共有

ลำนำจอมนาง
ลำนำจอมนาง
作者: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

last update 公開日: 2025-12-29 15:57:46

เสียงกุบกับของกีบม้าซึ่งควบมาด้วยความเร็วดังสนั่นไปทั้งผืนป่า เนื่องจากคนกลุ่มหนึ่งกำลังโดนโจมตีจากลุ่มนักฆ่าฝีมือดีที่ยังคงซุกซ่อนตัวอยู่ในแนวต้นไม้หนาทึบ ม้าพ่วงพีสีดำลักษณะดีนับได้มากกว่าสิบตัว ห้อมล้อมม้าสีน้ำตาลขนเป็นมันเอาไว้ตรงกลาง มองออกได้โดยทันทีว่าคนผู้นั้นคือเป้าหมายของมือสังหาร ชายหนุ่มถูกอารักขาอย่างแข็งขันจากองครักษ์ที่ฝีมือหาได้ด้วยไปกว่าเหล่ามือสังหาร กระนั้นจำนวนที่น้อยกว่าย่อมเสียเปรียบ พวกเขาจึงทำได้เพียงเร่งเดินทางให้ถึงจุดหมาย

ป้อมเจิ้งจิน ที่พำนักของแม่ทัพใหญ่รักษาชายแดน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแคว้นจ้าวและแคว้นหนานอยู่ห่างออกไปไม่ไกลและนั่นคือจุดหมายของกลุ่มคนเหล่านั้น

สงครามสองแคว้นเพิ่งจะจบลงไปได้ไม่นาน ดังนั้นสถานการณ์จึงยังตึงเครียด เนื่องจากการทำสงครามระหว่างสองแคว้นที่ยืดเยื้อมานานจบลงด้วยการเจรจาของสงบศึก แคว้นหนานขอยอมแพ้โดยยินยอมที่จะส่งเครื่องบรรณาการมาให้แคว้นจ้าวทุกปี แม้ว่าสงครามจะจบลงทว่าองค์ชายสามแคว้นจ้าว จ้าวเหยียนเจี๋ย ผู้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่รักษาดินแดน ยังคงรั้งรอเพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อย ซึ่งนี่คือสาเหตุหลักที่บุรุษผู้ตกเป็นเป้าสังหารต้องเดินทางมายังชายแดนด้วยตัวเอง เขาก็คือจ้าวเหยียนเว่ย องค์รัชทายาทแคว้นจ้าว จ้าวเหยียนเว่ยเกรงว่าข่าวลือเรื่องที่จ้าวเหยียนเจี๋ยบาดเจ็บสาหัสจะเป็นเรื่องจริง จึงเดินทางมาด้วยตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าน้องชายของตนยังคงปลอดภัยดีทุกประการ การมาของเขาครั้งนี้เป็นความลับสุดยอด ดังนั้นการที่เขาถูกลอบโจมตี ก็เป็นไปได้ว่ามีคนในรู้เห็น

“ถวายการอารักขาองค์รัชทายาท!” จางอวี้หัวหน้าราชองครักษ์ของจ้าวเหยียนเว่ยตะโกน มือใหญ่ตวัดกระบี่ออกมาเมื่อมองเห็นกลุ่มมือสังหารกำลังพุ่งตัวเข้ามา

“องค์รัชทายาท” เสียงคุ้นเคยของบุรุษที่ควบม้าใกล้เข้ามาด้วยท่วงท่าองอาจ ทำให้จ้าวเหยียนเว่ยยิ้มออกมาอย่างยินดี

“น้องสาม” จ้าวเหยียนเว่ยเอ่ยเสียงเบา

“อารักขาองค์รัชทายาทกลับเข้าไปในป้อม!” จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

“เสด็จเข้าไปในป้อมก่อนเถิดพะย่ะค่ะ” จางอวี้รีบเอ่ยขึ้น เมื่อมองเห็นว่าผู้เป็นนายยังคงมองตามแผ่นหลังของจ้าวเหยียนเจี๋ย

“เสด็จพี่เชิญเสด็จก่อนพะย่ะค่ะ” จ้าวเหยียนเจี๋ยตะโกนแข่งกับเสียงคมดาบ เมื่อมีมือสังหารเข้ามาใกล้เขา

อู๋อิงสงซึ่งเป็นทั้งรองแม่ทัพ และองครักษ์ของจ้าวเหยียนเจี๋ยรีบฟาดคมดาบเข้าไปสกัดไว้ เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายถูกจู่โจม จางอวี้กับทหารองครักษ์ส่วนหนึ่ง ต่างคุ้มกันจ้าวเหยียนเว่ยเข้าไปในป้อม ส่วนจ้าวเหยียนเจี๋ยกับอู๋อิงสงพร้อมกับองครักษ์บางส่วน ยังคงช่วยกันรับมือกับกลุ่มมือสังหารที่ดูเหมือนฝีมือแต่ละคนจะไม่ธรรมดา

เมื่อเห็นว่าต่างฝ่ายต่างก็สู้กับแบบไม่มีที่สิ้นสุด เหล่ามือสังหารจึงได้ล่าถอยไป ทว่าไอสังหารที่ยังคงล้อมรอบอยู่ภายนอกป้อมเจิ้งจิน ทำให้เหล่าองครักษ์และนายทหารประจำการณ์ต่างก็ตื่นตัวในการเฝ้ายามและถวายอารักขา

“น้องสามลำบากเจ้าแล้ว ข้าไม่นึกว่าจะมีผู้อื่นล่วงรู้การมาถึงของข้า” จ้าวเหยียนเว่ยขมวดคิ้วด้วยความกังวล

“อย่าทรงตรัสเช่นนั้นเลย การที่ขบวนเสด็จโดนโจมตีวันนี้ ทำให้เรารู้ว่าในวังหลวงอาจจะมีเกลือเป็นหนอน มีไม่กี่คนที่ล่วงรู้กำหนดการของพระองค์ ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมดคือเราจำเป็นจะต้องหาต้นตอ”

“เจ้าพูดก็ถูก”

“ตอนนี้เราต้องรีบส่งเสด็จก่อนที่จะมีคนล่วงรู้ว่ามิได้ทรงประทับอยู่ในวังหลวงพะย่ะค่ะ” จางอวี้เองก็อดกังวลไม่ได้

“จางอวี้พูดถูก เราต้องหาทางส่งเสด็จพระองค์กลับวังหลวงโดยเร็วที่สุด หม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันมีวิธี” จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยแล้วมองอู๋อิงสง “คิดว่าได้เวลาที่หม่อมฉันจะกลับวังหลวงซะที อิงสงตามรองแม่ทัพจางมา”

“ขอรับท่านแม่ทัพ” อู๋อิงสงเดินออกไป

“พี่ได้ยินไม่ผิดกระมัง”

“ไม่ผิดพะย่ะค่ะ หม่อมฉันจะกลับเข้าวังหลวง”

“ดีจริงฝ่าบาทกับไทเฮาคงจะพอพระทัยยิ่ง พี่มาไม่เสียเปล่าจริงๆ” จ้าวเหยียนเว่ยเอ่ยด้วยความยินดี

แผนการของจ้าวเหยียนเจี๋ยคือการทอนกำลังของฝ่ายตรงข้าม หลอกให้อีกฝ่ายสับสนด้วยการปลอมตัวปิดหน้าและแบ่งเป็นสามกลุ่มออกจากป้อมเจิ้งจิน ให้แต่ละกลุ่มแต่งกายเหมือนกันออกจากป้อม โดยมีจางซานจิ่วรองแม่ทัพรักษาแผ่นดินรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลป้อมเจิ้งจินแทน ในช่วงที่จ้าวเหยียนเจี๋ยกลับเข้าเมืองหลวง

จ้าวเหยียนเจี๋ย และอู๋อิงสงพร้อมกับราชองครักษ์อีกสองคนอ้อมไปทางเหนือ ส่วนทางด้านของจ้าวเหยียนเว่ยกับจางอวี้ และเหล่าราชองค์รักษ์อีกสองคนจะฝ่าออกไปตรงกลาง

สือเจี้ยนหาว องครักษ์เงาผู้เต็มไปด้วยปริศนาของจ้าวเหยียนเจี๋ย พร้อมกับนายทหารอีกสี่นาย จะปลอมตัวแล้วมุ่งหน้าไปด้านทิศใต้

เมื่อทั้งสามกลุ่มออกมาจากป้อมพร้อมกันก็เป็นไปดังคาด เกิดการสับสนขึ้น กลุ่มมือสังหารต่างก็แยกกันออกไปเพื่อไล่ล่า ดังนั้นจึงลดจำนวนคนลงไปมากและง่ายต่อการรับมือ เพราะว่ากลุ่มมือสังหารไม่รู้ว่ากลุ่มใดคือกลุ่มของจ้าวเหยียนเว่ยที่แท้จริง

ม้าของจ้าวเหยียนเจี๋ยวิ่งควบคู่มากับม้าของอู๋อิงสง ด้านหลังยังมีม้าของราชองครักษ์อีกสองนาย ซึ่งทำหน้าที่คุ้มกัน

“พวกเจ้าแยกไปทางซ้ายไปเจอกันที่หมู่บ้านข้างหน้า” อู๋อิงสงตะโกนสั่ง ราชองครักษ์ทั้งสองคนแยกออกไปทันทีที่ได้รับคำสั่งนั้น พวกเขาแยกตัวไปอีกด้านเพื่อเพิ่มความสับสนเมื่อเจอทางแยก

“อิงสงเราต้องล่อให้มันไปยังสะพานเชือกข้ามแม่น้ำ ด้านหลังป่าสน” เมื่อจ้าวเหยียนเจี๋ยพูดจบก็มีลูกดอกพุ่งมาแต่เขาไหวตัวทันรีบเอียงตัวหลบ

“พวกมันมีธนูและลูกดอก”

“ด้านหน้าเป็นป่าสน หากถึงที่นั่นเราจะได้เปรียบ แต่เราต้องข้ามแม่น้ำให้ได้ก่อน”

ทั้งสองเร่งม้าเข้าไปในป่าสนหนาทึบ เพื่อให้เป็นอุปสรรคต่อกลุ่มมือสังหารในการยิงธนูและลูกดอก เมื่อใกล้จะถึงสะพานทั้งสองลงแส้เพื่อให้ม้าวิ่งเร็วขึ้นอีก เพราะขอบสะพานเป็นที่โล่งง่ายต่อการถูกโจมตี อู๋อิงสงชะลอม้าเพื่อให้จ้าวเหยียนเจี๋ยข้ามไปส่วนตัวเขาก็คอยระวังหลังให้ ทว่าเมื่อถึงกึ่งกลางของสะพาน ลูกดอกกลับพุ่งมาจากด้านข้างทั้งสองฝั่ง ลูกดอกพวกนั้นมีเป้าหมายคือจ้าวเหยียนเจี๋ย ขณะที่เขากำลังจะพุ่งเข้าไปปกป้องจ้าวเหยียนเจี๋ย ลูกดอกอีกสามดอกพุ่งมายังตัวเขา

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 220 จบ

    กระท่อมหลังถัดมาหลังที่สามมิใช่ที่อยู่แต่เป็นโรงครัว ห้องกินข้าว และห้องเก็บอาหาร พวกเราทั้งหมดใช้มันร่วมกัน กินข้าวด้วยกัน ทำกับข้าวสรวลเสเฮฮาร่วมกัน ตอนแรกหม่าซือหยวนคิดว่าอาจารย์มีความคิดที่แปลกประหลาดยิ่ง บ้านของใครก็ควรจะมีโรงครัวเป็นของตัวเองสิ แต่ตอนนี้เขาเห็นแล้วว่าการทำแบบนี้ทำให้ทั้งหมดกลายเป็นครอบครัวใหญ่จริงๆ เพราะตกเย็นทั้งหมดได้มานั่งร่วมกัน กินข้าวด้วยกัน พูดคุยกัน ทั้งยังแบ่งปันสิ่งที่ทำมาให้กันและกันฟังกระท่อมหลังสุดท้ายเป็นของอาจารย์กับนายท่านเหยียนเจี๋ย กระท่อมหลังนี้เป็นหลังที่ดีที่สุดสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญให้กับคนทั้งสอง เพราะอาจารย์ของเขามีความรู้สึกไวต่ออากาศเย็น ดังนั้นกระท่อมหลังนี้จึงเป็นแบบปิด ภายในนั้นมีเตาผิงที่ต้องจุดไฟเอาไว้ตลอดเวลาในหน้าหนาว แต่หน้าร้อนก็สามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้สมาชิกครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่ที่หุบเขามังกรหลับแห่งนี้ทั้งหมดเก้าคน มีตัวเขาหม่าซือหยวน นายท่านเหยียนเจี๋ย อาจารย์ อาจารย์ปู่ ผู้อาวุโสเฟิง สือเจี้ยนหาว อู๋อิงสงกับฮูหยินของเขา และคนสุดท้ายแม่นางน้อยที่ใจแข็งคนหนึ่ง สาวน้อยผู้ที่กำลังซักผ้าอยู่ที่ริมลำธาร แม่นางเสี่ยวจู

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 219

    ทั้งสองจุมพิตกันและกันอย่างเร่าร้อนคลอเคลียพัวพันไม่ห่าง ใบหน้างดงามของเหยียนหว่านเอ๋อร์แดงซ่าน แม้จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความต้องการ แม้จะเคยเห็นบทรักในหนังมามาก ทว่าพอเอาเข้าจริงหญิงสาวกลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน ร่างกายที่ร้อนรุ่มยิ่งทวีความร้อนขึ้นกว่าเดิมเมื่อร่างเปลือยเปล่าของนางถูกเขาจุมพิตไปทั่วความรู้สึกขัดแย้งในกายพุ่งขึ้นสูง ทั้งสุขสมทว่ากลับไม่สบายตัว คล้ายบางอย่างไม่ได้รับการเติมเต็ม หญิงสาวหอบหายใจภายใต้ร่างของเขาอย่างไร้ทางสู้ มือทั้งสองข้างกอดเกี่ยวเขาเอาไว้ทั้งยังแอ่นกายขึ้นไปแนบร่างเข้าหาตัวเขา นางคล้ายหนาวสั่นและพยายามโหยหาความอบอุ่น มือน้อยลูบไล้มัดกล้ามบนตัวเขาอย่างสะเปะสะปะอากัปกิริยาของนางทำให้เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างห้ามไม่อยู่ เขาโน้มกายเข้าหานางและจุมพิตปากเล็กที่กำลังครางเสียงหวานออกมาเบาๆ คล้ายลูกแมวกำลังออดอ้อนขอความรักจ้าวเหยียนเจี๋ยจุมพิตแผ่วเบาเพื่อปลอบโยนนาง ในยามที่เขาโน้มกายเข้าครอบครองนางในที่สุด ทว่าความเจ็บปวดที่พุ่งขึ้นสูง ทำให้นางหวีดร้องออกมาเสียงแผ่ว บางอย่างในกายฉีกขาดออกจากกันให้ ความรู้สึกเจ็บร้าวทำให้นางผงะถอย ทว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยกลับใช้สอ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 218

    “เจ้าเจี๋ย เจ้าบ่าวจะต้องอยู่ดื่มเหล้ามงคลกับแขกเหรื่อก่อนสิจึงจะถูก” ซูหย่งจื้อเอ่ย“อาจารย์” เหยียนหว่านเอ๋อร์มองซูหย่งจื้ออย่างงงงัน“เขาเมาน่ะ” หลี่เฟิงเสวียนเอ่ยกลั้วหัวเราะ“นี่ พวกเจ้าแม้จะแต่งงานก็ยังร่วมหอไม่ได้นะ สุขภาพเจ้าไม่แน่ว่าจะรับไหวดังนั้นข้าขอเตือน”“อาจารย์!” เหยียนหว่านเอ๋อร์หน้าแดง“นี่มันคืนส่งตัวนะผู้อาวุโส” หลายคนพยายามดึงเขาออกไปจากห้องหอ“เจ้าเจี๋ยน่ะ ข้าไว้ใจ แต่ที่ข้าไม่ไว้ใจน่ะศิษย์ตัวแสบของข้าต่างหาก”“ท่านกำลังพูดอะไรกัน ไป ท่านเมาแล้ว” สือเจี้ยนหาวอ่อนใจเหลือเกิน ศิษย์อาจารย์คู่นี้ช่างหาเรื่องให้ปวดหัวได้ไม่เว้นวันจริงๆ“จริงๆ นะ เจ้าเจี๋ย อย่าให้นางจับเจ้ากินไปเสียก่อนเล่า”“อาจารย์ท่านเหลวไหลอะไร!!”“ข้าน่ะหรือเหลวไหล เจ้าน่ะไม่น่าไว้ใจ ส่วนเจ้าเจี๋ยเขาไม่มีทางรู้ทันความเจ้าเล่ห์ของเจ้าหรอก เจ้ากะจะจับเขากินโดยไม่ฟังข้าล่ะสิ”“อาจารย์!” เหยียนหว่านเอ๋อร์ถึงกับพูดไม่ออก นางอายจนใบหน้าแดงก่ำร้อนแทบจะลุกเป็นไฟ“เจ้าเจี๋ย...ข้าไว้ใจเจ้านะ” เสียงตะโกนของซูหย่งจื้อยังคงดังเข้ามาแม้ว่าเขาจะโดนหิ้วตัวไปแล้ว“เอ่อ...นี่เป็นการก่อกวนห้องหอเท่านั้น ขอท่านอาเขยก

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 217

    “ข้าจ้าวเหยียนเจี๋ยขอสาบาน ข้าจะรักเหยียนหว่านเอ๋อร์เพียงผู้เดียวมิแบ่งใจให้คนอื่น เจ้าจะเป็นหนึ่งเดียวในใจข้า ข้าจะซื่อสัตย์ต่อเจ้าเพียงผู้เดียวไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”“ข้าเหยียนหว่านเอ๋อร์ขอสาบาน ข้าจะรักจ้าวเหยียนเจี๋ย รักด้วยจิตวิญญาณทั้งหมดของข้า ท่านจะมีข้า และข้าจะมีท่านเดินเคียงข้างกันไปนับจากวันนี้ จวบจนวันสุดท้ายของชีวิต”ถ้อยคำหนักแน่นของทั้งสองดังขึ้นท่ามกลางสายลมที่พัดแผ่ว ท่ามกลางทุ่งดอกหญ้าสีขาวบริสุทธิ์ ท่ามกลางหุบเขาลำเราไพรที่ร่วมเป็นสักขีพยาน... งานมงคลเรียบง่ายของบ่างสาวสองคู่ถูกจัดขึ้น จ้าวเหยียนเจี๋ยแต่งเหยียนหว่านเอ๋อร์เป็นฮูหยิน และอู๋อิงสงแต่งอวิ๋นหยาเป็นฮูหยิน ภายในถ้ำนำแข็งพันปีของวังเมฆาอัคคีถูกตบแต่งด้วยข้าวของมงคลสีแดงทว่าเหล่าสักขีพยานที่เข้ามาร่วมงานกลับมีเยอะกว่าที่เหยียนหว่านเอ๋อร์คาด ตอนแรกนางเพียงอยากให้งานมงคลนี้เป็นเพียงงานเลี้ยงเล็กๆ เท่านั้น แต่จ้าวเหยียนเจี๋ยกลับส่งคนไปเชิญสหายสนิททั้งหมดของนางมาร่วมแสดงความยินดีเสวียนหมิง ลั่วอิงยี่ หลิงหลิง จ้าวเหยียนอิ่ง ซิ่วอิ่งจิน มู่หรงเซียว ซิ่วจินหลิน หลี่เฟิงเสวียน ซูหย่งจื้อ สือเจี้ยนหาว คนทั้งหมดนี

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 216

    นางรู้เพียงถูกลงโทษตามกฎของพรรค เสวียนหมิงให้จั่วจินเหิงนาบสัญลักษณ์ของการถูกขับไล่ก่อนจะให้จั่วจินเหิงโบยนางด้วยตนเอง เมื่อครบร้อยไม้แล้วพวกเขาก็ประกาศไปว่านางตายไปแล้ว ศพของนางถูกส่งลงเขามาฝังทว่าลมหายใจนางกลับคืนมา เสวียนหมิงจึงให้ซูหย่งจื้อรั้งชีวิตนางเอาไว้กระนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ คือนางถูกนาบสัญลักษณ์ของการถูกขับไล่ และที่ต้องเป็นจั่วจินเหิงเท่านั้นที่ทำหน้าที่โบย เนื่องจากเสวียนหมิงไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำเขาจะต้องกะแรงให้พอดิบพอดีไม่ลงหนักหรือเบาจนเกินไป แต่เขาก็ยังต้องโบยถึงห้าสิบไม้กว่าที่อวิ๋นหยาจะสลบ ก่อนจะประกาศไปว่านางสิ้นลมแล้วส่งตัวนางมายังกระท่อมแห่งนี้“เจ้า...ข้าคิดว่าจ้าววังส่งเจ้าไปที่อื่น เขาบอกว่าเจ้าทำความผิดร้ายแรงต้องถูกลงโทษ เลยต้องส่งเจ้าไป”“ข้าอยู่ที่นี่มาตลอด คนในพรรคคิดว่าข้าตายไปแล้ว แต่นั่นก็จริงสำหรับพวกเขาข้าตายไปแล้ว ข้าถูกขับออกจากพรรคตอนนี้ข้าไม่มีที่ให้ไปแล้ว ดังนั้นหากท่านไม่ทำตามคำพูดไม่แต่งข้าเป็นฮูหยิน ข้าจะฆ่าท่านเสีย” นางขู่“แล้วข้าจะแต่งใครได้” เขาจูบหนักๆ ลงบนหน้าผากนาง“ต้องขอบคุณฮูหยินท่านนั้น” อิงสงหันกลับมามองคนที่เดินตามเขามาถึงกระ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 215

    เช้าวันต่อมาข่าวการเสียชีวิตของเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็ถูกประกาศออกไป พร้อมๆ กันนั้นข่าวที่องค์ชายสามทรงอาการบาดเจ็บภายในทรุดลง เพราะทรงเสียพระทัยกับข่าวการตายของว่าที่พระชายาก็ได้แพร่ออกไป กระทั่งสองวันหลังจากนั้นข่าวการที่องค์ชายสามทรงสิ้นพระชนม์ตามว่าที่พระชายาก็ถูกประกาศออกไปในวังหลวงต่างก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทว่าก็ซาบซึ้งกับความรักที่องค์ชายสามมีต่อพระชายายิ่งนัก ว่ากันว่าจ้าวเหยียนอี้อนุญาตให้ฝังศพของคนทั้งสองไว้ด้วยกันในสุสานหลวง แต่เพราะเหยียนหว่านเอ๋อร์ยังมิได้แต่งให้องค์ชายสามอย่างถูกต้อง และยังไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระชายาอย่างเป็นทางการ จ้าวเหยียนอี้จึงพระราชทานตำแหน่งให้เหยียนหว่านเอ๋อร์เป็นฮูหยินคุณธรรม ฮูหยินแม่ทัพใหญ่แคว้นจ้าวขณะที่ผู้คนในเมืองหลวงต่างไว้ทุกข์ให้องค์ชายสามและฮูหยินคุณธรรมอยู่นั้น เหยียนหว่านเอ๋อร์ก็ถูกพาเข้าไปนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงน้ำแข็ง ในถ้ำน้ำแข็งพันปีของวังเมฆาอัคคี โดยมีเสวียนหมิงและซูหย่งจื้อดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด“อาหมิง เรื่องอวิ๋นหยาไปถึงไหนแล้ว”“ท่านอาโปรดวางใจ ข้าได้ทำตามที่ท่านอาบอกแล้ว”“เช่นนั้นหรือ นางเป็นเช่นไรบ้าง”“ยังมีชีวิตอยู่

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 167

    อู๋อิงสงเร่งรุดตามเหยียนหว่านเอ๋อร์มาทันทีที่รู้ว่าเหยียนหว่านเอ๋อร์มายังตระกูลอิ่นเพียงลำพัง เขาแจ้งเด็กในร้านว่าต้องการพบคุณชายน้อยที่มาพบเจ้าบ้านอิ่นเพราะมีเรื่องด่วน ดังนั้นเด็กในร้านจึงเดินนำอู๋อิงสงไปนั่งรอที่ห้องอีกห้อง ไม่นานเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็เดินออกมา ข้างหลังของนางตามมาด้วยบุรุษสวมหน้ากา

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 166

    “ข้าไม่ได้หมายถึงเขาเสียหน่อย” เหยียนหว่านเอ๋อร์ยังคงครุ่นคิด ในเมื่อหลี่เฟิงเสวียนเคยทำได้...แต่ตอนนี้เขาตายไปแล้ว เช่นนั้นก็เหลือเพียงคนผู้เดียวที่นางนึกถึง หากในโลกนี้เสวียนหมิงทำไม่ได้...ก็ไม่มีคนอื่นอีก“ท่านไปสืบหาหลี่หลิง ส่วนข้าจะลองหาผู้ที่สามารถสยบราชอาลักษณ์หญิงเอง”หลังจากที่จ้าวเหยียนอ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 165

    “ข้าคัดลอกมันมา”“อ้อ”“เจ้าค่อยๆ อ่าน” จ้าวเหยียนอิ่งเอ่ยแล้วนั่งลงจิบชา เหยียนหว่านเอ๋อร์ก้มลงอ่าน แม้ว่านางจะรู้เรื่องหลายเรื่อง ทว่าสำนวนคดีจะช่วยให้เรื่องที่นางยังไม่รู้แน่ชัดกระจ่างขึ้นไปอีก “เจ้าจะไม่ถามถึงจินเอ๋อร์เลยหรือ” จ้าวเหยียนอิ่งเอ่ยถาม“ข้ารู้ว่าท่านหรือจะปล่อยให้นางคลาดสายตา” เหยี

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 164

    ในขณะที่เหยียนหว่านเอ๋อร์ทำสงครามกับเหล่าขุนนางในท้องพระโรง ซูหย่งจื้อก็กำลังทำการรักษาอาการของเจิ้งฮุ่ยเจินที่กำลังเสียสติ เพราะนางคือกุญแจสำคัญที่จะตัดสินว่าจ้าวเหยียนอิ่งกับจ้าวเหยียนเจี๋ย จะหันคมดาบเข้าห้ำหั่นกันหรือไม่ แม้ว่าโอกาสที่เจิ้งฮุ่ยเจินจะไม่ช่วยนั้นมีสูง ทว่าเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็ยังหวั

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status