ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางเอก]

ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางเอก]

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-06
โดย:  ซูมู่หรานจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
38บท
703views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

พาสสุดท้ายนี้ ออกแนวดราม่า มีปมหลายอย่างที่ฝังอยู่ มันจะถูกแก้ไปทีละนิด เพราะ "พระนาง" เริ่มต้นจากความไม่เข้าใจ ไม่ได้ตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกเห็น แต่มันเป็นรักที่ซึมซับกันทีละนิด ต่างคนต่างมีนิสัยเย็นชา หวังแค่ประโยชน์จากอีกฝ่าย แต่พอได้อยู่ด้วยกันนานไป ความรู้สึกที่ไม่เคยมีก็บังเกิดขึ้น ที่เหลือไปตามต่อกันเองนะคะ...

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

1. ปฐมบท

الساعة الحادية عشرة ليلًا.

كنتُ أركض ليلًا في حديقة المبنى حيث يسكن أخي.

فجأةً سمعتُ من بين الشجيرات صوت رجلٍ وامرأة يتحدّثان همسًا.

"رائد، كنتَ تقول إنك في البيت بلا مزاج؛ جئتُ معك إلى هنا، فلماذا ما زلتَ على الحال نفسها؟"

ما إن سمعتُ حتى أدركتُ أن الصوت لزوجة أخي هناء.

ألم يخرج أخي وهناء لتناول العشاء؟ كيف ظهرا في الحديقة، بل بين الشجيرات؟

مع أنني لم أواعد فتاةً من قبل، فقد شاهدتُ كثيرًا من المقاطع التعليمية، وفهمتُ فورًا أنهما يبحثان عن إثارة.

لم أتوقع أن يكون أخي وهناء بهذه الجرأة! في الحديقة… يا لها من مجازفة.

لم أتمالك نفسي وأردتُ أن أتسمّع.

هناء جميلة وقوامُها رائع، وسماعُ صرخاتها حلمٌ طالما راودني.

زحفتُ على أطراف أصابعي إلى جانب الشجيرات ومددتُ رأسي خلسة.

فرأيتُ هناء جالسةً فوق أخي، وإن كانت تدير ظهرَها لي، إلا أن انسياب ظهرها كان آسرًا.

على الفور جفّ حلقي واشتعل جسدي وشعرتُ بالإثارة.

أمام امرأةٍ بهذه الإغراءات تعثّر أخي قليلًا: "هناء، أنا… الأمر غير ممكن."

ثارت هناء عليه قائلةً: "لا أمل فيك! في الخامسة والثلاثين وهكذا؟ ما نفعك إذن؟ حتى لو كان الأمر غير ممكن، ألا تُخرج شيئًا نافعًا؟ ولا حتى ذلك! فكيف أنجب؟ إن بقيتَ هكذا فسأبحث عن غيرك! إن كنتَ لا تريد أن تصير أبًا فأنا ما زلتُ أريد أن أصير أمًّا."

سحبت هناء بنطالها غاضبةً وخرجت.

ارتعبتُ ولذتُ بالفرار.

لم تمضِ برهة حتى سمعتُ أن هناء قد عادت.

أغلقت الباب بقوة فدوّى صوته، فقفز قلبي من الفزع.

ربَّتُّ على صدري في خلوّتي وأنا أفكر: يا لهول ما رأيت؛ لم أظن أن حياة أخي وهناء الزوجية بهذا السوء.

يُقال إن المرأة في الثلاثين تشتدُّ رغبتها؛ وهناء تبدو فعلًا غير مُشبَعة، وأخي بذلك الجسد النحيل كيف لها أن تكتفي به؟

أما أنا فربما… تفوّ!

ما الذي أفكر فيه؟ هناء زوجةُ أخي، كيف أطمع فيها؟

أنا ورائد وإن لم نكن شقيقين من الدم، إلا أننا أوثق من ذلك.

ولولا رائد لما كنتُ أنا الجامعي اليوم.

إذًا، يستحيل أن أطمع في هناء.

وبينما أنا غارقٌ في شرودي سمعتُ من الغرفة المجاورة أنينًا خافتًا.

ألصقتُ أذني بالجدار أتجسّس.

إنه أنينٌ حقًا!

هناء كانت…

اشتعل جسدي ولم أعد أحتمل، فبدأتُ إشباعًا ذاتيًا بصمت.

وفي الختام توحّدت الأصواتُ على جانبي الجدار.

هذا التوافقُ الغريب جعلني أشرُد من جديد.

وفكّرت: لو كنتُ مع هناء لكان بيننا انسجامٌ كبير.

لكن هذا مستحيل؛ فبيننا دائمًا أخي.

لا يمكن أن أخون أخي.

بدّلتُ سروالي الداخلي المبلّل ووضعته في حمّام الخارج عازمًا على غسله صباحًا.

ثم نمت.

ونمتُ حتى بعد التاسعة صباحًا؛ وحين نهضتُ كان أخي قد غادر إلى العمل، ولم يبقَ في البيت إلا أنا وهناء.

كانت تُعدّ الفطور.

ارتدت هناء منامةً حريريةً بحمّالات، فبان قوامُها الممتلئ أمامي بلا حجاب، ولا سيما امتلاءُ صدرِها؛ فعاد إليّ جفافُ الحلق.

"سهيل، استيقظت؟ أسرع واغتسل لتتناول الفطور." حيّتني هناء.

لم أمكث هنا إلا أيامًا قليلة، وما زلتُ غيرَ معتاد، فكنتُ متحفّظًا، فاكتفيتُ بـ"أوه" خفيفة ومضيتُ إلى الحمّام.

وبينما أغسل وجهي تذكرتُ أن سروالي الذي بدّلتُه البارحة موضوعٌ هنا.

وهناء تستيقظ قبلي؛ أيمكن أنها رأته؟

نظرتُ بسرعةٍ إلى الرف، وفوجئتُ: سروالي غير موجود!

وبينما أبحث هنا وهناك سمعتُ صوت هناء من خلفي: "لا تبحث، أنا غسلته لك."

احمرّ وجهي حياءً. ذلك السروال كان ملطّخًا، فحين غسلتْه ألا تكون قد رأت…؟ يا للحرج!

وكانت هناء تضم ذراعيها على صدرها، وتبتسم كأن لا شيء: "سهيل، أما سمعتَ شيئًا البارحة؟"

أخذتُ أهز رأسي إنكارًا؛ لا يمكن أن أعترف بأنني سمعتُها وحدها تعمل ذلك.

"ل… لا، لم أسمع شيئًا."

"حقًا؟ ألم تسمع أصواتًا غريبةً من غرفتي؟" كانت تُجرّبني.

"نمتُ بعد العاشرة بقليل؛ حقًا لم أسمع شيئًا."

ثم انسحبتُ هاربًا.

ولا أدري لماذا كنتُ أمام أسئلتها شديدَ الارتباك، وكانت عيناي تسقطان على صدرها بغير إرادةٍ مني، كأن سحرًا يجذبني.

جلستُ إلى المائدة آكل بصمت، ولم أكن حاضر الذهن، إذ جاءت وجلست إلى جانبي.

فكّرتُ: ما الذي تنويه؟ كنا نجلس متقابلين عادةً، فلماذا اليوم إلى جواري؟

وبينما أفكر لمستْ بسبابتها ذراعي لمسةً خفيفة، فشعرتُ بوخزٍ لذيذٍ يسري في جسدي كالكهرباء.

وتعجّبتُ في نفسي: إذًا هذا شعورُ لمس المرأة؟ يا له من أمرٍ عجيب.

"سهيل، كأنك تخافني، أليس كذلك؟"

"لا، غير أنني لستُ معتادًا بعد، فأتقبّض قليلًا."

"والناس يتعارفون من عدم، ولهذا يلزم أن نُكثر الحديث لنقترب أسرع وبشكلٍ أنفع. سهيل، أتعرف أسرع وأنجع طريقةٍ ليصير الرجل والمرأة مألوفَين لبعضهما؟"

لا أدري أهو وَهم، لكني أحسستُ أنها تُلمّح إلى شيء، فاضطربتُ ولم أعد أهنأ بالطعام، وكان الفضول يأكلني: ماذا تقصد؟

فتجرّأتُ وسألت: "ما هي يا هناء؟"

"الإنجاب!" حدّقت فيّ بعينيها البراقتين وقالتها مباشرةً.

اختنقتُ. قلتُ في نفسي: لمَ تقول لي هذا؟ إنها زوجة أخي، ولا يمكن أن يحدث بيننا شيء. أتراني مقصدَها؟ أخي لا يقدر، فهل علّقت أملها عليّ؟ لا، لا يجوز أن أخون أخي.

سحبتُ الكرسي مبتعدًا قليلًا: "هناء، لا تمزحي؛ لو سمع أحدٌ لأساء الظن."

ضحكت وقالت: "إذًا قل الحقيقة: هل سمعتَ شيئًا البارحة أم لا؟ إن لم تصدّق فسنتعمّق في الحديث."

كدتُ أفقد السيطرة من الخوف، فقلتُ مرتبكًا: "نعم، سمعتُ بعض الأصوات، لكن لم أقصد."

"هل كان أنيني؟ هل كان جميلًا؟" لم أتوقّع منها هذا السؤال.

احمرّ وجهي وكاد قلبي يقفز من صدري، ولم أعرف بمَ أجيب.

وفي تلك اللحظة جاء طرقٌ على الباب، فتمسّكتُ به طوقَ نجاة، وأسرعتُ أفتح.

وما إن فتحتُ الباب حتى رأيتُ امرأةً طويلةً ممشوقة القوام، ملامحُها شديدة الجمال، ونظرتها آسرة.

حدّقت بي بعينيها السوداوين الواسعتين وسألت: "من أنت؟"

وقلتُ متعجبًا: "ومن أنتِ؟"

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
38
1. ปฐมบท
ปฐมบท…ณ สวนสาธารณะ หญิงสาวคนหนึ่งกำลังก้ม ๆ เงย ๆ เพื่อระบายสีบนภาพวาดในแผ่นกระดาษอย่างตั้งใจ ภาพที่เธอวาดมันคือภาพตึกสูงหลายสิบชั้น มุมขวาเป็นสะพาน ด้านล่างเป็นแม่น้ำไหลผ่าน มีเรือลำน้อยใหญ่แซมเป็นจุด ๆผู้คนที่เดินไปเดินมาพบเห็นก็หยุดยืนมองอย่างสนใจบางคนชื่นชม บางคนถึงกับเอ่ยปากขอซื้อภาพก็มีทว่าหญิงสาวทำเพียงแค่เผยยิ้มแล้วก็ส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะก้มลงวาดภาพตรงหน้าต่ออย่างใจเย็น แม้จะมีเสียงมากมายแว่วมาให้ได้ยินก็ตาม ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้เธอเสียสมาธิกระทั่งเสียงมือถือดังขึ้น… ตื๊ด! ตื๊ด!“ว่า?” เธอกรอกเสียงตอบกลับไปอย่างใจเย็น “เปลี่ยนแผน นายต้องการให้ลงมือคืนนี้เลย”“งานเลี้ยงจะมีพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ”“กำหนดการเปลี่ยนแล้ว ระวังตัวด้วย” เสียงถูกตัดไปแล้ว มือขาวจึงค่อย ๆ ขยับลงมาวางที่ตักตัวเองดวงตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายระยิบระยับ กลับฉายแววนิ่งเฉยไร้ซึ่งความร่าเริงเหมือนคราแรก จากนั้นหญิงสาววัยยี่สิบหกก็หันมาเก็บอุปกรณ์ของตนเข้ากล่องที่วางอยู่ข้างตัว“ไม่วาดแล้วเหรอครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นมา ท่ามกลางผู้คนนับสิบที่ยืนรายล้อมอยู่ทางด้านหลัง บางคนก็ไม่ได้สนใจภาพที่เธอวาดนัก ที่ยั
อ่านเพิ่มเติม
2. ถูกตามล่า
ค่ำคืนดึกสงัด เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังวิ่งตรงไปเบื้องหน้าอย่างเร่งรีบ เพราะด้านหลังมีกลุ่มคนวิ่งตามนับสิบ“หยุด! ข้าบอกให้หยุด” เสียงตะโกนนั้นแว่วมาแต่ไกลทว่าร่างอรชรที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหาได้ฟังคำของคนเหล่านั้นไม่ แม้ร่างกายจะโชกไปด้วยโลหิตจากการต่อสู้ ถึงกระนั้นหญิงสาวนางนี้กลับมิได้หยุดพักเพราะความเจ็บปวดหากเมื่อใดที่นางยอมแพ้ คงได้ถูกคนเหล่านี้จับตัวไปบำเรอกามเป็นแน่ ฉะนั้นนางขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า“อดทนไว้ไป่ฮวา” เสียงแผ่วเปล่งออกมาเตือนตนเอง สองเท้ายังคงมุ่งหน้าวิ่งตรงไปไม่หยุด กระทั่งหนทางที่หนีนั้นมันเริ่มไร้ทางไป เพราะเบื้องหน้าคือผาและด้านล่างยังมีแม่น้ำไหลเชี่ยว“ยอมจำนนเสีย คิดหรือว่าเจ้าจะรอดพ้นเงื้อมือพวกเราไปได้ ต่อให้หนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว เราก็ตามเจ้าพบอยู่ดี ฉะนั้นอย่าทำให้เสียเวลาเลย มันเปล่าประโยชน์” ผู้ที่เป็นหัวหน้าส่งเสียงเตือนหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่ริมหน้าผา เพื่อยับยั้งไม่ให้นางกระโดด“ฝันไปเถิด ข้ายอมตายเสียดีกว่า” ไป่ฮวาแผดเสียงใส่กลุ่มคนตรงหน้า ซึ่งพวกมันกำลังก้าวเข้ามาหาอย่างใจเย็นร่างอรชรขยับถอย ในมือยังคงถือดาบเล่มยาวตั้งท่าจะต่อสู้อีกหน ทว่าด้วย
อ่านเพิ่มเติม
3. เรื่องมหัศจรรย์
บนเตียงไม้เก่าในเรือนหลังหนึ่ง ร่างอรชรที่หมดสติไปสองวันกำลังเปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อปรับภาพตรงหน้าชัดเจนแล้ว คิ้วสวยก็เริ่มผูกกันเป็นปม “ที่นี่ที่ไหนกัน” หญิงสาวพึมพำแผ่วเบา จากนั้นจึงพยายามขยับลุกนั่งแล้วมองไปรอบห้อง “ไม่ใช่โรงพยาบาลเหรอ” คนเจ็บพร่ำเพ้ออย่างไม่เข้าใจ กระทั่งก้มลงสำรวจร่างกายตนเองซึ่งมันได้ทำให้เธอตกใจมาก บนตัวไม่พบบาดแผลจากคมกระสุน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเธอถูกยิงตั้งสี่นัด แต่ร่างกายกลับมีแค่แผลตรงช่วงเอว และแผลแตกตรงขมับด้านซ้ายเท่านั้น “แผลนี้ได้มายังไงนะ แล้วแผลถูกยิงมันหายไปไหน” ด้วยนิสัยเป็นคนตื่นตัวและรอบคอบอยู่เสมอ ฟูหลิงจึงรีบขยับลุกลงจากเตียง เพื่อสำรวจไปรอบห้อง และหาทางหนีทีไล่ เนื่องจากก่อนนี้ เธอถูกตามล่า เลยไม่อาจทำใจเย็นอยู่ได้ จากนั้นเธอก็เดินมาหยุดที่ริมหน้าต่าง เพื่อแง้มออกดูด้านนอก ภาพที่พบยังเป็นบรรยากาศของยุคจีนโบราณเหมือนที่เคยเห็นในซีรี่ย์ ทว่ามันดูสมจริงมากไม่เหมือนการตบแต่งในโรงถ่าย “ทำไมไม่มีสายไฟหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายทำเหมือนที่เคยเห็นล่ะ ผู้คนด้านนอกก็เหมือนจะทำงานจริง ไม่เหมือนคนกำลังเข้าฉากแสดงเป็นบ่าวรับใช้เลย” เธอพึมพำ
อ่านเพิ่มเติม
4. ก้อนหินไร้ใจ
ฟูหลิงยังคงนิ่งงันและรู้สึกว่ามันไม่ค่อยสมเหตุสมผล หากนางเป็นอนุของฉินอ๋องจริง ไยเขาถึงมองนางเหมือนเป็นศัตรู “ขะ…ข้าเป็นอนุของท่านจริงหรือเจ้าคะ” “พูดจาให้มันดีดี หม่อมฉัน พระองค์ เพคะ มิใช่เอาวาจาบ้านเกิดตนเองมาใช้กับข้าเช่นนี้” คนตรงหน้าตำหนิเสียงเรียบ ‘เป็นอ๋องที่บ้าอำนาจซะด้วย เสียทีที่เกิดมาหล่อ’ ฟูหลิงก่นด่าเขาในใจ ทว่าสีหน้าและแววตากลับดูตื่นกลัว ซึ่งอันที่จริงภาพที่เห็นมันคือส่วนหนึ่งในการแสดงที่ติดตัวมาจากยุคปัจจุบัน “เพคะ ต่อไปหม่อมฉันจะระวังให้มาก จะไม่ทำให้ท่านอ๋องเคืองขุ่นพระทัยอีก” เอ่ยแล้วนางก็ก้มหน้าอย่างคนสำนึกผิดทว่าในใจกลับกำลังก่นด่าอีกฝ่าย ‘หึ! เอาไว้ฉันหายดีก่อนเถอะ อีตาอ๋องขี้เก๊ก แม่จะเอาคืนให้เลิกปากเสียเลย’ “ดี เช่นนั้นก็ออกเดินทางได้” “หา!” นางจ้องหน้าเขาทันที ตนหรืออุตส่าห์ทำตัวดีดี ทว่าอีกฝ่ายกลับเย็นชา ออกคำสั่งให้เดินทางอีกจนได้ “เอ่อ…ท่านอ๋อง เราควรใส่ยา เปลี่ยนผ้าพันแผลและให้ นางกินอะไรก่อนออกเดินทางนะพ่ะย่ะค่ะ” เฉินอี้รีบท้วง “ใช่ ๆ หม่อมฉันหิวมากเลยเพคะ” มือเล็กรีบยื่นออกมาเกาะแขนเขา ฟูหลิงคิดว่ายังไงผู้ชายก็ต้องแพ้ลูกอ้อน เจ้าของร่างหน้าตาดี
อ่านเพิ่มเติม
5. ความทรงจำขาดหาย
ฟูหลิงพยักหน้ารับอย่างจำยอม มิเช่นนั้นอีกฝ่ายคงรังแกนางมากกว่านี้เป็นแน่ และเมื่อเขาปล่อยมือ นางก็รีบขยับหมายจะกลับไปนั่งที่เดิม แต่ยังไม่ทันไร เอวขอดก็ถูกมือเรียวรั้งให้หยุดนิ่งอีกหน ตามมาด้วยเสียงกดต่ำบังคับอย่างชัดเจน “แผลบนหัวยังไม่ได้ใส่ยา” กล่าวพร้อมกับดึงนางมาใกล้ ก่อนจะแกะปมเชือกเพื่อเอามันออกมา คนเจ็บก็ได้แต่นั่งนิ่งปล่อยให้เขาทำไป หากโต้เถียงอีก ไม่รู้ฉินอ๋องผู้บ้าอำนาจจะทำอะไรต่อ ไม่นานนัก เขาก็ปล่อยให้นางขยับตัวออกมานั่งที่เดิม ฟูหลิงจึงรีบสวมใส่อาภรณ์ให้เรียบร้อย โดยมีสายตาของอีกฝ่ายจับจ้องทุกอิริยาบถ ราวกับต้องการจับผิดบางอย่าง ‘นางลืมทุกอย่างจริงหรือ ถึงได้คิดว่าตนเองเป็นผู้ที่มีนามว่าฟูหลิงตามที่เราบอก หรือท่าทางที่เป็นอยู่ในยามนี้ มันคือการเสแสร้งเพื่อตบตาเราเหมือนที่นางเคยทำกับฟู่อินหลางและตันหยง’ เหยียนตี้นึกในใจ เมื่อเห็นท่าทางที่ต่างออกไปของสตรีตรงหน้า ซึ่งคราวก่อนที่พบกัน นางดูสุขุมรอบคอบมากกว่ายามนี้ หรือนางจะจำอันใดไม่ได้จริง ๆ ไม่…ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจวางใจได้ เพราะสำหรับเหยียนตี้ ไป่ฮวาคือตัวอันตราย นางคือคนสนิทของอ๋องลี่จาง ถูกส่งตัวเข้ามาเพื่อสืบข่าวแ
อ่านเพิ่มเติม
6. สั่งสอนคนอวดดี
ด้านฟูหลิง นางมิได้ใส่ใจที่จะหันไปมองผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีสักนิด ก็แน่ล่ะ… นางกับเขาก็เหมือนคนแปลกหน้า ไหนเลยอนุที่จำสิ่งใดมิได้อย่างตน จะแยแสสามีใจร้ายที่อยู่กับหญิงอื่น บัดนี้สิ่งที่ฟูหลิงต้องการคืออาหารต่างหาก ซึ่งนางกำลังตั้งหน้าตั้งตากินเพื่อเพิ่มพลัง กระทั่งอิ่ม นางก็ออกมานั่งเล่นที่ลำธาร มีท่านหมอและหลี่โม่คอยประกบเช่นเคย ส่วนฉินอ๋องนั้น ยังคงพักผ่อนในกระโจมไม่มีทีท่าว่าจะออกมา “ท่านหมอ พอจะรู้พื้นเพ ภูมิหลังของข้าบ้างหรือไม่ ข้าอยากรู้ว่าตนเป็นใคร อายุเท่าใด มีพี่น้องหรือไม่ และนิสัยเก่า ๆ เป็นเช่นไร พอดีข้านึกอย่างไรก็นึกไม่ออก จึงอยากขอคำอธิบายที่สมเหตุสมผลจากท่านสักนิดเจ้าค่ะ” ฟูหลิงสงเสียงออดอ้อน ทว่าอีกฝ่ายกลับอึกอัก สุดท้ายจึงเป็นหลี่โม่ที่ตอบเอง “ท่านหมอเพิ่งพบกับอนุหลิงเป็นคราแรก และปกติท่านอ๋องก็ไม่เคยเล่าเรื่องท่านให้ใครฟัง หากอยากถามเอาความท่านคงต้องไปถามท่านอ๋องเองแล้ว” หลี่โม่ชักสีหน้าไม่พอใจใส่ ‘อีตานี่เคี่ยวพอ ๆ กับเจ้านายเลยแฮะ สงสัยจะไม่ชอบขี้หน้าเราเหมือนกัน ว่าแต่เจ้าของร่างไปทำอะไรให้พวกเขากันนะ ถึงได้มีท่าทางเหมือนโกรธแค้นกันมาสักสิบชาติได้’ ฟูหลิ
อ่านเพิ่มเติม
7. ข่มเหง
แม้จะเป็นเช่นนั้น ฉินอ๋องก็หาได้อ่อนโยน เมื่อแก่นกายถูกฝังลงไปจนมิด ร่างกำยำก็เริ่มขยับเอวสอบของตน เพื่อสร้างความคุ้นชิน ซึ่งมันก็ยากนัก เพราะร่องรักด้านล่างนี้ยังใหม่ และที่สำคัญ เขาไม่ได้เล้าโลมนางให้เกิดกำหนัดก่อนทำ การเคลื่อนตัวมันจึงยากลำบาก แม้แต่ตัวเขาเองยังต้องกัดฟันทนกับความทรมานที่มันคับแน่นจนปวดหนึบ แทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ก็ว่าได้ “ฮื่อ ฮื่อ เอามันออกไปข้าเจ็บ” ฟูหลิงร้องท้วงอีกหน พร้อมกับยกมือดันไหล่แกร่งให้ถอยห่าง ทว่าไหนเลยมันจะเป็นผล ยิ่งนางต่อต้าน ยิ่งดูเหมือนเขาจะลงโทษหนักขึ้น “หากเจ้าไม่อยากทรมานจนตาย ก็อย่าดื้อรั้นกับข้าอีก” สิ้นคำ ริมฝีปากหนาก็บดขยี้ปากอิ่มที่เผยอจะต่อว่าเขา ฟูหลิงก็ได้แต่ครวญครางในลำคอ เพราะยามนี้นางมิอาจทำอันใดได้ นอกจากก่นด่าเขาในใจ และนึกตำหนิตนเองที่ไม่ใจเย็น รอให้ร่างกายหายดีก่อน ค่อยคิดยั่วโมโหเขา แต่ก็นั่นแหละ ใครจะไปคิดกันล่ะว่า ฉินอ๋องผู้นี้ จะร้ายกาจถึงขนาดข่มเหงรังแกสตรีตัวน้อย ๆ ได้ ต่อให้นางเป็นอนุ ผู้เป็นสามีก็ไม่ควรทำเช่นนี้ เพราะนางมิใช่ศัตรูเขาเสียหน่อย… ‘หรือว่า…เจ้าของร่างนี้เคยทำเรื่องอันใดไว้ ไม่ก็…บิดานางเคยทำเรื่องไม่ดีต่อ
อ่านเพิ่มเติม
8. เปิดก่อนได้เปรียบ
เพราะก่อนนี้ฟูหลิงถูกสามีจับกินจนสลบไป พอตื่นขึ้นมาก็เหลือแค่สาวใช้ข้างกาย และองครักษ์อีกสิบคนที่เดินไปมาในจวน รวมถึงหวังจินเยว่ ผู้ที่บอกว่าตนก็เป็นอนุฉินอ๋องเช่นกัน พอถูกคนที่มีฐานะเท่ากันก่นด่า มีหรือนางจะยอมลงให้ง่าย อีกทั้งยามนี้ร่างกายตนก็หายดีแล้วด้วย ใครร้ายมา ฟูหลิงจะคืนให้สิบเท่าเลยคอยดู “นางคนชั้นต่ำไร้สกุล นี่เจ้ากล้าต่อว่าข้าที่เป็นถึงบุตรสาวท่านเจ้าเมืองหนานโจวหรือ ข้าจะให้ท่านพ่อจัดการเจ้า” “เชิญ! รีบขี่ม้าไปฟ้องเลย อย่ามาอยู่ให้รกหูรกตา” สิ้นคำฟูหลิงก็คว้าเอาม้วนกระดาษกลับคืน ก่อนจะหันมาจูงแขนคนของตนหมายจะพาเดินออกไป ทว่าหวังจินเยว่หรือจะยอม “จับมันไว้! วันนี้ข้าจะสั่งสอนมันให้รู้สำนึก วันหน้าจะได้ไม่ปากเก่งเช่นนี้อีก เจ้าอย่าหวังว่าจะมีใครมาช่วยได้เลย” หวังจินเยว่ยกยิ้ม เมื่อเห็นคนของตนจับนายบ่าวทั้งสองไว้มั่นแล้ว ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาอย่างย่ามใจ ทว่ายังไม่ทันที่จินเยว่จะได้ง้างมือเพื่อตบอีกฝ่าย ร่างที่สวมใส่อาภรณ์สวยสด กลับกระเด็นลอยไปคุดคู้อยู่ที่พื้นเสียแล้ว “คุณหนูหวัง! ตายแล้ว! เจ้าถีบนายข้าได้เยี่ยงไร” แม่นมจางร้องลั่นสวน ก่อนจะรีบวิ่งมาประคองผู้เป็นนา
อ่านเพิ่มเติม
9. โอกาสมาถึงแล้ว
วันต่อมา… ฟูหลิงยังคงใช้เวลาว่างไปกับการวาดภาพ เพราะมันช่วยให้นางผ่อนคลาย และเอาไว้หาเงินด้วย นางตั้งใจว่าจะวาดเอาไว้เยอะ ๆ แล้วค่อยเอาออกไปขายในคราวเดียว ถึงยามนั้นน่าจะมีเงินมากพอสำหรับหาหนทางหนี เพราะการเดินทางมันต้องใช้เงิน ยิ่งอยู่ในยุคที่ไร้ความเจริญ พาหนะแพงกว่าข้าวสารด้วยแล้ว นางยิ่งต้องหาเงินให้ได้มาก ๆ มิเช่นนั้นอาจไม่พ้นเงื้อมมือผู้มากอำนาจอย่างฉินอ๋อง หากจะหนี นางต้องไปให้ไกลที่สุด ออกนอกแคว้นได้ยิ่งดี และสถานที่ที่ฟูหลิงตั้งใจจะไปก็คือ แคว้นที่กำลังเป็นข้อพิพาทกับแคว้นหนานในยามนี้ เพราะมันยากที่คนของฉินอ๋องจะตามนาง ฟูหลิงได้สืบมาแล้วว่า มันอยู่ห่างออกไปเพียงแค่สองวันเท่านั้น ส่วนเรื่องออกจากจวนที่มีองครักษ์เฝ้าเกือบครึ่งร้อยแห่งนี้ มันง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปากเลยก็ว่าได้ เพราะปกติในยามวิกาล นางมักจะปีนป่ายหนีออกไปเดินเที่ยวเล่นด้านนอกประจำ บัดนี้…ฟูหลิงที่อยู่ในชุดดำอำพรางตัว ก็กำลังนั่งดื่มสุราอยู่บนหลังคาโรงเตี๊ยมในเมือง ซึ่งนางขโมยมาเมื่อครู่นี้เอง “บรรยากาศค่ำคืนของยุคโบราณนี่มันสวยจริง ๆ” พึมพำแผ่วเบา ก่อนจะเอนตัวนอนมองท้องฟ้าและดวงดาวเบื้องบน แล้วนางก็เอ่ยขึ
อ่านเพิ่มเติม
10. เล่ห์กล
ฟูหลิงได้แต่ตาโต นี่นางเสียรู้บุรุษร้ายกาจผู้นี้กระนั้นหรือ เขาจงใจทำให้นางคิดว่าไม่มีแรง แต่แท้ที่จริงกลับไม่ได้เป็นอันใดเลย ช่างเป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมมากยิ่งนัก เป็นเช่นนี้นางควรจัดการกับเขาอย่างไรดี หรือว่า… นางควรใช้เล่ห์หญิงงามกับเขาคืนบ้าง ไม่แน่…หนทางรอด มันอาจง่ายดายกว่าการหนีไปตายเอาดาบหน้าก็ได้ ก็แค่ทำให้เขาหลงร่างกายนี้ ถึงยามนั้น เงินทองและอิสระ อาจตามมาโดยไม่คาดคิด หากคิดจะหนีก็คงไม่ยากแล้ว และใช่ว่าเรื่องบนเตียงนางจะไม่เคยทำ ฟูหลิงในยุคปัจจุบัน ถือว่าเชี่ยวชาญเลยก็ว่าได้ เพราะนางใช้ชีวิตอิสระ ไม่ผูกมัดกับใคร และยังใช้วิธีนี้เพื่อเข้าหาแหล่งเป้าหมายด้วย มิเช่นนั้นนางคงจัดการคนตามใบสั่งไม่ได้ง่าย ๆ คิดได้ดังนี้ นางก็เริ่มปฏิบัติการตอบรับบุรุษไร้ใจ สอดลิ้นอุ่นเข้าไปตวัดเกาะเกี่ยว ราวกับกำลังโหยหาเขาเช่นกัน พียงเท่านั้นคนตัวโตก็ครางออกมาให้ได้ยิน พร้อมกับกอดรัดนางแน่น ฟูหลิงจึงขยับขึ้นมานั่งคร่อมเขา ขยับโยกตัวขึ้นลงเพื่อกระตุ้นกำหนัดอีกฝ่าย ซึ่งมันไม่ได้ยากเย็นอันใดเลย เพราะแค่นางตอบรับเขาเมื่อครู่ แก่นกายของฉินอ๋องมันก็ตื่นตัวแล้ว “ฮืม….” เหยียนตี้ส่งเสียงครางอย่างเ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status