Masukนิยามคำว่า 'เพื่อน' จะไม่มีอีกต่อไป เมื่อเขาอยากเลื่อนขั้นมากกว่าเพื่อนไปเป็น 'แฟน' เลยงัดทุกกลเม็ดเผด็จศึก 'เพื่อน' ของตัวเองทุกอย่าง
Lihat lebih banyak
ร่างอวบอิ่มของหญิงสาวที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมทั้งใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกชื้นจากการสระผมเมื่อครู่ มือบางบรรจงลูบไล้ที่ผมยาวสลวยอย่างประณีต เพราะผมคือสิ่งที่เธอรักและหวงแหนมากที่สุด แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรมากกว่านี้เสียง notification จากแอปพลิเคชันสำหรับการแชทก็ดังขึ้น
มือเรียวจัดการยกโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับกวาดสายตามองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเอง แต่ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเจอกับข้อความของใครบางคนที่ส่งมาเหมือนกำลังด่าจนเธอหน้าชาไปหมด
(มึงยังไม่เลิกคุยกับคนที่เจอจากในแอปฯ นั้นอีกเหรอมิลค์กี้ มึงจะยั่วให้กูโมโหมึงไปถึงไหนวะ)
ข้อความที่ถูกส่งมาแม้มันจะไม่มีเสียง แต่ก็บ่งบอกถึงความรู้สึกของคนปลายทางได้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธมากแค่ไหน แต่คนอย่าง ‘มานิตา โชติมากรณ์ หรือมิลค์กี้’ จะสนใจ เธอเลือกที่จะมองโดยไม่ได้ตอบกลับอะไร จากนั้นก็วางโทรศัพท์ไว้บนเตียงแล้วบรรจงเช็ดผมที่เปียกของตัวเองอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้สนใจข้อความที่เด้งเข้ามาไม่ขาดสายอีกต่อไป
ทว่ายังไม่ทันจะได้ทำอะไรมากกว่านี้ โทรศัพท์ก็แผดเสียงดังสนั่นไปทั่วห้อง ทำเอาคนที่กำลังมีความสุขกับการเช็ดผมอยู่ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเมื่อถูกขัดจังหวะด้วยเสียงร้องของโทรศัพท์ที่ยังคงดังไม่หยุดหย่อน จนเธอทนไม่ไหวจึงจัดการรับสายอย่างช่วยไม่ได้
“อะไร!”
(มึงอย่ามาทำเสียงอย่างนี้กับกูนะมิลค์กี้ มึงอ่านข้อความกูแล้วไม่คิดจะตอบเลยหรือไง!) เสียงตะคอกของปลายสายทำให้มานิตาต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู เพราะเสียงดังที่ลอดออกมาทำเอาแก้วหูเธอเกือบแตก
“ยุ่งอะไรด้วยวะเพ ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉันไหม” มานิตาร้องโวยกลับใส่คนปลายสายอย่าง ‘เพทาย โรจนาพร’ เพื่อนชายคนสนิทที่ตอนนี้มันเลยคำคำนี้มาสักพักแล้ว แต่เธอหาได้สนใจไม่ ในเมื่อตัวมันเองก็ไม่เคยคิดจะแคร์ความรู้สึกของเธออยู่แล้ว คนอย่างมานิตาเองก็ไม่คิดจะจมปลักเช่นเดียวกัน
(จะให้กูพูดใช่ไหมว่ากูมีสิทธิ์อะไรในตัวมึง หรือมึงอยากให้กูประกาศให้คนอื่นรู้ด้วย!) เสียงกัดฟันกรอดที่เล็ดลอดออกมาทำเอามานิตาถึงกับมือสั่น เพราะแค่ฟังเสียงก็รู้ว่าเพทายกำลังรู้สึกอะไร คนตัวเล็กแอบร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันที
“อะไรของนาย แล้วช่วยพูดให้มันเพราะๆ กับผู้หญิงบ้างได้ไหม หยาบคายฉิบหาย!”
(คนอย่างมึงควรจะพูดเพราะๆ เหรอ กูขอสั่งให้มึงลบแชทไอ้เหี้xนั้น ไอ้คนที่มึงได้จากแอปฯ เวรนั่นออกจากเครื่องเดี๋ยวนี้ ก่อนที่กูจะจัดการโทรศัพท์ของมึงเอง!)
“จุ้นว่ะเพ...ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉันไหม ตัวฉัน ฉันจะคุยหรือไม่คุยกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม” มานิตาบอกอย่างไม่ยี่หระ อีกอย่างการที่เธอได้รู้จักใครสักคนจากแอปฯ นั้นมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด บางทีเราอาจจะได้เพื่อนคุย มีคนดี คนไม่ดีปะปนกันไป เพทายทำเหมือนว่าตัวเองไม่เคยเล่นอะไรพวกนี้อย่างนั้นแหละ
(มึงโง่ไหม ที่อยากเล่นเพราะอยากนัดเ...ย...กับไอ้คนในนั้นหรือไง กับกูคนเดียวไม่พอใช่ไหม!)
“เพ! หยาบคายอะ”
(หรือกูเอามึงไม่สะใจพอ มึงเลยแอบคุยกับมัน หรือมึงได้กับมันแล้ว มึงบอกกูมานะ!!)
“ถ้ามีแล้วจะทำไม ยุ่งอะไรด้วย มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ไหม จะไปนอนละ”
(เปิดกล้องเดี๋ยวนี้)
“อะไรของนายอีกวะ ง่วงจะนอน” มานิตาบอกอย่างรำคาญ ไม่เข้าใจว่าทำไมเพทายถึงจุ้นจ้านกับชีวิตของเธอจัง ไม่เข้าใจอารมณ์ของผู้ชายคนนี้เลย
(กูบอกให้เปิดกล้อง ถ้ามึงไม่เปิดกูจะบุกไปที่หอฯ มึงเดี๋ยวนี้เลย เลือกเอา...) มานิตาไม่ได้กลัวคำขู่ของบุคคลปลายสาย แต่ที่จะเปิดเพราะอยากจะจบเรื่องทุกอย่าง ไม่อยากทะเลาะกันไปมากกว่านี้
ติ๊ด!!
เสียงแจ้งเตือนขอเปิดกล้องทำเอามานิตาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับอารมณ์ของร้ายๆ ของผู้ชายคนนี้
“มีอะไร!!”
(แพนกล้องในห้องดิ...)
“ทำไมต้องแพน” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างเบื่อหน่ายกับความอารมณ์ร้ายของผู้ชายคนนี้
(หรือจะให้กูบุกไปเอามึงถึงห้อง มึงเลือกเอา)
“เวรเหอะ...ประสาทไหม” มานิตาสบถออกมาเมื่อคนปลายสายบอกอย่างเอาแต่ใจจนเธอต้องแพนกล้องไปทั่วห้องเพื่อให้ชายหนุ่มดู ซึ่งเธอไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร “ไง...จะให้แพนไปไหนอีก”
(ไหนกดกล้องต่ำดิ...เอากล้องเข้าหาตัวด้วย)
“ต่ำห่าอะไร ฉันยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า” มานิตาอยากจะกุมขมับของตัวเองเมื่อคนปลายสายกำลังสั่งให้เธอกดกล้องลงต่ำ ทั้งๆ ที่ตอนนี้เธอมีเพียงผ้าเช็ดตัวกระโจมอกเอาไว้อยู่
(ก็กูจะดูมึง...)
“อะไร...”
(กูจะดูตัวมึง...) เสียงเข้มบอกอย่างแผ่วลงจนมานิตาหอบหายใจออกมา พร้อมกับใจเต้นแรง ใบหน้าหวานวูบวาบไปหมดเมื่อเสียงของคนปลายสายเปลี่ยนเป็นกระเส่ากว่าเดิม
“ดูทำไม...” มานิตายังไม่ลดละที่จะถามทั้งๆ ที่เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เพทายบอกคืออะไร
(อย่าโง่...มึงก็รู้ว่ากูต้องการอะไร)
“ไอ้เพ!! ฉันไม่ถ่ายตัวเองให้นายดูตอนนี้แน่!!” มานิตาตอบกลับอย่างไม่พอใจเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มคิดจะทำอะไรกันแน่ เธอจะไม่ปล่อยให้เขาบังคับเธอเหมือนที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ถ้ายอมหนึ่งครั้งเท่ากับยอมตลอดไป คนอย่างมานิตาไม่ใช่เบี้ยล่างของเพทายอย่างแน่นอน
(อืม...จะไม่หันกล้องก็ได้...แต่คืนนี้กูจะไปเอามึงที่ห้องเอง...ทนไม่ไหวแล้วว่ะ)
“อะ...อะไร พูดบ้าอะไรเนี่ย” เสียงหวานถามอย่างติดๆ ขัดๆ เมื่อคนปลายสายบอกความต้องการของตัวเองอย่างไม่ปิดบังจนเธอร้อนวูบวาบไปทั่วร่างกาย
(อย่าให้กูอธิบาย และกูจะไปดูที่ห้องมึงด้วยว่าแอบซุกผู้ชายคนอื่นไว้หรือเปล่า ถ้ากูเจอกูเอามันตายแน่!!) ดวงตาคมหรี่มองคนตัวเล็กที่ใบหน้าซีดเผือด
มานิตาตัวสั่น ไม่ใช่เพราะว่ากลัวเพทายจะเจอใคร แต่เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าชายหนุ่มมาที่ห้องของเธอมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แค่นี้ก็ไม่ต้องเดา
“ฉันเพื่อนนายนะเว้ย!” เสียงหวานตะโกนเข้าไปเพื่อย้ำเตือนเพทายให้รู้สถานะของเขาและเธอ แต่มีหรือที่ชายหนุ่มจะสนใจ เพราะสิ่งที่เขาสนใจมากกว่าคือตอนนี้หญิงสาวอยู่ในสภาพไหนต่างหาก
(แล้วยังไง...จากเพื่อนจะเลื่อนเป็นเมียใครจะทำไม)
“กรี๊ด...ฉันไม่เป็นเว้ย” แม้ปากจะร้องออกมา แต่ใครจะรู้บ้างว่าหัวใจของเธอกำลังเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาอยู่แล้ว ความสัมพันธ์ของเธอและเพทายมันซับซ้อนเกินกว่าที่จะเล่าให้ใครฟังได้
(ไม่เป็นแต่เวลากูแทงเข้าไปเห็นมึงก็รับเต็มลำตลอด)
“ไอ้บ้า!!”
(กูกำลังไป กูถึงแล้วเปิดห้องให้ด้วย อย่าให้กูต้องงัดเพราะถ้ากูเข้าไปได้...ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคืนนี้มึงจะต้องเจอกับอะไรบ้าง) คำขู่ของเพทายไม่เกินจริงเลยสักนิด เพราะเธอรู้ดีว่าคนอย่างเพทายเอาแต่ใจและร้ายกาจเกินกว่านิสัยที่แสดงออกมายิ่งกว่าอะไร
“ฉันเพื่อนนายนะเว้ย ทำแบบนี้มันถูกต้องที่ไหน”
(ถ้ายังไม่อยากเป็นเมีย...งั้นตอนนี้ก็เพื่อนกันมันดีไปก่อนละกัน)
“ไม่ดีตรงไหน ฉันทำอะไรผิดล่ะ” “นี่นายยังไม่รู้ตัวเลยเหรอ นายปล้ำฉันนะ นายยังมีหน้ามาบอกตัวเองไม่ผิดอีกเหรอ” ใบหน้าหวานแดงก่ำเพราะไม่เข้าใจคนตัวโตที่ไม่ยอมสำนึกอะไรเลย “ก็บอกจะรับผิดชอบเธอก็เล่นหนีหายหน้าไปเป็นอาทิตย์เนี่ย ตอนงานแต่งเพทายกับมิลค์กี้เธอก็เอาแต่หลบหน้าฉัน” วาโยไม่รู้ใจของผู้หญิงคนหนึ่ง การที่หญิงสาวหลบหน้าเขามันทำให้เขากระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก “ฉันบอกแล้วไงว่าถ้านายแค่อยากรับผิดชอบก็ลืมๆ เรื่องคืนนั้นไปเถอะ ฉันไม่ได้คิดอะไรแล้ว” หญิงสาวหันไปทางอื่นพร้อมกับความรู้สึกที่เจ็บลึก เธอไม่ต้องการแค่นั้น มันอาจจะดูโลภเกินไปแต่ใครจะทนอยู่กับผู้ชายที่แค่ต้องการรับผิดชอบเราแค่นั้นล่ะ “แล้วต้องการอะไรอีกหือ” เสียงเข้มบอกอย่างออดอ้อนเมื่อคนตัวเล็กกำลังทำเหมือนงอนเขาเสียนี่ “เปล่า” “ถ้างั้นบอกรักก่อนสิ ละเดี๋ยวจะให้อย่างอื่นด้วย” จู่ๆ ชายหนุ่มก็โพล่งบางอย่างออกมา ญาณินเลยเงยหน้ามองคนตัวโตอย่างสงสัยกับคำพูดของเขา “อะไรของนาย” “รักฉันไม่ใช่ไง ไม่คิดจะบอกรักผัวตัวเองหน่อยเหรอ” คำพูดของวาโยสร้างคว
“ถ้านายต้องการแค่รับผิดชอบฉันไม่เอาหรอก เพราะฉันไม่อยากอยู่กับคนที่ไม่ได้รักฉัน ปล่อยนะ ฉันโทร.ให้ที่บ้านมารับแล้ว ฉันจะไม่รบกวนคนอย่างนายอีกต่อไป!” ก่อนจากวาโยเห็นว่าญาณินมีน้ำตาที่ขอบตาจนอยากจะเอามือหนาไปปาดคราบน้ำตาของคนตัวเล็ก แต่ก็ต้องชะงักมือกลับเพราะถ้าทำอะไรมากกว่านี้เธออาจจะโกรธ วาโยมองญาณินที่เดินออกจากห้องด้วยหัวใจที่หดหู่ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเธอมันฉายเข้ามาในความคิดซ้ำๆ ถ้าเธอไม่ต้องการความรับผิดชอบแล้วต้องการอะไรกันแน่ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์วันนั้นญาณินก็แทบไม่ได้ออกไปไหน จนกระทั่งเพิ่งผ่านพ้นงานแต่งของเพื่อนรักอย่างมานิตายิ่งได้เห็นว่าเพื่อนมีความสุขเธอก็ยินดี แต่สักพักก็รู้สึกหดหู่ใจเมื่อหันมามองความรักของตัวเอง เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อดี ความบริสุทธิ์ก็ถูกวาโยช่วงชิงไปจนไม่เหลือชิ้นดี ถามว่ารู้สึกดีไหมคงตอบว่าใช่ มันไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ทางกายแต่มันมากกว่านั้น เธอชอบวาโยมาตั้งนานแล้ว นานจนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเริ่มชอบตอนไหน ตลอดระยะเวลาการเป็นเพื่อนกันเธอพยายามไม่สนิทกับชายหนุ่มมากไปกว่าเพื่อนคนอื่นในกลุ่มเพราะกลัวว่าสักวันความรู้ส
ลำกายหนากระเสือกกระสนเข้ามาในโพรงสาวอย่างรุนแรงจนเขารับรู้ว่าคนตัวเล็กกำลังกระตุกอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงกรีดร้องเป็นทางยาวที่บ่งบอกถึงความสุข “กรี๊ด” มือน้อยที่จับที่ต้นแขนแกร่งที่เอื้อมมาบีบเคล้นอกอิ่ม “เสร็จแล้วเหรอ ตอดแรงขนาดนี้” วาโยกระหยิ่มยิ้มเมื่อเห็นคนตัวเล็กสุขสมแล้ว ต่อไปถึงตาของเขาบ้าง และคืนนี้มันจะไม่จบเพียงเท่านี้อย่างแน่นอน วาโยเปลี่ยนท่าให้คนตัวเล็กนอนคว่ำ จากนั้นเขาก็จัดการยกสะโพกสวยขึ้นเพื่อรับกับเอ็นร้อนที่เยิ้มไปด้วยคราบน้ำรักของเธอ จากนั้นก็สวนมันเข้าไปในโพรงสาวที่ยังคงแน่นหนึบอย่างแรง “อ๊า...เจ็บ” “ทั้งเจ็บทั้งเสียวเลย” วาโยคุกเข่าแล้วเสยตัวตนร้องเข้าไปอย่างแรงจนใบหน้าหวานลู่แนบกับที่นอนหนานุ่มเพราะหมดเรี่ยวแรงจะทำอะไรต่อไป “อ๊ะ...จะทำอะไรโย” “ท่าหมาไง คราวก่อนเธอบอกฉันปากหมา วันนี้ฉันเลยจะเอาท่าหมาให้เธอดู” วาโยมองเอ็นร้อนที่ผลุบเข้าออกมาโพรงสาวจากทางด้านหลัง มันยิ่งทำให้เขาซาบซ่านอย่างไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน การที่ได้กระแทกเข้าไปในกายสาวที่ตัวเองชอบมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ก็เพิ่มความดุ
“หึหึ...ทำตัวน่ายั่วขนาดนี้ผู้ชายที่ไหนจะทนได้” “แต่นายเป็นเพื่อนฉัน นายต้องทนได้สิ เพื่อนกันใครเขาทำแบบนี้” “ไอ้เพมันยังทำกับมิลค์กี้ ทำไมฉันจะทำกับเธอไม่ได้วะ เลิกเอาคำว่าเพื่อนมาพูดได้แล้วไหม เข้าไปอยู่ในตัวแบบนี้คำว่าเพื่อนมันขาดสะบั้นไปตั้งนานแล้ว” วาโยตะโกนบอกที่คนตัวเล็กชอบย้ำคำว่าเพื่อนกับเขายิ่งนัก อยากเป็นอะไรหนักหนาเพื่อนเนี่ย “อยากเป็นอะไรหนักหนากับคำว่าเพื่อน ให้เป็นผัวเหอะ เดี๋ยวจะเลี้ยงอย่างดีเลย” “ไอ้วาโย” “เปลี่ยนจากเรียกไอ้ไปเรียกผัวแทนได้ไหม นับตั้งแต่นี้เธอเป็นเมียฉันละ ถ้ายังพูดเพื่อนๆ อะไรอีก เดี๋ยวจับปล้ำไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย” วาโยร้องขู่เพราะจะจัดการคนตัวเล็กที่ชอบเอาคำว่าเพื่อนมาอ้างตลอด ตอนนี้หญิงสาวได้สติแล้ว แต่ร่างกายเบื้องล่างตอดขนาดนี้ คำว่าเพื่อนมันก็ไม่ต้องจำเป็นแล้วไหม ญาณินรีบหุบปากของตัวเองทันทีเมื่อเจอคำขู่ของวาโย แถมชายหนุ่มยังกระหน่ำสะโพกสอบเข้ามาอย่างรุนแรง มือบางทั้งสองข้างจิกลงบนที่นอนหนานุ่ม ส่วนใบหน้าหวานหลับพริ้มเมื่อความเจ็บแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านไปทั่วเรือนร่าง
ตอนพิเศษ 4ฮันนิมูนสุดหรรษา ความซวยของเพทายและมิลค์กี้ เพราะก่อนหน้านี้สองหนุ่มสาววางแผนว่าจะไปฮันนิมูนกันสองคน วางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อพี่สาวของเพทายอย่างพะแพรไม่สามารถช่วยดูเจ้าสองแสบได้ เพราะลูกชายอย่างน้องเอนิสป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ เลยต้องไปเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาล
“ทำไมเพเป็นคนแบบนี้ หื่นกาม ตอนเย็นญาติๆ ยังอยู่อยู่เลยนะคะ” เธอถามเสียงกระเส่า “ก็มิลค์กี้ทั้งสวยทั้งน่ารัก ไม่ให้เพอยากได้ยังไง” เขาบอกจากใจจริง ใครจะไปสวยเท่ามานิตาไม่มีอีกแล้ว “ชมแบบนี้แค่ตอนอยากได้มิลค์กี้หรือเปล่า” มือน้อยๆ ยกขึ้นลูบที่กรอบหน้าคมของคนรัก
“รีบเปลี่ยนนะครับ ไว้ถ้ากลับมาจากทะเล เพขอจัดหนักสักน้ำนะ” ชายหนุ่มบอกอย่างมีเลศนัย จนมานิตาได้แต่หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “ค่ะ” เมื่อทั้งสี่เปลี่ยนชุดแล้ว พวกเขาก็เดินไปยังทะเลที่อยู่หน้ารีสอร์ต เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยทำเอาพวกเขาต่างมีความสุข “คุณแม่ขา..
ตอนพิเศษ 1ครัวหรรษา วันนี้มานิตาเดินลงมาทำอาหารให้กับสามีและลูกๆ ของเธอ โดยที่เพทายยังคงนอนหลับอยู่ วันนี้เธอกะว่าจะทำอาหารเช้าง่ายๆ ให้กับสามี เพราะเมื่อวานกว่าชายหนุ่มจะกลับก็ดึกมากแล้ว เธอเลยอยากจะเอาใจเขาสักหน่อย มือน้อยทำง่วนอยู่กับการทำอาหารไม่ได้สังเกตว่าร่างหนาของเพทายเ





