Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2025-12-30 10:58:01

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นาๆ ไม่ได้เข้าไปในประสาทการรับรู้ของวันวิสาข์เลย ตอนนี้หญิงสาวคิดเพียงแต่จะช่วยคนเจ็บ กระทั่งผ่านไปนานจึงรู้ว่าขบวนพ่อค้ากลุ่มนี้ กำลังจะเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด เพื่อเริ่มต้นค้าขายหลังจากที่สงครามเพิ่งจะสงบ พวกเขาบังเอิญเข้ามาเห็นเหตุการณ์และช่วยทั้งคู่ไว้ มีหลายคนคอยช่วยเหลือตอนหญิงสาวทำการรักษา ทุกคนต่างก็พากันตกตะลึง เมื่อเห็นวิธีการรักษาแบบใช้มีดผ่าเอาลูกดอกออก และเย็บผิวหนังเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นก็พูดไปต่างๆ นาๆ

กลางดึกขณะที่วันวิสาข์กำลังพิจารณากำไลของคนที่นอนเจ็บอยู่ เสียงโหวกเหวกก็ดังขึ้นในกระโจม “แม่นางเจ้าช่วยลูกของข้าด้วย” หัวหน้าขบวนพ่อค้าเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าหญิงสาว

“ท่านลุงเกิดอะไรขึ้นหรือ”

“ลูกข้า ลูกข้า”

“เขาเป็นอะไร” วันวิสาข์ถูกลากออกมาและเห็นเด็กคนหนึ่งนอนชักน้ำลายฟูมปากจึงรีบวิ่งเข้าไปดู “พวกท่านถอยออกไป อย่าเข้ามามุง ฮูหยินท่านปล่อยเขาก่อนท่านทำให้เขาหายใจไม่ออก”

“ช่วยลูกข้าด้วยช่วยเขาด้วย”

“เขาเป็นมานานเท่าไหร่แล้ว”

“ข้าเดินเข้ามาก็เห็นเขาเป็นแบบนี้แล้ว” ฮูหยินหัวหน้าพ่อค้าร้องไห้ราวจะขาดใจ

“จับเขานอนตะแคงคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปให้หมด”

วันวิสาข์จับเด็กนอนราบก่อน จากนั้นตะแคงตัวเด็กไปด้านข้างเพื่อไม่ให้ลิ้นและน้ำลายไปอุดทางเดินหายใจ และเพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น หญิงสาวช่วยเช็ดน้ำลายของเขาออกโดยไม่รังเกียจ เมื่อเห็นเขาเริ่มสงบลงก็วิ่งกลับไปเอาเป้ ก่อนจะรีบวิ่งกลับมาเธอล้วงเอาซองเข็มออกมาและเริ่มต้นฝังเข็ม จากนั้นก็เริ่มนวดวนไปตามจุดชีพจร หลังจากการฝังเข็มเพื่อให้เขาหายใจได้สะดวกและเป็นการช่วยกระตุ้นชีพจรด้วย

“เขาไม่เป็นอะไรแล้ว แค่อาการลมชักซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากเหน็ดเหนื่อยเพราะการเดินทาง เขามีอาการนอนไม่หลับและปวดหัวบ่อยๆ ก่อนหน้านี้ใช่หรือไม่”

“ใช่แล้วแม่นางเจ้ารู้ได้อย่างไร”

“ต่อไปหากอากาศร้อนมากหรือว่าคิดมากอาการก็อาจจะกำเริบ ท่านจะต้องดูแลเขาอย่างใกล้ชิด หากว่าอาการกำเริบ ท่านต้องตั้งสติจับเขานอนตะแคงเขาจะได้ไม่กัดลิ้นตัวเอง ที่สำคัญห้ามนำสิ่งของใส่ปากเขา หรือว่าพยายามงัดปากเขาเด็ดขาด เพราะจะทำให้เขาสำลักและทางเดินหายใจถูกปิดกั้น แล้วก็อย่าให้เขาดื่มน้ำหรือยาจนกระทั่งเขาหยุดชักและรู้สึกตัว หากเขามีอาการเกร็งกระตุก อย่าไปยึดไว้เพราะการไปยึดหรือว่ารัดอาจทำให้กล้ามเนื้อฉีกหรือกระดูกหักได้” วันวิสาข์อธิบายยาวๆ โรคลมชักของเด็กไม่ใช่อะไรที่จะรักษาได้ที่นี่ ทำได้เพียงป้องกันเวลากำเริบเท่านั้น

“ขอบคุณแม่นางขอบคุณท่านมาก”

เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของหญิงสาว ทั้งหัวหน้าพ่อค้าและฮูหยิน รวมไปถึงผู้ร่วมทางของทั้งสอง ได้มอบสินน้ำใจเล็กน้อยที่หญิงสาวปฏิเสธไปแล้ว ทว่าทั้งหมดก็ยังยัดเยียดให้อยู่ดี กว่าจะกลับมายังกระโจมของคนเจ็บซึ่งกลายเป็นสามีจำเป็นของตน วันวิสาข์ก็แทบจะหอบข้าวของที่ได้รับมาไม่ไหว

คิ้วเรียวขมวดแน่นในยามที่จมจ่อมอยู่กับภวังค์ เสียงถอนหายใจดังขึ้นในยามที่นั่งมองใบหน้าของบุรุษที่ยังคงนอนแน่นิ่ง “วันนี้ช่างเป็นวันที่หนักหนาสาหัสจริงๆ” วันวิสาข์บ่นพึมพำกับตัวเอง

เรื่องที่หญิงสาวหมายถึงนั้น แน่นอนว่าเรื่องแรกคือการกลับมายังแคว้นจ้าวแบบไม่ทันตั้งตัว เรื่องต่อมาก็คือการได้มาเจอบุรุษแปลกหน้าที่ถูกไล่ล่าจนตกลงมาจากสะพานจนชีวิตก็เกือบจะไม่รอด...

หลายปีก่อนหน้านี้....

“หลานรู้ไหมอะไรคือนักเดินทางข้ามเวลา” รินรดาผู้เป็นยายทวดของวันวิสาข์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“นักเดินทางข้ามเวลาหรือคะ” วันวิสาข์ในวัยสิบสี่ปีเอ่ยถามด้วยใบหน้าสงสัยใคร่รู้

“ใช่จ้ะ นักเดินทางข้ามเวลา”

“หมายถึงนักท่องเที่ยวเหรอคะคุณทวด” วันวิสาข์หัวเราะ

“วันวิสาข์ตั้งใจฟังนะหนูเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลเราที่สืบเชื้อสายนักเดินทาง หญิงสาวในตระกูลเรา เมื่ออายุครบสิบห้าปีจะมีบางอย่างเปลี่ยนไป เราจะสามารถเดินทางข้ามเวลาได้โดยที่เราไม่รู้ตัว”

“ข้ามเวลายังไงคะ”

“คือเดินทางไปยังที่อื่น ภพอื่นหรือสถานที่อื่นจ้ะ แต่ละคนจะเดินทางไปคนละแบบ เจอเรื่องราวแตกต่างกันไป และรูปแบบการเดินทางจะไม่เหมือนกัน ตั้งแต่หลานเกิดมาทวดก็รู้แล้วว่านักเดินทางคนต่อไปคือหลาน ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจงตั้งสติให้มั่น เพราะเราไม่สามารถควบคุมมันได้ เมื่อไม่สามารถควบคุมมันได้ก็ได้แต่ต้องพยายามอยู่กับมัน”

“คนเราเดินทางข้ามเวลาไปยังอดีตได้ด้วยหรือคะ”

“ทวดเองก็บอกไม่ได้ว่าการเดินทางของหลานจะเป็นไปในรูปแบบไหน ดังนั้นจำไว้ว่าเราคือนักเดินทางข้ามเวลาที่สักวันหนึ่งก็ต้องกลับมาในที่ของเรา เพียงแต่จะเป็นช่วงไหนตอนไหนเท่านั้นเอง”

“แล้วถ้าเราเดินทางไปแบบนี้ คนที่นี่ไม่ตามหาแย่หรือคะ”

“นั่นเป็นความลับของห้วงแห่งกาลเวลาจ้ะ หลานจะเข้าใจเมื่อถึงเวลา”

“ความลับของห้วงแห่งกาลเวลาหรือคะ”

“ใช่จ้ะ”

“แล้วคุณทวดเคยไปนานที่สุดนานเท่าไหร่คะ”

“ทวดหรือ” รินรดาเหม่อมองแล้วยิ้ม

“หลานจำตอนที่ทวดย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่กับน้าของหลานได้ใช่ไหม” รินรดาเอ่ยถึงศิลาผู้เป็นหลานชาย ซึ่งเป็นนายแพทย์ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่

“เอ๋ ตอนที่คุณทวดย้ายไปอยู่กับน้าศิลาหนูเรียนกำลังเรียนชั้นประถมสี่หรือสามน้า” วันวิสาข์พยายามนึก

“การเดินทางครั้งสุดท้ายจากวันที่ทวดไปถึงเชียงใหม่ จนถึงตอนนี้ก็นานเหมือนกันใช่ไหม”

“โอ เกือบหกปีเลยหรือคะ” วันวิสาข์ตาโต

“ศิลารู้เรื่องนักเดินทางทั้งหมด หากวันหนึ่งหลานพบว่าการเดินทางมันเริ่มเนิ่นนานขึ้น หลานอาจจะอยากย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่สักพักก็ได้ จำเอาไว้ว่าให้คนรู้เฉพาะที่จำเป็น เพราะมีไม่กี่คนหรอกที่จะเข้าใจและเชื่อในสิ่งที่เราเป็น”

“การเดินทางครั้งสุดท้ายของทวดใกล้เข้ามาแล้ว” รินรดาแย้มยิ้มพึมพำออกมาคนเดียว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 220 จบ

    กระท่อมหลังถัดมาหลังที่สามมิใช่ที่อยู่แต่เป็นโรงครัว ห้องกินข้าว และห้องเก็บอาหาร พวกเราทั้งหมดใช้มันร่วมกัน กินข้าวด้วยกัน ทำกับข้าวสรวลเสเฮฮาร่วมกัน ตอนแรกหม่าซือหยวนคิดว่าอาจารย์มีความคิดที่แปลกประหลาดยิ่ง บ้านของใครก็ควรจะมีโรงครัวเป็นของตัวเองสิ แต่ตอนนี้เขาเห็นแล้วว่าการทำแบบนี้ทำให้ทั้งหมดกลายเป็นครอบครัวใหญ่จริงๆ เพราะตกเย็นทั้งหมดได้มานั่งร่วมกัน กินข้าวด้วยกัน พูดคุยกัน ทั้งยังแบ่งปันสิ่งที่ทำมาให้กันและกันฟังกระท่อมหลังสุดท้ายเป็นของอาจารย์กับนายท่านเหยียนเจี๋ย กระท่อมหลังนี้เป็นหลังที่ดีที่สุดสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญให้กับคนทั้งสอง เพราะอาจารย์ของเขามีความรู้สึกไวต่ออากาศเย็น ดังนั้นกระท่อมหลังนี้จึงเป็นแบบปิด ภายในนั้นมีเตาผิงที่ต้องจุดไฟเอาไว้ตลอดเวลาในหน้าหนาว แต่หน้าร้อนก็สามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้สมาชิกครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่ที่หุบเขามังกรหลับแห่งนี้ทั้งหมดเก้าคน มีตัวเขาหม่าซือหยวน นายท่านเหยียนเจี๋ย อาจารย์ อาจารย์ปู่ ผู้อาวุโสเฟิง สือเจี้ยนหาว อู๋อิงสงกับฮูหยินของเขา และคนสุดท้ายแม่นางน้อยที่ใจแข็งคนหนึ่ง สาวน้อยผู้ที่กำลังซักผ้าอยู่ที่ริมลำธาร แม่นางเสี่ยวจู

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 219

    ทั้งสองจุมพิตกันและกันอย่างเร่าร้อนคลอเคลียพัวพันไม่ห่าง ใบหน้างดงามของเหยียนหว่านเอ๋อร์แดงซ่าน แม้จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความต้องการ แม้จะเคยเห็นบทรักในหนังมามาก ทว่าพอเอาเข้าจริงหญิงสาวกลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน ร่างกายที่ร้อนรุ่มยิ่งทวีความร้อนขึ้นกว่าเดิมเมื่อร่างเปลือยเปล่าของนางถูกเขาจุมพิตไปทั่วความรู้สึกขัดแย้งในกายพุ่งขึ้นสูง ทั้งสุขสมทว่ากลับไม่สบายตัว คล้ายบางอย่างไม่ได้รับการเติมเต็ม หญิงสาวหอบหายใจภายใต้ร่างของเขาอย่างไร้ทางสู้ มือทั้งสองข้างกอดเกี่ยวเขาเอาไว้ทั้งยังแอ่นกายขึ้นไปแนบร่างเข้าหาตัวเขา นางคล้ายหนาวสั่นและพยายามโหยหาความอบอุ่น มือน้อยลูบไล้มัดกล้ามบนตัวเขาอย่างสะเปะสะปะอากัปกิริยาของนางทำให้เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างห้ามไม่อยู่ เขาโน้มกายเข้าหานางและจุมพิตปากเล็กที่กำลังครางเสียงหวานออกมาเบาๆ คล้ายลูกแมวกำลังออดอ้อนขอความรักจ้าวเหยียนเจี๋ยจุมพิตแผ่วเบาเพื่อปลอบโยนนาง ในยามที่เขาโน้มกายเข้าครอบครองนางในที่สุด ทว่าความเจ็บปวดที่พุ่งขึ้นสูง ทำให้นางหวีดร้องออกมาเสียงแผ่ว บางอย่างในกายฉีกขาดออกจากกันให้ ความรู้สึกเจ็บร้าวทำให้นางผงะถอย ทว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยกลับใช้สอ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 218

    “เจ้าเจี๋ย เจ้าบ่าวจะต้องอยู่ดื่มเหล้ามงคลกับแขกเหรื่อก่อนสิจึงจะถูก” ซูหย่งจื้อเอ่ย“อาจารย์” เหยียนหว่านเอ๋อร์มองซูหย่งจื้ออย่างงงงัน“เขาเมาน่ะ” หลี่เฟิงเสวียนเอ่ยกลั้วหัวเราะ“นี่ พวกเจ้าแม้จะแต่งงานก็ยังร่วมหอไม่ได้นะ สุขภาพเจ้าไม่แน่ว่าจะรับไหวดังนั้นข้าขอเตือน”“อาจารย์!” เหยียนหว่านเอ๋อร์หน้าแดง“นี่มันคืนส่งตัวนะผู้อาวุโส” หลายคนพยายามดึงเขาออกไปจากห้องหอ“เจ้าเจี๋ยน่ะ ข้าไว้ใจ แต่ที่ข้าไม่ไว้ใจน่ะศิษย์ตัวแสบของข้าต่างหาก”“ท่านกำลังพูดอะไรกัน ไป ท่านเมาแล้ว” สือเจี้ยนหาวอ่อนใจเหลือเกิน ศิษย์อาจารย์คู่นี้ช่างหาเรื่องให้ปวดหัวได้ไม่เว้นวันจริงๆ“จริงๆ นะ เจ้าเจี๋ย อย่าให้นางจับเจ้ากินไปเสียก่อนเล่า”“อาจารย์ท่านเหลวไหลอะไร!!”“ข้าน่ะหรือเหลวไหล เจ้าน่ะไม่น่าไว้ใจ ส่วนเจ้าเจี๋ยเขาไม่มีทางรู้ทันความเจ้าเล่ห์ของเจ้าหรอก เจ้ากะจะจับเขากินโดยไม่ฟังข้าล่ะสิ”“อาจารย์!” เหยียนหว่านเอ๋อร์ถึงกับพูดไม่ออก นางอายจนใบหน้าแดงก่ำร้อนแทบจะลุกเป็นไฟ“เจ้าเจี๋ย...ข้าไว้ใจเจ้านะ” เสียงตะโกนของซูหย่งจื้อยังคงดังเข้ามาแม้ว่าเขาจะโดนหิ้วตัวไปแล้ว“เอ่อ...นี่เป็นการก่อกวนห้องหอเท่านั้น ขอท่านอาเขยก

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 217

    “ข้าจ้าวเหยียนเจี๋ยขอสาบาน ข้าจะรักเหยียนหว่านเอ๋อร์เพียงผู้เดียวมิแบ่งใจให้คนอื่น เจ้าจะเป็นหนึ่งเดียวในใจข้า ข้าจะซื่อสัตย์ต่อเจ้าเพียงผู้เดียวไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”“ข้าเหยียนหว่านเอ๋อร์ขอสาบาน ข้าจะรักจ้าวเหยียนเจี๋ย รักด้วยจิตวิญญาณทั้งหมดของข้า ท่านจะมีข้า และข้าจะมีท่านเดินเคียงข้างกันไปนับจากวันนี้ จวบจนวันสุดท้ายของชีวิต”ถ้อยคำหนักแน่นของทั้งสองดังขึ้นท่ามกลางสายลมที่พัดแผ่ว ท่ามกลางทุ่งดอกหญ้าสีขาวบริสุทธิ์ ท่ามกลางหุบเขาลำเราไพรที่ร่วมเป็นสักขีพยาน... งานมงคลเรียบง่ายของบ่างสาวสองคู่ถูกจัดขึ้น จ้าวเหยียนเจี๋ยแต่งเหยียนหว่านเอ๋อร์เป็นฮูหยิน และอู๋อิงสงแต่งอวิ๋นหยาเป็นฮูหยิน ภายในถ้ำนำแข็งพันปีของวังเมฆาอัคคีถูกตบแต่งด้วยข้าวของมงคลสีแดงทว่าเหล่าสักขีพยานที่เข้ามาร่วมงานกลับมีเยอะกว่าที่เหยียนหว่านเอ๋อร์คาด ตอนแรกนางเพียงอยากให้งานมงคลนี้เป็นเพียงงานเลี้ยงเล็กๆ เท่านั้น แต่จ้าวเหยียนเจี๋ยกลับส่งคนไปเชิญสหายสนิททั้งหมดของนางมาร่วมแสดงความยินดีเสวียนหมิง ลั่วอิงยี่ หลิงหลิง จ้าวเหยียนอิ่ง ซิ่วอิ่งจิน มู่หรงเซียว ซิ่วจินหลิน หลี่เฟิงเสวียน ซูหย่งจื้อ สือเจี้ยนหาว คนทั้งหมดนี

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 216

    นางรู้เพียงถูกลงโทษตามกฎของพรรค เสวียนหมิงให้จั่วจินเหิงนาบสัญลักษณ์ของการถูกขับไล่ก่อนจะให้จั่วจินเหิงโบยนางด้วยตนเอง เมื่อครบร้อยไม้แล้วพวกเขาก็ประกาศไปว่านางตายไปแล้ว ศพของนางถูกส่งลงเขามาฝังทว่าลมหายใจนางกลับคืนมา เสวียนหมิงจึงให้ซูหย่งจื้อรั้งชีวิตนางเอาไว้กระนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ คือนางถูกนาบสัญลักษณ์ของการถูกขับไล่ และที่ต้องเป็นจั่วจินเหิงเท่านั้นที่ทำหน้าที่โบย เนื่องจากเสวียนหมิงไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำเขาจะต้องกะแรงให้พอดิบพอดีไม่ลงหนักหรือเบาจนเกินไป แต่เขาก็ยังต้องโบยถึงห้าสิบไม้กว่าที่อวิ๋นหยาจะสลบ ก่อนจะประกาศไปว่านางสิ้นลมแล้วส่งตัวนางมายังกระท่อมแห่งนี้“เจ้า...ข้าคิดว่าจ้าววังส่งเจ้าไปที่อื่น เขาบอกว่าเจ้าทำความผิดร้ายแรงต้องถูกลงโทษ เลยต้องส่งเจ้าไป”“ข้าอยู่ที่นี่มาตลอด คนในพรรคคิดว่าข้าตายไปแล้ว แต่นั่นก็จริงสำหรับพวกเขาข้าตายไปแล้ว ข้าถูกขับออกจากพรรคตอนนี้ข้าไม่มีที่ให้ไปแล้ว ดังนั้นหากท่านไม่ทำตามคำพูดไม่แต่งข้าเป็นฮูหยิน ข้าจะฆ่าท่านเสีย” นางขู่“แล้วข้าจะแต่งใครได้” เขาจูบหนักๆ ลงบนหน้าผากนาง“ต้องขอบคุณฮูหยินท่านนั้น” อิงสงหันกลับมามองคนที่เดินตามเขามาถึงกระ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 215

    เช้าวันต่อมาข่าวการเสียชีวิตของเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็ถูกประกาศออกไป พร้อมๆ กันนั้นข่าวที่องค์ชายสามทรงอาการบาดเจ็บภายในทรุดลง เพราะทรงเสียพระทัยกับข่าวการตายของว่าที่พระชายาก็ได้แพร่ออกไป กระทั่งสองวันหลังจากนั้นข่าวการที่องค์ชายสามทรงสิ้นพระชนม์ตามว่าที่พระชายาก็ถูกประกาศออกไปในวังหลวงต่างก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทว่าก็ซาบซึ้งกับความรักที่องค์ชายสามมีต่อพระชายายิ่งนัก ว่ากันว่าจ้าวเหยียนอี้อนุญาตให้ฝังศพของคนทั้งสองไว้ด้วยกันในสุสานหลวง แต่เพราะเหยียนหว่านเอ๋อร์ยังมิได้แต่งให้องค์ชายสามอย่างถูกต้อง และยังไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระชายาอย่างเป็นทางการ จ้าวเหยียนอี้จึงพระราชทานตำแหน่งให้เหยียนหว่านเอ๋อร์เป็นฮูหยินคุณธรรม ฮูหยินแม่ทัพใหญ่แคว้นจ้าวขณะที่ผู้คนในเมืองหลวงต่างไว้ทุกข์ให้องค์ชายสามและฮูหยินคุณธรรมอยู่นั้น เหยียนหว่านเอ๋อร์ก็ถูกพาเข้าไปนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงน้ำแข็ง ในถ้ำน้ำแข็งพันปีของวังเมฆาอัคคี โดยมีเสวียนหมิงและซูหย่งจื้อดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด“อาหมิง เรื่องอวิ๋นหยาไปถึงไหนแล้ว”“ท่านอาโปรดวางใจ ข้าได้ทำตามที่ท่านอาบอกแล้ว”“เช่นนั้นหรือ นางเป็นเช่นไรบ้าง”“ยังมีชีวิตอยู่

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 92

    “ข้าจะไปคุยกับเจี้ยนหาว หากมีอะไรก็เรียกได้นะขอรับ” อู๋อิงสงเอ่ยแล้วปิดผ้าม่านหน้ารถม้าลงแสงไฟจากตะเกียงอันเล็กภายในรถม้าวูบไหวเล็กน้อยเพราะแรงลม ทว่าหลังจากที่ปิดม่านลงมันก็กลับมาคงเดิมจ้าวเหยียนเจี๋ยที่นั่งพิงผนังรถม้าหันมาหน้ามองหญิงสาวที่กำลังเป่ายาให้เย็นลงเล็กน้อยหลังจากที่นั่งลงข้างๆ เขา “เ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 91

    จ้าวเหยียนอิ่งยอมรับว่าเคยใกล้ชิดกับสตรีมากหน้าหลายตา แต่ละนางก็อรชรอ้อนแอ้นเต็มไปด้วยจริตจะก้าน ทว่ากับสาวน้อยตรงหน้าคนนี้กลับทำให้เขารู้สึกร้อนวูบวาบ เพียงแค่มองใบหน้าอันแดงก่ำและกลิ่นกายอันหอมกรุ่น“เอ่อ...” ซิ่วอิ่งจินขยับตัวเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วค่อยๆ ลุกขึ้น “ข้าต้องขออภัยท่านด้วยคุณชาย” นางยื

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 90

    ‘พี่รองท่านแน่ใจหรือว่าท่านไม่มีอะไรจะเสีย’ คำพูดของผู้เป็นน้องชายคล้ายยังคงก้องอยู่ในหัวของจ้าวเหยียนอิ่ง เมื่อก่อนอาจจะใช่ที่ว่าเขาเพียงต้องการคลี่คลายคดี คืนความยุติธรรมและล้างมลทินให้มารดาจนไม่นึกถึงสิ่งอื่น ทว่าตอนนี้เขากลับลังเล ใช่...เขายังมีอีกคนที่เขาห่วงใย เขาไม่คิดว่าในชีวิตนี้เขาจะห่วง

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 89

    “ดูเหมือนพี่รองจะเข้าใจสถานการณ์ของเราดีนะจึงได้ตัดสินใจพักแรมกลางป่าแทนที่จะพักค้างแรมในหมู่บ้าน”“น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะถึงแม้ว่าเราจะใช้กลลวงหลอกคนพวกนั้นไปอีกทางได้ ทว่าเราไม่อาจจะมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะไม่แกะรอยตามมา”“เอาเถิดข้าปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นการตัดสินใจของเจ้าก็แล้วกัน แต่เจ้าต้องระวังอย่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status