Share

ลำนำจอมนาง
ลำนำจอมนาง
Penulis: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2025-12-29 15:57:46

เสียงกุบกับของกีบม้าซึ่งควบมาด้วยความเร็วดังสนั่นไปทั้งผืนป่า เนื่องจากคนกลุ่มหนึ่งกำลังโดนโจมตีจากลุ่มนักฆ่าฝีมือดีที่ยังคงซุกซ่อนตัวอยู่ในแนวต้นไม้หนาทึบ ม้าพ่วงพีสีดำลักษณะดีนับได้มากกว่าสิบตัว ห้อมล้อมม้าสีน้ำตาลขนเป็นมันเอาไว้ตรงกลาง มองออกได้โดยทันทีว่าคนผู้นั้นคือเป้าหมายของมือสังหาร ชายหนุ่มถูกอารักขาอย่างแข็งขันจากองครักษ์ที่ฝีมือหาได้ด้วยไปกว่าเหล่ามือสังหาร กระนั้นจำนวนที่น้อยกว่าย่อมเสียเปรียบ พวกเขาจึงทำได้เพียงเร่งเดินทางให้ถึงจุดหมาย

ป้อมเจิ้งจิน ที่พำนักของแม่ทัพใหญ่รักษาชายแดน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแคว้นจ้าวและแคว้นหนานอยู่ห่างออกไปไม่ไกลและนั่นคือจุดหมายของกลุ่มคนเหล่านั้น

สงครามสองแคว้นเพิ่งจะจบลงไปได้ไม่นาน ดังนั้นสถานการณ์จึงยังตึงเครียด เนื่องจากการทำสงครามระหว่างสองแคว้นที่ยืดเยื้อมานานจบลงด้วยการเจรจาของสงบศึก แคว้นหนานขอยอมแพ้โดยยินยอมที่จะส่งเครื่องบรรณาการมาให้แคว้นจ้าวทุกปี แม้ว่าสงครามจะจบลงทว่าองค์ชายสามแคว้นจ้าว จ้าวเหยียนเจี๋ย ผู้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่รักษาดินแดน ยังคงรั้งรอเพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อย ซึ่งนี่คือสาเหตุหลักที่บุรุษผู้ตกเป็นเป้าสังหารต้องเดินทางมายังชายแดนด้วยตัวเอง เขาก็คือจ้าวเหยียนเว่ย องค์รัชทายาทแคว้นจ้าว จ้าวเหยียนเว่ยเกรงว่าข่าวลือเรื่องที่จ้าวเหยียนเจี๋ยบาดเจ็บสาหัสจะเป็นเรื่องจริง จึงเดินทางมาด้วยตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าน้องชายของตนยังคงปลอดภัยดีทุกประการ การมาของเขาครั้งนี้เป็นความลับสุดยอด ดังนั้นการที่เขาถูกลอบโจมตี ก็เป็นไปได้ว่ามีคนในรู้เห็น

“ถวายการอารักขาองค์รัชทายาท!” จางอวี้หัวหน้าราชองครักษ์ของจ้าวเหยียนเว่ยตะโกน มือใหญ่ตวัดกระบี่ออกมาเมื่อมองเห็นกลุ่มมือสังหารกำลังพุ่งตัวเข้ามา

“องค์รัชทายาท” เสียงคุ้นเคยของบุรุษที่ควบม้าใกล้เข้ามาด้วยท่วงท่าองอาจ ทำให้จ้าวเหยียนเว่ยยิ้มออกมาอย่างยินดี

“น้องสาม” จ้าวเหยียนเว่ยเอ่ยเสียงเบา

“อารักขาองค์รัชทายาทกลับเข้าไปในป้อม!” จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

“เสด็จเข้าไปในป้อมก่อนเถิดพะย่ะค่ะ” จางอวี้รีบเอ่ยขึ้น เมื่อมองเห็นว่าผู้เป็นนายยังคงมองตามแผ่นหลังของจ้าวเหยียนเจี๋ย

“เสด็จพี่เชิญเสด็จก่อนพะย่ะค่ะ” จ้าวเหยียนเจี๋ยตะโกนแข่งกับเสียงคมดาบ เมื่อมีมือสังหารเข้ามาใกล้เขา

อู๋อิงสงซึ่งเป็นทั้งรองแม่ทัพ และองครักษ์ของจ้าวเหยียนเจี๋ยรีบฟาดคมดาบเข้าไปสกัดไว้ เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายถูกจู่โจม จางอวี้กับทหารองครักษ์ส่วนหนึ่ง ต่างคุ้มกันจ้าวเหยียนเว่ยเข้าไปในป้อม ส่วนจ้าวเหยียนเจี๋ยกับอู๋อิงสงพร้อมกับองครักษ์บางส่วน ยังคงช่วยกันรับมือกับกลุ่มมือสังหารที่ดูเหมือนฝีมือแต่ละคนจะไม่ธรรมดา

เมื่อเห็นว่าต่างฝ่ายต่างก็สู้กับแบบไม่มีที่สิ้นสุด เหล่ามือสังหารจึงได้ล่าถอยไป ทว่าไอสังหารที่ยังคงล้อมรอบอยู่ภายนอกป้อมเจิ้งจิน ทำให้เหล่าองครักษ์และนายทหารประจำการณ์ต่างก็ตื่นตัวในการเฝ้ายามและถวายอารักขา

“น้องสามลำบากเจ้าแล้ว ข้าไม่นึกว่าจะมีผู้อื่นล่วงรู้การมาถึงของข้า” จ้าวเหยียนเว่ยขมวดคิ้วด้วยความกังวล

“อย่าทรงตรัสเช่นนั้นเลย การที่ขบวนเสด็จโดนโจมตีวันนี้ ทำให้เรารู้ว่าในวังหลวงอาจจะมีเกลือเป็นหนอน มีไม่กี่คนที่ล่วงรู้กำหนดการของพระองค์ ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมดคือเราจำเป็นจะต้องหาต้นตอ”

“เจ้าพูดก็ถูก”

“ตอนนี้เราต้องรีบส่งเสด็จก่อนที่จะมีคนล่วงรู้ว่ามิได้ทรงประทับอยู่ในวังหลวงพะย่ะค่ะ” จางอวี้เองก็อดกังวลไม่ได้

“จางอวี้พูดถูก เราต้องหาทางส่งเสด็จพระองค์กลับวังหลวงโดยเร็วที่สุด หม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันมีวิธี” จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยแล้วมองอู๋อิงสง “คิดว่าได้เวลาที่หม่อมฉันจะกลับวังหลวงซะที อิงสงตามรองแม่ทัพจางมา”

“ขอรับท่านแม่ทัพ” อู๋อิงสงเดินออกไป

“พี่ได้ยินไม่ผิดกระมัง”

“ไม่ผิดพะย่ะค่ะ หม่อมฉันจะกลับเข้าวังหลวง”

“ดีจริงฝ่าบาทกับไทเฮาคงจะพอพระทัยยิ่ง พี่มาไม่เสียเปล่าจริงๆ” จ้าวเหยียนเว่ยเอ่ยด้วยความยินดี

แผนการของจ้าวเหยียนเจี๋ยคือการทอนกำลังของฝ่ายตรงข้าม หลอกให้อีกฝ่ายสับสนด้วยการปลอมตัวปิดหน้าและแบ่งเป็นสามกลุ่มออกจากป้อมเจิ้งจิน ให้แต่ละกลุ่มแต่งกายเหมือนกันออกจากป้อม โดยมีจางซานจิ่วรองแม่ทัพรักษาแผ่นดินรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลป้อมเจิ้งจินแทน ในช่วงที่จ้าวเหยียนเจี๋ยกลับเข้าเมืองหลวง

จ้าวเหยียนเจี๋ย และอู๋อิงสงพร้อมกับราชองครักษ์อีกสองคนอ้อมไปทางเหนือ ส่วนทางด้านของจ้าวเหยียนเว่ยกับจางอวี้ และเหล่าราชองค์รักษ์อีกสองคนจะฝ่าออกไปตรงกลาง

สือเจี้ยนหาว องครักษ์เงาผู้เต็มไปด้วยปริศนาของจ้าวเหยียนเจี๋ย พร้อมกับนายทหารอีกสี่นาย จะปลอมตัวแล้วมุ่งหน้าไปด้านทิศใต้

เมื่อทั้งสามกลุ่มออกมาจากป้อมพร้อมกันก็เป็นไปดังคาด เกิดการสับสนขึ้น กลุ่มมือสังหารต่างก็แยกกันออกไปเพื่อไล่ล่า ดังนั้นจึงลดจำนวนคนลงไปมากและง่ายต่อการรับมือ เพราะว่ากลุ่มมือสังหารไม่รู้ว่ากลุ่มใดคือกลุ่มของจ้าวเหยียนเว่ยที่แท้จริง

ม้าของจ้าวเหยียนเจี๋ยวิ่งควบคู่มากับม้าของอู๋อิงสง ด้านหลังยังมีม้าของราชองครักษ์อีกสองนาย ซึ่งทำหน้าที่คุ้มกัน

“พวกเจ้าแยกไปทางซ้ายไปเจอกันที่หมู่บ้านข้างหน้า” อู๋อิงสงตะโกนสั่ง ราชองครักษ์ทั้งสองคนแยกออกไปทันทีที่ได้รับคำสั่งนั้น พวกเขาแยกตัวไปอีกด้านเพื่อเพิ่มความสับสนเมื่อเจอทางแยก

“อิงสงเราต้องล่อให้มันไปยังสะพานเชือกข้ามแม่น้ำ ด้านหลังป่าสน” เมื่อจ้าวเหยียนเจี๋ยพูดจบก็มีลูกดอกพุ่งมาแต่เขาไหวตัวทันรีบเอียงตัวหลบ

“พวกมันมีธนูและลูกดอก”

“ด้านหน้าเป็นป่าสน หากถึงที่นั่นเราจะได้เปรียบ แต่เราต้องข้ามแม่น้ำให้ได้ก่อน”

ทั้งสองเร่งม้าเข้าไปในป่าสนหนาทึบ เพื่อให้เป็นอุปสรรคต่อกลุ่มมือสังหารในการยิงธนูและลูกดอก เมื่อใกล้จะถึงสะพานทั้งสองลงแส้เพื่อให้ม้าวิ่งเร็วขึ้นอีก เพราะขอบสะพานเป็นที่โล่งง่ายต่อการถูกโจมตี อู๋อิงสงชะลอม้าเพื่อให้จ้าวเหยียนเจี๋ยข้ามไปส่วนตัวเขาก็คอยระวังหลังให้ ทว่าเมื่อถึงกึ่งกลางของสะพาน ลูกดอกกลับพุ่งมาจากด้านข้างทั้งสองฝั่ง ลูกดอกพวกนั้นมีเป้าหมายคือจ้าวเหยียนเจี๋ย ขณะที่เขากำลังจะพุ่งเข้าไปปกป้องจ้าวเหยียนเจี๋ย ลูกดอกอีกสามดอกพุ่งมายังตัวเขา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 220 จบ

    กระท่อมหลังถัดมาหลังที่สามมิใช่ที่อยู่แต่เป็นโรงครัว ห้องกินข้าว และห้องเก็บอาหาร พวกเราทั้งหมดใช้มันร่วมกัน กินข้าวด้วยกัน ทำกับข้าวสรวลเสเฮฮาร่วมกัน ตอนแรกหม่าซือหยวนคิดว่าอาจารย์มีความคิดที่แปลกประหลาดยิ่ง บ้านของใครก็ควรจะมีโรงครัวเป็นของตัวเองสิ แต่ตอนนี้เขาเห็นแล้วว่าการทำแบบนี้ทำให้ทั้งหมดกลายเป็นครอบครัวใหญ่จริงๆ เพราะตกเย็นทั้งหมดได้มานั่งร่วมกัน กินข้าวด้วยกัน พูดคุยกัน ทั้งยังแบ่งปันสิ่งที่ทำมาให้กันและกันฟังกระท่อมหลังสุดท้ายเป็นของอาจารย์กับนายท่านเหยียนเจี๋ย กระท่อมหลังนี้เป็นหลังที่ดีที่สุดสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญให้กับคนทั้งสอง เพราะอาจารย์ของเขามีความรู้สึกไวต่ออากาศเย็น ดังนั้นกระท่อมหลังนี้จึงเป็นแบบปิด ภายในนั้นมีเตาผิงที่ต้องจุดไฟเอาไว้ตลอดเวลาในหน้าหนาว แต่หน้าร้อนก็สามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้สมาชิกครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่ที่หุบเขามังกรหลับแห่งนี้ทั้งหมดเก้าคน มีตัวเขาหม่าซือหยวน นายท่านเหยียนเจี๋ย อาจารย์ อาจารย์ปู่ ผู้อาวุโสเฟิง สือเจี้ยนหาว อู๋อิงสงกับฮูหยินของเขา และคนสุดท้ายแม่นางน้อยที่ใจแข็งคนหนึ่ง สาวน้อยผู้ที่กำลังซักผ้าอยู่ที่ริมลำธาร แม่นางเสี่ยวจู

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 219

    ทั้งสองจุมพิตกันและกันอย่างเร่าร้อนคลอเคลียพัวพันไม่ห่าง ใบหน้างดงามของเหยียนหว่านเอ๋อร์แดงซ่าน แม้จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความต้องการ แม้จะเคยเห็นบทรักในหนังมามาก ทว่าพอเอาเข้าจริงหญิงสาวกลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน ร่างกายที่ร้อนรุ่มยิ่งทวีความร้อนขึ้นกว่าเดิมเมื่อร่างเปลือยเปล่าของนางถูกเขาจุมพิตไปทั่วความรู้สึกขัดแย้งในกายพุ่งขึ้นสูง ทั้งสุขสมทว่ากลับไม่สบายตัว คล้ายบางอย่างไม่ได้รับการเติมเต็ม หญิงสาวหอบหายใจภายใต้ร่างของเขาอย่างไร้ทางสู้ มือทั้งสองข้างกอดเกี่ยวเขาเอาไว้ทั้งยังแอ่นกายขึ้นไปแนบร่างเข้าหาตัวเขา นางคล้ายหนาวสั่นและพยายามโหยหาความอบอุ่น มือน้อยลูบไล้มัดกล้ามบนตัวเขาอย่างสะเปะสะปะอากัปกิริยาของนางทำให้เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างห้ามไม่อยู่ เขาโน้มกายเข้าหานางและจุมพิตปากเล็กที่กำลังครางเสียงหวานออกมาเบาๆ คล้ายลูกแมวกำลังออดอ้อนขอความรักจ้าวเหยียนเจี๋ยจุมพิตแผ่วเบาเพื่อปลอบโยนนาง ในยามที่เขาโน้มกายเข้าครอบครองนางในที่สุด ทว่าความเจ็บปวดที่พุ่งขึ้นสูง ทำให้นางหวีดร้องออกมาเสียงแผ่ว บางอย่างในกายฉีกขาดออกจากกันให้ ความรู้สึกเจ็บร้าวทำให้นางผงะถอย ทว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยกลับใช้สอ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 218

    “เจ้าเจี๋ย เจ้าบ่าวจะต้องอยู่ดื่มเหล้ามงคลกับแขกเหรื่อก่อนสิจึงจะถูก” ซูหย่งจื้อเอ่ย“อาจารย์” เหยียนหว่านเอ๋อร์มองซูหย่งจื้ออย่างงงงัน“เขาเมาน่ะ” หลี่เฟิงเสวียนเอ่ยกลั้วหัวเราะ“นี่ พวกเจ้าแม้จะแต่งงานก็ยังร่วมหอไม่ได้นะ สุขภาพเจ้าไม่แน่ว่าจะรับไหวดังนั้นข้าขอเตือน”“อาจารย์!” เหยียนหว่านเอ๋อร์หน้าแดง“นี่มันคืนส่งตัวนะผู้อาวุโส” หลายคนพยายามดึงเขาออกไปจากห้องหอ“เจ้าเจี๋ยน่ะ ข้าไว้ใจ แต่ที่ข้าไม่ไว้ใจน่ะศิษย์ตัวแสบของข้าต่างหาก”“ท่านกำลังพูดอะไรกัน ไป ท่านเมาแล้ว” สือเจี้ยนหาวอ่อนใจเหลือเกิน ศิษย์อาจารย์คู่นี้ช่างหาเรื่องให้ปวดหัวได้ไม่เว้นวันจริงๆ“จริงๆ นะ เจ้าเจี๋ย อย่าให้นางจับเจ้ากินไปเสียก่อนเล่า”“อาจารย์ท่านเหลวไหลอะไร!!”“ข้าน่ะหรือเหลวไหล เจ้าน่ะไม่น่าไว้ใจ ส่วนเจ้าเจี๋ยเขาไม่มีทางรู้ทันความเจ้าเล่ห์ของเจ้าหรอก เจ้ากะจะจับเขากินโดยไม่ฟังข้าล่ะสิ”“อาจารย์!” เหยียนหว่านเอ๋อร์ถึงกับพูดไม่ออก นางอายจนใบหน้าแดงก่ำร้อนแทบจะลุกเป็นไฟ“เจ้าเจี๋ย...ข้าไว้ใจเจ้านะ” เสียงตะโกนของซูหย่งจื้อยังคงดังเข้ามาแม้ว่าเขาจะโดนหิ้วตัวไปแล้ว“เอ่อ...นี่เป็นการก่อกวนห้องหอเท่านั้น ขอท่านอาเขยก

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 217

    “ข้าจ้าวเหยียนเจี๋ยขอสาบาน ข้าจะรักเหยียนหว่านเอ๋อร์เพียงผู้เดียวมิแบ่งใจให้คนอื่น เจ้าจะเป็นหนึ่งเดียวในใจข้า ข้าจะซื่อสัตย์ต่อเจ้าเพียงผู้เดียวไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”“ข้าเหยียนหว่านเอ๋อร์ขอสาบาน ข้าจะรักจ้าวเหยียนเจี๋ย รักด้วยจิตวิญญาณทั้งหมดของข้า ท่านจะมีข้า และข้าจะมีท่านเดินเคียงข้างกันไปนับจากวันนี้ จวบจนวันสุดท้ายของชีวิต”ถ้อยคำหนักแน่นของทั้งสองดังขึ้นท่ามกลางสายลมที่พัดแผ่ว ท่ามกลางทุ่งดอกหญ้าสีขาวบริสุทธิ์ ท่ามกลางหุบเขาลำเราไพรที่ร่วมเป็นสักขีพยาน... งานมงคลเรียบง่ายของบ่างสาวสองคู่ถูกจัดขึ้น จ้าวเหยียนเจี๋ยแต่งเหยียนหว่านเอ๋อร์เป็นฮูหยิน และอู๋อิงสงแต่งอวิ๋นหยาเป็นฮูหยิน ภายในถ้ำนำแข็งพันปีของวังเมฆาอัคคีถูกตบแต่งด้วยข้าวของมงคลสีแดงทว่าเหล่าสักขีพยานที่เข้ามาร่วมงานกลับมีเยอะกว่าที่เหยียนหว่านเอ๋อร์คาด ตอนแรกนางเพียงอยากให้งานมงคลนี้เป็นเพียงงานเลี้ยงเล็กๆ เท่านั้น แต่จ้าวเหยียนเจี๋ยกลับส่งคนไปเชิญสหายสนิททั้งหมดของนางมาร่วมแสดงความยินดีเสวียนหมิง ลั่วอิงยี่ หลิงหลิง จ้าวเหยียนอิ่ง ซิ่วอิ่งจิน มู่หรงเซียว ซิ่วจินหลิน หลี่เฟิงเสวียน ซูหย่งจื้อ สือเจี้ยนหาว คนทั้งหมดนี

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 216

    นางรู้เพียงถูกลงโทษตามกฎของพรรค เสวียนหมิงให้จั่วจินเหิงนาบสัญลักษณ์ของการถูกขับไล่ก่อนจะให้จั่วจินเหิงโบยนางด้วยตนเอง เมื่อครบร้อยไม้แล้วพวกเขาก็ประกาศไปว่านางตายไปแล้ว ศพของนางถูกส่งลงเขามาฝังทว่าลมหายใจนางกลับคืนมา เสวียนหมิงจึงให้ซูหย่งจื้อรั้งชีวิตนางเอาไว้กระนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ คือนางถูกนาบสัญลักษณ์ของการถูกขับไล่ และที่ต้องเป็นจั่วจินเหิงเท่านั้นที่ทำหน้าที่โบย เนื่องจากเสวียนหมิงไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำเขาจะต้องกะแรงให้พอดิบพอดีไม่ลงหนักหรือเบาจนเกินไป แต่เขาก็ยังต้องโบยถึงห้าสิบไม้กว่าที่อวิ๋นหยาจะสลบ ก่อนจะประกาศไปว่านางสิ้นลมแล้วส่งตัวนางมายังกระท่อมแห่งนี้“เจ้า...ข้าคิดว่าจ้าววังส่งเจ้าไปที่อื่น เขาบอกว่าเจ้าทำความผิดร้ายแรงต้องถูกลงโทษ เลยต้องส่งเจ้าไป”“ข้าอยู่ที่นี่มาตลอด คนในพรรคคิดว่าข้าตายไปแล้ว แต่นั่นก็จริงสำหรับพวกเขาข้าตายไปแล้ว ข้าถูกขับออกจากพรรคตอนนี้ข้าไม่มีที่ให้ไปแล้ว ดังนั้นหากท่านไม่ทำตามคำพูดไม่แต่งข้าเป็นฮูหยิน ข้าจะฆ่าท่านเสีย” นางขู่“แล้วข้าจะแต่งใครได้” เขาจูบหนักๆ ลงบนหน้าผากนาง“ต้องขอบคุณฮูหยินท่านนั้น” อิงสงหันกลับมามองคนที่เดินตามเขามาถึงกระ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 215

    เช้าวันต่อมาข่าวการเสียชีวิตของเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็ถูกประกาศออกไป พร้อมๆ กันนั้นข่าวที่องค์ชายสามทรงอาการบาดเจ็บภายในทรุดลง เพราะทรงเสียพระทัยกับข่าวการตายของว่าที่พระชายาก็ได้แพร่ออกไป กระทั่งสองวันหลังจากนั้นข่าวการที่องค์ชายสามทรงสิ้นพระชนม์ตามว่าที่พระชายาก็ถูกประกาศออกไปในวังหลวงต่างก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทว่าก็ซาบซึ้งกับความรักที่องค์ชายสามมีต่อพระชายายิ่งนัก ว่ากันว่าจ้าวเหยียนอี้อนุญาตให้ฝังศพของคนทั้งสองไว้ด้วยกันในสุสานหลวง แต่เพราะเหยียนหว่านเอ๋อร์ยังมิได้แต่งให้องค์ชายสามอย่างถูกต้อง และยังไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระชายาอย่างเป็นทางการ จ้าวเหยียนอี้จึงพระราชทานตำแหน่งให้เหยียนหว่านเอ๋อร์เป็นฮูหยินคุณธรรม ฮูหยินแม่ทัพใหญ่แคว้นจ้าวขณะที่ผู้คนในเมืองหลวงต่างไว้ทุกข์ให้องค์ชายสามและฮูหยินคุณธรรมอยู่นั้น เหยียนหว่านเอ๋อร์ก็ถูกพาเข้าไปนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงน้ำแข็ง ในถ้ำน้ำแข็งพันปีของวังเมฆาอัคคี โดยมีเสวียนหมิงและซูหย่งจื้อดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด“อาหมิง เรื่องอวิ๋นหยาไปถึงไหนแล้ว”“ท่านอาโปรดวางใจ ข้าได้ทำตามที่ท่านอาบอกแล้ว”“เช่นนั้นหรือ นางเป็นเช่นไรบ้าง”“ยังมีชีวิตอยู่

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 109

    “หากนำคำหนึ่งคำจากบทกลอนแต่ละบรรทัดแยกออกมา แล้วลองนำมาต่อกันก็จะได้ประโยคหนึ่ง” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยเสียงสดใสใบหน้าของนางแตะแต้มไปด้วยรอยยิ้ม “จับ-กระ-ต่าย-มา-ให้-ข้า-หนึ่ง-ตัว” จ้าวเหยียนเจี๋ยอ่านประโยคนั้นแล้วหัวเราะออกมานี่สินะคือเหตุผลที่อยู่ๆ นางก็อยากจะให้เขาออกไปจับกระต่ายมาให้นางเมื่อวา

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 107

    “ข้าขอโทษก็มันออกจะตลกนี่ บทกลอนนั่นน่ะข้าเป็นคนแต่งมันขึ้นมาเองเมื่อนานมาแล้ว”“อะไรนะ!!”รังสีอำมหิตขุมหนึ่งพุ่งออกมากับความโกรธของจ้าวเหยียนเจี๋ย ครั้งนี้มันรุนแรงกว่าทุกๆ ครั้ง บทกลอนตัดพ้อคนรักนั้นเหยียนหว่านเอ๋อร์ถึงกับเป็นผู้ที่เขียนขึ้นมาเอง นางเคยมีคนรักที่รักกันลึกซึ้งถึงเพียงนั้นเชียวหรื

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 106

    “นะ แน่นอนสิ ขะ ข้าเพิ่งจะเขียนมันขึ้นมาเมื่อคืนนี้เอง ไม่เช่นนั้นข้าจะเอามันมาจากไหนได้ล่ะ” หม่าซือหยวนยังคงยืนยัน“จริงหรือ” น้ำเสียงแฝงเอาไว้ด้วยแววเย้ยหยันของสือเจี้ยนหาวทำเอาหม่าซือหยวนต้องปาดเหงื่ออีกรอบ“อาหยวน เจ้าบอกข้ามาตามตรงเถิดว่าเจ้ากำลังทำอะไรอยู่ ข้ากับเจ้ามิใช่ว่าเพิ่งรู้จักกัน ข้า

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 105

    “ข้าขอโทษ เจ้าอย่าร้องเลยนะ เป็นข้าที่ผิดเอง” เขาจูบลงบนเรือนผมของหญิงสาวหลายครั้ง เป็นนานกว่าที่หญิงสาวจะสงบลง “ให้ข้ามองเจ้าหน่อย หลายวันมานี้เจ้าดูเหมือนจะซูบไปเพราะต้องดูแลข้า” จ้าวเหยียนเจี๋ยดันร่างเล็กออกห่างเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของอีกฝ่ายขึ้น เขาก้มลงจูบประพรมลงบนแก้มข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status