเอกหน่อยเลยเจียลี่" เสี่ยวเหมยแทรกขึ้น "เธอเองก็เลือกที่จะทำเองไม่ใช่หรือไง  วันนี้พวกเรากลับมาเพราะมีเรื่องสำคัญ เว่ยถิงบอกว่าแม่เขาทิ้งเงินเก็บและทองเล็กๆ น้อยๆ ไว้ให้  ในเมื่อแม่ตายไปแล้วมันก็ควรจะเป็นของพวกเราสิ  รวมถึงค่าช่วยงานศพด้วย  รีบไปเอาออกมาให้หมด  พวกเราต้องใช้เงินสร้างตัวที่เมืองหลวง"

"เงินค่าทำศพงั้นเหรอ  เงินพวกนั้นฉันเอาไปใช้หนี้ค่าหมอและค่าโลงศพจนหมดแล้ว!  ส่วนเงินและทองที่พวกคุณว่า  แม่คุณก็แอบเอาไปขายเพื่อส่งเงินไปให้คนชั่วอย่างพวกคุณใช้จ่ายที่เมืองหลวงนั่นไง!”

"โกหก! แม่ต้องเหลือเงินไว้บ้างสิ แม่บอกฉันในจดหมายฉบับสุดท้ายว่าเก็บเงินก้อนใหญ่ไว้ให้ฉันใต้แผ่นไม้ในห้องนอน  เธอแอบขโมยมันไปแล้วใช่ไหม!"

"จดหมายงั้นเหรอ  อ๋อ...ที่แท้พวกคุณก็ติดต่อกันมาตลอดห้าปี  ที่นี่ไม่มีเงินหรอกเว่ยถิง  ต่อให้มีฉันก็จะไม่ให้คุณแม้แต่หยวนเดียว ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้!"  จ้าวเจียลี่หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"บ้านเธองั้นเหรอ!  นี่มันบ้านตระกูลจาง  ส่งเงินมาซะนังโง่ อย่าให้ต้องลงมือ!"  เสี่ยวเหมยเดินเข้ามาสมทบ หล่อนใช้มือที่ประดับด้วยแหวนทองผลักไหล่จ้าวเจียลี่อย่างแรง

"ไม่ให้! ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็ไม่ให้คนสารเลวอย่างพวกคุณได้อะไรไปทั้งนั้น!"

จ้าวเจียลี่รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักทั้งสองคนออกไป  เธอพยายามจะวิ่งขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อหาทางหนี แต่จางเว่ยถิงและเสี่ยวเหมยกลับวิ่งตามขึ้นไปติดๆ

การยื้อยุดฉุดกระชากเกิดขึ้นที่บริเวณหัวบันไดชั้นสอง  จ้าวเจียลี่พยายามปัดป้องและตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่เสียงของเธอกลับถูกกลบด้วยเสียงลมพายุที่เริ่มกรรโชกแรง  ข้างนอกนั้นฝนกำลังตั้งเค้า  อีกไม่นานพายุก้อนใหญ่คงจะมาเยือนเป็นแน่

"เอามา! บอกมาว่าแกซ่อนเงินไว้ที่ไหน!"

จางเว่ยถิงคำราม เขาคว้าข้อมือของเธอแล้วบิดอย่างแรงจนเธอร้องด้วยความเจ็บปวด

"ฉันบอกว่าไม่มีไง! ไปลงนรกทั้งคู่เลยไป!"

จ้าวเจียลี่ถ่มน้ำลายใส่หน้าเขาด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด  จางเว่ยถิงที่ตกอยู่ในความโลภจนขาดสติ เขาใช้แรงผลักร่างที่ผอมบางของเธอออกไปอย่างแรง ในขณะเดียวกันเสี่ยวเหมยเองก็ช่วยผลักร่างนั้นให้พ้นทาง

กรี้ดดด

ร่างของจ้าวเจียลี่ลอยละลิ่วตกลงจากบันได  ดวงตาที่เบิกกว้างเห็นเพียงใบหน้าของสามีที่เธอเคยรักและภักดี  เขายืนมองเธอที่กำลังจะตายด้วยแววตาไร้ความสงสาร ร่างของเธอกระแทกเข้ากับขอบบันไดไม้แข็งๆ กระดูกหักปวดร้าวไปทั้งร่าง  เธอนอนอยู่ที่พื้นชั้นล่างในสภาพที่คอพับบิดเบี้ยวผิดรูป

เลือดสีแดงฉานค่อยๆ ไหลซึมออกจากศีรษะ นองเต็มพื้นไม้เก่าๆ จ้าวเจียลี่พยายามจะอ้าปากสาปแช่ง แต่มันไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา นอกจากเสียงลมหายใจสุดท้ายที่รวยริน

สวรรค์  ถ้าท่านมีตาได้โปรดให้ฉันได้กลับไปแก้แค้นพวกมันด้วยเถิด...

สติของเธอค่อยๆ ดับวูบไปท่ามกลางความมืดมิด  แต่แล้ว...ความตายกลับถูกแทนที่ด้วยการตอบรับคำขอสุดท้ายของเธอ

จ้าวเจียลี่สะดุ้งสุดตัว ลมหายใจหอบถี่  เธอสัมผัสได้ถึงพื้นผิวที่นุ่มนิ่มของฟูกที่นอน กลิ่นที่เตะจมูกไม่ใช่กลิ่นคาวเลือด แต่เป็นกลิ่นหอมจางๆ ของเหล้ามงคลราคาถูก

เธอรีบลุกขึ้นนั่ง  หัวใจยังเต้นโครมครามจนเจ็บหน้าอก  แสงจากเทียนมงคลสีแดงส่องสว่างอยู่ทั่วห้อง บนผนังมีตัวอักษรเขียนว่าความสุขแปะอยู่  นี่มันห้องหอของเธอกับจางเว่ยถิงเมื่อห้าปีที่แล้ว!

เมื่อก้มลงมองมือของตัวเอง มันยังดูมีเลือดฝาดไม่เหี่ยวแห้งหยาบกร้านเหมือนก่อนตาย ร่างกายของเธอก็ไม่ได้เจ็บปวดร้าวระบมเหมือนถูกของหนักทับ  เธอยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว เสียงเตียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดก็ดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับเสียงร้องครางที่ฟังดูทรมาน

"เจียลี่ฉัน...ฉันเจ็บหน้าอก  ช่วยด้วย!"

พอหันขวับไปมอง ร่างของจางเว่ยถิงในชุดเจ้าบ่าวสีแดงกำลังนอนดิ้นพล่าน มือของเขากุมอยู่ที่หน้าอก ใบหน้าบิดเบี้ยวแสร้งทำเป็นหายใจไม่ออก  ฉากเหล่านี้ช่างคุ้นเหลือเกิน  มันเหมือนฉากละครที่เคยเกิดขึ้นเมื่อห้าปีที่แล้วไม่มีผิด

จางเว่ยถิงมันช่างมีความสามารถด้านการแสดงมากจริงๆ!

น้ำตาที่ไหลออกมาในครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความโศกเศร้า แต่เป็นน้ำตาแห่งความเคียดแค้นที่ฝังลึกลงไปในกระดูก  จ้าวเจียลี่ไม่ได้วิ่งออกไปตะโกนเรียกใครเหมือนชาติก่อน เธอเพียงแต่นั่งนิ่งๆ บนเตียง จ้องมองชายสารเลวตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นเฉียบราวกับมองซากศพที่ตายไปแล้วจริงๆ

"จางเว่ยถิง..."

เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเรียบราบ  จนร่างที่กำลังแสดงละครอยู่ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ

"ไป! ไปตามแม่มาที ฉันจะไม่ไหวแล้ว"

เขาพยายามแสดงบทบาทคนใกล้ตายต่อไป  เธอเอื้อมมือไปหยิบถ้วยน้ำชามงคลที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาจิบช้าๆ รสชาติของมันเหมือนกับชาติก่อนไม่มีผิด เธอมองดูสามีที่กำลังแกล้งตายด้วยความสมเพช  ในเมื่อมันอยากตายนักก็ช่างหัวมารดามันสิ!

จางเว่ยถิง...ในชาตินี้ฉันจะจัดงานศพให้คุณอย่างสมเกียรติที่สุด

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
72 Chapters
1 ผู้หญิงกินผัว
1ผู้หญิงกินผัวที่ลานหน้าบ้านไม้เก่าหลังเล็กๆ จ้าวเจียลี่นั่งอยู่บนม้านั่งไม้ตัวเตี้ย ดวงตาที่หมองหม่นจ้องมองไปยังความมืดมิดของทุ่งนากว้าง มือที่เคยเนียนนุ่มบัดนี้หยาบกร้านและเต็มไปด้วยร่องรอยตรากตรำทำงานหนักมาตลอดหลายปี เธอในวัยยี่สิบกว่าปีดูซูบผอมและโรยราจนน่าใจหาย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อพิสูจน์ความกตัญญูและลบล้างคำครหาที่ชาวบ้านพากันตราหน้าว่าเธอเป็น…ผู้หญิงกินผัวห้าปีแล้ว ห้าปีที่เธอครองตัวเป็นม่ายหลังจากที่จางเว่ยถิงสามีที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียงคืนเดียวต้องมาด่วนจากไปเพราะอาการหัวใจวายกะทันหันในคืนเข้าหอ ตั้งแต่วันนั้นจ้าวเจียลี่ก็แบกรับภาระทุกอย่างในบ้าน คอยปรนนิบัติแม่สามีที่เจ็บออดๆ แอดๆ อย่างไม่เคยปริปากบ่น เธอทำงานรับจ้างทุกอย่างเพื่อหาเงินมาซื้อยาและอาหารดีๆ ให้แม่สามี ในขณะที่ตัวเองต้องกินเพียงข้าวต้มใสๆ กับผักดองแต่ในขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นเพื่อเข้าไปพักผ่อน เสียงฝีเท้าของคนสองคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว ก่อนที่เสียงผลักออกอย่างแรงจะดังตามมาจ้าวเจียลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นระรัว เมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในลานบ้าน ใบหน้านั้น ดวงตาคู่นั้น แม้จะด
last updateLast Updated : 2026-06-26
Read more
2 จัดการศพ
2จัดการศพจ้าวเจียลี่วางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะแผ่วเบา สายตาเย็นเยียบจ้องมองร่างของจางเว่ยถิงที่ยังคงดิ้นพล่านและตีบทแตกอยู่บนเตียง กิริยาเหล่านั้นดูน่าสมเพชเสียจนเธออยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ชาติก่อนเธอโง่งมจนมองไม่ออกว่าชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีกำลังหลอกลวงครั้งใหญ่ แต่ในชาตินี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ในเมื่อเขาอยากแกล้งตายเพื่อหนีไปหาคนรัก เธอก็จะสงเคราะห์ให้เขาได้ตายไปจากโลกนี้จริงๆ ตามความปรารถนาเสียงผลักประตูดังพร้อมกับการปรากฏตัวของหลี่กุ้ยเซียนที่รอจังหวะอยู่แล้ว ทันทีที่ผู้เป็นแม่ก้าวพ้นประตู จางเว่ยถิงก็กระตุกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะแน่นิ่งไปราวกับคนสิ้นลมหายใจจริงๆ“เว่ยถิง! เว่ยถิง! ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ละ”หลี่กุ้ยเซียนโผเข้าหาเตียง ปากพร่ำเรียกชื่อลูกชายเสียงหลงแล้วหันมาถลึงตาใส่จ้าวเจียลี่ที่นั่งนิ่งอยู่มุมห้อง ยกมือชี้หน้าสะใภ้ที่เพิ่งแต่งงานไม่ทันข้ามคืนด้วยความโกรธแค้น“เจียลี่! เธอมันตัวซวย! เธอมันผู้หญิงกินผัว! เว่ยถิงของฉันแข็งแรงมาตลอด ทำไมพอแต่งกับเธอเขาถึงได้มาด่วนจากไปแบบนี้ เธอฆ่าลูกชายฉัน!”จ้าวเจียลี่ไม่โต้ตอบแต่ค่อยๆ บีบน้ำตาแล้วทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเตียง ท่าทางขอ
last updateLast Updated : 2026-06-26
Read more
3 ฝนโปรยปราย
3ฝนโปรยปรายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีฝังศพ จ้าวเจียลี่ยืนมองเนินดินที่ทับถมร่างของสามีสารเลว เธอไม่ไปไหนเพราะอยากดูให้เห็นกับตาว่าเขาถูกฝังไปแล้วจริงๆ สร้างความขัดเคืองใจให้หลี่กุ้ยเซียนอยู่หลายครั้ง เพราะเจียลี่จับตามองโลงศพแบบไม่กะพริบตา จนถึงขั้นที่เว่ยถิงหาโอกาสออกมาจากโลงไม่ได้เลย เมื่อทุกอย่างจบลงเธอก็ค่อยพยุงหลี่กุ้ยเซียนที่แสร้งทำเป็นแข้งขาอ่อนแรงกลับมายังบ้านไม้หลังเก่า ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้าน ลมพายุก็เริ่มพัดกรรโชกจนยอดไม้ไหวเอน ท้องฟ้าที่เคยสลัวพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึนราวกับจะถล่มลงมาหลี่กุ้ยเซียนที่เอนกายลงบนม้านั่งยาวเริ่มมีอาการกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด ลอบมองออกไปนอกหน้าต่างครั้งแล้วครั้งเล่า ในใจคงกำลังพะวงถึงแผนการของเสี่ยวเหมยที่จะพาคนไปขุดช่วยลูกชายออกมา ยิ่งเห็นสายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสาย หลี่กุ้ยเซียนก็ยิ่งอยู่ไม่ติด“เจียลี่ ฉันรู้สึกใจไม่ดียังไงไม่รู้ อยากจะออกไปที่สุสานอีกสักรอบ อยากไปดูให้แน่ใจกลัวว่าหลุมศพของเว่ยถิงจะมีน้ำท่วมขังรึเปล่า”หลี่กุ้ยเซียนขยับตัวลุกขึ้นหมายจะก้าวออกจากบ้านด้วยความร้อนรน แต่จ้าวเจียลี่กลับเข้าไปขวางประตูไว้ทันที“แม่จ
last updateLast Updated : 2026-06-26
Read more
4 ขุดหลุมศพ
4ขุดหลุมศพที่สุสานสาธารณะท้ายหมู่บ้าน สายฝนโหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนผืนดินกลายเป็นโคลน เสี่ยวเหมยยืนถือร่มอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ ใบหน้าสะสวยบิดเบี้ยวด้วยความร้อนใจ เธอสั่งกำชับชายฉกรรจ์สองคนที่จ้างมาให้ขุดดินอย่างเร่งด่วน“เร็วเข้าสิ! มัวชักช้าอะไรอยู่ เดี๋ยวพวกชาวบ้านมาเห็นเข้าจะวุ่นวายกันไปใหญ่”ชายฉกรรจ์ทั้งสองเหงื่อไหลปนไปกับน้ำฝน พวกเขาออกแรงขุดแข่งกับเสียงฟ้าร้อง ความเหนอะหนะของดินโคลนทำให้การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่เพราะเห็นแก่เงินก้อนโตที่เสี่ยวเหมยหยิบยื่นให้ พวกเขาจึงต้องกัดฟันขุดต่อไปเพียงไม่กี่ชั่วยามผ่านไปคมจอบก็กระทบเข้ากับฝาโลงไม้เนื้อแข็ง เสี่ยวเหมยใจชื้นขึ้นมาทันที หล่อนขยับเข้าไปใกล้ปากหลุมพลางชะโงกหน้ามองด้วยความตื่นเต้น“เจอแล้ว! รีบเอาดินออกให้หมดแล้วเปิดฝาโลงเร็วเข้า เว่ยถิงคงจะอึดอัดแย่แล้ว”ชายทั้งสองช่วยกันใช้มือตะกุยโคลนออกจากหน้าโลงศพ แต่เมื่อเสี่ยวเหมยได้เห็นลักษณะของโลงศพชัดๆ หล่อนกลับต้องขมวดคิ้วแน่น โลงศพตรงหน้าดูแข็งแรงกว่าที่นัดแนะกับหลี่กุ้ยเซียนไว้มาก และที่สำคัญคือหัวตะปูตัวยาวถูกตอกจมมิดลงไปในเนื้อไม้แทบทุกตารางนิ้ว“ทำไมตอกฝาโลงแน่นข
last updateLast Updated : 2026-06-26
Read more
5 เดี๋ยวจะเสียสุขภาพ
5เดี๋ยวจะเสียสุขภาพจ้าวเจียลี่มองอาการฟูมฟายของแม่สามีด้วยสายตาเรียบเฉย เธอไม่ได้รู้สึกสงสารแต่กลับรู้สึกสมเพชในความพยายามที่จะป้ายสีความผิดมาให้เธอ“แม่คะ ไปตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะ ทางไปตัวอำเภอน่ะไกลหลายสิบกิโล แถมพายุเข้าโคลนถล่มแบบนี้รถประจำทางก็ไม่มีวิ่ง รถยนต์ในหมู่บ้านเรานอกจากบ้านเถ้าแก่หวังที่รวยล้นฟ้าก็ไม่มีใครมีใช้กันหรอก"หลี่กุ้ยเซียนชะงักพลางถลึงตาใส่ “ไม่รู้แหละ! ยังไงฉันก็ต้องไป เว่ยถิงลูกชายฉันกำลังลำบาก แกมันคนใจจืดใจดำ นังสะใภ้อกตัญญู!”เมื่อเห็นว่าลูกสะใภ้ไม่สะทกสะท้าน หลี่กุ้ยเซียนก็ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น ทุบขาตัวเองปึกๆ ร้องห่มร้องไห้ปากก็พร่ำด่าไม่หยุด“โอ๊ย! เวรกรรมอะไรของฉันที่ได้สะใภ้แบบนี้ ผัวเกือบตายทั้งคนยังมานั่งทำหน้าตายอยู่ได้ บรรพบุรุษตระกูลจางคงสาปแช่งเธอไปถึงชาติหน้า!”จ้าวเจียลี่ไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอลุกขึ้นยืนพลางยกมือขึ้นปิดปากหาวหวอดแบบไม่เกรงใจสายตาใคร“ดึกมากแล้วนะคะแม่ ร้องไห้ไปก็ไม่มีรถมารับหรอกค่ะ พักผ่อนนอนหลับเถอะเดี๋ยวจะเสียสุขภาพไปอีกคน ส่วนฉันเองก็ง่วงเต็มทีแล้ว วันนี้เหนื่อยกับพิธีฝังศพมาทั้งวันขอตัวไปนอนก่อน”พูดจบเจียลี่ก็เดินสะบั
last updateLast Updated : 2026-06-26
Read more
6 ชวนเข้าบ้าน
6ชวนเข้าบ้านเมื่อประตูห้องผู้ป่วยถูกผลักออก นายแพทย์วัยกลางคนเดินถือแฟ้มประวัติการรักษาเข้ามา หลี่กุ้ยเซียนที่นั่งกระวนกระวายอยู่รีบผุดลุกขึ้นแล้วพุ่งเข้าไปคว้าแขนเสื้อกาวน์ของหมอไว้แน่น"คุณหมอคะ! ลูกชายฉันเป็นยังไงบ้าง เขาพ้นขีดอันตรายหรือยัง เมื่อไหร่เขาจะฟื้นคะ""ใจเย็นๆ ก่อนครับคุณป้า ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว สัญญาณชีพกลับมาคงที่""ขอบคุณสวรรค์! เห็นไหมเสี่ยวเหมย เว่ยถิงไม่เป็นอะไรแล้ว!""ผมไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เป็นอะไรนะครับ ถึงคนไข้จะพ้นขีดอันตราย แต่ผมตอบไม่ได้ว่าเขาจะฟื้นเมื่อไหร่ หรือต่อให้ฟื้นขึ้นมาเขาก็คงไม่เหมือนเดิม" หมออธิบายเสริม"หมายความว่ายังไงคะคุณหมอ ที่ว่าไม่เหมือนเดิมคืออะไร" เสี่ยวเหมยรีบถามแทรกขึ้นมา ใบหน้าของเธอซีดเผือด"ร่างกายของเขาแช่อยู่ในน้ำโคลนสกปรกนานเกินไปครับ น้ำเข้าปอดจนติดเชื้อรุนแรง ที่แย่คือสมองขาดออกซิเจนไปนานมาก ต่อให้ฟื้นเขาก็อาจจะมีอาการอัมพาตครึ่งซีกหรือเป็นอัมพาตทั้งตัว กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่รับรู้แต่ขยับตัวไม่ได้ ต้องมีคนคอยป้อนข้าวป้อนน้ำและเช็ดตัวให้ตลอด”พูดจบหมอก็ขอตัวเดินไปตรวจเตียงอื่น หลี่กุ้ยเซียนเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่ง
last updateLast Updated : 2026-06-26
Read more
7 เต็มใจช่วย
7เต็มใจช่วย"เงินก้อนนี้ถือว่าฉันให้ยืมก่อนนะคะป้าหลี่"“ขอบใจเธอมากเสี่ยวเหมย ป้าจะจำบุญคุณครั้งนี้เอาไว้”เสี่ยวเหมยยื่นธนบัตรปึกสุดท้ายให้กับพยาบาลด้วยมือที่สั่นเทา พยายามฝืนยิ้มทั้งที่กระเป๋าเงินในมือเบาหวิว หลี่กุ้ยเซียนรีบรับใบเสร็จมาถือไว้ "เจียลี่! มัวยืนบื้ออยู่ทำไม รีบมาช่วยอุ้มสามีเธอสิ"ร่างกายของจางเว่ยถิงในตอนนี้หนักราวกับท่อนไม้ใหญ่ การจะเคลื่อนย้ายผู้ชายที่ตัวโตไร้สติไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้หญิงเลย"ฉันต้องถือยาและสัมภาระ เว่ยถิงตัวใหญ่ขนาดนี้ฉันคนเดียวพยุงไม่ไหวหรอก เสี่ยวเหมยแข็งแรงกว่าแถมยังเป็นห่วงเว่ยถิงมากให้เธอช่วยแม่พยุงดีกว่านะคะ"จ้าวเจียลี่ชูถุงยาและสัมภาระในมือขึ้นมาเป็นข้ออ้าง เธอถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อเปิดทางให้ชู้รักของสามีเข้ามาทำหน้าที่แทน เสี่ยวเหมยกัดฟันกรอดแต่ก็ยังฝืนยิ้มแข็งๆ"หนูช่วยเองค่ะ เราจะกลับกันยังไงคะป้าหลี่""ก็คงต้องนั่งรถประจำทางกลับ ค่าจ้างรถเหมามันแพง เราออกแรงช่วยกันหิ้วปีกเขาหน่อย ไม่ไหวก็ต้องไหว"หลี่กุ้ยเซียนออกคำสั่ง เสี่ยวเหมยจึงจำใจสอดแขนเข้าไปใต้รักแร้ของชายที่นอนเป็นผัก ทั้งสองลากร่างที่ไร้การตอบสนองออกจากห้องพักผู้ป
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
8 กับข้าวเสร็จหมดแล้ว
8กับข้าวเสร็จหมดแล้วจ้าวเจียลี่เปิดประตูห้องนอนออกมาในตอนเช้าตรู่ สายตาของเธอปะทะเข้ากับร่างของเสี่ยวเหมยที่นอนฟุบหมดสภาพอยู่ข้างเตียงของจางเว่ยถิง ใบหน้าของเสี่ยวเหมยดูซีดเซียว ส่วนสามีอัมพาตยังคงนอนต่อไปไร้จุดหมาย เจียลี่เหยียดยิ้มแวบหนึ่งเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทั้งสองช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันราวกับผีเน่ากับโลงผุ เธอละสายตาก่อนจะผละตัวเดินตรงเข้าครัวเพื่อทำอาหารเช้าการเข้าครัวครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเธอยินยอมตกเป็นคนรับใช้คอยหุงหาอาหารให้คนพวกนี้เหมือนในชาติที่แล้ว แต่เป็นเพราะเธอวางแผนที่จะโยนหน้าที่อันน่าเบื่อหน่ายนี้ไปให้คนอื่นรับผิดชอบแทนต่างหาก"แม่คะ เสี่ยวเหมย ตื่นมากินข้าวเช้าได้แล้ว กับข้าวเสร็จหมดแล้ว"จ้าวเจียลี่ตะโกนเรียกเสียงดัง หลี่กุ้ยเซียนเปิดประตูห้องนอนเดินบิดขี้เกียจงัวเงียออกมาเป็นคนแรก ส่วนเสี่ยวเหมยใช้มือทุบเอวตัวเองพลางพยุงร่างตามออกมาด้วยท่าทางอิดโรยจากการอดนอน ทั้งสองคนเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าวเก่าๆ ที่มีถ้วยกับข้าววางอยู่สองสามอย่าง แต่กลิ่นฉุนแปลกประหลาดลอยมาเตะจมูกชวนให้รู้สึกพะอืดพะอมยิ่งนัก"นี่เธอทำกับข้าวภาษาอะไรเจียลี่ เค็มจนไตจะพัง ข้าวก็แข็งยังกับกรวด"
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
9 ฉันจะออกไปหางาน
9ฉันจะออกไปหางานเรื่องการหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวเป็นเพียงข้ออ้างที่จ้าวเจียลี่สร้างขึ้นเพื่อผูกมัดให้เสี่ยวเหมยต้องรับศึกหนักต่อไป ชาติที่แล้วเธอเคยโง่งมทำงานรับจ้างสารพัดจนมือหยาบกร้านเพื่อหาเงินมาป้อนใส่ปากแม่สามี แต่ชาตินี้หยาดเหงื่อทุกหยดและเงินทุกหยวนที่เธอหามาได้จะถูกใช้เพื่อสร้างอนาคตใหม่และความมั่งคั่งให้แก่ตนเองเท่านั้นโลกภายนอกในยุคที่กำลังเปิดกว้างและเต็มไปด้วยโอกาสในการสร้างตัว เธอจะใช้ช่วงเวลานี้ตัดขาดกับครอบครัวสับปะรังเคนี่และก้าวไปข้างหน้า เมื่อใดที่เธอประสบความสำเร็จและยืนได้ด้วยตนเอง หลี่กุ้ยเซียนและเสี่ยวเหมยรวมถึงจางเว่ยถิงก็ไม่ได้มีความหมายกับเธออีกเธอคว้าสายกระเป๋าผ้าขึ้นมาพาดบ่า เธอเดินกระแทกไหล่เสี่ยวเหมยออกไปโดยไม่หันกลับไปมองสามีที่นอนอยู่บนเตียงในห้องโถงแม้แต่หางตา เจียลี่ก้าวเท้าออกจากประตูรั้วตระกูลจางมุ่งหน้าสู่สถานีรถโดยสารประจำทางเพื่อเข้าตัวอำเภอ เธอก้าวลงจากรถโดยสารประจำทางสายเก่าเมื่อมาถึงตัวอำเภอ สองข้างทางเต็มไปด้วยตึกแถวสองชั้น เดินตรงไปยังพื้นที่ริมคลองสายหลักซึ่งเป็นจุดสำคัญ ความทรงจำในชาติที่แล้วผุดขึ้นมาในหัว เธอจำได้แม่นยำว่าในช่วง
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
10 แม่อย่าทิ้งผมไป
10แม่อย่าทิ้งผมไปเมื่อมาถึงโรงพยาบาลอำเภอ จ้าวเจียลี่ในสภาพเนื้อตัวเปียกปอนรีบก้าวลงจากรถโดยมีพยาบาลสองคนช่วยกันประคอง พยาบาลวัยกลางคนเห็นหญิงสาวนั่งตัวสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บจึงรีบวิ่งไปหยิบผ้าห่มมาคลุมกายให้เพื่อคลายความหนาว ก่อนจะพาเธอเดินเข้าไปพักผ่อนในห้องผู้ป่วยรวมพิเศษ และจัดแจงให้นอนลงบนเตียงคนไข้ที่อยู่ติดกับเตียงของเด็กชายตัวน้อยเวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังเข้ามาใกล้ก่อนที่บานประตูห้องจะถูกผลักออก ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนื้อดีเดินนำเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความวิตกกังวล เขาคือเฉินเยว่ซวน ประธานใหญ่แห่งโรงงานสิ่งทอเฉินซิงผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในมณฑล ข้างกายของเขามีเลขาคนสนิทนามว่าหม่าเฉิงเดินถือกระเป๋าเอกสารตามเข้ามาติดๆ เฉินเยว่ซวนตรงดิ่งเข้าไปหาเตียงของลูกชายทันที สายตาคมกวาดมองใบหน้าของเฉินจื่อหานวัยเจ็ดขวบที่บัดนี้มีหน้ากากออกซิเจนครอบอยู่ แต่สัญญาณชีพบนจอมอนิเตอร์กลับมาคงที่แล้ว"คุณชายน้อยปลอดภัยแล้วครับท่านประธาน หมอบอกว่าโชคดีที่มีผู้หญิงคนหนึ่งกระโดดลงไปช่วยไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงไม่รอด" เลขาหม่าเฉิงเ
last updateLast Updated : 2026-07-03
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status