Beranda / วัยรุ่น / ลุ้นรักฉบับรันเวย์ / ตอนที่ 6 ปล่อยเธอไป

Share

ตอนที่ 6 ปล่อยเธอไป

Penulis: Richmaa
last update Tanggal publikasi: 2025-11-15 00:17:43

โมอา’s Part

            ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ก่อนสมองจะค่อยๆ ประมวลผลเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน!

            ทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ยย โมอา!!!!

            อยากจะตีตัวเองนัก!

            ถึงฉันจะเมาแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจำอะไรไม่ได้นะ ฉันรับรู้ทุกอย่าง ทุกการกระทำที่ฉันกับรันเวย์ทำด้วยกัน แล้วเมื่อคืนก็เหมือนบรรยากาศมันพาไป บวกกับความเมาด้วยแหละที่ทำให้เกิดเรื่องเลยเถิดแบบนั้นขึ้น

            ฉันมองไปที่คนข้างๆ ที่ตอนนี้ยังหลับสนิทอยู่

            เอาไงดี! หรือควรจะออกไปตอนนี้ก่อนรันเวย์จะตื่น… ฉันนอนตบตีกับความคิดตัวเองอยู่ในใจสักพัก ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวเพื่อลงจากเตียง

            เจ็บเหมือนกันนะเนี่ย T^T

            หมับ!!!!

            “อ๊ะ”

            ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ก้าวขาลงจากเตียง คนข้างๆ ก็เอาแขนขึ้นมาโอบฉันไว้ เหมือนรู้ทันว่าฉันจะหนี

            “จะไปไหน นอนต่อสิ” เสียงงัวเงียพูดขึ้น เมื่อดึงร่างฉันเข้าไปใกล้ๆ ตัวของเขาแล้ว แถมตอนนี้ยังมาคลอเคลียแถวซอกคออีก

            “ปะ ปล่อยได้แล้ว ฉันจะกลับห้อง” ฉันบอกพร้อมกับผลักรันเวย์ออกเบาๆ

            “ได้ฉันแล้วก็จะทิ้งกันเลยเหรอ?” คราวนี้คนตัวโตลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับจ้องมาที่ฉันก่อนจะพูดขึ้น

            “อะ อะไรของนาย เรื่องแบบนี้มันก็ปกตินี่ นายเองก็ทำ” ประโยคสุดท้ายฉันพูดเสียงแผ่ว

            “ฉันได้ยินนะ” เขาทำเสียงดุใส่พร้อมกับหรี่ตามองจ้องฉันอย่างเอาเรื่อง

            “แหะแหะ คือฉันมีเรียนน่ะ เลยจะกลับห้องไปอาบน้ำเตรียมไปเรียนแล้ว ส่วนเรื่องเมื่อคืนก็เมานี่เนอะ นายเองก็ไม่ได้คิดมากอะไรอยู่แล้วนี่เรื่องพวกนี้ เราก็แค่… วันไนท์สแตนกัน แค่นั้น” ฉันตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ เพราะถ้าอยู่กันแบบนี้ฉันคงไปเรียนไม่ทันจริงๆ นั่นแหละ อีกอย่างตอนนี้ในใจคิดแต่อยากจะกลับห้องไปตั้งหลักก่อน

            “หึ! เธอไปเรียนเถอะงั้น ไว้ค่อยคุยกันใหม่”

            ฉันได้แต่พยักหน้ารับไม่ได้ตอบอะไรเขาอีก ก่อนจะรีบแต่งตัวแล้วออกจากห้องของรันเวย์มา

            ปังง!

            ฉันเข้ามาในห้องของตัวเองได้ก็เหมือนจะเข่าอ่อนทันที ยอมรับว่ายังเจ็บตรงนั้นอยู่เหมือนกัน แต่จะให้อยู่ในห้องเขาต่อก็ไม่ไหว ไม่รู้จะสู้หน้ายังไงหรือควรทำตัวยังไงดี

เพราะกลับมาตั้งหลักที่ห้องก่อนนั่นแหละดีแล้ว T^T

            รันเวย์จะมองฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนนะ เข้าห้องเขาไปครั้งแรกก็มีอะไรกันเลย และที่สำคัญเลยฉันเด็ดหรือเปล่า… ก็แบบมันเป็นครั้งแรกนี่นากลัวว่าจะเงอะงะเกินไปนะสิ แต่ดูจากปฏิกิริยาของรันเวย์เมื่อเช้าแล้วเขาก็น่าจะพอใจอยู่แหละมั้ง

            ส่วนเรื่องของฉันกับเขาก็คงอย่างที่ฉันบอกไปนั่นแหละ ว่าเราก็แค่วันไนท์สแตน ฉันคงไม่ไปเรียกร้องให้เขาคบกับฉันเพื่อรับผิดชอบอะไรแบบนั้นหรอก นี่มันยุคไหนแล้ว

            แต่ก่อนที่จะคิดอะไรไปมากกว่านี้ ตอนนี้ฉันคงต้องอาบน้ำไปเรียนก่อนแหละ จะสายแล้วด้วย และก็เมื่อคืนเมษาเป็นยังไงบ้างฉันเองก็ลืมไปเลย

            ไว้ค่อยถามตอนเจอกันที่มอแล้วกัน…

            .

            .

@มหาวิทยาลัย W

สุดท้ายฉันก็เข้าคลาสเลทนิดหน่อย แถมมาหน้าสดอีกแล้วเลยต้องใส่แว่นหลอกๆ ไว้ T^T

“ทำไมมาช้า?” ไผ่หลิวถามขึ้นทันทีที่ฉันนั่งลงข้างๆ เธอ

“ฉันตื่นสาย” ฉันตอบไผ่หลิวก่อนจะมองเลยไปยังเมษาที่นั่งอยู่ถัดไป บนหัวของเธอมีผ้าก๊อซแปะไว้อยู่เลย

“เมษาแกเป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนฉันหลับไปเลยขอโทษทีนะ TT”

“ไม่เป็นไรแล้ว แผลไม่ใหญ่มาก” เมษาหันมาตอบฉันพร้อมกับร้อยยิ้ม นั่นทำให้ฉันสบายใจขึ้นมาหน่อย

“เมื่อคืนรันเวย์ไปส่งแกปกติดีใช่มั้ย?” ไผ่หลิวหันมาถามอีกครั้ง

“อื้มม.. ก็พอถึงห้องฉันก็หลับไปเลย แล้วก็ตื่นสายด้วย” ฉันตัดสินใจโกหกเพื่อนไป เพราะยังไม่อยากให้ใครรู้เรื่องระหว่างฉันกับรันเวย์ อีกอย่างก็คือไผ่หลิวบ่นฉันแน่ๆ ฉันยังไม่พร้อมฟังเสียงยัยนี่

“โอเค งั้นเรียนเถอะตอนท้ายคาบจะมีควิชนะ” ไผ่หลิวพูดจบก็หันไปตั้งใจฟังอาจารย์สอนโดยที่ไม่ได้สนใจฉันอีก

รอดตัวไปทีนะโมอา ฟู่ว~

หลังจากที่พวกเราทำควิชท้ายคาบเสร็จเรียบร้อยก็มากินข้าวที่โรงอาหารของคณะเพื่อรอเรียนช่วงบ่ายอีกวิชา ส่วนเมษากั้งพากลับไปพักเพราะเธอบ่นปวดหัว และคงไม่ได้เข้าเรียนช่วงบ่ายด้วยกัน

“แกไปซื้อก่อนเลยไผ่หลิว ฉันจะนั่งรอเอง” ฉันบอกก่อนจะวางกระเป๋าลงที่โต๊ะและหย่อนตัวลงนั่ง

ระหว่างที่รอเพื่อนฉันก็นั่งมองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเปื่อย สายตาก็ไปสะดุดกับร่างสูงที่เพิ่งแยกกันเมื่อเช้านี้ และเขาก็มากับผู้หญิง… ถ้าฉันจำไม่ผิดคนนี้เหมือนจะเป็นคนที่ออกมาจากห้องพร้อมเขาตอนเช้าวันก่อน

หึ! รันเวย์ก็คือรันเวย์อยู่วันยังค่ำ

“ฉันซื้อเสร็จแล้ว แกไปสิ” ไผ่หลิวพูดพร้อมกับวางจานข้าวลงที่โต๊ะ

“ว่าแต่เมื่อกี้แกมองอะไรอยู่” ก่อนจะหันไปตรงจุดที่ฉันมอง และเธอก็เห็นเหมือนที่ฉันเห็นเมื่อกี้

“อ๋ออ… รันเวย์ เอ๊ะ ผู้หญิงนั่นรู้สึกจะเป็นดาวคณะเราปีหนึ่งนะ รู้สึกจะชื่อไพลิน เพิ่งเข้ามาก็เสร็จรันเวย์แล้วเหรอเนี่ยไวไฟดีนี่”

“ช่างพวกเขาเถอะแก… เดี๋ยวฉันไปซื้อข้าวบ้าง”

ฉันพูดเสร็จก็ลุกไปทันที ไม่ได้อยากฟังอะไรไปมากกว่านี้ ไม่แน่ใจความรู้สึกของตัวเองตอนนี้เหมือนกันว่าฉันรู้สึกยังไง มันหน่วงๆ แอบผิดหวังนิดหน่อยที่ตอนเช้าพอแยกจากฉัน ตอนกลางวันก็มากับอีกคนเลย แต่อีกใจก็เถียงว่ารันเวย์ก็เป็นแบบนี้มาตลอดอีกอย่างฉันก็บอกเขาเองว่าเรื่องเมื่อคืนก็แค่วันไนท์สแตน

ฉันมาซื้อข้าวที่ร้านประจำ ซึ่งป้าคนขายจำฉันได้แม่นเพราะฉันชอบกินอยู่แค่ไม่กี่เมนู พอซื้อเสร็จฉันก็ตั้งใจจะเดินกลับไปที่โต๊ะแต่เหมือนใจมันลอยคิดเรื่องที่คาใจอยู่จนกระทั่ง…

“โมอา!! แกจะเดินไปไหนโต๊ะอยู่ทางนี้” และเสียงของไผ่หลิวเรียกสติฉันกลับมา

“แหะๆ พอดีวันนี้ฉันเบลอนิดหน่อย” ฉันยิ้มแห้งส่งไปให้เธอก่อนจะเดินย้อนกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารของเรา

เมื่อกี้เสียงของไผ่หลิวน่าจะดังพอสมควรเลยแหละ เพราะทำให้หลายคนหันมามองที่เราสองคน รวมทั้งรันเวย์กับผู้หญิงที่ชื่อไพลินด้วย แต่ฉันไม่ได้สนใจเขาต่อ และก้มหน้ากินข้าวในจานของตัวเองไป

“เมื่อคืนก็ไม่ได้เมามากนี่ ทำไมวันนี้ดูเอ๋อจังอะแล้วยิ่งวันนี้เราเหลือกันแค่สองคนด้วย” ไผ่หลิวบ่นอุบ เพราะวันนี้อาร์ตก็ยังไม่กลับมาส่วนเมษากลับห้องไปแล้ว และกั้งเองที่ไปส่งเมษาก็คงจะไม่กลับมาเรียนแล้วเหมือนกัน

“แหะๆ กินข้าวเถอะแกเดี๋ยวต้องไปเรียนต่ออีก อยากกลับห้องไวๆ จัง”

“ฉันก็เหมือนกัน วันนี้ว่าจะกลับไปแล้วนอนเลย ฮ่าๆๆ”

ฉันกับไผ่หลิวนั่งกินข้าวไปและคุยเล่นกันไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งถึงเวลาเข้าเรียนพวกเราสองคนก็ไปเรียนตามปกติ ระหว่างเรียนฉันก็แอบมีหาวบ้างนิดหน่อย ส่วนไผ่หลิวนะเหรอ นางฟุบลงไปแล้วเรียบร้อย ฮ่าๆ

หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนมันเป็นเรื่องปกติ แล้วยิ่งมาเจอแอร์เย็นๆ ด้วย โชคดีที่วิชานี้เป็นเรียนรวมเซคกับคณะอื่นๆ ทำให้อาจารย์ไม่ค่อยเคร่งมากเท่าไร

“งั้นแยกเลยนะแก ฉันง่วงมากกก” ไผ่หลิวบอกฉันหลังจากที่เราเรียนเสร็จแล้ว

“แกนอนไปเต็มอิ่มขนาดนั้น ยังจะง่วงอะไรอีก” ฉันแซวเธอยิ้มๆ เพราะตลอดเวลาสองชั่วโมงที่เรียนไผ่หลิวหลับไปแล้วเกือบเต็มคาบ

“ฮ่าๆ เชื่อหรือยังล่ะว่าง่วงจริง ฉันไปก่อนนะแก บายย”

หลังจากที่ไผ่หลิวไปแล้วฉันก็ตั้งใจจะเดินไปตรงหน้าคณะแล้วเรียกแท็กซี่กลับไปที่หอของตัวเองเหมือนกัน

หมับ!

“โมอา เรามาคุยกันหน่อยมั้ย?”

เป็นรันเวย์นั่นเองที่ดึงแขนฉันไว้ แล้วหมอนี่มาทำอะไรแถวนี่ละเนี่ย… คณะตัวเองก็ไม่ใช่ แถมเมื่อกลางวันก็อยู่กับอีกคน พอตอนนี้ก็ยังจะมายุ่งกับฉันอีก : (

“นายมีอะไรหรือเปล่า” ฉันถามออกไปด้วยความสงสัย เพราะระหว่างเราไม่น่าจะมีอะไรต้องคุยกันนี่นา

“เพิ่งรู้ว่าเธอใส่แว่นด้วย” เขาไม่ตอบคำถามฉัน แต่ก้มลงมาจ้องหน้าฉันแทน และสายตาที่เขามองมามันก็… เห้อ อันตรายตัวหัวใจชะมัด

“วะ แว่นหลอกๆ ฉันไม่ได้แต่งหน้ามา” ฉันบอกเขาก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

“น่ารักดีนะ ขนาดไม่แต่งหน้า”

“ว่าแต่ นายมีอะไร ///><///” ฉันถามย้ำคนตรงหน้าอีกครั้ง  ตอนนี้รู้สึกได้ว่าหน้าร้อนผ่าวขึ้นจากคำชมเล็กๆ ของเขา

            “เรื่องมือคืน…”

            รันเวย์ยังพูดไม่ทันจบ ฉันก็เอามือปิดปากเขาไว้ก่อนเพราะรู้ว่าเขาจะหมายถึงเรื่องอะไร

            “นายจะมาพูดอะไรที่นี่ ตอนนี้” ฉันพูดพร้อมกับทำหน้าดุใส่เขา

“นี่!! ยิ้มอะไร” แต่คนตรงหน้าก็ดูเหมือนจะไม่สนใจที่ฉันพูดแถมยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับการกระทำของฉัน

            “เธอไง… หน้าเธอตอนดุไม่ได้น่ากลัวเลย แถมยังเหมือนแมวอีกต่างหาก” เขาพูดหลังจากที่ฉันเอามือออกจากปากเขาแล้ว

            “ก็นายจะพูดเรื่องเมื่อคืนทำไม เราตกลงกันแล้วว่ามันแค่

วัน‍ไนท์‍‌สแตน อีกอย่างตัวนายเองก็น่าจะชอบความสัมพันธ์แบบนั้นนี่ ไม่ต้องผูกมัดกัน” ฉันบอกเขาเสียงเบาเพราะกลัวว่าคนแถวนี้จะได้ยิน แล้วจะเอาไปพูดกันต่อ

            “แล้วถ้าฉันไม่อยากแค่วันไนท์สแตนกับเธอล่ะ” รันเวย์พูดประโยคที่คนฟังอย่างฉันแอบใจเต้นแรงขึ้นมา

“ถ้าฉันติดใจเธอจนไม่อยากให้มันจบแค่คืนเดียว เธอจะว่าไง”

            ถ้าไม่ใช่วันไนท์สแตนงั้นก็หมายถึงพวกเฟรนด์วิทเบเนฟิตอะไรแบบนั้นเหรอ ไอ้ที่เพื่อนกันมันดีอะไรนั่นน่ะ

ฉันเผลอกัดปากตัวเองอย่างใช้ความคิด และประมวลผลกับคำพูดของคนตรงหน้าว่าที่เขาพูดมาเขาต้องการอะไรจากฉันกันแน่

            “ฉันไม่ได้ชอบความสัมพันธ์แบบนั้นหรอกนะ” ฉันบอกเขาไปตามตรง

            “เธอคิดว่าฉันหมายถึงความสัมพันธ์แบบไหนกันล่ะ” คราวนี้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย

            “พวกเฟรนด์วิทเบเนฟิตไง” ฉันเอียงหน้าแล้วตอบเขาไป

            ป๊อก~

            “ยัยบ๊อง อะไรทำให้เธอคิดไปขนาดนั้นหะ” รันเวย์ดีดหน้าผากฉันเบาๆ หนึ่งทีก่อนจะบอกยิ้มๆ

            มีอะไรน่าขำนักหนา ก็ถ้าไม่คืนเดียวแล้วจบแต่ยังมีอีกหลายๆ คืน มันจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหนได้อีกล่ะ!

            ทำเหมือนกับจะมาขอคบ ซึ่งนั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลย

            “แล้วฉันต้องคิดยังไงล่ะ” ฉันถามออกไป ก่อนจะมองจ้องคนตรงหน้าเพื่อหาคำตอบผ่านสายตาของเขา แต่เหมือนจะเป็นฉันเองนี่แหละที่ติดกับสายตาคู่นั้นเข้าอย่างจัง

            “ฉันสนใจเธอ สนใจที่หมายถึงสนใจจริงๆ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ฉาบฉวยพวกนั้น” คราวนี้รันเวย์พูดน้ำเสียงจริงจัง

            “มะ หมายความว่ายังไง” O.O

            “หึ! วันนี้เธอพกสติมาด้วยมั้ยเนี่ยโมอา” จากเสียงจริงจังเมื่อกี้ เปลี่ยนเป็นเสียงเหมือนเอือมๆ กับท่าทางเงอะงะของฉันในตอนนี้

            ก็คนมันทำอะไรไม่ถูกนี่ แถมวันนี้ฉันก็ไม่ค่อยมีสติอย่างที่เขาบอกจริงๆ นั่นแหละ มันเกิดเรื่องราวหลายอย่างเกินไป แต่ว่าในเมื่อตอนกลางวันเขายังอยู่กับไพลินอยู่เลย แล้วตอนนี้มาบอกสนใจฉันมันจะใช่แน่เหรอ

            นี่เขากำลังเล่นตลกอะไรกับฉันอยู่หรือเปล่า?

            “วันนี้ฉันเบลอๆ น่ะ งั้นไว้ค่อยคุยกันวันหลังนะ ขอกลับไปนอนก่อน” เมื่อฉันยังให้คำตอบอะไรเขาไม่ได้และก็ไม่แน่ใจกับสิ่งที่เขาบอก การชิ่งหนีเลยน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้

            “กลับด้วยกันสิ ยังไงก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว” ประโยคที่เขาพูดมามันแปลกๆ นะว่ามั้ย เราแค่อยู่หอเดียวกันไม่ได้อยู่ด้วยกันซะหน่อย : (

            “ไม่เป็นไร นายก็กลับของนายไปเถอะ” ฉันบอกเขาไป ก็ตั้งใจจะหนีนี่นา ถ้ายังนั่งรถไปกับเขาแล้วจะหนีได้ยังไงเล่า

“ไปเถอะน่า” แต่รันเวย์ไม่ฟังที่ฉันบอก แถมยังจูงมือฉันและพาเดินไปที่รถของเขาทันที

บนรถ

“ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเหรอ” เขาถามขณะที่ตาก็ยังจ้องมองไปที่ถนนข้างหน้า

            “ก็ฉันบอกไปแล้วว่าง่วง อยากกลับไปนอน”

            “เมื่อคืนเราก็ทำกันแค่รอบเดียวเอง ทำไมเธอดูเพลียนักล่ะ หื้มม” คราวนี้รันเวย์หันมายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ฉัน

            “ไม่เกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนสักหน่อย” ฉันหันไปตอบเขา ทำไมเขาต้องเอาแต่ย้ำเรื่องเมื่อคืนอยู่ได้เนี่ย

            “หึๆ” เขาดูจะยิ้มพอใจกับคำตอบของฉัน ก่อนที่จะพูดประโยคต่อมา

“ตกลงเรื่องที่ฉันถามไปล่ะ เธอจะว่ายังไง?”

            “เห้ออ เอาตามตรงเลยนะรันเวย์ฉันไม่รู้ว่านายต้องการอะไรจากฉัน ไอ้ความสัมพันธ์ที่นายกำลังพูดถึงอยู่มันเป็นแบบไหนกันแน่? เมื่อกลางวันฉันยังเห็นนายอยู่กับอีกคนพอตอนเย็นนายก็มาบอกว่าสนใจฉัน นายจะให้ฉันคิดยังไง”

            “…..”

            “ฉันรับมือกับความเจ้าชู้ของนายไม่ไหวหรอกนะ”

            หลังจากที่ฉันพูดจบและเขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมาก็ทำให้ทั้งรถมีแต่ความเงียบ จะมีก็แค่เสียงเพลงที่เขาเปิดคลอเบาๆ มาตั้งแต่ตอนที่เราขึ้นรถก็เท่านั้น

            เอี๊ยด~

            โชคดีที่ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหอพักของเราสองคน เพราะถ้านานกว่านี้ฉันคงจะอึดอัดแย่ แค่นี้ก็ทำตัวไม่ถูกแล้ว แถมรันเวย์เงียบไปแบบนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ด้วย

            “เอ่อ… ถึงแล้ว งั้นฉันขึ้นห้องก่อนนะ” ฉันรีบบอกเขาทันที

            “อ่าหะ” เขาตอบกลับมาเพียงสั้นๆ

รันเวย์’s Part

            ผมยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงของห้องและคิดถึงเรื่องที่โมอาพูดตอนอยู่บนรถไปด้วย ผมไม่ได้โกรธที่เธอพูดออกมาแบบนั้น เพราะมันจริงอย่างที่เธอบอกทุกอย่าง…ผมเจ้าชู้ และผมก็ยังหยุดตัวเองไม่ได้

            เมื่อตอนกลางวันผมอยู่กับไพลิน รุ่นน้องที่คณะของเธอนั่นแหละ เรารู้จักกันได้ไม่นานและไพลินเองก็เป็นคนเข้าหาผมก่อนตั้งแต่ช่วงรับน้อง ซึ่งผมก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรอยู่แล้วเรื่องแบบนี้ และไพลินก็รู้ดีว่าระหว่างเราจะไม่มีอะไรไปมากกว่าการที่เป็นคู่นอน ซึ่งเธอก็โอเคที่จะอยู่เพราะเธอเองก็ไม่ได้มีผมแค่คนเดียวเหมือนกัน

            แต่สำหรับโมอามันผิดจากที่ผมคาดการณ์ไปนิดหน่อย เพราะผมเองก็พอจะมองออกว่าโมอาเองก็น่าจะสนใจผมเหมือนที่ผมเองก็สนใจเธอ

ผมเห็นว่าภายนอกโมอาจะชอบทำตัวแสบซ่าและทำเป็นเก่งอยู่ตลอด ก็เลยลองไปบอกเธอตรงๆ และคิดว่าเธอคงทำเป็นซ่าตอบตกลงมาก่อน แต่ดูเหมือนว่าพอเป็นเรื่องแบบนี้เธอค่อนข้างที่จะจริงจังพอสมควรเลยแฮะ

ผมเห็นโมอามาตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกัน จนช่วงนี้ที่เรามีโอกาสได้พูดคุยกันบ้างตั้งแต่ที่เธอทำกุญแจห้องหาย

และวันที่เธอมาดื่มที่ห้องผม พอได้รู้จักและได้ใกล้ชิดกับเธอแบบเมื่อคืนมันผมก็สนใจเธอมากขึ้นกว่าเดิมจนอยากจะลองสานความสัมพันธ์กับเธอแบบจริงจังดู

จริงจังที่ว่าหมายถึงจริงจังมากกว่าคนอื่น แต่ถ้าจะให้หยุดที่เธอคนเดียวเลยอันนี้ผมอาจจะยังทำให้ไม่ได้ ผมรู้ตัวดีว่ามันฟังดูเห็นแก่ตัวแต่ผมก็ยังไม่ได้รู้สึกกับโมอามากไปจนถึงขั้นนั้นเหมือนกัน ตอนนี้มันก็แค่มากกว่าทุกคนที่เคยผ่านมา

มีสองทางที่ผมจะต้องตัดสินใจ คือหยุดตัวเองและลองเริ่มสานความสัมพันธ์กับโมอาแค่คนเดียวดูกับปล่อยเธอไป

ในตอนนี้ผมคงจะต้องเลือกอย่างหลัง…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลุ้นรักฉบับรันเวย์   บทส่งท้าย

    2 เดือนต่อมา“นี่โมอา รู้มั้ยว่าตั้งแต่รันเวย์กลับมาคบกับเธอเนี่ย การทำงานของฉันมันสดใสขึ้นมากกกก” เลิฟหันมาพูดกับโมอาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตั้งแต่ที่รันเวย์กลับมาคบกับโมอา เหมือนมีแสงสว่างออกมาจากตัวของเขา รันเวย์รีแล็กซ์มากขึ้น ยิ้มมากขึ้น แถมเวลาคุยงานกับลูกน้องก็ดูใจเย็นใจดีขึ้นอีกด้วยแรกๆ ทุกคนก็ไม่ชินที่รันเวย์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนี้ แต่พอมาคิดๆ ดูแล้ว เป็นแบบนี้มันก็ดีกับตัวพวกเขาทั้งนั้น ไม่ต้องคอยกังวลเวลาจะเข้าไปคุยงานกัน“โมอา!! โมอาๆๆๆ”เสียงตะโกนเรียกชื่อหญิงสาวดังลั่นแผนก ก่อนจะตามมาด้วยตัวของพี่ปอนด์ที่วิ่งมาด้วยความตื่นตระหนก“พี่ปอนด์ มีอะไรหรือเปล่าคะ? ทำไมวิ่งหน้าตั้งมาขนาดนี้” โมอาถามด้วยความสงสัย อะไรมันจะด่วนจนถึงขนาดต้องวิ่งลงมา โทรมาก็ได้นี่นา“รันเวย์เป็นลม!!” เมื่อตั้งสติได้พี่ปอนด์ก็บอกสาเหตุที่วิ่งมาหาหน้าตื่นนี่“ห๊าาาาาาาาา!”“ไม่ต้องมัวตกใจ รีบไปดูมันกับพี่ก่อนเถอะ” พูดจบพี่ปอนด์ก็ลากโมอาขึ้นไปที่แผนกของวิศวะทันที“รันเวย์เนี่ยนะคะเป็นลม เป็นไปได้ยังไง” โมอาถามออกไปด้วยความสงสัยตอนที่ทั้งคู่กำลังอยู่ในลิฟต์“พี่ก็สงสัย มันไม่เคยป่วยเลยด้วยซ้ำ แ

  • ลุ้นรักฉบับรันเวย์   ตอนที่ 30 รอยยิ้ม

    ช่วงที่หยุดยาวปีใหม่ที่ผ่านมาฉันกับรันเวย์เราอยู่ด้วยกันตลอด เรียกได้ว่าตั้งแต่ตื่นจนนอนไม่แยกจากกันเลย เหมือนกับว่าเราสองคนอยากจะชดเชยช่วงเวลาที่เสียไปให้แก่กันและกัน เขาบังคับให้ฉันย้ายมาอยู่กับเขาที่คอนโดเลย โดยใช้เหตุผลว่าช่วงที่เลิกกันไปเขานอนหลับไม่สนิทเลยสักคืน ฉันต้องรับผิดชอบโดยการมานอนกับเขาเพราะการที่มีฉันอยู่มันทำให้เขาหลับสนิท แล้วฉันจะเถียงอะไรได้ล่ะ! คนมันยังรู้สึกผิดอยู่ เขาว่ายังไงก็ต้องยอมหมดนั่นแหละ ฉันอัพเดทเรื่องที่กลับมาคบกับรันเวย์ให้เพื่อนๆ ในกลุ่มมหาลัยฟังแล้วนะ ทุกคนยินดีกับฉันมากๆ โดยเฉพาะไผ่หลิวที่มีแซะนิดหน่อยว่าถ้าตัดกันไม่ขาดขนาดนั้นไม่รู้จะเลิกกันทำไมให้เสียเวลาไปหลายปี แหะๆ “คนที่บริษัทจะไม่ตกใจแย่ใช่มั้ย ถ้าฉันลงไปจากรถนาย” ฉันพูดขึ้นมา ใช่ค่ะ! ตอนนี้ฉันอยู่บนรถกับรันเวย์ เราก็กำลังเดินทางเพื่อไปทำงานกัน และวันนี้ก็เป็นวันทำงานวันแรกหลังจากที่หยุดยาวช่วงปีใหม่มาด้วย เรียกได้ว่าเปิดตัวแรงเว่อร์!“ไม่เห็นเป็นไร ยังไงสักวันก็ต้องเห็นและฉันก็ไม่คิดจะปิดใครด้วย ไอ้พวกที่มันม่อๆ เธอไว้จะได้เลิกมายุ

  • ลุ้นรักฉบับรันเวย์   ตอนที่ 29 คิดถึงเหมือนกัน NC

    บนรถ “รันเวย์เหรอ?”โมอาถามออกมาเสียงเบาทั้งๆ ที่ดวงตายังปิดสนิท เหมือนเธอจำได้ลางๆ ว่ารันเวย์เป็นคนพาเธอออกมาจากงาน แต่ตัวเธอเองก็เมาและง่วงมากจนไม่ได้สนใจอะไรสักเท่าไรแค่พอรู้สึกว่าอ้อมกอดนั้นมันดูคุ้นเคยแบบแปลกๆ เธอก็พร้อมจะทิ้งตัวและให้เขาพาเธอไปไหนก็ได้ตามแต่เขาจะพาไป“เมาแล้วก็เป็นอย่างนี้ทุกที ทำไมไม่ระวังตัว” รันเวย์หันมามองคนตัวเล็กที่นอนหลับตาอยู่เบาะข้างๆ เขาและพูดด้วยน้ำเสียงดุ“ฮะๆ จำได้ด้วยเหรอ… ฉันก็นึกว่านายลืมไปหมดแล้วซะอีก” ประโยคท้ายของโมอาพูดด้วยเสียงเศร้าๆ“เห็นทำเหมือนว่าไม่เคยรู้จักกัน ก็นึกว่าลืมกันไปแล้ว”“เธอเองต่างหากที่ทำเหมือนไม่รู้จักฉัน” คนตัวโตเถียงขึ้นมา ก็เป็นเธอเองไม่ใช่หรือไงที่พูดกับเขาแทบจะนับคำได้ แถมยังคอยหลบหน้าหลบตาอยู่ตลอดถ้ามีโอกาส“นายนั่นแหละ เริ่มก่อน!” คราวนี้คนตัวเล็กลืมตาขึ้นมาแล้วเถียงเสียงดัง แก้มแดงๆ กับดวงตาเยิ้มๆ นั่นดูก็รู้ว่าคงจะเมามากรันเวย์มองภาพนั้นพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย เพราะมันช่างดูน่ารักเหลือเกินในสายตาเขา ไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ไหนจะความรู้สึกเบิกบานในหัวใจนี่อีก“ฉันคิดถึงเธอ” เขาตัดสินใจพูดอ

  • ลุ้นรักฉบับรันเวย์   ตอนที่ 28 คนของฉัน

    ฉันทำงานที่บริษัทมาได้หลายอาทิตย์แล้ว และก็ได้ร่วมงานกับรันเวย์หลายครั้งแล้วด้วย เขาก็ยังเหมือนเดิม เย็นชา ทำเหมือนกับว่าเราไม่เคยรู้จักกัน แต่ฉันก็ไม่ได้คิดจะโกรธเขาหรอก ก็ตอนนั้นฉันเป็นคนเลือกที่จะเลิกไปเองนี่นา : ( “โมอา~ เธอเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงปีใหม่หรือยังจ้ะ” เลิฟตรงเข้ามาถามฉันทันทีที่เธอเข้ามาในออฟฟิศ “เตรียมตัวอะไรเหรอ?” ฉันถามด้วยความงุนงง คือก็พอรู้ว่าจะมีงานเลี้ยงปีใหม่ก่อนจะหยุดยาวแหละ แต่ไม่ยักรู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอะไรด้วย “ก็การแสดงของแผนกเราไง ปกติแล้วทุกปีแต่ละแผนกจะต้องคิดการแสดงเพื่อไปแสดงในงานน่ะ ถึงบอสจะบอกว่าเอาง่ายๆ ไม่ต้องจริงจังมากแต่ว่าแต่ละแผนกก็เล่นใหญ่กันทุกปีเลย เหมือนเป็นหน้าเป็นตาของแต่ละแผนกนั้น” เลิฟอธิบาย “แล้วปีนี้แผนกเราแสดงอะไรกันเหรอ?” “ยังไม่ได้คิดเลยน่ะสิ แต่ว่าคนที่จะต้องแสดงน่ะมียัยเลม่อน มียู ส้ม และก็พวกเราสองคนนะจ้ะ” “หื้มมม~ ฉันก็ด้วยเหรอ?” ฉันทำหน้าตกใจเล็กน้อย สมัยเรียนก็โดดตอนคัดเลือกดาว พอมาทำงานยังจะต้องมาแสดงอะไรอีกเหรอ T^T “โมอาคือตั

  • ลุ้นรักฉบับรันเวย์   ตอนที่ 27 เผชิญหน้า

    โมอา’s Part 2 ปีผ่านไป หลังจากที่เรียนจบฉันก็ขอที่บ้านไปเวิร์คแอนด์ทราเวลมา เหตุผลก็เพราะอยากไปใช้ชีวิตเจออะไรใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ อีกเหตุผลก็คือหนีไปทำใจด้วย ถ้ายังอยู่ที่เดิมเจออะไรเดิมๆ ฉันคงจะมูฟออนไม่ได้สักทีแน่ๆ T^T ตอนนี้ฉันกลับมาอยู่ที่ไทยแล้วล่ะ และก็กำลังจะเริ่มงานวันแรกวันนี้ ส่วนเพื่อนๆ ในกลุ่มเราก็มีคุยกันในไลน์กรุ๊ปตลอด แต่ว่ายังไม่ได้นัดเจอกันเลย เพราะไผ่หลิวเองไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ส่วนเมษาก็ทำงานไปด้วยพร้อมกับต่อโทไปด้วยทำให้เธอยุ่งจนไม่มีเวลาออกมาเจอใคร กั้งกับอาร์ตตอนนี้ก็เป็นผู้บริหารธุรกิจของที่บ้านไปแล้ว ตอนแรกสองคนนั้นชวนฉันไปทำงานที่บริษัทด้วย แต่ฉันเกรงใจไม่อยากให้ใครมองว่าใช้เส้นสายเพื่อนก็เลยเลือกที่จะหางานเองมากกว่า “สวัสดีค่ะ มัทฑิตา มารายตัวเข้างานวันแรกค่ะ” ฉันพูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้อง HR “สวัสดีจ้าโมอามาแต่เช้าเลยน้า งั้นเดี๋ยวเซ็นเอกสารสัญญากันเสร็จพี่จะพาไปที่แผนกของน้องนะจ้ะ”พี่องุ่น HR ประจำบริษัททักทายฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เราสองคนเคยเจอกันวันที่ฉันมาสำภาษณ์งานแล้วเหมือนได้ค

  • ลุ้นรักฉบับรันเวย์   ตอนที่ 26 สายตาคู่นั้น

    หลังจากวันนั้นที่รันเวย์เลิกกับโมอาเขาก็แทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน เรียนก็ไปบ้างไม่ไปบ้าง โปรเจกต์ก็แทบจะไม่คืบหน้า “รันเวย์ถ้ามึงยังเป็นแบบนี้ มันจะเรียนไม่จบเอานะเว้ย” คุนพูดขึ้นตอนที่เขาเอาข้าวมาให้เพื่อนที่คอนโด เพราะถ้าไม่เอาข้าวมาให้และนั่งดูเพื่อนกินจนหมด รันเวย์ก็คงแทบจะไม่กินข้าวเลย ช่วงนี้ที่กินก็มีแต่เหล้า “เรียนไม่เท่าไร ข้าวปลาก็ไม่กินแบบนี้จะตายก่อนมั้ยวะ” เคนพูดเสริมขึ้นมา เขาเห็นเพื่อนหมกตัวอยู่แต่ในห้องมาหลายอาทิตย์แล้ว ถ้าไม่ใช่วิชาสำคัญที่จะต้องเข้าจริงๆ รันเวย์ก็ไม่ออกจากห้องเลย แล้วดูสภาพรันเวย์ตอนนี้สิ ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเป็นที่หมายปองของสาวๆ ตอนนี้กลับทรุดโทรมและแห้งตอบ หนวดเคราก็รกรุงรัง เคนคิดภาพไม่ออกเลยว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้เรื่อยๆ เพื่อนเขาจะแย่ลงอีกแค่ไหน “โปรเจกต์จบของเราตอนนี้เครื่องมีปัญหาอยู่นะเว้ย พวกกูช่วยกันดูแล้วแต่แก้ไม่ได้ว่ะ ไอ้นักรบบอกว่ายังไงก็ต้องเป็นมึงมาแก้ มึงช่วยพาตัวเองเข้าไปที่คณะหน่อยได้มั้ยวะ”คุนยังคงพูดต่อไป ถึงแม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดจะเข้าหูเพื่อนบ้างหรือเปล่าก็ตาม ก็รันเว

  • ลุ้นรักฉบับรันเวย์   ตอนที่ 7 อกหักก็แค่เริ่มต้นรักใหม่

    โมอา’s Part จากวันนั้นที่ฉันคุยกับรันเวย์เราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย ตอนนี้ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้ว และฉันก็ไม่ได้บังเอิญเจอเขาตามที่ไหนๆ อีก เหมือนกับว่าที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้นและฉันเองก็ยังใช้ชีวิตของฉันตามปกติ เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ ฉันได้แต่คิดในใจ เพราะฉันก็ไม่

  • ลุ้นรักฉบับรันเวย์   ตอนที่ 5 เหล้าแก้วนั้น NC

    ตอนนี้ฉันอยู่ในห้องของรันเวย์ ._. โอ้ยย อยากตีตัวเองชะมัด! อะไรทำให้ตอนนั้นฉันใจกล้าตอบ‌ ตก‍‌ลงกันนะ ฮือออ แต่ถ้าจะหนีออกไปตอนนี้มันก็จะดูตลกเกินไปมั้ย “เธอมิกซ์อะไรบ้าง? พอดีห้องฉันโค้กน่าจะหมด ไม่งั้นต้องออกไปซื้อ” เขาถามฉันหลังจากที่จัดแจงที่นั่งและเครื่องดื่มสำหรับเราสอ

  • ลุ้นรักฉบับรันเวย์   ตอนที่ 4 อยู่ด้วยกัน

    @Little Bar“ชนนนนนน”เสียงแก้วหลายใบกระทบกันกลางวงเหล้า ก่อนที่แต่ละคนจะหันไปดื่มเหล้าในมือของตัวเองจนหมด“ฮ๊า รอบนี้บาดคอชะมัด” ไผ่หลิวพูดขึ้นหลังจากที่กินเหล้าในแก้วของตัวเองหมดแล้ว“สุขสันต์วันเกิดนะกั้ง ว่าแต่คืนนี้ใครจะเป็นคนถือเค้กมาให้นายนะ” ฉันหันไปบอกกั้งพร้อมกับยิ้มล้อเลียนวันนี้เป็นวัน

  • ลุ้นรักฉบับรันเวย์   ตอนที่ 3 เจ้าชู้เกินไป

    หลังจากที่เรียนเสร็จฉันก็ตรงกลับมาที่ห้องทันที วันนี้มีเรียนสองวิชาตอนบ่ายและตอนเย็น กว่าอาจารย์จะปล่อยก็ค่ำแล้ว เมื่อคืนก็นอนน้อย วันนี้เลยตั้งใจว่าจะไม่ออกไปไหนขอนอนพักอยู่ที่ห้องดีกว่าฉันที่ตอนนี้กำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงและไถไอจีไปด้วย ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะกดไปตรงช่องค้นหา ละพิมพ์ชื่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status