Mag-log inชาติก่อนนางคือผู้ทำลายชะตาชีวิตผู้อื่น สวรรค์ยังเมตตาให้โอกาสกลับมาเกิดใหม่ ชาตินี้นางอยากแก้ไขเรื่องอดีตและอยากมีชีวิตที่ดี แต่กับบุรุษผู้นั้นนางควรเกี่ยวข้องหรือไม่
view moreจวนจิ้งกั๋วกงที่เคยกว้างใหญ่โอ่อ่ามีแต่ความหรูหราตามฐานะขุนนางราชวงศ์กำลังถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงโชติช่วง แสงสว่างวาบและความร้อนจัดแผ่จากเปลวไฟสีแดงกระจายไปโดยรอบ ผู้คนวิ่งหนีตายกันอลหม่านบ้างล้มลงบ้างร้องไห้ ใครวิ่งหนีทันก็มีชีวิตรอด ใครรู้ตัวช้าก็ถูกไฟคลอกตายกลายเป็นผีเฝ้าจวน
เสียงกรีดร้องโหยหวนขอความช่วยเหลืออย่างน่าสังเวชดังก้องเข้ามาในโสตประสาท สตรีผู้องอาจงดงามสง่าสวมชุดแพรไหมสีแดงเข้มยืนมองดูด้วยแววตาเย็นยะเยือก ท่ามกลางความโกลาหลรอยยิ้มร้ายจุดขึ้นที่มุมปากของนาง เพียงชั่วพริบตาก็จางหายไปกลายเป็นความเย็นชาดุจธารน้ำแข็ง ไม่เพียงไม่แยแสต่อความเป็นความตายเบื้องหน้า นางยังหันหลังกลับเดินออกไปช้าๆ โดยไม่สนใจสิ่งใด ความปรารถนาสิ้นสุดลงแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ตรงนี้อีกนับจากนี้เป็นต้นไปนางจะมีแต่ความสุขไร้ความทุกข์ตรม... ข่าวจวนกั๋วกงถูกสังหารยกจวนและยังมีการลอบวางเพลิงโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว ท่านกั๋วกง องค์หญิงหลิงเฟย เซี่ยอี้เฉินและบ่าวไพร่ล้มตายลง สร้างความโศกเศร้าเสียใจเป็นล้นพ้น ฮ่องเต้ที่มีพระวรกายอ่อนแอจากการประชวรหนักได้ไม่นาน เมื่อทราบข่าวนี้อาการยิ่งทรุดลงเร็วขึ้น ทรงออกคำสั่งเร่งให้ติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด แม้ตอนนี้จะไม่มีผู้ใดหลงเหลือจวนก็หมดสภาพมีแต่ตอตะโก ทว่ายังมีซื่อจื่อเซี่ยอิ้งเฟยผู้สืบทอดที่ออกไปทำงานอยู่ต่างเมืองได้ครึ่งเดือน เมื่อเขาได้รับรายงานก็มุ่งตรงกลับจวนทันที ใครจะรู้ ซื่อจื่อหนุ่มกลับมาไม่ทันการ ทุกอย่างเบื้องหน้าล่มสลายลงอย่างน่าอนาถ ความเจ็บแค้นครั้งนี้เขาย่อมเรียกชำระคืนอาสาเป็นคนสืบคดีคืนความยุติธรรมให้จวนกั๋วกงหาตัวคนร้ายมาลงโทษด้วยตัวเอง "ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะใจดำอำมหิตได้ขนาดนี้สตรีน่ารังเกียจ แม้แต่หน้าเจ้าข้ายังไม่อยากมอง" เขาพูดกับนางในวันหนึ่งหลังจากสืบจนรู้เบื้องหลังโดยละเอียดและได้ตัวมาหนึ่งเดือนแล้ว "ขังนางเอาไว้ในคุกใต้ดินห้ามให้น้ำให้อาหารจนกว่าจะตาย!" คำสั่งของเขาเฉียบขาดหลังจากสั่งลงโทษสถานหนัก ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจจนพึงพอใจแล้วก็จับนางไปไว้ที่คุกใต้ดิน งดน้ำงดอาหารจนอ่อนแรงสิ้นสติไปหลายครั้ง ทว่าสุดท้ายแล้วเขายังเหี้ยมโหดกับนางจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต "สตรีผู้นี้ไม่สมควรตายอย่างสุขสบายข้าจะตัดหัวนางส่งให้ฮ่องเต้เอง" "กรี๊ด!" "ฉับ!"เยี่ยนหรงครึ่งหลับครึ่งตื่นหูอื้ออีกครั้งนางจิบน้ำชาไปจอกหนึ่งก็เอนตัวพิงผนังหลับไป เซี่ยอิ้งเฟยเพียงมองดูนางนอนหลับ ตอนนี้นางไม่มีสติเขาก็พูดไม่ได้อยู่ดีปล่อยให้นางได้นอนสบายเสียก่อนวันหลังจะนัดหมายก็ยังไม่สายรถม้าจอดเทียบที่หน้าจวนชิงเหอไปแจ้งกับพ่อบ้านและให้บ่าวรับใช้มารับตัวกลับเข้าเรือน เยี่ยนซูออกไปทำงานอีกหลายวันจึงจะกลับมา เขาจึงมิได้รู้เห็นเรื่องนี้"ฝากจดหมายนี้ให้คุณหนูด้วย"ชิงเหอยื่นจดหมายให้หรูลี่บอกว่าเอาให้คุณหนูตอนเช้า นางรับเอาไว้แล้วรีบเข้าไปดูแลเยี่ยนหรงต่อ ในใจนึกสงสัยว่ารถม้าของเซี่ยซื่อจื่อมาส่งได้อย่างไรในเมื่อตอนไปมีรถม้าไปส่งถึงจวนตระกูลหยาง เรื่องนี้นางจะบอกให้นายท่านและฮูหยินรู้ไม่ได้ หาไม่แล้วคุณหนูต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงแน่นอน"จะแต่งงานแล้วแท้ๆ เหตุใดคุณหนูจึงปล่อยตัวเช่นนี้"นางเช็ดตัวไปบ่นไปด้วยทั้งเป็นห่วงกลัวนางได้รับอันตรายจนเสื่อมเสียชื่อเสียงรุ่งเช้าเยี่ยนหรงยังคงปวดศีรษะหรูลี่ไปเอาน้ำแกงมาให้ดื่มจึงมีอาการดีขึ้น"คุณหนูเจ้าคะมีจดหมายเจ้าค่ะ"คิ้วสวยขมวดเข้าหากันรับมาอ่านด้วยความงุนงง"รอที่โรงน้ำชาหลงชิงชั้นสองห้องทิศตะวันออกยามซื่อ(09.00-11.00
เยี่ยนหรงอีกสองเดือนให้ซ่งฉีสั่งของกับเถ้าแก่หลิ่วนางเดินทางกลับจวนในตอนเย็นโดยมีหรูลี่ไปด้วย กิจการของนางเริ่มดีขึ้นหากยังดีขึ้นเรื่อยๆ นางอาจจะขยายอีกหนึ่งสาขา แต่ถึงอย่างไรก็ต้องคอยดูไปเรื่อยๆ ก่อน ชาติก่อนนางจำได้ว่าที่เมืองหลวงมีสตรีผู้หนึ่งเก่งเรื่องยาสมุนไพรและออกรักษาผู้ป่วยจนเป็นที่ยอมรับในเวลาต่อมา นางมีชื่อว่า หยางชิงเซียนที่มีบิดาทำงานกรมการแพทย์ในวังหลวงทว่านางเป็นเพียงบุตรสาวอนุภรรยาคนที่สามที่ไม่มีใครสนใจ ในตระกูลหยางมีนางคนเดียวที่สืบทอดวิชาการแพทย์ของบิดาแต่ไม่มีใครยอมรับ กว่าจะเป็นที่ยอมรับนางทั้งฝึกฝนฝีมือและฝ่าฟันอยู่หลายปีที่สำคัญเมื่อสิ้นบิดานางก็หมดที่พึ่งเพราะมารดาเสียชีวิตตั้งแต่นางยังเล็ก สตรีผู้นี้เรียกได้ว่าแข็งแกร่งยิ่งนัก ท้ายที่สุดที่เยี่ยนหรงจำได้ลางๆ คือนางเป็นหนึ่งในหมอหลวงแห่งวังหลวงที่มีฝีมือฉกาจฉกรรจ์หาตัวจับยากคนหนึ่ง"ข้าต้องไปพบหยางชิงเซียน"ตระกูลหยางเป็นตระกูลเก่าแก่ของต้าเซี่ยสืบทอดด้านวิชาการแพทย์มาตั้งแต่บรรพบุรุษ จวนตระกูลใหญ่ที่มีนายท่านฮูหยินใหญ่และอนุภรรยาอีกสามคน หยางชิงเซียนที่ดูไร้ความสำคัญที่สุดในจวนไม่ค่อยได้รับอนุญาตให้ออกไปไหน
ม้วนภาพวาดเรียงรายเต็มโต๊ะ เยี่ยนหรงไล่ดูทีละคนนางคัดเลือกมาได้ห้าคนที่มีความโดดเด่นที่สุดในเมืองหลวงจ้าวเหวินบุตรชายคนโตของขุนนางขั้นสี่ซึ่งมีฐานะเดียวกับนางและบิดาของเขายังเป็นสหายกับบิดาของนางร่วมงานกันบ่อยครั้ง ครอบครัวของเจ้าเหวินมีความรักใคร่กลมเกลียวกันฐานะปานกลางอายุประมาณ ยี่สิบห้าปีเป็นบัณฑิตสอนอยู่ที่สำนักศึกษา"คนนี้ไม่เลวเลย"นางนึกย้อนกลับไปเมื่อครั้งอดีตพอจะรู้จักชื่อเสียงของเจ้าเหวินผู้นี้ เขาเป็นคนชอบสันโดษไม่ยุ่งกับใครความก้าวหน้าในหน้าที่การงานจึงมีไม่มากนักและในวันข้างหน้าเขาก็เป็นเพียงขุนนางขั้นสี่เจริญรอยตามบิดา ทำงานในกรมพิธีการเช่นเดียวกับบิดาของเขาเพราะเขาเป็นคนมีอุปนิสัยรักสันโดษทำให้เขาไม่มีคู่ครองจนตลอดชีวิต เจ้าเหวินเข้าทางของเยี่ยนหรงพอดีนางไม่ต้องการคู่ครองที่อยู่ด้วยกันตลอดไป หากชายผู้นี้ชอบสันโดษนั่นก็แปลว่านางจะหย่าได้ง่ายขึ้น แต่ไม่เป็นไรนางยังมีบุรุษให้เลือกอีกหลายคนเยี่ยนหรงใช้เวลาเลือกดูบุรุษหลากหลายจากคนทั่วเมืองหลวงที่แม่สื่อส่งมาให้คนที่นางสนใจเป็นอันดับสองคือ มู่หรงอวี้"มู่หรงอวี้"มู่หรงอวี้เป็นพ่อค้าที่ร่ำรวยมีกิจการในเมืองหลวงหลายแห่งมี
องค์หญิงหลินเฟยไม่อาจนิ่งเฉยได้เกี่ยวกับเรื่องการหาคู่ของเซี่ยอิ้งเฟย นางให้คนเตรียมรถม้าเข้าวังหลวงจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้เกี่ยวกับเรื่องสมรสพระราชทานกับองค์หญิงไป๋เซียน"ฝ่าบาท เรื่องเป็นเช่นนี้น่าร้อนใจยิ่งนักอิ้งเฟยไม่ยอมพูดถึงเรื่องนี้ถึงแม้จะมีงานเลี้ยงเกิดขึ้นจนผ่านไปแล้วก็ตาม""อิ้งเฟยมีความรับผิดชอบใหญ่หลวงเขามีงานยุ่งมากคงยังไม่คิดถึงเรื่องนี้""ถ้าอย่างนั้นก็คงเป็นผู้ใหญ่อย่างเราคิดให้ หาไม่แล้วอิ้งเฟยจะครองโสดเช่นนี้ไปเรื่อยๆ หม่อมฉันว่าไม่ควรเป็นเช่นนี้เพคะ"ยามสนทนากันด้วยเรื่องส่วนตัวทั้งคู่มักจะใช้คำสามัญธรรมดาในบางครั้งเพราะเป็นพี่น้องกัน ฮ่องเต้ก็เห็นด้วยกับองค์หญิงว่าเซี่ยอิ้งเฟยควรมีคู่ครอง พระองค์รักองค์หญิงไป๋เซียนดั่งดวงใจ อยากให้นางมีครอบครัวและมีคู่ครองที่ดีเช่นเดียวกัน"ท่านกั๋วกงว่าอย่างไรบ้าง""ท่านกั๋วกงแต่ละวันเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องของตัวเอง เขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลกนานแล้วเพคะ ทุกสิ่งทุกอย่างก็มีแต่หม่อมฉันคอยจัดการให้ เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน""รออีกหน่อยก็แล้วกันให้งานของอิ้งเฟยเบาบางลงกว่านี้ แล้วข้าจะพูดเรื่องนี้อีกครั้งหากยินยอมพร้อมใจก็ออกราชโองก





