Masuk“ไม่ใช่เรื่องของมึง” ทาวัฒน์ตวาดใส่คนมาใหม่ที่ใส่เสื้อเขนยาวสีซีดละใส่หมวกแก๊ปสีดำก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าเป็นคนสวน
“ถ้าเกี่ยวกับคุณย่ามนกับคนในบ้านนี้ผมเกี่ยวด้วยครับ” คีรีภัทรเดินมาหยุดข้างร่างเพรียวมองทาวัฒน์ที่จะทำร้ายว่าที่ภรรยาของเขา
“คุณคีย์” ทิติพรจำไฮโซหนุ่มหล่อหลานชายคุณหญิงฉายฤดีมหาเศรษฐีนีเพื่อนของแม่สามีและยังเป็นทายาทนักธุรกิจชื่อดัง
“รู้จักผมด้วยเหรอครับ”
“รู้จักสิจ้ะ น้าเห็นข่าวอยู่บ่อยๆแล้วคุณคีย์มาทำอะไรที่นี่คะ” ทิติพรถามไฮโซหนุ่มหล่อแล้วสะกิดลูกชายไม่ให้ทำอไรทำให้ทาวัฒน์ฮึดฮัดเพราะเขาก็รู้จักคีรีภัทรแต่ไม่ได้สนิทรู้แต่ว่ามันเป็นคนจริงและทำอะไรไม่ไว้หน้าใคร
“เรียกผมคีรีภัทรเถอะครับ ชื่อคีย์มีไว้ให้แค่คนสนิทเรียกกันเท่านั้น” คีรีภัทรพูดเสียงเย็นมองทาวัฒน์ที่ยืนจังก้าพร้อมจะหาเรื่องแล้วปลายตามองทิติพร
“เอ่อ ค่ะคุณคีรีภัทร” ทิติพรมองไฮโซหนุ่มชื่อดังอย่างเกร็งๆเพราะอำนาจของตระกูลวุฒิกรสกุลชัยนั้นมากกว่าของครอบครัวเธอเพราะตอนนี้พ่อไม่ได้มีอำนาจเหมือนสมัยก่อนแต่ก็ยังมีคนนับหน้าถือตาและเธอก็ข่มได้แค่สามีและคนในครอบครัวของเขาเท่านั้น
“คุณย่ามนกับยายน้อมเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” คีรีภัทรถามยายน้อมอย่างสุภาพ
“ยายไม่เป็นไรค่ะคุณคีย์” นางน้อมตอบว่าที่หลานเขยที่ถามเธออย่างเป็นห่วง
“ย่าไม่เป็นไรจ้ะพ่อคีย์”
"แล้วมีเรื่องอะไรกันครับคุณย่ามน”
“มันเป็นเรื่องของครอบครัวของผมไม่เกี่ยวกับคุณคีรัภัทรเพราะงั้นก็อย่ามายุ่ง” ทาวัฒน์ตอบคีรีภัทรอย่างไม่สนใจเพราะเขาไม่ได้สนิทสนมและไม่จำเป็นต้องไปสนิทกับคนพวกนี้
“ไม่ได้หรอกครับ เพราะผมเป็นหลานเขยของคุณย่ามนและไม่ว่ามีเรื่องอะไรผมก็เกี่ยวด้วยทุกทุกเรื่องเพราะผมเป็นคนในครอบครัวของท่านครับ” คีรีภัทรยังพูดจาสุภาพกับทิติพรและทาวัฒน์
“คุณคีรีภัทรบอกว่าเป็นหลานเขยคุณแม่งั้นเหรอคะ” ทิติพรมองแม่สามีสลับกับนังลูกคนใช้ที่ยืนคู่กับคีรีภัทรอย่างไม่พอใจที่มันมาเสนอหน้าตรงนี้และยังกล้าขึ้นเสียงใส่ลูกชายของเธอเพราะแม่สามีให้ท้ายและถ้าคีรีภัทรเป็นลูกเขยแล้วเขาเป็นสามีของใครหรือว่าของลิปการ์
“ใช่ครับ ผมกำลังจะแต่งงานกับหลานสาวคุณย่ามนครับ” คีรีภัทรพูดอย่างชัดเจนมองหน้าลูกสะใภ้ของย่ามนที่มองว่าที่ภรรยาของเขาอย่าโกรธแค้นเหยียดหยามดูถูกแล้วเขาก็ไม่พอใจเช่นกันทิติพรไม่มีสิทธิ์ดูถุกใคร
“แต่คุณแม่มีหลานสาวแค่คนเดียวคือน้องฟ้าลูกสาวของน้านะคะ” ทิติพรไม่ยอมรับความจริงว่าแม่สามียังมีหลานสาวอีกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
“คุณพูดผิดแล้วครับ เพราะหลานสาวคุณย่ามนยังมีหนูเอ๋ยอีกคนและคนที่ผมจะแต่งงานด้วยคือหนูเอ๋ยครับ” คีรีภัทรพูดแล้วยิ้มให้คนที่ยืนข้างเขาแสดงให้ทิติพรกับทาวัฒน์เห็นว่าเขาพูดเรื่องจริง
“แต่นังเอ๋ย เอ่อ เด็กเอ๋ยนี่เป็นแค่ลูกคนใช้” ทิติพรพยายามพูดให้ลิปการ์ต่ำต้อยและจะเหยียบให้จมฝ่าเท้าไม่มีวันให้มาเทียบเท่าลูกสาวของเธอ
“แล้วยังไงครับ ผมก็เห็นหนูเอ๋ยปกติไม่เห็นมีเขี้ยวงอกออกมานี่ครับ” คีรีภัทรตอบกลับทิติพรอย่างกวนๆ
“มัน เอ่อ เด็กนี่ไม่เหมาะสมกับคุณคีรีภัทรนะคะ”
“นั่นก็เป็นเรื่องของผมคิดเองและไม่ต้องให้ใครมาคิดแทน อีกอย่างครอบครัวของผมไม่ได้มองคนที่ฐานะหรือชื่อเสียงขอแค่เป็นคนจิตใจดีมีเมตตาและกตัญญรู้คุณแค่นี้ก็พอแล้ว ส่วนประเภทที่เรียกว่าตัวเองเป็นผู้ดีแต่กิริยามารยาทยิ่งกว่าคนที่พวกเขาดูถูกเสียอีกและคนแบบนี้ต่างหากที่ไม่น่าคบและไม่ควรอย่างยิ่งคือมาร่วมวงค์ตระกูลครับ” คีรีภัทรพูดหน้าตานิ่งเฉยไม่สนใจว่าทิติพรกับลูกชายหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
“งั้นก็เชิญคุณคีรีภัทรตามสบายเถอะค่ะ แล้วอย่าหาว่าน้าไม่เตือนเพราะอีกาก็คืออีกาวันยังค่ำไม่มีทางเป็นหงส์ได้หรอกค่ะ” ทิติพรมองลิปการ์อย่างดูถูกเหยียดหยามทั้งกริยาวาจาโดยไม่ดูตัวเองที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสมกับเป็นผู้ใหญ่และเรียกตัวเองว่าผู้ดี
“คนเรานี่ก็แปลกนะครับ ทำไมชอบพูดให้ตัวเองด้อยค่าทั้งที่มีชาติมีตระกูลทำตัวสูงส่งแต่การกระทำกลับตรงกันข้ามแล้วบอกว่าตัวเองเป็นหงส์ถ้าเป็นหงส์จริงเขาไม่มาพูดอวดอ้างตัวเองให้ดูดีแล้วดูถูกคนอื่นหรอก อย่าหาว่าผมสอนเลยนะครับ คุณเองก็จะดูดีมากถ้าพูดจาดีมีน้ำใจมีเมตตาต่อเด็กก็จะทำให้คุณดูดีมากกว่านี้ครับ” คีรีภัทรพูดอย่างไม่เกรงใจย่ามนเขาไม่ชอบคนยกตัวข่มคนอื่นเพราะปู่ย่าตายายสอนเขาไว้ว่าคนเราไม่ว่าจะยากดีมีจนก็เป็นคนเดินดินกินข้าวแกงเหมือนกันฉะนั้นอย่าดูใครเพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกเป็นคนดีได้และสามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ตามกำลังของเรา
“คุณคีรีภัทร” ทิติพรตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธเพราะไม่เคยมีใครว่าเธอแบบนี้มาก่อน
“ไม่ต้องเรียกชื่อผมบ่อยหรอกครับ ผมจำชื่อตัวเองได้ครับ” เสียงห้าวตอบกลับทันทีอย่างไม่หวั่นเกรง
“ใครอยากได้เมียบ้านนอกไม่มีหัวนอนปลายเท้าก็เรื่องของมันครับแม่” ทาวัฒน์พูดขึ้นอย่างเยาะเย้ยคีรีภัทรที่คว้าลูกคนใช้ไม่มีชาติมีตระกูลมาเป็นเมีย
“ที่จริงมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของผมนะ แต่ก็มีคนแถวนี้ได้ผัวบ้านนอกเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” คีรีภัทรย้อนกลับทุกดอกทำเอาสองแม่ลูกโกรธจนหน้าดำหน้าแดงที่ถูกย้อนกลับ
“ไปตาฟิวส์กลับบ้าน” ทิติพรมองคีรีภัทรอย่างไม่พอใจก่อนจะหลบสายตาและมองแม่สามีกับนังลูกคนใช้และตายยายของมันด้วยความโกรธที่ทุกคนรุมเธอ
“แต่ว่าผม..”
“เดี๋ยวให้คุณพ่อของลูกมาจัดการ อยากรู้นักว่าจะแน่สักแค่ไหนแล้วย่าของลูกจะเลือกใครระหว่างลูกคนใช้กับลูกตัวเอง” ทิติพรพูดเสียงดังข่มขู่แม่สามีที่ท่านเกรงใจลูกชาย
“ก็ลองดูสิครับ ผมก็เบื่อๆอยู่อยากลองทำอะไรสนุกอยู่เหมือนกันครับ” เขากลัวจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย ยัยป้านี่ดีแต่ปากจริงๆและลูกชายก็หน้าตัวเมียชัดๆทำร้ายได้แม้กระทั่งคนแก่ “อ้อ และอย่าให้ผมเห็นคุณทำร้ายทุกคนในบ้านหลังนี้อีกเพราะผมจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น” คีรีภัทรพูดตามหลังสองแม่ลูกที่สะบัดหน้าเดินออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว
ทุกคนนิ่งเงียบแม้กระทั่งคุณสิรามนที่ไม่คิดจะห้ามคีรีภัทรเพราะเสียใจที่ลูกสะใภ้กับหลานชายกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้หากคีรีภัทรไม่อยู่จะเป็นยังไงกันบ้างก็ไม่รู้เพราะมีแต่คนแก่และลิปการ์เองก็เป็นผู้หญิงจะไปสู้แรงหลานชายได้ยังไง
“ย่าขอบใจพ่อคีย์มากนะลูกที่ปกป้องย่ากับทุกคนในบ้าน” คุณสิรามนขอบใจว่าที่หลานเขยที่มาเจอเรื่องน่าปวดหัวในครอบครัวพอดี
“ไม่เป็นไรครับคุณย่า ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกผมได้ครับ” คีรีภัทรพูดจบก็เหลือบมองสาวร่างเพรียวข้างๆที่ยังนิ่งเงียบ
“ย่าลืมไปเลย ย่ายังไม่ได้แนะนำพ่อคีย์กับแม่เอ๋ยให้รู้จักกันเลยลูก แม่เอ๋ยนี่พี่คีย์หลานชายคุณย่าฉายคนที่จะแต่งงานกับแม่เอ๋ยน่ะลูก แล้วนี่แม่เอ๋ยหลานสาวของย่าจ้ะพ่อคีย์”
“สวัสดีค่ะคุณคีย์” ลิปการ์ยกมือไหว้คนอายุมากกว่าและไม่เรียกเขาว่าพี่คีย์ตามย่าแนะนำและไม่กล้ามองสบตาเขาเพราะอายเขาเรื่องในห้องน้ำ
“สวัสดีครับหนูเอ๋ย ยินดีที่ได้รู้จักครับ เรียกพี่ว่าพี่คีย์นะครับ” คีรีภัทรมองหลานสาวคุณย่ามนแล้วนึกออกว่าคนนี้นี่เองที่เปิดประตูบ้านให้เขาและไม่ใช่เด็กอย่างที่คิดแล้วก่อนหน้าที่เจอกันในห้องน้ำมีอย่างอื่นน่าสนใจมากกว่า
“เอ่อ คะ..”
“คุณย่าพอจะเล่าให้ผมฟังได้มั้ยครับว่าเกิดอะไรขึ้น” คีรีภัทรก็นั่งลงบนโซฟาตรงข้ามคุณย่ามนและยายน้อมส่วนลิปการ์นั่งบนพื้นกระเบื้องเงาวับข้างย่า
“ได้สิลูก” คุณสิรามนก็เล่าให้คีรีภัทรเพราะไม่รู้จะปิดบังไปทำไมยังไงชายหนุ่มกำลังจะแต่งงานกับหลานสาวและเธอเห็นแล้วว่าคีรีภัทรจะปกป้องดูแลหลานสาวได้
“คุณย่ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้เลยนะครับ” คีรีภัทรบอกย่ามนหลังจากที่ฟังท่านเล่าให้ฟังและมองหลานสาวของท่านที่เอาแต่หลบตาเขาคงจะเขินหรือไม่ก็โกรธเขา
“แค่พ่อคีย์ไม่รังเกียจแม่เอ๋ยของย่าก็ขอบใจมากแล้วลูก” เธอเห็นคีรีภัทรปกป้องทุกคนในบ้านแค่นี้ก็คิดว่าตัดสินใจไม่ผิดที่ฝากหลานสาวไว้กับชายหนุ่มถึงแม้ทั้งสองไม่ได้รักใคร่ชอบพอกันมาก่อนก็ใช่ว่าจะรักกันไม่ได้และหลานสาวของเธอก็สวยน่ารักกิริยามารยาทเรียบร้อยแต่ก็แอบดื้อนิดหน่อยแค่นั้นเอง
“ครับคุณย่า” เขาไม่ได้รังเกียจหนูเอ๋ยในเมื่อเขารับปากย่าว่าจะแต่งงานเขาก็ต้องแต่งส่วนอนาคตจะเป็นยังไงเขาบอกไม่ได้ก็ต้องรอดูกันไปตอนนี้เขาก็ช่วยเพื่อนของย่าก่อน
“พ่อคีย์จะเข้าไปดูสวนไม่ใช่เหรอลูก แม่เอ๋ยพาพี่เขาไปดูหน่อยสิลูก” คุณสิรามนก็ทำตัวเป็นกามเทพให้หลานสาวกับว่าที่หลานเขยให้ใกล้ชิดกัน
“เอ่อ แต่ว่าเอ๋ยยังไม่ได้กินข้าวเลยค่ะ ให้คุณคีย์..”
“พี่คีย์ครับ”
“ค่ะ ให้พี่คีย์ไปกับตาก่อนได้มั้ยคะ” แค่นี้เธอก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้วหากไปกับเขาอีกจะทำหน้ายังไงและไม่ได้สนิทกันแต่ก็ยอมเรียกเขาว่าพี่ต่อหน้าย่า
“ไม่เป็นไรครับ หนูเอ๋ยไปทานข้าวก่อนพี่รอได้ครับ” เสียงห้าวทุ้มตอบเบาๆเขาก็อยากรู้ว่าหลานสาวคุณย่ามนเป็นคนยังไงแต่เท่าที่ดูก็ดูท่าจะดื้อเอาเรื่องเหมือนกัน
“แต่ว่า..”
“ที่ผ่านมาเก๋ไม่สนใจค่ะ แต่จากนี้ไปถ้ามีเลิกสถานเดียวค่ะ” คีติกามองแฟนหนุ่มแล้วยิ้มในเมื่อเธอเปิดใจให้เขาก็จะเชื่อใจหวังว่าเขาจะไม่ทำให้เธอผิดหวังที่คบกับเขาส่วนสาวๆเป็นอดีตของเขาก่อนที่จะคบกับเธอเธอไม่เก็บมาคิดให้เสียอารมณ์เพราะตอนนั้นเขาโสด"พี่ยอมเก๋ทุกอย่างครับ""โห่ๆๆๆ.."ทุกคนโห่ใส่วรกันต์จากนั้นก็ดื่มกินและคุยกันทั้งเรื่องงานและเรื่องที่เกิดขึ้นที่พังงาแล้วคีรีภัทรก็ถูกเพื่อนหยอกล้อที่หลงเมียเป็นที่สนุกสนาน แม้ทุกคนจะตกอยู่ในสายตาของสาวสวยทั้งหลายแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นและกลุ่มดารานางแบบสาวทั้งหมดก็ไม่มายุ่งกับพวกเขาพวกเธอก็เต้นกันอย่างสนุกสนานมีหนุ่มหนุ่มฝรั่งหลายคนไปชนแก้วด้วย“หมดแก้วนี้กูกลับก่อนนะ” คีรีภัทรมองดูนาฬิกาก่อนจะบอกเพื่อนเพราะเขาอยากพักผ่อนมากกว่าและบอกภรรยาไว้ว่าจะโทรหาเธอ“มาด้วยกันก็กลับด้วยกันสิวะ คืนนี้กูจะไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์” ปรินทรพูดกับเพื่อนเขาไม่ได้ไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์ตั้งแต่กลับมาจากเชียงใหม่“ไวน์หมดขวดก่อนแล้วกลับนะ” บรินัยบอกเพื่อนเพราะไวน์เหลืออีกคนละแก้วก็หมด“เอ้าชนแก้ว” วรกันต์ชูแก้วไวน์ชนกับเพื่อนและแฟนสาวเพราะคืนนี้พวกเขารับประทานอาหารและดื่มกันน
“แล้วไอ้เบ็คล่ะ ไม่มีแฟนแล้วเสือกมาช้าอีก”“มาแล้วเว้ยไอ้คนมีแฟน ได้ทีนี่ว่ากูจัง เอ่อ เมื่อกี้กูเห็นอดีตของมึงมาด้วยวะแต่ไม่รู้ว่าจะไปไหนนะ” บรินัยพูดกับเพื่อนตอนที่เขากำลังเดินเข้ามาในโรงแรมเห็นดาราสาวอดีตคู่ควงของคีรีภัทรและเพื่อนดารานางแบบสี่ห้าคนเพิ่งลงจากรถหน้าโรงแรม“ดูท่างานจะเข้าแล้วมั้งพี่คีย์” คีติกาแซวพี่ชายเพราะตอนยังโสดนี่เพื่อนเยอะเกินไป“งั้นกูกลับดีกว่ามั้ยวะ”“ไม่มีอะไรหรอกน่าเพื่อน พวกกูอยู่ตั้งหลายคนและคนของกูก็อยู่เต็มโรงแรมหากใครจะหิ้วมึงขึ้นห้องก็ต้องมีคนเห็นเดี๋ยวกูสั่งลูกน้องไว้เลยก็ได้” ปรินทรพูดกับเพื่อนขำๆตั้งแต่คีรีภัทรบอกว่าจะแต่งงานก็หยุดทุกอย่างเคลียร์ตัวเองให้ว่าที่เจ้าสาวเห็นว่าเขาไม่มีใครแล้วก็เหมือนเขาตอนนี้ที่เคลียร์ตัวเองให้ทิพรดาเห็นว่าเขาพร้อมจะหยุดที่เธอ“ตกลงจะสั่งอะไรมั้ยกูหิวแล้ว” คีรีภัทรไม่สนใจเพราะเขาเคลียร์ตัวเองเรียบร้อย“สั่งเลยเพื่อน กูขอไวน์นะ” บรินัยบอกเพื่อนแล้วนั่งดูนักเที่ยวสาวๆเผื่อคืนนี้จะได้ไม่นอนเหงาทุกคนก็สั่งอาหารและเครื่องดื่มที่ชอบและคุยกันแล้วสาวสวยกลุ่มใหญ่ก็เดินเข้ามาในคลับแล้วพนักงานก็พาไปนั่งโต้ะด้านหน้าเวทีที่จองไว
“ครับคุณคีย์ ผมไปทำงานก่อนนะครับ อ้อ ถ้าอยากรู้ก็ถามคุณเก้าเองนะครับ” จิรัชยิ้มให้เจ้านายก่อนจะพูดทิ้งท้ายไว้ให้ไปถามพี่ชายเองแล้วเดินไปที่โต้ะทำงานของเขาคีรีภัทรมองเลขาคนสนิทแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานแล้วลงมือทำงานที่กองบนโต้ะไม่นานก็เที่ยงวันเขาก็ให้จิรัชสั่งอาหารมากินที่ห้องทำงานเพราะมีงานด่วนและช่วงบ่ายเขาต้องเข้าไปดูงานที่โรงงานจึงเร่งงานบนโต้ะให้เสร็จก่อน“ก๊อกกๆๆ..”“ทำไรอยู่วะ” วรกันต์เปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อนที่ก้มหน้าทำงานแล้วยิ้มขำ“ทำงานไง แล้วมึงว่างนักหรือไงถึงมาบริษัทของกูได้ทุกวันเดี๋ยวก็เจ๊งหรอก” คีรีภัทรว่าเพื่อนตั้งแต่มันตกลงคบกับน้องสาวของเขาก็มารับไปทานอาหารกลางวันทุกวัน“ถ้าเจ๊งกูก็มาเกาะมึงกินไง ว่าแต่ไปฮันนีมูมมาเป็นยังไงบ้างวะแต่ดูหน้าตามึงแล้วน้ำทะเลคงจืดแหละเนาะ” วรกันต์พุดเองตอบเอง“อยากรู้มึงก็มีเมียดูสิ”“ก็รอน้องมึงใจอ่อนนี่แหละ” วรกันต์ตอบเพื่อนและไม่รีบร้อนเพราะเขากับคีติกาเพิ่งตกลงคบหากันถึงแม้จะรู้จักกันมานานแต่ยังไม่ได้คุยกันจริงจัง“ยังเร็วไปเพื่อน อีกสักสองปีแค่แต่งนะ”“นานไป กูกับเก๋รู้จักกันมานานและกูให้เวลาเก๋แค่ปีเดียวพอ” วรกันต์บอกเ
“ยังไงก็คุยกันซะ จะเอายังไงก็บอกพี่ละกันพี่กลับก่อนนะ” พิพัฒน์พูดกับน้องสาวแล้วเดินออกไปจากห้องพักฟื้นของหลานชายพร้อมภรรยาทิติพรมองตามหลังพี่ชายแล้วถอนหายใจตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากหลบหน้านักข่าวและผู้คนไปจากเมืองไทยสักพักก่อนรอให้ข่าวซาแล้วค่อยกลับมาห่วงแต่ลูกทั้งสองที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องที่เกิดขึ้นมากมายและยังไม่สำนึกยังโทษแม่สามีกับลิปการ์ทำใครอบครัวของเธอที่พิษณุโลกเพื่อนของลิปการ์และคีรีภัทรมารับประทานอาหารเย็นด้วยกันและดื่มกันนิดหน่อยจนสี่ทุ่มก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนลิปการ์ก็ช่วยยายกับทุกคนเก็บโต้ะและล้างถ้วยจานชามจนเสร็จก่อนจะขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำพักผ่อนพอเข้าไปในห้องนอนก็เห็นสามีนอนเอกนกอยู่บนเตียงใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวอวดแผงอกหนั่นแน่นน่าลูบไล้ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพราะห้องนอนของเธอไม่เหมือนห้องนอนที่บ้านของเขาที่กว้างขวางห้องของเธอมีห้องน้ำในตัวมีเตียงนอนชิดผนังห้องด้านหนึ่งติดหน้าต่างและตู้เสื้อผ้าอยู่ถัดจากประตูห้องและโต้ะกระจกติดประตูห้องน้ำด้านข้างอีกฝั่งมีโต้ะหนังสือริมหน้าต่างบนผนังห้องมีรูปภาพใรวัยเด็กจนถึงวันรับปริญญาและมีนาฬิกาแขวนบนผนังห้องหนึ่งอันคีร
“ดีใจด้วยว่ะเพื่อน” คีรภัทรดีใจกับเพื่อนแล้วอดคิดถึงตัวเองไม่ได้เพราะเขาตั้งใจปั๊มเหลนให้ย่าๆและตายายพ่อแม่ลุงป้าอย่างเต็มที่จนภรรยาสาวแทบไม่ได้พักแต่เขาก็รักและทะนุถนอมภรรยาสาว“ขอบใจเพื่อน ตอนนี้ผู้ใหญ่กำลังคุยกันได้ฤกษ์ดีเมื่อไหร่ฉันจะบอกนะ”“ได้เลยเพื่อน ฉันจะรอรับขวัญหลาน”แล้วสองหนุ่มก็คุยเรื่องงานที่คืบหน้าไปมากและไม่มีอะไรขัดข้องการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและเขาอยากให้เสร็จก่อนจะเข้าหน้าฝน“งั้นฉันจะเร่งมือสร้างบ้านก่อนนะ ส่วนรีสอร์ทก็จะให้ทำทางเดินแล้วทำคลองน้ำตามแผนก่อนละกัน” เจนจบปรับแผนงานใหม่ยังไงก็ต้องรอดินมันเซตตัวก่อนถึงจะสร้างบ้านพักได้เพราะบางจุดก็ถมดินคลองน้ำทำให้ดินทรุดตัวลงเป็นแอ่งทั้งที่เขาเอาหินมาถมแล้วอัดดินลงไปแต่ยังไงก็ต้องตอกเสาเข็มเพื่อให้ฐานแข็งแรง“ขอบใจมากเจน ถ้างานรีสอร์ทล่าช้าไปบ้างก็ไม่เป็นไรนะ” เขาเป็นคนทำให้งานของเพื่อนล่าช้าจึงผ่อนปรนให้เจนจบ“ขอบใจมากคีย์ แต่ฉันจะทำให้เสร็จตามกำหนดได้แหละ”“เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะ”“ได้ๆ แต่ว่ามีดื่มด้วยมั้ยวะ พอดีเมียฉันท้องแล้วเหม็นแอลกอฮอล์ฉันเลยแตะไม่ได้เลยว่ะ” เจนจบบอกเพื่อว่าแฟนสาวแพ้ท้องเหม็นแอลกอฮอล์และกล
“แม่ไม่ออกความเห็นนะลูก ชาไม่ใช่เด็กๆที่แม่จะต้องชี้แนะเพราะชาเป็นคนเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองแม่ก็ได้แต่หวังว่าลูกของแม่จะมีความสุขเท่านั้นและไม่ว่าชาจะตัดสินใจยังไงแม่ก็จะอยู่เคียงข้างลูกเสมอจ้ะ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายอย่างเข้าใจ“ขอบคุณครับคุณแม่ที่เข้าใจผม ทั้งที่ผมทำแต่ความลำบากให้คุณแม่มาตลอดแต่คุณแม่ไม่เคยทิ้งผม ต่อไปผมจะทำหน้าที่ลูกดูแลคุณแม่ให้ดีกว่าเดิมจะไม่ละทิ้งคุณแม่เหมือนที่ผ่านมาอีกแล้วครับ” ชาคริตพูดกับแม่แล้วเขาลุกจากเก้าอี้ไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าท่านก่อนจะกราบเท้าแม่ขอโทษท่านที่ไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีมากว่ายี่สิบปีและต่อไปเขาจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร ที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่แม่เชื่อว่าชาจะทำได้ตามที่ตั้งใจได้ลูก” คุณสิรามนมองลูกชายน้ำตาคลอแล้วลูบศีรษะไปมาด้วยความรัก“ผมรักแม่ครับ” ชาคริตพูดสียงสั่นน้ำตาไหลออกมาด้วยความรู้สึกผิดต่อลูกเมียและแม่สุดท้ายชีวิตครอบครัวของเขาก็พังลงแต่ตอนนี้เขารู้สึกผ่อนคลายหลังจากได้คุยกับแม่และขอโทษท่าน“แม่รู้ลูก แม่รู้” คุณสิรามนกอดลูกชายด้วยความรักและให้กำลังใจเพราะท่านก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหนอย่







