Share

บทที่ 2

last update Last Updated: 2025-12-29 15:58:44

“ท่านแม่ทัพ” อู๋อิงสงร้องเตือนและดีดตัวขึ้นด้วยวิชาตัวเบา เขาพุ่งตัวไปจากม้าเพื่อบังลูกดอกให้ผู้เป็นนาย ทว่าตัวเขากลับโดนลูกดอกเสียก่อน ทำให้สูญเสียทิศทางการควบคุม

ในขณะที่ลูกดอกพุ่งเข้าไปใกล้หน้าอกของจ้าวเหยียนเจี๋ย แสงสีเขียวลักษณะคล้ายดังเกราะวงกลมก็สะท้อนออกมาจากกำไลหยกสีเขียว กำไลหยกลายมังกรนี้ เจิ้งฮุ่ยเจินอดีตฮองเฮามารดาของเขามอบให้ก่อนที่นางจะสิ้นใจ แสงเจิดจ้าสีเขียวเข้าครอบคลุมร่างของจ้าวเหยียนเจี๋ยเอาไว้ ทำให้ลูกดอกที่พุ่งเข้ามากระเด็นไปคนละทิศละทาง

ทันใดนั้นตรงกลางของแสงลึกลับ กลับปรากฏร่างหญิงสาวที่แต่งกายประหลาดนางหนึ่ง นางค่อยๆ ร่วงลงบนตักของจ้าวเหยียนเจี๋ย แขนแกร่งทั้งสองข้างยื่นออกไปรับร่างนั้นไว้ทั้งที่ยังอยู่บนหลังม้า ความร้อนที่ยังคงแผ่ซ่านออกมาจากกำไล ทำให้จ้าวเหยียนเจี๋ยก้มลงไปมอง เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าที่ข้อมือของหญิงสาวก็ปรากฏกำไลอีกอัน กำไลที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับกำไลที่เขามี

ร่างของทั้งคู่ร่วงลงมาจากหลังม้า ด้วยเพราะม้าเกิดตกใจกับสิ่งที่ปรากฏ มันยกขาหน้าทั้งสองขึ้นพร้อมกับดีดตัวไปมา ร่างแบบบางของหญิงสาวแปลกหน้ากระพริบตาปริบๆ ให้จ้าวเหยียนเจี๋ย นางมองเขาคล้ายยังคงไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ดีนัก ทั้งคู่ต่างคนต่างก็มองหน้ากันและกันนิ่ง

“อีกแล้วเหรอเนี่ย!!” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่อตระหนักถึงสิ่งที่อยู่รอบตัว ผมยาวสลวยสีดำขลับที่มวยเอาไว้บนศีรษะ เริ่มหลุดลุ่ย ทว่ามันก็มิอาจซ่อนใบหน้าอันงดงามของนางเอาไว้ได้เลย

จ้าวเหยียนเจี๋ยถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ ใบหน้าของหญิงสาวอยู่ใกล้จนเขารับรู้ถึงลมหายใจของนาง ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้า เมื่อเห็นใบหน้าของโฉมสะคราญในอ้อมแขนชัดเจน เขามองร่างอรชรอ้อนแอ้นที่ให้สัมผัสนุ่มนิ่ม แนบสนิทไปกับร่างสูงใหญ่ของตนแล้วใจเต้นแรง เขาสาบานได้เลยว่าเขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมาจากตัวหญิงสาวด้วย

เสียงลูกดอกปักลงบนพื้นสะพานใกล้ๆ ดังขึ้นขัดจังหวะการพบกันของทั้งสอง จ้าวเหยียนเจี๋ยคว้าร่างของหญิงสาวเข้าหาตัว กอดกระชับเอาไว้อย่างปกป้อง

อู๋อิงสงที่ได้รับบาดเจ็บลุกขึ้นทันใด เขารีบเข้ามาระวังภัยให้ เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายนั้นยังคงง่วนอยู่กับการช่วยหญิงสาวปริศนาให้ยืนขึ้น เขารีบจับบังเหียนม้าเอาไว้ทั้งสองตัว ทว่าม้าทั้งสองตัวยังคงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันสะบัดตัวอย่างแรงจนชนเข้ากับแผ่นหลังของจ้าวเหยียนเจี๋ยที่ยืนอยู่ขอบสะพาน

จังหวะนั้นเองที่ลูกดอกอีกชุดพุ่งเข้ามายังทั้งสาม จ้าวเหยียนเจี๋ยรวบร่างของหญิงสาวดึงให้หลบ ทำให้ลูกดอกเหล่านั้นปักเข้าไปยังกลางหลังของเขา ชายหนุ่มที่สูญเสียการควบคุมเซไปข้างหน้า หญิงสาวเองก็ไม่สามารถทานน้ำหนักคนตัวโตกว่าเอาไว้ได้ ทั้งคู่พลัดตกลงมาจากขอบสะพาน ร่วงลงสู่แม่น้ำที่เชี่ยวกราดเบื้องล่าง

“ท่านแม่ทัพ ไม่” เสียงอู๋อิงสงร้องตะโกนเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทั้งสองได้ยินก่อนทุกอย่างจะดับมืดลง

วันวิสาข์ขยับตัวด้วยความอึดอัด เมื่อลืมตาขึ้นจึงได้รู้ว่าโดนคนตัวโตกว่าเกยทับเอาไว้เกือบทั้งตัว คาดว่าสายน้ำคงพัดพาทั้งสองมาไกลพอสมควร เพราะมองไม่เห็นป่าสนและสะพานที่ทั้งคู่ร่วงลงมาแล้ว สติสัมปชัญญะที่เริ่มเลือนรางทำให้วันวิสาข์พยายามสูดอากาศเข้าปอด อาจเพราะเขาตัวหนักทำให้หายใจไม่สะดวก แต่ไม่นานกลับรับรู้ได้ว่ามีกลุ่มคนเข้ามาช่วยยกตัวเขาออก

“แม่นางเจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า”

“ชายคนนี้ได้รับบาดเจ็บนี่”

“ชีพจรอ่อนจนแทบไม่เต้นแล้ว ลมหายใจของเขาก็ริบหรี่เต็มทน แม่นางเขาคือสามีของเจ้ากระมัง” คนเอ่ยยกข้อมือของเขาขึ้นและมองมาที่ข้อมือหญิงสาวเช่นกัน

“ของหมั้นของพวกเขากระมัง”

‘หมายถึงกำไลหรือ’ วันวิสาข์มองดูกำไลที่ข้อมือของชายหนุ่มแล้วแทบลืมหายใจ หญิงสาวยกข้อมือตัวเองขึ้นมาดู และพบว่ามันเหมือนกันจนแทบจะแยกไม่ออก

“เขาเป็นอย่างไรบ้าง” วันวิสาข์เอ่ยถาม ทั้งยังพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น

ตอนนี้หญิงสาวรู้แล้วว่าทำไม่ตนกับเขาเกือบต้องจมน้ำตาย สาเหตุคงเพราะเป้สนามใบโตนั่นเอง แต่พอถอดเป้วางลงก็ต้องคิดใหม่ เมื่อมองเห็นลูกดอกสามอันเสียบติดอยู่ที่เป้ วันวิสาข์จับชีพจรของเขาแล้วตกใจ เขาหยุดหายใจไปแล้วแต่ชีพจรยังอยู่แม้ว่าจะแผ่วมาก “พวกท่านถอยออกไปสักนิด เขาจะได้มีอากาศหายใจ”

“แต่เขาไม่หายใจแล้วนี่”

“ไม่หรอก” วันวิสาข์จับใบหน้าเขาแหงนเงยขึ้น ตรวจว่าในปากของเขาไม่มีสิ่งแปลกปลอมหลงเหลือ ก่อนใช้ฝ่ามือทั้งสองประสานกันกดลงไปบนหน้าอกเขาเป็นจังหวะ “หายใจ หายใจ ท่านต้องหายใจ หายใจสิ” เอ่ยจบก็ก้มลงเอาหูแนบหน้าอกเขาอีกครั้ง ทว่าไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

เหล่าคนที่เข้ามาดูเหตุการณ์เริ่มส่งเสียงเห็นใจ ตอนที่หญิงสาวก้มลงเป่าลมหายใจลงไปแบบปากต่อปาก ก็มีเสียงอึงคะนึงอย่างไม่เข้าใจจากคนรอบข้าง และมีเสียงหนึ่งเอ่ยออกมาอย่างเห็นอกเห็นใจ “แม่นางเจ้าก็ตัดอกตัดใจเถิดนะ เขาตายไปแล้ว แต่เจ้ายังต้องอยู่ต่อ”

“นั่นสิอย่าทำแบบนี้เลยดูจากบาดแผลและที่เขานอนทับเจ้าเมื่อครู่เขาพยายามปกป้องเจ้า เจ้าก็อย่าทำให้เขาเสียแรงเปล่าเลย” หลายคนยังคงปลอบทว่าวันวิสาข์ยังคงทำแบบเดิมสลับกันไปมา กระทั่งคนที่นอนนิ่งเมื่อครู่สำลักออกมา ชายหนุ่มลืมตาช้าๆ พร้อมกับไอออกมาถี่ๆ

หลายคนในที่นั่นถึงกับตกใจกลัว เพราะมันเหมือนกับว่าชายหนุ่มตายแล้วฟื้นคืนชีพ

“รู้สึกอย่างไรบ้าง” วันวิสาข์ยิ้มให้เขาเมื่อเขาหันหน้ามามอง

“เป็นไปได้อย่างไรเมื่อครู่เขาไม่หายใจแล้วนี่”

“นั่นสิข้าเอานิ้วจ่อดูแล้วเขาไม่หายใจจริงๆนะ”

“หรือเมื่อครู่นางแบ่งลมหายใจของนางให้เขา”

“จริงหรือ นางคงจะรักสามีนางมากนะ”

“นั่นสินะ ดูเหมือนเขาก็ปกป้องนางนี่ โถ พวกเจ้าช่างมั่นคงต่อกันและกันเหลือเกินนะ”

“ว่าแต่ว่านางทำได้ยังไงกัน”

“นั่นสิ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 173

    “ท่านคิดจะรับผิดชอบในตัวข้า เพียงเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเดียวหรือว่า...ท่านมีความรู้สึกให้ข้ากันเล่า” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างยั่วเย้า“อะไรนะ” อู๋อิงสงเลิกคิ้ว สิ่งที่เขาแสดงออกทั้งหมดบนเกี้ยววันนั้น หรือว่ายังไม่เพียงพอที่จะทำให้นางเห็นว่าเขามีใจให้นาง หรือว่าเขาจะต้องทำมากกว่านั้นคิดได้เช่นนั้นเขาก็ใช้ความเร็วเอื้อมมือไปคว้านางเอาไว้แล้วดึงนางลงไปในถังน้ำด้วยกัน อวิ๋นหยาหวีดร้องเสียงเบา คาดไม่ถึงว่าเขาจะทำเช่นนี้ นางออกหมัด ทว่าเขาก็รู้ทันจึงใช้มือสกัดเอาไว้ได้ ทั้งสองต่อยตีกันในถังน้ำอย่างจริงจังจนกระทั่งน้ำในถังกระฉอกออกมาด้านนอกเกือบครึ่ง“ปล่อยข้านะ” นางหอบหายใจออกมาเมื่อโดนเขารัดเอาไว้ได้ทั้งร่าง ทั่วทั้งร่างนางเปียกมะลอกมะแลก แผ่นหลังของนางแนบชิดอยู่กับแผ่นอกเปลือยเปล่าของเขา นางใจเต้นแรงเมื่อภาพหน้าอกหนั่นแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาปรากฏขึ้นในห้วงความทรงจำ ชวนให้นางคิดเลยเถิดยิ่ง“เจ้าถอนคำพูดเมื่อครู่เสีย” อู๋อิงสงเอ่ย ตอนนี้ไหล่และต้นแขนเขาโดนฝ่ามือของนางจนเจ็บไปหมด แต่กระนั้นเขาก็ไม่ยอมแพ้ เพราะเขารู้ว่าแม้นางจะมีวรยุทธ์สูงกว่าเขา ทว่านางก็ไม่ได้อยากจะทำร้ายเขาจริงๆ มิเช่น

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 172

    “เจ้ามีดวงตาเหมือนมารดา ทุกครั้งที่เห็นเจ้าทำให้ข้าคิดถึงนาง แต่ในอีกทางเจ้าก็เหมือนพ่อของเจ้ามาก สูงส่ง สง่างาม”จ้าวเหยียนเจี๋ยนั่งฟังนิ่งๆ“เจ้าเป็นทุกข์มากหรือที่รู้ถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเอง”“ข้ามิได้เป็นทุกข์เรื่องนั้น ข้าเพียงแต่ไม่อยากจะเชื่อว่าเสด็จแม่ ข้าหมายถึงอดีตฮองเฮา...เรื่องทั้งหมดมันคล้ายเป็นเรื่องโกหก มันยากจะเชื่อ ทรงเมตตาข้ามาก ข้า...”“เจ้าจะเรียกนางว่าแม่เช่นเดิมก็ได้ มิผิดหรอก เพราะนางรักเจ้าอย่างแท้จริง แม้ว่าความรักของนางจะเป็นเพียงภาพลวงที่นางสร้างขึ้นมา นางหลอกคนอื่นว่าเจ้าเป็นบุตรของนางยังไม่พอ แต่นางยังคงหลอกตัวเองด้วย ตลอดเวลาที่นางเลี้ยงดูเจ้า นางหลอกตัวเองมาเสมอว่าเจ้าคือบุตรที่นางคลอดมา ความรักที่นางมอบให้เจ้ามันมิได้เริ่มต้นมาอย่างบริสุทธิ์ นางใช้ทุกวิธีทางเพื่อให้ได้เจ้ามาแม้ว่านั่นจะหมายถึงชีวิตผู้อื่น” หลี่เฟิงเสวียนเอ่ยเนิบนาบใจเย็น ทว่าเขาก็ยังคงสังเกตทีท่าของจ้าวเหยียนเจี๋ยอยู่ไม่ห่าง“เจ้าหนีมาเช่นนี้มิใช่เรื่องที่บุรุษสมควรกระทำ แต่ข้าจะไม่โทษเจ้า เพราะตลอดชีวิตของเจ้า มีเพียงเจิ้งฮุ่ยเจินคนนี้ที่ทำให้เจ้าอยู่รอดปลอดภัย อีกทั้งสิ่งที่เจ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 171

    “ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าหลี่หลิงอยู่ที่ใด อีกทั้งยังต้องได้บันทึกของอาลักษณ์หญิง และที่สำคัญข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารเจี๋ย สองเรื่องแรกเสวียนหมิงรับปากข้าแล้ว แต่เรื่องสุดท้ายนั้น...” เหยียนหว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้ว นางรู้ดีว่าเรื่องนี้อาจจะไม่เกินความสามารถเขา ทว่ามันจะกลายเป็นปัญญายุ่งยากสำหรับเสวียนหมิง“ให้เสวียนหมิงสืบอาจใช้เวลาไม่นาน ทว่าวังเมฆาอัคคีอาจจะกลายเป็นศัตรูกับพรรคกิเลนแดง อีกทั้งวังเมฆาอัคคีไม่ยุ่งเกี่ยวกับราชสำนัก หากเขายื่นมือเข้าไปแทรกแซง อาจจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายได้” หลี่เฟิงเสวียนเอ่ยอย่างใช้ความคิด“ข้าเองก็คิดเช่นนั้นจึงไม่ขอเขามากไปกว่านี้ ข้าเพียงให้เขาช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จะไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องนี้เด็ดขาด”“ให้เขาช่วยตามหาอาลักษณ์หญิงน่าจะไม่เหลือบ่ากว่าแรง”“ท่านช่างรู้ใจข้า ข้าให้เขาหาตัวอาลักษณ์หญิงให้ข้าจริงๆ อีกทั้งข้ายังให้เขาสะกดรอยนางไป เราจะต้องไม่ให้นางรู้ว่าเราแอบเข้าไปยังที่เก็บบันทึกเหล่านั้น”“ท่าทีของเสวียนหมิงที่มีต่อเจ้าคงจะไม่ต่างจากท่าทีที่มีต่อข้าเท่าไร เพราะเขารู้จักเจ้าก่อนที่จะเจอเจ้าเสียอีก” หลี่เฟิงเสวียน

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 170

    “ไม่มีสิ่งใดที่เจ้าต้องขอโทษเจ้าได้ปลดปล่อยข้าแล้ว เจ้ากลับมาแล้วมาอยู่ต่อหน้าข้า ทำให้ข้าได้มีโอกาสบอกเจ้าด้วยตัวข้าเองในวันนี้” หลี่เฟิงเสวียนยังคงยิ้มเยือนอย่างอ่อนโยนให้นาง “เอาล่ะหยุดร้องไห้เถิด ตอนนี้เจ้าได้อะไรมาบ้าง และอยากจะถามอะไรจากข้าบ้าง”“หลายอย่างข้ารู้แล้ว แต่...ข้าอยากจะรู้ว่า...ทำไม...ทำไม...ชิงเซียนจึงเลือกที่จะฆ่าตัวตาย” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยตะกุกตะกัก นางแอบเงยหน้าสังเกตสีหน้าหลี่เฟิงเสวียนเมื่อเอ่ยถึงชิงเซียน“มันผ่านมาหลายปีแล้วหว่านเอ๋อร์ แม้ข้าจะยังรักและคิดถึงนางอยู่แต่ก็ไม่ได้โศกเศร้าเช่นตอนแรก เพราะข้ารู้ว่านางได้เลือกในสิ่งที่จะทำให้นางมีความสุข และความสุขของนางคือเหยียนเจี๋ยอยู่รอดปลอดภัย และตอนนี้เขาก็ยืนอยู่ข้างหลังข้าห่างออกไปไม่กี่ก้าว ทั้งยังเป็นศัตรูหัวใจของข้าเสียด้วย” เอ่ยแล้วก็หัวเราะออกมา“มันใช่เวลาที่ท่านจะมาล้อเล่นเช่นนี้หรือไร”“อ้าว เจ้าไม่รู้สึกว่ามันน่าขันหรอกหรือ” หลี่เฟิงเสวียนยิ้ม “ข้าจะช่วยเจ้าทุกอย่าง ช่วยให้เขาอยู่รอดปลอดภัย แต่นั่นมิใช่เพื่อเซียนเอ๋อร์แต่เพื่อเจ้าด้วย ชีวิตของข้าก่อนหน้าที่จะเจอเจ้า ข้ามีเพียงชิงเซียนเป็นครอบครัวที

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 169

    “ไปเถิด” หลี่เฟิงเสวียนก้าวเท้านำไปก่อน เหยียนหว่านเอ๋อร์เข้าไปพยุงซึ่งเขาเองก็ไม่รังเกียจ ทั้งที่เขาไม่เคยให้ใครช่วยพยุงเขาเดินเลยตั้งแต่เขาเสียขาข้างนี้ไปในตอนที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกไปด้วยกันนั้น จ้าวเหยียนเจี๋ยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าของเหยียนหว่านเอ๋อร์ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ตอนนี้เขากลับยื่นมือออกไปแตะแขนนางเอาไว้เบาๆเหยียนหว่านเอ๋อร์ชะงัก นางก้มลงมองมือของเขาที่แตะอยู่ที่แขน แต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเขาจ้าวเหยียนเจี๋ยชักมือกลับมาเมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของนาง“อิงสง” นางกลับเอ่ยเรียกอู๋อิงสงขึ้นมา“ขอรับ”“เฝ้าเขาเอาไว้ หากเขาคิดหนีไปอีกข้าอนุญาตให้เจ้าทุบเขาให้สลบ จับเขามัดมือมัดเท้าเอาไว้” ระหว่างที่เอ่ยทุกคำออกมานางไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเขา จากนั้นก็ก้าวเดินออกไปพร้อมกับหลี่เฟิงเสวียน“เอ่อ...” อู๋อิงสงได้แต่มองตามนางไปงงๆจ้าวเหยียนเจี๋ยมองร่างสองร่างที่เดินเคียงข้างกันออกไป หัวใจของเขาคล้ายถูกบีบรัดอย่างรุนแรง ในหัวสมองตื้อไปหมด ร่างกายของเขาแข็งทื่อไม่มีแรงแม้แต่จะยื่นมือออกไปรั้งนาง ไม่มีคำพูดใดๆ เขายืนมองอย่างอย่างนั้นด้วยใบหน้าหวั่นเกรง เพราะการกระทำที่วู่วา

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 168

    “อีกนานไหม” เหยียนหว่านเอ๋อร์เสียงสะท้าน พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะไม่ร้องไห้ออกมา “ข้าต้องรอเขาอีกนานเพียงใด ข้ากลัวว่าข้าจะหมดแรงไปเสียก่อน ข้ากลัวว่าข้าจะล้มลงไปแล้วไม่มีวันลุกขึ้นมาได้อีก เพราะตอนนี้ข้าเหนื่อยเหลือเกิน” เหยียนหว่านเอ๋อร์กลั้นก้อนสะอื้น แต่ก็ไม่อาจต้านทาน นางร้องไห้ออกมาในที่สุดทว่าก็พยายามไม่ส่งเสียง“เจ้าจะไม่มีวันล้มเพราะหากเจ้าเพลี่ยงพล้ำ เจ้ายังมีพวกข้าคอยประคองอยู่ข้างๆ ข้ากับอิงสงไม่มีวันปล่อยให้เจ้าล้ม หากเจ้าล้มจริงก็ต้องหลังจากที่ข้ากับอิงสงล้มเท่านั้น ดังนั้นอย่ากลัวไปเลย” ไม่มีครั้งใดที่สือเจี้ยนหาวจะอ่อนโยนได้มากเท่าครั้งนี้อีกแล้ว ไม่มี“ข้ารู้แล้ว” เหยียนหว่านเอ๋อร์พยักหน้า นางยิ้มให้เขาทั้งน้ำตาก่อนที่มองตรงไปยังกระท่อมหลังนั้นอีกครั้ง“มาเถิดขอรับ เราต้องกลับกันแล้ว” อู๋อิงสงเอ่ย“ได้” เหยียนหว่านเอ๋อร์ตอบรับอย่างว่าง่าย นางปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ ก่อนจะขึ้นรถม้าไป รถม้าเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ ห่างออกไปจากเนินเล็กๆ นั้น เมื่อนางเปิดม่านรถม้าขึ้นอีกครั้งสือเจี้ยนหาวก็หายไปแล้ว กระนั้นนางก็ยังคงพยายามเพ่งสายตามองเข้าไปยังกระท่อมหลังนั้นขณะเดียวกันจ้าวเหยียนเจี๋

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status